'BOY & BOY' ♥ SF/OS Produce101 Store

ตอนที่ 50 : ► How’s your night? :: Park Woojin x Ahn Hyeongseob

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,858
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    3 ม.ค. 61

How’s your night?

Park Woojin x Ahn Hyeongseob

 

 

 

 

 

 

 Note: แนะนำให้อ่าน How to train your fox ก่อนนะคะ 

 

 

 

 

 

 

 

 

            ฮยองซอบนั่งมองกลุ่มนักศึกษาที่เดินผ่านไปผ่านมาอยู่ตรงป้ายรถเมล์มานานกว่าสิบนาทีแล้ว มือเล็กๆ คู่นั้นกำรอบโทรศัพท์แน่น ข้อความล่าสุดที่ปรากฏขึ้นในแจ้งเตือนนั้นคือข้อความจากอูจินที่บอกว่ากำลังจะถึงแล้ว แต่ฮยองซอบก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของเจ้าของข้อความนั้นเลยสักนิด

 

            นั่งมองไปชะเง้อไป จนเพื่อนต่างคณะเลิกเรียนแล้วเข้ามาทักทายกัน คุยกันอยู่สักพักเดินกลับบ้านไปแล้ว อูจินก็ยังไม่มา เขาพลิกโทรศัพท์ขึ้นมากดปลดล็อคหน้าจออีกครั้งก่อนจะพบว่านี่ก็เย็นมากแล้ว เวลาหกโมงเย็นนี้มันไม่ใช่เวลาที่เขาจะมานั่งหายใจทิ้งเลยสักนิด

 

          ต้องเก็บแต้มนอน เข้าใจมั้ยว่าต้องนอน

 

            ริมฝีปากเล็กๆ นั่นยู่เข้าหากันพลางนึกถึงกองงานที่รอเขาอยู่ที่ห้องของเขา แบบร่างงานไฟนอลโปรเจกต์ของเขาอาจารย์ยังไม่ให้ผ่านเลย ไหนจะกองโมเดลของอีกวิชานึงที่เพิ่งโดนรื้องานมาเมื่อวันก่อนอีก จะกลับไปทำก็กลับไม่ได้ต้องมานั่งติดแหง็กรอคนที่พูดว่าจะมาหาเขาเนี่ย

 

            ชีวิตของอันฮยองซอบไม่ได้นึกจะว่างเอาไหร่ก็ว่างได้แล้วนะ เขาไม่ใช่เด็กน้อยที่ชอบแกล้งป่วยแล้วไปห้องพยาบาลแล้วสักหน่อย พัคอูจินควรรับรู้ไว้ว่าเวลาว่างมันมีค่ามากสำหรับเด็กถาปัตย์อย่างเขา แถมยังเป็นประเภทที่แต้มนอนน้อยจนแทบจะติดลบอยู่ด้วย

 

            เพราะฉะนั้นรีบๆ มาไม่ได้เหรอ ง่วงจะตายอยู่แล้ว

 

            Rrrr Rrrr

 

            ดูเหมือนว่าพัคอูจินจะอายุยืนเสียด้วยสิ ปล่อยให้เขานั่งรอตั้งนานแล้วก็เพิ่งจะโทรมา คอยดูนะถ้ามาบอกว่ามาไม่ได้แล้วเขาก็บ่นให้หูชาเลย

 

            “อยู่ไหนแล้ว”

 

            (หันหลังมาดิ) เสียงทุ้มต่ำนั่นกรอกมาตามสาย ทำให้คนฟังผุดลุกขึ้นจากที่นั่งในทันทีแล้วหันหลังไปตามคำพูดของอีกฝ่าย (เดินมาดิ แล้วก็เลิกทำหน้าบูดสักที)

 

            “ไอ้บ้าเอ๊ย”

 

            สบถออกมาแค่นั้น นั่นแหละอันฮยองซอบที่อัพเกรดขึ้นกว่าแต่ก่อนแล้ว เขากดวางสายแล้วเดินไปหาเจ้าของสายเรียกเข้าเมื่อครู่ในทันที แต่ทว่ายังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรออกไปร่างของเขาก็ถูกรวบไปกอดด้วยฝีมือของคนหน้านิ่งที่ชอบพูดจาไม่เข้าหูอยู่ตลอด

 

          “คิดถึง”

 

            เพิ่มข้อหาชอบพูดอะไรที่ทำให้เขาเขินเข้าไปด้วยแล้วกัน

 

            “รู้แล้ว” ฮยองซอบว่าเขากอดตอบอีกฝ่ายเบาๆ แล้วเป็นฝ่ายผละออกมา เพราะบริเวณนี้ยังอยู่หน้ามหาวิทยาลัยของเขาอยู่ แม้จะเย็นมากแล้วแต่ก็ยังพอจะมีคนผ่านไปผ่านมาให้รู้สึกเขินอายอยู่บ้าง

 

            “แล้วทำไมไม่เปลี่ยนชุดก่อนมา” คนตัวเล็กถามขึ้น พลางมองคนตรงหน้าในชุดนักเรียนตำรวจแบบเต็มยศ ทั้งหมวกและสูทตัวนอกที่ดูไม่ค่อยจะเข้ากับอีกฝ่ายสักเท่าไหร่ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าเท่ไม่หยอก

 

            เพราะหลังจากจบจากโรงเรียนที่เต็มไปด้วยความทรงจำของพวกเขาแล้ว ต่างคนก็ต่างเดินไปตามเส้นทางชีวิตของตัวเอง ฮยองซอบเข้าเรียนต่อสานฝันการเป็นนักออกแบบภายใน เช่นเดียวกันกับอูจินที่เลือกจะไม่เข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยแต่เลือกไปสอบวิทยาลัยตำรวจโซลแทน

 

            “ก็รีบมาไง กลับบ้าไปเปลี่ยนชุดก่อนก็เสียเวลา”

 

            “นี่รีบแล้ว?”

