'BOY & BOY' ♥ SF/OS Produce101 Store

ตอนที่ 6 : ► Call me daddy :: Joo Jinwoo x Joo Haknyeon

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,311
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    9 มิ.ย. 60

Call me daddy

Joo Jinwoo x Joo Haknyeon

 

 

 

 

 

 

 

            บางทีเขาก็ไม่ค่อยเข้าใจว่าการมีแฟนเด็กมันดียังไง?

            มันเหมือนได้ทั้งแฟนทั้งลูกมาดูแลเลยหรือเปล่านะ?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            “ฮึก!

            เสียงสะอื้นของเด็กหนุ่มวัยสิบแปดปีถ้วนดังขึ้นทั่วทั้งห้องห้องหนึ่งที่เต็มไปด้วยคนกว่าสิบคน หากแต่ว่ากลับไม่มีใครพูดอะไรออกมาเมื่อเห็นจูฮังนยอนนั่งร้องไห้อยู่บนปลายเตียงนอน สายตากว่าสิบคู่นั้นจับจ้องไปที่เด็กหนุ่ม จนเขารู้สึกเกร็งทั้งแต่ปลายเท้าจนลามขึ้นมาถึงศีรษะ

            ฮังนยอนเม้มริมฝีปากกลั้นเสียงสะอื้นอีกครั้ง เขาไม่ได้กลั้นน้ำตาเอาไว้หากแต่ว่ามันไม่ยอมไหลออกมา แม้ในหัวของเขาจะมีแต่เรื่องแย่ๆ เต็มไปหมดก็ตาม

          ร้องไม่ออกเลย ยังไงก็ร้องไม่ออก

            แม้จะรู้สึกอึดอัดที่หน้าอกจวนเจียนจะหายใจไม่ออก แต่ฮังนยอนก็ไม่ได้รับรู้ถึงความเปียกชื้นที่ข้างแก้มเลย ริมฝีปากเล็กนั่นถูกขบเม้มจนแทบจะขึ้นเป็นห้อเลือด แต่ถึงอย่างนั้นความอึดอัดทั้งหมดก็ไม่ได้ถูกระบายออกมาผ่านน้ำตาเลยสักนิด

            ภาพตรงหน้าทำให้คนที่ยืนดูอยู่นานสองนานส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะตะโกนออกไปดังลั่นห้อง

            “คัท!

            เมื่อได้ยินคำสั่งนั้นทั้งคนที่ควบคุมไฟ เครื่องอัดเสียงรวมถึงขากล้องต่างก็ลอบถอนหายใจออกมากันตามๆ กัน

            “กูว่าน้องเล่นฉากนี้ไม่ได้ว่ะ” เป็นดงโฮที่เอ่ยขึ้นมาหลังจากเสียงสั่งคัทนั่นจบลง เขาหันไปมองเพื่อนสนิทอีกคนที่ถือขากล้องอยู่แล้วมองอย่างขอความเห็น

            “ฮังยอนพี่ไหว้ล่ะ ฉากสุดท้ายแล้วเล่นให้พี่หน่อยนะ” ซังกยุนว่า แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นเลย ซ้ำทั้งเจ้าของชื่อยังนั่งก้มหน้าก้มตาราวกับเด็กที่ทำผิดอีก

            ฮังยอนเม้มริมฝีปากเข้าหากันจนแทบจะเป็นเส้นตรง เขาไม่คิดว่าการมาช่วยงานของเขาจะทำให้ตัวเองกลายเป็นตัวภาระได้มากถึงขนาดนี้ ถึงแม้ว่าก่อนหน้าทุกอย่างจะผ่านไปได้ดีด้วยความที่เขาพอจะมีพื้นฐานทางการแสดงอยู่บ้างแล้วอยากจะเลือกเข้าเรียนต่อที่คณะเดียวกันกับแฟนหนุ่ม จึงมาขอชิมลางงานจากพี่ๆ ก่อน แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาจะมาทำตัวเป็นภาระมากกว่ามาช่วยงานซะแล้ว

            จูฮังนยอนเป็นคนฝังใจกับการร้องไห้ ต่อให้เสียใจสักเท่าไหร่น้ำตาของเขามันก็ไม่ยอมไหลออกมาง่ายๆ ตั้งแต่จำความได้มีแค่อย่างเดียวเท่านั้นที่ทำให้เขาร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรได้

            “เรากดดันน้องมากไปป่ะวะ พักกองก่อนไหม” ยองมินเป็นคนทำลายความเงียบนั้นเมื่อเห็นว่าบรรยากาศเริ่มไม่ดี แม้ว่าพวกเขาจะเคยเฮฮากันขนาดไหน แต่พอถึงเวลาทำงานแล้วกลับมีแต่ความตึงเครียดเต็มไปหมด ยิ่งกับตอนนี้แล้วล่ะก็...

