'BOY & BOY' ♥ SF/OS Produce101 Store

ตอนที่ 51 : ► Knock it off :: Joo Jinwoo x Joo Hankyeon

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,637
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    5 ม.ค. 61

Knock it off

Joo Jinwoo x Joo Hankyeon

 

 

 

 

 

Note: แนะนำให้อ่าน Call me daddy / Troublemaker ก่อนนะคะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

          Daddy: อยู่ข้างหน้าแล้วนะกำลังเข้าไป

 

            จูจินอูส่งข้อความนั้นไปยังปลายทางเสร็จก็เก็บเจ้าเครื่องสื่อสารยัดใส่ลงในกระเป๋ากางเกงของตัวเอง เขาหยิบช่อดอกไม้ดอกเล็กที่สั่งมาจากร้านดอกไม้ใกล้ๆ กับออฟฟิศขึ้นมาถือไว้ในมือ ก่อนจะลงจากรถยนต์คันเล็กที่จอดอยู่ในลานจอดรถของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง

 

            เรียวขายาวพาตัวเองมาจนถึงหน้าหอประชุมขนาดใหญ่ที่ถูกจัดขึ้นเป็นโรงละคอนของนักศึกษา ผู้คนที่เดินผ่านไปมานั้นมีจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะวันนี้ที่นี่มีการแสดงละครเวทีประจำปี เอาจริงๆ เขาเองก็จำไม่ได้เหมือนกันว่าชื่อเต็มมันคืออะไร จำได้แค่ว่าเมื่อสามเดือนก่อนฮังนยอนวิ่งมาบอกเขาว่าตัวเองกำลังจะได้เล่นละครเวที พอเขาถามว่าได้เล่นเป็นบทอะไร อีกฝ่ายก็อึกอัก จนเขาเค้นถามออกมาถึงได้บอกว่าเป็นแค่นักแสดงสมทบเฉยๆ ไม่ได้เล่นเป็นตัวหลัก แต่ก็ยังไม่วายทำหน้าตาน่ารักใส่เขาพร้อมทั้งออดอ้อนว่าให้ไปดูด้วย

 

            จนเมื่อเดือนก่อนอีกฝ่ายก็พรวดพราดเข้ามาในห้องทำงานของเขาเหมือนเดิม พร้อมกับบัตรละครเวทีในมือแล้วกำชับเขาหนักหนาว่าต้องมาให้ได้นะ แววตาที่แสดงออกถึงความมุ่งมั่นและจริงจังในตอนนั้นก็เล่นทำเอาเขาเซไปอยู่สักพัก

 

            แต่ถึงอย่างนั้นจินอูก็พยายามจะเคลียร์งานของตัวเองแล้วมาดูละครเวทีนี้ตามสัญญาที่ให้ไว้กับอีกฝ่ายให้ได้ เพราะเขาแทบจะจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่เด็กคนนั้นจริงจังและตั้งใจทำอะไรสักอย่างมันเกิดขึ้นตอนไหน

 

            พอได้มาเห็นเด็กคนนั้นอีกครั้งในที่แบบนี้ โอกาสแบบนี้ก็อดที่จะยกยิ้มขึ้นอย่างภูมิใจไม่ได้จริงๆ

 

          เติบโตขึ้นมาเป็นอย่างดีเลยสินะจูฮังนยอน 

 

            เพราะอยู่ด้วยกันแทบจะตลอดเวลานั่นแหละทำให้เขาไม่ได้หันมองข้างตัวเลยว่าเด็กหนุ่มข้างบ้านในวันวานเติบโตไปถึงไหนแล้ว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เด็กคนนั้นเข้าใจคำว่าชีวิตของตัวเองแล้วเลิกเกาะติดเขาแจ เลิกทำตามเขาทุกอย่างไปแล้วนั่นแหละ

 

            “ขอตรวจบัตรด้วยนะคะ” เสียงของหญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านหน้าประตูทางเข้าเอ่ยขึ้น จินอูยกยิ้มเล็กน้อยแล้วส่งบัตรในมืออีกข้างที่ไม่ได้ถือช่อดอกไม้ให้กับเธอ

 

            เพียงไม่นานนักเขาก็ได้รับบัตรที่มีรอยกดรูปวงกลมกลับมา พร้อมกับคำทักทายของเธอที่ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาอีกครั้ง

 

            “ดอกไม้ช่อใหญ่เลยนะคะ ขอให้มีความสุขกับการรับชมนะคะ”

 

            “ครับ ขอบคุณมากครับ” เขาตอบกลับไปตามมารยาท ก่อนจะกระชับช่อดอกไม้นั้นไว้ในอ้อมแขน แล้วเดินตามหญิงสาวอีกคนที่รับหน้าที่ดูแลคนดูในวันนี้ เพื่อไปนั่งยังที่นั่งของตัวเองบนบัตรในนั้น

 

            ไฟเฮาส์ของโรงละคอนมืดลงแล้ว จินอูขยับกายปรับท่านั่งให้อยู่ในท่าที่สบายเพราะเขาต้องนั่งอยู่ตรงนี้ไปอีกกว่าสองชั่วโมง และเมื่อดนตรีเปิดการแสดงดังขึ้นมา เขาก็เลิกสนใจสิ่งรอบข้างแล้วมีสมาธิจดจ่ออยู่กับการแสดง และยิ้มออกมาในทุกครั้งที่เห็นฮังนยอนอยู่บนเวที

 

            โตขึ้นมากแล้วจริงๆ สินะ

 

           

 

 

 

 

            “แด๊ดดดดดดดดด”

 

            อั่ก!

