'BOY & BOY' ♥ SF/OS Produce101 Store

ตอนที่ 7 : ► Punishment :: Park Woojin x Ahn Hyeongseop

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,287
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    16 ก.ค. 60

Punishment

Park Woojin x Ahn Hyeongseob

 

 

 

เป็นตัวละครที่ต่อเนื่องมาจากเรื่อง >> How to train your fox

แนะนำให้อ่านเรื่องก่อนหน้าก่อนนะคะ เพื่อความต่อเนื่องของน้องเขี้ยว

 

 

 

 

 

 

 

          “ทำความผิดจะต้องโดนอะไรรู้ใช่ไหม?”

“.....”

“ต้องโดนลงโทษ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

          “ทำไมขี่หลังมันมาอีกแล้ว”

            สาบานได้เลยว่าเสียงทุ้มที่ดังขึ้นข้างหูของฮยองซอบนั้นไม่ได้น่ากลัวน้อยไปกว่าใบหน้าของคนที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้ ห้องพยาบาลห้องเดิมที่ยังคงเงียบงันไม่มีคนเข้ามาใช้บริการกลายเป็นสถานที่ประจำของฮยองซอบไปแล้ว ในทุกๆ วันเขามักจะถูกเพื่อนแบกขึ้นหลังมาที่นี่พร้อมกับสาเหตุการเจ็บป่วยมาจากข้อเท้าที่ใช้การไม่ได้เหมือนปกติ

            แต่มันจะไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรหากคนที่แบกร่างของกระต่ายน้อยตัวนี้มาคือพัคจีฮุน มนุษย์ที่ชอบใช้กำลังมากกว่าสมอง แต่ใช่อีจุนอู โจทก์เจ้าเก่าเจ้าเดิมที่อูจินหมายหัวไว้ตั้งแต่วันนั้นแล้วว่าห้ามมายุ่งกับกระต่ายน้อยของเขา

            เหมือนโชคชะตาจะเล่นตลก ฟ้าคงจะชอบเวลาที่พัคอูจินหัวเสีย ถึงได้ส่งจุนอูมาวนเวียนอยู่ระหว่างตัวเขาและฮยองซอบไม่ห่างแบบนี้

            ซ้ำทั้งวันนี้หมอนั่นยังแบกฮยองซอบขึ้นขี่หลังจากโรงยิมส์มาส่งที่ห้องพยาบาลนั่นอีก

แบบนี้มันชักจะเกินไปหน่อยแล้ว

            “ทำไมไม่โทรเรียกฉันล่ะ แค่โทรมาแป๊ปเดียวฉันจะวิ่งไปโรงยิมส์เลย” อูจินว่า เขาท้าวแขนลงกับเตียงเพื่อกักตัวอีกฝ่ายไว้ในวงแขน แม้จะมองอีกฝ่ายด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง แต่สาบานได้เลยว่าภายในใจของเขานั่นมันไม่ได้นิ่งตามเลยสักนิด

            “แค่นี้ก็ลำบากนายแล้ว”

            “ไม่อยากเห็นนายขี่หลังคนอื่นมาอีกแล้ว” เจ้าของฟันเขี้ยวสวนกลับไปอย่างทันควัน นั่นทำให้ฮยองซอบนึกคำพูดที่เอ่ยต่อกลับไปไม่ทัน จึงได้ทำแค่เม้มริมฝีปากเข้าหากันแล้วหลบสายตาของอีกฝ่ายเท่านั้น

            เอาอีกแล้ว...

            อูจินมองเขาด้วยสายตาแบบนี้อีกแล้ว

            “ไหนสัญญากันแล้วว่าจะไม่เจ็บตัว เล่นฟุตบอลทีไรได้เรื่องทุกทีเลยนะ”

            เมื่อได้ยินเช่นนั้น คนตัวเล็กก็มุ่ยปากแล้วตีหน้ายุ่งอีกครั้ง

            “ฉันก็พยายามอยู่ แต่มันห้ามกันได้ที่ไหน”

            “ห้ามได้สิ” เป็นอูจินที่ตอบกลับไป เขายกแขนทั้งสองข้างออกแล้วยืนกอดอกมองคนที่นั่งอยู่บนเตียงแล้วแสร้งตีหน้ายุ่งตามบ้าง