 

            “ก็รถติด” ไม่ว่าเปล่ายังเลื่อนมือไปดึงริมฝีปากงุ้ยๆ ของคนตรงหน้าที่เชิ่ดขึ้นอีกด้วย อูจินพยายามตีหน้านิ่งในทุกการกระทำของตัวเอง แต่ก็ยอมรับอย่างแมนๆ เลยว่ามือไม้มันมักจะควบคุมไม่ได้ตลอดเวลาต้องอยู่กับฮยองซอบแบบนี้

 

            “อย่าดึงดิ มันเจ็บ” ว่าแล้วก็ตีมือที่เต็มไปด้วยพาสเตอร์ลายกระต่ายน้อยนั่นอย่างไม่ออมแรง ก่อนจะจับมือข้างนั้นขึ้นมากางออกแล้ววางมือของตัวเองทาบลงไป สอดนิ้วทั้งห้าเข้าหากัน ก่อนจะกระชับให้แน่นขึ้น

 

            “ไปได้แล้วอยากนอน” ฮยองซอบว่าพลางออกแรงดึงอีกฝ่ายให้เดินตาม แน่นอนว่าอูจินยอมผ่อนแรงแล้วเดินตามแต่โดยดี

 

            แต่ก็ไม่วายที่จะส่งคำพูดมาทำให้กระต่ายตัวโตนี่ได้หูแดงอีก

 

“ฉันไปห้องแน่ใจเหรอว่าจะได้นอนจริงๆ”

 

“ก็บอกว่าจะนอนไง!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

           

 

 

            กว่าจะเดินกลับถึงหอพักของตัวเองได้ ฮยองซอบก็แทบจะหลับกลางอากาศ ยังดีที่มีอูจินคอยเดินอยู่ด้วย อีกฝ่ายชวนเขาคุยบ้าง บางครั้งก็สะกิดให้รู้ตัว หนักสุดที่ทำให้ฮยองซอบตื่นได้เต็มตาก็คงจะเป็นตอนที่อีกฝ่ายขู่เขาว่าถ้าเดินหลับอีกจะอุ้มขึ้นห้อง

 

            อย่าท้านะ  ก็รู้ว่าคนอย่างพัคอูจินพูดจริงทำจริง

 

            ความจริงคือเคยโดนมาแล้วตอนปีหนึ่ง

 

            แกร๊ก

 

            ทันทีที่ประตูห้องถูกไขแล้วเปิดเข้าไป ฮยองซอบก็รู้สึกเขินอายเล็กน้อยเพราะสภาพห้องที่ยังไมได้เก็บ เขาลืมไปว่าอูจินจะมานอนด้วยทุกครั้งที่ว่าง ก็ไม่ได้นับว่ามาทุกสัปดาห์หรอก แต่ส่วนมากพอว่างก็มักจะตรงมาหาเขาก่อนกลับบ้านตัวเองซะอีก แล้วช่วงนี้มันก็เป็นช่วงที่เขากำลังเผางานซะด้วยสิ สภาพห้องที่อยู่ในตอนนี้มันเลยไม่ต่างจากกองขยะขนาดย่อมสักเท่าไหร่

 

            เพราะขนาดห้องที่ไม่ได้ใหญ่มาก ฮยองซอบเลือกห้องขนาดกลางสำหรับอาศัยอยู่สองคน แต่เขาเลือกจะอยู่คนเดียวด้วยเหตุผลที่เพิ่งพูดนั่นแหละ ไม่ใช่แค่สุดสัปดาห์หรอกที่อูจินจะมาประจำ วันดีคืนดีถ้าวันไหนอีกฝ่ายว่างก็โผล่มาที่ห้องเขาตลอด ทำให้ฮยองซอบคิดว่าการมีรูมเมทมันไม่เวิร์คสักเท่าไหร่สำหรับเขา

 

            “สาบานว่านี่คือห้องนอน” อูจินว่า เริ่มปรับเข้าสู่โหมดเตรียมบ่นอย่างจริงจัง นั่นทำให้ฮยองซอบมองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินเข้าห้องของเขาไปก่อนแล้วกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ

 

            “ช่วงทำงานอ่ะ เลยยังไม่ได้เก็บห้อง”

 

            “เห็นทำงานทั้งปี”

 

            “ก็งานมันเยอะนี่” เจ้าของห้องว่า เขายังนึกสงสัยอยู่เหมือนกันว่ากับการที่ห้องของเขารกเนี่ยแล้วทำไมเขาต้องมาโดนบ่นด้วย

 

            “แล้วนี่อะไร ทำไมมีถ้วยรามยอนวางอยู่ตรงนี้” ไม่ว่าเปล่าอูจินยังชี้ให้เจ้าของห้องดูอีกด้วย ฮยองซอบรีบวิ่งดุ๊กดิ๊กๆ เข้าไปถือถ้วยสีแดงนั่นมาไว้ในมือแล้วแก้ต่างให้ตัวเอง

 