 

            ยังไม่ทันที่จินอูจะได้ตั้งตัวดีเลย ร่างของเขาก็ถูกโถมเข้าใส่ด้วยร่างของเด็กหนุ่มที่โตมาแล้วขนาดตัวก็ไม่ได้ต่างจากขากไปสักเท่าไหร่ ช่อดอกไม้ในมือบอบช้ำเพราะฮังนยอนเล่นวิ่งเข้ามากอดเขาจนไม่ทันได้ดูอะไร แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้นึกอารมณ์เสียใดๆ เพียงแค่เสียงหัวเราะของเด็กน้อยตรงหน้าเข้าสู่โสตประสาทของเขาแค่นั้นจูจินอูก็ยิ้มจนปากแทบจะฉีกถึงหูอยู่แล้ว

 

            “แด๊ดมาจริงด้วยอ่ะ” ว่าแล้วก็ผละอ้อมกอดของตัวเองออกมาแล้วมองหน้าคนแก่ที่เขาชอบไปรบกวนการทำงานบ่อยๆ ช่วงก่อนหน้านี้

 

            “ก็ต้องมาอยู่แล้ว เก่งมากเจ้าลูกหมู อ่ะ!” ไม่ว่าเปล่ายังยื่นช่อดอกไม้ที่สภาพไม่ค่อยจะเหมือนเดิมเท่าไหร่ให้กับคนตรงหน้าอีก

 

            ฮังนยอนรับช่อดอกไม้นั้นมาแล้วก็ฉีกยิ้มกว้างไม่ต่างจากอีกฝ่ายเลยสักนิด เขามองคนแก่กว่าที่แกล้งทำเป็นเกาท้ายทอยแก้เขินอย่างจับผิด ให้ตายสิจูจินอูหัดเป็นคนโรแมนติกตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ

 

            “ชอบมั้ย” แล้วจินอูก็ถามขึ้น เมื่อเขาเห็นว่าปฏิกิริยาของน้องดูแตกต่างจากที่คาดไว้ ฮังนยอนแค่มองมันเงียบๆ สลับกับหน้าของเขาแล้วก็ยิ้มออกมาเท่านั้น ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็คงแหกปากแล้วก็เอาแต่ชมเขาไม่หยุดไปแล้ว

 

          ดูนิ่งขึ้นแฮะ

 

          “ชอบสิ ชอบที่สุดเลย ชอบแด๊ดที่สุดเลย”

 

          อั่ก!

 

            แล้วก็เป็นอีกครั้งที่ฮังนยอนเข้าจู่โจมเขาอย่างไม่ทันได้ตั้งแต่ ร่างของคนแก่กว่าเซไปด้านหลังเล็กน้อยแต่ถึงอย่างนั้นจินอูก็โอดกอดร่างของน้องไว้เป็นอย่างดี พลางก้มลงมองศีรษะทุยๆ ที่ซุกอยู่บนแผงอกของเขา อดไม่ได้ที่จะนึกเอ็นดูยกมือขึ้นลูบเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนนั่นเบาๆ

 

            เขารู้ว่าฮังนยอนเหนื่อยมากในช่วงที่ผ่านมา ถึงเขาจะไม่เคยสัมผัสงานละครเวทีมาก่อน แต่เขาก็รู้ว่าทุกงานย่อมไม่ใช่การมานั่งเล่นขายของกัน และเมื่อฮังนยอนผ่านมันมาได้ก็นับว่าเด็กน้อยคนนี้ได้เติบโตขึ้นไปอีกก้าวแล้ว

 

            และวันนี้ก็เป็นการแสดงรอบสุดท้ายแล้ว อีกฝ่ายควรจะได้อะไรเป็นรางวัลตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ บ้าง

 

            “วันนี้ไปนอนห้องแด๊ดนะ พรุ่งนี้จะพาไปกินขนม” คนแก่กว่าเป็นฝ่ายเอ่ยปากบอกเอง และนั่นทำให้ฮังนยอนพยักหน้าหงึกหงักอย่างน่ารัก ไม่ว่าเด็กคนนี้จะโตไปอีกสักกี่ปี ในสายตาของจินอูก็เหมือนถูกสต๊าฟไว้ที่แปดขวบอยู่วันยันค่ำ

 

            “เดี๋ยวไปเก็บของนะ แต่ตอนนี้มาถ่ายรูปกันก่อนๆ”

 

            “อ่า ถ่ายสิๆ”

 

            จินอูยอมทำตามทุกอย่างแต่โดยดี พวกเขายืนอยู่หน้าแบ็คดร็อปที่ประตูทางเข้าโรงละคอนแล้วยืนถ่ายรูปไปหลายสิบรูปอยู่เหมือนกัน ฮังนยอนเอาแต่สนใจดอกไม้ในมือนั่นไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองเขา ภาพที่ได้ออกมาส่วนมากจึงกลายเป็นภาพที่ฮังนยอนก้มแล้วมีเขามองตาม และสุดท้ายไม่มีใครมองกล้องเลย

 

            แต่ก็ถือว่าเป็นภาพที่มีความหมายเอามากๆ เลยล่ะ

 

            “ขอบคุณมากนะฮยอนจุน” ฮังนยอนว่าแล้วขอโทรศัพท์ของจินอูคืนมาจากอีกฝ่ายที่ทำหน้าที่เป็นช่างกล้องของงานในวันนี้ “แด๊ดมาดูรูปเร็ว”

 

            “อ้าว นี่คุณพ่อของฮังนยอนเหรอ”

 

            คำถามนั้นทำให้คิ้วของจินอูกระตุก เขาหันขวับมองต้นเสียงด้วยสายตาที่เอาเรื่อง แล้วหัวคิ้วก็ขมวดเข้าหากันจนแทบจะเป็นปม

 

            เหตุการณ์แบบนี้มัน...

 

            “สวัสดีครับคุณพ่อ!” ฮยอนจุนโค้งแทบจะเก้าสิบองศาให้คนตรงหน้าที่ตอนนี้คลายปมคิ้วแล้วอ้าปากค้างอากาศไปแล้ว

 

            ฮังนยอนเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าก็หัวเราะออกมาเบาๆ แล้วเดินไปตบบ่าเพื่อนสนิทต่างฝ่าย

 

            “คนนี้ไม่ใช่พ่อเราหรอกฮยอนจุน ไม่ใช่ๆ” ว่าแล้วก็โบกมือปฏิเสธไหวๆ

 

            “ก็เมื่อกี้ฮังนยอนเรียกว่า...”