            “ไม่ต้องพักแล้ว มันเสียเวลา มันฉากสุดท้ายแล้วนะมึง” จินอูว่าแล้วเดินเข้าไปในฉากที่ถูกเซตขึ้น เขาก้มหน้ามองเด็กหนุ่มที่อาสามาช่วยงานด้วยการมาเล่นหนังสั้นโปรเจ็กต์ให้กับเขาแล้วก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ใส่อีกฝ่าย ให้รับรู้ว่าเขากำลังไม่พอใจอยู่

            “รู้ตัวใช่ไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่” จินอูว่า แน่นอนว่าฮังนยอนไม่ได้ตอบอะไรกลับมานอกจากพยักหน้าเบาๆ เท่านั้น ความรู้สึกยังคงกัดกินจิตใจของเด็กหนุ่มจนพูดไม่ออก

            “รู้แล้วทำไมถึงยังทำแบบนี้ ไหนบอกจะไม่เป็นภาระแด๊ดไง”

“จินอูมึงใจเย็นก่อน น้องมัน...” ยงกุกพยายามจะเข้าไปห้าม แต่กลับโดนดงโฮคว้าคอเอาไว้แล้วส่ายหน้าเบาๆ ว่าอย่าเข้าไปยุ่ง

“เห็นไหมว่างานมันไม่เดินทั้งๆ ที่มันควรเสร็จได้แล้ว ทุกคนไม่ได้ว่างเหมือนเรานะฮังนยอน นี่ไม่ใช่ที่ที่เด็กจะมาเล่นนะ”

ฮังนยอนเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้าที่ยืนห่างจากตัวเองไปพอสมควร ใบหน้าหวานนั่นเริ่มบิดเบี้ยว เสียงสะอื้นดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับริมฝีปากเล็กที่เบ้ออก

“แด๊ด...ฮึก!” เด็กหนุ่มเรียกคนอายุมากกว่าด้วยชื่อที่คุ้นเคย แต่ในตอนนี้กลับรู้สึกเหมือนอีกฝ่ายไม่ใช่คนที่เขารู้จักเลย

“ขอร้องละฮังนยอน อย่าทำตัวให้แด๊ดต้องหนักใจไปมากกว่านี้เลย”

ทันทีที่สิ้นเสียงทุ้มนั่น เสียงร้องไห้ของเด็กหนุ่มก็ดังตามขึ้นมาในทันที ฮังนยอนก้มหน้าลงแล้วร้องไห้ออกมาจนตัวโยน นั่นทำให้จินอูหันไปทางยงกุกก่อนจะส่งสัญญาณให้เริ่มจับโฟกัสที่ใบหน้าของฮังนยอนในตอนนี้ เรียวขายาวค่อยๆ ก้าวออกมาเพื่อเพิ่มระยะห่างระหว่างตัวเองกับอีกฝ่าย ไม่ให้เข้าไปติดในเฟรม

ดงโฮหันมองยองมินคล้ายกับว่าสื่อสารบางอย่างผ่านสายตากัน ก่อนจะหันมองจินอูที่ยืนมองเด็กน้อยตรงหน้าร้องไห้ตัวโยนด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด นี่มันอาจจะเป็นวิธีการที่โหดร้ายไปสักหน่อยสำหรับฮังนยอน แต่พวกเขาเองก็จนปัญญาแล้วเหมือนกัน

ท้ายที่สุดแล้วเมื่อถ่ายฉากนั้นจบพวกเขากลับไม่ได้รู้สึกยินดีกับมันสักเท่าไหร่ เมื่อพบว่าฮังนยอนที่เคยวิ่งแจกขนมไปทั่วกองของพวกเขานั้นนั่งนิ่งๆ รอเปลี่ยนเสื้อผ้าและเลิกกองกลับบ้านเท่านั้น ในเวลานั้นทุกคนลงความเห็นกันว่าพวกเขาควรจะไปขอโทษอีกฝ่ายด้วยตัวเอง แต่สุดท้ายแล้วกลับโดนจินอูปรามไว้แล้วบอกว่าจะจัดการทุกอย่างเอง

พวกเขาก็ได้แต่ภาวนาให้ทุกอย่างมันดีขึ้น

คู่นี้ทะเลาะกันทีไรน่ะน่ากลัวว่าใครเขาเลย

 

 

 

 

---------------- Call me daddy ----------------

 

 

 

 

บรรยากาศระหว่างทางกลับบ้านในวันนี้ดูเงียบเหงากว่าปกติ คนที่นั่งอยู่เบาะด้านข้างคนขับนั้นเลือกที่จะไม่พูดอะไรออกมาสักคำนอกจากนั่งนิ่งๆ ผิดวิสัยของจูฮังนยอนที่จินอูรู้จักมาตลอดชีวิต เพราะเห็นคนที่เคยเป็นแค่น้องชายข้างบ้านมาตั้งแต่เด็ก ทำให้จินอูรู้ดีว่าไม่มีเวลาไหนที่เด็กคนนี้จะไม่พูด แต่พอเกิดความเงียบระหว่างกันแล้วเขาก็รับรู้ได้เป็นอย่างดีว่าตัวเองคงโดนโกรธเข้าให้แล้ว

มันก็สมควรแหละ ลองให้เขาไปโดนว่าแบบนั้นท่ามกลางคนเยอะๆ เขาก็คงโกรธเหมือนกัน แต่ตอนนั้นเขาไม่รู้จริงๆ ว่าต้องทำยังไงถึงจะดึงน้ำตาของฮังนยอนออกมาได้นอกจากวิธีนี้

คนเดียวที่ทำให้ฮังนยอนร้องไห้ได้ก็มีแต่เขาเท่านั้นแหละ

ฟังดูแล้วน่าภูมิใจ...น่าภูมิใจตรงไหนกัน เขาไม่รู้สึกดีเลยสักนิดที่วันนี้เขาเป็นต้นเหตุทำให้ความสดใสของลูกหมูตัวนี้หายไป

“แวะซื้อขนมก่อนไหม ร้านนี่ที่เปิดใหม่ ที่เราบอกว่าอยาก...”