            ฮยองซอบไม่ได้พูดอะไรกลับไป เขาเงยหน้ามองอูจินอย่างไม่นึกไว้ใจ เขาล่ะไม่เข้าใจสายตาแบบนี้ของอีกฝ่ายเลยสักนิด มันเป็นสายตาที่เขาคาดเดาไมได้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ มันทำให้เขารู้สึกเสียเปรียบ เพราะอูจินมักจะชอบรู้ทันเขาแทบตลอดเวลาในขณะที่เขาไม่รู้อะไรเลย

            “ถ้าเจ็บตัวอีกจะถูกลงโทษ” แล้วอูจินก็ทำลายความเงียบที่ก่อตัวขึ้นนั่น เขายกมุมปากของตัวเองขึ้นเล็กน้อย ฮยองซอบมองว่านั่นคือรอยยิ้มของพัคอูจินที่เขาเพิ่งจะเห็นได้รอบหลายวันมานี้

            “ลงโทษ?” คนตัวขาวทวนคำพูดอีกครั้งแล้วเลิกคิ้วขึ้นสูง “นี่เห็นฉันอายุเท่าไหร่ถึงจะมาลงโทษกัน”

            คำพูดนั้นทำให้อูจินนึกอยากจะหลุดหัวเราะออกมา เขาเห็นสีหน้าที่ดูไม่ค่อยจะเข้าใจเขาสักเท่าไหร่ของอีกฝ่ายแล้ว ต่อมความอยากรู้สึกที่จะลงโทษก็ดันทำงานขึ้นมาเสียดื้อๆ

            “อายุเท่าไหร่ก็ลงโทษได้”

            “เชื่อเขาเลย” แล้วฮยองซอบก็เบ้ปากออกคล้ายกับว่ากำลังหมั่นไส้ความรู้สึกแปลกประหลาดในดวงตาของอูจินอยู่

            “การลงโทษของฉันมันไม่เจ็บหรอก แค่มดกัด” ไม่ว่าเปล่ายังยกมือขึ้นมาทำท่านิดเดียวเพื่อยืนยันได้ว่าจะไม่มีการนองเลือดเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

            “ลงโทษอะไรของนาย”

            “ก็ลงโทษแบบนี้ไง”

            ทันทีที่สิ้นเสียงของเด็กหนุ่ม ฮยองซอบก็รู้สึกเหมือนถูกตรึงร่างไว้ เมื่อข้อมือทั้งสองข้างของเขาถูกรั้งไว้กับพื้นเตียงด้วยมือของอีกฝ่าย ก่อนที่ใบหน้าบึ้งตึงนั่นจะเลื่อนเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว แต่แทนที่เป้าหมายจะเป็นใบหน้าของเขา ฮยองซอบกลับรู้สึกได้ถึงรอยยักของฟันที่ขบลงบนหัวไหล่ของเขาผ่านเสื้อนักเรียนสีขาว

            แม้มันไมได้เจ็บมากและให้ความรู้สึกเหมือนมดกัดอย่างที่อูจินบอก แต่ความรู้สึกที่ตีขึ้นมาทางช่องท้องนั้นกลับไม่ได้อยู่ในความคาดหมายของเขา จู่ๆ ฮยองซอบก็รู้สึกเหมือนขนลุกไปทั่วทั้งร่างเมื่อเขารับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่รินรดอยู่บนไหล่ลาดของเขา แม้จะมีเสื้อผ้ามาคั่นกลางไว้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันทำให้เขารู้สึกปั่นป่วนอย่างบอกไม่ถูก

            นี่มันอะไรกัน...

            เขางงไปหมดแล้ว

            “อ..อูจิน” หลังจากที่ตั้งสติได้ก็เรียกชื่ออีกฝ่าย ฮยองซอบเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงรู้สึกว่าคอมันแห้งแปลกๆ แถมกว่าจะควานหาเส้นเสียงของตัวเองเจอก็กินเวลาไปสักพักแล้ว

            เจ้าของชื่อไม่ได้ขานรับเสียงเรียกนั่น นอกจากผละใบหน้าออกมาจากไหล่ลาดของอีกฝ่ายแล้วหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูงด้วยสีหน้าถมึงทึงเช่นเดิม ในตอนนั้นอูจินเหลือบไปเห็นใบหูที่แดงเถือกของอีกฝ่ายแล้วนึกคันเขี้ยวขึ้นมาอีกรอบจนอยากจะลองฝังเขี้ยวของตัวเองลงบนบริเวณนั้นบ้าง หากแต่เสียงเรียกชื่อของเขาก็ดังขึ้นมาอีกครั้งที่ทำให้อูจินได้สติคืนกลับมาเช่นกัน