            “เมื่อคืนหิวตอนอ่านหนังสือก็เลยเอามากิน แล้วลืมเก็บ”

 

            “กินตอนกี่โมง”

 

            คนถูกถามชะงักไปครู่หนึ่ง เขาหลบสายตาที่มองมาของอีกฝ่ายแล้วแสร้งทำเป็นเดินไปทิ้งถ้วยรามยอนที่ถุงขยะหน้าประตูห้อง

 

            “เมื่อคืนไม่ได้นอนอีกแล้วเหรอ” ถึงจะถามออกไปเสียงนิ่งขนาดไหนแต่ทุกคำที่อูจินพูดออกไปต่างก็แฝงไปด้วยความเป็นห่วง

 

            “อื้อ เมื่อเช้ามีสอบ แล้วหิวๆ ตอนตีสามก็เลยต้มรามยอนกิน”

 

            เมื่อได้รับคำตอบที่ใกล้เคียงกับความจริงมากที่สุด อูจินก็พยักหน้าเบาๆ เขาหันหลังกลับไปที่โต๊ะทำงานของฮยองซอบอีกครั้งแล้วจัดหนังสือที่วางกองอยู่บนนั้นให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนจะถอดหมวกและสูทตัวนอกพาดไว้บนพนักพิงเก้าอี้ตรงนั้น

 

            “อูจินโกรธเหรอ? คือมันช่วยไม่ได้จริงๆ ฉันไม่ได้ไม่ดูแลตัวเองนะ แต่มันเลี่ยงไม่ได้ งานเยอะมากๆ แล้วก็ต้องสอบด้วย อาจจะผิดเองตอนคาบเลคเชอร์ฉันเอาแต่หลับเลยต้องอดนอนอ่านหนังสือ ฉันขอโทษก็ได้ หือ?”

 

            ในประโยคสุดท้ายฮยองซอบช้อนตามองคนที่เดินมาวางมือลงบนกลุ่มเส้นผมที่ยุ่งเหยิงของเขา เนื่องจากไม่มีเวลาได้ดูแลตัวเองเลย ผิดกับอีกฝ่ายที่มักจะดูดีเสมอเพราะต้องดูแลตัวเองอย่างดี

 

            “ถ้าป่วยจะโกรธกว่านี้” เสียงทุ้มนั่นทำลายความเงียบงัน เขาก้มหน้าสบตากับดวงตากลมโตที่ช้อนมองขึ้นมา แล้วขยี้เส้นผมนั่นให้ยุ่งยิ่งกว่าเดิม

 

            “ง่วงนอนไม่ใช่เหรอ ไปนอนไป” ว่าจบแล้วก็ออกแรงผลักศีรษะเล็กนั่นเบาๆ แต่มันก็แรงพอที่จะทำให้คนที่อดหลับอดนอนเซไปทางด้านหลังได้

 

            “งั้นขอนอนก่อน สามทุ่มแล้วปลุกนะ”

 

            “ตื่นมาทำไรอ่ะ”

 

            คนถูกถามไม่ได้ตอบกลับไปในทันที แต่กลับทิ้งตัวนอนลงบนเตียงจัดแจงท่านอนของตัวเองให้เข้าที่แล้วจึงค่อยตอบคำถามกลับไป โดยไม่สนใจเสียงของอูจินที่ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาเยาะเย้ยให้กับชีวิตของเขาในตอนนี้

 

            “จะตื่นมาแก้งานต่อ”

 

 

 

            เออไม่อดหลับอดนอนทำงานบ้างให้มันรู้ไป!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            อูจินใช้เวลาหมดไปกับการนั่งๆ นอนๆ มองฮยองซอบหลับมาเกือบจะสองชั่วโมงแล้ว มองไปก็อดสงสัยไมได้ว่าคนตัวเล็กกำลังฝันอะไรอยู่ถึงได้ขมวดคิ้วจนแทบจะเป็นปมขนาดนั้น ครั้นจะปลุกขึ้นมาถามก็คงจะไม่ใช่เรื่อง ถ้าให้เดาก็คงจะไม่พ้นเรื่องเรียนนั่นแหละ ก็พอจะรู้อยู่มาบ้างว่าพวกเด็กถาปัตย์เนี่ยสภาพแต่ละคนซอมบี้กันขนาดไหน

 

            หันมองนากาก็พบว่าตอนนี้สองทุ่มครึ่งแล้ว เขาควรจะไปอาบน้ำสักหน่อย เผื่อว่าคืนนี้จะไม่ได้นอนเป็นเพื่อนอีกฝ่าย ให้ตายเถอะนี่เขาเป็นนักเรียนตำรวจอยู่นะ การต้องมานั่งช่วยจับกระดาษเขียนแบบหรือช่วยตัดกระดาษนี่ดูไม่ใช่ทางสักเท่าไหร่

 

            แต่ก็เท่านั้น บ่นมากี่รอบแล้วก็ได้ทำทุกรอบ

 

            ก็มันจพว่าอะไรได้ เพราะนั่นเป็นกิจกรรมเพียงอย่างเดียวที่จะทำให้พวกเขาได้ใช้เวลาร่วมกัน ถ้าหวังนอกเหนือจากนี้ล่ะก็มีแค่อย่างเดียว คือ นั่งเฝ้าฮยองซอบหลับ ซึ่งอูจินเลือกข้อแรกดีกว่า ถูกใช้แรงงานอย่างน้อยก็มีอะไรให้แหย่เล่นในระหว่างทำงาน