“ไปส่งผมที่บ้านเลยก็ได้ครับ ผมอยากนอน” แต่ยังไม่ทันที่จินอูจะพูดจบประโยคดี เด็กหนุ่มกลับเอ่ยขัดขึ้นมาทั้งๆ ที่ไม่หันหน้ามามองเขาด้วยซ้ำ

“ไม่หิวเหรอ” จินอูยังคงพยายามถามอีกฝ่ายออกไป เพราะเขาไม่ชอบความเงียบในตอนนี้เลย

“ไม่ครับ”

“แล้ว...”

“ผมอยากอยู่เงียบๆ” ฮังนยอนตัดบทสนทนาทุกอย่างและขยับกายเล็กน้อย ทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างรถยนต์ โดยไม่คิดที่จะหันกลับไปมองคนข้างๆ เลยสักนิด ในตอนนี้จิตใจของเขาไม่พร้อมที่จะคุยกับใครทั้งนั้น แค่ได้ยินเสียงจินอูดังเข้ามาในโสตประสาทเขาก็แทบอยากจะร้องไห้ออกมาอยู่รอมร่อ

คนอายุมากกว่าเม้มริมฝีปากเข้าหากันเล็กน้อย เขารู้ดีว่าเขาเป็นคนผิดที่ทำให้น้องต้องรู้สึกไม่ดีแบบนี้ ถึงได้พยายามจะเอาใจน้องด้วยการพาไปร้านเบเกอรี่เปิดใหม่ที่เจ้าตัวบ่นว่าอยากไปทั้งแต่สัปดาห์ก่อน ทว่าสุดท้ายมันก็คงเป็นได้แค่ความคิดเท่านั้นเมื่อฮังนยอนเลือกที่จะปฏิเสธเขาทุกอย่าง

จนกระทั่งรถยนต์สีดำมาจอดที่หน้าประตูรั้วของฮังนยอนอีกฝ่ายก็ลงจากรถไปในทันที โดยไม่ยอมหันมาตามเสียงเรียกของเขาเลยสักนิด กว่าที่จินอูจะปลดสายเข็มขัดนิรภัยลงจากรถได้ฮังนยอนก็ปิดประตูบ้านใส่หน้าเขาไปแล้ว

“อะไรวะเนี่ย” ถึงนี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่อีกฝ่ายมีอาการเช่นนี้ แต่จินอูก็รู้สึกไม่ชอบใจทุกครั้งที่พวกเขาต้องมีปัญหาระหว่างกัน แถมเรื่องนี้เขายังเป็นคนผิดอีก พยายามจะง้อน้องแล้วแต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ฮังนยอนจะโกรธเขาจนเกินกว่าจะยอมฟังอะไรอีก

จินอูจึงตั้งใจไว้ว่าคืนนี้เขาจะนอนที่บ้านแทนที่จะขับรถกลับหอพัก เพื่อที่พรุ่งนี้เช้าจะได้ตื่นมาง้อน้องแต่เช้า เพราะพรุ่งนี้เป็นวันอาทิตย์ คนตื่นสายโด่งอย่างเจ้าหมูน้อยไม่มีทางหนีเข้าพ้นหรอก

ยังไงก็ต้องง้อน้องให้ได้!

.

.

.

.

.

.

แต่เมื่อตื่นเช้ามาอีกวัน จินอูกลับพบว่าเขาคิดผิดถนัด ขนาดว่าตั้งนาฬิกาปลุกตื่นขึ้นมาตั้งแต่แปดโมงเช้าแล้ววิ่งลงจากบ้านมายืนดักรออยู่ที่หน้าประตูรั้วบ้านของฮังนยอนด้วยสภาพเสื้อยืดกางเกงบอลก็ตาม พอมาถึงก็เจอกับแม่ของอีกฝ่ายที่ออกมารดน้ำต้นไม้อยู่ เขาจึงได้ความว่าฮังนยอนออกไปตั้งแต่หกโมงเช้าแล้ว แถมยังถามเขากลับอีกว่าน้องไม่ได้บอกเหรอ จินอูเองก็อยากจะตอบกลับไปเหมือนกันว่าตั้งแต่เมื่อวานน้องยังไม่รับโทรศัพท์เขา แถมไม่อ่านข้อความเขาด้วย แต่พอลองมาคิดๆ ดูแล้วไม่บอกจะดีกว่า

ถ้าคุณน้าเกิดรู้ว่าเขาไปลูกตัวเองร้องไห้ขึ้นมาชีวิตของจูจินอูน่าจะไม่ได้อยู่ดีแน่ๆ

หลังจากนั้นจินอูก็ได้ความอีกว่าเดี๋ยวช่วงสายของวัน ฮังนยอนจะกลับมาบ้านเพื่อติววิชาเลขกับเพื่อนๆ เขาจึงตัดสินใจกลับบ้านเพื่อไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วมานั่งดักรอฮังนยอนที่บ้าน พ่วงด้วยหน้าที่ใหม่คือเฝ้าบ้านแทนคุณน้าที่ออกไปซูเปอร์มาเก็ตอีกด้วย

แต่รอแล้วรออีก จนนี่ก็เกือบจะเที่ยงแล้วจินอูก็ไม่เห็นวี่แววของฮังนยอนที่จะกลับมาบ้านเลย

คาทก!

