'BOY & BOY' ♥ SF/OS Produce101 Store

ตอนที่ 55 : ► How to train your dragon in advance :: Kim Yongguk x Bae Jinyoung

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,141
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    28 ม.ค. 61

How to train your dragon in advance

Kim Yongguk x Bae Jinyoung

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            “ทำไมมันงี้กับฉันวะ”

            “แม่งบอกมาได้ว่าหมดรัก แม่ง แม่ง ไอ้ควาย!

            “มันบอกฉันจืดชืด มันบอกว่าฉันไม่สวยเหมือนแฟนใหม่มัน ผู้ชายส้นตีน!

 

            เฮือก!

 

            เบจินยองรู้สึกหน้าชาไปเล็กน้อยกับประโยคสุดท้ายของเพื่อนร่วมภาคที่นั่งคร่ำครวญกับแฟนเก่าที่เพิ่งเลิกราไปเมื่อวันก่อน ด้วยเหตุผลงี่เง่าที่บอกว่าเพื่อนของเขานั้นจืดชืดเกินกว่าที่ชีวิตของตนนั้นจะรับได้ ทางที่ดีก็ควรจะแยกทางกันไปให้จบๆ แล้วอีกหนึ่งวันให้หลังจินยองกลับพบว่าผู้ชายคนนั้นเลิกรากับเพื่อนของเขาด้วยเหตุผลของคนนอกใจ

 

            และนั่นก็เป็นที่มาของรอยแผลที่มุมปากของเขา เพราะดันเผลอซัดหน้าไอ้งั่งนั่นไปอย่างแรง แน่นอนว่าเขาเองก็โดนสวนกลับมา เต็มๆ ที่มุมปากเลยล่ะ กินข้าวไม่อร่อยไปหลายมื้อเหมือนกัน

 

            ในตอนนั้นจินยองคิดว่าตัวเองทำถูกแล้วที่เอาเลือดชั่วผู้ชายคนนั้นออก แต่เวลาต่อมาเขากลับพบว่ามันกลายเป็นความผิดของเขาที่ทำให้ยงกุกบ่นตลอดสามเวลาหลังอาหาร ว่ายื่นมือเข้าไปช่วยคนอื่นแล้วทำตัวเองเดือดร้อนโดยใช่เหตุ

 

            แต่จะให้เขาทำยังไงได้ อิมฮเยจินเป็นหนึ่งในเพื่อนร่วมภาคของเขาที่ถ้าวัดระดับได้ก็คงเรียกได้ว่าสนิทกันมาก เพราเธอเป็นคนเดียวที่รับได้กับเรื่องส่วนตัวของเขา อย่างเช่น การมีแฟนเป็นผู้ชายด้วยกันเอง นั่นทำให้จินยองเปิดใจให้เธอก้าวเข้ามาเป็นเพื่อนสนิทในภาคเพียงคนเดียว

 

 

            “นี่จินยอง”

 

            “หึ?” เจ้าของชื่อเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม พลางกระดกของเหลวในแก้วลงคอไป แล้ววางมันลงบนโต๊ะตัวสูงตรงหน้า

 

            เพราะมากันแค่สองคนพวกเขาเลยเลือกที่จะนั่งบาร์มากกว่าเปิดโต๊ะ แล้วที่นี่ก็ไม่ใช่คลับไก่กาซะที่ไหน จะเที่ยวทั้งทีคิมยงกุกสแกนให้เขาก่อนแล้วนั่นแหละว่าที่ไหนติดแบล็คลิสต์ไปไม่ได้ และที่ไหนเที่ยวได้ปลอดภัยหายห่วง เพราะฉะนั้นคลับที่นั่งดื่มด่ำในวันนี้เลยค่อนข้างเป็นคลับย่านวีไอพี ที่มีเจ้าของเป็นเพื่อนของอีกฝ่าย

 

            “แกจะไม่โสดเป็นเพื่อนฉันเหรอวะ”

 

            “ตลกล่ะ”

 

            “เอ้า! ไหนว่าเพื่อนตายไง ในช็อปเรานี่เพื่อนตายกันเลยนะเว่ย”

 

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นจินยองก็หรี่ตามองเพื่อนที่ดูเหมือนว่าจะสติหลุดไปแล้ว ปกติฮเยจินก็เป็นคนแบบนี้พูดจาโฮกฮาก ทำตัวก็ไม่ค่อยเหมือนผู้หญิงทั่วไป ไม่มองเขาด้วยสภาพเพศแต่มองเขาในสภาพความเป็นมนุษย์เหมือนกันเท่านั้น นั่นอาจทำเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้พวกเขาสนิทใจกันมากขึ้น

 

            “เมาแล้วอย่าปากหมามันไม่ดี”

 

            “วู้ววววว จินยองพูดคำหยาบด้วย ต้องจดไว้เป็นบันทึกประวัติศาสตร์เลยนะ”

 

            “เวอร์อีกแล้ว”

 

            ว่าแล้วก็ส่ายหน้าเอือมระอา เขาคว้าแก้วเครื่องดื่มทรงสูงขึ้นมาโคลงก้านแก้วเล็กน้อยเมื่อพบว่าของเหลวภายในเหลืออยู่เพียงค่อนก้นแก้ว

 

            “นี่จะบอกอะไรให้นะจินยอง กับแฟนน่ะ ไม่ต้องไปเชื่อมันมากก็ได้ ทำตัวดีไปให้ตายถ้ามันหมดรักวันไหนมันก็ถีบหัวเร่าส่งเหมือนเราไม่เคยดีนั่นแหละ ไม่ต้องเป็นเด็กดีนักหรอก”

 

            “เลอะเทอะแล้วนะเธอน่ะ”

 

            “เอ้า! นี่พูดจากประสบการณ์จริงไง แถมนายยังจืดชืดยิ่งกว่าฉันอีก เอางี้ๆ รู้ว่ายังไงก็ไม่เลิกหรอก แต่จะบอกเคล็ดลับมัดใจแฟนให้ เอามะ ทำหน้างี้อยากรู้อ่ะดิ มาๆ”

 

            จินยองหลุดหัวเราะออกมา เขาไมได้ปฏิเสธอะไรเล่นตามน้ำเพื่อนไปขำๆ ฟังคำถ้อยคำความหวังดีของเพื่อนผู้มากประสบการณ์ แล้วค่อยๆ ร้อยเรียงนำไปปรับใช้กับตัวเองเมื่อพบว่ามันก็ไม่ได้แย่อะไร

 

            “ก่อนอื่นต้องเริ่มจาก...”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            จินยองกลับถึงบ้านตอนเที่ยงคืนกว่าๆ เขาแวะไปส่งเพื่อนที่หอพักของเธอและนั่งแท็กซี่กลับมายังห้องของตัวเองต่อในทันที แต่นั่นไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอะไร สิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจก็คือคิมยงกุกที่นั่งทำงานอยู่กลางห้อง เปิดไฟสว่างโร่ตั้งท่าเหมือนจะโต้รุ่งยังไงก็ไม่รู้

 

            แต่ก็นั่นแหละ โต้รุ่งไปคนเดียวก่อนเถอะ เขาไม่ไหวแล้ว

 

            “ไปอาบน้ำก่อนมั้ย”

 

            ห๊ะ?

