'BOY & BOY' ♥ SF/OS Produce101 Store

ตอนที่ 49 : ► Who’s your mama? [2/2] :: Lim Youngmin x Jung Sewoon

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,383
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    18 ม.ค. 61

Who’s your mama?

[2]

Lim Youngmin x Jeong Sewoon

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            แก้วมัคสีเขียวอ่อนถูกวางลงบนโต๊ะทำงานที่ช่วงที่เวลาก้ามข้ามผ่านวันใหม่ไปแล้ว นาฬิกาดิจิทัลด้านข้างนั้นบอกว่าตอนนี้เป็นเวลาตีสองกว่าแล้ว และไฟในห้องนี้ก็ยังสว่างโร่ เสียงเพลงที่ดังออกมาจากลำโพงถูกเปลี่ยนอัลบั้มไปหลายครั้ง และดูเหมือนว่าจะยังคงถูกเปลี่ยนต่อไป ในเมื่อเจ้าของห้องไม่มีท่าทีว่าจะยอมปิดไฟนอนง่ายๆ เลย

 

            “วันนี้พี่กินแก้วที่สี่แล้วนะ” เซอุนเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าคนที่กำลังงุ่นง่วงอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ไม่ได้ละสายตาออกมาแต่กลับยื่นมือมาคว้าหูแก้วขึ้นไปถือ

 

            “มันติดอ่ะ เวลาพี่ทำงานต้องกินอะไรพวกนี้” ยองมินตอบกลับไปแล้วยกแก้วกาแฟนั้นขึ้นจิบ ไม่ได้เข้าใจความหมายของถ้อยคำที่เซอุนว่าออกมาก่อนหน้านี้เลยสักนิด นั่นทำให้คนที่ควรจะไปนอนได้แล้วกลับยืนจ้องเขาทำงานอยู่ที่เดิมไม่ยอมขยับไปไหน

 

            “หือ? แล้วไม่ไปนอนเหรอ” คนอายุมากกว่าหันมาถาม

 

            “พรุ่งนี้วันเสาร์ ผมไม่มีกะ”

 

            “ถึงไม่มีก็ไปนอนเถอะ จะอยู่ดึกทำไม”

 

            “จะดูหนัง ผมเปิดหนังดูได้ใช่ป่ะ” ว่าพลางชี้ไปยังโทรทัศน์เครื่องใหญ่ที่ไม่ค่อยได้ใช้งานมากนักตั้งแต่ที่ย้ายมาที่นี่ ตรงด้านหน้ามีโน้ตบุ๊กของเซอุนวางไว้อยู่ นั่นทำให้ยองมินยกยิ้มขึ้นแล้วตอบกลับไปด้วยเสียงเนือยๆ เพราะความง่วง

 

            “เตรียมของไว้ขนาดนั้นแล้วก็ดูเถอะ เดี๋ยวปิดเพลงให้” จากนั้นก็หันกลับไปทำงานของตัวเองต่อ ทำให้เซอุนมองคนตรงหน้าด้วยความแปลกใจ ริมฝีปากเล็กๆ นั่นขยับคล้ายจะพูดอะไรออกมา แต่ก็ไม่พูดจนเมื่อผ่านไปสักพักเขาก็เดินไปนั่งที่โซฟากลางห้องแล้วจัดการต่อพ่วงโน้ตบุ๊กเข้ากับจอโทรทัศน์นั่นด้วยตัวเอง

 

            พลางหันมองคนที่เอาแต่จ้องจอคอมพิวเตอร์มาหลายชั่วโมงแล้ว

 

            “นี่ พักสายตามาดูหนังก่อนมั้ย” ถามออกไปอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ แต่ยองมินกลับส่ายศีรษะพรืด

 

            “เสร็จแล้วเดี๋ยวพี่ไปดูด้วย”

 

            “อ่าฮะ”

 

            และนั่นแหละอิมยองมินในโหมดทำงาน ดูเป็นผู้เป็นคนมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว แต่ถึงอย่างนั้นก็เป็นภาวะที่เซอุนไม่ค่อยจะไว้วางใจสักเท่าไหร่นัก เพราะบรรยากาศรอบตัวอีกฝ่ายในตอนนี้ดูแปลกไป ถึงจะมีเข้ามาแหย่เล่นกับเขาเหมือนเดิม พูดคุยกันในแบบปกติ หรือแม้กระทั่งออกไปเลือกซื้อของด้วยกัน อิมยองมินยังคงทำตัวเป็นปกติทุกอย่าง

 

            ที่แปลกไปก็คงจะมีแค่แววตาที่มองเขานั่นแหละ

 

            ทำไมถึงยังมองเขาด้วยความรู้สึกผิดแบบนั้นอยู่อีกนะ

 

 

 

 

 

 

 

            เซอุนลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งในเช้าวันนั้น เขาสะลืมสะลือมองหน้าจอโทรทัศน์ตรงหน้าที่ดับไปแล้ว เหยียดแขนขาบิดกายไปมาเพื่อคลายความเมื่อยล้า เมื่อคืนเขาเผลอนอนหลับไปตรงหน้าโซฟา ไม่ได้เดินขึ้นไปนอนบนเตียงนอนชั้นลอยของห้อง นั่นทำให้เซอุนรีบเด้งตัวขึ้นมาด้วยความรวดเร็วพลางหันมองโต๊ะทำงานที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตรงนั้นแล้วยู่ริมฝีปากเข้าหากัน

 

            ภาพตรงหน้าที่ต้อนรับการตื่นนอนของเขาในวันนี้คือแผ่นหลังของผู้ร่วมอาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกันอย่างอิมยองมินที่ฟุบหลับอยู่บนหน้าคอมพิวเตอร์ อืม... ดูเหมือนว่าจะทำงานค้างไว้ด้วย หน้าจอถึงยังไม่ได้ปิด แถมโปรแกรมการทำงานก็ยังถูกเปิดทิ้งไว้อีกด้วย

 

            ไม่รู้ว่าเพราะอะไรที่ทำให้เขาเผลอหลุดยิ้มออกมา ราวกับภาพเดจาวูที่ย้อนกลับมาอีกครั้ง ไม่ใช่ครั้งแรกที่เซอุนเห็นอีกฝ่ายในสภาพแบบนี้ หลายต่อหลายครั้งที่รู้จักกันมา อิมยองมินน่ะนอนหน้าคอมมากกว่าไปนอนบนเตียงอีก

 

            “นี่ พี่ตื่นก่อน” เดินเข้าไปสะกิดเบาๆ ที่ไหล่กว้างของคนตรงหน้าในสภาพที่งัวเงียไม่ต่างกัน

 

            “ไปนอนดีๆ” เอ่ยขึ้นอีกครั้งเมื่ออีกฝ่ายไม่ขยับตัวเลย เซอุนจึงใช้ไม้แข็งด้วยการเขย่าไหล่ทั้งสองข้างนั่นแรงๆ ยืนทำซ้ำๆ อยู่อย่างนั้นราวห้านาทีได้ ยองมินถึงได้สะลืมสะลือตื่นขึ้นมา

 

            “เช้าแล้วเหรอ” เสียงแหบที่ฟังดูแปลกกว่าปกตินั่นเอ่ยถามขึ้น เซอุนไม่ได้ตอบอะไรกลับไปเขาแค่ขมวดคิ้วเข้าหากัน

 

            “ขอบคุณที่ปลุก พี่ขอกาแฟ...”

