( SF / OS ) CRUSH — โฮลิน , holin

ตอนที่ 8 : A Thousand Years (50per)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,953
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    28 ต.ค. 60

A Thousand Years


รูปภาพที่เกี่ยวข้อง



            เราจะหารักนิรันดร์ในมนุษย์ได้อย่างไร ในเมื่อมันไม่มีอยู่จริง

            ยังไงวันหนึ่งก็ต้องตายจากกันอยู่ดี

           


            ไล ควานลิน เด็กหนุ่มหน้าหวานผิวขาวซีดลูกครึ่งเกาหลี-ไต้หวัน อายุสิบหกปี นักเรียนแลกเปลี่ยนคนใหม่ของไฮสคูลในเมืองเล็ก ๆ ที่มีชื่อเสียงเรียงนามว่า ฟอร์ค  เมืองเล็ก ๆ ในวอชิงตันที่หลายคนอาจจะรู้จักมาจากภาพยนตร์ชื่อดัง แวมไพร์ ทไวไลท์



            ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมควานลินถึงเลือกที่จะมาที่นี่


            เพราะเขาหลงใหลสถานที่แห่งนี้จากหนังสือที่ได้อ่านและภาพยนตร์ที่ได้ดู


            หวังว่าจะมีรักนิรันดร์แบบนั้นบ้าง ฟังดูบ้า แต่ก็ใช่


            ไล ควานลินคงบ้าไปแล้ว



            เด็กหัวดีอย่างควานลินที่คะแนนสอบนำใครหลายต่อหลายคนสามารถเลือกไปอยู่เมืองที่ดีกว่านี้ก็ได้ แต่ร่างบางกลับเลือก ฟอร์ค เมืองที่มีเมฆฝนปกคลุมตลอดทั้งปี ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากความหลงใหลส่วนตัว และอีกส่วนหนึ่งมาจากความอยากรู้อยากเห็น



            แวมไพร์มีจริงมั้ยนะ



          อาจจะดูฟังเหมือนคนเพ้อเจ้อ แต่ในเมื่อฟอร์คเป็นเมืองที่อุดุมไปด้วยป่าไม้ อดไม่ได้ที่จะคิดเข้าข้างตัวเองนิดนึงว่า สิ่งที่ตามหาคงจะมีจริง



            เฮ้ แอล นั่งเหม่อนานแล้วนะ แซคเพื่อนสนิทในกลุ่มคนหนึ่งของควานลินสะกิดร่างบางที่เอาแต่นั่งเหม่อไม่ยอมพูดจากับเพื่อนตั้งแต่มาถึงห้อง



            ใช่ แอล เป็นอะไรหรือเปล่า เจสเพื่อผู้หญิงอีกคนทักขึ้นเมื่อเห็นท่าที่แปลก ๆ ของควานลิน


            ไม่ ไม่ได้เป็นอะไร คิดอะไรเรื่อยเปื่อยเฉย ๆ



            “ คิดถึงรักนิรันดร์อยู่หรือไงแอล หรือว่าแวมไพร์ และแล้วเพื่อนๆต่างก็พากันหัวเราะชอบใจเมื่อได้เห็นใบหน้ายุ่ง ๆ ของเพื่อนรัก แอล คือชื่อที่เพื่อน ๆ เรียกควานลิน ทุกคนต่างลงความเห็นว่าคำว่าควานลินมันออกเสียงยากเกินไป เรียกแอลสั้น ๆ น่าจะพอแล้ว



            “ หุบปากน่าแซค เด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งตวัดสายตาไปทางเพื่อนอย่างรำคาญ ความหลงใหลของควานลินที่มีต่อเมืองฟอร์คนี้เพื่อน ๆ ในกลุ่มต่างรับรู้ว่าเพราะอะไร บ่อยครั้งที่ร่างบางมักจะนำเรื่องเหล่านี้มาเล่าให้เพื่อนฟัง แต่มักจะได้คำล้อเลียนกลับไปด้วยเสมอ



            งานเต้นรำอาทิตย์หน้านายจะชวนใครไปเหรอแอล ”  จัสตินพูดขึ้นอย่างมีเลศนัย ยังไม่นับสายตาล้อเลียนจากเพื่อนในกลุ่มที่ส่งมานั่นอีก ให้ตายเถอะ จะล้อกันไปถึงไหน



            ไม่ใช่ว่าเป็นพ่อหนุ่มเกาหลีคนนั้นนะ


            “ คนที่เงียบ ๆ หน้าดุ ๆ เกรดสิบสอง น่ะเหรอ สเปคแอลเลยนี่นา



            “ ลองชวนเขาสิแอล นั่นไง เดินมาโน่นแล้ว คำบอกของเพื่อนทำเอาร่างบางตกใจ บ้าจี้หันไปตามมือของเพื่อนที่ชี้ไปทางด้านหลังแต่กลับไม่พบคนที่พูดถึงแต่อย่างใด ใบหน้าหวานแดงกล่ำหันไปค้นใส่เพื่อนขี้แกล้งทันที