 

          สาบานว่านั่นเป็นคำทักทายเขาหลังจากกลับมาจากคลับ

 

            “อ่าครับ เดี๋ยวไปอาบ” จินยองรับคำแล้วเดินผ่านไปอีกฝ่ายเข้าไป เขาเห็นหน้าจอโน้ตบุ๊กที่ตั้งอยู่ตรงโต๊ะทำงานนั้นเป็นหน้าเว็บๆ นึง ซึ่งไม่แน่ใจว่าเว็บอะไร แต่ที่แน่ๆ คือคิมยงกุกไม่ได้เปิดโปรแกรมทำงานอยู่

 

            แล้วก็หายตัวเข้าไปในห้องน้ำไปชำระล้างร่างกายก่อนจะขึ้นเตียงนอน ในระหว่างนั้นจินยองก็ดันเผลอนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นที่คลับ ทุกคำพูดทุกประโยคของฮเยจินยังคงติดอยู่ในหัวของเขา มือฝ่าเล็กนั่นเลื่อนไปปิดฝักบัวอาบน้ำแล้วยืนนิ่งค้างอยู่อย่างนั้น

 

            เรียวคิ้วทั้งสองขมวดเข้าหากันเมื่อภาพจินตนาการคำพูดของเธอกำลังเล่นอยู่ในห้วงความคิดของเขา จินยองสะบัดศีรษะไล่ความคิดประหลาดๆ นั่นออกไป ก่อนจะเริ่มอาบน้ำต่ออีกครั้ง

 

            แล้วก็เตรียมใจฝึกฝนเจ้ามังกรตัวจ้อยของเขาในฉบับที่โหดกว่าเดิม

 

            จินยองออกมาจากห้องน้ำในสภาพชุดนอนที่ครบทุกตัว จากความตั้งใจในตอนแรกว่าอยากจะลองนุ่งผ้าขนหนูออกมาบ้าง แต่พอเอาเข้าใจก็ทำไม่ลงด้วยความที่ไม่กล้า สุดท้ายแล้วชุดนอนลายคุณไรอันก็โชว์เด่นหราอยู่บนตัวของเขา พร้อมกับผ้าขนหนูผืนนั้นที่พาดอยู่บนบ่า

 

            “มานั่งนี่หน่อย”

 

            แต่ยังไม่ทันที่จะได้ทำอะไร ยงกุกที่นั่งรออยู่บนปลายเตียงนอนนั่นก็กวักมือเรียกเขาแล้วตบลงเบาๆ ที่พื้นที่ว่างข้างตัว

 

            “พี่ไม่ได้ทำงานอยู่เหรอ” ถามพลางหย่อนกายนั่งลงข้างคนแก่กว่า

           

            “เสร็จนานแล้ว”

 

            จินยองเลิกคิ้วขึ้น เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้ามองหน้าเขาอยู่นานสองนานแล้วแต่ไม่ยอมพูดอะไรออกมา

 

            “พี่มีอะไรหรือเปล่า?”

 

            “ก็มี...”

 

            “ก็พูดมาสิ ดึกแล้วจะได้รีบนอน”

 

            ยงกุกเผลอแสดงสีหน้าหนักใจออกไป นั่นทำให้จินยองคิ้วขมวดตามไปด้วย เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอีกฝ่ายจะพูดเรื่องอะไร แต่ที่แน่ๆ คงจะไม่ใช่เรื่องที่เขาไปคลับวันนี้หรอก จินยองน่ะเป็นเด็กดีของคิมยงกุกมาตลอด แล้วอีกฝ่ายก็ไม่เคยกักบริเวณเขาหรือลิดรอนพื้นที่ส่วนตัวเลยสักนิด เรื่องแบบนี้น่ะมันเป็นเรื่องธรรมดาสามัญทั่วไปเลยด้วยซ้ำ

 

            แล้วอะไรกันนะที่ทำให้คิมยงกุกดูหนักใจขนาดนั้น?

 

            “พี่? จะไม่บอกผมจริงๆ เหรอ?” จินยองถามออกไปอีกครั้ง เมื่อยงกุกเอาแต่เงียบ ราวกับครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่

 

            “คืองี้ วันเสาร์หน้าเราว่างมั้ย คือพี่จะชวนเราไปปาร์ตี้ปิดจ๊อบงาน”

 

“ปาร์ตี้?”

 

“อื้อ ปาร์ตี้” ยงกุกว่า เขามองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความคิดของคนอายุน้อยกว่า แล้วรีบอธิบายต่อในทันที “คือเป็นลูกค้าที่สนิทกัน ไม่เชิงลูกค้าหรอกออกแนวเพื่อนมากกว่า แล้วงานที่สตูฯรับมาทำเงินให้เขาดี เขาเลยจัดปาร์ตี้ฉลองกัน ไม่ได้มีแค่พวกพี่นะ พนักงานบริษัททางนู้นเขาก็ไปกันหมด”

 

“อ่าแล้ว?”

 

“ก็แล้ว...” ยงกุกยกมือขึ้นเกาข้างแก้มของตัวเอง “คือพี่กลัวเราไม่สบายใจ พี่เลยจะชวนเราไปด้วย”

 

เมื่อได้ยินเช่นนั้นจินยองก็หลุดหัวเราะออกมา เขาเลื่อนมือขึ้นไปดึงแก้มของคนอายุมากกว่าเบาๆ แล้วบ่นอุบอิบออกมา

 

“ก็แล้วทำไมผมต้องไม่สบายใจล่ะ ปาร์ตี้งานพี่นี่”

 

“ก็แบบ” ยงกุกยังไม่เลิกอึกอัก เขามองหน้าของน้องที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามนั่นแล้วจึงกลั้นใจบอกทุกอย่างออกไป “มันเป็นปาร์ตี้สระว่ายน้ำน่ะ มันเลยแบบ เฮ้อ นั่นแหละ”

 

“อ๋อ” จินยองลากเสียงยาวแล้วพยักหน้าหงึกหงัก ไม่วายที่จะดึงแก้มคนตรงหน้าไปอีกหนึ่งครั้งแล้วผละมือออกมา

 

“ผมไม่ตามไปหวงพี่ถึงที่นั่นหรอกหน่า”

 

“พี่กลัวเราไม่สบายใจไง มันไม่ใช่แบบปาร์ตี้ทั่วไปงี้ จะเรียกว่าไปคุมก็ได้ แต่พี่ไม่อยากปฏิเสธไป คือมันดูไม่ดี มันเป็นเรื่องความสัมพันธ์ของลูกค้าเราเข้าใจพี่ใช่มั้ย”

 

จินยองชะงักไปครู่หนึ่ง จากที่ในตอนแรกเขาไมได้คิดอะไร และเต็มใจให้อีกฝ่ายไปงานนี้อย่างไร้ข้อแม้ใดๆ แต่อยู่ๆ กล่องความคิดของเขาก็เต็มไปด้วยเสียงของฮเยจินที่กล่อมหูเขาไม่หยุดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่เรียบง่ายนี้ของพวกเขา

 

เอายังไงจินยอง จะไปหรือไม่ไป พี่เขาก็เปิดทางมาให้ขนาดนี้แล้ว

 

ก็เชื่อใจพี่เขาไม่ใช่เหรอ พี่เขาก็เป็นคนดีมาตลอด ปล่อยไปครั้งเดียวคงไม่เป็นอะไรหรอก

 

แต่ปาร์ตี้สระว่ายน้ำเลยนะ สระว่ายน้ำ Do you know Pool party? นัวแน่งานนี้

 

เป็นเด็กดีนะจินยอง เป็นเด็กดี

 

ก็ไม่ได้ไปเกเรนี่ พี่เขาบอกให้ไปด้วยนะ

 

เอายังไง จะเอายังไงดี

 

“จินยอง?”

