[Fic Osomatsu-san!] แหล่งลงฟิคสั้นของชาน้วย

ตอนที่ 1 : [Kara x Oso] กิจกรรม Secret Summer 2016

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 616
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    27 ส.ค. 59

Secret  Summer

Fic  Osomatsu-san!  KaraOso

 

          ไม่รู้ว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วที่ริมฝีปากเราสัมผัสกันแบบนี้...

            อากาศอบอ้าวในคืนฤดูร้อนรีดหยาดเหงื่อให้ผุดขึ้นตามไรผม  แสงสีนวลลอดผ่านหน้าต่างบานใสเผยให้เห็นร่างของใครคนหนึ่งซึ่งกำลังลักลอบทำบางอย่างด้วยความทุลักทุเล  ภายในห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ณ เวลานี้เหลือทิ้งไว้เพียงเสียงกรนของฝาแฝดทั้งห้าที่จมสู่ห้วงนิทราไปเรียบร้อยแล้ว  แต่เพราะแบบนั้นคนๆ  นี้ถึงต้องระวังเป็นพิเศษ

            ถ้ามีใครสักคนตื่นขึ้นมาเห็นล่ะก็คงไม่ใช่เรื่องดีแน่...

            เนิ่นนานกว่าริมฝีปากแสนเอาแต่ใจจะผละออก  แววตาของร่างบางสั่นไหวไม่ต่างกับหัวใจซึ่งกำลังเต้นรัวอยู่ในอก  เสียงลมหายใจที่ยังดังขึ้นอย่างสม่ำเสมอทำให้เขาแน่ใจได้ว่าสิ่งที่ทำลงไปเมื่อครู่ไม่ได้เป็นการเผลอปลุกอีกฝ่ายขึ้นมา

            โอโซมัตสึได้แต่จับจ้องใบหน้ายามหลับของแฝดคนน้องอยู่อย่างนั้น...

          นี่เราคบกันมาจะครึ่งปีแล้วนะ...

          แถมอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่มุดหัวออกมาจากท้องแม่แล้วด้วย

            พวงแก้มเนียนใสพองขึ้นนิดๆ  พร้อมกับความน้อยใจที่เริ่มก่อตัวขึ้นมาเสียดื้อๆ  และพอนึกย้อนกลับไปความไม่พอใจก็ยิ่งพุ่งสูงขึ้นไปอีก

            ใช่  โอโซมัตสึกับคารามัตสึต่างตกอยู่ในฐานะ  คนรัก’  ของกันและกันจวนจะครึ่งปีอยู่แล้ว

            แต่ทั้งคู่ก็ยังไม่เคย  จูบ’  กันเลยสักครั้ง

            แน่นอนว่าสำหรับแฝดคนพี่  ความรักที่เขาต้องการมันไม่ได้หยุดแค่การจับมือถือแขนหรือการกอดแลกไออุ่น  หลายต่อหลายรอบที่เขาพยายามเชิญชวนคารามัตสึให้ทำอะไรที่มากกว่านั้นทว่าสิ่งที่คิดก็ไม่เคยเป็นอย่างที่หวังเลย

            ‘ฉันอยากจะทะนุถนอมดอกไม้ที่สวยงามอย่างมายสวีตฮาร์ทไว้ไม่ให้บอบช้ำก่อนถึงเวลาผลิบานน่ะ

          ถึงจะพูดแบบนั้นแต่พี่ชายก็รอไม่ไหวหรอกนะ...

            ลมหายใจถูกพ่นออกมาเบาๆ  ก่อนเจ้าตัวจะโน้มใบหน้าลงไปใกล้ริมฝีปากของคนเบื้องล่างอีกครั้ง

          เจ้าบ้าคารามัตสึ...

 

          ซ่า...

            ระลอกคลื่นเคลื่อนเกลียวเข้าหาฝั่งครั้งแล้วครั้งเล่า  ผืนทะเลสีครามส่องประกายวิบวับเมื่อต้องแสง  ความร้อนจากไอแดดแผ่ซ่านผ่านท้องฟ้าปลอดโปร่งไร้ซึ่งเมฆบดบังลงกระทบผิวกายจนรู้สึกแสบ  แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อความสนุกสนานตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย

            อ๊า  อย่าเพิ่งสาดน้ำมาสิฮะพี่จูชิมัตสึ  โทรศัพท์ผมเปียกหมดแล้วนะ!”

            น้องชายคนสุดท้องเอ่ยปากโวยวายด้วยน้ำเสียงติดตำหนิเล็กน้อยพร้อมกับยกสมบัติล้ำค่าของตนขึ้นสูงเพื่อหลบหลีกหยาดน้ำที่อาจกระเด็นมาโดน  ทว่าประโยคนั่นกลับส่งผลตรงข้าม  ทั้งที่ต้องการให้พวกพี่ๆ  เลิกสาดน้ำมาทางนี้สักทีแต่สิ่งที่ได้รับดันเป็นเสียงวักน้ำนับครั้งไม่ถ้วนแทน

            สถานการณ์ที่เกือบจะกลายเป็นสงครามขนาดย่อมทำเอาคนที่เห็นกลั้นขำไว้แทบไม่อยู่  สายลมที่พัดมาปะทะใบหน้าและเงาดำครึ้มจากร่มคันใหญ่ที่ทาบลงมาช่วยคลายร้อนไปได้มากกว่าครึ่ง  โอโซมัตสึทอดสายตามองดูภาพตรงหน้าพลางลอบยิ้มออกมาบางๆ

          ไม่เสียแรงเลยจริงๆ  ที่วันก่อนหน้ามืดแทงม้าจนหมดตัว...

