'BOY & BOY' ♥ SF/OS Produce101 Store

ตอนที่ 48 : ► Who’s your mama? [1/2] :: Lim Youngmin x Jung Sewoon

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,509
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    1 ม.ค. 61

Who’s your mama?

[1]

Lim Youngmin x Jeong Sewoon

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            วันนี้เป็นวันหยุดยาวในช่วงปลายเดือน วันที่อิมยองมินเรียกได้ว่าว่างแบบจริงๆ จังๆ สักทีแม้การทำงานของเขาจะไม่มีวันทำงานและการหยุดที่แน่นอนเท่าไหร่นัก แต่ในช่วงสองวันที่ผ่านมานี้เขาก็เร่งเคลียร์งานในส่วนของตัวเองให้หมดเพื่อนัดพิเศษในวันนี้ เพราะที่ผ่านมาเขาก็มีงานด่วนเข้ามาตลอด อย่าว่าแต่ไม่ได้เวลากับเซอุนเลย เขาเองก็ไม่ได้กลับบ้าน จนล่าสุดแม่เขาโทรมาบอกว่าเหลือลูกชายแค่สองคนแล้วนะ

 

            เกิดเป็นอิมยองมินนี่โคตรเศร้า

 

            ในตอนนั้นแหละยองมินจึงตัดสินจะทำให้ตัวเองว่างงานจริงๆ สักที เพราะก่อนหน้านี้ก็เบี้ยวนัดเซอุนไปหลายรอบเหมือนกัน แต่ดีที่อีกฝ่ายไม่ได้โกรธเคืองอะไร เอาจริงๆ คิดว่าคงเอือมระอามากกว่า เพราะโกรธมาเขาเองก็ตามไม่ทันนึกว่าไม่โกรธนั่นแหละ และนัดพิเศษที่เขาต้องเตรียมตัวอย่างหนักในวันนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีที่เขาจะได้ชดเชยในสิ่งที่เขาเคยละเลยมันไป

 

            ด้วยการไปทานมื้อเย็นกับแม่ของเซอุน

 

            อ่าฮะ... อ่านไม่ผิดหรอก

 

            แม่-ของ-เซ-อุน

 

            และนั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้อิมยองมินยืนหมุนอยู่หน้ากระจกตู้เสื้อกว่าสิบนาทีแล้ว เขารื้อเสื้อผ้าในตู้ออกมาจนหมดแล้ววางกองไว้บนเตียงนอนเกะกะจนเซอุนมองด้วยความเอือมระอาเป็นรอบที่สิบของวัน แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าตัวก็ยังเลือกชุดที่เหมาะกับนัดดินเนอร์ในวันนี้ไม่ได้

 

            สีดำก็ดูดี แต่สีขาวก็ดูสุภาพ หรือจะสีแดงร้อนแรงไปเลยจะได้สร้างความประทับใจแรกพบให้กับคุณแม่

 

            ยองมินใช้ความคิดอย่างหนักระหว่างที่กำลังเลือกเบลเซอร์ตัวนอกใส่ทับเสื้อเชิ้ตด้านใน หยิบตัวนู้นมาลองทีตัวนี้มาลองใหม่ ก็ไม่มันใจเลยสักตัวให้ตายสิ

 

            ปกติเขาเคยเรื่องมากเรื่องการแต่งตัวซะที่ไหน หยิบอะไรมาได้ก็ใส่หมดนั่นแหละ

 

            “เราไปวันนี้นะ ไม่ได้ไปอาทิตย์หน้า เมื่อไหร่จะเสร็จ” จนเป็นเซอุนนั่นแหละที่อดทนไม่ไหว เขาเดินมายังหน้าตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบเบลเซอร์ในมือของยองมินไปถือเอาไว้

 

            “ก็พี่เลือกไม่ได้นี่หน่า ไม่รู้ว่าคุณแม่จะชอบตัวไหน”

 

            “ใส่อะไรก็ใส่ไปเถอะ แม่ผมไม่ได้เรื่องมากขนาดนั้น”

 