 

            “พี่ตัวร้อน”

 

            “อ่า” ยองมินอ้าปากค้างกลางอากาศเมื่อโดนอีกฝ่ายเอ่ยขัดขึ้นทั้งๆ ที่ยังพูดไม่จบประโยคดี เขาโบกมือไหวๆ เป็นเชิงว่าไม่เป็นอะไรแล้วเลื่อนมือขึ้นไปจับเมาส์พร้อมกับกดเล่นงานที่ทำค้างไว้เมื่อคืนนี้ในทันทีที่เริ่มได้สติกลับมา

 

            “พี่ยองมิน”

 

            “ครับ?” เจ้าของชื่อขานรับอย่างไม่รู้ตัวเลยว่าสถานการณ์ในตอนนี้มันคืออะไร

 

            “ไปนอน”

 

            “ก็นอนแล้วตื่นแล้วนี่ไง”

 

            เมื่อได้รับคำตอบเช่นนั้นเซอุนก็กรอกตาขึ้นมองด้านบนของห้องด้วยความเอือมระอา พักหลังมานี่อิมยองมินมักจะบ้างานเป็นพิเศษ หัวเหอยุ่งไปหมด สภาพชุดนี่ก็ชุดนอนตั้งแต่เมื่อวานแล้ว  ไม่ค่อยจะดูแลตัวเท่าไหร่

 

            ให้ตายสิ

 

            ให้ตายเลยจริงๆ

 

            “พี่ไม่สบายนะ”

 

            “พี่โอเคๆ จะเสร็จละอีกนิดนึง”

 

            เหมือนพวกเขากำลังพูดคนละเรื่องกัน เซอุนกำลังรู้สึกแบบนั้น

 

            “เราไปกินข้าวก่อนเลยก็ได้ ขอกาแฟพี่แก้ว...”

 

            “ไม่ให้ทำแล้ว!

 

            และนั่นก็เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่เซอุนรู้สึกว่าเขาควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่อยู่ยองมินกำลังดื้อเพ่งใส่เขา ด้วยการทำงานทั้งๆ ที่สภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวยเลยสักนิด แถมยังทำตัวเหมือนมองข้ามความเป็นห่วงของเขาไปอีก

 

            “พี่ไม่เป็นไร”

 

            “ปิดคอมแล้วไปนอน” เซอุนว่าเสียงนิ่ง นั่นทำให้คนที่นั่งทำงานอยู่ชะงักไปครู่หนึ่ง เขาไม่กล้าจะเงยหน้ามองเซอุนในตอนนี้ด้วยซ้ำ ปกติน้องไม่ใช่คนพูดจาเสียงหวานอยู่แล้ว แต่น้ำเสียงก็ไม่ได้น่ากลัวขนาดนี้

 

            และนั่นทำให้ยองมินตัดสินใจกดบันทึกงานแล้วกดชัตดาวน์เครื่องในทันที

 

            “ปิดแล้วก็ไปนอน”

 

            “พี่มีงานอื่น...”

 

            “ไม่ให้ทำ ถ้าพี่ทำอีกผมจะโทรไปออฟฟิศพี่แล้วถามว่าเพื่อนพี่ไม่ช่วยทำงานเหรอพี่ถึงได้ทำงานหนักขนาดนี้ พี่ก็รู้ว่าผมทำจริง”

 

            ยองมินไม่กล้าพูดอะไรนอกจากพยักหน้ารับอย่างจำยอม เขาเดินเข้าห้องน้ำผ่านร่างของน้องไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นลูบใบหน้าที่อ่อนล้าของตัวเองแล้วเสยผมหน้าม้าที่ปรกลงมาขึ้นไปอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่นัก แต่สุดท้ายเขาก็ไม่กล้าขัดคำพูดของเซอุน หลังจากที่เข้าไปล้างหน้าล้างตาเสร็จแล้ว เรียวขายาวก็พาตัวเองเดินขึ้นไปบนชั้นลอยของห้องที่เป็นส่วนของห้องนอนในทันที โดยไม่หันมาพูดอะไรอีกอีกหนึ่งชีวิตในห้องสักคำ

 

            เช่นเดียวกันกับเซอุนที่เพิ่งรู้ตัวว่าเขาล้ำเส้นชีวิตของอีกฝ่ายมากไปหน่อย เขายังยืนอยู่ที่เดิมตรงนั้นไม่ได้ขยับไปไหน จนกระทั่งห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ เป็นสัญญาณที่บอกว่าอิมยองมินคงขึ้นไปนอนตามที่เขาต้องการแล้ว เซอุนจึงหันไปหยิบโทรศัพท์ของตัวเองแล้วต่อสายไปหาคนที่เขาอยากคุยด้วยมากที่สุดในตอนนี้

 

            แต่ทว่า...

 

            (หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้...)

 

            ติ๊ด!

 

 

 

 

 

            เสียงกริ่งดังขึ้นที่หน้าห้อง นั่นทำให้เซอุนละความสนใจออกจากการเช็ดตัวคนป่วยที่นอนซมอยู่บนเตียงไม่ยอมตื่นขึ้นมากินข้าวเช้า มือเล็กๆ วางผ้าขนหนูไว้ข้างเตียงนอน แล้วรีบลงบันไดลงมาจากชั้นลอยของห้อง ไม่ต้องเช็คอินเตอร์คอมให้เสียเวลาว่าคนที่มาเยี่ยมในวันนี้เป็นใคร

 

            เพราะเขารู้อยู่แล้ว

 

            “เป็นไงบ้างเซอุน?” เสียงของแดเนียลเอ่ยขึ้นในทันทีที่ประตูห้องถูกเปิดออก เจ้าของห้องยกยิ้มขึ้นเป็นการทักทายก่อนจะตอบกลับไป

 

            “โอเคดีครับ แต่ดูเหมือนรอบนี้จะเป็นหนักหน่อย นอนไม่ยอมตื่นเลย” ว่าพลางเดินนำแขกเข้ามาในห้อง ก่อนจะหันกลับไปถามกลุ่มชายฉกรรจ์ที่บุกห้องเขาในบ่ายวันนี้ “ขึ้นไปข้างบนก่อนก็ได้นะครับ เดี๋ยวผมเอาของไปเก็บให้”

 

            “อ่าได้ๆ” แดเนียลตอบกลับแล้วยื่นถุงของฝากเยี่ยมไข้ในมือให้กับน้องไป

 

            “คราวนี้มันเป็นจริงๆ ไม่ได้สำออยใช่ป่ะ” ดงโฮถามขึ้นมา นั่นทำให้แดเนียลที่กำลังจะขึ้นบันไดชะงักแล้วหันหน้ากลับมาเสือกก่อน

 

            เจ้าของห้องพยักหน้าให้คำตอบก่อนจะเอ่ยเสริมขึ้นอีก

 

            “คือตอนแรกผมก็คิดว่าพี่เขาคงแกล้งเล่นใหญ่เหมือนคราวก่อนๆ แต่รอบนี้เหมือนจะเป็นหนักจริงๆ  พี่เขาก็ตึงๆ ไม่ค่อยเล่น ผมก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไง โทรหาพี่ซองอูพี่เขาก็ปิดเครื่อง ผมเลยโทรหาพวกพี่แทน ขอโทษที่ทำให้ต้องวุ่นวายนะครับ”