            “ ไม่คุยกับพวกนายแล้ว ! ” ควานลินคว้าอาหารกลางวันพร้อมกระเป๋าเดินออกไปจากโต๊ะอาหารเพื่อหนีให้ใกล้จากเพื่อนขี้แกล้งเหล่านั้น อยู่ด้วยทีไรเป็นอันต้องถูกแซวทุกครั้ง ถูกแซวจนนับครั้งไม่ได้แล้ว ก้อนเนื้อภายในอกเต้นตึกตักอย่างไม่มีสาเหตุ มือบางจับที่อกซ้ายหวังว่าให้ก้อนเนื้อนั้นเต้นช้าลงแต่ก็ไม่เป็นผล



            เห้อ พูดถึงทีไรเป็นแบบนี้ทุกทีสินะ





          ร่างบางหลบมาอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่หลังโรงเรียนซึ่งปราศจากคน เพราะตอนนี้ไม่ต้องการให้ใครมากวนใจเขาทั้งนั้น ทิ้งตัวลงบนพื้นหญ้าพร้อมกับเอนหลังพิงต้นไม้ กระเป๋าสะพายใบเก่งถูกวางไว้ข้างตัว ส่วนเบอร์เกอร์ซึ่งเป็นอาหารกลางวันถูกนำมาวางไว้บนกระเป๋า ควานลินปิดเปลือกตาลงเพื่อผ่อนคลาย สายลมเอื่อย ๆ ปะทะเข้ากับใบหน้าหวาน เขารักฟอร์คตรงนี้แหละ สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อรับอากาศสดชื่นเข้าปอด จากที่ได้กลิ่นอีกไม่นานนี้ฝนคงตกเป็นแน่ มีเวลาสักพักก่อนที่จะเข้าคาบเรียน ร่างบางเลยอยากจะใช้สถานที่แห่งนี้เพื่อผ่อนคลายจิตใจที่แสนจะว้าวุ่นของตนเองเสียหน่อย แต่ร่างบางไม่รู้ตัวเลยว่าขณะนี้ร่างสูงใหญ่คนใครคนหนึ่งยืนมองตัวเองจากทางข้างหน้าด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจ



            คัง ดงโฮ รุ่นพี่หน้าดุคนนั้นของควานลิน



            ผู้มาถึงใหม่มองเด็กหนุ่มหน้าหวานผู้ที่แย่งที่นั่งที่ประจำของตัวเองไปอยู่นานแสนนาน ก่อนจะตัดสินใจนั่งลงตรงข้ามกับต้นไม้ต้นที่เคยนั่งประจำอย่างเงียบเชียบ ทำได้ยังไงน่ะเหรอ ความลับ J  แผ่นหลังแข็งแกร่งเอนหลังพิงต้นไม้คนละต้นกับที่เด็กหนุ่มพิงอยู่ ตั้งใจจะเอ่ยบอกอะไรสักอย่างแต่จู่ ๆ เด็กนั่นก็ลืมตาขึ้นมาซะก่อน



            ตาโตลุกลี้ลุกลนเมื่อเห็นคนตรงหน้าทำเอาดงโฮขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว แก้มใสของควานลินขึ้นสีแดงระเรื่อเมื่อเห็นอีกฝ่ายจ้องหน้าตัวเอง



            นายแย่งที่นั่งฉัน



            “ ฮะ .. อ อะไรนะครับ



            “ ที่ตรงนั้น  ที่นั่งประจำฉัน ไม่พูดเปล่าแต่กลับเอามือชี้ไปที่ต้นไม้ต้นใหญ่ที่ควานลินนั่งพิงอยู่ ร่างบางทำตัวไม่ถูกไม่รู้ว่าควรจะลุกหนีไปเสียดื้อ ๆ หรือควรจะอยู่ต่อดี



            เอ่อ คือ



            “ อยู่ต่อเถอะ ไม่ได้ว่าอะไร



            “ ครับ




            บทสนทนาจบลงเท่านั้น ตาคู่สวยมองนาฬิกาที่ข้อมืออีกยี่สิบนาทีคลาสเรียนแคลคูลัสกำลังจะเริ่มแล้ว มือเรียวจึงรีบคว้ามื้อกลางวันขึ้นมากินอย่างเร่งรีบ อีกใจหนึ่งก็อยากจะออกไปจากตรงนี้เร็ว ๆ ด้วย แม้จะปลื้มคนตรงหน้ามากแค่ไหน แต่สายตาแบบนั้น ใบหน้าแบบนั้น ทำเอาควานลินเขินม้วนอย่างบอกไม่ถูก แก้มใส ๆตอนนี้ถูกแต่งแต้มไปด้วยสีแดงระเรื่อจนทำให้ร่างหนาตรงหน้าอดยิ้มออกมาไม่ได้