            “แต่นัดกินข้าวกับเจ้าของโรงแรมเลยนะ จะให้พี่ไปแบบบ้านๆ มันก็ยังไงๆ อยู่” ยองมินว่าแล้วยู่ปาก เขาหันไปที่กระจกแล้วจัดแต่งทรงผมของตัวเองอีกครั้งเพื่อเสริมความมั่นใจ นี่ก็เพิ่งย้อมสีผมเป็นสีสว่างมาเมื่อสองวันก่อน ถ้ารู้ว่าเซอุนจะมาชวนไปพบผู้ใหญ่ล่ะก็จะยอมผมดำต่ออยู่อีกสักพักก็ได้ ไอ้ครั้นจะย้อมกลับตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้ว แอบเสียดายเงินที่ไปทำมาอยู่เหมือนกัน

 

            “เออแล้วคนที่พี่ยืนคุยด้วยเนี่ยก็ลูกเจ้าของโรงแรมไง เลิกเกร็งได้ยัง เอาที่เป็นตัวของตัวเองดิพี่”

 

            “ไม่ได้หรอก ไปหาผู้ใหญ่ก็ต้องดูดีหน่อย” คนอายุมากกว่ายังไม่ยอมแพ้ ซ้ำทั้งยังหันไปหยิบเบลเซอร์สีชมพูอ่อนที่วางอยู่บนเตียงขึ้นมาเทียบกับตัวที่หน้ากระจก “เราว่าสีชมพูอ่อนดีมั้ย ดูเป็นผู้ชายอ่อนโยนดี”

 

            “พอเลย” ว่าแล้วเซอุนก็คว้าเสื้อตัวนั้นในมือยองมินมาถือไว้เองอีกครั้ง ก่อนจะยื่นเบลเซอร์สีดำในมือส่งคืนคนตรงหน้าไป “ใส่สีดำเนี่ยแหละ ไม่ต้องหล่อมาก รำคาญ”

 

            และเพราะคำพูดนั้นเองทำให้ยองมินยกยิ้มกว้างจนปากจะฉีกถึงรูหูอยู่แล้ว แม้ว่าจะได้รับสายตาเขียวปั๊ดกลับมาจากน้องก็เถอะ

 

            “หูยยย หวงก็บอกหวง ทำมาบอกรำคาญ” ไม่วายยังจะขอให้ได้แซ็วน้องบ้าง อย่างน้อยหนึ่งครึ่งต่อวัน ถ้าจะให้ดีต้องได้แซ็วสามครั้งหลังอาหาร

 

          แต่ขอหน่อยเถอะเจอแซ็วนี่แม่งไม่ชินเลย ขอแซวเหมือนเดิมไม่ได้เหรอ

 

            “พูดมาก ยกเลิกนัดแม่ดีมั้ยเนี่ย ไม่ต้องจงต้องเจอมันล่ะ”

 

            “ไม่จ้ะๆ ไม่ยกเลิก โอเคชุดนี้ก็ชุดนี้เนอะ” ว่าแล้วก็จัดเสื้อให้เข้าที่เข้าทางอีกครั้ง ไม่วายยกมือขึ้นไปจัดผมหน้าม้าที่ถูกเซตมาอย่างดีนั่นอีก บิดปลายผมไปทางนู้นทีทางนี้ที ก่อนจะหันไปสนใจกับเครื่องปรับต่อ

           

            ยองมินเปิดกล่องต่างหูของตัวเอง เขาหยิบหวงที่มีขนาดไม่ต่างกันมานักขึ้นมาเทียบที่ข้างหูก่อนจะวางลงแล้วหยิบจิวสีดำขึ้นมาเทียบต่อ งมอยู่หน้ากระจกอยู่อีกประมาณสักห้านาทีได้ แล้วจึงตัดสินใจใส่มันทั้งสองอย่างแต่คนละข้างกัน

 

            จากนั้นก็เปิดลิ้นชักออก หยิบสายรัดเอี๊ยมขึ้นมาทาบกับเสื้อเชิ้ตสีขาวด้านใน วางมันลงตามสเต็ปเดิมแล้วหยิบเนคไทค์ที่ไม่ค่อยได้ใช้ขึ้นมาทาบลงที่เดิมบ้าง ไม่วายที่จะโยนมันกลับไปที่เดิมพร้อมกับหยิบหูกระต่ายสีดำขึ้นมาแล้วหันไปถามเซอุนที่ยืนพิงตู้เสื้อผ้ามองเขาแต่งตัวอยู่สักพักแล้ว

 

            “เซอุนว่าพี่ใส่...”