แต่เสียงเตือนจากโทรศัพท์ในมือทำให้จินอูหลุดออกจากภวังค์แล้วก้มดูแจ้งเตือนที่ปรากฏบนหน้าจอ ในตอนแรกเขานึกดีใจนึกว่าเป็นเจ้าลูกหมูของเขาที่ตอบกลับมา แต่เปล่าเลยข้อความนั้นเป็นข้อความจากกลุ่มเพื่อนสนิทต่างหาก

 

Realbaekho : ไอ้หลามมันตัดฉากที่น้องร้องไห้เสร็จแล้ว จะบอกว่ามันดีมากๆ ฝากขอบคุณน้องด้วย ไว้จะพาไปเลี้ยงเหล้า

 

หลังจากอ่านจบจินอูก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ จะให้ไปขอบคุณน้องยังไงในเมื่อน้องยังหลบหน้าเขาอยู่แบบนี้ ถ้าเป็นก่อนหน้านี้เขาก็ยังจะส่งข้อความหยอกย้อนกวนประสาทตอบกลับเพื่อนๆ ไป แต่ตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์จะทำอะไรทั้งสิ้น แม้แต่นอนหายใจยังรู้สึกเบื่อเลย

พอข้างกายมันเงียบแล้วเขาก็รู้สึกโหวงๆ แปลกๆ หรืออาจเป็นเพราะความเคยชินที่เคยมีฮังนยอนอยู่ใกล้ตัวตลอดเวลา คอยถามว่าเขากินนู่นไหม กินนี่หรือเปล่า มันเป็นแบบนี้มาตลอดตั้งแต่พวกเขารู้จักกัน แล้วก้าวข้ามความสัมพันธ์จากพี่ชายน้องชายมาในความสัมพันธ์รูปแบบอื่น จนวันนึงที่พอน้องหลบหน้าเขาไปมันถึงได้รู้สึกแบบนี้

จินอูอยากจะทึ่งหัวตัวเองสักร้อยรอบ ทำไมตอนนั้นเขาถึงทำแบบนั้นลงไปนะ แถมยังไม่ตั้งใจง้อน้องให้จบๆ ไปปล่อยให้มันยืดยาวมาขนาดนี้ด้วย

            “แม่ครับ ผมกลับมาแล้ว”

            แต่ก่อนที่จะได้ทำอะไรลงไป จินอูก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงของใครบางคนที่ดังขึ้นจากทางหน้าบ้าน คนตัวสูงรีบผุดลุกขึ้นจากโซฟาแล้วเดินไปต้อนรับลูกชายเจ้าของบ้านในทันที เมื่อประตูถูกเปิดออกรอยยิ้มของคนเป็นพี่กลับต้องชะงักค้างเพื่อพบว่าฮังนยอนไม่ได้เดินเข้ามาเพียงคนเดียว

            แต่ยังควงแขนใครเข้ามาไม่รู้อีกต่างหาก

            “แด๊ด...” เสียงเรียกเบาๆ นั่นดังขึ้น ในตอนแรกฮังนยอนดูตกใจเล็กน้อยที่เจอเขาอยู่ในบ้าน ก่อนจะกระชับแขนของตัวเองกับแขนของคนข้างๆ ให้แน่นขึ้นแล้วแสร้งตีหน้านิ่งกลับไป “แด๊ดมาทำอะไรที่บ้านผม”

            คนถูกถามไม่ได้ตอบกลับไปในทันที จินอูรู้สึกเหมือนเส้นประสาทของเขามันกำลังเต้นตุบๆ อย่างบอกไม่ถูก ก็พอจะจำได้ว่าคุณน้าบอกไว้ว่าฮังนยอนจะพาเพื่อนมาบ้าน แต่ไม่คิดว่าจะพากันเข้ามาในสภาพนี้

            ไม่รู้หรือยังไงว่าเจ้าลูกหมูคล้องแขนเขาได้คนเดียวน่ะ

            “เรามีเรื่องต้องคุยกัน” คนอายุมากกว่าเอ่ยเสียงนิ่ง แต่ฮังนยอนกลับส่ายหน้าปฏิเสธ

            “ไม่ครับ เราไม่มีอะไรต้องคุยกัน”

            “จูฮังนยอน” จินอูเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่ดูเหมือนว่าเจ้าลูกหมูของเขาจะแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินแล้วเดินผ่านเข้าไป

            “อ้อ! เชิญแด๊ดกลับบ้านตัวเองด้วยนะครับ พอดีผมมีแขก”