 

“ห๊ะ?” เจ้าของชื่อกระพริบตาปริบๆ หลังจากหลุดจากภวังค์ของตัวเอง เขาเงยหน้ามองคนแก่กว่าที่ชะโงกหน้ามามองเขาว่าสติกำลังอยู่ดีมั้ย แล้วจะเอ่ยปากตอบกลับไป

 

“ผมจะไปคุมพี่เอง ไม่ต้องห่วงครับ”

 

 

            พูดจบแล้วก็ก่นด่าตัวเองในใจ พร้อมเดินกลับเข้าห้องน้ำไปตบปากตัวเองตามจำนวนอายุ

 

            ให้ตายเถอะ เมื่อกี้ไม่ได้เผลอทำตัวเป็นเด็กดื้อออกไปใช่มั้ย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

           

 

            เสียงดนตรีดีพเฮาส์นั่นไม่ใช่สิ่งที่รบกวนใจของจินยองในตอนนี้เลยสักนิด มันเป็นระดับเสียงปกติที่เขาออกจะคุ้นชินไปเสียด้วยซ้ำ แต่ดูเหมือนว่าเพื่อนรักของเขาอย่างอีแดฮวีจะไม่ค่อยคุ้นเคยกับมันสักเท่าไหร่นัก ถึงได้นั่งหน้ามุ่ยตลอดเวลาเกือบจะโดนดงโฮเอาเสื้อคลุมศีรษะแล้วบอกให้หยุดบ่นสักที

 

            ความจริงแล้วปาร์ตี้สระว่ายนี้นี่ก็ไม่ได้ดูเลวร้ายอะไรนักในความคิดของเขาน่ะนะ มันก็ดูเป็นงานปาร์ตี้ทั่วไปที่...

 

            มีเหล้า มีเพลง มีผู้หญิง

 

            แล้วก็มีผู้ชายแบบพวกเขาด้วยนี่ไง มันจะดูแปลกตรงไหนกัน?

 

            “อ้าว จินยองดื่มด้วยเหรอ?” เสียงที่ทักขึ้นจากทางด้านข้างทำให้เขาชะงัก เจ้าของชื่อหันไปตามต้นเสียงก่อนจะพบว่าคนข้างๆ ที่มานั่งกับเขาคือแฟนของอิมยองมิน ที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าเจ้าตัวหายหัวไปไหนแล้ว

 

            “ก็ดื่มบ้างครับ พี่ยงกุกสอนให้ดื่ม” เขาตอบกลับไปตามความจริง ตั้งแต่ช่วงที่เข้ามหาวิทยาลัยแล้ว คิมยงกุกเล่นใหญ่ถึงกับขนาดที่ว่าเอาเครื่องดื่มแทบทุกจะชนิดที่หาได้มานั่งดื่มกันกับเขาที่ห้องแล้ววัดลิมิตกับความถูกจริตของลิ้นว่าเข้าได้กับเครื่องดื่มแบบไหน

 

            “ไอ้นี่ก็สอนแต่สิ่งดีๆ ให้น้องจริงจริ๊ง” แล้วก็ตามมาด้วยเสียงของอิมยองมินที่เดินเข้ามาทิ้งตัวนั่งด้านข้างถัดจากเซอุนไปอีก

 

            “มันก็ไม่ได้แย่อะไรครับ ดื่มเป็นมันก็ดี”

 

            “แต่เราไม่เคยเมาใช่ป่ะ” จินยองพยักหน้าให้กับคำถามนั้นของยองมิน แล้วอีกฝ่ายก็เอ่ยขึ้นต่อ “เออดีว่ะ ยงกุกแม่งชอบเมาตลอดเลยเมื่อก่อน”

 

            “ไอ้นี่นินทากู”

 

            “โอ๊ย! เขกมาได้นี่หัวคนไม่ใช่หัวหมา” ยองมินแหวขึ้นแล้วหันไปชูนิ้วกลางใส่คนที่เดินเข้ามาเบียดที่นั่งระหว่างเซอุนกับจินยอง

 

            “จินยองอย่าไปฟังมันมากนะ ไร้สาระ”

 

            เจ้าของชื่อหลุดหัวเราะออกมา ไม่ใช่เพราะคำพูดของยงกุกหรอก แต่เป็นเพราะสีหน้าของเซอุนที่นั่งอยู่ถัดไปที่บอกว่าให้เชื่อยงกุกนั่นแหละที่ทำให้เขานึกสงสารรุ่นพี่ผมสีบลอนด์อย่างจับใจ

 

            จริงๆ บรรยากาศปาร์ตี้ในวันนี้ก็ไม่ได้แย่อย่างที่จินยองกังวลเอาไว้ ต่างคนก็ต่างอยู่กับคนรักของตัวเอง พวกเพื่อนของยงกุกต่างก็พาแฟนมาที่นี่ด้วยกันหมด เอาความจริงเถอะเขาเผลอคิดไปด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายไม่ได้อยากให้เขามาคุมอะไรทำนองนั้นหรอก ก็แค่อยากให้แฟนมาเหมือนแฟนคนอื่นบ้างก็เท่านั้น

 

            แล้วดูสินี่ยังไม่ทันเมาก็เกาะแกะเขาไปทั่ว ทำเนียนเอาแขนมาวางพาดบนพนักพิงของเบาะโซฟาบ้าง แกล้งเอนมาซบเขาบ้าง อย่าคิดว่าไม่รู้เถอะว่าคิมยงกุกกำลังตอดเล็กตอดน้อยจากเขา พี่มันก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว เขาก็แค่ทำตัวเป็นเด็กดีทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น มองพี่มันตาใสไปเฉยๆ

 

            แต่ทุกอย่างเกือบจะดีแล้ว ถ้าไม่มีสาวสวยในชุดว่ายน้ำทูพีชสีเหลืองสดใสเดินมาที่หน้าโต๊ะของพวกเขาพร้อมกับส่งสายตาหวานเยิ้มมาทางนี้...