 

          “พอแล้ว ใส่แค่นั้นแหละพอ!

 

 

 

            นั่นแหละ... สุดท้ายอิมยองมินก็ออกมาในสภาพแบบนั้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            บรรยากาศของชั้นดาดฟ้าบนโรงแรมหรูกลางเมืองทำเอายองมินเกร็งตั้งแต่หัวจรดปลายนิ้วก้อยเท้า แม้จะเดินเข้าไปมาพร้อมกับเซอุนที่มีคนทักทายตลอดเวลาก็ยังไม่ทำให้อาการประหม่าลดน้อยลงไปเลยสักนิด เขาส่งยิ้มแปลกๆ ให้กับคนรอบข้างอย่างไม่รู้ตัวเมื่อเซอุนแนะนำว่าเขาเป็นแขกของใคร

 

            ก็นั่นแหละใครๆ ต่างก็พูดกันว่าเขาเป็นแขกคนแรกที่เข้ามาพบนายหญิงพร้อมเซอุน

 

            คนแรก

 

            คนแรก

 

            คนแรก

 

          คำว่าคนแรกแม่งโคตรกดดันเลย

 

            กดดันยิ่งกว่าตอนที่โดนอาจารย์ในคลาสสุ่มเรียกรหัสแล้วได้พรีเซ็นต์ไฟนอลโปรเจกต์คนแรกของเซคอีก ตอนออกไปทำงานแล้วต้องดีลงานกับลูกค้าครั้งแรกก็ยังไม่ตื่นเต้นเท่านี้ ไม่น่าเชื่อเลยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้จะบั่นทอนความมั่นใจมั่นหน้ามั่นโหนกของเขาที่สั่งสมมาตลอดหลายปีให้รู้สึกตัวหดลงเหลือมดตัวนิดเดียวได้

 

            “พี่”

 

            “ห๊ะ!” ยองมินเผลอขานรับเสียงดังเมื่อเซอุนเสียงเขาเบาๆ แล้ววางมือลงบนหน้าขา การกระทำนั้นทำให้เซอุนหลุดยิ้มออกมา

 

            “กลัวแม่ผมเหรอ” คนอายุน้อยกว่าถามแล้วส่งยิ้มล้อเลียนมาให้ นั่นทำให้คนถูกถามกระแอมไอเล็กน้อย แล้วยืดกายนั่งหลังตรงก่อนจะตอบกลับไปด้วยเสียงที่ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่นัก

 

            “แค่ไม่ชินสถานที่”

 

            “อ๋อเหรอ”

 

            “ใช่”

 

            “อ้าวแม่มาแล้วเหรอครับ”

 

            “สวัสดีครับคุณน้า!” ยองมินหันไปตามทางที่เซอุนมองแล้วยืนขึ้นโค้งเก้าสิบองศาเป๊ะๆ ตรงนั้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาแล้วพบว่าคนที่เขาโค้งให้เมื่อกี้นี้คือบริกรที่ถือถาดอาหารและเครื่องดื่มเข้ามาเสิร์ฟ

 

            “อ่า สวัสดีครับ”

 

            เมื่อตอนตอบกลับมาแบบนั้นเซอุนก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา โชคดีที่โซนที่นั่งตรงนั้นเป็นโซนวีไอพีพิเศษทำให้ไม่มีใครเห็นการกระทำของอิมยองมินก่อนหน้านี้ยกเว้นพวกเขาทั้งสองคน คล้อยหลังจากที่บริกรคนนั้นเดินกลับไปแล้วยองมินก็หันหน้ามาส่งสายตาคาดโทษให้เขา