 

            เมื่อคิดได้เช่นนั้นเขาจึงค่อยๆ เดินลัดเลาะกองงาน(ที่อูจินคิดว่ามันเหมือนกองขยะมากกว่า) ไปยังหน้าตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบชุดของตัวเองออกมาพร้อมกับผ้าขนหนูที่ถูกโยนทิ้งไว้ส่งๆ เขาคิดว่าน่าจะตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ก่อนที่เขามานอน แม้แต่ตู้เสื้อผ้าก็ยังรกไม่เป็นระเบียบ ก็ไม่สงสัยแล้วว่าทำไมห้องนี้ถึงไม่รู้จักคำว่าสะอาด

 

            ใช้เวลาในห้องน้ำสักพักอูจินก็เดินออกมาในสภาพผ้าขนหนูตัวเดียว เพราะเขาเผลอทำเสื้อตกพื้นในห้องน้ำจนเปียกไปครึ่งตัว จะให้ใส่เดินออกมาก็คงไม่ใช่เรื่อง เขาจึงออกมาในสภาพนี้ดีกว่า แต่ทว่าในระหว่างที่จะเดินเลยปลายเตียงไปยังตู้เสื้อผ้า อูจินก็มีความคิดบางอย่างแล่นเข้ามาในหัว

 

            เรียวขายาวพาตัวเองกลับมาที่ปลายเตียงแล้วเดินเข้าไปใกล้กับเจ้าของห้องที่นอนอยู่ แกล้งโน้มตัวแล้วสะบัดศีรษะเบาๆ ให้หยดน้ำที่เกาะอยู่ตามตัวและปลายผมกระเซ็นใส่อีกฝ่าย

 

            “อื้อ! อูจินอย่าแกล้ง” ฮยองซอบว่าเสียงยานแล้วปัดป่ายมือไปทั่วทั้งๆ ที่ยังไม่ลืมตาด้วยซ้ำ

 

            “ลุกเร็วสามทุ่มแล้ว เดี๋ยวงานไม่เสร็จนะ” เพิ่มเลเวลความสนุกเข้าไปด้วยการเลื่อนริมฝีปากเข้าไปกระซิบเบาๆ ที่ข้างใบหูของคนตัวเล็ก

 

            “ขอห้านาที”

 

            “ไปอาบน้ำเร็ว ตัวเหม็นแล้ว” ว่าจบแล้วริมฝีปากอิ่มนั่นก็ทาบลงหลังใบหูเล็ก พร้อมกับฝังปลายจมูกของตัวเองตามลงไป ไม่วายที่จะกดจูบเบาๆ แล้วผละใบหน้าออกมามองร่องรอยผลงานของตัวเองอย่างภูมิใจ

 

            ภูมิใจมาก...ฮยองซอบหลับไปอีกแล้ว

 

            ให้ตายเถอะ หรือเขาควรปล่อยให้หลับต่อดี

 

            “งั้นค่อยตื่นมาทำงานตอนเช้าแล้วกันเนอะ” ทิ้งท้ายไว้แล้วขยี้เส้นผมของคนที่นอนหลับไปอีกรอบอย่างนึกเอ็นดู ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปยังตู้เสื้อผ้าเพื่อแต่งตัวสักที บางทีก็เริ่มหนาวแล้ว ขนลุกไปทั่วตัวแล้วเนี่ย

 

“อูจินนา”

 

เจ้าของชื่อเกือบจะเดินถึงตู้เสื้อผ้าแล้ว แต่ฮยองซอบก็เหมือนละเมอเรียกชื่อเขาออกมา ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าละเมอจริงหรือเปล่า เพราะคนตัวเล็กเหมือนจะสะลืมสะลือตื่นแล้วเดินมายังตู้เสื้อผ้าเหมือนกัน

 

“จะไปอาบน้ำเหรอ”

 

ฮยองซอบไม่ตอบคำถาม ซ้ำทั้งยังเดินเข้ามาหาเขาในสภาพที่ตาจะไม่เปิดดี จริงๆ ก็เหมือนละเมอตื่นขึ้นมานั่นแหละ เล่นเอาอูจินรู้สึกผิดเลยที่ไปปลุกฮยองซอบเมื่อกี้นี้

 

จุ๊บ!

 

“หือ?”

 

ดูเหมือนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะอยู่เหนือความคาดหมายของเขาไปสักหน่อย เมื่อฮยองซอบเดินมาหยุดที่ด้านหน้าเขา โงนเงนเหมือนคนจะหลับแหล่มิหลับแหล่ แล้วก็ทิ้งตัวใส่เขานั่นทำให้ริมฝีปากเล็กๆ จูบลงแผงอกที่ยังมีหยดน้ำเกาะอยู่ แม้จะเป็นเพียงเสี้ยววินาทีที่ได้สัมผัส แต่บอกได้คำเดียวเลยว่า

 

น่ารักมากว้อยยยยยยยยยยยยยยยย

 

เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งหรอกที่พัคอูจินจะเก็บสีหน้าและอาการของตัวเองไม่อยู่ เขาหิ้วปีกคนที่หลับคาอกของเขาไปให้ยืนตัวตรงๆ แต่ดูเหมือนว่าจะยากเกินไปสำหรับฮยองซอบในตอนนี้

 

“กลับไปนอนมั้ย เดี๋ยวอุ้มไป”

 