 

ไม่ ไม่ใช่ทางนี้

 

แต่เป็นทางข้างๆ กับเขา

 

            “คุณยงกุกใช่มั้ยคะ เพื่อนฉันฝากอันนี้มาให้คุณ” เสียงแหบพร่าของหญิงสาวของคนนั้นว่า จินยองเดาว่าเธอคงดื่มแอลกอฮอล์มากไปทำให้ลำคอเธอแห้งผากได้ถึงขนาดนั้น

 

            “ค ครับ”

 

            จินยองมองคนข้างๆ ที่โน้มตัวไปรับแผ่นกระดาษเล็กๆ ในมือของเธอแล้วกลับมานั่งลงที่เดิม จนกระทั่งเมื่อเธอเดินไปเสียงโห่แซ็วที่ต้อนรับความตายของคิมยงกุกก็ดังขึ้นในทันที จินยองจำไม่ได้ว่าเขาได้ยินคำพูดของใครบ้าง หรือประโยคเอ่ยทักแบบในแบบไหน เขาสนใจแค่คนที่นั่งกำแผ่นกระดาษเล็กๆ ในมือข้างๆ เท่านั้น

 

            พลันความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัวของเขา จินยองได้ยินแต่เสียงของฮเยจินวนเวียนไปมาราวกับเทปที่ถูกกรอไปมา

 

          “หัดอ่อยแฟนตัวเองซะบ้าง มันจะได้ไม่ดูจืดชืดเกินไป”

          “แสดงออกว่าหึงว่าหวง”

          “แสดงความเป็นเจ้าของบ้าง”

          “ถ้าเป็นเด็กดีแบบนี้ต่อไประวังจะถูกทิ้งเอานะจินยองอา”

 

            “อ่ะ”

 

            “หือ?” จินยองหันไปหาคนข้างๆ ที่ยื่นกระดาษแผ่นนั้นมาให้ เขาก้มลงมองแล้วหยิบมันออกมากางดู ไล่สายตาอ่านให้ครบทุกตัวอักษรแล้วพบว่ามันคือไอดีคาทกและเบอร์ส่วนตัวพร้อมชื่อเสร็จสรรพ ยังไม่วายถูกปิดท้ายด้วยรอยจูบลิปสติกสีชมพูสดนั่นอีก

 

            ใจเย็นไว้จินยอง ท่อน 1-100 ในใจเดี๋ยวนี้ ปฏิบัติ!

 

            “ทิ้งไปเหอะ”

 

            แล้วมือของคนด้านข้างก็เลื่อนมาหยิบกระดาษไปใบนั้นไปอีกครั้งพร้อมกับขยำแล้วปาทิ้งไปทางไหนสักทางที่เขาไม่ได้มอง เพราะตอนนี้จุดรวมสายตาของเบจินยองอยู่ที่แก้วเครื่องดื่มสีสวยตรงหน้าเท่านั้น เขาไม่ได้รับรู้ด้วยซ้ำว่าไหล่ลาดของตัวเองถูกวงแขนของอีกฝ่ายโอบรอบไว้แล้วดึงเข้าไปหาตัวเบาๆ

 

            จากนั้นก็มีกระดาษที่ถูกส่งต่อมาอีกไม่รู้กี่ใบต่อกี่ใบ ไม่ใช่กับยงกุกพียงคนเดียวที่โดน มันลามไปจนถึงซองอูและเซอุน เพราะจินยองได้ยินเสียงโวยวายของยองมินดังขึ้น ก่อนจะถูกปิดปากด้วยอะไรสักอย่างที่เขาไม่ได้หันขึ้นไปมอง เพราะเอาแต่จ้องแก้วเครื่องตรงหน้าอยู่

 

            ในหัวของเขามีแต่คำว่าเอายังไงดี จะทำยังไงดี

 

            แต่ทว่ายังไม่ทันที่จะเริ่มตัดสินใจได้ เสียงเรียกชื่อเขาก็ดังขึ้นที่ข้างหูก่อน

 

            “จินยองครับ”

 

            “ครั...”

 

            แล้วเสียงขานรับก็เขาก็ขาดช่วงลงไปเมื่อรับรู้ได้ถึงริมฝีปากของอีกฝ่ายที่เข้าใกล้เกินกว่าระยะปลอดภัย จนกระทั่งสองริมฝีปากแตะกันเพียงบางเบาก็ทำให้สติของเขากลับคืนมาอีกครั้ง เรื่องราวและคำพูดมากมายในหัวของจินยองหายไปในทันทีกลับกลายเป็นพื้นที่ขาวโพลนที่ไร้ซึ่งความคิดใดๆ อยู่ในตอนนี้

 

            เขาถูกกดจูบเบาๆ ที่ริมฝีปากอีกหนึ่งครั้งแล้วเป็นฝ่ายผละออกมาเองเมื่อโสตประสาทได้ยินเสียงโห่แซ็วที่ดังขึ้นกว่าครั้งไหนๆ ซ้ำทั้งในช่วงที่เขาถูกจูบเมื่อกี้นี้ก็เป็นช่วงเดียวกันกับที่ดนตรีหยุดช่วงลง ทำให้พวกเขาทั้งสองคนกลายเป็นที่สนใจไปโดยปริยาย

 

            “ก็บอกแล้วไงว่าให้มาคุม” เสียงทุ้มๆ นั่นดังขึ้นที่ข้างใบหู จินยองไม่กล้าจะหันหน้าไปด้วยซ้ำเพราะกลัวเหตุการณืซ้ำรอยกับเมื่อกี้นี้อีก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันมีผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจเขามากแค่ไหน

 

            “เอาหน้าออกไปได้แล้วหน่า คนมองกันหมดแล้ว”

 

            และแมวน้อยก็ยังคงเป็นแมวน้อยอยู่วันยันค่ำ จินยองยกมือขึ้นเกาข้างแก้มของตัวเองแก้เขิน พลางหยิบแก้วเครื่องดื่มนั่นขึ้นกระดกลงคอไปจนหมด และเพราะความร้อนฉ่าบนใบหน้าที่ยังมีอยู่นั่นแหละทำให้จินยองไม่ได้ฟังเสียงท้วงติงของคนข้างๆ เกี่ยวกับแก้วเครื่องดื่มในมือนั่นเลยสักนิด

 

            กว่าที่จะรู้ตัวอีกร่างของเล็กๆ นั่นก็เอนซบลงที่ไหล่ผายของอีกฝ่ายไปแล้วอย่างไม่รู้ตัว ศีรษะทุยๆ นั่นถูไถอยู่บนบ่าข้างนั้นของยงกุกราวกับลูกแมวตัวนึงที่กำลังเล่นซนไปมา ริมฝีปากได้รูปเริ่มเบะออกคล้ายกับเด็กน้อยที่ถูกยึดของเล่นชิ้นโปรดไป แขนเล็กนั่นโอบกอดท่อนแขนของคนเป็นพี่แน่นราวกับว่ามันคือของเล่นที่ได้รับคืนมาอีกครั้ง

 

            “เมาแล้วป่ะเนี่ย”

 

            “หึ ไม่ได้เมา”

 

            “ไม่เมาเลย อ้อนขนาดนี้อ่ะ”

 

            จินยองย่นจมูกใส่คนข้างๆ แล้วซุกหน้าลงกับเสื้อเชิ้ตสีขาวของคนอายุมากกว่า ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป นั่นทำให้ยงกุกหันมองพร้อมกับรอยยิ้ม เขายกมืออีกข้างขึ้นลูบศีรษะของน้องอย่างนึกเอ็นดู แต่ก็ไม่วายส่งสายตาไปหาเพื่อนรักที่นั่งอยู่เบาะด้านข้างกับจินยองว่าให้หยุดใส่ใจเรื่องของเขาได้แล้ว

 

            “กลับบ้านได้มั้ง เมาแล้วเนี่ย”

 

            “ก็บอกว่าไม่เมาไง ฮื่อ!