 

            “แกล้งพี่นะเรา ใจหายใจคว่ำหมด”

 

            “ก็พี่ตลกอ่ะ จะเกร็งอะไรนักหนา”

 

            “เนี่ยเลิกเกร็งก็ได้” ไม่วาเปล่ายังโน้มตัวลงไปแล้วยื่นใบหน้าของตัวเองเข้าไปใกล้กับปลายจมูกรั้นๆ ของน้อง ทิ้งระยะห่างที่มีก่อนหน้านี้ให้เหลือน้อยลงแล้วแกล้งกระตุกยิ้มเมื่อเห็นสายตาเขียวปั๊ดของน้องที่มองมา

 

            “ได้จูบทีนึงแล้วหายเกร็งแน่ เชื่อพี่ดิ”

 

            “อยากโดนจับโยนจากดาดฟ้าหรือไง เดี๋ยวก็มีคนมาเห็นหรอก” เซอุนว่า แต่ก็ไม่ได้ผลักไสใบหน้าหล่อนั่นให้ออกห่าง เขาแค่ส่งสายตาในแบบปกติที่ตัวเองทำ แต่ดูเหมือนว่าอิมยองมินในวันนี้จะอัพเกรดขึ้นกว่าเมื่อสามปีก่อนถึงได้กล้าสบตาเขาในระยะที่อันตรายต่อหัวใจแบบนี้

 

            “นิดเดียวเอง เชื่อพี่ดิไม่มีใครมาเห็นหรอก”

 

          “มี”

 

            “ก็บอกว่าไม่มี...” ยองมินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเบิกตาโพลงเมื่อสมองของเขาประมวลได้ว่าเมื่อกี้นี้ไม่ใช่เสียงของเซอุน และมันเป็นเสียงของผู้หญิง

 

            ผู้หญิง

 

            ผู้หญิง

 

ผู้หญิง

 

            “แล้วเมื่อไหร่จะนั่งดีๆ จะกินหัวลูกฉันเลยมั้ย?”

 

            “เอ่อ ครับ!” ยองมินผละออกจางร่างของน้องในทันทีราวกับมีกระแสไฟฟ้าช็อต แล้วกลับไปยืนตัวตรงหันหน้าเข้าไปเจ้าของนัดในครั้งนี้ ไม่ลืมที่จะสร้างความประทับใจแรกด้วยการทักทายตามมารยาทที่ควรมี

 

          ทันป่ะวะ

 

          ความประทับใจแรกเนี่ย สร้างทันมั้ยวะ

 

            “สวัสดีครับคุณน้า ผมอิมยองมิน อายุ 24 ปี เปิดบริษัทโปรดักชั่นเฮาส์ร่วมกับเพื่อนๆ อยู่ครับ คบกับเซอุนมา 4 ปีแล้ว ขอโทษคุณน้าด้วยที่เพิ่งจะมาพบในวันนี้นะครับ หวังว่าคุณน้าจะ...”

 

            “พอๆ นั่งลงได้แล้ว” คนที่มีศักดิ์เป็นเจ้าของและหุ้นส่วนรายใหญ่ของโรงแรมนี้ว่า แล้วหย่อนกายนั่งลงที่เก้าอี้ตัวฝั่งตรงข้ามกับเซอุน

 

            ยองมินเองก็นั่งลงด้วยความช้าระดับหอยทากเป็นตะคริว หาที่วางสายตาของตัวเองไม่ได้ ไม่รู้ว่าควรจะมองอะไรดี ระหว่างหน้าอกของแขกคนนั้นที่เดินผ่านโซนวีไอพีไป หรือใบหน้าที่ทาปากแดงแปร๊ดของแม่น้องที่เลื่อนเข้ามาอยู่ในกรอบสายตาแทน

 

            “มองอะไรอยู่เหรอจ๊ะ”

 

            “อ่อ เปล่าครับๆ” ยองมินรีบปฏิเสธอย่างทันควัน แล้วก้มหน้างุด

 