 

            “เป็นแด๊ด เอ่อ แด๊ดดี้น่ะ”

 

            “อ๋อ แด๊ดดี้” ฮยอนจุนว่าแล้วก็พยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ ก่อนจะตั้งสติได้แล้วหันมองฮังนยอนที่ยืนอยู่ด้านข้างอย่างรวดเร็ว “แด๊ดดี้เหรอฮังนยอน!?”

 

            “อื้อ แด๊ด ที่มาจากแด๊ดดี้อ่ะ” เจ้าของชื่อตอบกลับไปแล้วยกยิ้มขึ้น คล้ายกับว่าจะหลุดหัวเราะออกมาเมื่อเห็นแววตาที่ตกใจปนกับความเชื่อในสิ่งที่เขาพูดออกไปของฮยอนจุน

 

            “แด๊ดดี้ที่เป็นแฟนอ่ะ คือเราเรียกแฟนแบบนี้ จริงๆ ก็อายุจะยี่สิบกลางๆ ยังไม่แก่นะ!” แล้วก็อธิบายเพิ่มเมื่อเห็นว่าฮยอนจุนดูเหมือนว่าจะช็อคไปแล้ว เขาโบกมือไหวๆ ที่ด้านหน้าแล้วเอ่ยเรียกอีกฝ่ายเบาๆ “ฮยอนจุนๆ เป็นอะไรหรือเปล่า”

 

            “คือมันแบบ เอ่อ มันสาหัส มันแบบ นึกว่านายชอบกันกับยองฮุน?”

 

            แต่ดูเหมือนว่าคนที่ตกใจจะไม่ใช่เจ้าของเรื่องแต่กลายเป็นจูจินอูเสียอย่างนั้นที่ให้ความสนใจกับประโยคก่อนหน้านี้ คนอายุมากกว่าหันมองฮังนยอนราวกับว่าอยากจะคาดคั้นเอาคำตอบว่าสิ่งที่ตนได้ยินเมื่อครู่นี้มันคืออะไร

 

            “กับยองฮุนก็เพื่อนสนิทกันเฉยๆ เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว ฮยอนจุนจะทำครอบครัวเราร้าวฉานไม่ได้นะ” แหวใส่อีกฝ่ายแล้วหันไปหาคนแก่ที่ทำหน้าดุใส่เขา “แด๊ดอย่าทำหน้างั้นสิ ไม่มีอะไรจริงๆ นะ”

 

            แล้วก็นั่นแหละใครจะไปทนลูกอ้อนของเด็กหนุ่มตรงหน้าได้ ฮังนยอนเบ้ปากอ้อนคล้ายกับเด็กที่ร้องไห้อยู่รอมร่อเพราะเขาดันไปทำหน้าดุใส่ นั่นทำให้คนอายุมากกว่ายกขึ้นท้ายข้างแก้มตัวเองเบาๆ แล้วกระแอมไอออกมาสองสามครั้ง

 

            “ถ้าไม่มีไรงั้นแด๊ดไปรอที่รถนะ เสร็จแล้วโทรมา” ทำมือเป็นรูปโทรศัพท์แนบที่ข้างหูของตัวเองแล้วเดินออกจากบริเวณนั้นไป แต่ทว่ายังไม่ทันที่จะได้ก้าวก้าวที่สองเสียงของไอ้เด็กฮยอนจุนนั่นก็ดังขึ้นไล่หลังมาอีกครั้ง

 

            “ไว้เจอกันอีกนะครับคุณพ่อฮังนยอน”

 

            “ก็บอกว่าไม่ใช่พ่อไงวะ!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            ในช่วงค่ำหลังจากที่พาฮังนยอนกลับมาที่คอนโดของตัวเองแล้ว จินอูก็ต้องพาเด็กน้อยในความดูแลของเขาออกไปข้างนอกอีกครั้งเพราะเห็นว่าอีกฝ่ายมีงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จของโปรดักชั่นละครเรื่องนี้ ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติจนแทบจะกลายเป็นธรรมเนียนปฏิบัติกันมาอยู่แล้วการเลี้ยงฉลองหลังทำงานเสร็ยเนี่ย เขาเองจึงไม่อยากจะขัดอะไรน้อง

 

            ดูจากสายตาละห้อยๆ ตอนบอกเขาก็รู้แล้วว่าอยากออกไปสังสรรค์กับเพื่อนเมื่อกัน แต่อีกใจก็คงกลัวเขาโกรธหรือน้อยใจ แต่บอกไว้ตรงนี้เลยว่าเขาไม่ใช่ไอ้เสือที่ปากแข็ง เพราะฉะนั้นการอนุญาตของเขาในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพื่อการประชด แต่อยากให้น้องได้ออกไปจริงๆ

 

            แน่นอนว่าไม่ได้ไปลำพัง จูจินอูเองก็เปิดโต๊ะอยู่บนชั้นสองของคลับย่านใจกลางเมืองนั้น เขาเลือกที่นั่งที่สามารถมองเห็นเด็กน้อยของเขาได้ง่ายๆ แล้วปล่อยให้น้องได้ใช้เวลากับเพื่อนกับรุ่นพี่ในโปรดักชั่นกันไปอย่างสบายใจ

 

            ก็ไม่ได้ตั้งใจจะมานั่งเฝ้าอะไร แค่อยากจะมานั่งดูหน้าไอ้เด็กที่ยองฮุนอะไรนั่นเฉยๆ

 

            “คิดว่ากูว่างมากมั้งเนี่ย อยู่ๆ ก็โทรเรียกออกมา บ้านกูมีลูกมีเมียต้องดูแลนะ” เสียงที่บ่นพึมพำอยู่ข้างตัวเขานั่นไม่ใช่ใครเลยนอกจากคังแดเนียลลูกหมาน้อยของกลุ่ม คนที่เขาโทรนัดปาร์ตี้สายฟ้าแลบให้ออกมานั่งดื่มด้วยกัน

 