            ยิ้ม .. ตั้งแต่มีชีวิตแบบนี้เขาไม่ได้ยิ้มมากี่ปีแล้วนะ


            มันนานมากเสียจนจำไม่ได้แล้ว


            แต่เด็กหนุ่มตรงหน้านี้กลับทำให้เขายิ้มได้ ทำไมกัน



            เมื่อจัดการกับมื้อกลางวันเสร็จ ควานลินรีบควานของทุกอย่างที่เป็นของตัวเองตั้งใจจะลุกผลุนผลันออกไปจากตรงนั้นโดยที่ไม่ร่ำลาร่างหนาตรงหน้านี้สักนิด แต่ควานลินไม่มีทางเร็วไปกว่าดงโฮหรอก เปลือกตาที่เคยปิดอยู่ลืมขึ้นเพื่อจดจ้องเด็กหนุ่มหน้าหวานที่กำลังจะเดินจากเขาไปนิ่ง ๆ เสียงทุ้มรั้งร่างบางตรงหน้าไว้ทำให้คนเด็กกว่ายังเดินออกไปไม่ได้



            พรุ่งนี้เที่ยง มาเจอกันหน่อย


            “ ครับ อ อะไรนะ


            “ พรุ่งนี้เที่ยง ตรงนี้นะ ”  ร่างหนาพูดเพียงเท่านั้นก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ร่างบางยืนงงด้วยความไม่เข้าใจ อีกใจหนึ่งก็คิดว่าเป็นความฝันที่จู่ ๆ ก็ได้เจอคนที่ปลื้ม มิหนำซ้ำยังได้พูดคุยกันอีก และที่มากไปกว่านั้น พรุ่งนี้ต้องมาเจอกัน .. ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ สงสัยเลิกคลาสแคลคูลัสควานลินต้องไปถามอาจารย์สอนชีวะแล้วว่าร่างกายเขาผิดปกติอะไรหรือเปล่า



            สิบนาทีแรกของคลาสเรียนแคลคูลัส ..



            ควานลินเรียนไม่รู้เรื่องเลย ในหัวคิดถึงแต่เรื่องคนนั้นเต็มไปหมด ใบหน้าคมรับกับสันจมูกโด่งได้รูป ดวงตาสีเฮเซลที่ใช้จดจ้องเขามันเหมือนกับจะหลอมละลายควานลินให้ตายอยู่ตรงนั้น ไหนจะผิวขาว ๆ นั่นอีก  แต่เอาเข้าจริงแล้ว คัง ดงโฮ ไม่ได้ขาวไปกว่าเขาเลยด้วยซ้ำไป แต่ทำไมไม่รู้เมื่อจ้องมองดูดี ๆ แล้วผิวนั่นกลับซีดราวกับกระดาษ หรืออาจจะเป็นเพราะเขาที่คิดไปเอง



            คุณคัง สายไปสิบนาที


            “ ขอโทษครับมิสซิสแพท



            เหลือที่นั่งเดียว ข้างคุณไล ตรงนั้นเลย ร่างหนาของคนเข้าเรียนสายไปสิบนาทีนั่งลงข้าง ๆ ควานลินซึ่งตอนนี้นั่งเหม่อไม่รับรู้กับสถานการณ์ปัจจุบัน



            “ คุณไล เสียงเรียกครั้งแรกจากมิสซิสแพทเจ้าของคลาสเรียนดังขึ้น และเป็นไปตามคาด ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใด ๆ จากเด็กหนุ่มตรงหน้า



            “ … ”



            “ ไลควานลิน ! ” ชื่อเต็มของควานลินที่ไม่ได้ยินนาน บวกกับน้ำเสียงดุดันของเจ้าของคลาสทำเอาควานลินสะดุ้งตกใจ แต่นั่นก็ยังไม่ตกใจเท่ากับตอนที่ได้รู้ว่า คัง ดงโฮ นั่งมองควานลินด้วยสายตาสงสัยอยู่ข้าง ๆ



            ช็อค ไล ควานลิน ช็อคไปแล้ว



            ออกมาแสดงโจทย์ข้อนี้ให้เพื่อน ๆ ดูหน่อย ไลควานลิน



            อาจจะเป็นโชคดีของควานลินก็ได้ที่ชอบเลขอยู่แล้ว หรือไม่ก็อ่านบทเรียนก่อนเรียนมา การทำโจทย์ข้อนั้นจึงผ่านฉลุยไปได้อย่างง่ายดายพร้อมเสียงปรบมือของเพื่อนทั้งคลาสอย่างไม่น่าเชื่อ รวมทั้งคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เขาด้วย



            ร่างบางเดินกลับมานั่งประจำที่ก่อนจะจดจ่อกับบทเรียนแม้จะไม่มีสมาธิเลยก็ตาม รู้สึกว่าคนข้าง ๆ กำลังจดจ้องเขาอยู่ แต่ก็ไม่กล้าหันไปเผชิญหน้าด้วยอยู่ดี ห้านาทีสุดท้ายของคาบเรียนไม่มีการเรียนการสอน แต่กลับถูกสั่งการบ้านที่แม้แต่คนชอบเลขอย่างควานลินก็ไม่อยากนับจำนวนข้อเลยด้วยซ้ำไป



            ทันทีที่ออดเรียนดังขึ้นนักเรียนในคลาสก็ลุกขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกันและพากันเดินออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว ซึ่งตอนนี้ในห้องเหลือแต่ควานลินและดงโฮเท่านั้น ไม่มีบทสนทนาใด ๆ มีแต่ความเงียบ ระหว่างที่เก็บของใส่กระเป๋า มือเล็ก ๆ ไปสัมผัสกับแขนของดงโฮ ทำเอาควานลินต้องชักมือหนีทันที



            เพราะ มันเย็นเหลือเกิน ..