            เจ้าพวกนั้นดูสนุกกันดีนะ

            “...นั่นสินะ

            คำเห็นด้วยที่หลุดออกมาจากปากคนข้างๆ  ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของแฝดคนพี่ขยายกว้างขึ้นโดยไม่รู้ตัวก่อนความเย็นที่ซึมซาบผ่านผิวแก้มจะเรียกให้เขาหันไปมองต้นเหตุนั่น

            ...และสิ่งที่เห็นก็คือภาพคนรักของเขาที่กำลังส่งยิ้มมาให้พร้อมกับน้ำเปล่าในมืออีกหนึ่งขวด

            น้ำมั้ยบราเธอร์

          รู้ใจกันจริงๆ  เลยนะ...

            แต๊งกิ้ว!”

            โอโซมัตสึเอ่ยด้วยน้ำเสียงแสนสดใสแล้วรับน้ำในมือของอีกคนมาดื่มดับกระหาย  มือเรียวที่มีทรายเม็ดละเอียดติดอยู่นิดหน่อยถูกยกขึ้นปาดหยาดน้ำตรงมุมปากอย่างเคยชิน  ดวงตากลมโตเหลือบมองคนข้างๆ  ที่กำลังหยิบแว่นกันแดดสีทึบขึ้นมาใส่ก่อนในหัวจะนึกไปถึงสิ่งที่ตัวเองแอบขโมยจากอีกฝ่ายทุกๆ  คืน...

          พี่ชายรอไม่ไหวแล้วจริงๆ  นะ...

            ...นี่  คารามัตสึ

            “มีอะไรเหรอบราเธอร์?”

            พอได้ยินเสียงตอบรับนั่นบวกกับภาพในหัวที่จินตนาการเอาไว้แล้วเลือดในร่างก็ถูกสูบฉีดขึ้นมายังใบหน้าของแฝดคนพี่ทันที  ชายหนุ่มลอบกลืนน้ำลายลงคอไปก่อนจะตัดสินใจใช้มือข้างหนึ่งจับซิปเสื้อคลุมที่รูดขึ้นไว้จนสุดของตน

            คือว่านะ...

          ให้ความรู้สึกของพวกเราถลำลึกลงไปมากกว่านี้ได้รึเปล่า...

            รางหยักถูกแยกออกจากกันตามตัวซิปที่รูดต่ำลงมา  พี่ชายคนโตของบ้านเบือนหน้าหนีไปอีกทางเพื่อซ่อนสีหน้าสีระเรื่อเอาไว้ก่อนจะดึงซิปของเสื้อคลุมให้เลื่อนต่ำลงมาเรื่อยๆ  แล้วในที่สุดรางทั้งสองด้านก็แยกจากกันเป็นอิสระ

            โอโซมัตสึค่อยๆ  ปลดเสื้อคลุมที่ปกปิดร่างของตนออกทีละน้อยอย่างจงใจจนไหล่ขาวบางโผล่พ้นเนื้อผ้าและคาดว่าภาพนี้ก็คงปรากฏแก่สายตาคนข้างๆ  ด้วยเช่นกัน

          หึ  เป็นไงล่ะคารามัตสึ...

          ตอนนี้กำลังนึกเสียใจที่ไม่รีบคว้าตัวพี่ชายไว้อยู่รึเปล่าน้า

            มุมปากถูกยกขึ้นอย่างมีชัยก่อนเจ้าตัวจะหันกลับมาหาอีกคนเพื่อหวังยลสีหน้าอีกฝ่ายที่อาจอึ้งตาค้างไปเรียบร้อยแล้ว  ทว่าสิ่งที่เห็นกลับไม่ใช่อย่างที่คิดซ้ำยังเลวร้ายกว่านั้นมาก

            อีกฝ่ายเอาแต่มองภาพตัวเองที่สะท้อนอยู่ในกระจกโดยไม่สนใจเขาเลยสักนิด

            และความจริงตรงหน้าก็ทำให้เส้นความอดทนในหัวขาดดังผึง

            ...คารามัตสึ

            พี่ชายคนโตของบ้านเอ่ยเรียกแฝดคนน้องเสียงต่ำพร้อมกับอารมณ์ที่เริ่มคุกรุ่นขึ้นเรื่อยๆ  และมันก็พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ...

          เมื่อกี้นี้ไม่ได้มองมาเลยงั้นเหรอ...

            ว่าไงบรา...  อั่ก!”

            “ไอ้เวรมัตสึ!!!”

            ขวดน้ำที่บรรจุของเหลวไว้กว่าครึ่งถูกปาอัดใส่หน้าของอีกฝ่ายเต็มแรง  น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโมโหบ่งบอกให้ผู้ถูกกระทำรับรู้ถึงอารมณ์ของเขาได้อย่างไม่ต้องเดา  คนเป็นพี่มองคนที่กำลังร้องโอดโอยอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินหนีออกมาจากตรงนั้นโดยไม่คิดหันกลับไปมองอีก

          บ้าที่สุด  บ้าที่สุด  บ้าที่สุด!

          ทำถึงขนาดนี้แล้วยังไม่รู้ตัวอีกรึไง!

            ฝีเท้าถูกเร่งให้เร็วขึ้นตามอุณหภูมิข้างในที่กำลังเดือดขึ้นทุกขณะ  เสียงเรียกที่ดังไล่หลังมาไม่สามารถรั้งสองขาให้ก้าวช้าลงได้แม้แต่น้อย  และเม็ดทรายเนื้อละเอียดที่เจ้าตัวเหยียบย่ำลงไปก็ถูกใช้เป็นที่ระบายอารมณ์อย่างช่วยไม่ได้

          ฉันมันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ...

            ถ้อยคำตัดพ้อแล่นปราดเข้ามาในหัวแวบหนึ่งก่อนร่างบางจะส่ายหน้าไล่ความคิดนั้นออกไปแล้วมุ่งหน้ากลับที่พักด้วยอารมณ์ที่ยังคุกรุ่นไม่หาย

          ...โอนี่จังไม่ยุ่งด้วยแล้ว!