 

            “ไม่เอาไม่ดื้อสิครับ”

 

            จินยองเงยหน้าขึ้นแล้วเบะปากออกอีกครั้ง แต่ทว่าในครั้งนี้กลับไม่ได้ดูน่าเอ็นดูเหมือนกับครั้งแรกเลยสักนิด ยงกุกสัมผัสได้ถึงแววตาที่กำลังต่อต้านเขาอยู่

 

            โอเค... น้ำพวกนี่มันเปลี่ยนนิสัยจริงๆ

 

            “ผมจะดื้อ อยากลองดื้อดูบ้าง ให้ผมเป็นเด็กดื้อนะ”

 

            ยงกุกมองเด็กน้อยตรงหน้าที่อ้อนให้ตัวเองเล่นเป็นเด็กดื้อไม่หยุด เขาอดที่จะแปลกใจไม่ได้ว่าเด็กน้อยของเขาไปเก็บคำพูดของใครที่ไหนมาคิดมากอีกหรือเปล่าถึงได้แสดงอาการแบบนี้ออกมา ให้ตายเถอะถ้าเขารู้นะเขาจะตามไปถึงบ้านเลย

 

            ตามไปขอบคุณสักหน่อย

 

            ดื้อตาใสแบบนี้พี่โคตรชอบเลยยยยยยย

 

            “อ่ะๆ ไหนลองเป็นเด็กดื้อให้พี่ดูหน่อยสิ”

 

            “อื้อ!” เด็กน้อยรับคำแล้วพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนจะค่อยๆ ปีนขึ้นไปบนตักของคนอายุมากกว่า คุกเข่าลงกับพื้นโซฟาแล้วทิ้งตัวลงบนหน้าขาของอีกฝ่าย น้ำหนักตัวของจินยองไม่ใช่ปัญหาสำหรับยงกุกเลยในตอนนี้ แต่ไอ้ที่เป็นปัญหาใหญ่เนี่ยคือรอยยิ้มที่อยู่บนใบหน้าของน้องต่างหาก

 

            “แฮ่ะ”

 

            มาฮงมาแฮะอะไร ใจพี่ไม่ไหวแล้ว

 

            “เป็นอะไรไปหื้ม?”

 

            พยายามแล้ว... คิมยงกุกพยายามอย่างถึงที่สุดในการปรับน้ำเสียงและสีหน้าของตัวเองให้เป็นปกติมากที่สุด แต่ในใจคือ ซังซัง โซเก ชาโอรึน นี กูมึล โมดู กอแนจวอ ไปแล้ว อีกนิดก็จะลุกขึ้นมาเต้นแฟนตาซีล่ะ

 

            โอ้ชิท แบบนี้ไม่ใช่แอมยัวร์แฟนตาซีล่ะ นี่มันยูอาร์มายแฟนตาซีชัดๆ

 

            ชัดๆ แบบ 4k แถมระบบเสียง audio vision เสียงคมชัดจัดจริงระยะเผาขนอีก

 

            “ถ้าผมเป็นเด็กดื้อผมจะยังน่ารักอยู่มั้ย?”

 

            เสียงเล็กๆ นั่นดังขึ้นที่ข้างหูของเขา ใบหน้าเล็กนั่นยังถูไถอยู่บนบ่าผายราวกับลุกแมวตัวน้อยๆ ที่กำลังออดอ้อนเจ้าของให้สนใจตนเองอยู่ คิมยงกุกล่ะไม่อยากจะพูดเลยว่าตอนนี้ก็สนใจอยู่ สนใจแต่หนูคนเดียวนั่นแหละ

 

            แต่ต้องเก็บอาการไว้ จะมาตบะแตกกลางงานปาร์ตี้แบบนี้ไม่ได้

 

            คนรอแซ็วมันอยู่เยอะ

 

            “ลงไปก่อนเร็ว จะได้กลับบ้านกัน”

 

            “ไม่เอา ไม่ลง”

 

            “จินยองอา” เสียงของยงกุกไม่ได้ฟังดูเหนื่อยใจ เขาแค่กำลังจะทนไม่ไหวแล้ว ไม่รู้ว่าแมวน้อยของเขาไปฟังใครพูดอะไรมาถึงได้แสดงอาการแบบนี้ออกมา เพราะปกติแล้วน่ะเครื่องดื่มดีกรีแค่นี้ทำอะไรลูกแมวตัวน้อยๆ นี่ไม่ได้หรอก

 

            อย่าลืมสิว่าเขาเป็นคนสอนน้องดื่มเองทำไมจะไม่รู้ว่าคนบนตักเนี่ยแกล้งเมาชัดๆ

 

            ตอนแรกมันก็ดีหรอก แต่ไปๆ มาๆ มันชักจะเริ่มเยอะแล้ว จะกลายเป็นตัวเขาเองนั่นแหละที่ทนไม่ไหวแล้วจับน้อบจูบโชว์เพื่อนมันซะตรงนี้เลย

 

          ท่องไว้คิมยงกุก ไหนร้องแฟนตาซีสักรอบนึงสิ เอ้าเริ่ม!

           

            “กอดหน่อยไม่ได้เหรอ”

 

            ฉิบหาย กูยังไม่ทันขึ้นท่อนแรกเลย

 

            ยงกุกก้มมองคนบนตักที่เงยหน้าขึ้นมาช้อนตามอง ดวงตากลมโตที่อยู่ในระยะอันตรายแบบนี้จ้องมา มันทำให้เขายกมือทั้งสองข้างประคองที่สะโพกมนนั่นอัตโนมัติ ไม่วายที่จะตบลงเบาๆ ที่แผ่นหลังเล็กนั่นคล้ายกับกำลังกล่อมเด็กน้อยอยู่

 

            “จุ๊บจุ๊บด้วยได้เปล่า”

 

            “หื้ม?”

 

            คราวนี้ยงกุกเริ่มงงเป็นไก่ตาแตกจริงจัง เขาไม่คิดว่าเบจินยองจะมีโหมดนี้กับเขาด้วย ปกติแล้วแมวน้อยเมาน่ะมีแต่จะนั่งเงียบๆ แล้วหลับ ไม่มีหรอกเมาแล้วอ้อน เมาแล้วยั่ว หรือเมาแล้วเรื้อน

 

            โอยยยยยยยย ใครไปปั่นหัวน้องวะ

 

          ถ้ารู้นะ ถ้ารู้... จะไปถวายน้ำแดงให้งามๆ หนึ่งขวดเลย

 

            “ตรงนี้เลยเหรอครับ?” แกล้งถามไปงั้นแหละ จริงๆ จะจับน้องฟัดจูบตั้งแต่นองมันขึ้นมานั่งบนตักแล้ว แต่กำลังรักษาภาพเพื่อนพี่ชายผู้แสนดีอยู่

 

            “แล้วตรงนี้ไม่ได้เหรอ?”

 

            หื้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม

 

            แทบจะแหมให้ยาวตั้งแต่โซลให้ไปถึงปูซาน คิมยงกุกไม่ไหว ไม่ไหวกับโหมดนี้จริงๆ รับมือไม่ได้เลย เหมือนตัวเองถูกปั่นหัวด้วยลูกแมวหน้าอ้อนๆ ใครสั่งใครสอนให้ตอบกลับมาแบบนี้ ไม่โอเค ไม่โอเคเลย หัวใจคิมยงกุกจะวายตายอยู่ตรงนี้

 

            แต่เดี๋ยว! ตายไม่ได้ ขอสนุกกับลูกแมวน้อยโหมดนี้ก่อน

 

            จุ๊บ!