            “อะไรกันเนี่ยอูจิน” ฮยองซอบว่าแล้วมุ่ยหน้าพลางยกมือขึ้นลูบที่หัวไหล่ของตัวเองปรอยๆ

            แน่นอนว่าอูจินแสร้งทำเป็นว่าสิ่งที่เขาทำก่อนหน้านี้เป็นเรื่องปกติ แล้วยกมือขึ้นมากอดอกทอดสายตามองคนตรงหน้าอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาว่า

            “นี่คือการลงโทษครั้งที่หนึ่ง”  

 

 

 

 

------------ Punishment ------------

 

 

 

 

 

            หลังจากเหตุเกิดที่ห้องพยาบาลวันนั้น ก็ดูเหมือนว่าฮยองซอบจะระมัดระวังตัวเองเป็นพิเศษ เขาไม่ได้เต็มที่กับการเล่นฟุตบอลทุกครั้งเหมือนแต่ก่อน บวกกับจีฮุนเลิกล็อคเป้าหมายเป็นเขาแล้วเปลี่ยนเป้าหมายไปเป็นคนอื่นแทน ฮยองซอบจึงรู้สึกว่าชีวิตของเขาปลอดภัยขึ้นมาไม่น้อยเลยทีเดียว

            แม้ข้อเท้าจะเป็นๆ หายๆ อยู่ตลอด แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่สำหรับเขาหรอก สิ่งเดียวที่ฮยองซอบหนักใจที่สุดในตอนนี้น่ะ ก็คือใครบางคนที่เลือกเปลี่ยนงานอดิเรกจากเฝ้าห้องพยาบาลเป็นเฝ้าสนามฟุตบอลในร่มแทน

            ฮยองซอบรู้สึกตัวตลอดว่าเหมือนมีใครจ้องมองอยู่ พอเขาหันไปตามสัญชาตญาณก็พบว่ามีคนมองเขาอยู่จริงๆ ก็พัคอูจินนั่นแหละ แถมยังมองไม่วางตาอีกด้วย ไม่มีการเก็บสายตาอะไรทั้งนั้น ยิ่งพอรู้ว่าเขามองกลับไปเจ้าตัวก็ยิ่งจ้องเขขามากยิ่งขึ้นไปอีก

            แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ได้น่าอึดอัดสักเท่าไหร่สำหรับเขา ฮยองซอบแค่ยังไม่ชินเท่านั้น ปกติแล้วหลังเลิกเรียนพวกเขามักจะต่างใช้ชีวิตของกันและกันจนกระทั่งเขาซ้อมเสร็จนั่นแหละถึงได้มาเจอกัน แต่พอจู่ๆ อีกฝ่ายก็เปลี่ยนบทบาทลองมานั่งดูเขาซ้อมฟุตบอลแบบนี้มันก็ดู...

            รู้สึกเขินๆ ยังไงก็ไม่รู้

            “หน้าแดงหมดแล้วฮยองซอบ” เป็นจีฮุนที่ทักขึ้นมาหลังจากที่พวกเขาซ้อมในส่วนของวันนี้กันเสร็จแล้ว จริงๆ ก็ไม่เชิงจะเรียกว่าซ้อมสักเท่าไหร่ น่าจะเรียกว่ามาแตะบอลเล่นกันจะดีกว่า

            “อากาศมันร้อนก็แบบนี้แหละ”

            “คือฝนจะตก” จีฮุนสวนกลับไปอย่างทันควันแล้วชี้ขึ้นบนท้องฟ้า เมฆครึ้มด้านบนไม่ใช่สัญญาณของอากาศร้อนสักเท่าไหร่นัก

            “มันอบอ้าวไง” ว่าแล้วก็ยกมือขึ้นพัดๆ โบกๆ ที่ใบหน้าของตัวเอง ก่อนจะหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กมาขึ้นมาสะบัดแล้วโปะลงบนศีรษะทุยๆ นั่น

            ฮยองซอบเดินหนีเพื่อนสนิท แล้วเปลี่ยนเป้าหมายไปหาคนที่นั่งรออยู่ข้างสนามแทน เขาหย่อนกายนั่งลงข้างๆ เว้นระยะห่างไว้เล็กน้อยเนื่องจากตัวเขาเต็มไปด้วยเหงื่อแถมยังมีไอร้อนออกจากตัวอยู่ด้วย ถ้านั่งใกล้กันเกินไปมันคงจะทำให้อีกฝ่ายไม่ชอบใจสักเท่าไหร่

