หัวใจเศรษฐี

ตอนที่ 26 : ตอนที่ ๒๕ เล่ห์กลเกมคนลวง 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 183
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    1 เม.ย. 62

ตอนที่ ๒๕ เล่ห์กลเกมคนลวง







ผลงานของเจ้าเด็กนั่นก็จัดว่าไม่เลวทีเดียว แค่เป่าหูสองสามทีเครื่องก็ติด จากนั้นจะชี้นกก็เป็นนกชี้ไม้ก็เป็นไม้ ทว่าปัญหากลับย้ายข้างไปทางยายรสสุคนธ์ที่ยังเพียรชุบชีวิตเจ้ากุหลาบเฉาต้นนั้นให้ตื่นอีกครั้ง

และแม้จะไร้เงาของครูผู้ฝึกสอน ก็ยังเหลือนักเรียนที่ยังคงภักดีต่อสถาบันอีกหนึ่งคนที่คอยช่วยหล่อนประคับประคองกิ่งแห้ง ๆ ของมัน เห็นแล้วก็เกิดความกังขาว่าหล่อนควรปล่อยให้มันเฉาตายไปเพื่อจะได้ยึดที่ดินของต้นกล้ามาครอง มากกว่าร่ำร้องเศร้าโศกราวกับคนรักกำลังจากไป

“เหลือแค่สองเดือน แผนของนายจะสำเร็จจริงหรือ” ความไม่มั่นใจของหญิงสาวทำให้เขารู้สึกรำคาญ

“จะให้พูดอีกกี่ครั้ง เธอถึงจะเชื่อ ก็เห็นรูปแล้วไม่ใช่หรือไง เจ้าจ้อยก็ยืนยันว่าสภาพแบบนั้นไม่มีทางรอดแน่!”               สัญชัยตอบเสียงกร้าว ชันตัวลุกขึ้นจากเตียงหันไปจ้องมองหญิงสาวที่มีแต่ความกลัดกลุ้มฉาบเต็มใบหน้า

“อย่าห่วงไปหน่อยเลย ถ้ายายรสสุคนธ์ไม่อยากทำให้บริษัทของพ่อตัวเองเดือดร้อนจริง วันนี้พรุ่งนี้เจ้าหล่อนก็ควรเตรียมยกพลไปล้อมกำแพงโรงเรียนนั่นได้แล้ว”

“แต่เขาก็ยังไม่ยอมแพ้ เขาบอกกับฉันว่ายังไงก็จะต้องแต่งงานกับยายโรสให้ได้ ต่อให้ยายโรสสร้างห้างสรรพสินค้าสำเร็จก็ตาม” ดวงตาของเจ้าหล่อนเหมือนไร้ความหวัง “เขาทำอย่างกับการแต่งงานกับโรสเป็นเหมือนเป้าหมายสำคัญของชีวิต”

ชายหนุ่มแค่นหัวเราะ “เธอก็รู้ดีไม่ใช่หรือว่านายนั่นไม่เคยแยแสเธอเลยสักนิด

คำพูดของเขาคงเหมือนมีดที่เสียดแทงลึกเข้าสู่หัวใจหญิงสาว หน่วยตาคู่นั้นจึงเผยความเจ็บแคนในอก เขาเห็นแล้วก็สุดเวทนา พ่นลมหายใจก่อนหย่อนขาลงจากเตียง คว้าผ้าขนหนูขึ้นพันกายเปลือยเปล่า เดินไปหยิบขวดเบียร์เย็นเฉียบจากตู้เย็นมาสองขวด จากนั้นย้อนกลับมายื่นส่งให้

“ดื่มไหม เผื่อจะรู้สึกดีขึ้น”

“ฉันอยากได้เหล้า”

น้ำเสียงที่เปล่งออกมาขมขื่นยิ่งกว่าความขมของเหล้า แต่เขาก็ยินดีจัดให้ตามคำขอ เลือกเหล้านอกราคาแพงที่สุดจากชั้นเก็บแล้วกลับไปหาหล่อนพร้อมแก้วสองใบ รินของเหลวสีอำพันใสแล้วส่งให้หญิงสาว แต่เจ้าหล่อนไม่รับไมตรีด้วยแก้วเล็ก ลุกพรวดขึ้นนั่งแล้วฉวยคว้าขวดเหล้าไปกรอกใส่ปากราวกับกระหายอยากได้ฤทธิ์สุรามาบรรเทาความเจ็บปวดหัวใจ