            และเหมือนเจ้าตัวจะรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น คังดงโฮรีบลุกออกจากเก้าอี้ทันที โดยที่มีเสียงเล็ก ๆ ของควานลินเรียกไว้



            เดี๋ยวสิคุณ



            “ อะไร ร่างหนาตอบคำถามแต่ยังคงหันหลังให้กับควานลินอยู่



            คุณหนาวเหรอ ทำไมแขนคุณ .. มันเย็น คิ้วเล็กๆขมวดเป็นปนเพราะความสงสัย เพราะเมื่อสักครู่นี้ควานลินไม่ได้คิดไปเองอย่างแน่นอน เขาไม่ได้ฝัน



            “ เปล่านี่ คนที่ถูกตั้งคำถามหันมาเผชิญหน้ากับร่างบาง มิหนำซ้ำยังก้าวเข้าไปหาควานลินเรื่อย ๆ อีกด้วย หนึ่งก้าว สองก้าว สามก้าว จนตอนนี้ควานลินถูกต้อนไปติดโต๊ะเรียนเสียแล้ว



            “ แล้วทำไม ...



            “ อยากรู้เหรอ งั้นพรุ่งนี้เที่ยงเจอกันตามที่บอกสิ โน้มใบหน้าคมลงไปกระซิบข้างหูร่างบางแล้ว หลังจากนั้นใช้ดวงตาสีเฮเซลจดจ้องไปที่คนตรงหน้าใบหน้าเคลื่อนเข้าหาคนตัวเล็กเรื่อย ๆ จนอีกนิดเดียวริมฝีปากจะสัมผัสกันแล้ว แต่เมื่อได้สติจึงรีบผละออกจากร่างบางและผลุนผลันออกจากห้องไปทันที ทิ้งให้ควานลินยืนมองตามด้วยความสงสัยพร้อมกับใจที่เต้นระรัว ไหนจะใบหน้าแดงซ่านนั่นอีก



            อะไรน่ะ ..



            เมื่อกี๊มันอะไร ..





//





            คนอะไรจะตัวเย็นได้ขนาดนั้น


            แอร์ก็ไม่ได้หนาวมากนี่นา



            บางทีควานลินก็คิดว่าตัวเองคิดมากจนเกินไป ชั่ววินาทีที่สัมผัสกันไม่น่าจะถึงหนึ่งวินาทีด้วยซ้ำ บางทีอาจจะแค่คิดไปเองก็ได้ ความคิดในหัวตีกันเองคิดแล้วก็ได้แต่สับสน นอนกลิ้งไปมาบนเตียงพร้อมหนังสือเล่มโปรด ก่ายหน้าผากคิดแล้วคิดอีกก็ยิ่งปวดหัว ไม่นานความง่วงเริ่มเข้ามาเยือนเสียแล้ว มือบางวางหนังสือทไวไลท์ในมือลงที่โต๊ะข้างหัวเตียง เอื้อมมือปิดโคมไฟที่ทำหน้าที่ให้แสงสว่าง และแล้วความมืดก็เข้าปกคลุมทั่วทั้งห้อง จนเปลือกตาบางค่อย ๆ ปิดลงในที่สุด



            ไล ควานลิน หลับไปแล้ว



            ปรากฏภาพฝันในหัวของร่างบาง สถานที่อันไกลโพ้นที่เจ้าตัวไม่รู้จัก รอบตัวขาวโพลนไปหมด หนาวยะเยือกจับใจจนต้องยกมือขึ้นกอดตัวเองไว้หลวม ๆ เสียงเล็กพยายามตะโกนเรียกใครสักคนแต่ก็ไม่เป็นผล มีแต่ความเงียบได้ยินเสียงตัวเองสะท้อนกลับไปมา จนควานลินเริ่มจะกลัวแล้ว สองเท้าก้าวเดินไปเรื่อย ๆ ตามเส้นทางที่ปรากฏ สิ้นสุดปลายทางควานลินเห็นหลังใครสักคนอยู่ไกล ๆ อดยิ้มออกมาไม่ได้ในที่สุดก็เจอใครสักคนสักที แต่เหมือนยิ่งเดินเข้าไปใกล้ร่างบางกลับรู้สึกว่าเหมือนคนนั้นยิ่งอยู่ไกลออกไปทุกที ควานลินเหนื่อยหอบคุกเข่าลงกับพื้นอย่างคนหมดแรง