            “เขยิบมาหน่อยดิ นั่งซะห่างอย่างกับกลัวโดนกัด” อูจินว่าติดตลก แต่ในตอนนั้นฮยองซอบกลับไม่รู้สึกตลกตามด้วยเลยสักนิด พอได้ยินคำว่ากัดแล้ว สมองของเขาก็ดันฉายภาพในห้องพยาบาลวันนั้นกรอซ้ำกลับไปกลับมา จนทำให้รู้สึกร้อนฉ่าที่ใบหน้ามากกว่าเดิม

            เมื่อคนตัวขาวไมได้ตอบอะไรกลับมา อูจินจึงเป็นฝ่ายย้ายก้นของตัวเองเขยิบเข้าไปใกล้กับอีกฝ่ายแทน แล้วชะโงกหน้ามองคนที่นั่งหน้าแดงหูแดงอยู่ข้างๆ ด้วยความแปลกใจ

            ใจคอจะแดงแข่งกับสีผมของเขาเลยหรือเปล่า?

            “เป็นอะไรไป” ไม่ว่าเปล่าอูจินยังขยี้ผ้าขนหนูผืนเล็กบนศีรษะของอีกฝ่าย ก่อนจะขยับกายเล็กน้อยแล้วใช้สองมือเช็ดผมของฮยองซอบที่เปียกชื้นจากเหงื่อ

            “ไม่รู้เหมือนกัน” คนหน้ากระต่ายตอบเสียงเบา แต่คนที่นั่งอยู่ใกล้กันอย่างอูจินย่อมได้ยินมันชัดเจนอยู่แล้ว

            “เขินก็บอกเขินอย่ามาบอกว่าไม่รู้” แล้วอูจินก็เอ่ยตอบกลับไป เขาแสร้งทำเป็นว่าคำพูดพวกนั้นเหมือนกับคำพูดทั่วไปไม่ได้ฟังดูพิเศษอะไร ก่อนจะหยิบผ้าขนหนูผืนนั้นออกจากศีรษะของฮยองซอบ

            เจ้าของฟันเขี้ยวหันมองใบหน้าของกระต่ายตัวน้อยๆ ที่กำลังเก็บความตื่นตูมไว้ในใจ แม้ฮยองซอบจะนั่งนิ่ง แต่มือทั้งสองข้างกลับเกร็งจนอูจินนึกขำ ไหนจะสายตาที่มองไปทางอื่นนั่นอีก อีกฝ่ายน่ะจงใจมองทุกอย่างยกเว้นหน้าเขา

             น่ารักเป็นบ้า

          น่ารักจนแทบจะทนไม่ไหว

            อูจินเพียงแค่คิดในใจเท่านั้น แต่เขาไม่ได้พูดออกไปหรอก เขาจะไม่ชมฮยองซอบว่าน่ารักเด็ดขาด เพราะหลังจากที่เคยชมไปแล้วครั้งนึงตอนนั้น คนถูกชมก็ยิ้มกว้างจนเขาแทบจะทนไม่ไหว ต้องแสร้งทำเป็นดึงหน้าแล้วหันไปทำอย่างอื่นต่อ เพราะกลัวว่าจะไปขย้ำกระต่ายตัวนี้เข้า

            แต่ให้ตายเถอะ ยิ่งนับวันภูมิคุ้มกันของเขายิ่งต่ำลง

            รู้สึกตัวเองจะกลายพันธุ์เป็นจิ้งจอกเข้าทุกที

            “เอ่อ...งั้นเดี๋ยวฉันไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” หลังจากที่นั่งเงียบอยู่นานสองนาน ฮยองซอบก็ดูเหมือนว่าจะตั้งสติได้แล้ว ลุกพรวดขึ้นมาแล้ววิ่งเข้าไปในห้องพักนักกีฬาที่อยู่ถัดไปในทันที ภาพตรงหน้าทำให้อูจินอดไม่ได้ที่จะยกมุมปากทั้งสองข้างของตัวเองขึ้น