จนเหล้าในมือหล่อนพร่องลงไปเกือบค่อนขวด สัญชัยก็รีบฉวยคว้าคืน ส่งผลให้ดวงตาชื้นจ้องกลับอย่างโกรธขึ้ง “เอาเวลากินเหล้าเมาหัวราน้ำ ไปหาทางให้เขาเกลียดกันจนไม่อยากแต่งงานกันจะดีกว่าไหม”

“ก็ฉันบอกแล้วไม่ใช่หรือว่า ไม่ว่ายังไงเขาก็จะแต่งงานกับยายโรส ต่อให้ยายโรสเกลียดเขาเข้าไส้ยังไงก็ตาม”

“แล้วลองหรือยังล่ะ ลองทำให้แม่นั่นได้เกลียดเจ้าอิทธิฤทธิ์เข้าไส้หรือยัง”

ความว่างเปล่าบนใบหน้าของแพรพรรณรายไม่บ่งชี้ว่าหล่อนเคยทำ “นายมีวิธีดี ๆ หรือไง”

สัญชัยยกยิ้มที่มุมปาก หยิบโทรศัพท์จากหัวเตียงขึ้นมาไว้ จากนั้นก็เปิดโปรแกรมบันทึกเสียง ส่งผลให้หญิงสาวได้ฟังบทสนทนาระหว่างเขากับชายหนุ่มผู้ว่าจ้างเป็นรายได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ของราคาที่ดินที่ผู้ครองกรรมสิทธิ์โรงเรียนปลูกปัญญายอมหลังความพ่ายแพ้

“แต่ฉันแนะนำให้เธอเอาไปใช้แบล็คเมล์นายอิทธิฤทธิ์จะดีกว่าวิ่งโร่เอาไปฟ้องยายรสสุคนธ์” เขาแนะนำแล้วปิดโปรแกรมบันทึกเสียงสนทนาทันที

“นายนี่มันพญาจิ้งจอกชัด ๆ” แพรพรรณรายแสยะยิ้ม

ชายหนุ่มแค่นหัวเราะ ยกขวดเหล้าในมือกรอกปากพลางจ้องมองหญิงสาวสวยสะคราญ ก่อนวาดขาขึ้นไปบนเตียงคร่อมร่างอรชรไว้ด้วยต้นขาแกร่งทั้งสอง

“ถ้าอยากได้บันทึกคำพูดของนายอิทธิฤทธิ์เมื่อกี้ ก็รู้สินะว่าต้องแลกกับอะไร”

ดวงตาที่ส่อแววความปรารถนานั้นไม่เกิดเพราะเพียงเหล้าเข้าปากแล้วจะไปกระตุ้นความต้องการของอารมณ์กำหนัด แต่เขาแค่เรียกร้องสิทธิ์ตามข้อตกลงที่หล่อนให้ไว้

“ฉันหักหลังเพื่อนเพื่อเงินแล้วยังวางหมากให้นายอิทธิฤทธิ์ยอมจำนน พญาจิ้งจอกก็ยังดูด้อยไป”

เขาไม่ยอมรับในสมญา สะบัดผ้าห่มออกจากเรือนร่างขาวผ่องก่อนทาบทับแทนที่ด้วยเนื้อกายที่รุ่มร้อนของชายหนุ่ม

ดุจดั่งถ่านที่ยังไม่สิ้นความระอุ เมื่อได้เชื้อไฟอย่างดีก็สร้างเปลวเพลิงราคะในตัวหญิงสาวให้ลุกโหมขึ้นอีกครั้ง ความเร่าร้อนของหล่อนยังสร้างความหฤหรรษ์ให้เขาได้ไม่รู้เบื่อ น่าเสียดายที่เขาต้องเสียหล่อนให้ชายอื่นไปเชยชม

แต่ในความคิดของเพลย์บอยอย่างสัญชัยแล้ว ผู้หญิงก็ไม่ต่างอะไรกับของเล่นเก่าที่ถูกส่งต่อ จากเด็กกำพร้าที่เคยถูกเกณฑ์ไปต่อคิวรับของเหล่านั้นโดยไม่อยากได้แต่ก็ต้องทำเป็นดีใจต่อหน้าผู้บริจาค ก็ใครจะสนตุ๊กตาเก่าเหม็นสาบกันเล่า ในตอนนั้นเขาอยากได้คอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุดมากกว่า แต่หากเปรียบเทียบกับต้นกล้าที่ไม่แม้แต่จะโผล่หน้าไปตอนไปรับของแจก ก็นับว่าเขาไม่ทำตัวเย็นชากับผู้บริจาคเกินไป