 

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นแดเนียลก็โบกมือไหวๆ

 

            “ไม่วุ่นวายหรอก ซองอูไปบินน่ะ ดีแล้วที่โทรหาพวกพี่”

 

            “เอออันนี้พี่เห็นด้วย ก็รู้จักกันมานานแล้วไม่ต้องเกรงใจหรอก” ยงกุกว่าต่อ แล้วเดินไปดันหลังของแดเนียลให้ขึ้นบันไดไป

 

            “งั้นพวกพี่ขึ้นไปดูมันก่อนนะ” ดงโฮปิดท้าย ก่อนจะเดินขึ้นไปโดยมีจินอูกับซังกยุนเดินมาตบบ่าอย่างให้กำลังใจ ราวกับว่ามีเรื่องอะไรบางอย่างที่เซอุนยังไม่รู้ แต่พวกเขารับรู้ได้ผ่านแววตาและคำพูดพวกนั้น

 

            แต่สุดท้ายแล้วคนตัวเล็กก็สะบัดศีรษะไล่ความคิดของตัวเองออกไป แล้วเดินไปอุ่นโจ๊กที่ทำไว้เมื่อเช้านี้ สำหรับมื้อบ่ายให้คนป่วยที่ไม่ยอมลุกขึ้นมาทำอะไรทั้งสิ้นนอนจากนอนโง่ๆ อยู่อย่างนั้น

 

            ให้ตายสิ

 

            เซอุนไม่ชอบสถานการณ์แบบนี้เลย

 

 

 

 

 

เซอุนเดินขึ้นไปด้านบนห้องนอนพร้อมกับถ้วยโจ๊กอุ่นๆ ในมือ เขามองกลุ่มชายฉกรรจ์ที่ล้อมหน้าล้อมหลังเตียงนอนของเขาแล้วก็หลุดยิ้มออกมา บรรยากาศตอนนี้มันออกจะดูแปลกๆ ไปหน่อย แต่เมื่อไหร่ที่อิมยองมินป่วยถึงขั้นต้องนอนซมแล้วล่ะก็ เซอุนก็มักจะเห็นเพื่อนของพี่เขามาเยี่ยมแบบนี้เสมอ บางทีก็มาบอกว่าทวงงานบ้าง มากวนตีนบ้าง แต่มันก็เป็นภาพที่อบอุ่นแปลกๆ

 

แล้วตอนนี้คนป่วยก็ตื่นขึ้นมาแล้วด้วยสีหน้าเหวี่ยงๆ ที่ดูเหมือนว่าคนปลุกจะเป็นจินอูถึงได้หัวเราะร่วนออกมาแบบนั้น เซอุนยิ้มบางๆ ให้กับคนที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง ก่อนจะเดินเข้าไปวางถ้วยโจ๊กไว้ด้านข้างเตียง พร้อมกับหยิบยาออกมาจากลิ้นชักวางไว้ข้างกัน

 

“ฝากดูพี่ยองมินให้กินข้าวกินยาวด้วยนะครับ”

 

“อ้าวแล้วเราจะไปไหนล่ะ” คำถามนั้นไม่ได้หลุดออกมาจากของยองมิน หากแต่เป็นซังกยุนต่างหากที่ถามออกมา

 

“ผมจะลงไปเอาของให้น้องที่ทำงานข้างล่างน่ะครับ ฝากไว้แป๊ปเดียวเดี๋ยวผมมา”

 

“ของอะไร” ยองมินถามออกไปอย่างรวดเร็ว นั่นทำให้เซอุนเม้มริมฝีปากเข้าหากันก่อนจะตอบคำถามนั่นกลับไป

 

“ของที่ทำงานต้องใช้พรุ่งนี้ จริงๆ พรุ่งนี้มีจ๊อบพิเศษแต่ผมจะลางานเลยต้องฝากน้องเข้าไป” เซอุนตอบกลับไปแล้วหันหลังกลับเดินลงจากชั้นลอยไปในทันที โดยมีกลุ่มชายฉกรรจ์กลุ่มเดิมมองตามไปด้วยความงุนงง

 

แล้วหันหน้ากลับมามองอีกหนึ่งเจ้าของห้องพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย ต่างคนต่างหรี่ตาจ้องจับความปกติที่ดูแปลกไประหว่างสองคนนี้ แม้ปกติเซอุนจะเป็นคนประหยัดคำพูดของตัวเองของตาม แต่เพราะพวกเขารู้จักกันมานาน ทำให้ความจับความรู้สึกบางอย่างที่ดูไม่เข้าท่านั่นได้พร้อมกันอย่างรวดเร็ว

 

“เป็นอะไร ทะเลาะกับน้องเหรอวะ” คล้อยหลังจากที่ได้ยินเสียงปิดประตูดังขึ้นแล้ว ก็เป็นดงโฮนั่นแหละที่เปิดประเด็นการสนทนาในครั้งนี้

 

“เปล่าอ่ะ กูแค่นอยด์ๆ น้อง”

 

“นอยด์เรื่อง?”

 

ยองมินถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เขารับรู้ได้ถึงไอความร้อนของร่างกายตัวเองแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่สามารถเก็บความน้อยใจในอารมณ์อ่อนไหวของตัวเองได้

 

“น้องดุกูอ่ะ กูแค่จะทำงานต่อน้องก็ทำเสียงดุใส่กู กูแค่อยากรีบๆ ทำให้มันเสร็จ โอ๊ย! ตบกูเพื่อ” แล้วก็ยกมือขึ้นมากุมหน้าผากของตัวเองเมื่อโดนจินอูโบกลงอย่างแรง

 

แม่งเอ๊ย” ตามมาด้วยสองเสียงที่พร้อมใจกันประสานขึ้นมาของคังดงโฮและคังแดเนียล

 

“ด่ากูเฉย” ยองมินยู่ริมฝีปากเข้าหากัน “ช่วงนี้กูอารมณ์อ่อนไหวว่ะ มันแบบเป็นมาสักพักแล้วตั้งแต่วันที่กูไปเจอแม่น้อง”

 

“คือแม่ยายไม่ปลื้ม?” ซังกยุนเลิกคิ้วถาม

 

“ไม่เชิงอ่ะ แต่แบบเหมือนเขาก็ยังไม่ค่อยพอใจกูเท่าไหร่ มันแบบกูยังไม่มั่นคงพอจะดูแลลูกเขาได้มั้ง เห็นกูแบบนี้คือกูไม่ได้เล่นๆ กะชีวิตป่ะวะ ถึงหน้ากูจะดูปัญญาอ่อนก็เถอะ กูก็แค่เอฮากับชีวิตเฉยๆ”

 

“เออกูเข้าใจ” ซังกยุนว่าแล้วตบบ่าเพื่อนรัก เพราะเขาเองก็เป็นคนที่มีบุคลิกแบบนั้นเหมือนกัน แต่ติดที่ว่าเขาไม่ได้ประสบปัญหาเดียวกันกับอีกฝ่าย

 

“แล้วมันหลายเรื่องว่ะ กูอยากรีบปิดจ๊อบของเจ๊แฟนตาซีอ่ะ กูอยากพาน้องไปเที่ยวบ้าง กูผิดนัดน้องมาหลายรอบแล้ว แล้วมึงดูดิ ในขณะที่กูพยายามทำให้งานมันเสร็จไวๆ แต่น้องมาดุกูบอกให้กูหยุดทำงานงี้อ่ะ กูแม่งก็นอยด์แดกเลย”

 

หลังจากฟังความในใจของยองมินจบแล้ว ทุกคนก็นิ่งเงียบไม่ตอบอะไรกลับไปนอกจากมองหน้ากันอย่างมีความนัย...