            เฮ้ คุณ เสียงเล็ก ๆ ตะโกนเรียนบุคคลปริศนา และเป็นไปตามคาด ผู้ชายคนนั้นหันกลับมา และเดินเข้ามาใกล้ควานลินเรื่อย ๆ



            หนาวเหลือเกิน


            ทำไมบรรยากาศรอบตัวมันเริ่มหนาวขึ้นเรื่อย ๆ


          ที่นี่ที่ไหน ผมอยู่ที่ไหน


          “ สักที่


          “ ทำไมผมเดินไปหาคุณไม่ได้เลย


          “ อยู่ตรงนั้นแหละ ไม่ต้องเข้ามา ฉันจะไปหานายเอง



            ประโยคเพียงประโยคเดียวจากบุคคลปริศนาตรงหน้าละลายความเย็นยะเยือกที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ทิ้งไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นที่ร่างบางได้รับ อดยิ้มออกมาไม่ได้ พยายามครั้งแล้วครั้งเล่าที่จะก้าวไปหาคนๆนั้นสุดท้ายก็ต้องยอมแพ้ในที่สุด



          อยู่ตรงนั้นแหละ


          “ ทำไม


          “ เดี๋ยวจะพากลับบ้าน



            ฝ่ามือหนาทาบลงบนกลุ่มผมของควานลิน ลูบศรีษะสองสามทีแล้วจู่ ๆ คนตรงหน้าก็ค่อย ๆ เดินจากไป ระยะห่างระหว่างควานลินและบุคคลปริศนามากขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดแผ่นหลังของผู้ชายคนนั้นก็หายลับไป พอดิบพอดีกับรอบข้างที่เริ่มมืดลงจนควานลินไม่เห็นอะไรเลย มีเพียงความมืดที่รับรู้ได้เท่านั้น



            ฟึ่บ !



            ควานลินสะดุ้งตื่นกลางดึก ร่างบางหายใจเหนื่อยหอบ กดเปิดไฟที่หัวเตียง ก่อนจะพบว่าทั้งหมดเป็นแค่ความฝัน ก้อนเนื้อในอกซ้ายเต้นระรัวไม่หยุดหย่อนจนต้องยกมือขึ้นมากุมเอาไว้และค่อยๆหายใจเข้าออกจนหัวใจกลับมาเต้นปกติในที่สุด



            ร่างบางสลัดความคิดที่เหลือตกค้างจากความฝันทิ้งไป ปิดไฟที่หัวเตียงและทิ้งตัวลงนอนเช่นเดิม ความเหนื่อยบวกความเพลียทำให้ควานลินเข้าสู่ห้วงนิทราได้เร็วกว่าเดิม ความคิดสุดท้ายที่เกิดขึ้นในหัวควานลินคือบุคคลปริศนาคนนั้นที่เขารู้สึกว่าคุ้นเคยมากเหลือเกิน คุ้นเคยจนคิดว่าเป็นใครสักคนที่รู้จักแน่ ๆ



            คัง ดงโฮ



            นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่ควานลินนึกถึงก่อนจะดำดิ่งสู่ห้วงนิทราไป

           



            คัง ดงโฮ อยากหลับบ้างเหลือเกิน อยากรู้สึกง่วง อยากรู้สึกเหนื่อย อยากรู้สึกเหมือนที่มนุษย์ทั่วไปรู้สึกบ้าง ความรู้สึกแบบนั้นเขาเองก็ลืมไปแล้วว่ามันเป็นยังไง ตั้งแต่ได้ชีวิตใหม่นี้มาสักพักแล้วรู้สึกโหยหาชีวิตแบบเดิมเหลือเกิน และมันยิ่งเพิ่มมากขึ้นเมื่อได้เห็นหน้าเด็กคนนั้น เพราะเขาแอบเฝ้ามองเจ้าของรอยยิ้มสดใสนั้นมานานพอสมควร นานพอที่จะรู้ว่าเด็กคนนั้นก็สนใจเขาอยู่เหมือนกัน แก้มยุ้ย ริมฝีปากแดงจัด จังหวะหัวใจของเด็กคนนั้น ดงโฮรับรู้หมดทุกอย่าง



            นานเหลือเกินที่ไม่ได้มีความรู้สึกแบบนี้ ผ่านมานานจนจำไม่ได้แล้ว ดงโฮตอนนี้ก็เหมือนเด็กกำลังหัดมีความรัก น่าขันเสียจริงที่จู่ ๆ ก็มีความรู้สึกแบบนี้ จนกระทั่งได้เห็นหน้าไลควานลิน รู้สึกเหมือนใจกลับมาเต้นอีกครั้งทั้งๆที่รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ เพราะดงโฮเองก็มีเพียงร่างกายเท่านั้น คล้ายมนุษย์แต่ก็ไม่ใช่ แม้หัวใจจะกลับมาเต้นเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว แต่ความรู้สึกรัก หรือความรู้สึกชอบมันยังคงอยู่