“หึ” คนตัวเล็กตอบกลับมาแล้วส่ายหน้ารัว ดวงตากลมโตนั่นยังปรืออยู่เลย ดูก็รู้ว่าไม่ไหวทำไมยังต้องฝืนตัวเองตื่นขึ้นมาอยู่อีกนะ

 

“ไปนอนเถอะ ไม่ไหวแล้ว”

 

“ไม่เอา จะไปอาบน้ำ ทำงาน ต้องทำงาน”

 

ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ แต่ฮยองซอก็ยังทิ้งน้ำหนักของตัวเองใส่ตัวของอูจินอยู่ดี ใบหน้าหวานนั่นแนบลงบนแผงอกของคนตรงหน้า เบียดแก้มของตัวเองลงไปคิดว่าอกแข็งๆ ของอีกฝ่ายเป็นหมอนนุ่มนิ่มไปซะได้ พอเห็นแบบนี้แล้วอูจินก็ไม่รู้เลยว่าจะทำยังไงดี จะแกล้งตีเสียงเข้มไล่ให้ไปนอนก็ทำไม่ได้ หรือจะปลุกให้ตื่นก็ทำไม่ลง

 

อยู่แบบนี้ก็น่ารักดีเหมือนกัน

 

แต่ไม่ค่อยปลอดภัยสักเท่าไหร่

 

“นี่อูจิน” เจ้าของห้องเรียกเขา ก่อนที่ความคิดบางอย่างจะเข้าครอบงำ

 

“หือ?”

 

ฮยองซอบเงยหน้าขึ้นมา ถูไถปลายคางของตัวเองบนอกของอีกฝ่ายไม่เลิก ดวงตากระต่ายน้อยคู่นั้นช้อนมองเขาราวกับเด็กน้อยที่กำลังออดอ้อนเอาขนมหวานจากผู้ใหญ่ รอยยิ้มหวานปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคนตัวเล็กกว่า แล้วตามด้วยน้ำเสียงออดอ้อนี่ทำเอาอูจินแข้งขาอ่อนแรง แทบจะทรุดตัวลงตรงนั้น

 

“ง่วงอ่ะ อาบน้ำให้หน่อย”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากผ่านการอาบน้ำอย่างทุลักทุเลให้ฮยองซอบมาแล้ว ก็เล่นเอาอูจินเหงื่อตกหมดแรงไปไม่น้อย ไอ้อาบน้ำที่ว่าน่ะคืออาบน้ำแบบอาบน้ำจริงๆ ไม่ได้ทำอะไรเกินเลยสักนิด ก็ดูลูกกระต่ายน้อยสิ ยืนอาบน้ำก็จะหลับอยู่แล้ว ใครจะไปมีอารมณ์อยากจะขย้ำกระต่ายตอนนั้นกัน ไม่เผลอสำลักน้ำตายตอนอาบน้ำก็ดีเท่าไหร่แล้ว

 

และนั่นทำให้ดูเหมือนว่าฮยองซอบจะเริ่มได้สติขึ้นมาบ้างแล้ว ในตอนที่กำลังแต่งตัวอยู่คนละฟากของตู้ พวกเขากลับยืนหันหลังให้กัน ไม่สิ ถ้าจะพูดให้ถูกคือฮยองซอบยืนหันหลังให้เขาคนเดียว ใส่เสื้อใส่กางเกงแบบเขินอายไป ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เดินเข้าไปให้เขาอาบน้ำให้ ถือฝักบัวให้ ถูสบู่ให้กลับไม่อาย

 

เออให้ตายสิ

 

เหมือนเพิ่งนึกได้ว่าต้องเขิน

 

“หิวมั้ย?” และเพราะบรรยากาศมันดูเงียบแปลกๆ อูจินเลยเป็นฝ่ายทำลายมันลงซะ เขาสวมเสื้อยืดสีขาวแล้วเดินไปแตะลงบนไหล่ลาดของคนที่เพิ่งแต่งตัวเสร็จเหมือนกัน กระต่ายน้อยของเขาสะดุ้งไปแป๊ปนึงแล้วหันกลับมาตอบด้วยท่าทีที่เขินอาย

 

อืม... เขินอาย

 

หน้าเน้อ คอเคอแดงไปหมด

 

“ตอนนี้ยังไม่หิวอ่ะ อูจินหิวแล้วเหรอ”

 

“อื้อ” เขาตอบ แล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้คนที่ชอบทำตาโตมองเขาด้วยความมันเขี้ยวอยากจะจับมาฟัดสักรอบสองรอบถ้าไม่ติดว่าฮยองซอบต้องทำงานล่ะก็ เขาทำแน่

 

“หิวกระต่าย”

 

ผลั่ก!