ย้อนกลับมามองแพรพรรณรายที่เกิดในชุมชนแออัด มีแม่เป็นผู้หญิงทำงานกลางคืนซึ่งหายไปจากชีวิตบุตรสาว ปล่อยให้ยายเลี้ยงตามมีตามเกิด ยังรันทดกว่าเขาที่อยู่ใต้การดูแลของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่มีเจ้าหน้าที่ดูแลเข้มงวดยิ่งกว่านักเรียนโรงเรียนประจำ ในนาทีนั้น ชายหนุ่มจึงได้คำตอบให้ตัวเองว่า ที่เขาไม่เกลียดแพรพรรณรายก็เพราะหล่อนมีชีวิตต่ำต้อยกว่าเขานั่นเอง

หลังคืนร้อนที่หล่อนจ่ายเขาด้วยความอิ่มเอมทั้งคืน สัญชัยก็ไม่รอช้าที่จะไปเรียกเก็บเงินล่วงหน้ากับอีกหนึ่งผู้ว่าจ้าง และในครั้งนี้นายอิทธิฤทธิ์ก็มาตรงตามเวลานัด หากแต่ใบหน้าเรีบเฉยที่เคยเห็นกลับเปลี่ยนเป็นขุ่นเคืองเมื่อเขาหย่อนตัวนั่งลงบนโซฟาตัวเดิมในห้องทำงานส่วนตัวของรักษาการแทนกรรมการผู้จัดการบริษัทการบินแอนเจลฟลาย

“เรื่องเงินที่ตกลงกันไว้ ผมคงยังให้ไม่ได้”

“หมายความว่ายังไง!

การถูกปฏิเสธไม่จ่ายค่าตอบแทนก็ไม่ต่างกับถูกการตบหน้า สัญชัยจึงถามเสียงแข็ง ไม่เกรงกลัวว่าอีกฝ่ายจะเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาลากคอ และหากนายนี่ยึกยักนักล่ะก็ เขาจะงัดเอาบันทึกการสนทนาที่ส่งให้แพรพรรณรายมาบีบคั้นก่อน

“อย่างแรกเลยเพราะคุณผิดวาจา รสสุคนธ์รู้เรื่องผมกับหงส์แล้ว!” น้ำเสียงของอีกฝ่ายกร้าวปานกัน ดวงตาเรียวคู่นั้นก็บอกว่าไม่เคยเกรงกลัวใคร “และอยากที่สอง ผมบอกแค่ให้คุณปัดยุงรำคาญ ไม่ได้บอกให้คุณไปตบมันจนเกือบตาย!

“เรื่องของคุณกับหงส์ไม่ได้ออกจากปากผมแน่นอน และผมก็ไม่เคยรู้จักกับแม่รสสุคนธ์ของคุณเป็นการส่วนตัว” สัญชัยท้วงติงด้วยความโกรธ “แล้วก็เรื่องที่สอง เพื่อนของผมประสบอุบัติเหตุเอง ไม่เกี่ยวกับผม งานของผมแค่ทำยังไงก็ได้ให้กุหลาบในสัญญาตาย!

เครื่องหมายคำถามตัวโตปรากฏบนใบหน้าอิทธิฤทธิ์ “ถ้าทั้งสองเรื่องไม่ได้เกิดจากคุณแล้วจะเกิดจากใครกันได้ล่ะ”

“มันเป็นปัญหาของคุณ ไม่ใช่ปัญหาของผม แล้วคุณก็ต้องจ่ายครึ่งแรกให้ผมตามที่ตกลงกัน เพราะกุหลาบเจ้าปัญหาต้นนั้นไม่มีทางคืนชีพอีกแน่นอน”

แต่ฝ่ายอิทธิฤทธิ์ยังเงียบงัน เหมือนจมหายไปในภวังค์ความคิดของตน นานจนสัญชัยหมดความอดทน