            จินอูหันขวับทันทีที่ลูกชายเจ้าของบ้านพูดจบ เขาขมวดคิ้วเข้าหากันจนแทบจะเป็นปม แม้จะไม่ได้ตอบอะไรกลับไป แต่คนรอบข้างกลับรู้สึกได้ว่าเรื่องน่ากลัวกำลังจะเกิดขึ้นแล้ว

            “โอ๊ะ!” แล้วฮังนยอนก็ร้องออกมาเสียงดัง เมื่อถูกอีกฝ่ายจับอุ้มพาดขึ้นบนบ่าแล้วล็อคเอวเอาไว้แน่น แม้จะได้รับหมัดหนักๆ ที่ฟาดลงบนกลางหลังของเขาแต่จินอูก็ไม่ยอมปล่อยเจ้าลูกหมูตัวนี้ลงหรอก สงสัยว่าจะพูดกันไม่รู้เรื่องแล้วเขาถึงได้ต้องทำแบบนี้

            “ขอยืมตัวเพื่อนแป๊ปนึงนะ” หันไปพูดกับเพื่อนของฮังนยอนที่นั่งงงกันอยู่ก่อนจะเดินขึ้นชั้นสองของบ้าน ตรงไปยังห้องนอนของน้องที่เขาจำมันได้แม่น เขาเปิดประตูด้วยมือเพียงข้างเดียวก่อนจะวางร่างที่ดีดดิ้นไปมาของอีกฝ่ายลงบนเตียงนอน พยายามให้เยามือที่สุดแต่ดูเหมือนว่าฮังนยอนจะดิ้นแรงเกินไปจนแผ่นหลังเล็กนั่นกระแทกกับเตียงเข้าเต็มแรง

            “ผมเจ็บ”

            “ก็เราดิ้นเอง” ว่าจบแล้วก็ท้าวแขนทั้งสองข้างลงกักตัวเจ้าลูกหมูเอาไว้ไม่ให้หนีเขาไปได้อีก

            “แด๊ด!” ฮังนยอนเรียกอีกฝ่ายเสียงดัง เขาไม่ชอบตอนนี้เลย ไม่ชอบเวลาที่ถูกใครอีกคนคุกคาม เพราะนั่นทำให้เขารู้สึกเหมือนว่าคนตรงหน้าไม่ใช่คนที่เขารู้จัก

            “อย่ามายุ่งกับผม!” เด็กหนุ่มยังคงดิ้นไม่หยุดจนจินอูก็เปลี่ยนจากท้าวมือมาเป็นกอดร่างที่ผอมบางกว่าเขาจนแน่น เพื่อที่เขาจะได้มั่นใจว่าอีกฝ่ายจะไปหนีเขาไปอีก

            “ปล่อยผม ฮึก! บอกให้ปล่อยไงวะ ฮ...ฮึก ฮื่อออออออออ”

            แต่สิ่งที่จินอูได้ยินในเวลาต่อมากลับทำให้เขาคลายอ้อมแขนนั้นลง เสียงที่ตะโกนออกมากลับไม่ได้ดังก้องในโสตประสาทของเขาได้เท่ากับเสียงสะอื้นของคนในอ้อมกอดเลยสักนิด คนอายุมากกว่าก้มหน้าลงมองใบหน้าของเด็กหนุ่มที่เปื้อนไปด้วยน้ำตาลแล้วนึกอยากจะทึ่งหัวตัวเองอีกครั้ง

            ลูกหมูขี้แยอีกแล้ว

            จะมีไหมสักครั้งที่ฮังนยอนจะไม่ร้องไห้เพราะเขา

             “โอ๋ๆ ไม่ร้องนะครับ ไม่ร้องนะ แด๊ดขอโทษ”

            แต่ดูเหมือนว่าลูกหมูตัวนี้จะดื้อเงียบไม่น้อย เพราะนอกจากจะไม่หยุดร้องแล้วยังสะบัดศีรษะออกจากมือของเขาที่กำลังลูบกลุ่มเส้นผมนั่นอยู่อีกด้วย

            “แด๊ดขอโทษนะ แด๊ดทำเราร้องไห้อีกแล้ว เราจะตีแด๊ดก็ได้นะ ตีเลย ตีแด๊ดเลย” ว่าจบแล้วก็ปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นอิสระ แล้วจับมือเล็กนั่นตีลงที่หน้าอกของตัวเอง แต่ดูเหมือนว่าฮังนยอนจะรู้ตัวถึงได้ขืนแรงที่มือของตัวเองไว้ไม่ยอมตีตัวเอง

            “คือแด๊ดไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นแบบนี้”

            ถึงจะพูดความในใจออกไปแต่ฮังนยอนก็ไม่ได้อยู่ในสภาพที่พร้อมจะฟังสักเท่าไหร่ ในตอนนี้จินอูจึงทำได้แค่นั่งรอเงียบๆ ให้อีกฝ่ายร้องไห้จนพอใจ พลางยกมือขึ้นลูบศีรษะอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน และสำนึกผิดในสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไป

             จนเมื่อเสียงสะอื้นเงียบลง จินอูจึงเลื่อนหน้าไปมองคนที่นั่งหันหลังให้เขาอยู่ แน่นอนว่าฮังนยอนเบนหน้าหนี นั่นจึงทำให้จินอูตัดสินใจรวบร่างของอีกฝ่ายเข้ามาในอ้อมแขนอีกครั้งจากด้านหลัง ก่อนจะวางปลายคางของตัวเองลงบนไหล่ลาดของเด็กหนุ่ม