 

แล้วก็โดนผลักศีรษะออกอย่างเต็มแรง จนคอแทบเคล็ด อูจินหัวเราะแห้งออกมาเมื่อกระต่ายน้อยของเขาเริ่มพัฒนาเลเวลความเขินมาลงไม้ลงมือบ้างแล้ว เห็นที่ว่าจะแกล้งบ่อยๆ ไม่ได้แล้วล่ะไม่งั้นได้มีเจ็บตัวจริงบ้าง

 

“เลิกพูดได้แล้ว มาทำงานที่เรารักกันเถอะ!” เจ้าของห้องทำเป็นเปลี่ยนเรื่องแล้วก็เดินไปกลางห้อง ใช้เท้าเขี่ยๆ เศษกระดาษออกให้เป็นวงแล้วนั่งลงไป จากนั้นก็กวักมือเรียกเขาให้ไปเป็นลูกมือทำงาน

 

“ก่อนทำนี่เก็บขยะก่อนดีมั้ย”

 

“ไม่เป็นไรๆ นั่งเลยๆ”

 

นั่นแหละอูจินเลยต้องทำแบบที่ฮยองซอบทำเมื่อครู่นี้คือปัดๆ เศษกระดาษออกให้มีพื้นที่นั่งได้ แล้วหันไปให้ความสนใจกับแผ่นกระดาษในมือเจ้าของห้องว่าเขาต้องทำอะไรบ้างในคืนนี้

 

“ตัดแบบที่เคยทำได้ใช่มั้ย”

 

“อ่าฮะ” อูจินรับคำแล้วก็รับกระดาษแผ่นบรีฟงานมาจากอีกฝ่าย นั่งมองอยู่สักพักเพื่อทำความเข้าใจ อ่านไปเกาศีรษะไปพลางเมื่อเห็นท่าไม่ดีฮยองซอบจึงเริ่มอธิบายงานของตัวเองให้อีกฝ่ายเข้าใจ

 

ใช้เวลาราวสิบนาทีได้ห้องของฮยองซอบก็กลายเป็นโรงงานย่อยสบายขยะไปแล้ว ตอนนี้แทบจะมองไม่ออกเลยว่าอันไหนงานอันไหนขยะที่ไม่ใช้แล้วกันแน่ อูจินมองกองเศษกระดาษแล้วหลุดหัวเราะออกมา อ่า ยอมรับก็ได้ว่ากองขยะนั้นฝีมือเขาเองนั่นแหละ

 

“นี่ฮยองซอบ” และเพราะห้องเริ่มเงียบลงอีกครั้ง อูจินเลยเปิดประเด็นการสนทนาขึ้นมา

 

“ว่าไง”

 

“คืนนี้จะนอนมั้ย”

 

เสียงวางคันเตอร์ดังขึ้น นั่นทำให้อูจินวางมันลงเช่นกัน เขาหันไปหาเจ้าของห้องเพื่อเร่งเร้าคำตอบที่ตัวเองต้องการ

 

“ถ้าโต้รุ่งอูจินไหวมั้ย”

 

คนถูกถามกลับทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเก็บรอยยิ้มของตัวเองลงไปเมื่อความคิดบางอย่างผุดขึ้นมาในหัวของเขา

 

“มีข้อแลกเปลี่ยนมั้ยล่ะ ถ้าข้อเสนอดีก็จะยอมอยู่เป็นเพื่อนยันเช้า”

 

“อีกแล้วอ่ะ” ฮยองซอบเหวขึ้น

 

“นี่มันงานใช้แรงงานนะ จะมาทำให้ฟรีๆ ได้ยังไงกัน”

 

“ก็นี่แฟนไง ช่วยไม่ได้เหรอ”

 

อื้อหือออออออออ ผมนี่อื้อหือเลยครับ

 

อูจินหรี่ตามองเจ้าของห้องที่เอียงคอแล้วช้อนตามองเขาอย่างออดอ้อนก่อนจะกลืนน้ำลายเหนียวหนืดนั่นลงคอตัวเองไป แสร้งทำเป็นตีหน้านิ่งทั้งๆ ที่ในใจนี่เต้นเบิร์นอิทอัพรออยู่แล้ว ก็รู้นะว่าอันฮยองซอบอัพเลเวลตัวเองขึ้นแล้ว แต่ไม่คิดว่ามันจะมาถึงขั้นนี้

 

บ้าเอ๊ยยยยย ทำไมเราหยุดยิ้มไม่ได้

 

“ไม่ได้จริงๆ เหรอ” เสียงหวานๆ นั่นเร่งเร้าคำตอบจากเขา อูจินแกล้งยกมือขึ้นมาเกาจมุกตัวเองแล้วตอบกลับไป

 

“ก็ได้”

 

“เย้!!

 

“แต่...” เสียงที่ขัดขึ้นมานั่นทำให้ฮยองซอบหันมองขวับ ดวงตากลมโตของกระต่ายน้อยมองมาที่อูจินอย่างไม่ไว้ใจ

 

“ให้นอนกอดแล้วพรุ่งนี้ห้ามออกไปไหน อยู่แต่ในห้อง ดีลไม่ดีล?”

 

“โหย แค่นี้ง่ายจะตาย กะนอนอยู่ห้องทั้งวันอยู่แล้ว ดีลเลย ดีล!” ไม่ว่าเปล่ายังพยักหน้าแล้วยักคิ้วด้วยความคิดที่ว่าตัวเองกำลังได้เปรียบอยู่ แต่ไม่รู้เลยว่าความคิดของอูจินมันไปไกลถึงไหนต่อไหนแล้ว

 

กระต่ายน้อยก็ยังเป็นกระต่ายน้อย ตามจิ้งจอกตัวนี้ไม่ทันหรอก

 

“พูดแล้วห้ามคืนคำนะ มาตัดโมกันต่อดีกว่า อยากให้ถึงพรุ่งนี้แล้ว จะนอนกอดนายทั้งวันไม่ปล่อยเลย” เอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดี แล้วก็ฮัมเพลงอะไรไม่รู้ตีกันมั่วไปหมด ปกติเป็นซะที่ไหนล่ะอย่างนี้ แค่จะง้างปากให้พูโออกมาได้เกินสิบประโยคก็นับว่าอารมณ์ดีมากแล้ว เล่นมาฮัมเพลงแบบนี้นี่มันอารมณ์ดีมากเกินไป