            คังดงโฮรู้สึกว่าต้องการไลควานลินมากมายเหลือเกิน



            ที่ผ่านมาพยายามแล้วที่จะไม่สนใจ อยู่ห่าง เพื่อระงับความต้องการบางอย่างที่เกิดขึ้นภายใน แต่ทุกอย่างกลับพังลงเพราะจู่ ๆ ก็เจอควานลินนั่งอยู่ในที่ๆเขาเองเคยนั่งอยู่ประจำ สถานที่ส่วนตัวของเขาเอง ไม่มีนักเรียนในโรงเรียนนี้บ้าที่จะมานั่งหลังโรงเรียนนี้หรอก สถานที่ที่เต็มไปด้วยตำนานผีหลอกเด็กมากมายจึงทำให้หลังโรงเรียนกลายเป็นสถานที่ของดงโฮไปโดยปริยาย



            ไล ควานลิน คงเป็นหนึ่งในเด็กนักเรียนของโรงเรียนนี้ที่บ้า



            และวันนั้นเอง วันที่ทำให้แวมไพร์หนุ่มเริ่มขยับเข้าไปใกล้ควานลินทีละก้าวสองสาว ความพยายามที่มีมาตลอดกลายเป็นศูนย์เพราะวันนั้นวันเดียว



            เด็กนั่นฝันถึงเขา ..



            ใช่ ดงโฮรับรู้ได้



            แวมไพร์มีสามารถมีความรักได้ไม่ต่างอะไรไปจากมนุษย์ แม้จะรู้ว่าสักวันหนึ่งเขาเองต้องเจอคู่ของตน แต่ไม่คาดคิดเลยว่าคู่ของตนจะเป็นมนุษย์ นั่นคือเหตุผลที่ดงโฮพยายามห้ามความรู้สึกของตัวเองมาตลอด เพราะท้ายที่สุดมันอาจจะเป็นไปไม่ได้



            แต่เขาเริ่มไปแล้ว



            มันเกินจะหยุดได้แล้วนี่สิ ..



              แต่ยังไงคังดงโฮก็รู้ดีว่าถ้าเขาไม่เป็นฝ่ายเริ่ม สักวันหนึ่งเด็กนั่นก็ต้องเริ่มอยู่ดี ไม่มีใครหนีชะตาพ้นหรอก ไม่มี ถ้าจะหนีกันไม่พ้นจริง ๆ เขาขอเป็นฝ่ายเริ่มทุกอย่างขึ้นเองดีกว่า ถึงได้บอกไปว่าให้เด็กนั่นอยู่เฉย ๆ เดี๋ยวเขาจะไปหาเอง

 


            เป็นมื้อกลางวันอีกหนึ่งมื้อที่ควานลินหลีกเลี่ยงไม่พบหน้าเพื่อน ๆ จอมจุ้นของตัวเอง แหงสิ ถ้าไปเจอคงจะโดนล้อเรื่องคู่เต้นรำไม่หยุดหย่อนแน่ หรือไม่ก็เชียร์ให้เขาไปขอคนที่ชอบเต้นรำ



          ถ้าเพื่อนรู้ว่าเราชอบใคร .. ชีวิตก็จะชิบหายแบบนี้แหละครับ



          หลบตาหลบตาเพื่อนมันก็แค่ข้ออ้าง เพราะจริง ๆ แล้วควานลินมีนัดกับใครบางคนไว้ต่างหาก ใครบางคนที่แอบปลื้มหนักหนา คิดถึงเรื่องเมื่อวานก็อดหน้าร้อนขึ้นมาไม่ได้ อีกนิดเดี๋ยวเท่านั้น เฉียดกันไปแค่นิดเดียวริมฝีปากก็เกือบจะแตะกันแล้ว วินาทีนั้นมันอึ้งปนตกใจเลยทำได้แค่ยืนนิ่ง ๆ



            เป็นอะไรทำไมหน้าแดง



            เสียงทุ้มเรียกสติควานลินให้กลับมาสู่ปัจจุบัน ร่างหนาก้าวเข้ามาใกล้ควานลินขึ้นเรื่อย ๆ แอบสักเกตว่าในมือหนานั่นมีมื้อกลางวันอยู่ด้วย อา .. หิวจัง T^T



            “ ป .. เปล่า ควานลินได้แต่เกาแก้มแก้เก้อ ได้แต่หวังว่าคนตรงหน้าจะไม่รู้ว่าตนนั้นคิดอะไรอยู่ รู้ถึงไหนอายไปถึงนั่นแน่



            “ หึ

           

            เอาไป ยังไม่ได้กินอะไรไม่ใช่เหรอ



            ดงโฮโยนมื้อกลางวันที่ตั้งใจไปเอามาให้กับเด็กหนุ่มร่างบางตรงหน้าด้วยสีหน้านิ่ง ๆ เห็นดังนั้นควานลินรีบรับไปทันที



            รู้ได้ไงว่ายังไม่ได้กิน



            “ รู้แล้วกัน



            เงียบกริบ ..