            ก่อนจะตามมาด้วยยองมิน ซังกยุน และยงกุก ก่อนจะปิดท้ายด้วยข้อความจากคังดงโฮที่บอกว่ามาไม่ได้นอนกอดเมียเด็กอยู่ที่ห้อง

 

            “มึงไปลูกตอนไหนวะไอ้หมา” ยงกุกถามขึ้นในระหว่างที่กำลังเปิดเครื่องดื่ม RTD ขวดสีขาว แล้วยื่นให้คนถูกถาม

 

            เพราะเป็นนัดกะทันหันทำให้เลือกที่จะนั่งชิลๆ กินบรรยากาศพักผ่อนมากกว่ามากินเอาตาย

 

            “จริงๆ ลูกซองอูมัน แม่งเอาหมามาเลี้ยงไม่ถามกูสักคำว่ากูชอบหมามั้ย”

 

            “มึงทาสแมวนี่” ซังกยุนขัดขึ้น

 

            “เออดิ แม่งก็รู้แต่มันบอกว่ามันชอบหมา มันเลยจะเลี้ยงหมา แค่กูนี่หมาไม่พอเหรอวะ หรือกูต้องไปใส่หูใส่หางถึงจะลูกหมาพอใจมัน”

 

            “กูว่ามึงเริ่มจะประสาทละ”

 

            “ปัญหาในครอบครัวกูจะไม่ยุ่ง”

 

            “ไอ้เพื่อนไม่จริง!” ว่าแล้วก็แย่งเครื่องดื่มขวดสีเหลืองอ่อนในมือของยองมินขึ้นมากระดกเอาๆ หลังจากที่กระดกของตัวเองไปหมดขวดภายในเวลาไม่ถึงห้านาที ไม่วายที่จะโดนเพื่อนรักหน้าอัลปาก้าสบถคำหยาบออกมาที่แทบจะยกมาทั้งป่าอเมซอน

 

            จินอูมองภาพตรงหน้าแล้วยกยิ้มขึ้นมา ก่อนจะหันมองลงไปข้างล่างยังโต๊ะที่ถูกต่อให้พอสำหรับคนเกือบสามสิบคนที่มางานเลี้ยงในวันนี้ แม้จะอยู่ในความมืดสักแค่ไหน จินอูก็ยังมองเห็นเด็กน้อยของเขาที่ใส่สเวทเตอร์สีครีมกับกางเกงสีดำขายาวที่ไร้รอยขาดใดๆ ได้อยู่ดี นั่นเป็นชุดที่เหมาะที่สุดแล้วสำหรับคืนนี้ เขาไม่ยอมปล่อยให้ฮังนยอนใส่ชุดล่อล่อตะเข้ออกมาในที่แบบนี้หรอก

 

            “เอ้า มองเข้าไป มองจนน้องมันพรุนแล้วมั้งไอ้แด๊ด”

 

            “เสือกไรวะไอ้หลาม”

 

            “กูล่ะเบื่อ พวกแม่งมีเมียเด็กแล้วชอบทำตัวเด็กตาม” แต่คราวนี้กลับเป็นแดเนียลที่เอ่ยเกทับขึ้นมา เขาวางขวดเครื่องดื่มในมือลงแล้วขยับกายหันไปหาคนที่นั่งอยู่บนเบาะตัวกลาง “อะไรดลใจให้มึงตัดผมวะ ร้อยวันพันปีนี่กูเห็นมึงเล็มเองตลอด นี่เสือกตัดออกซะแบบ...”

 

            “ตัดหน้าม้าด้วยนะ ไม่อยากจะเซด”

 

            “พูดมากว่ะยองมิน” คนที่ตกเป็นจำเลยว่า จินอูยกมือขึ้นขยี้เส้นผมของตัวเองที่ไม่ได้ถูกเซตมาในวันนี้แล้วก็ทิ้งตัวลงพิงกับพนักพิงของเก้าอี้

 

            “ปกติแม่งปาดผมจนเปียกทุกวัน” ยงกุกเป็นฝ่ายเชื่อมบทสนทนาต่อขึ้นมา เมื่อเจ้าตัวยังคงเงียบและไม่ยอมตอบคำถามกลับมา

 

             “เอ... รึจะเป็นเพราะแฟนเด็กของเขากันนะ”

           

            “บีหนึ่งไอ้หมา นายคิดเหมือนเราเลย”

 

            “เราก็ว่างั้นแหละบีสองไอ้หลาม”

 

            “เออ กูจะทำตัวเด็กลงไม่ได้เหรอวะแม่ง! ปีหน้ากูก็ครึ่งห้าสิบล่ะไอ้เวร!

 

            สุดท้ายก็อดรนทนต่อคำพูดพวกนั้นของบรรดาคนใจบาปไม่ได้ จินอูเลยโพล่งออกไปแบบนั้น เขาก็ไม่เข้าใจว่ามันจะอะไรกันหนักหนากับทรงผมของเขาเนี่ย ทีแดเนียลมันยังย้อมกลับจากสีชมพูเป็นสีน้ำตาลเลย ยองมินก็ย้อมผมจากสีเข้มมาเป็นสีบลอนด์ ซังกยุนก็ไปไถตีนผมแบบอันเดอร์คัตมา ยงกุกไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงผ่านไป อากงยังไงมันก็อากงแบบนั้น ส่วนไอ้คนที่นอนกอดเมียอยู่บ้านก็ปล่อยให้ผมยาวรุงรัง เซตบ้างไม่เซตบ้าง แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยเห็นมันแต่งหล่อละ

 

            แล้วกับการที่เปลี่ยนทรงผมจากปาดหลังตลอดมาไว้หน้าม้านี่มันผิดปกติไปมากเลยเหรอวะ พวกเวร!