 

ฮยองซอบได้แต่มองคนที่ดูอารมณ์แปลกๆ นั่นด้วยตาปริบๆ พลางนึกคิดทบทวนอีกครั้งว่าตัวเองก้าวพลาดไปตรงไหนหรือเปล่า แต่คิดยังไงก็คิดไม่ออกว่าอะไรที่ทำอูจินดูอารมณ์ดีได้ขนาดนั้น

 

อูจินเหลือบมองกระต่ายน้อยของตัวเองแล้วก็หุบยิ้มแสร้งตีหน้านิ่ง มองไปอย่างดุๆ ว่าให้ทำงานได้แล้วมานั่งจ้องเขาอยู่นั่นแหละ พลางนึกในใจว่าให้เวลาเดินไปเร็วๆ อยากให้ถึงพรุ่งเช้าแล้วจะได้ไปนอนกัน

 

ไม่สิ...

 

หมายถึงไปนอนกอดฮยองซอบน่ะนะ กอดในแบบของเขา กอดที่ลูกกระต่ายตัวน้อยนั่นไม่เข้าใจ

 

 

 

 

จิ้งจอกโตเต็มที่แล้วมันก็จะเป็นแบบนี้แหละ ทำใจหน่อยนะอันฮยองซอบ

 

 

 

 

 

 

 

END

 

 

 

 

 

TALK TALK TALK

เจ้าลูกจิ้งจอกมาแล้วววววววว มาในสภาพที่อัพเกรดเป็นตัวบอส ผมนี่อื้อหือเลยครับ อื้อหือจริงๆ ลู๊กกกกกกก จริงๆ แล้วแอบอยากเขียนแบบนี้มานานแล้ว ตั้งแต่เอ็มวีบิวตี้ฟลูเลยนี่คิดว่าเฮ้ย หน่วยก้านน้องนี่เหมาะกับตำรวจอยู่นะ มันเลยแบบจับมายัดใส่เรื่องซะเลย เจ้าจิ้งจอกน้อยโตแล้ว โตเต็มวัยแล้วด้วย อร๊างงงงงง แล้วหนูอันเหมือนโตแต่ตัวแต่ความคิดหนูหยุดไว้ที่แค่ 17 สำหรับเรา 5555555 นอกจากจะฉีกคาแรคเตอร์น้องจากการเป็นนักบอลโรงเรียนแล้ว ก็มาฉีกให้น้องเป็นเด็กถาปัตย์เนี่ยแหละ ถ้าหากว่ามีข้อมูลตรงไหนที่ผิดพลาดต้องขออภัยด้วยนะคะ คือไม่กล้าเขียนให้ออกจากคณะอื่นเลยนอกจากนิเทศ กลัวเขียนข้อมูลผิด นี่ก็ลังเลอยู่นานว่าจะให้อยู่คณะไหนดี ออกจากคอมฟอร์ตโซนของนิเทศได้แล้ว 555555

พูดคุยกันได้เหมือนเดิมที่ #ficBxB101 นะคะ ตอนนี้มาพอหอมปากหอมคอก่อนเนาะ

 

 

           