            คล้ายกับว่าจะยิ้มนั่นแหละ

            แต่ยังไม่ทันจะได้ยิ้ม มุมปากนั่นก็ต้องคว่ำลงเมื่อเขาเห็นใครไม่รู้ที่เปลือยท่อนบนอยู่แล้ววิ่งมากอดคอกระต่ายน้อยของเขาเข้าห้องพักไป อูจินตาโตในทันที แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากนั่งอยู่เฉยๆ รอฮยองซอบเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ที่เดิม แต่ในหัวของเขามีคำพูดมากมายวนเวียนอยู่เต็มไปหมด

            สงสัยว่าวันนี้ลูกกระต่ายจะถูกทำโทษอีกแล้วสินะ

 

 

 

 

 

------------ Punishment ------------

 

 

 

 

            ก็ไม่รู้ว่าทำไมอูจินถึงได้รู้สึกว่าระยะทางระหว่างบ้านของฮยองซอบกับโรงเรียนดูจากสั้นลงกว่าทุกวัน แม้ว่าวันนี้จะดูเป็นวันธรรมดาทั่วไปวันหนึ่งก็เถอะ คนในรถไฟใต้ดินยังเยอะจนแน่นเป็นปลากระป๋องทุกครั้ง หมาปั๊กที่อยู่ในรั้วบ้านก่อนถึงบ้านของฮยองซอบก็ยังเห่าใส่เขาทุกวัน และแน่นอนว่ากระต่ายข้างๆ เขาก็มีท่าทีไม่รู้ร้อนรู้หนาวเหมือนเดิม

ดูเหมือนว่าหลักจากเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วฮยองซอบจะดูอารมณ์มากกว่าเดิม นอกจากระหว่างทางจะเดินถือไอศกรีมกินอย่างสบายใจแล้ว ยังชอบแอบแหล่มองเขาอยู่บ่อยๆ ด้วย

ปกติฮยองซอบไม่ได้เป็นแบบนี้ อูจินรู้ ถ้าอีกฝ่ายจะมองหน้าเขาก็มักจะมองตรงๆ ไม่มีการมาลอบมองแบบนี้หรอก

สงสัยจะยังเขินไม่หายเลยต้องมาทำตัวแบบนี้กลบเกลื่อน

ให้ตายสิ

จะต้องแพ้ทางให้กระต่ายน้อยตัวนี้อีกสักกี่ครั้งถึงจะพอ

“นี่อูจิน” แต่เสียงเรียกของคนข้างๆ ทำให้เจ้าของชื่อหลุดออกจากความคิดของตัวเอง เขากระพริบตาปริบๆ สองสามครั้งแล้วเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม

“ถึงบ้านฉันแล้ว” ฮยองซอบว่า ทั้งๆ ที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองคู่สนทนา แก้มของเขายังคงเต็มไปด้วยโคนของไอศกรีมที่เพิ่งกินคำสุดท้ายเข้าไปเมื่อกี้นี้

“ก็ยังไม่อยากกลับ”

“ห๊ะ?” แน่นอนว่าคนตัวขาวตกใจกับคำพูดนั้น เขาไม่เคยเห็นอีกฝ่ายอิดออดเรื่องนี้มาก่อนเลย ซ้ำจะมีแต่ชอบบ่นว่าบ้านเขาอยู่ไกลจากสถานีรถไฟใต้ดินทำให้ต้องเดินมาไกลทุกวัน

“ยังไม่ได้ทำโทษเลย จะกลับได้ยังไง” อูจินตอบกลับไปเสียงนิ่ง แน่นอนว่าเขาเองก็ต้องใช้ความพยายามอย่างมากทำให้ใบหน้าของเขานิ่งตามเสียง

ยิ่งเห็นตาโตบวกกับสีหน้าที่ดูตกใจของฮยองซอบแล้ว อูจินแทบจะทิ้งความพยายามนั้นไปแล้วขย้ำอีกฝ่ายซะตรงนี้เลย

แต่เขาถือคติคนจริงใจต้องนิ่ง

“วันนี้ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดนี่” ฮยองซอบว่าแล้วยู่ปาก เรียวคิ้วนั่นขมวดเข้าหากันเล็กน้อยพลางขบคิดว่าวันนี้เขาทำอะไรพลาดไปหรือเปล่า อีกฝ่ายถึงได้มาบอกว่าจะลงโทษเขา

แต่พอลองมาคิดดูดีๆ แล้ว ก็ไม่มีนี่หน่า

“นายทำ” แต่พัคอูจินก็ยังคงเป็นพัคอูจิน เขาพูดออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉยก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปใกล้กับคนที่ยังงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ ใช้ฝ่ามือจับไหล่ทั้งสองข้างของคนตรงหน้าเบาๆ แล้วโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนระยะห่างแทบจะไร้ตัวตน