“ผมยังเหลืองานอีกครึ่งหนึ่ง และครั้งนี้จะถือเป็นงานปิดจ๊อบของผม จะให้ผมทำต่อหรือยังไงก็บอกมา”

เรียวปากหยักของอิทธิฤทธิ์ยังเป็นเส้นตรง จ้องมองสัญชัยด้วยแววตาเคร่งขรึมคล้ายกำลังประมวลผลการตัดสินใจ แล้วถึงค่อยคลี่คำตอบ

“ทำงานของคุณให้จบเสีย แล้วค่อยมารับค่าตอบแทนทั้งหมดตามที่คุณขอ”

 

น้ำสะอาดหลั่งรดลงดินสร้างความชุ่มชื้นและสดชื่นให้แก่ราชิณีแห่งดอกไม้ที่จัดวางไว้ริมหน้าต่างให้แดดเช้าส่องถึง จากนั้นชายหนุ่มเจ้าของปลายนิ้วเรียวก็ไล่ตรวจตราดูสุขภาพของกิ่งก้านใบว่าไร้โรคและแมลงไร้รบกวนการแตกยอดใหม่ที่แต่ละยอดมีสีแดงก่ำสดใสพร้อมสำหรับการออกดอกผลิกลีบบานในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า

ถ้าหากหล่อนได้เห็น หล่อนจะดีใจกระโดดตัวลอยหรือร้องไห้ขี้มูกโป่งกัน ชายหนุ่มจินตาการใบหน้าของหญิงสาวในใจแล้วก็อมยิ้ม มองกุหลาบที่หล่อนเปลี่ยนชื่อพันธุ์ไปเป็นชื่อหล่อนตามอำเภอใจพลางคิดถึงคำบอกเล่าของลูกศิษย์ในวันที่เอา โรสมาส่งให้ถึงมือ

อาการกุหลาบต้นนั้น ร่อแร่มากค่ะครู ไม่น่ารอดในเกินวันสองวันนี้เป็นคำบอกเล่าล่าสุดของลูกศิษย์ในตอนเอา โรส

แม้รสสุคนธ์จะเปลี่ยนดินกี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็มีแต่จะแย่ลง ในทางกลับกัน ต้นจริงที่เขาแอบซ่อนไว้ในวันแรกที่เอะใจกลับแข็งแรงและโตวันโตคืน ต้นกล้ามั่นใจเต็มร้อยว่ามีใครบางคนไม่ต้องการให้กุหลาบของหล่อนอยู่รอด และใครคนนั้นต้องเป็นคนที่รู้วิธีทำให้กุหลาบตายได้แยบยล แต่ก็ไม่รอดพ้นจากการฉุกคิดของครูหนุ่ม

“ผมมาช้าไปหน่อย โทษที” นายเผ่าเปิดประตูเข้ามากล่าวขอโทษขอโพย “กว่าจะหลบนางหนูมุกมาได้ ต้องให้พี่แพร้วพาไปซื้อเค้กโรงแรมนู่นแน่ะถึงยอม”

เพราะไม่อยากให้ใครรู้เรื่องเขาออกจากโรงพยาบาลก่อนกำหนด แม้แต่เด็กหญิงตัวน้อยก็ตาม “ผมก็ต้องขอโทษพี่เผ่าด้วยขอให้ปิดเป็นความลับแล้วยังรบกวนให้มารับอีก”

เขาว่าพลางก้าวขาเดินไปหาโดยมีไม้ค้ำยันที่ต้องสร้างความคุ้นชินไปสักพักประหนึ่งอวัยวะของร่างกาย “ของ ๆ ผมมีไม่มาก นอกจากเสื้อผ้าเก่า โน้ตบุ๊คแล้วก็กระถางต้นไม้ต้นนั้น”

“เอ้อ แล้วครูกล้าจะกลับไปนอนโรงเรียนจริงหรือ”

“ผมมีที่อยู่ที่กินเป็นที่นั่นทีเดียวนี่ครับ”

“มันอาจจะ... ไม่เหมือนเดิมเท่าไหร่นะ”

คำพูดของนายเผ่าทำให้ต้นกล้าย่นคิ้ว แต่ชายชาวประมงไม่อธิบายอะไรต่อ เดินไปอุ้มกระถางกุหลาบที่วางริมหน้าต่างขึ้น