 

พวกเขาเองก็ประสบปัญหาในการทำงานมาไม่ต่างกัน แต่ระดับความรุนแรงและความอ่อนไหวต่อความรู้สึกนั้นมีไม่เท่ากัน บวกกับสภาพแวดล้อมและตัวแปรของปัญหาที่แต่ละคนพบเจออีก

 

“แล้วมึงรู้ป่ะว่าทำไมน้องมันถึงดุมึง”

 

ยองมินเงียบ เขาไม่ได้ตอบอะไรกลับ ไมใช่ว่าไม่รู้ แต่แค่แกล้งตีมึนไปงั้นเฉยๆ

 

“กูเดาเลยว่าพรุ่งนี้น้องมันต้องหยุดงานมาเพื่อดูแลมึง” ยงกุกว่าแล้วตบเข่าฉาด เช่นเดียวกันกับแดเนียลที่นั่งพยักหน้าอยู่ข้างๆ ก่อนจะเสริมเข้าไปอีก

 

“มึงรู้ป่ะว่าตอนน้องโทรมาหากูคือเสียงน้องมันเหมือนคนจะร้องไห้อ่ะ เวลามึงไม่สบายแล้วนิ่งใส่น้องมันใจเสียมากนะเว่ย”

 

ยองมินนิ่งเขาก็มานั่งคิด ปกติเขาไม่สบายแล้วก็ชอบหาเศษหาเลยกับน้องตลอด ไม่เคยตีหน้านิ่งใส่แบบนี้เลย

 

“มึงยอมรับเหอะว่าตอนนี้มึงโหมงานหนักเกินไปจริงๆ ปกติไข้ขึ้นมึงวิ่งปร๋อ ไม่ใช่เด็กแล้วนะมึงจะได้โต้รุ่งติดๆ กันได้” จินอูช่วยเรียกสติให้เพื่อนอีกครั้ง

 

“เออกูก็ยอมรับอยู่นี่ไงถึงยอมมานอนเนี่ย”

 

“อ่ะ ยอมรับแล้วก็แดกๆ ไปซะข้าวเนี่ยยาเนี่ย แดกก่อนที่มึงจะตาย” ว่าจบแล้วซังกยุนก็ยื่นถ้วยข้าวต้มให้อีกฝ่ายหยิบไปกินเอง พลางส่งสายตาที่บอกว่าพวกกูไม่ป้อนมึงนะ

 

“เออๆ” ยองมินรับมากินแต่โดยดีอย่างไม่งอแง พวกเขาพูดคุยเรื่องอื่นกันบ้าง อย่างเช่นเรื่องงานที่ค้างอยู่ รวมไปถึงวันหยุดยาวที่แต่ละคนจะได้รับอีกด้วย นั่นทำให้ในหัวของยองมินนึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์เมื่อเช้า และแพลนต่างๆ ที่อยู่ในหัวของเขา ก็ยอมรับจริงๆ ว่าช่วงนี้อารมณ์อ่อนไหวเป็นพิเศษ แต่ก็อดที่จะรู้สึกผิดกับน้องไม่ได้

 

ดูเหมือนว่าตอนนี้สติของเขาจะกลับมาครบถ้วนแล้ว ยองมินถึงได้พ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ จนเพื่อนๆ ที่ต่างพากันพูดถึงแพลนวันหยุดของตัวเองนั้นเงียบลงแล้วหันหน้ามามองเขากันเป็นตาเดียวอย่างไม่ได้นัดหมายอีกครั้ง

 

“ทำหน้าแบบนี้แม่งหายนอยด์แล้วชัวร์” ดงโฮทักขึ้น และนั่นทำให้ยองมินหยักคิ้วขึ้นตอบกลับคำพูดนั้นไป

 

“เออหายก็ดี เพราะนี่คือโอกาสทองที่มึงจะอ้อนน้องได้สำเร็จ ขอให้ได้ให้โดนนะครับเพื่อน น้องมันใจอ่อนกับมึงมากๆ แล้วตอนนี้” ยงกุกว่า

 

“อ่ะ รู้อีกว่ากูคิดอะไร”

 

เพียงเท่านั้นทุกคนก็พร้อมใจกับเบ้ปากอีกครั้ง เป็นเวลาเดียวกันกับที่เสียงเปิดประตูห้องดังขึ้น พวกเขาจึงจัดท่านั่งและสีหน้าให้เป็นปกติเมื่อก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น พร้อมกับอิมยองมินที่ซุกตัวกลับลงไปนอนใต้ผ้านวมผืนหน้านั่น ดึงมาขึ้นมาปิดถึงริมฝีปากของตัวเอง ไม่วายที่เพื่อนๆ ของเขาจะหันกลับมามองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำด่า

 

ถ้าจะมองขนาดนี้พวกมึงด่ากูเลยก็ได้นะ

 

มารยา

 

สำออย

 

แสดงเก่ง

 

เปลี่ยนสีไวจริงๆ

 

ยองมินนอนอ่านปากที่ขยับไร้เสียงพวกนั้น แต่ได้ข่มความรู้สึกอยากจะเท้ากระตุกไว้ในใจ เก็บไว้คิดบัญชีกับพวกมันทีหลังที่ออฟฟิศ เพราะหลังจากนี้จะเริ่มปฏิบัติการอ้อนจองเซอุนยังไงไม่ให้โดนตีน หลังจากที่ล้มเหลวมานาน วันนี้แหละสำเร็จแน่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เพื่อนของยองมินกลับไปสักพักใหญ่ๆ แล้ว แต่เซอุนยังไม่ได้ขึ้นไปด้านบนเลยตั้งแต่กลับมา เขาแค่ถามจากดงโฮว่าอีกฝ่ายกินข้าวกินยาแล้วหรือยัง เมื่อได้รับคำตอบที่พอใจกลับมา เซอุนก็หมดห่วงปล่อยให้อีกฝ่ายได้นอนพักผ่อน แล้วค่อยขึ้นไปเช็ดตัวตอนใกล้ค่ำอีกครั้ง

 

เอาความจริงเถอะเซอุนก็แค่ยังไม่อยากเข้าใกล้อิมยองมินในตอนนี้

 

เขาก็เลยจัดการเวลาว่างในวันนี้ไปกับการทำความสะอาดห้องที่ดูเหมือนว่าจะใช้เวลาไปกับการเก็บกวาดโต๊ะทำงานของอิมยองมินไปซะเยอะอยู่เหมือนกัน ทั้งเศษขนม กล่องขนม กระป๋องน้ำอัดลม ยังไม่รวมแก้วกาแฟที่แอบซุกไว้ไม่ได้เอาไปล้างด้วย แต่ถึงอย่างนั้นเซอุนก็ยังทำความสะอาดมันอย่างเงียบๆ ทั้งที่ในใจนี่ร้อยเรียงคำด่าออกมาแล้วประมาณสี่หน้ากระดาษเอสี่

 

แต่เห็นว่าป่วยอยู่เลยจะไม่ด่า(ออกเสียงให้ได้ยิน)