            ไม่มีใครพูดอะไรออกมาสักประโยค ควานลินได้แต่นั่งจัดการมื้อกลางวันของตัวเองอย่างเงียบ ๆ โดยมีสายตากดดันจากบางคนที่นั่งอยู่ข้างหน้านี้ ให้ตายเถอะจะจ้องไปถึงไหน กินอะไรไม่ลงแล้ว



            คุณ จ้องอย่างนั้นผมอึดอัดนะ



            “ เหรอ งั้นไม่จ้อง



            พูดเพียงเท่านั้นก็ปิดตาลงทันที ทิ้งให้คนตัวเล็กนั่งจัดการกับมื้อกลางวันต่อไป ใช้เวลาไม่นานนักควานลินก็จัดการกับมื้อกลางวันจนหมดเกลี้ยง พอดีกับที่คังดงโฮลืมตาขึ้นมาจ้องควานลินอีกรอบ



            “ เอ่อ คุณยังหนาวอยู่ไหม


            “ ก็บอกว่าไม่หนาว


            “ แล้วทำไมตัวเย็นขนาดนั้นอ่ะ


            “ อยากรู้จริงเหรอ



            “ ค..คุณถอยไปนะ ควานลินตกใจเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มก้าวเข้ามาใกล้ ใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ และเหมือนควานลินจะหมดหนทางหนีเสียแล้ว รู้ตัวอีกทีแผ่นหลังก็แนบชิดไปกับต้นไม้ต้นใหญ่ มือหนาทั้งสองข้างดันไว้กับต้นไม้ พลางโน้มใบหน้าลงมาใกล้ควานลินจนปลายจมูกชิดกัน ใช้สายตาสีเฮเซลคมกริบจดจ้องไปยังร่างบาง



            “ ก็จะบอกอยู่นี่ไง



            “ แล้ว ท ทำไมต้องเข้ามาใกล้ขนาดนี้ด้วย ลมหายใจเริ่มติดขัดเมื่อถูกจ้องปานจะกลืนกิน พยายามหลบสายตาแล้วก็หลบไม่พ้น



            “ ใกล้ขนาดไหน ร่างหนาปรับองศาหน้าเล็กน้อย อีกนิดเดียวเท่านั้น อีกแค่นิดเดียว



            “ ก.. ก็มันใกล้ ปากคุณจะจูบผมอยู่แล้วเนี่ย อะ อื้อ



            ตกใจ อึ้ง งง



            ร่างบางสับสนไปหมดเมื่อจู่ ๆ คนตรงหน้าก็ทาบริมฝีปากลงมาบดเบียดกับกลีบปากบาง เกิดความรู้สึกเย็นวาบขึ้นทันทีที่ปากแตะกัน ดงโฮค่อย ๆ บรรจงจูบคนตรงหน้าทีละนิด ขบเม้มดูดดึงเรียวปากบางด้วยความอ่อนโยน มือเย็นๆรั้งต้นคอควานลินเข้ามาใกล้ตนมากกว่าเดิม ถอนจูบและทาบริมฝีปากลงไปที่เรียวปากเล็กซ้ำ ๆ อยู่หลายครั้ง ก่อนจะผละออกจากกัน



            ค .. คุณ หัวใจดวงน้อยสั่นระรัว ใบหน้าหวานซ่อนความตกใจไว้ไม่มิด หายใจหอบแรงส่วนหนึ่งเป็นเพราะรสจูบเมื่อสักครู่ อีกส่วนหนึ่งเป็นสาเหตุมาจากคนตรงหน้า



            ทำไมมันเย็นไปหมดเลย



            คุณเป็นอะไรกันแน่ ควานลินพยายามเค้นเสียงสั่น ๆ ของตัวเองถามออกไป แม้ลึก ๆ ในใจจะมีคำตอบอยู่แล้ว จุดประสงค์ของการมาเรียนที่ฟอร์คของควานลินไม่ใช่แค่ชื่นชมธรรมชาติเสียหน่อย ก็รู้ ๆ กันอยู่ว่าควานลินหลงใหลในเรื่องอะไร แต่ร่างบางไม่อยากจะเดาคำตอบไปเอง ต้องการที่จะรู้จากคนตรงหน้านี้มากกว่า และถึงจะใช่ควานลินก็ไม่กลัว ที่เป็นอยู่ตอนนี้ตกใจเสียมากกว่า



            อยากให้ฉันเป็นอะไรล่ะ ไล ควานลิน ดวงตาสีเฮเซลจดจ้องร่างบางไม่ลดละ จ้องลึกเข้าไปในตาคู่สวยเพื่อต้องการหาคำตอบ เพราะเด็กหนุ่มตรงหน้าไม่มีวี่แววที่จะกลัวเขาเลยสักนิด คำตอบ คัง ดงโฮ อยากได้แค่คำตอบเท่านั้น



            หัวใจคุณเต้นไหม


            “ ไม่


            “ ล แล้วคุณหายใจหรือเปล่า


            “ ไม่


            “ ว แวมไพร์เหรอ


            “ เก่งนี่



 

 

50%

---------------------------------------------

คัง ดงโฮ เธอจะมาทำลูกเราแบบนี้ไม่ได้นะ !