ใบหน้าของเด็กหนุ่มฝังลงบนไหล่ลาดที่เกร็งจนอยากจะหลุดหัวเราะออกมา ก่อนจะฝังคมเขี้ยวลงไปแค่ให้อีกฝ่ายได้สัมผัสมัน แม้ความจริงแล้วเขาอยากจะฝังมันลงไปให้ลึกกว่านี้ด้วยซ้ำ อูจินคิดว่าตัวเองต้องกำลังจะเป็นโรคจิตในไม่ช้านี้แล้ว เขาถึงได้รู้สึกว่าไม่ว่าจะส่วนไหนในร่างกายของฮยองซอบเขาก็อยากจะกัดไปหมดทุกส่วน

มันบ้า...

มันบ้ามากๆ

อูจินต้องใช้ความพยายามมากกว่าการทำหน้าถมึงทึงในการห้ามใจไม่ให้ฝังคมเขี้ยวของตัวเองลงไปมากกว่านี้ เพราะเขากลัวว่าคนตัวเล็กตรงหน้าจะเจ็บตัวเอาได้ เพราะไม่ใช่เพียงแค่ฮยองซอบหรอกที่เกร็งทั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมาถึงจนศีรษะ เขาเองก็ไม่ต่างกันจากอีกฝ่ายที่มือบนไหล่อีกข้างหนึ่งของฮยองซอบนั้นกำลังบีบแน่นอย่างลืมตัว

คนตัวขาวรับรู้ได้ถึงลมหายใจที่ติดขัด ให้ตายเลยจริงๆ จูบแรกของพวกเขายังไม่รู้สึกถึงความปั่นป่วนในช่องท้องขนาดนี้ด้วย เขาไม่รู้ว่าความรู้สึกพวกนี้มันคืออะไร ไม่ใช่ว่าเขาไม่ชอบ ก็อย่างที่เขาเคยบอกนั่นแหละเขาแค่ไม่ชิน

ไม่ชินกับการกระทำแบบนี้เลย

พวกเขายืนอยู่หน้าบ้านของฮยองซอบอยู่อย่างนั้นราวห้านาทีได้ อูจินเป็นฝ่ายที่ได้สติกลับคืนมาก่อน เด็กหนุ่มผละออกจากไหล่ของอีกฝ่ายก่อนจะใช้ปลายนิ้วของตัวเองลูบเบาๆ บนรอยกัดนั้น ระยะห่างของสองใบหน้าไม่ได้มีมากมายนัก ทำให้ในตอนนี้พวกเขาต่างก็มองกันและกันในระยะที่อันตรายต่อหัวใจ

คนเรามักจะตกหลุมรักแฟนของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฮยองซอบเองก็เช่นกัน แม้ว่าคนตรงหน้ามีความโรแมนติกติดลบก็ตาม แต่เขาก็ยังตกหลุมรักอูจินอยู่อย่างนั้น เหมือนกับวันแรกไม่มีผิด

ยิ่งกับตอนนี้ที่เหมือนพวกเขาได้เรียนรู้ความรู้สึกแปลกใหม่ด้วยกันแบบนี้แล้ว ฮยองซอบกลับรู้สึกว่าตัวตนของอูจินยังมีอะไรให้ต้องค้นหาอีกเยอะ

“ฉันทำโทษนายเพราะวันนี้เห็นใครไม่รู้เดินกอดคอเข้าไปในห้องพักตอนเย็น”    แล้วอูจินก็เฉลยข้อสงสัยให้กับอีกฝ่ายได้รู้ แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ฮยองซอบจะไม่ได้สนใจมันสักเท่าไหร่นัก

“นายจ้องจะจับผิดฉันทุกวัน” ว่าทีเล่นทีจริง แต่ฮยองซอบก็ไม่คิดว่าอูจินก็หลุดยิ้มออกมา ให้ตายเถอะ...กับเรื่องอื่นไม่ยิ้ม มายิ้มกับเรื่องนี้อย่างนั้นเหรอพัคอูจิน

คนถูกกล่าวหาไม่ได้ว่าอะไรออกมา นอกจับไหล่ของฮยองซอบให้หันเข้าประตูบ้านแล้วดันแผ่นเล็กนั่นเบาๆ เป็นเชิงบอกว่าได้เวลาเข้าบ้านแล้ว

“ถึงบ้านแล้วโทรมาด้วยนะ” ฮยองซอบหันกลับมาบอก อูจินเองก็พยักหน้ารับเบาๆ แล้วยืดกอดอกมองคนตัวเล็กกว่าเดินเข้าไปในบ้านด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปจากตอนเลิกเรียน เขายืนอยู่ที่หน้าบ้านของฮยองซอบอยู่สักพักก่อนจะเดินย้อนกลับไปทางเดิมเพื่อกลับบ้าน

ในระหว่างทางนั้นอูจินได้แต่ขบคิดว่า...