 

หลังจากนั้นก็เดินเข้าไปเก็บครัวที่สะอาดอยู่แล้ว เซอุนก็หยิบนู่นหยิบนี่มาล้างทำความสะอาดอีกครั้งเพื่อไม่ให้ตัวเองว่าง เช็ดเคาน์เตอร์ครัว จัดเรียงของใส่ลิ้นชัก รวมไปถึงของในตู้เย็นที่แม้จะไม่ค่อยมีอะไรมากนักนอกจากนมกับน้ำเปล่า เขาก็ยังรื้อของออกมาจัดให้เป็นระเบียบ

 

ไม่ปกติเลย

 

จองเซอุนในตอนนี้โคตรจะไม่ปกติ

 

“เซอุน”

 

“ห๊ะ!” และเพราะเผลอทำอะไรอยู่เพลินๆ พอโดนเรียกชื่อเขาหน่อยก็ตอบกลับไปเสียงดัง คนตัวเล็กเดินออกมาจากโซนครัว แล้วเงยหน้ามองคนที่ยืนมองเขาจากชั้นลอยด้านบนของห้อง ใบหน้าของอีกฝ่ายซีดเซียว แต่ก็ยังลุกขึ้นจากเตียงมาเกาะขอบระเบียงแล้วมองเขาด้วยสายตาลูกหมา – เซอุนคิดว่าเหมือน

 

“ขึ้นมาหน่อยได้มั้ย พี่นอนไม่หลับ” เสียงแหบพร่านั่นเอ่ยขึ้นอีกครั้ง เจ้าของชื่อพยักหน้าหงึกหงักแล้วเดินไปล้างมือในห้องน้ำสักพักก็เดินขึ้นไปด้านบนชั้นลอยตามที่อีกฝ่ายต้องการ

 

บอกตรงนี้เลยว่าเพราะอีกฝ่ายป่วยหรอกเขาถึงยอมทำตามแต่โดยดี

 

แล้วเมื่อเดินขึ้นมาเซอุนก็ขมวดคิ้วเข้าหากันจนแทบจะเป็นปม เมื่อเห็นว่าคนป่วยที่ควรจะนอนอยู่เฉยๆ กลับกึ่งนั่งกึ่งนอนพิงหัวเตียงอยู่ แล้วใช้ฝ่ามือตบลงที่อีกฝั่งของเตียงด้านข้างกับตัวเอง เป็นสัญญาณที่เชิญชวนให้เขาล้มตัวลงนอนข้างๆ กับอีกฝ่าย

 

แต่เซอุนยังคงยืนนิ่งมองอยู่ที่ปลายเตียง เขาหรี่ตามองอีกฝ่ายอย่างจับผิด

 

“มานอนเร็ว พี่มีอะไรจะสารภาพ”

 

“เรื่อง?” เซอุนถามออกไป แต่ยองมินไม่ตอบ เขาจึงถอนหายใจออกมาแล้วยอมเดินเข้าไปทิ้งตัวลงนอนบนพื้นที่ว่างตรงนั้น

 

“จะสารภาพอะไร? ถ้าเรื่องที่แอบซ่อนเงินไว้ก็ไม่ทันแล้วนะ ผมหาเจอในกระเป๋ากางเกงยีนส์พี่เมื่อวานแล้ว”

 

ยองมินเงียบ เขาไม่ได้พูดอะไรออกไปนอกจากยกยิ้มขึ้น แล้วขยับกายเข้าไปใกล้กับคนข้างๆ แอบเนียนด้วยการยกแขนของตัวเองขึ้นให้เซอุนได้ใช้มันแทนต่างหมอนที่หนุนอยู่

 

“หรือเรื่องที่พี่แอบไปซื้อแมกซ์รถมาใหม่ อันนั้นผมก็รู้มาจากพี่ซองอูแล้วว่าพี่แอบไปดูที่งานกับพี่แดเนียล” ว่าพลางขยับตัวเล็กน้อยเมื่อท่อนแขนของยองมินรองอยู่ที่ด้านหลังคอของเขา เซอุนทำเป็นเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่ก็ยอมให้อีกฝ่ายขยับเข้ามากใกล้จนรับรู้ได้ถึงไอร้อนจากตัวของยองมิน

 

“เรื่องที่เข้าช็อปไปดูคอมสเป็คสูงๆ ไว้ ก็รู้แล้ว”

 

“...”

 

“หรือเรื่องอีกล่ะ เรื่องที่พี่แอบไปบุ๊กตั๋วเครื่องบิน...อ๊ะ! อ่อย!

 

แล้วคำพูดของเซอุนก็ขาดช่วงไปเมื่อยองมินเลื่อนมือของตัวเองขึ้นมาปิดปากของน้องเอาไว้ ไม่ให้พูดอะไรออกมาอีก ให้ตายเลยจริงๆ จะมาแกล้งทำสำออยใส่น้องก็ไม่ได้ น้องเอาแต่พูดเรื่องอะไรอยู่ก็ไม่รู้ มันน่าจับปิดปากด้วยปากจริงๆ

 

แต่ก็นั่นแหละในชีวิตจริงอิมยองมินทำได้แค่เอามือปิดปากน้องเท่านั้น

 

ก็คนมันยังอยากมีชีวิตอยู่ ยังไม่อยากถูกจับโยนลงจากชั้นยี่สิบตอนนี้

 

“เรารู้เรื่องตั๋วได้ไง” ยองมินถามขึ้น หลังจากที่ปล่อยมือออกจากปากเล็กๆ นั่นแล้ว

 

“เห็นพี่บุ๊กตั๋วเมื่อวันก่อน ตอนแรกคิดว่าพี่ไปออกกอง แต่พี่แดเนียลว่าบอกพวกพี่ได้วันหยุดยาวกัน เลยคิดว่าพี่คงไปเที่ยวกับกิ๊ก เลยจะเปิดโอกาสให้สารภาพก่อนตาย”

 

“ตลกล่ะ” ยองมินตอบกลับไปแล้วดึงริมฝีปากรั้นๆ นั่นด้วยความมันเขี้ยว อยากจะจับน้องฟัดใจจะขาด แต่ตาก็จะปิด

 

“พี่จะไปกับเรานั่นแหละ”

 

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เซอุนก็ย่นจมูกแล้วเงยหน้ามองเจ้าของแขนที่ตัวเองหนุนอยู่ด้วยสายตาที่กำลังจับผิดอีกฝ่ายอยู่

 

“อย่าบอกนะว่าที่รีบเคลียร์งานเพราะไอ้นี่อ่ะ?” แล้วก็ถามออกไป หลังจากที่เรียบเรียงเรื่องราวในหัวของตัวเองได้เสร็จสรรพ

 

“อ่าฮะ” ยองมินรับสารภาพแต่โดยดี พลางขยับตัวเข้าไปกระชับวงแขนของตัวเองโอบกอดน้องให้จมอยู่ในอ้อมแขนของตัวเอง

 

“ปล่อยเลย อย่ามาเนียน” ว่าแล้วก็ใช้มือดันหน้าของคนป่วยให้ออกไปไกลๆ เมื่อพบว่ายองมินกำลังเอาแก้มของตัวเองมาเบียดเข้ากับแก้มของเขา

 

“เมื่อเช้าขอโทษที่ตึงใส่ คือช่วงนี้พี่นอยด์ง่ายอ่ะ มันมีปัญหาหลายเรื่อง”