 

            “ทำหน้าแบบนี้ ด่าพวกกูในใจแน่ๆ”

 

            “อ่ะ แสนรู้นะไอ้ลูกหมา” ไม่ว่าเปล่ายังเลื่อนมือไปลูบผมสีน้ำตาลของมันอีกด้วย ไหนๆ ก็เป็นหมาแล้วก็ให้มันเป็นไปให้สุดเลย

 

            “กูว่ากูรู้เหตุผลที่มึงทำตัวเด็กลงนะ ดูนู่นสิ”

 

            “อะไรวะ”

 

            แล้วก็หันหน้าไปตามสายตาของยองมินที่มองลงไป ภาพตรงหน้าของเขาคือฮังนยอนที่กำลังปืนขึ้นพนักพิงของโซฟาตัวใหญ่ด้านล่าง โดยมีเพื่อนๆ เข้ามาช่วยกันดึงแขนดึงขาให้น้องลงมา แต่ก็มีบางคนส่งเสียงเชียร์เหมือนให้ปีนขึ้นไปอีก

 

            และหลังจากนั้นจูจินอูก็ไม่เห็นภาพอะไรอีก เพราะเขาดันลุกพรวดพร้อมกับหยิบเงินมออกมาจำนวนหนึ่งวางไว้บนโต๊ะตรงหน้าแล้วเดินออกจากตรงนั้นไปในทันที ไม่แม้แต่จะฟังทักท้วงของเพื่อนที่ต่างมองหน้ากันด้วยความงุนงงเลยสักนิด

 

            “กูภาวนาขอให้ฮังนยอนอยู่รอดปลอดภัย”

 

            “กูว่ามึงเก็บแต้มบุญไว้ภาวนาให้ตัวเองเถอะยองมิน”

 

            “อ้าว สัส! ไม่ใช่ตอนกูอย่ามาให้ซีนกู!

           

 

 

           

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            จินอูเดินฝ่าฝูงคนที่ชั้นล่างลงไปยังโต๊ะที่เป็นป้าหมายของตัวเอง เขาสะกิดไหล่ของเด็กที่เจอหน้าโรงละคร จำได้ว่าชื่อฮยอนจุนอะไรสักอย่าง เมื่ออีกฝ่ายหันกลับมามองเขาเด็กนั่นก็ตกใจไปแป๊ปนึงแล้วค่อยถอยหลังออกมาเปิดทางให้เขา เช่นเดียวกันกับคนอื่นๆ ที่พอเห็นฮยอนจุนถอยตัวเองก็พากันถอยบ้าง ทำให้ในตอนนี้ไม่มีใครฮังนยอนที่ปีนขึ้นไปนอนข้างบนได้เลย

 

            “ฮังนยอนกลับบ้านเร็ว”

 

            “หือ แด๊ดเหรอ อ่า แด๊ด” เด็กหนุ่มลากเสียงยาวทันทีที่หันหน้ากลับมาเจอเขา

 

            คนถูกเรียกไมได้ตอบอะไรกลับไปนอกจากดึงแขนของคนที่นอนกอดพนักพิงโซฟาแน่นให้ลงมา ไม่วายที่จะส่งสายตาคาดโทษทุกคนที่อยู่บริเวณนั้น ไม่ใช่ว่าปกติฮังนยอนไม่ดื่มแอลกอฮอลล์ แต่ก็ไม่ได้เคยดื่มจนเมาแล้วขาดสติขนาดนี้ เขาเป็นคนสอนน้องดื่มเองทำไมจะไม่รู้ว่านิสัยการดื่มของน้องเป็นยังไง

 

            “มาแล้วครับแด๊ด”

 

            อั่ก!

 

            แล้วเด็กหนุ่มก็โถมร่างของตัวเองเข้าใส่อ้อมแขนของคนอายุมากกว่าในทันที ซุกไซ้อยู่บนบ่าผายนั่นอย่างคุ้นเคย ภาพตรงหน้าทำเอาคนทั้งโต๊ะจ้องกันเป็นตาเดียว บางคนก็ตกใจบางคนก็อิจฉาตาร้อน

 

            “แด๊ดฮังนยอนเหรอครับ สวัสดีครับ!

 

            แต่จู่ๆ กลับมีเสียงของเด็กหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้นมาหลังจากที่ดนตรีจบเพลงพอดี จินอูหันขวับในทันทีกับเสียงทักทายนั้น แม้ว่าวงแขนของเขาจะยังโอบรัดร่างของเด็กน้อยที่เอาแต่ยุกยิกบนตัวของเขาอยู่ก็เถอะ

 

            “ไม่ต้องมาสวัสดีหรอก ไม่ใช่พ่อฮังนยอน”

 

            “อ้าว ก็เห็นเรียกแด...”

 

            “เป็นแฟนไม่ได้เป็นพ่อ”

 

            ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว แล้วกระชับร่างของเด็กน้อยในอ้อมแขนเมื่อฮังนยอนเหมือนว่าจะหลับไปแล้ว

 

“พวกนายเอาอะไรให้ฮังนยอนกิน” เขาหันไปถามเด็กที่คุ้นหน้าคุ้นตาข้างๆ สาบานได้เลยว่าเขาพยายามจะปรับน้ำเสียงของตัวเองให้เป็นปกติมากที่สุดแล้ว แต่เด็กตรงหน้าก็ยังสะดุ้งโหยงพร้อมกับทำสีหน้าแปลกๆ ตอนเขาถามอยู่อีก

 

“ว...วอดก้าครับ”

 

“ผสมใช่มั้ย”

 

“ค..ครับ”

 

“เออสมควร” แล้วก็สบถออกมา เพราะนั่นไม่ใช่วิสัยการดื่มของเด็กในอ้อมแขนเขาเลย ยิ่งอะไรหวานๆ ลงคอฮังนยอนล่ะก็ยิ่งเมาง่าย ปกติดื่มแบบนี้ที่ไหนกัน เล่นวอดก้าซะไม่ให้เกียรติโซจูกับเบียร์ที่อยู่ในห้องเขาเลยนะ

 

“ทีหลังอย่าให้ฮังนยอนกินแบบนี้นะ วันนี้ขอตัวไปก่อน ไว้จะกลับมาคิดบัญชีทีหลัง”

 