            “หายโกรธแด๊ดนะ เดี๋ยวแด๊ดพาไปกินขนมนะ อยากกินร้านไหนบอกแด๊ด แด๊ดจะพาเราไปตอนนี้เลย”

            “ผมไม่ใช่เด็กนะจะได้เอาขนมมาล่อ” ถึงปากจะพูดออกไปแบบนั้น แต่จินอูก็รู้สึกได้ว่าคนในอ้อมกอดยอมโผนอ่อนต่อเขาได้มากกว่าเมื่อวานแล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่พูดกับเขาแบบนี้หรอก

เพราะจินอูชอบทำให้เจ้าลูกหมูร้องไห้ขี้มูกโป่งอยู่บ่อยๆ ก็เลยมักจะรู้วิธีที่ทำให้ลูกหมูตัวนี้อารมณ์ดีขึ้นได้

“แด๊ดขอโทษนะ ทั้งเรื่องเมื่อวานแล้วก็เรื่องวันนี้ แด๊ดไม่ชอบเวลาเราเมินแด๊ดเลย หายโกรธแด๊ดนะ”

แต่ฮังนยอนกลับเงียบ นั่นทำให้จินอูรู้สึกใจไม่ดีขึ้นมาอีกครั้ง เขากระชับอ้อมแขนของตัวเองให้แน่นขึ้นก่อนจะเอ่ยออกไปอีกครั้ง

“ถ้าเราหายโกรธแด๊ดนะ แด๊ดสัญญาเลยว่าจะให้ไปนอนด้วยที่ห้อง แล้วจะไปส่งที่โรงเรียนด้วย”

จินอูเอาเรื่องที่พวกเขาเถียงกันเมื่อสัปดาห์ก่อนขึ้นมาเป็นข้อเสนอ เพราะเขาอยากจะให้ฮังนยอนใช้เวลาอยู่กับที่บ้านบ้างจึงไม่อนุญาตให้น้องไปนอนค้างที่ห้องของตัวเองยกเว้นวันเสาร์อาทิตย์ที่เขาไม่ได้กลับบ้าน เรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องเดียวที่ดูสมเหตุสมผลในการง้อครั้งนี้

ดูเหมือนว่าครั้งนี้จะได้ผล เมื่อฮังนยอนขยับใบหน้ามามองเขาเล็กน้อย เด็กหนุ่มเม้มริมฝีปากเข้าหากันราวกับว่ากำลังครุ่นคิดบางอย่างอยู่ จึงเอ่ยตอบกลับไป

“แด๊ดต้องสัญญามาข้อนึงก่อน” เด็กหนุ่มยื่นข้อเสนอ

“สัญญาอะไร ว่ามาได้ แด๊ดสัญญาทุกอย่าง”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นฮังนยอนก็ก้มหน้าเล็กน้อย มองมือของคนที่กำลังสวมกอดเขาอยู่แล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“แด๊ดต้องสัญญาว่าจะไม่ดุผมอีก ถ้าแด๊ดดุผมอีกผมจะหนีไปนอนบ้านเพื่อน จะไม่อยู่ให้แด๊ดกอดแบบนี้ด้วย”

คำพูดนั้นทำเอาจินอูฉีกยิ้มกว้าง พลางกอดอีกฝ่ายแน่นแล้วรับคำกลับไป

“โอเค แด๊ดสัญญา แด๊ดจะไม่ดุเราอีก”

“ทำให้ได้อย่างที่พูดเถอะ” แม้จะบ่นอุบอิบไปแบบนั้น แต่ตอนนี้ฮังนยอนก็ไม่มีเรื่องอะไรที่คาใจอีกแล้ว ตั้งแต่เมื่อคืนเขาก็นอนไม่หลับมาตลอด จนหกโมงเช้าต้องรีบตื่นไปขออาศัยนอนที่บ้านเพื่อนเพราะแค่คิดว่ามีจินอูอยู่บ้านข้างๆ เขาก็กระวนกระวายใจจนไม่เป็นอันจะทำอะไรแล้ว เขาไม่ชอบเวลาที่ต้องมาทะเลาะกันแบบนี้นอกจากจิตใจจะย่ำแย่แล้วก็ไม่มีอะไรที่ดีตามมาเลยสักนิด

แต่เวลาถูกง้อทีไรเหมือนเขาจะเสียเปรียบอยู่ทุกทีด้วย

“ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว วันนี้ไม่ติวกันได้ไหม แด๊ดอยากกอดเรา”

ฮังนยอนหันขวับมองยังต้นเสียงก่อนจะแยกเขี้ยวให้อีกฝ่ายทีนึง ให้ตายเลยจริงๆ เพิ่งจะง้อเขาเสร็จไปไม่ถึงห้านาทีคนอย่างจูจินอูนี่มัน...