 

“เรื่องแม่ผมด้วยหรือเปล่า”

 

“อืม” ยองมินยอมรับแต่โดยดี แล้วเขาก็ได้ยินเสียงหัวเราะของเซอุนดังขึ้นมา

 

“พี่กลายเป็นคนคิดมากไปตั้งแต่เมื่อไหร่อ่ะ โถ่เอ๊ย อิมยองมินกลายเป็นคนแบบนี้ไปแล้วเหรอ งี้ก็อยู่ด้วยแล้วไม่ตลกแล้วดิ”

 

แต่ดูเหมือนว่าคนอายุมากกว่าจะยังไม่เข้าใจสถานการณ์สักเท่าไหร่ ด้วยพิษไข้ที่เล่นงานเข้าค่อนข้างหนักทำให้สมองทำงานช้าลงกว่าเดิม

 

“ไม่ต้องมาขำเลย แม่เราน่ากลัวจะตาย”

 

“พี่คิดไปเองเปล่า” เซอุนแกล้งหยอก แต่ทว่ายังไม่ทันจะได้คุยเรื่องนี้จบ คนป่วยก็แกล้งเนียนในช่วงที่คิดว่าซีเรียสอยู่ เลื่อนใบหน้าเข้ามากใกล้แล้วฝังปลายจมูกของตัวเองลงบนแก้มนุ่มๆ ของเขา

 

“สงสัยอยากตายก่อนได้ไปเที่ยว”

 

“หงึ อย่าใจร้ายกับคนป่วยดิ” แล้วก็สวมร่างอิมยองมินคนเดิมอีกครั้ง ก่อนจะซุกใบหน้าของตัวเองลงบนกลุ่มเส้นผมสีเข้มของน้อง ฝังปลายจมูกของตัวเองลงไปอย่างไม่กลัวตาย แล้วทิ้งน้ำหนักไว้พร้อมกับแนบข้างแก้มลงบนศีรษะทุยๆ ของน้อง

 

“เนี่ยเราไม่รู้ตัวหรอกว่าตัวเองน่ารักขนาดไหน ให้พี่นอนกอดพี่ก็หายไข้แล้ว”

 

“อย่ามาเว่อร์” ถึงปากจะพูดไปแบบนั้นแต่ก็ยังยอมอยู่เฉยๆ เป็นหมอนข้างมนุษย์ให้อีกฝ่ายอยู่ดี

 

“ไม่ได้เวอร์สักหน่อย ดีจังไม่สบายแล้วแฟนก็หยุดมาดูแล อยากไม่สบายทุกวันเลย”

 

“ได้ทีนี่เอาใหญ่เลยนะ เดี๋ยวเถอะ” คาดโทษไปงั้นแหละ เอาเข้าจริงแล้วเซอุนก็ไม่กล้าทำอะไรอยู่ดี เพราะดูเหมือนว่าอาการของยองมินจะยังไม่ค่อยดีขึ้นเท่าไหร่นัก ไอ้ที่ทำดูเหมือนว่าหายน่ะก็แค่อยากจะมาทำสำออยเรียกร้องความสนใจจากเขาก็เท่านั้นแหละ

 

เป็นแฟนมากี่ปีแล้วทำไมจะไม่รู้ ก็แกล้งทำเป็นไม่รู้เฉยๆ ตีมึนไป

 

ยอมรับก็ได้ว่าก็ชอบให้พี่มันมากอดมาหอมเหมือนกัน แต่จะไม่ยอมรับต่อหน้าหรอก ไม่อยากให้ได้ใจ ปล่อยให้เป็นแบบนี้นั่นแหละดีที่สุดแล้ว

 

เสียงกรนเบาๆ ดังขึ้นที่ข้างกาย นั่นทำให้เซอุนเหลือบมองอีกฝ่ายก่อนจะพบว่ายองมินหลับไปแล้ว แถมยังหลับทั้งๆ ที่กอดเข้าอยู่ในท่านี้ด้วย แล้วดูสิชอบใจใหญ่เชียวพอเขาใจดีด้วยเขาหน่อยก็ทำเป็นหลับแล้วซุกนู่นซุกนี่เขาตลอด

 

แล้วเซอุนก็ปล่อยเลยตามเลย ไหนๆ วันนี้ก็เป็นวันหยุดของเขาอยู่แล้ว ตั้งใจจะดูแลอีกฝ่ายด้วย นอนเฉยๆ แบบนี้ก็ถือว่าเป็นการดูแล...ล่ะมั้ง

 

ครืด

 

แต่ทว่ายังไม่ทันที่เซอุนจะได้หลับตานอนเหมือนกับคนข้างๆ  โทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงก็สั่นแรงเสียจนคิดว่าเจ้าเข้าเครื่อง เซอุนหยิบมันขึ้นมาดูแล้วพบว่าคนที่รบกวนเวลาพักผ่อนของเขาไม่ใช่ใครเลยนอกจากแม่ของเขาเอง

 

เซอุนกดรับสายนั่น แต่ลืมไปว่าปลายสายกดวีดิโอคอลเข้ามา ทำให้ภาพที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอตอนนี้คือภาพใบหน้าของเซอุนที่คับเต็มจอ เขาถือโทรศัพท์ให้ออกห่างจากตัวไปอีกระยะหนึ่งแล้วจึงตอบกลับเสียงทักทายจากคนปลายสายไป

 

“ว่าไงครับแม่”

 

(ได้ข่าวว่าลาหยุดงาน ไม่สบายเหรอ) เธอถามแล้วหรี่ตามองงถึงสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในกล้อง

 

“ผมไม่ได้เป็นไร แต่พี่ยองมินเขาไม่สบายหนักเลยทิ้งไว้คนเดียวไม่ได้”

 

(แต่ทิ้งงานได้ว่างั้น)

 

“เชฟไล่ให้ผมไปทำแผนกอื่นแล้วด้วยซ้ำนะแม่ ผมจะไปลาออกล่ะ” ว่าแล้วก็ย่นจมูกใส่คนในจอ

 

(อ่ะยอมแล้วๆ เตรียมตัวไปล่ะกัน ขอประชุมกับบอร์ดบริหารก่อน แล้วเดี๋ยวจะส่งเลขาไปคุยงานด้วย)

 

“โอเคครับ” เซอุนรับคำ ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นต่อ “แล้วแม่โทรมาแค่จะถามเรื่องหยุดงานอย่างเดียวเหรอ”

 

(อ๋อ ลืมไป ว่าจะมานัดดินเนอร์อีกรอบ)

 

เมื่อได้ยินเช่นนั้นเซอุนก็หรี่ตามองคนเป็นแม่อย่างไม่ค่อยเชื่อหูตัวเองเท่าไหร่ เพราะนัดคราวที่แล้วเขาก็เป็นคนจัดการเองทั้งหมด แต่บอกอีกฝ่ายว่าแม่ตัวเองนัด

 

พอคราวนี้โดนนัดเองเลยรู้ว่ามันต้องมีเรื่องลับลมคมในแน่ๆ

 

(อะไร? ไม่ไว้ใจแม่หรือไง แต่จะนัดกินข้าวธรรมดาๆ อยากคุยกับลูกเขยบ้าง เบื่อหน้าลูกชายแล้ว)

 

“จริงจัง?”