 

            เวลาที่ขยับเคลื่อนไปข้างหน้าย้อมผืนน้ำให้กลายเป็นสีเดียวกับท้องฟ้ามืดสนิท  ท่ามกลางความเงียบที่เข้าปกคลุมยังมีเสียงเกลียวคลื่นดังแทรกเป็นระยะๆ  ราวกับกำลังขับกล่อม  แต่ถึงบรรยากาศรอบด้านจะเงียบเชียบสักแค่ไหนประกายแสงจากวัตถุแท่งยาวก็ยังช่วยสร้างสีสันให้ชายหาดในค่ำคืนนี้ไม่ดูเงียบเหงาจนเกินไปนัก

            หมดแล้วแฮะ

            ชายหนุ่มในชุดฮู้ดสีเขียวเอ่ยขึ้นเบาๆ  เมื่อแสงจ้าจากไฟเย็นแท่งสุดท้ายมอดดับลง  วัตถุแท่งยาวถูกจุ่มลงในถังน้ำที่มีไฟเย็นอีกนับไม่ถ้วนแช่อยู่ในนั้น  และไม่นานแท่งไม้ที่เหลือจะถูกทยอยส่งต่อกันมาและลงไปอยู่ในถังอย่างที่ควรจะเป็น

            ทว่ายังมีอีกคนหนึ่งที่เหมือนจะไม่รู้ตัวเลยว่าพวกน้องๆ  กำลังจะกลับกันแล้ว

          เบื่อชะมัด...

            พี่ชายคนโตของบ้านจับจ้องไฟเย็นที่มอดดับไปแล้วตรงหน้าพลางแกว่งมันไปมาด้วยสีหน้าเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ  ก่อนการกระทำนั้นจะหยุดลงเมื่อเห็นฝ่ามือของใครบางคนยื่นมาตรงหน้า

            ส่งมาสิโอโซมัตสึ

            ทว่าเมื่อมองขึ้นไปแล้วเจ้าของชื่อที่ถูกเรียกเมื่อครู่ก็ถึงกับเบ้ปากอย่างไม่ปิดบัง...

            คารามัตสึพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุดพร้อมกับส่งยิ้มบางๆ  ให้กับคนรักของตนแม้จะพอเดาอารมณ์อีกฝ่ายจากคิ้วที่ขมวดกันยุ่งออกอยู่บ้าง  แต่แล้วน้ำใจของเขาก็ถูกปฏิเสธอย่างไม่ใยดีเมื่อแท่งไม้ในมืออีกคนถูกโยนขึ้นกลางอากาศก่อนจะลงไปแอ้งแม้งอยู่บนพื้นทรายเม็ดละเอียดที่ห่างจากตรงนี้ค่อนข้างมาก

          ว้อท!?!  งะ...  ไหงงั้น!?

            ร่างสูงมองคนตรงหน้าที่เบือนหน้าหนีไปทางอื่นอย่างไม่เข้าใจก่อนจะถอนหายใจออกมายาวๆ  แล้วเดินไปเก็บไฟเย็นที่พี่ชายตัวแสบเพิ่งโยนทิ้งไปเมื่อครู่

          ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะ...

            กลับกันเถอะ

            แฝดคนที่สามพูดขึ้นเมื่อเก็บซากไฟเย็นครบทุกแท่งแล้ว  ซึ่งประโยคที่ฟังดูเหมือนคำสั่งอยู่กลายๆ  นั่นส่งผลให้ฝาแฝดคนที่เหลือยอมก้าวตามหลังเขาไปแต่โดยดี

            แต่ก็มีอีกคนที่ยังมีปัญหาอยู่เช่นเดิม...

          อะไรกัน  จะกลับกันแล้วเหรอ

          ฉันยังไม่หายเบื่อเลยนะ...

            โอโซมัตสึมองตามแผ่นหลังของพวกน้องๆ  ที่ไกลออกไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย  ก่อนความคิดบางอย่างที่แล่นปราดเข้ามาในหัวจะสั่งให้เขาตะโกนรั้งคนตรงหน้าไว้แทบไม่ทัน

            เดี๋ยวก่อน!”  ร่างบางเว้นช่วงไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ  ค่ำคืนนี้น่ะมันยังไม่จบลงง่ายๆ  หรอกนะ!

            หา?”  คนที่เดินนำหน้าหันกลับมาให้ความสนใจกับแฝดคนพี่พลางขมวดคิ้วมุ่น  หมายความว่ายังไง?”

            หึ...” 

            ชายหนุ่มในชุดฮู้ดแขนสั้นสีแดงแค่นเสียงหัวเราะในลำคอก่อนสายตาจะทอดมองไปยังป่าทึบที่ห่างออกไปไม่ไกลนัก

            จริงๆ  ก่อนมาที่นี่เขาก็คิดเผื่อไว้แล้ว...

            ที่ป่าตรงนั้นน่ะมีสุสานอยู่ด้วยล่ะ...”  แฝดคนที่เหลือหันไปตามทิศทางที่นิ้วของผู้เป็นพี่ชี้ไป  แถมโอกาสได้มาทะเลแบบนี้ก็ไม่ได้หากันได้ง่ายๆ...

            “...”

            เพราะงั้น...”  รอยยิ้มซึ่งแฝงไปด้วยความไม่น่าไว้วางใจถูกระบายลงบนใบหน้าของแฝดคนพี่  มาทดสอบความกล้ากันเถอะ!

          และการทดสอบความกล้า  (บังคับ)  ของบ้านมัตสึโนะก็เริ่มต้นขึ้น

 

          เล่นตลกอะไรกัน...