 

            “เอาแค่นี้ก่อนเนอะ ที่เหลือค่อยว่ากัน” สวมร่างคนดีอีกครั้งด้วยการเลื่อนใบหน้าไปแตะลงเบาๆ ที่ริมฝีปากได้รูปนั่นของคนตรงหน้า ก่อนจะผละออกมาอย่างรวดเร็ว

 

            เหตุผลน่ะหรือ? ยังต้องถามอีกเหรอ ที่ทำแค่นี้ก็เพรากลัวว่าถ้าเกิดจูบน้องขึ้นมาจริงๆ แล้วจะอดใจไม่ไหวจับน้องกดมันตรงนี้มันก็ไม่ดีนะ

 

            “ทำไมจุ๊บแค่นี้อ่ะ ไม่อยากจูบผมเหรอ”

 

            อ้าว แค่จุ๊บก็ผิดอีกกู

 

            “จูบตรงนี้มันไม่ดีเนอะ คนอยู่เยอะไง” ไม่ว่าเปล่าจะผละมือข้างหนึ่งออกมาจากเอวน้องแล้วเลื่อนขึ้นมาประคองข้างแก้มแล้วดึงมันเบาๆ อย่างนึกหยอกเย้าให้น้องคลายปมคิ้วออกจากกัน

 

            ดูสิ ขนาดหน้านิ่วคิ้วขมวดแบบนั้นยังน่ารักเลย ให้ตายสิ

 

            “ไม่เอาอ่ะ” ไม่ว่าเปล่ายังเบะปากใส่เขาอีก

 

            “ไม่เอาอะไรหื้ม เป็นเด็กดื้อไปแล้วนะเรา”

 

            “ถ้าดื้อจะไม่รักเหรอ”

 

            “โอ๋ๆ ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย” ว่าแล้วก็กอดประคองหลังน้องไว้ไม่ให้ตกลงไป แล้วโยกตัวเบาๆ แกล้งทำเป็นเปลี่ยนเรื่องให้น้องตายใจ แล้วไม่ทักท้วงเรื่องจูบอีก

 

            เชื่อเถอะว่าถ้าลองได้จูบตรงนี้แล้วมันไม่จบลงที่จูบง่ายๆ หรอก

 

            อย่าปลุกมังกรให้ตื่นเลย ถือว่าขอร้อง

 

            “ไม่มีใครน่ารักเท่าเราอีกแล้ว ไม่คิดมากนะครับ ดื้อยังไงพี่ก็พี่รัก”

 

            นั่นไม่ใช่คำปลอบประโลมที่พูดออกไปแบบนั้น แต่มันคือความจริงจากใจของเขา ยงกุกไม่รู้ว่าอะไรที่อยู่ในหัวของน้องตอนนี้ แต่สิ่งที่น้องกำลังแสดงออกมามันคือการกระทำที่คล้ายกับการเรียกน้องความสนใจ? อืม... น่าจะความหมายประมาณนี้ ซึ่งปกติแล้วก็ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่สนใจน้องสักหน่อย

 

            แต่ลองมาคิดดูอีกทีแล้ว มันก็มีเส้นบางๆ คั่นกลางระหว่างเรียกร้องความสนใจกับเอาใจเขา

 

            ซึ่งคิมยงกุกขอทึกทักไปเองแล้วกันว่าเป็นอย่างหลัง

 

            เด็กน้อยเอ๊ย!

 

            “วันนี้อยากดื้อมากมั้ย ดื้อให้เต็มที่เลยนะ”...เดี่ยวพี่กลับไปคิดบัญชีกับเราทีหลังเอง

 

            น่าเสียดายที่ประโยคหลังเขาไม่ได้พูดมันออกไป

           

            “ไม่เอาอ่ะ วันนี้ขี้เกียจดื้อแล้ว กลับกันเถอะ”

 

            เหมือนยงกุกจะได้เบจินยองคนเดิมกลับคืนมา น้องถึงได้พูดไปหลบสายตาเขาไปแบบนั้น ไม่รู้ตัวหรือไงว่าแกล้งเมาไม่เนียนเอาซะเลย เขาน่ะจับได้ตั้งแต่วินาทีแรกแล้วแต่ก็ตามน้ำน้องไปอยากรู้ว่าลิมิตการเล่นละครของน้องจะหยุดอยู่ที่ตรงไหน แล้วมันก็... เป็นที่น่าพอใจสำหรับเขาซะด้วยสิ

 

            “ไม่เอาอ่ะ อยากให้ดื้อต่อไม่ได้เหรอ”

 

            “ไม่อยากดื้อแล้ว”

 

            และเพราะเขาโอบรัดเอวน้องซะแน่น จินยองถึงได้เอาแต่ส่ายหน้าไปมาเป็นเชิงปฏิเสธเขา แต่ก็ยังก้มหน้าก้มตางุดๆ จนปลายคางแทบจะชิดกับอกของตัวเองอยู่แล้ว

 

            “พี่ยงกุก ปล่อย” และเพราะเขาไม่ยอมคลายออมแขนของตัวเองออก น้องถึงได้ยอมเงยหน้าขึ้นมาคุยกับเขาดีๆ ซึ่งแน่นอนว่าคำตอบของยงกุกคือ

 

            ฟอด!

 

            การเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้กับอีกฝ่ายแล้วฝังปลายจมูกของตัวเองลงบนที่ข้างแก้มนุ่มๆ นั่น ก่อนจะผละออกมาอย่างรวดเร็ว ดูใบหน้าที่ขึ้นสีเพราะการกระทำของเขาไม่ใช่เพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ เขาไม่รู้ตัวหรอกว่าตอนนี้ใบหน้าของเขาแทบจะยับย่นเพราะรอยยิ้มกว้างนั่นขนาดไหน

 

            “ไหนลองบอกพี่สิ ทำไมวันนี้ถึงอยากดื้อ ถ้าไม่บอกพี่ก็จะกอดเราไว้แบบนี้ทั้งงานเลย”

 

            จินยองเม้มริมฝีปากของตัวเองจนแทบจะเป็นเส้นตรงในทันทีที่ได้ยินคำถามนั้น ฝ่ามือเล็กๆ ที่วางอยู่บนบ่าของอีกฝ่ายเลื่อนลงมากำคอปกเสื้อเชิ้ตสีขาวนั่นอย่างลืมตัว

 

            “ถ้าบอก พี่ต้องสัญญาว่าจะไม่โกรธ”

 

            “อ่าฮะ” ยงกุกรับคำแล้วเอียงคอมองลูกแมวน้อย จะว่าเขาโรคจิตก็ได้ แต่เขาชอบเวลาที่จินยองอยู่ในโหมดของเด็กน้อยกำลังสารภาพผิด ใบหน้าเล็กๆ ที่ง้ำงอนั่น กับริมฝีปากบางๆ ที่ถูกขบเม้มเข้าหากัน ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงได้ชอบมันนัก

 

            เห็นแล้วอยากจะจับฟัดแรงๆ สักทีสองทีสิให้ตาย

 

            “เร็วสิ ไม่อยากกลับบ้านเหรอ” ยงกุกเร่ง

 

            “ก็...”

 

แล้วเมื่อฟางเส้นสุดท้ายในการตัดสินใจของจินยองขาดลงแล้ว เขาจึงยอมเอ่ยปากออกไป

 

“กลัวพี่เบื่อ”

 

คนอายุมากกว่าแสร้งตีหน้านิ่ง รอฟังคำสารภาพต่อไปของเด็กน้อยตรงหน้า แต่ก็ไม่วายที่จะกระชับวงแขนของตัวเองให้แน่นขึ้น

 

“เลยอยากลองเป็นเด็กดื้อบ้าง เผื่อพี่จะชอบ”

 

“แบบนี้คือดื้อ?”