#แวมไพร์โฮลิน #crushโฮลิน


TALK : แนะนำเปิด A Thousand Years ฟังไปด้วยนะคะ  เรื่องของเรื่องคือเรากลับไปนั่งดูทไวไลท์แล้วอิน เลยเอามาเขียนด้วยซะเลย เขียนไปเขียนมาชักจะชอบเขียนแนวนี้ซะแล้ว ยังไงก็ฝากคอมเม้น + Fav + #crushโฮลิน + #แวมไพร์โฮลิน ไม่รู้ว่าเราเขียนดีหรือไม่ดียังไงแต่จะพยายามใช้ภาษาให้สลวยนะคะ มีไรติชมได้ตามสะดวกเลยฮับ เลิ้บ (ความยาวน่าจะพอ ๆ กับตอนที่แล้ว) 


B
E
R
L
I
N

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,000 ความคิดเห็น

  1. #882 pukkapuk (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 11:13
    รอน้าาาาา ฮือออออ
    #882
    0
  2. #726 Zanisina (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 15:16

    แงงงงงง มาต่อเถอะน้าาาา
    #726
    0
  3. #617 Galaxy___yek (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 13:16
    อยากอ่านต่อล้าว😂😂😂😂
    #617
    0
  4. #506 Para P (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 10:22
    มาต่อเร็วนะ อยากอ่านแล้ว สนุกมากๆๆๆ
    #506
    0
  5. #195 Mickey (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 11:01
    สนุกมากเลยค่าาาา ภาษาก็สวย อ่านลื่นมากเลย แงๆดีต่อใจ รออีก 50% ที่เหลือน้าาา
    #195
    0
  6. #189 Fhunter (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 16:05
    ย๊าาาาาาาา รับผิดชอบลูกเราเดี๋ยวนี้เลย น้องโดนพรากจูบไปแล้ว แอร๊ยยยยยยยยยยย
    #189
    0
  7. #188 canchuii (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 00:16
    สนุกมากเลยค่ะ ภาษาก็ดี เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ
    #188
    0
  8. #187 หมีคริสลี่ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 23:38
    งึกก ชอบบบบบ
    #187
    0
  9. #186 Cchaz (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 20:58
    มันต้องดุเดือดแน่เลยยยยยยย -.,-
    #186
    0
  10. #185 Hippokim (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 20:43
    กรี้ดดดดด แวมไพร์พี่ดงโฮ เเห่กๆๆๆ โอ้ย ชอบมากค่าา
    #185
    0
  11. #184 luntimarr (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 20:29
    โอพี่จ๋าาาาา
    #184
    0
  12. #183 Fruit-Tea (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 19:30
    งื้อออ น่ารักกกก
    #183
    0
  13. #182 Unizaza (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 19:30
    รอเลยค่ะงานนี้รีบมาต่อนะไรท์
    #182
    0
  14. #181 I am Diffy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 14:53
    เขินอ่ะ5555555555555555
    #181
    0
  15. #180 Kwa_Kwa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 14:33
    เกร้สสสพี่ดงโฮเป็นแวมไพร์แน่ๆเลยฮื่อออ กัดหนูเลยค่ะพี่55555555
    #180
    0
  16. #179 z_Tamapure_z (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 00:26
    พี้ดงโฮเป็นแวมไพร์หรอ เอียงคอเลยค่ะ 5555 น้องหลินดูเขินๆ อายๆ
    #179
    0
  17. #178 ace.v (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 21:01
    โอ้โหหหหๆๆๆๆ หวีดๆๆๆๆ อยากโดนกัดจังค่ะ
    #178
    0
  18. #177 jsmt2804 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 06:50
    โอ้ยย พี่เถื่อนเป็นแวมไพร์ใช่มั๊ย กรี๊ด ๆๆๆๆ
    #177
    0
  19. #176 blkimj (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 03:22
    ชอบค่ะ ฮืออออ
    #176
    0
  20. #175 luntimarr (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 02:44
    น้องน่ารักกกกก
    #175
    0
  21. #174 หมีคริสลี่ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 01:16
    ฮือเราชอบบบบบ อยากให้เขียนเป็นเรื่องยาวจัง5555 บรรยายดีมากเลยค่ะ จะรอนะคะ สู้ๆค่ะ
    #174
    0
  22. #173 Monkeynoon (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 00:46
    รอค่าาาาา><
    #173
    0
  23. #172 neaumn_sm (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 23:33
    พี่ดงโฮฮฮฮฮ จะมาเต๊าะลูกเราแบบนี้เลยหรอออ
    #172
    0
  24. #171 ansine (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 23:24
    อั้ยยยย แวมไพร์คังดงโฮฮฮฮ เเล้วงี้ต้องเปลี่ยนน้องให้เป็นเหมือนกันเหมือนในทไวไลท์มั้ยคะ????
    #171
    0
  25. #170 Unizaza (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 21:47
    รอเลยค่ะ ไรท์ รีบมาต่อนะค่ะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #170
    0