“ไม่อยากบอก ไปเห็นก็รู้เอง” แล้วเดินออกจากประตูไปทิ้งปริศนาไว้ให้เขางุนงง

จนเมื่อได้ไปเห็นกับตาตัวเอง ครูหนุ่มก็ตกตะลึงกับสภาพของโรงเรียนที่ปกคลุมไปด้วยฝุ่นหนาจากการทุบทำลายอาคารบ้านเรือนรอบด้าน และกลายเป็นว่ามีเพียงโรงเรียนแห่งนี้เท่านั้นที่ยังยืนตระหง่าน แต่ก็ดูมอซอเพราะผลกระทบจากบริเวณใกล้เคียง ไม่ได้สง่าผ่าเผยเหมือนในวันแรก ๆ  ที่เปิดการเรียนการสอน

“มันอันตรายเกิน ผมเลยไม่ให้หนูมุกมาให้อาหารไก่” ระหว่างที่นายเผ่าบอกพลางเอารถเข้าไปจอดเทียบแปลงกุหลาบที่ยังเห็นใบเขียวกับดอกสีสดใส “แต่คุณโรสกับยายฝ้ายมาช่วยกันรดน้ำล้างฝุ่นให้กุหลาบกับให้อาหารไก่ทุกวัน”

ละอองน้ำที่ยังเกาะบนใบเขียวเป็นหลักฐานยืนยันแก่ครุหนุ่มว่าพวกเธอมาทำภารกิจไปแล้วในเช้าวันนี้

“อ้อ แล้วก็...” นายเผ่ายกกระถางของ โรสมาวางไว้ที่ปลายเท้าของเขา แล้วเท้าเอวบอกเล่าอีกเรื่องสำคัญ “ยายฝ้ายบอกว่าคุณโรสเขาพาพวกวิศวกรกับเครื่องไม้เครื่องมือเข้าไปทำอะไรไม่รู้ในตึกเรียน”

ต้นกล้าลอบถอนหายใจ ทำแค่พยักหน้าเบา ๆ จากนั้นก้าวเดินสามขาเข้าไปดูภายในจนประจักษ์แจ้งถึงหตุที่อาคารเรียนยังไม่ทรุดลงมาเพราะโครงเหล็กที่ถูกสร้างเสริมน้ำหนักเน้นจุดสำคัญและคานที่ยังคงพบรอยร้าวแตกเป็นทางยาวน่ากลัว

ในระหว่างที่เขาพักฟื้นที่โรงพยายาลเกือบเดือนคือเวลาที่หล่อนล่วงล้ำเข้ามาช่วยพยุงอาคารเรียนไว้ แต่ระยะเวลาหลังจากนี้อีกหนึ่งเดือน จะเป็นช่วงสุดท้ายในการตัดสินจุดจบของสัญญาที่ทำขึ้นระหว่างเขาและหล่อนที่มีเพียงการรอให้กุหลาบบาน

ทว่าสัญญาที่แอนเจลฟลายจะต้องชดใช้หนี้คืนทั้งหมดภายในหนึ่งเดือนเท่ากันนั้น รอแค่คำตัดสินใจจากเขาว่าจะเชื่อมั่นในตัวผู้บริหารของบริษัทลูกหนี้หรือไม่

“ผมว่าครูไปอยู่บ้านผมสักพักดีกว่า ถึงจะเสริมโครงเหล็กแต่ตอนที่เครื่องจักรทำงานก็สั่นไปทั้งตึก”

“ขอบคุณครับ แต่ผมอยากอยู่ที่นี่” เขาบอกปัดน้ำใจ ไม่ใช่เพราะดื้อด้านไม่ห่วงความปลอดภัยในชีวิต แต่ห่วงว่าจ้อยอาจหนีหายไปหากเขาไปพบเจอ “แล้วจ้อยกับจ๊ะจ๋าเป็นยังไงบ้างครับ เด็กสองนั้นทำความลำบากอะไรให้พี่เผ่ากับพี่แพร้วหรือเปล่า”

“จ้อยก็ขยันช่วยงานดีอยู่ เห็นคุยโวกับลูกจ้างผมเป็นคุ้งเป็นแควเลยนะว่าจะเก็บตังค์ให้มากพอส่งจ๊ะจ๋าเรียนโรงเรียนฝรั่งในเมืองหลวง” นายเผ่าพูดระคนเสียงหัวเราะ