 

“อื้อ!

 

ยงกุกอยากจะยกมือขึ้นมาตบหน้าผากตัวเองให้สิบครั้งสิให้ตาย ใครมาเป่าหูแมวน้อยของเขาเนี่ยว่าไอ้สิ่งที่ทำอยู่คือการทำตัวเป็นเด็กดื้อ นี่มันคือการยั่วกันชัดๆ ไม่ได้ดงไม่ดื้ออะไรเลย

 

“แล้วพี่ชอบมั้ย?”

 

คนถูกถามสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ เขาเสสายตามองไปที่อื่นสักพักเพื่อสงบจิตสงบใจตัวเองก่อนจะตอบกลับไป ทั้งๆ ที่ในใจตะโกนออกไปแล้วว่าชอบมาก แต่ต้องรักษาภาพลักษณ์ในสายตาของน้องเอาไว้ ไม่ให้น้องตื่นตกใจกลัวเขาไปซะก่อน

 

ถึงน้องจะเคยเจอตัวเขาในโหมดนั้นมาแล้วก็เถอะ แต่ยงกุกก็ยังอยากเป็นคนที่อ่อนโยนเสมอในสายตาน้องอยู่ดี

 

“ชอบสิ จินยองแบบไหนพี่ก็ชอบหมดนั่นแหละ”

 

“แฮ่ๆ” ปิดท้ายบทสนทนาที่กระอักกระอ่วนนั่นด้วยรอยยิ้มกว้างของน้องที่เขาตกหลุมรักมันไม่ต่างจากในวันแรกที่เจอกัน แม้น้องจะโตขึ้นมากจากเมื่อตอนนั้นก็ตาม แต่ในสายตาของเขาเบจินยองไม่เคยเปลี่ยนไปเลยสักนิด

 

ลูกแมวก็คือลูกแมวอยู่วันยันค่ำนั่นแหละหน่า

 

ต่อให้ลูกแมวใส่ช็อปถือไม้ทีก็ยังน่ารักสำหรับเขาอยู่เสมอ

 

“ว่าแต่พี่จะไม่จูบผมตรงนี้จริงๆ เหรอ”

 

อึก!

 

นั่นเสียงกลืนน้ำลายเขาเอง อะไรคือการที่น้องมาถามเขาด้วยสีหน้าและท่าทางที่เป็นอยู่ในตอนนี้ นี่มันไม่ใช่เด็กดื้อ มันเด็กยั่วแล้ว ไม่ไหวแล้ว คิมยงกุกกำลังจะหัวใจวายจริงๆ คือน้องโหมดนี้มันก็ดีอยู่หรอก แต่หัวใจเขารับไม่ไหวจริงๆ

 

เด็กยิ่งโตนี่ยิ่งยั่วจริงๆ

 

ถ้ายังไม่หยุด อีกนิดจะปลุกพี่มังกรออกมาแล้วนะ

 

            “นะ”

 

            “อือ”

 

            “นะ นะ”

 

            “.....”

 

            แล้วสุดท้ายก็จบที่ความเงียบระหว่างพวกเขาทั้งสองคน มีเพียงแค่เสียงดนตรีที่ดังออกมาจากลำโพงทว่าไม่ได้เข้าสู่โสตประสาทเลยสักนิด เช่นเดียวกับเสียงโห่แซ็วจากคนทั้งโต๊ะที่ก่อนหน้านี้ก็แสร้งทำเป็นไม่สนใจพวกเขา ก่อนจะตามมาด้วยสายตาหลายสิบคู่จากคนทั้งงานที่ต่างจับจ้องกันมาเป็นตาเดียว

 

            ภาพของคู่รักที่กำลังแสดงความรักต่อกันทำเอาใครหลายคนหันไปแสดงความรักกับคนข้างๆ แต่ก็จะมีบางคู่ที่ได้ยินเสียโอดโอยด้วยความเจ็บปวดบางอย่างดังขึ้นมา แต่ช่างเถอะ... นั่นไม่ใช่สิ่งที่ยงกุกกับจินยองสนใจเลยสักนิด เขาแค่คิดว่าริมฝีปากที่เจือไปด้วยรสขมฝาดของเครื่องดื่มพวกนี้ก็เป็นอีกหนึ่งรสชาติที่ชวนให้ติดใจดีเหมือนกัน

 

            และสุดท้ายมังกรในตัวของยงกุกก็ยังไม่ยอมตื่นขึ้นมา แต่กลับรู้สึกเหมือนมีโซ่อีกหลายเส้นเข้ามาดึงแขนดึงขาของมันไว้ ไม่ให้หลุดออกไปไหน

 

            ไม่ว่าจะผ่านไปนานสักกี่ปี มังกรตัวนี้ก็ยังสบยอยู่ใต้แทบอุ้งเท้าแมวอยู่ดี

 

            ก็เขารักอุ้งเท้าแมวตัวนี้นี่หน่า บางวันก็เป็นแมวขี้อ้อน บางวันก็เป็นแมวขี้ยั่ว

 

            บางทีชีวิตของมังกรเชื่องๆ ตัวนี้ก็ไม่ได้ต้องการความแฟนตาซีขนาดนั้น

 

          กลัวหัวใจจะวายตายก่อนน่ะสิ

 

 

 

           

 

 

 

 

 

 

END

           

           

 

           

 

TALK TALK TALK

            เค้ากลับมาแล้วค่ะ หายไปนานอยู่เหมือนกัน เพราะเปิดเทอมแล้ว โดนเล่นงานตั้งแต่ต้มเทอมเลย ตั้งแต่คอมพังยันโดนรื้องาน ชีวิตก็ค่อนข้างแฟนตาซีดีค่ะ บางวันเจอประชุมงานยาวตั้งแต่หกโมงยันสามสี่ทุ่ม เรียกได้ว่าเป็นซอมบี้กันตั้งแต่ต้นเทอมเลยทีเดียว 99 ที่กดให้กำลังใจกันก่อนหน้านี้ได้ใช้แล้วนะคะ 555555555555 กลับมาเติมพลังค่ะ อยากเขียนอย่างอื่นที่ไม่ใช่งานบ้าง เลยมาจบลงที่ฟิค จริงๆ ใจอยากกลับไปเขียนฟิคคุณน้าองให้จบด้วย ตอนนี้ฟุ้งซ่านไปหมด อยากทำทุกอย่างที่ไม่ได้ทำงานที่แท้ 55555 สำหรับตอนนี้ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากความใจบาปของพี่ยงกุกเองค่ะ นี่คือเลเวลการดื้อขั้นสุดของน้องแล้ว เห็ยมีคนบอกว่าอยากเห็นน้องดื้อ นี่คือลิมิตการดื้อของน้องนั่นแหละค่ะ 555555555555

 

 

 

 

 

             

 

 

             

 

           

 

           

           

 

           

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

           

             

             

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

           

 

 

 

             

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,026 ความคิดเห็น

  1. #3002 เจ้าชายอสูร_B2UTY (@13161212) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 19:09