พรุ่งนี้เขาจะหาเรื่องอะไรมาลงโทษฮยองซอบอีกดีนะ

 

 

 

 

 

พัคอูจิน...โตเต็มวัยแล้ว

เตรียมตัวถูกขย้ำได้เลยอัน ฮยองซอบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

END

 

 

 

 

TALK TALK TALK

// อุดปากกรี๊ด // ไม่มีอะไรจะมาสารภาพนอกจากยอมรับว่าเป็นคนบาป หลังจากทีเจ้าเขี้ยวเริ่มสงสัยว่าตัวเองจะโตเต็มวัยแล้วหรือยัง วันนี้เราก็ได้คำตอบแล้วว่าเจ้าเขี้ยวนั้นโตเต็มวัยแล้ว พร้อมขย้ำคุณกระต่ายแล้ว พอเขียนจบแล้วอยากทึ่งหัวตัวเองมากๆ นี่ฉันทำอะไรลงไป 55555555555555555555 คาแรคเตอร์ของเจ้าเขี้ยวค่อนข้างยากแบบ จะทำให้คนไม่โรแมนติกมาโรแมนติกได้ยังไง สุดท้ายมันเลยกลายมาเป็นแบบนี้แล จริงๆ คิวที่จะเขียนวันนี้เป็นตอนฮาๆ แต่เจอเรื่องเมื่อคืนไปเหมือนจะฮาไม่ออก แต่ต้องมาเขียนเรื่องนี้ก่อน พล็อตมันอยู่ในหัวอ่ะ มันต้องเอาออกไม่งั้นมันจะคิดอย่างอื่นไม่ออก นี่คิดว่าว่างๆ จะทำแผนผังตัวละครมาให้นะคะ รู้สึกว่ามันเริ่มจะเยอะแยะแล้ว ไม่ใช่อะไรนะ เดี๋ยวนี่จะงงเอง สมองยิ่งปลาทองอยู่ 555555555

และสุดท้ายเหมือนเดิม มามะ เค้ายังรออยู่ที่เดิมนะ #ficBxB101 5555555

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,026 ความคิดเห็น

  1. #2936 ningthesehun (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 19:56
    สนุกมากกก นี่ชอบอ่านอะไรที่เสี่ยงคุกอยู่แล้ว5555555555555แล้วบทความนี้มาทั้งเรื่อง อุ่มมม
    #2,936
    0
  2. #2693 songsongtb (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 16:16
    ทำไมรู้สึกเขินแปลกๆ งื้ออ
    #2,693
    0
  3. #2519 FahhFahh (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 20:53
    อยากโดนลงโทษบร้างงงง555555555555
    #2,519
    0
  4. #2518 FahhFahh (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 20:53
    ชอบบบบบบบ
    #2,518
    0
  5. #2329 ployjiji (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 12:38
    งึกกกกงึกกกกก ขออูซอยอีกสองสามตอนจะได้ไหม
    #2,329
    0
  6. #2266 kim_nik (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 10:57
    กระต่ายต้องระวังตัวมากขึ้นแล้วละ

    เพราะจิ้งจอกจ้องจะกินแล้ว
    #2,266
    0
  7. #2229 รอจูดี้โดนขย่ำ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 14:16
    กรี๊ดดดดดดดด เขินมาก เป็นการลงโทษที่น่ารัก นุอยากโดนลงโทษ //เดี๋ยวๆ555555