“พี่เผ่า” แต่ชายหนุ่มหยุดอารมณ์ดีให้ “อย่าให้จ้อยรู้ว่าผมอยู่ที่นี่”

นายเผ่าหุบยิ้มทันที “รวมถึงคนอื่นด้วยหรือเปล่า”

“ใช่ครับ พี่แพร้ว จ้อย จ๊ะจ๋า หนูมุก ฝ้าย แล้วก็... คุณรสสุคนธ์”

นายเผ่าพยักหน้าหงึก ๆ ตอบรับ แล้วก็เล่าข่าวล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับหญิงสาวที่ได้ยินมา “เรื่องที่คุณเขาให้พวกแม่ค้าพ่อค้าในตลาดเช่าที่น่ะ ผมได้ยินคุยกันว่าเขาเปลี่ยนเป็นรีไฟแนนซ์หนี้ให้โดยไม่ต้องใช้อะไรค้ำ”

“ไม่ต้องใช้อะไรค้ำ ?” ต้นกล้าย่นคิ้ว ทวนคำพูด

“ดอกเบี้ยก็แสนต่ำยิ่งกว่าธนาคารของรัฐอีกน่ะ พวกก็ยิ่งดีใจใหญ่ขอเปลี่ยนสัญญาจากเช่าที่ในห้างเป็นรีไฟแนนซ์หนี้กันหมด แล้วถ้าไม่เช่าที่ของห้างก็เอาเงินจากรีไฟแนนซ์ไปจ่ายค่าแผงตลาดของนายประชาแล้วขายของต่อได้อีก” นายเผ่าเล่าความต่อด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองเล็กน้อย “ส่วนเรื่องรับประกันราคาปลา ก็ยังเหมือนเดิม ไม่ได้ยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงอะไร”

“เธอเปลี่ยนแผนทำไมกัน” ต้นกล้ารำพึงเป็นคำถามกับตัวเอง ก่อนเอ่ยถามถึงความเคลื่อนไหวของนายประชา “แล้วฝั่งนายประชาล่ะครับ”

“ผมก็เห็นเขายิ้มหน้าระรื่นดีนะ ก็รายได้ทั้งจากค่าเช่าแผง ทั้งจากบ่อนก็ไหลมาเรื่อย ๆ นี่พวกพ่อค้าแม่ค้ายังไปเสี่ยงโชคในบ่อนอยู่บ่อย ๆ ไม่รู้จักเข็ดหลาบ ก็คงเห็นว่าไม่ต้องจ่ายดอกแพง แทนที่จะเอาเงินไปทำทุนต่อ ดันเอามาลงบ่อนเสียฉิบ” นายเผ่าพูดไปส่ายหน้าไป

นั่นหมายถึงความปลอดภัยของหญิงสาวที่หล่อนจะไม่ถูกระรานจากนายประชา แต่จะหมายถึงพวกผู้ปกครองเหล่านั้นจะส่งบุตรหลานกลับมาเรียนกับเขาเหมือนเดิมหรือไม่ ไม่มีอะไรบอกได้ชัดเจนนัก

แต่เท่าที่ประเมินสถานการณ์ นายเผ่าเองก็ไม่วางใจให้หนูมุกมาร่ำเรียนในโรงเรียนที่ปักป้ายเขตก่อสร้างอันตรายห้ามเข้า คงเหลือแค่ฝ้ายกับรสสุคนธ์ที่ไม่อยากให้ทั้งคู่มาเสี่ยงภัย แต่การที่เขาต้องอาศัยในสถานที่แห่งนี้ ก็เพื่อรอพิสูจน์ความจริง

หลังจากที่นายเผ่ากลับไปได้พักใหญ่ ก็ได้เวลาให้ชายหนุ่มเรียกเอกสารการเงินที่ขอให้เบนส่งมาสำหรับศึกษาเป็นข้อมูลเพิ่มเติม

แม้ชื่อไฟล์ที่ถูกระบุมาจะใช้คำว่าลับสุดยอด แต่ในวงการการเงินนั้น ไม่มีคำว่าลับหากคนต้องการเป็นบริษัทเงินทุนยักษ์ใหญ่ และไฟล์ที่เขาต้องการก็สำคัญต่อการตัดสินใจควบคู่กันไปกับข้อมูลของแอนเจิลฟลาย เขาจึงต้องมีงบการเงินย้อนหลังสิบปีของคุณากรพร็อพเพอตี้เพื่อดูการไหลของกระแสเงินสด