ว่าจบแล้วจินอูก็ประคองร่างของเด็กหนุ่มที่สติแทบจะไม่เหลือแล้วให้เดินกลับออกไปพร้อมกัน โดยไม่สนใจสายตาของคนที่มองมา เว้นแต่พวกเพื่อนของเขาที่ลอบมองลงมาจากชั้นสองโต๊ะที่เขาเคยนั่งก่อนหน้านี้ จินอูสบถคำด่าขยับปากไร้เสียงใส่พวกที่ชอบใส่ใจเรื่องของเขาด้วยใบหน้าที่ล้อเลียนเสียเต็มประดานั่น แล้วเดินออกจากร้านไป

 

เสือก!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จินอูรู้สึกว่าพักหลังมานี้เขาอารมณ์เสียบ่อยเกินไปแล้ว ไม่รู้ว่ามีคำว่าคุณพ่อแปะอยู่บนหน้าผากของเขาหรือเปล่า เวลาที่เจอเพื่อนของฮังนยอนทีไรก็มักจะโดนเข้าใจผิดว่าเป็นคุณพ่อทุกที เขาว่าตัวเองก็ไม่ได้ดูแก่อะไรขนาดนั้น แถมช่วงหลังมานี้ก็พยายามทำตัวให้ดูเด็กลงพอจะดูเป็นรุ่นเดียวกับฮังนยอนได้บ้าง

 

โอเคยอมรับก็ได้ว่าก่อนหน้านี้อินกับแฟชั่นวินเทจมากเกินไป เลยอาจจะดูแก่กว่าวัย

 

แต่นี่ก็แต่งตัวตามวัยแล้ว จะยังมาเรียกพ่อๆ อยู่ดี เดี๋ยวก็หลังแหวนซะเลยนิ!

 

ตัดพ้อในใจไปก็เท่านั้น เขาก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้อยู่ดี เหมือนมีคำว่าคุณพ่อของฮังนยอนแปะอยู่ที่หน้าของเขาอยู่ดีนั่นแหละ ดูสิ ดูเจ้าเด็กแสบที่ทำให้เขาว้าวุ่นในใจตอนนี้สิ นอนตาแป๋วมองเขาที่นั่งอยู่ขอบเตียงอย่างไม่ทุกข์ร้อนใจอะไรเลย

 

“สร่างแล้วเหรอ”

 

ฮังนยอนพยักหน้าหงึกหงัก จริงๆ ก็ยังไม่ถึงกับสร่าง แต่ก็พอจะรู้เรื่องบ้าง ตั้งแต่ที่อีกฝ่ายอุ้มเขาขึ้นรถแล้วยื่นขวดน้ำเปล่าขวดใหญ่บังคับให้กินให้หมดแล้ว พอได้เริ่มขับแอลกอฮอล์ออกจากร่างกายได้บ้างก็รู้สึกดีขึ้นไม่น้อย

 

“แด๊ดโกรธผมเหรอ”

 

“ห๊ะ?” คนถูกถามร้องเสียงหลงออกมาเมื่อถูกถามแบบนั้น เขายังไม่รู้ตัวเลยว่าโกรธอะไรอีกฝ่าย ทำไมถึง...

 

“เนี่ย แด๊ดคิ้วขมวดอีกแล้ว โกรธอะไรผมเหรอครับ” ไม่ว่าเปล่าฮังนยอนยังขยับเข้ามาใกล้กับคนที่นั่งหันหลังให้อีก เขาขยับไปชะโงกหน้ามองคนอายุมากกว่าแล้วกระพริบตาปริบๆ

 

ให้ตายเถอะ มีใครบอกเคยบอกฮังนยอนมั้ยว่าอย่ามาทำแบบนี้ตอนตาเยิ้มๆ มันไม่ดีเว้ย!

 

คิดในใจแบบนั้น แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป เพราะเริ่มแยกไม่ออกแล้วว่าดวงตาคู่นั้นมันดูหยาดเยิ้มเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์หรือว่าเพราะฮังนยอนเริ่มแบะปากร้องไห้กันแน่

 

“แด๊ดไม่ยอมพูดกับผม แด๊ดโกรธผม”

 

“เฮ้ยไม่ๆ ไม่ได้โกรธ” รีบปฏิเสธอย่างทันควัน แล้วหันไปหาเด็กน้อยที่นอนอยู่ข้างๆ เลื่อนมือขึ้นไปลูบเส้นผมของอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน แต่เรียวคิ้วที่ยังขมวดเข้าหากันอยู่ก็ยังไม่คลาย

 

“ไม่โกรธแล้วทำไมถึงทำหน้าแบบนั้น”

 

“คือแด๊ดมีเรื่องให้คิดนิดหน่อย”

 

“ไม่เชื่ออ่ะ”

 

อ้าว เป็นเรื่องแล้วไงกู

 

 “เชื่อแด๊ดเถอะ ฮังนยอนเป็นเด็กดีจะตาย แด๊ดจะโกรธเราทำไม”

 

“จริงนะ”

 

“จริงสิครับ”

 

แต่ดูเหมือนว่าฮังนยอนจะไม่เชื่อเขาสักเท่าไหร่ ดวงตาหยาดเยิ้มคู่นั่นถึงได้จ้องเขาอย่างเอาเรื่อง จนเป็นตัวเขาเองนั่นแหละที่ทนไม่ไหวกับสายตาที่เต็มไปด้วยความกดดันของน้องแล้วยอมพูดสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจของตัวเองออกไป

 

“เบื่อมั้ยเวลาที่คนชอบทักว่าแด๊ดเป็นพ่อเรา”

 

ฮังนยอนแทบจะสร่างเมาในทันทีที่ได้ยินคำถามแบบนั้น เขากระพริบตาปริบๆ อีกครั้งแล้วค่อยๆ จัดลำดับความคิดของเอง ประคองสติที่มีอยู่อันน้อยนิดให้ความจริงจังกับสิ่งที่ตัวเองได้ยินแล้วจึงยกยิ้มออกมา

 

“คนแก่เนี่ยคิดมากจริงๆ สิน้า”

 

คนถูกเรียกว่าคนแก่ไม่ได้ตอบอะไรกลับไปนอกจากหลบสายตาของเด็กน้อยที่มองมา ว่าก็ว่าเถอะช่วงนี้เขาถูกทักแบบนั้นบ่อยเกินไปจนบางครั้งก็เสียความมั่นใจไปเลย

 

“แด๊ดก็เป็นพ่อของผมอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ พ่อทูนหัวไง” ว่าแล้วก็หลุดหัวเราะคิกคักออกมา เสียงหัวเราะนั่นทำให้จินอูอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มตามขึ้นมา

 

ก็เป็นซะอย่างนี้ จูฮังนยอนก็เป็นแบบนี้ตลอดนั่นแหละ

 

“ช่างหัวคนอื่นเถอะ แด๊ดเป็นแด๊ดของผมก็พอแล้วเนอะ”

 

“เฮ้ย!