“ไม่!” ปฏิเสธกลับไปแล้วดิ้นขลุกขลักจนหลุดจากอ้อมแขนของอีกฝ่ายลุกขึ้นยืนแล้วกอดอกมองหน้าคนอายุมากกว่าอย่างคาดโทษ

“แด๊ดต้องโดนลงโทษที่ทำผมร้องไห้”

“เดี๋ยวๆ มันคนละเรื่องกันไหม” จินอูว่า ดูจากสายตาของลูกหมูตอนนี้แล้ว คิดว่าชีวิตของจูจินอูน่าจะเหงาหงอยไปอีกหลายวัน

“ไม่รู้แหละ แด๊ดห้ามกอดผมจนกว่าแด๊ดจะทำข้าวกลางวันให้ผมกิน”

“ห๊ะ?” คนอายุมากกว่าร้องเสียงหลง ก่อนที่สมองจะประมวลผลได้หลังจากที่ได้เสียงท้องของเด็กน้อยตรงหน้าร้องออกมา

“เร็วๆ ด้วยผมหิวแล้ว” ว่าจบฮังนยอนก็เดินออกจากห้องนอนของตัวเองไป แกล้งทำเป็นปิดประตูเสียงดังปัง แต่จินอูกลับนั่งยิ้มอยู่บนเตียงเพียงลำพังแล้วหัวเราะออกมาเสียงดัง

ให้ตายเลยจริงๆ

นี่ตกลงเขามีแฟนหรือมีลูกกันแน่นะ เดาทางไม่ถูกจริงๆ

สงสัยช่วงนี้จะเป็นโปรโมชั่น ได้แฟนวันนี้แถมฟรีลูกชายอีกหนึ่งคนของจูฮังนยอน

.

.

.

.

“กลางวันเป็นลูก กลางคืนเป็นแฟนมันก็เวิร์คดีนะ”

 

 

 

           

           

 

 

 

 

 

END

 

 

 

 

TALK TALK TALK

            สารภาพว่าได้คาแรคเตอร์น้องจูมาจากตอนที่น้องร้องไห้ ทำไมหนูถึงร้องไห้ได้น่ารังแกขนาดนี้ลูกกกกกกก (ไม่ใช่ แกมันใจบาปเอง) ก็เลยกลายมาเป็นฟิคโปรโมชั่นได้แฟนวันนี้แถมลูกชายอีกหนึ่งคนแบบนี้นั่นแหละ ก่อนหน้านี้เคยเห็นคนบอกว่าพี่จินอูแกอาจจะเป็นหัวโจกแก๊งคนบาป เอาจริงๆ คาแรคเตอร์พี่แกคือคนขี้ดุที่ใจเสาะต่างหาก 555555555555 เนี่ย ชอบคาแรคเตอร์น้องจูมากๆ มันดูน่ารังแกยังไงบอกไม่ถูก อยากจะเป็นคนบาปมากๆ ตอนนี้ แต่ยั้งมือไว้ทัน จริงๆ แล้วไทม์ไลน์เรื่องมันจะโยงๆ กันหน่อยนะ ไม่งงกันใช่ไหม เพราะนี่เริ่มจะงงๆ ล่ะ 5555555 สารภาพอีกรอบว่าตอนนี้สนุกมากๆ กับการนั่งวาดคาแรคเตอร์ให้แต่ละคน เอาจริงๆ พยายามไม่ให้คาแรคเตอร์มันซ้ำกันอยากลองเขียนดูหลายๆ แบบนี้ หลายคนอาจจะคิดว่าตอนนี้ดราม่า ไม่นะมันไม่ดราม่า แต่มันน่ารังแกมากกว่า เนี่ย ตอนน้องจูทอล์คคำว่าน่ารังแกไปกี่คำแล้ว นังคนบาปปปปปปป

            ขอบคุณมากๆ นะคะที่มีคนเป็นห่วงบอกให้พักบ้าง เพราะนี่เป็นคนว่าง 2017 จริงๆ ค่ะ พล็อตในหัวมีประมาณล้านแปดได้ ต้องรีบเอาออกก่อนที่จะลืม เนี่ยพล็อตดราม่าอันนั้นคิดว่าต้องไปเปิดบทความใหม่แล้วล่ะ เพราะบทความนี่น่าจะกลายเป็นซีรีส์คนบาปไปแล้ว ยังไงก็ยังพูดคุยกันได้ที่ #ficBxB101 นะคะ  อย่าลืมพกทิชชู่ไว้ซับน้ำตาคืนนี้ด้วยนะ!

             