            แสงไฟจ้าจากวัตถุทรงกระบอกในมือตัดผ่านความมืดและเผยให้เห็นเส้นทางที่ต้องไปต่อ  รอบด้านถูกรายล้อมไว้ด้วยต้นไม้ใหญ่ที่ขึ้นสูงจนกิ่งทับซ้อนกัน  เสียงแมลงหลากชนิดดังระงมไปทั่วบริเวณราวกับกำลังประสานเสียง  และถึงจะเป็นเวลากลางคืนแต่อุณหภูมิความร้อนก็ไม่ได้ลดลงแม้แต่น้อย  แถมในป่าก็ไม่มีลมโชยมาสักนิดซึ่งนั่นส่งผลต่ออารมณ์ของร่างบางให้หงุดหงิดขึ้นเป็นทวีคูณ  ซ้ำยังยิ่งหงุดหงิดขึ้นไปอีกเมื่อคนที่เป็นต้นเหตุของความขุ่นมัวทั้งหลายดันเป็นคนที่เดินอยู่ข้างๆ

            งั้นจับคู่โดยใช้ไม้สั้นไม้ยาวก็แล้วกัน!

            จริงอยู่ว่าเขาเป็นคนเสนอวิธีนั้น

          แต่ไม้ก็มีตั้ง  6  แท่งทำไมถึงต้องมาจับได้หมอนี่ด้วย...

            ลมหายใจถูกพ่นออกมาเป็นรอบที่ร้อย  แววตาของชายหนุ่มในชุดฮู้ดสีแดงเต็มไปด้วยความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด  ทั้งๆ  ที่กะจะหาอะไรทำให้อารมณ์ดีขึ้นแท้ๆ  แต่นี่มันกลับแย่ยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

            แน่นอนว่าใครอีกคนก็สังเกตเห็นใบหน้าอันบูดบึ้งนั่นด้วยเช่นกัน

            ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในป่าคารามัตสึก็แอบเหลือบมองคนข้างๆ  เป็นระยะๆ  เพื่อสำรวจอาการของอีกฝ่ายและสิ่งที่ได้ก็เป็นอย่างที่คาดเอาไว้  นี่ผ่านมาจะยี่สิบนาทีอยู่แล้วทว่าร่างบางก็ยังไม่หันหน้ามาคุยกับเขาสักคำแถมเอาแต่เดินดุ่มๆ  เหมือนอยากจะออกไปจากป่านี่เต็มแก่ทั้งที่ตัวเองเป็นตัวตั้งตัวตีเรื่องการจัดทดสอบความกล้าครั้งนี้แท้ๆ...

            เอ่อ...  โอโซมัตสึ

            ในที่สุดร่างสูงก็ต้านทานความอึดอัดระหว่างเขากับอีกคนไม่ไหวจึงตัดสินใจพูดขึ้นทำลายความเงียบ  แล้วไม่นานน้ำเสียงราบเรียบก็เปล่งคำตอบรับสั้นๆ  ออกมา

            อะไร

            ...วันนี้สนุกดีเนอะ

            ประโยคที่แทรกเข้ามาในโสตประสาททำเอาเจ้าของชื่อที่ถูกเรียกนิ่งไปครู่หนึ่งราวกับกำลังครุ่นคิดบางอย่างก่อนอารมณ์ข้างในจะเริ่มปะทุขึ้นอีกครา

            เหรอ

            สิ้นเสียงนั่นความเงียบก็โรยตัวลงมาทันที  ทั้งๆ  ที่พยายามจะหาเรื่องคุยแต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับทำให้แฝดคนน้องยิ่งอึดอัดมากกว่าเดิม  ทว่าเขาก็ยังไม่ละความพยายาม  แล้วนาทีต่อมาประโยคใหม่ก็ถูกพูดขึ้นอีก

            ...ถ้าได้มาอีกก็คงดีเนอะ

            คงงั้นมั้ง

            แล้วบทสนทนาก็จบลงเพียงเท่านั้น...

            ชายหนุ่มในชุดฮู้ดสีน้ำเงินพยายามใช้สายตาลอบสังเกตสีหน้าของคนข้างๆ  แต่อีกฝ่ายก็เหมือนจะรู้ตัวเลยหันหน้าหนีไปอีกทางซึ่งท่าทางแบบนั้นส่งผลให้ความอดทนของเขาลดฮวบจนแทบจะกลายเป็นศูนย์

          อะไรกันท่าทางแบบนั้น

          ตั้งแต่เมื่อกลางวันแล้วนะ

            โอโซมัตสึ

            คราวนี้น้ำเสียงที่เปล่งออกไปแฝงไว้ด้วยความจริงจังต่างจากเมื่อครู่ลิบลับ  ร่องรอยความกังวลที่ประดับอยู่บนใบหน้าสามารถบ่งบอกถึงอารมณ์ข้างในได้เป็นอย่างดี

            ...อะไรอีกล่ะ

            นายโกรธอะไรฉันรึเปล่า

            โกรธ?”  ร่างบางทวนคำซ้ำโดยไม่คิดจะหันไปมองอีกคน  เปล่านี่

          โกรธอยู่เห็นๆ...

            แต่ฉันว่า...

            เฮ้อ  เซ้าซี้อยู่ได้  ก็บอกว่าเปล่าไงเล่า!

            โอโซมัตสึกระแทกเสียงตอบด้วยความหงุดหงิดก่อนจะสาวเท้านำไปในความมืดโดยไม่สนอะไรอีก  ฝีเท้าเร่งความเร็วขึ้นหวังไม่ให้แฝดคนน้องตามทัน  ทว่าความรีบร้อนนั่นกลับทำให้เขาลืมเรื่องความปลอดภัยของตัวเองไปเสียสนิท

            อ๊ะ!?!”

            ร่างบางร้องเสียงหลงเมื่อขาข้างหนึ่งสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่าง  ร่างกายที่สูญเสียการควบคุมถูกแรงโน้มถ่วงดึงดูดเข้าหา  ก่อนภาพตรงหน้าจะหมุนคว้างในที่สุด

          พลั่ก!

            โอโซมัตสึ!?”