 

แต่ยังไม่ทันที่เรื่องจะจบลงด้วยดี ร่างของจินอูที่นั่งอยู่บนเตียงก็ถูกดึงลงไปใกล้กับเด็กน้อยที่หัวเราะเอิกอากอยู่ด้านล่างของเขา ยังดีที่เขาเอามือยันเตียงนอนเอาไว้ไม่อย่างนั้นล่ะก็ฮังนยอนคงจะจุกไปแล้ว

 

เวลาปกติว่าแสบแล้ว ตอนเมานิดๆ นี่มัน...

 

“ไม่คิดมากนะแด๊ดดี้ของผม ไม่หัวร้อนแล้วเนอะ” เสียงทุ้มๆ นั่นดังขึ้นที่ข้างใบหูของเขา ไม่วายยังจะโน้มตัวขึ้นมาไล่งับใบหูของเขาอีกสองสามรอบอีก

 

“แต่ผมจะโมโหแล้วนะถ้าแด๊ดไม่ให้รางวัลผมน่ะ เลิกคิดเรื่องพวกนั้นได้แล้ว แด๊ดคิดแค่เรื่องของผมนะ”

 

ริมฝีปากเล็กๆ นั่นรั้นขึ้นในเวลาที่เอ่ยถ้อยคำพวกนั้นออกมา อ่า... จะบ้าตาย จูจินอูอยากจะถอนคำพูดที่ว่าจูฮังนยอนของเขาโตขึ้นแล้ว จริงๆ แล้วเด็กคนนี้ไม่เคยโตเลยเถอะ

 

“เดี๋ยวก็ร้องไห้อีก”

 

“ไม่ร้องหรอก”

 

เด็กหนุ่มว่าแล้วยู่ริมฝีปากเข้าหากัน เขาเลื่อนมือขึ้นไปคล้องคอของคนแก่กว่าขยับกายให้แนบชิดกับอีกฝ่าย ขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อเขารู้สึกว่าเสื้อผ้าพวกนี้มันเกะกะน่ารำคาญ เขาพยายามจะเกะเสื้อเชิ้ตของอีกฝ่ายออกแต่ดูเหมือนว่าจินอูก็ยังไม่อยากถอดมันถึงได้จับข้อมือของเขาเอาไว้แบบนั้น

 

“ห้ามบอกให้แด๊ดหยุดแล้วกัน”

 

“ผมน่ะมีแต่บอกให้แด๊ดทำแรงๆ ทุกทีจำไม่ได้เหรอ”

 

 

 

 

 

อ่า...

 

จูฮังนยอนในวัย 21 นี่ไม่ได้ต่างจากจูฮังยอนในวัย 15 เลยสิ ให้ตาย

 

 

 

 

 

           

           

END

 

 

 

 

 

TALK TALK TALK

ไม่สามารถทำลายคำสาปลุคแด๊ดดี้ของพี่จินอูได้จริงๆ ค่ะ ไม่ว่าพี่จะทำผมทรงไหนหรือแต่งตัวยังไง ในหัวคือยังเรียกแต่แด๊ดดี้อยู่ร่ำไป... // ก้มหน้าสำนึกผิดแต่โดยดี แต่เรียกแด๊ดแล้วมันกร๊าวใจดี 555555555 จากตอนอื่นๆ ทุกคนโตขึ้นก็เริ่มมีเปลี่นนิสัยกันไปบ้าง แต่น้องจูของเราไม่เคยเปลี่ยนค่ะ และไม่ทางเปลี่ยน 5555555555 เรามาต่อเรือแล้วนะคะ อย่าเพิ่งทิ้งเค้าไปไหนนะคะอยู่พายด้วยกันก่อน เพราะถ้ามีคนหนีเค้าก็จะหนีตามไปด้วย จะไปหาน้องฮยอนจุน ฮื่อออ ฮวัลฮวัลของพรี่ วี เบิร์น อิน ไวท์ ฮวัล ฮวัล ไปเร๊ยยยยยย พี่ยองมินไม่อยู่แถวนี้ใช่มั้ยคะ จะได้ไม่รู้ว่ามาแอ๊วเด็ก 555555555 แวะมาแจ้งข่าวนิดนึงว่าอาจจะไม่ได้มาทุกวันเหมือนเดิมแล้วล่ะค่ะ เพราะใกล้จะเปิดเทอมแล้ว ดวงชะตาใกล้ขาดทุกทีแล้ว ให้กำลังใจคนเขียนกด 99 แล้วส่งมาที่ 1011010101 นะคะ 55555555555 แต่จะมาบ่อยๆ นะ อยากเขียนพล็อตในหัวให้หมดก่อนที่จะหมดไฟแล้วตายไปกับกองไฟนอลโปรเจค 5555555

พูดคุยได้ที่เดิมที่ #ficBxB101 เหมือนเดิมนะคะ แล้วเจอกันตอนหน้าน้า 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,026 ความคิดเห็น