    ไรท์เขียนบรรยายได้ดีมากเลย อ่านเพลินสุดๆ ยิ้มทั้งเรื่อง ฮอลล
    #2,229
    0
  8. #1948 peam-ff (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 02:43
    เขินนนนนน โอ้ยยยยยไอจิ้งจอกเอ้ยยยยหาเรื่องกัดแฟนตัวเองแบบนี้ก็ได้หรอฮือออ แล้วฮยองซอบก็ยอมให้กัดด้วยนะ เกร็งทั้งคนกัดคนโดนกัดเลยให้ตาย เขินหนักมากนะเนี่ย555555555
    #1,948
    0
  9. #1898 _natomm (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 15:21
    อูจินมากัดเราบ้างสิ 5555 // โดนฮยองซอบตบ โอ๊ยยยยย รีบๆขย้ำกระต่ายนะ ตอนนี้กำลังอร่อยเลย แค่กๆ...
    #1,898
    0
  10. #1791 40710 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2560 / 21:37
    ยอมให้กัดนะ ยอมให้กัดนะ ฮืออออหัวใจจจ
    #1,791
    0
  11. #1591 aroonratdevil (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 19:00
    ร้ายกาจมาก55555555555555 ถึงฮยองซอบจะไม่ได้ทำอะไรผิด อูจินนางก็จะหาเรื่องมาให้ได้ลงโทษตลอดใช่มั้ย ร้ายกาจมาก 55555555555 แต่อือ เขินมาก ;_____;
    #1,591
    0
  12. #1507 TanyaratKwjy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 13:57
    เขินอ่ะ อูจินร้ายกาจมาก ฮื่ออออ
    #1,507
    0
  13. #1390 khimmee56 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 19:48
    โตเต็มที่แล้วจ้า กรี้ดดดดดดด จูดี้ลูกระวังตัวด้วยน๊าาาา
    #1,390
    0
  14. #1361 พี่สาวน้องมาร์ค (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 11:06
    ไม่ใช่จิ้งจอกน้อยแล้วจ้า เป็นจิ้งจอกหนุ่มแล้ว ฮยองซอบระวังด้วยนะ เดี๋ยวโดนกัดอีก
    #1,361
    0
  15. #1353 jokim (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 05:54
    ทุกอย่างดูอีโรติก ขออณุญาติกรี๊ดเบาๆ
    #1,353
    0
  16. #1299 Snowflake_Star (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 23:53
    กรี๊ดดดดดดด คุณหมาป่าจะขย้ำเจ้ากระต่ายแล้วววววววว คุกคืออะไรไม่รู้จักกกกก เชียร์คุณหมาป่าขย้ำเลยค่ะะะะะ-///////////-
    #1,299
    0
  17. #1221 krisnoon1990 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 09:44
    คุมหมาป่าจะทำอะไรยัยกาตุ่ยก็รีบๆทำสิคะ อิอิ
    #1,221
    0
  18. #1198 xxnhhztt (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 12:05
    ขย้ำเลยจ้า ขย้ำเลย.. /นั่งมอง
    #1,198
    0
  19. #1056 982003_a (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 11:00
    เราอยากให้อูจินไปอยู่ในแก๊งคนคุกด้วยอ่ะค่ะ ;-; อยากเห็นอูจินกวนๆบ้างในแชทกรุ๊ปอะไรแบบนี้ ฮือๆ เห็นเวลาคนอื่นๆคุยกันละมันสนุกดีง่ะ ??? เราอยากลองเสนอให้อูจินเป็นรุ่นน้องใครสักคนในกลุ่มก็ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ
    #1,056
    0
  20. #968 narumi (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 22:09
    ไม่สงสัยว่าทำไมอูจินถึงอยากขย้ำจูดี้ น่ารักขนาดนั้น ฮืออ เอาอีกอูจิน จงทำดี จงทำดี จงทำดี
    #968
    0
  21. #912 Tongdchr (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 13:52
    เจ้าจูดี้ผู้น่าขย้ำ อยากอมหัว งือออ กระโต่ยน้อยๆ
    #912
    0
  22. #884 Cannabii (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 23:15
    ชอบคู่นี้มากกกก

    จิ้งจอกโตแล้ว

    จูดี้ระวังตัวให้ดีน้า

    น่ารักมากๆๆๆ ชอบสำนวนมากๆ
    #884
    0
  23. #718 wahn_wkn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 09:33
    น้องเขี้ยวโตเต็มวัยแล้ว พร้อมขย้ำกระต่ายน้อยจูดี้ อวิอวิ เขิน -///-
    #718
    0
  24. #580 0875350549 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 21:00
    กรี๊ดดดดดดดดดดด
    #580
    0
  25. #558 Poyb2uty (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 13:26
    วาร์ปไปตอนโดนกินเลยได้มั้ย 55555 // ชั้นมันคนบาป
    #558
    0