            ทันทีที่ได้ยินเสียงร่างกระทบพื้นสองขารีบวิ่งเข้าไปหาคนตรงหน้าที่เสียหลักล้มลงไปด้วยความร้อนรนทันที  ร่างสูงย่อตัวลงเพื่อจะตรวจดูอาการของอีกฝ่ายได้ถนัดๆ  ทว่าไม่ทันได้ยื่นมือเข้าไปช่วยคนที่ล้มลงไปกับพื้นก็ค่อยๆ  ใช้แขนยันร่างตัวเองขึ้นนั่งพร้อมสบถเสียงเบา

            บ้าชะมัด...

            แฝดคนพี่กวาดสายตาไปรอบๆ  ก่อนจะพบกับรากไม้ใหญ่ที่น่าจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้เขาต้องล้มคลุกลงกับพื้นจนเปื้อนฝุ่นแบบนี้

            เป็นอะไรมั้ยโอโซมัตสึ  ลุกไหวรึเปล่า?”

            อาจเพราะมัวแต่สาปแช่งรากไม้นั่นอยู่ร่างบางจึงไม่ทันสังเกตเห็นว่าตอนนี้แฝดคนน้องขยับเข้ามาใกล้แค่ไหนแล้ว  แถมน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงนั่นก็ทำเอาใจในอกอ่อนยวบ  แต่เพียงพริบตาเดียวเขาก็สามารถสลัดความรู้สึกนั้นทิ้งไปได้สำเร็จก่อนสมองจะสั่งการว่าควรรีบออกไปจากตรงนี้สักที

            ฉันลุกไหว...  โอ๊ย!

            อยู่ๆ  ความเจ็บปวดก็แล่นปราดเข้ามาที่ข้อเท้า  และก่อนเขาจะเสียหลักล้มลงไปอีกรอบก็มีมือของใครอีกคนเข้ามาช่วยประคองไว้ได้พอดี

            ...อย่าฝืนสิ

            คารามัตสึเอ่ยพลางไล่สำรวจร่างกายของฝาแฝดร่วมสายเลือดตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนสายตาจะสะดุดเข้ากับขาข้างหนึ่งที่ลงน้ำหนักได้ไม่เต็มที่  ชายหนุ่มตัดสินใจจับคนในอ้อมแขนให้นั่งลงกับพื้นแล้วย่อตัวลงอีกรอบ  มือหนาเอื้อมไปจับเท้าอีกฝ่ายมาตรวจดูโดยไม่รอคำอนุญาต  ซึ่งการกระทำนั่นก็เรียกเสียงโวยวายให้ดังขึ้นมาทันที

            เฮ้ย  เอามือนายออก...

            อย่าดื้อน่า!

            น้ำเสียงจริงจังที่เปล่งออกมาทำให้ทุกถ้อยคำที่กำลังจะพูดต่อจากนี้จำต้องกลืนลงคอไป  ริมฝีปากบางของผู้เป็นพี่ได้แต่ปิดเงียบเมื่อสังเกตเห็นสีหน้าที่เจือปนไปด้วยความเคร่งเครียดและความเป็นห่วงอย่างปิดไม่มิดของอีกคน  แล้วภาพนั้นก็ทำเอาลำคอตีบตันไปชั่วขณะ

          คารามัตสึ...

            ชายหนุ่มในชุดฮู้ดสีน้ำเงินมองข้อเท้าที่บวมเป่งอย่างพินิจก่อนจะลองดัดมันเบาๆ  เพื่อหาคำตอบให้กับสมมติฐานของตัวเอง

            จะ...  เจ็บ!!!

            ...และผลก็เป็นอย่างที่คาดไว้

            ข้อเท้าแพลงน่ะ  อาจเดินไม่ได้สักพัก...  แต่ก็ยังดีล่ะนะที่ไม่ได้เป็นอะไรมาก

            ร่างสูงถอนหายใจพร้อมกับคลี่ยิ้มออกมาบางๆ  อย่างโล่งอกที่คนรักของเขาไม่ได้รับบาดเจ็บไปมากกว่านั้น  ทว่ารอยยิ้มนั่นกลับทำให้คนที่เห็นชะงักไป

            หัวใจเหมือนจะเต้นผิดไปจังหวะหนึ่ง...

            เอ้า  ขึ้นมาสิ

            หลังรู้ถึงอาการอีกฝ่ายเรียบร้อยแล้วคารามัตสึก็ย่อตัวลงข้างหน้าแฝดคนพี่โดยหันหลังให้  แต่ร่างบางก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายจะสื่อสักเท่าไหร่

            หา?”

            ฉันจะพานายไปเอง

          แปลว่าให้ฉันขี่หลังนายงั้นเหรอ?

            อยู่ๆ  หน้าก็ร้อนวาบขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ  ความหงุดหงิดที่เคยมีอันตรธานหายไปหมดและถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกๆ  แทน

          ให้ตายเถอะ...

            ...อย่าทำได้ใจไปล่ะ

            ฮะๆ  เข้าใจแล้ว

            รอยยิ้มค่อยๆ  ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของแฝดคนพี่อย่างห้ามไม่อยู่  แขนทั้งสองข้างถูกวาดขึ้นกอดคอคนตรงหน้าเอาไว้ก่อนระยะห่างระหว่างร่างของเขากับแผ่นหลังกว้างจะกลายเป็นศูนย์  เมื่อจัดท่าจัดทางเรียบร้อยแล้วชายหนุ่มในชุดฮู้ดสีน้ำเงินก็ใช้แขนเกี่ยวขาของคนข้างหลังไว้และค่อยๆ  ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

            งั้นไปกันเลยนะ

            อื้อ!

            โอโซมัตสึขานรับในลำคอพร้อมกับกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น  แล้วสองขาของคนที่แบกเขาเอาไว้ก็เริ่มก้าวออกไป

          นายนี่ใจดีฉันตลอดเลยนะ...