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,026 ความคิดเห็น

  1. #2806 MoJi_Mitoru (@narumi) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 23:03
    หนูโตแล้ววววว ร้ายอ่ะ หลอกเจ้ากระต่ายซะ ฮือออ แต่ก็คุ้มกับการโดนทำตัวน่ารักใส่นะ อดทนเก่งจริงๆเลย กระต่ายน้อยก็น่าตีอ่ะ ถ้าไม่ติดว่าง่วงจะคิดว่าแกล้งแล้ว55555
    #2,806
    0
  2. #2780 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 15:56
    บ้าเอ๊ยยยยยยย ทำไมเราหยุดไม่ได้นะ
    #2,780
    0
  3. #2779 MinZeon (@MinZeon) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 09:19
    พ่อจิ้งจอกกกกกกกกกกก ร้ายกาจเลเวลอัพขึ้นเยอะะะะ นะคะะะะ~~
    #2,779
    0
  4. #2777 rapperline (@ruruki) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 22:24
    อยากเห็นอูจินในชุดนรตำรวจ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! หื้อออ พอจินตนาการตามละมันต้องดีแน่ๆเลย มันต้องดีมากจนตอนนี้อิจฉาน้องอันไปหมดแล้ววววว ฮื่อออ
    #2,777
    0
  5. #2776 Mailbbam (@Mailbbam) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 22:21
    จิ้งจอกร้ายกาจจจ เจ้ากระต่ายน้อยใสซื่อมากเลย
    #2,776
    0
  6. #2775 Rolii (@earnjeychaek) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 22:20
    จิ้งจอกอัพเกรด สงสารกระต่ายน้อยก่อนเลย แต่ชอบอ่ะ ชอบความเจ้าเล่ห์นี้ ;_;
    #2,775
    0
  7. #2774 ฝ้ายก็ได้ (@nangraii-onair) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 19:19
    เจ้าจิ้งจอกตัวเป้ง! ร้ายกาจยิ่งนัก แง้ เขิน
    #2,774
    0
  8. #2773 orenji (><) (@orchan) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 15:51
    อื้อหือ ผมนี่อื้อหือไปพร้อมอูจินเลยครับ
    ก็แฟนไง แฟนโคตรน่ารักด้วยไง เป็นอูจินนี่จะไม่ทนน
    #2,773
    0
  9. #2772 -BabyJam (@-BabyJam) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 12:12
    คำว่านี่แฟนไงไอกระต่ายโคตรน่ารักก ;/////////;
    #2,772
    0
  10. #2771 97ivy (@palmmus) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 08:52
    ฮือๆๆๆ ยังน่ารักเหมือนเดิมเลยค่ะ เด็กๆก็โตดันแล้วววว อูจินเท่ไม่เบาเลยย ส่วนฮยองซอบยังน่ารักเหมือนเดิม;-;
    #2,771
    0
  11. วันที่ 4 มกราคม 2561 / 08:36
    เจ้าหมาป่าเจ้าเล่ห์อ่ะ เจ้ากระต่ายยังนอนไม่อิ่มเลยนะ 555555555
    #2,770
    0
  12. #2769 RK CYP (@rewko_cyp) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 06:35
    เจ้าเล่ห์มากเลยอ่ะอูจินนน ถถถ จูดี้ต้องสู้นะๆ
    #2,769
    0
  13. #2768 wangmild (@wangmild) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 01:40
    ทำไมรู้สึกเหมือนดูเจ้าพวกนี้โตเรื่อยๆเลย จากเด็กมอปลายจนโตมา นี่คือจืตความเป็นแม่มาก5555555 น่ารักกกฮยองซอบขี้อ้อยนะเนี่ย หจิ้งจอกไม่ต้องทนแล่ววงดฟฟก้านยย
    #2,768
    0
  14. #2767 นวาฬ (@i-am-me) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 01:34
    ข้อมูลไม่ผิดค่ะ อดนอนจริง แต้มบุญเรื่องนี้น้อยมากจริงๆค่ะ ยืนยันจากเราเอง ฮือTT // คิดถึงอูซองเรื่องนี้มากๆเลย ไม่คิดเลยว่าจะเจ้าอูจินจะเรียนตำรวจ คิดภาพตามแล้วเท่มากเลย และน้องซอบเรียนถาปัตย์ก็ฉีกดีเหมือนกันค่ะ แต่แค่คิดว่าน้องนุ่มนิ่มจะต้องมาเจอความโหดร้ายของกองโมเดลและการทำงานก็อยากจะบอกใฟ้น้องหนีไปค่ะ หนีไปลูกกกกกกก แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนเลยคือจิ้งจอกก็ยังเป็นจิ้งจอกอยู่วันยังค่ำ :^)
    #2,767
    0
  15. #2766 ysj_maynie (@ysj_maynie) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 00:40
    โอ้ยยยเขินนๆๆๆๆๆหุบยิ้มไม่ได้เลย บ้าจริ๊ง!
    #2,766
    0
  16. #2765 melomookie (@melomookie) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 23:48
    พัคอูจิน คนเจ้าเล่ห์ ให้ตายสิฉันหุบยิ่มไม่ได้เลย บ้าจริง .///.
    #2,765
    0
  17. #2764 Moonshining (@KiHae_KyuMin) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 22:15
    ดีแล้วค่าาา เราเน้นเรื่องความรักความละมุนไป ไม่ต้องลงรายละเอียดคณะที่เรียนมากก็ได้ เอาแบบที่คนทั่วไปรู้และเข้าใจก็เก็ทแล้วอ่านไม่สะดุดก็โอเคแล้วนาาา
    #2,764
    0
  18. #2763 plxjy (@plxjy) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 21:48
    ฮือ เขิงฟฟดเ่สวงาเกาวบ จิ้งจอกจะกิงกระต่าย แงง อิแม่ซอยข่อยแนนนน
    #2,763
    0
  19. #2762 Moji_EB (@moji-eb) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 21:17
    แค่คิดภาพอูจินในเครื่องแบบก็.... งุ้ยยยยยย เขิงอะ นุ้งต้องดีมากๆแน่ ;//////; งื้อ แต่อัพเกรดแล้วก็กามเก่งเหมือนกันนะ สงสารฮยองซอบบ้าง เด็กถาปัตควรได้พักผ่อนจริงๆนะ 55555555555555
    #2,762
    0
  20. #2761 imTheLEE (@hahajubu) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 20:53
    โง้ยยยยย น่ารักว๊อยยยยยยยย จะจับน้องกาต่ายกิงหยอพิอูจินนนน 55555
    #2,761
    0
  21. #2760 6112ROOM (@akame27) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 20:44
    เจ้ากระต่ายยยยยย มาเขินอะไรตอนอาบน้ำเสร็จแล้ว สติเพิ่งมาหรอลูก555555
    #2,760
    0
  22. #2759 PangChenYeol (@pangza039) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 20:27
    เจ้ากระต่ายน้อยติดกับดักเจ้าจิ้งจอกซะแล้ว 55555555
    #2,759
    0
  23. #2758 milkk.tea (@pinkhumming) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 18:39
    โอ๊ยยยย น่ารักกกกก คุณกระต่ายไม่รอดแน่ๆเลย 5555555
    #2,758
    0
  24. #2757 MayNithiyakon (@MayNithiyakon) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 18:01
    อูจินเจ้าเล่ห์มากอะ 55555555555555555
    #2,757
    0
  25. #2756 MayNithiyakon (@MayNithiyakon) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 18:01
    อูจินเจ้าเล่ห์มากอะ 55555555555555555
    #2,756
    0