แล้วต้นกล้าก็พบสิ่งน่าสงสัยบางอย่างเกี่ยวกับเงินก้อนหนึ่งที่ไหลออกจากคุณากรพร้อมเพอตี้ แต่เป็นก้อนเท่ากันกับเงินที่ไหลเข้าแอนเจิลฟลาย และมันก็ไม่ใช่การปันผลตามสัดส่วนที่ระบุในสรุปการประชุมผู้ถือหุ้น

ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอย่างหล่อนจะรู้เรื่องนี้หรือไม่ คนนอกอย่างเขาไม่อาจรู้ได้ หากความสัมพันธ์ระหว่างสองบริษัทจะแน่นแฟ้นขนาดช่วยพยุงกันและกันก็ไม่แปลก แต่ควรอยู่ในรูปแบบการกู้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ไม่ใช่แค่โอนถ่ายเงินให้กันง่าย ๆ แบบนี้ เพราะมันจะทำให้ผลประกอบการของคุณากรพร็อพเพอตี้ที่ยังทำกำไรได้ในระดับหมิ่นเหม่ดิ่งลงเหวอย่างถาวร

หรือว่าอิทธิฤทธิ์จะเป็นมากกว่าผู้ถือหุ้นของคุณากรพร็อพเพอตี้ ซึ่งในสายตาผู้ชายเขาก็ดูออกว่านายนั่นหวงหญิงสาวยิ่งกว่าจงอางหวงไข่ จำได้ติดตาว่าตั้งแต่วันแรกที่พบกัน เจ้าของดวงตาเรียวคู่นั้นก็ขีดเส้นวางเขตแดนไม่ให้เข้าใกล้หญิงสาวไว้แล้ว

เกิดเจ็บปวดแปลบปลาบในอกราวบ่อน้ำพุที่รอวันปะทุไอน้ำสร้างความร้อนให้กับจิตใจ ชายหนุ่มปิดโน้ตบุ๊ค ก่อนนั่งจ้องมองเปลวไฟเต้นไหวจากเทียนที่จุดไล่ความมืดในห้องพักครู

กระทั่งได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวด้านนอก จึงรีบเป่าเทียนให้ดับ แล้วคลานเข่าไปแง้มประตู เห็นยอดกุหลาบในแปลงโยกเยก แต่ไม่เห็นร่างของมนุษย์ จึงค่อย ๆ คลานเข้าไปใกล้โรงเรือนมุ้งให้เงียบเสียงที่สุดเท่าที่สภาพร่างกายตอนนี้จะทำได้ จนเห็นว่าบานประตูที่ปิดล็อคโรงเรือนมุ้งถูกเปิดออก

“จ้อย”

ชายหนุ่มรำพึงชื่อของเด็กชายเบา ๆ แม้จะคาดเดาไว้ในใจแล้วว่าต้องเป็นศิษย์ตัวน้อย แต่พอเห็นกับตาว่าใช่หัวใจก็เจ็บปวดรุนแรง

กุหลาบที่เห็นชัดเจนว่าไม่น่ารอด ถูกมือน้อย ๆ เทเกลือจนหมดซองใส่ดินแล้วรดน้ำให้เกลือละลายซึมกลายเป็นพิษต่อดอกไม้มีหนาม แต่ไร้ปากร้องวอนขอชีวิต ก่อนถูกทิ้งให้ใช้เวลาช่วงสุดท้ายของมันหลังจากมีแสงจ้าคล้ายไฟหน้ารถสว่างวาบ มือสังหารกุหลาบในร่างผู้เยาว์จึงหมุนตัวเดินจากตรงนั้นแล้วหายไปกับเสียงเครื่องยนต์ที่ดังขึ้นแล้วเลือนลางห่างไกลออกไป

ส่วนครูหนุ่มอ่อนแรงเกินกว่าจะพาร่างกายที่ยังเดินไม่มั่นคงตามออกไปเรียกตัวศิษย์รักให้กลับมาฟังความจริงว่าหากกุหลาบไม่บานก็เท่ากับไม่มีโรงเรียนปลูกปัญญาอีกต่อไป ซึ่งมันไม่ใช่ความต้องการของเด็กชายที่รักโรงเรียนยิ่งกว่าบ้านของตัวเอง