            ไออุ่นจากแผ่นหลังที่แผ่ซ่านมาไม่ได้ทำให้รู้สึกร้อนเหมือนก่อนหน้านี้เลยสักนิด  ซ้ำมันยังช่วยขับกล่อมให้ใจดวงนี้สงบลงได้อย่างน่าเหลือเชื่อจนเขาเองก็ยังแปลกใจ  แฝดคนพี่ลอบยิ้มกับตัวเองก่อนภาพเมื่อตอนกลางวันจะย้อนกลับเข้ามาในหัว 

            ตอนที่เขาโมโหแล้วเผลอปาขวดน้ำใส่หน้าอีกฝ่ายเต็มแรง...

            แล้ววินาทีต่อมาความรู้สึกผิดก็เข้ากัดกินใจดวงนี้ทันที

            ...คารามัตสึ

            หืม?”

            แฝดคนน้องขานรับเบาๆ  โดยที่ขาทั้งสองข้างยังคงมุ่งหน้าต่อไปเรื่อยๆ  แววตาของโอโซมัตสึไหววูบไปครู่หนึ่งก่อนเจ้าตัวจะรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีแล้วกลั่นกรองมันออกมาเป็นคำพูด

            เรื่องเมื่อกลางวัน...  พวงแก้มเนียนใสขึ้นสีระเรื่อเล็กน้อยพร้อมกับเอ่ยเสียงอู้อี้  ฉัน...  ขอโทษนะ

            คำพูดนั่นทำเอาคนที่ได้ฟังเผลอคลี่ยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่อยู่...

            อา  ไม่เป็นไรหรอก

            ชายหนุ่มในชุดฮู้ดสีแดงเผลอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อได้ยินประโยคเมื่อครู่ก่อนจะยกมุมปากขึ้นแล้วซุกหน้าลงกับแผ่นหลังกว้างเพื่อซึมซับไออุ่นจากคนที่ตัวเองรักมากที่สุด...

          อา...

          จริงๆ  แบบนี้...

          ก็ไม่เลวนะ

 

            ความอึดอัดที่เคยเข้าโอบล้อมถูกทำลายลงด้วยเสียงหัวเราะที่ดังขึ้นเป็นพักๆ  ฝาแฝดทั้งสองต่างหยอกเล่นกันไปมาตลอดเส้นทางจนเกือบลืมเป้าหมายที่เดินเข้ามาในป่าทึบแห่งนี้  ทว่าไม่นานเสียงของทั้งคู่ก็ค่อยๆ  เงียบหายไปเมื่อสายตาสังเกตเห็นวัตถุบางอย่างที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า  ซึ่งความจริงที่ใกล้เข้ามาทำเอาขาของร่างสูงชะงักเกิดไปเสียดื้อๆ

            ...มีอะไรรึเปล่าคารามัตสึ?”

            อะ...  เอ๊ะ?”  เจ้าของชื่อในประโยคเมื่อครู่แอบสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะตอบ  ...เปล่าหรอกบราเธอร์

            ดีล่ะ  งั้นรีบเข้าไปกันเถอะ!

            ...อา

            คารามัตสึขานรับก่อนจะบังคับฝีเท้าของตนให้ก้าวออกไป  อากาศรอบตัวเหมือนหนักขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ  เส้นทางต่อจากนี้ถูกขนาบไว้ด้วยแท่นหินจำนวนมากที่มีชื่อของบุคคลที่เสียไปแล้วสลักอยู่บนนั้น  ซ้ำสภาพที่เละเทะราวกับไม่ได้รับการดูแลรักษามาเป็นเวลานานก็เสริมให้บรรยากาศในสถานที่แห่งนี้ยิ่งน่าวังเวงขึ้นไปอีก

            ไม่เห็นจะเท่าไหร่เลยเนอะ

            ร่างบางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับสภาพรอบตัวเลยสักนิด  ต่างจากใครอีกคนที่กำลังถูกความกลัวเข้าครอบงำไปทีละน้อย...

            นะ...  นั่นสินะ

            แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากแสร้งทำตัวปกติและพยายามกลบเกลื่อนอาการของตัวเองเพื่อไม่ให้ใครอีกคนล่วงรู้...

            ทว่าก็ปกปิดมันไว้ไม่ได้อยู่ดี...

            โอโซมัตสึเลิกคิ้วข้างหนึ่งขึ้นด้วยความสงสัยเมื่อรู้สึกได้ถึงความเย็นจากฝ่ามือของอีกฝ่าย  ดวงตากลมโตมองตรงไปข้างหน้าก่อนจะพบว่าอีกไม่ไกลก็หลุดพ้นจากเขตสุสานแล้ว

          หมอนี่กลัวงั้นเหรอ...

            ไวเท่าความคิด  วินาทีต่อมาแฝดคนพี่ก็จัดการลากริมฝีปากของต้นเข้าไปใกล้ต้นคอของอีกฝ่ายก่อนจะเป่าลมหายใจร้อนรดบริเวณนั้นเบาๆ

            ว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!?!”

            เฮ้ย!ดะ...  เดี๋ยวก่อนคารามัตสึ!!

            ชายหนุ่มในชุดฮู้ดสีแดงร้องเสียงหลงเมื่ออยู่ๆ  คนที่อาสาแบกร่างของเขาเอาไว้กลับออกตัววิ่งด้วยความเร็วชนิดที่ว่าถ้าเขาไม่กระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้นคงจะหงายหลังตกลงไปเรียบร้อยแล้ว  ด้วยความกลัวถึงขีดสุดทำให้ขาของแฝดคนน้องก้าวออกไปอย่างรวดเร็ว  และเพียงชั่วพริบตาป้ายชื่อโดยรอบก็เปลี่ยนกลับเป็นภาพต้นไม้สูงเหมือนก่อนที่จะเข้าสุสานมาทว่าตอนนี้เจ้าตัวเหมือนจะไม่สนอะไรอีกแล้วนอกจากสั่งตัวเองว่าต้องรีบสับเท้าไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด

            คะ...  คารามัตสึ!!  เมื่อกี้เป็นฝีมือฉันเอง  หยุดวิ่งได้แล้ว!!!