 

(จริงจังสิ งานนี้มันงานรวมญาติเรานะ ลูกบ้านอื่นเขาก็เอาแฟนลูกไปกันทั้งนั้นแหละ)

 

ยิ่งได้ยินแบบนั้นเซอุนก้ยิ่งไม่สบายใจ เพราะเขาไม่รู้ว่าแม่จะแกล้งอะไรอีกหรือเปล่า เพราะดูจากคราวที่แล้วระดับความบอสนี่พร้อมจะพ่นไฟคนข้างๆ เขาเสมอ นี่นัดดินเนอร์กับญาติอีก

 

“แม่เล่นแรงไปเปล่า”

 

(ไม่ได้เล่น ก็บอกว่าจริงจัง ว่างวันไหนก็บอก)

 

“บอกว่า?”

 

(บอกว่าแม่ยายนัดกินข้าว อยากเจอจะเอาลูกเขยไปอวดญาติ ลูกเขยหล่อ ยังไม่รวยมาก แต่ทำงานเก่ง จะเอาไปอวดเพราะไม่มีใครหล่อเท่าลูกเขยแม่เลย จบนะคุณลูก)

 

ติ๊ด!

 

แล้วหน้าจอโทรศัพท์ก็ดับลง เซอุนยังไม่ทันจะประมวลผลคำพูดของแม่ได้ก็ถูกตัดสายไปซะแล้ว

 

“อะไรของแม่เนี่ย” พึมพำออกมาแล้ววางโทรศัพท์ไว้ข้างหมอนของตัวเอง แต่ก็ยอมรับเลยว่าเขาไม่สามารถหุบยิ้มบนใบหน้าของตัวเองในตอนนี้ได้เลยจริงๆ

 

บ้าเอ๊ย ทำไมเราหยุดยิ้มไม่ได้เนี่ย!

 

เซอุนหันมองคนที่หลับไปแล้ว ก่อนจะเปลี่ยนจากรอยยิ้มแล้วเบ้ปากอย่างนึกหมั่นไส้ บอสตัวสุดท้ายที่ยองมินว่าไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดซะหน่อย แถมบอสตัวนี้ยังใจดีเป็นคนทุบกำแพงสูงอันนั้นให้อีกด้วย

 

ที่ผ่านมานี่เหนื่อยฟรีหรือเปล่านะ

 

แม่เขานี่จริงๆ สิให้ตาย

 

 

ว่าแต่วันไหนถึงจะว่างกันนะ?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

END

 

 

 

 

TALK TALK TALK

จริงๆ สิ่งที่ทำให้อยากเขียนพล็อตของคู่นี้คือประโยคสุดท้ายของคุณแม่เนี่ยแหละค่ะ แล้วมันก็กลายมาเป็นเรื่องนี้ ลูกเขยรวยนี่ไม่เท่าไหร่ค่ะ แต่ลูกเขยหล่อคือเรื่องที่ต้องขิง 55555555555 ชอบความพัฒนาของพี่ยองมิน ให้เขาได้แค่เท่านี้แหละค่ะ ไม่ใช่เนื่องในโอกาสพิเศษหรือใกล้ตายก็เข้าใกล้น้องมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว จริงๆ เราตั้งใจเขียนมันให้ดูซ้อนทับกับ sour grape จะเห็นการเติบโตของตัวละครที่ชัดเจนเลย ฮื่อ อันนี้เป็นการสนองนี๊ดส่วนตัวเราล้วนๆ เลยค่ะ ไม่มีอะไรมาผสม 555555

ถึงโมเม้นจะไม่มีแต่เรือเราจะไม่แห้งนะคะ 55555 พูดคุยกันได้ที่เดิม #ficBxB101 นะคะ เจอกันตอนหน้าว่าจะหวยออกที่คู่ไหน  

 

 

 

 

 

 

           