    ห้ื้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม ว๊ายยย ตายแล้ว !!!! พี่กั๋วแพ้ทางน้องแล้วค่ะ 5555555 ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหน มังกรก็ยอม ให้แมวตัวเล็กๆตัวเดียวอยู่ดี ><

    #3,002
    0
  2. #2945 magmild (@m-mild) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:37
    เห็นภาพน้องดื้อตาใสได้เลย น้องงงง ถ้าพี่เป็นพี่ยงกุกพี่จะไม่ทนแล้วลูก น่ารักน่าเอ้นดูมากกกก อยากเลี้ยงงงง ต้องไปขอบคุณเพื่อนน้องเลยค่ะพี่ยงกุกที่ไปปลุกวิญญาณแมวดื้อในตัวน้อง (หรือแมวยั่วนะ?)
    คิดถึงแก๊งคนบาปมากๆๆๆๆๆ เป็นกำลังใจให้นะค้าาา
    ปล. /กด 99
    #2,945
    0
  3. #2944 RK CYP (@rewko_cyp) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:07
    หนูดื้อตาใสได้น่ารักมากๆเลยจินย๊องงงง 
    #2,944
    0
  4. #2941 IrisMaple (@irismaple) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:45
    พี่มังกรกับน้องลูกแมวกลับมาแล้ววววววว~ แงวงง๊ เป็นการคัมแบ็คที่ยิ่งใหญ่มากเลยค่ะ ชอบบรรยากาศระหว่างคู่นี้มากๆเลยค่ะ ชอบที่ทั้งคู่ดูเป็นพื้นที่สบายใจของกันและกัน ขำน้องแพแบบ.. ทั้งขำทั้งนิ้มกับความน่ารักของน้องอ่ะค่ะ นี่พยายามทำตัวเป็นลูกแมวดื้อแล้วนะ แต่ไหงกลายเป็นลูกแมวขี้อ้อนจอมยั่วไปได้นะ ขำความฮึบแล้วร้องแฟนตาซีของพี่มังกรมากเลนค่ะ โอยยยยน พี่กุกทำตัวน่ารักอบอุ่นมากเลย แอบอยากเห็นร่างมังกรผงาดของพี่กุกนะคะ
    #2,941
    0
  5. #2940 MoJi_Mitoru (@narumi) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 12:38
    กด99 ให้กำลังใจไรท์ก่อนะคะ น้องแพน่ารักมากๆๆๆๆๆๆๆๆเลย คิดถึงคู่นี้มากเลย พี่ไม่กากอ่ะ อยากสะกิดพี่ยองมินให้มาดูตัวอย่าง เขินมากๆๆๆเลยค่ะ งือ
    #2,940
    0
  6. #2939 Beeblerr (@YaowadeeChupan) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 11:14
    แงงงง น่ารักกกกกก แมวตัวโน้ยๆของพี่มังกรก็อยากจะดื้อให้พี่มังกรดุบ้าง โอ๊ยใจจจจจจจ
    #2,939
    0
  7. #2938 fanpaaat (@fanpaaat) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 23:49
    น่ารักกกกกกกก
    #2,938
    0
  8. วันที่ 30 มกราคม 2561 / 13:39
    เสียงโอดโอยนั่นอาจจะเป็นเสียงยองมินที่โดนเซอุนฟาดที่หลัง 5555555555
    #2,932
    0
  9. #2931 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 09:43
    สงสารได้แต่ร้องแฟนตาซีปลอบใจพี่ยงกุก55555555555
    #2,931
    0
  10. #2930 alanielz (@lyjjx) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 02:18
    โอ้ยยยย ร้องแฟนตาซีตามพี่กั๋ว
    #2,930
    0
  11. #2929 Chinana oma (@meaonchi) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 21:19
    น้องจินยองดื้อแบบนี้ พี่ยงกุกจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร คงยอมตายคาอกน้องค่ะ
    #2,929
    0
  12. #2928 Bellpm bpm (@_bpm) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 16:37
    อ่านแล้วได้แต่สครีมใส่หมอน ชอบค่ะ น้องจินยองดื้ออีกค่ะ ดื้ออีกเยอะๆๆๆๆเลย
    #2,928
    0
  13. #2927 Rcnnn (@Rcnnn) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 16:25
    เรานี่หัวใจวายตายไปก่อนพี่ยงกุกแล้วค่ะ จินยองโหมดนี้ไม่ไหวจริงๆ
    #2,927
    0
  14. #2926 rapperline (@ruruki) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 14:50
    โอ้โห!!! พี่ยงกุกคะ เราก็ชอบน้องโหมดนี้ค่ะ อยากแย่งพี่ยงกุกเลยค่ะ 555555
    #2,926
    0
  15. #2925 Moji_EB (@moji-eb) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 14:12
    เอ็งดูววววววววว งุ้ยยยน้องแบบน่ารักอะ ใครว่าจินยองของพี่จืดชืดไม่จริงซะหน่อย น้องจินยองน่ารักแบบนี้แหละที่พี่ยงกุกเค้าชอบ
    #2,925
    0
  16. #2924 97ivy (@palmmus) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 09:39
    น่ารักมากกกกกก หัวใจจะวายแทนพี่ยงกุก!! น้องน่ารักมากกกก คิดถึงมากๆเลยค่ะ ฮือออออออ
    #2,924
    0
  17. #2923 -Neem- (@minameena) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 01:28
    ดื้องี้จับฟัดแต่วิแรก น้องก็คือน้อง ไม่รู้ดื้อกะยั่วต่างกันยังไง5555555
    #2,923
    0
  18. #2922 Heartless. (@lucylucky) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 01:28
    คนทางนี้จะตายแล้วค่าาาา T//////////T เขินน้องมากเวอร์ ตอนนั่งตักนี่แบบใจสั่นระรัว แล้วความคิดพี่ก็แบบขำมาก ตัดอารมณ์เขินเลยอะ บ้าเอ้ย ;////; น้องจะน่ารักเกินไปและนะ หัวใจจะวายตามพี่ยงกุก
    #2,922
    0
  19. #2921 mmgalaxykk (@mmgalaxykk) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 01:20
    โอ้ยยยยย ไม่ชินกับจินยองโหมดนี้จริงๆ
    แต่ชอบมากๆๆ เขินอ่ะ
    #2,921
    0
  20. #2920 jyshjhsh (@jyshjhsh) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 00:45
    เป็นการดื้อที่โคตรน่ารักน่าเอ็นดูฮื่อออ
    #2,920
    0
  21. #2919 Nutsu yume (@chanyanut28967) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 00:41
    โง้ยยยยย ชอบงื้ออออ
    ขำตรงร้องแฟนตาซี5555555
    #2,919
    0
  22. #2917 Sora.sara (@calpis98) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 22:56
    ดีมากเลยค้าาาาาา
    #2,917
    0
  23. #2916 Panbam' (@banaikon22) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 22:53
    โอ้ยยยย ยัยน้องมันร้ายนะคะ
    สรุปคนที่ร้ายคือยัยน้องจริงๆ
    #2,916
    0
  24. #2915 qqxtg (@siwanguy) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 22:47
    น่ารักมากเลย แงงงงไม่ไหวแร้ว
    #2,915
    0
  25. #2913 tsllln (@tsllln) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 22:22
    น้องง่าน้องไม่ไหวววววว น้องหัวใจจะวายเหมือนพี่ยงกุกแล้วววว โอยยย จินย๊องงงงง
    #2,913
    0