คืนนั้นเขาหลับไม่สนิท ฝันเห็นเจ้าลายใบหน้าเละเทะของ ลูกตาหลุดออกจากเบ้าร้องโหยหวนทรมานฟังคล้ายเสียงร้องของคนกำลังขาดใจตาย แต่ฝันร้ายก็ทำให้ชายหนุ่มตื่นแต่เช้ามืดโดยไม่ต้องพึ่งนาฬิกาปลุก เขารีบเก็บข้าวเก็บของที่บ่งบอกถึงการมีตัวตนอยู่ในห้องพักครูจนเรียบร้อยไร้ร่องรอย แล้วหาที่หลบซ่อนตัวตรงจุดที่เห็นทุกอย่างในโรงเรือนมุ้งก่อนที่รสสุคนธ์และฝ้ายจะมาถึง

เสียงเปิดประตูรั้วดังตามด้วยเสียงรถเครื่องแจ้งเตือนว่าทั้งสองกำลังจะก้าวเข้าสู่โรงเรือนกุหลาบ เขาได้ยินบทสนทนาไม่ชัดนัก แต่เสียงหัวเราะของหญิงสาวกระตุ้นเร้าความอิ่มเอิบในใจ หากทว่าในตอนที่หล่อนเปิดประตูโรงเรือน เสียงหัวเราะสดใสก็หยุดชะงักราวกดปุ่ม

ความสลดประทับใจดวงหน้าหม่น ถึงจะไม่มีน้ำตา แต่ความเศร้าของหล่อนก็ส่งมาถึงหัวใจเขา ร่างบางในชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์สบายก้าวเข้าไปดูสภาพความเป็นไปของกุหลาบที่หล่อนทุ่มเทความตั้งใจทั้งหมดในการเลี้ยงดูอุ้มชู แต่ความทุ่มเทนั้นได้สลายไปแล้วต่อหน้าต่อตา

“หนูว่าคุณโรสบอกลามันดีกว่าค่ะ ถ้ามันมีชีวิตจริง มันคงขอบคุณและซึ้งใจคุณโรสมากอยู่” ฝ้ายพูดด้วยใบหน้าเห็นอกเห็นใจ

“ฉันทำอะไรผิดหรือเปล่า” เสียงสั่นเครือของหล่อนสะเทือนถึงชายหนุ่มที่ซ่อนตัวมอง

“ไม่ผิดแน่นอนค่ะ สิ่งที่ครูกล้าบอก คุณโรสทำมาหมดทุกอย่าง แต่บางครั้งมันก็อาจมีเรื่องเหนือความคาดหมาย” ฝ้ายปลอบใจได้ดีสมกับเป็นลูกศิษย์มือขวา

“อะไรล่ะ” แต่หญิงสาวยังไม่เข้าใจ “อะไรบ้างที่เธอคิดว่าเหนือความคาดหมาย”

ฝ้ายเม้มปากแน่น จ้องมองหญิงสาวนิ่ง คงจะคิดหาคำตอบให้หล่อนไม่ได้ แต่รสสุคนธ์ก็ไม่ได้คะยั้นคะยอขอคำตอบ หล่อนยืดอกสูดลมหายใจเข้าลึก

“แต่ที่ฉันคาดไว้ ในที่สุดมันก็เกิดขึ้นจริง นั่นคือกุหลาบไม่บาน ฉะนั้นโรงเรียนปลูกปัญญาจะต้องย้ายออกไปภายในสิ้นเดือนหน้า”



ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ

หากอัพช้าไปก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ค่ะ

จะพยายามอัพให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้


ในตอนนี้เหมือนกับต้นกล้าและโรสมีแต่ศัตรูรอบทิศ

ทั้คู่จะฝ่าฟันไปได้หรือไม่

ฝากให้กำลัใจกันต่อไปนะคะ




 


แอดแฟน หัวใจเศรษฐี คลิกที่รูปภาพจ้า

ผลงานนิยายที่อัพจบแล้ว

พันธะลวง ลมห่วงรัก พี่ปราณ-ธิดา (ผ่านการพิจารณาปลายปากกาสำนักพิมพ์)

กลพยาบาท จันทร์ซ่อนเงา ก้องปฐพี-ไหมแก้ว (ภาคต่อ พันธะลวง ลมห่วงรัก )


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

10 ความคิดเห็น