            ความเร็วชะลอลงทันทีเมื่อแฝดคนพี่เอ่ยความจริงออกไป  ร่างบางถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่ในที่สุดน้องชายคนนี้ก็หยุดวิ่งเสียที  แต่โล่งใจได้เพียงครู่เดียวสายตาก็ไปปะทะเข้ากับแววตาตื่นตระหนกที่กำลังจ้องมองมาที่เขา...

            ยะ...  อย่าเล่นแบบนี้สิโอโซมัตสึ!!

            น้ำเสียงหอบเหนื่อยเอ่ยขึ้นอย่างตำหนิ  แววตาสั่นระริกตรงหน้าทำเอาแฝดคนพี่ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะถามสิ่งที่วนเวียนอยู่ในห้วงคิดออกไป

            นี่นาย...  กลัวผีเหรอ?”

            “!?!”

            ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อถูกล่วงรู้ความจริง  ชายหนุ่มในชุดฮู้ดสีน้ำเงินกระแอมกระไอนิดหน่อยก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ  และแสร้งทำตัวให้เป็นปกติที่สุดแม้จะรู้ว่าถึงทำแบบนี้ไปมันก็ไม่มีประโยชน์แล้วก็ตาม..

            คนอย่างฉันน่ะเหรอจะกลัวสิ่งที่วิทยาศาสตร์พิสูจน์ไม่ได้แบบนั้น..."  คารามัตสึเอ่ยเสียงเข้มก่อนจะปิดท้ายคำพูดของตัวเองด้วยวลีเด็ดขาด  โนเวย์!

 

            หวาคารามัตสึคุงกลัวผีเหรอเนี่ย~”

            แล้วก็เป็นไปตามคาด...

            หลังจากที่เดินกลับจากสุสานนั่นร่างสูงก็ถูกแฝดคนพี่แหย่เล่นมาตลอดทาง  ถ้อยคำน่าอายที่ดังขึ้นข้างหูอย่างไม่หยุดไม่หย่อนกระตุ้นต่อมความอดทนของเขาให้ลดน้อยลงทุกขณะ

          ล้อเข้าไป...

          เรื่องที่นายทำไว้ฉันยังไม่ได้คิดบัญชีเลยนะ...

            ว่าไงคารามัตสึคุง  ตอบพี่ชายหน่อยซี่~”

            ชายหนุ่มในชุดฮู้ดสีแดงพูดด้วยน้ำเสียงล้อเลียนพร้อมกับใช้นิ้วชี้จิ้มลงบนแก้มนุ่มนิ่มของอีกฝ่ายอย่างยียวน  รอยยิ้มที่ระบายอยู่บนริมฝีปากบ่งบอกให้รู้ว่าเขารู้สึกเบิกบานแค่ไหนที่ได้แกล้งคนรักของตัวเองแบบนี้

            นี่ๆ  คารามัตสึคุง

            ...

            คารามัตสื่ออออ~”

            โอโซมัตสึ

            อ๊ะ  พร้อมตอบคำถามพี่ชายแล้วเหรอ?”

            ในที่สุดความอดทนของแฝดคนน้องก็หมดลง...

            สองขาหยุดนิ่งไปก่อนชายหนุ่มในชุดฮู้ดสีน้ำเงินจะย่อตัวลงแล้วปล่อยร่างที่ตนแบกไว้ลงกับพื้นบริเวณใกล้โคนต้นไม้ใหญ่  ดวงตากลมโตของคนเป็นพี่ได้แต่กระพริบปริบๆ  ด้วยความงุนงงที่อยู่ๆ  อีกฝ่ายก็ปล่อยเขาลงแบบนี้  ทว่ายังไม่ทันจะจับต้นชนปลายถูกร่างบางก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อมือหนาของคนตรงหน้าเอื้อมมาตะปบไหล่เข้าอย่างจัง

            ...ขี้โกง

            หา?”

            นายน่ะขี้โกง  ทุกเรื่องเลย

            คิ้วทั้งสองขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจเมื่อได้ยินประโยคของอีกคน  ริมฝีปากบางเตรียมเปล่งเสียงโต้ตอบอีกระลอกทว่าสายตาที่จ้องลึกเข้ามากลับทำให้เขาชะงักไป...

            อยู่ๆ  ความประหม่าก็แล่นเข้ามาเสียดื้อๆ...

            ฉะ...  ฉันไปโกงอะไรนายตอนไหน

            ร่างบางพยายามคุมเสียงตัวเองให้เป็นปกติที่สุดก่อนจะเบือนหน้าไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาคุกคามที่กำลังจับจ้องมา

            ก็ที่นายแอบจูบฉันทุกคืนไง

            “!?!”

          วะ...  ว่าไงนะ...!?

            รวมถึงเมื่อตอนกลางวันที่นายแกล้งถอดเสื้อผ้าด้วยท่าทางแบบนั้นต่อหน้าฉันด้วย

            คำตอบที่ได้รับทำเอาคนฟังนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนเลือดในร่างจะสูบฉีดไปทั่วใบหน้า  แฝดคนพี่หันกลับมามองน้องชายของตนอย่างไม่อยากเชื่อสายตา  ร่างบาง พยายามควานหาเสียงตัวเองที่หายไปแล้วถามขึ้นอีกครั้งเพื่อยืนยันสิ่งที่คิด

            แปลว่าที่ผ่านมา...  นายรู้มาตลอดเลยเหรอ?”