  1. #2851 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 15:28
    99 นะไรต์ ไรต์ทำดีมากต่อเรือผีแด๊ดดี้เจ้าหมูของเราต่อไปนะ5555
    #2,851
    0
  2. #2847 rapperline (@ruruki) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 13:07
    ชอบความคิดมากเรื่องนี้ของแด๊ดจัง และใช่ค่ะ จะลุคไหนแด๊ดก็คือแด๊ดอะ 55544
    #2,847
    0
  3. #2842 Sattaya-K (@Sattaya-K) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 07:58
    99นะคะ สู้ค่ะไรททท์
    #2,842
    0
  4. #2819 THEV1995 (@THEV1995) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 01:26
    99 เป็นกำลังใจให้นะคะ สาธุบุญ
    #2,819
    0
  5. #2809 tpxjh (@Toeypcnm7) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 10:32
    99 ให้คนเขียนและแด๊ดดี้ 5555555
    #2,809
    0
  6. #2807 Winterrin (@0875350549) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 01:01
    99 ทำดีมากเจ้าคนเขียน ทำต่อไป
    #2,807
    0
  7. วันที่ 6 มกราคม 2561 / 21:33
    99เป็นกำลังใจให้นะคะ แต่ลุคแด๊ดมันบอกไปทางพ่อจริงๆอ่ะแหละ 55555555555
    #2,804
    0
  8. #2802 God423 (@god423) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 20:03
    99 สู้นะคะไรท์ ไรท์ต้องผ่านมันไปได้น้อ! ฮือ สงสารแด๊ด แด๊ดที่ไม่ได้แปลว่าพ่ออ่ะ!!!! พวกนี้ไม่รู้จักกันอ่อออ 555555 มปรนะคะแอดเราจะนอกใจพี่ๆไปด้วยกัน น้องๆ the boyz แบบ ฮืออออ 
    #2,802
    0
  9. #2800 ฝ้ายก็ได้ (@nangraii-onair) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 14:31
    ฮือ เปรี้ยวใจจ๊นนนน ยัยลูกหมูก็น่ารักไม่เปลี่ยน คุมพ่อ เอ้ย แฟนจ๋าก็เลยต้องปวดหัวหน่อยน้า. _ .)/
    #2,800
    0
  10. #2798 RK CYP (@rewko_cyp) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 13:59
    แด็ดก็คือแด๊ดนั่นแหละ งือออ
    #2,798
    0
  11. #2797 ALONEVERA (@AloneVera) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 12:11
    โอ้ยยยยน่ารักกกกกก กรี๊ดดดฟกกเห่กสวดดวกาสฟวฟวดว
    #2,797
    0
  12. #2796 phyy♡ (@byunying) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 10:43
    ได้แต่กรี้ดค่ะ5555555
    #2,796
    0
  13. #2795 ss_All,,about[love] (@fahfahkram) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 10:43
    เมื่อวานแด๊ดไลฟ์ในไอจี ทรงผมใหม่ก็มา ฮือออออ ~~ คิดถึงทูจู
    #2,795
    0
  14. #2794 zephyrus.e (@thitawee) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 09:11
    สงแด๊ด ฮือ555555 โอ้ยฮังฮยอนแสบเว่อ น้องงงงงตะไมเซี้ยวจังงงง
    #2,794
    0
  15. #2793 อนยูเต้าหู้ทอด (@ning33) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 02:32
    กรี้ดดดดดด ไรเตอร์มาต่อเรือแร้ววววฮือออ ตลกคุณแด๊ด น่าสงสาร555555 99ไรเตอร์นะคะะะ5555
    #2,793
    0
  16. #2792 -Neem- (@minameena) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 01:16
    99ค่า 555555
    #2,792
    0
  17. #2791 AiMeeLie (@AiMeeLie) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 00:55
    ขำก่อนเลยนะคะ5555555555555555555555 พ่อของหมูจู ทำไมเพื่อนๆไปเรียกแบบน้านนนนน
    หมูจูตอนเมาน่ารักเกินไปแล้ว ฮรืวววววใจพรี่
    #2,791
    0
  18. #2790 Panbam' (@banaikon22) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 22:28
    กี้กกกกก ยัยลูกหมูจูนี้มันแซ่บจริงๆ ร้ายจริงๆเลยลูก
    #2,790
    0
  19. #2789 Nntt14 (@Nntt14) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 22:24
    โอ้ยยยยยยยยยยยยยน แด๊ดดดดดดดด คือแบบหมูจูตัวแสบมากกกกกกกก 55555555
    #2,789
    0
  20. #2788 Bo Phadungkit (@bokukobu) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 22:14
    งื่อออน้องฮังงงงงงเอ็นดูละเกิน อ่อยแด๊ดตลอด
    #2,788
    0
  21. #2787 Moji_EB (@moji-eb) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 20:45
    ยัยลูกหมูววววว โอ้ยเอ็นดูความไม่เปลี่ยนของน้องจริงๆ น่ารักแบบไหนก็น่ารักแบบนั้น แง่ แต่เข้าใจพี่จินอูนะ โดนเรียกแด๊ดเพื่อนๆก็ต้องเข้าใจผิดเป็นธรรมดาแหละแหม ไม่หัวร้อนนะคะะะ เนี่ย นี่ก็ได้เปิดตัวไปแล้ว ไม่งอแงแล้วเนอะ
    ปล. กด 99999999999 ยาวๆไปเลยค่ะ 555555555
    #2,787
    0
  22. #2786 MBdestiny (@Minjunat) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 20:32
    9999999999999999
    ฮื่อออออไรท์ลงอีกๆชอบมากๆค่ะ อยากให้ไรท์ทำเป็นซีซั่น2 ง่ะ ตีพิมพ์ด้วยนะคะ ฮื่อออยากได้อยากสะสม
    #2,786
    0
  23. #2785 vip23 (@soda05) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 20:05
    น่ารัก นฝมีแต่คำว่าน่ารักเต็มไปหมด
    #2,785
    0
  24. วันที่ 5 มกราคม 2561 / 19:40
    ฮรื่ออ 99999999999999 กดรัวๆ
    #2,784
    0
  25. #2783 nichachan_ (@nichachan25_) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 19:23
    ฮรืออออออ คิดถึงน้องหมูจูกับแด๊ดดี้มากๆๆเลยค่ะ น่ารักมากกๆๆเลยย ชอบบบ น้องจูยังน่ารักกับแด๊ดดี้เสมอเลย น่าร้ากกกกกกกก -//////-
    #2,783
    0