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,026 ความคิดเห็น

  1. #2892 biw18940 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 03:19
    หมูจูรูกกกก อย่าเอะอะร้องไห้แบบนี้สิ ยิ่งร้องยิ่งโดนแด๊ดรังแกนะรู้ป่าววว
    #2,892
    0
  2. #2692 songsongtb (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 16:07
    เจ้าหมูจูคือลูกน้อยที่แท้ทรู งืออออ อยากจับนั่งตักป้อนขนม โอ้ยยย ไม่แปลกใจทำไมแด๊ดต้านทานความคิวท์ไม่ไหว
    #2,692
    0
  3. #2530 16062535 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 00:05
    ชอบตอนเรียกว่าแด๊ดกับตอนแทนตัวเองว่าแด๊ดนี้แหละ ใจบาปมากกกก
    #2,530
    0
  4. #2265 kim_nik (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 10:51
    ได้ทั้งแฟนได้ทั้งลูกดีจะตาย
    #2,265
    0
  5. #2081 Mamimilky (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 12:18
    แค่คิดก็ฟินแล้วว กอดน้องทีนุ่มนิ่มน่าดู ฟินนนน -///-
    #2,081
    0
  6. #1896 _natomm (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 14:58
    อยากเข้าร่วมสมาคมคนบาปด้วยเลยค่ะ 55555
    #1,896
    0
  7. #1872 togerther (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 12:04
    ทำไมน้องงอแงได้น่ารักงี้อ้ะ น่าหมั่นเขี้ยวววว
    #1,872
    0
  8. #1506 TanyaratKwjy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 13:56
    ได้ทั้งแฟนได้ทั้งลูก ดีออก
    #1,506
    0
  9. #1397 inkrqp (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 09:04
    ฮือออแด๊ดดดเขินนน ชอบคู่นี้มากกกไม่ค่อยมีคนแต่งเลยแงง
    #1,397
    0
  10. #1360 พี่สาวน้องมาร์ค (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 11:00
    นี่อยากแกล้งให้น้องจุร้องไห้เยอะๆ เลยอ่ะ มันน่ารักมาก แด๊ดดี้ก็น่ารัก
    #1,360
    0
  11. #1288 noeyzazahaha555 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 23:17
    นี่ก็ว่าตอนน้องร้องไห้มันน่าหมั่นเขี้ยวเหมือนกันค่ะ555555 นี่เขินกับประโยคสุดท้ายของแด๊ดมากเลย กล่งคืนเป็นแฟนนี่มันเหลือเกินนน
    #1,288
    0
  12. #1241 HONG (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 20:45
    จินอูนี่จริงๆเลยทำหมูร้องไห้
    #1,241
    0
  13. #1220 krisnoon1990 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 09:29
    ทำไมหนูจูน่ารักจังเลยลูก
    #1,220
    0
  14. #1197 xxnhhztt (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 12:01
    ตอนที่หนูลูกเรียกพี่เขาว่าแด๊ดนั้น...มี๊ใจบาปมาก
    #1,197
    0
  15. #1168 aroonratdevil (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 23:37
    เขินแด๊ดดี้ งือออออ ;_______;
    #1,168
    0
  16. #1085 narumi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 14:03
    น้องอ่ะ น้องทำเราเขินอ่ะ ชอบคู่นี้จังเลยค่ะ น่ารักมากเลย ง้อกันด้วยของกินด้วย นี่ไม่ลูกแล้วค่ะ นี่หมู
    #1,085
    0
  17. #920 palmmus (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 21:26
    โอ๊ยยยย แด๊ดดี๊ ฮือออออ
    #920
    0
  18. #830 chiniji-27 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 15:04
    ทูจูเป็นอะไรที่แม้ใจจะรู้ว่าบาปแต่ก็ยังจะชิป555555555 คนน้องดูบอบบางน่ารังแกและขี้อ้อนมาก ชั้นเป็นพี่จินอูชั้นศีลขาดไปนานแล้วจ้า บอกเรย
    #830
    0
  19. #783 enjoy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 16:05
    ชอบคู่นี้จังคะไรท์ -..- แต่งอีกน้าาาา ชอบคาแรคเตอร์พี่จินอูที่ดูดุๆแล้วน้องจูก็แอบดื้อแอบร้าย ชอบมากกก น้องจูร้องไห้แบบน่ารังแกจริงๆคะ 5555
    #783
    0
  20. #712 june-cin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 18:14
    อ่านไปหวีดไป ฮื่อออออ ขอคู่นี้อีกนะคะ แงงงง ดีกับใจจริงๆ ลูกหมูนี่น่ารังแกสุดไรสุด
    #712
    0
  21. #602 Gummyjan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 23:28
    โอ้ย ตายๆๆๆๆ คาแรกเตอร์ตรงมากกกก เขินแด๊ดสุดๆ หน้าแด๊ดดูแบดๆเนอะ

    ส่วนน้องก็น่ารักน่าย่ำยี...

    เขินอ่ะ คู่นี้โคตรน่ารักกกกกก
    #602
    0
  22. #575 0875350549 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 20:37
    โอ๊ย ทำไมพี่ไม่อธิบาย ฮื่อ สงสารน้องตอนร้องไห้ ฟฟฟฟฟฟ
    #575
    0
  23. #557 Poyb2uty (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 13:15
    หมูจูน่ารัก
    #557
    0
  24. #468 putthajit (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 12:21
    ตอนฉากในรถเราร้องตามเลยอ่ะ555555ยิ่งเป็นคนอินง่ายอยู่ ฮรืออออ สงสารหมูจู แด๊ดน่าจะโดนลงโทษให้เข็ด!!
    #468
    0
  25. #462 thicha-fern (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 05:11
    ตอนแด๊ดดุน้องต่อหน้าคนเยอะๆน้องน่าสงสารมากเลย แต่แด๊ดก็พยายามง้อน้องสุดๆแด๊ดห้ามทำน้องร้องไห้แล้วนะ ;--; เดี๋ยวจะไม่มีลูกหมูให้นอนกอด
    #462
    0