            ก็ใช่น่ะสิ

            ก้อนเนื้อในอกเต้นระรัวราวกับตีกลอง  แต่ชายหนุ่มในชุดฮู้ดสีแดงก็ยังเปล่งเสียงขึ้นมาอีกเมื่อประโยคที่อีกฝ่ายเคยพูดไว้ดังก้องอยู่ในหัว

            แล้วที่นายเคยพูดประมาณว่าไม่อยากทำกับฉัน...

            นั่นเพราะฉันกลัวจะหยุดตัวเองไม่ได้ต่างหาก

            คารามัตสึเอ่ยตอบด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีระเรื่อไม่แพ้กับอีกคน  แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่สั่งให้ริมฝีปากของตัวเองหยุดโพล่งความจริงออกไป

            ฉันอุตส่าห์เก็บความต้องการของตัวเองเอาไว้และอดทนมาตลอด  แต่นายก็มาคอยก่อกวนความตั้งใจของฉันอยู่เรื่อย...

            คะ...  คารามัตสึ...

            เป็นเพราะนายเองนะ  แฝดคนน้องออกแรงบีบไหล่พี่ชายของตนเล็กน้อยก่อนจะพูดประโยคสุดท้าย  เพราะงั้นฉันจะไม่ทนแล้ว

            ดะ...  เดี๋ยว  อื้อ…!”

            คำพูดทั้งหมดจำต้องถูกกลืนลงคอไปเมื่อริมฝีปากบางตรงหน้าทาบทับลงบนกลีบปากสีระเรื่อของแฝดคนพี่  การจู่โจมแบบไม่ทันให้ตั้งตัวนั่นทำเอาดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตระหนก  สัมผัสนุ่มหยุ่นจากเรียวปากนี้มักจะทำให้เขาใจเต้นได้ทุกครั้งที่สัมผัสในยามค่ำคืน  ทว่าคราวนี้ความรู้สึกที่ได้รับมันกลับต่างออกไปโดยที่เขาเองก็ไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดนัก

            อาจเป็นเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ถูกอีกฝ่ายเริ่มก่อนก็ได้...

            หัวใจในอกสั่นไหวรุนแรงจนเขาแอบกลัวว่าใครอีกคนจะได้ยินมันแต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธ  โอโซมัตสึหลับตาลงแล้วเริ่มขยับริมฝีปากตอบรับสัมผัสนี้บ้าง  ทว่านั่นกลับเป็นการเปิดโอกาสให้คนตรงหน้าได้คิดบัญชีกับเขาอย่างเต็มที่

            อะ...  อื้อ!!”

            ร่างบางร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่ออีกฝ่ายถือวิสาสะตักตวงความหวานจากโพรงปากของเขาอย่างจาบจ้วงราวกับหมาป่าที่กำลังขย้ำเหยื่อ  ช่องท้องเบาโหวงเหมือนอวัยวะข้างในลอยหายไปหมด  ความร้อนแรงที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  ทำให้มือเล็กต้องเอื้อมไปขยุ้มเสื้อของคนตรงหน้าไว้อย่างหาที่พึ่ง  หยาดน้ำใสรื้นขึ้นที่ขอบตาจนฉ่ำเยิ้ม  และก่อนที่ลมหายใจจะขาดห้วงริมฝีปากนั่นตัดสินใจผละออกไป

            แฝดคนพี่รีบกอบโกยอากาศเข้าปอดทันทีเมื่อเรียวปากถูกปล่อยให้เป็นอิสระ  โดยไม่ทันตั้งตัวร่างของเขาก็ลอยขึ้นจากพื้นเนื่องจากถูกท่อนแขนแกร่งช้อนเอาไว้  คารามัตสึมองใบหน้าที่แดงซ่านสลับกับดวงตากลมโตซึ่งชื้นฉ่ำไปด้วยน้ำตานั่นก่อนจะยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย

            นี่แค่มัดจำนะ”  ชายหนุ่มในชุดฮู้ดสีน้ำเงินกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นแล้วก้มลงกระซิบคำพูดถัดไปที่ข้างหู  ...หลังจากนี้ฉันไม่ปล่อยนายไปแน่

            ใบหน้าของแฝดคนพี่รวมถึงใบหูร้อนผ่าวขึ้นมาจนเจ้าตัวรู้สึกได้  หลังจากนั้นร่างสูงก็เริ่มก้าวขาไปข้างหน้าและไม่ปริปากพูดอะไรออกมาอีก

            คนในอ้อมแขนนิ่งอึ้งไปเหมือนทำอะไรไม่ถูก...

            โอโซมัตสึเหลือบมองเจ้าของท่อนแขนแกร่งก่อนจะหลุบตาลงเมื่อน้องชายของเขาดันจ้องกลับมาอย่างคุกคาม  และตลอดทางที่กลับเขาก็ไม่กล้าแหย่เรื่องที่คารามัตสึกลัวผีอีกเลย

          อ่า...  ไหงกลายเป็นแบบนี้ไปได้นะ

          เหมือนจะเผลอปลุกเสือในตัวหมอนี่ให้ตื่นขึ้นมาซะแล้วสิ

 

(The  End)


---------------------------------------------------------------------------------------------------------

ฟิคนี้เป็นฟิคที่แต่งให้ซีเคร็ทที่เราได้ค่ะ

จริงๆ  มีอีกรูทที่เป็นรูทดราม่า  (ถนัด 5555)  แต่ปั่นไม่ทันแล้วค่ะ  แง

ถ้าชอบล่ะก็จะดีใจมากๆ  เลยค่ะ U v U

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #6 meenakaewaline (@meenakaewaline) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 22:39
    เราชอบคู่นี้ทำต่อไปนะเราจะรออออออ^^
    #6
    0
  2. #5 meenakaewaline (@meenakaewaline) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 22:39
    เราชอบคู่นี้ทำต่อไปนะเราจะรออออออ^^
    #5
    0
  3. #4 meenakaewaline (@meenakaewaline) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 22:39
    เราชอบคู่นี้ทำต่อไปนะเราจะรออออออ^^
    #4
    0