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,026 ความคิดเห็น

  1. #2947 TigerPisces (@biw18940) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:39
    ชอบจังหวะที่ผองเพื่อนผลัดกันด่าด้วยสายตามาก มารยา สำออย แสดงเก่ง เปลี่ยนสีไว คิดภาพละครซิทคอมออกเลย บันเทิงน่าดู 5555555 แต่สรุปแล้วคุณแม่ดูปลื้มมากเลยนะคะ กลัวฟรีไปดิ แต่ก็ดีแล้วววว สบายใจได้แล้วเนอะ
    #2,947
    0
  2. #2814 เดอะเก๋า (@_Kly_) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 21:26
    บัดซบ! นี่เราหยุดยิ้มไม่ได้เลยยยยยยยยยยยยยยยย คือยัยน้องน่ารักมากแบบมากมากมากมากมากมากมากกกกกกกกก ถ้ามีเงินสิบล้านพี่ก็จะไปเหมาคำว่าน่ารักมากองให้น้อง คือน้องดีอะ เข้าใจอิพี่ แต่ไม่คิดว่ายองมินจะอ่อนไหวขนาดนี้จริงๆ55555 โถถ น่าสงสาร แต่สกิลแหลๆก็ไม่เปลี่ยนจากแต่ก่อนจริงๆ5555
    #2,814
    0
  3. #2805 MoJi_Mitoru (@narumi) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 22:44
    พี่ยองมินคนอ่อนนนน มันไม่มีอะไรเลยจริงๆ คุณแม่เขาออกจะรักพี่ พี่คิดมากไปแล้ว
    #2,805
    0
  4. #2752 ασɱ♡ (@aommoa-cny-16) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 17:33
    น้องเซอุนคนเดิม เพิ่มเติมคือความน่ารัก แง้ง น่ารักมากกกก ทั้งที่รู้ว่าอิพี่มันแกล้ง มันหยอก ก็ยังยอมให้พี่กอด พี่หอม งุ้ยยยย ตะอุน ทำไมน่ารักขนาดนี้ TT
    #2,752
    0
  5. #2749 God423 (@god423) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 10:38
    บ้าเอ้ย หยุดยิ้มนะตัวเรา 55555 คุณแม่โซคิ้วท์ 55555
    #2,749
    0
  6. #2748 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 09:58
    พี่ยองมินน่ารักวะ ยังเป็นคนกากทุกตอนและอาจจะตลอดไป555555555
    #2,748
    0
  7. วันที่ 3 มกราคม 2561 / 09:56
    ยอมรับจริงๆว่าอิพี่ตอนป่วยนี่อ้อนตีนมาก 55555555 ส่วนน้องก็ยอมๆพี่มันไปมั่งเหอะ ใกล้จะเฉาตายแล้วนั่นน่ะ 5555555
    #2,747
    0
  8. #2746 toffy34 (@toffy34) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 07:01
    เซอุนน่ารักอะ ส่วนคนพี่ก็อ้อนมืออ้อนเท้าดี 555555 ตลกแต่เเม่จะเอาลูกเขยไปอวดนี้แหละ
    #2,746
    0
  9. #2745 piple (@piple) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 02:44
    บ้าเอ้ย ทำไมหยุดยิ้มไม่ได้นะ เง้อออ อารมณ์เดียวกับเซอุนเลย เขินนนน ตอนคนพี่ตีเนียนอ้อนน้องก็น่ารัก เจอลูกอ้อนแบบนี้เป็นใครก็คงทนไม่ไหว พี่ยองมินไม่กากแล้วนะ เอาชนะใจแม่เซอุนได้แล้ว เราชอบคู่นี้มากๆเลยยยย
    #2,745
    1
    • #2745-1 rapperline (@ruruki) (จากตอนที่ 49)
      3 มกราคม 2561 / 09:14
      คือแบบบบบบ ตอนนี้น่ารักมากกกกกก มากกแบบบฮื่ออออ พิยองมินตอนคิดมาก อ้อนไหว นี่มันน่าตามใจจริงๆนั้นเอง งื้ออ
      #2745-1
  10. #2744 jyshjhsh (@jyshjhsh) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 02:42
    อยากให้ไปเจอแม่อีกครั้งอ่ะ อยากรู้ว่าจะอวดลูกเขยยังไง555555
    #2,744
    0
  11. #2741 xoqbOy (@ammsnc) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 01:51
    แงชอบความเป็นคู่นี้มากเลยค่ะ คนพี่กากๆกับคนน้องดุๆ แต่พอน้องทำเป็นไม่รู้ที่พี่เนียนไปบ้างนี่แบบอือน่ารักจริงๆด้วย รออ่านคู่ต่อไปนะค้า และคิดถึงน้องจีฮุนกับสลอธของเขาด้วย55555
    #2,741
    0
  12. #2739 Winter Foggy (@winter-wind12) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 01:48
    แม่งงงงงง โคตรโมโหเลยตอนอิพี่มันบอกว่านอยด์น้องอ่ะ พี่ก็ต้องคิดบ้างอ่ะว่าน้องไม่ห่วงจะดูทำไม โง่ !!!!!
    จะมีสเปมั้ยคะ อยากอยากอ่านคุณแม่ยายกับลูกเขยเค้ากินข้าวด้วยกันอีก ตลกอ่ะ เกร็งอะไรเบอร์นั้นนนนนนนน 55555555
    #2,739
    0
  13. #2736 SNJ names (@nnch0802) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 00:22
    แม่คะ555
    #2,736
    0
  14. #2734 ทาสฟันหน้า (@iamelfsa) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 22:46
    จะกาก จะปากแข็ง แต่ก็รักกันอ่ะเนอะ ฮือ น่ารัก เป็นความสัมพันธ์ที่ดีมากๆ อย่าว่าแต่เซอุนหยุดยิ้มไม่ได้ คนอ่านคนนี้ก็เช่นกัน ยิ้มกว้างสุดๆ 555555555
    #2,734
    0
  15. #2733 Moji_EB (@moji-eb) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 22:13
    ฮื่อ พี่ยองมินตอนนี้แบบรู้เรยนะคะว่ายังไม่ทิ้งลายเดิม 555555555555555555 ตลก พอหายนอยด์ก็เอาใหญ่อะคนเรา ขอบคุณเซอุนมากที่ไม่ทิ้งคนแบบพี่เค้าไปไหน แต่มีอะไรก็อยากให้พูดกันนะ สองคนนี้ชอบเงียบๆใส่กันอะ ส่วนเรื่องคุณแม่นี่แบบ แม่คะลูกเขยแม่หล่อจริงอะไรจริง รักลูกเขยแม่นะคะ 55555555555555
    #2,733
    0
  16. #2732 ingingppg (@ingingppg) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 22:12
    ฮื่ออ ไรท์เตอร์ก็สนองนิ้ดเราเหมือนกัน5555 นี่ถ้ามีลูกเขยเป็นพี่ยิงมินเราก็ขิงอะ
    #2,732
    0
  17. #2731 B2utytuey (@bi2ksotn) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 21:27
    ชอบบบบอ่าาาชอบความพี่ยองมินแล้วน้องเซอุน ความเรื่อยๆแต่เข้าใจกันดูแลกันตลอดถึงน้องจะปากแข็งไม่หน่อยแต่น้องก็รักพี่มากเหมือนกันเป็นเรื่องที่เราคิดว่าความรู้สึกมันโครตจะเรียลเลยอะไรท์เราชอบมากจริงๆ พี่เค้าก็จริงจังทุกเรื่องที่เกี่ยวกับน้องอะนะ ถึงจะสำออยใส่น้องไปบ้างแต่รู้สึกได้เลยว่าเออพี่แม่งโครตรักน้องอะ ชอบที่ค่อยเป็นความรู้สึกดีๆของกันและกันถึงน้องจะไม่ค่อยบอกเพราะเดี๋ยวพี่มันได้ใจ เราจะรอคู่มินอุนอีกน้าาสู้ๆนะคะ
    #2,731
    0
  18. #2730 chocopap (@Jadeaha) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 21:25
    พี่ยองมินคาแร็คเตอร์ชัดเจนมาก เหมือนว่าถ้าไม่กากไม่ใช่ตัวจริง สงสารพี่เค้านะคะ แต่ลูกเขยคุณแม่หล่อจริงค่ะ
    #2,730
    0
  19. วันที่ 2 มกราคม 2561 / 21:25
    คูมแม่น่ารักมากๆเลยยย ฮืออออ ชอบมากๆเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับฟิคดีดีนะคะ 😍
    #2,729
    0
  20. #2727 bbymini (@airyongg) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 20:47
    เราชอบคาแร็กเตอร์สองคนนี้จริงๆนะคะ อยากดูความคสพพัฒนาไปเรื่อยๆ ชอบเวลาคนน้องนิ่งแต่รู้สึกมากๆ มากเลย ปากร้ายแต่ใจดี ยังอยากอ่านคาแร็กเตอร์แบบนี้เรื่อยๆนะคะ ฮือออ เราชอบมากอ่ะแค่อยากอ่านอีก แงงง

    สงสารพี่ยองมินนะคะ เหมือนโดนความเป็นผู้ใหญ่กดดันจนหมดความเป็นตัวเอง ยิ่งโตยิ่งยากอ่ะเนอะ แต่แม่ลูกนี่แสบพอๆกันเลย อยากอ่านต่ออีกจังค่ะ ประทับใจมากๆ 55555555555555555 อ่านแล้วรู้สึกใจเต้น ลุ้นเสมอเลยว่าคนน้องจะพูดอะไร รู้แหละว่าใจดีแต่ความปากร้ายนี่สิ ส่วนพี่ยองมินนี่ไม่ชอบตอนขรึมเลยค่ะ ขาดความเป็นตัวเองไปมากๆ 555555555555 ชอบเวลาอ้อนน้องงง เขินนนนนน ว่าแต่ไปเที่ยวที่ไฟนคะ อยากใส่ใจเหลทอเกินนนน

    ขอบคุณนะคะ ♥♥♥♥♥♥♥♥
    #2,727
    0
  21. #2724 Imalalika (@mali_malika) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 19:22
    งุ้ยยยยขุ่นแม่น่ารักกกกกก นี้เพราะพิยองมินหล่อใช่ไหมคะ55555
    #2,724
    0
  22. #2723 fandefsoul (@pppcheeze) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 19:09
    อ่ยยยยคูมแม่ก็น้าา!!! 555555 น่ารักอะ ถ้าพิ่ยองมินได้ยินเองคงจะไปแดดิ้นละม้างงง คิกค้ากกกกก
    #2,723
    0
  23. #2722 Nukkadook Suw (@nukxx) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 18:48
    ชอบคุณแม่ จริงๆยอมทุบกำแพงเพราะลูกเขยหล่อรึเปล่านะ 55555555555555555555555 ต้องอวดจริงๆค่ะเรื่องนี้
    #2,722
    0