            การกระทำเช่นนั้นทำให้เซอุนมองคนข้างๆ แล้วยกยิ้มขึ้นมา เขาหันมองคนเป็นแม่แล้วส่งสายตาว่าอย่าแกล้งอีกฝ่ายเลย แต่ดูเหมือนว่าดีเอ็นเอความโหดในตัวจะมีไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก เธอจึงไม่ยอมอ่อนข้อให้กับสารในแววตาของลูกสักเท่าไหร่

 

            “ผมว่าทานอาหารกันดีกว่านะ เย็นหมดแล้ว” กลายเป็นเซอุนที่ช่วยสถานการณ์ในตอนนี้เอาไว้ เขาเป็นคนเริ่มหั่นเนื้อในจาน และหยิบไวน์ด้านข้างขึ้นมาจิบ พลางใช้ศอกกระทุ้งคนข้างๆ สะกิดให้รู้สึกแล้วเริ่มขยับบ้างไม่ใช่นั่งนิ่งก้มหน้าแบบนี้

 

          จะรอดมั้ยวะเนี่ยวันนี้

 

            เผลอคิดในใจแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา มีแต่เสียงของช้อนที่กระทบกับจานเท่านั้นที่ทำให้โต๊ะอาหารในมื้อนี้ไม่เงียบจนเกินไป จนกระทั่งเซอุนเห็นคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามเริ่มหยิบผ้าบนตักขึ้นมาเช็ดปากแล้วนั่นแหละ เขาจึงได้รู้ว่าของจริงต่างหากที่จะเริ่มหลังจากแม่ของเขาวางผ้ากลับลงไปไว้ที่เดิม

 

            “ว่าแต่เมื่อกี้นี้ยองมินบอกว่าทำงานอะไรนะจ๊ะ”

 

            เจ้าของชื่อรู้สึกเหมือนว่าเนื้อที่ตัวเองเคี้ยวกำลังติดคออยู่ เขาหันไปด้านข้างแล้วหยิบแก้วน้ำเปล่าขึ้นมายกดื่มก่อนจะหันกลับมาตอบคำถามก่อนหน้านี้

 

            “เปิดบริษัทโปรดักชั่นเฮาส์น่ะครับ”

 

            “มันเกี่ยวกับพวกอะไรเหรอจ๊ะ” เธอถามกลับมาในทันทีทำให้ยองมินไม่ทันจะได้เตรียมใจในคำตอบต่อไป

 

            “เอ่อ พวกแบบงานโปรดักชั่นในการถ่ายทำน่ะครับ บริษัทพวกผมเป็นแบบครบวงจร มีทั้งเบื้องหน้าแล้วก็เบื้องหลัง งานครีเอทีฟโฆษณาอะไรพวกนี้ก็รับหมดครับ”

 

            “อ๋อ แบบนี้นี่เอง” คำพูดที่ไม่ค่อยจะน่าไว้วางใจเท่าไหร่นั้นทำให้เซอุนเงยหน้าขึ้นมาสบตากับคนเป็นแม่เพื่อปรามอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่ทันที่จะได้ช่วยอะไรยองมินได้มาก แม่ของเขาก็เริ่มบทสนทนาขึ้นอีกครั้ง

 

            “แล้วเป็นยังไงบ้างจ๊ะ พออยู่ได้มั้ย เห็นว่าเศรษฐกิจช่วงนี้ไม่ค่อยดีด้วย”

 

            ยองมินนิ่งไปสักพัก ในหัวของเขาพยายามคิดว่าคำตอบที่ดีและถูกใจเจ้าของคำถาม แต่เหมือนสมองของเขาจะทำงานบกพร่องไปชั่วขณะ คิดอะไรดีๆ ไม่ออกเลยสักนิด

 

          หมดกันฉายาปลาไหลใส่สเก็ตอิมยองมิน

 

            “ผมก็เห็นพี่เขาทำงานตลอดอ่ะแม่” แต่ดูเหมือนว่าคำตอบของเซอุนจะไม่ตรงคำถามสักเท่าไหร่ แต่อย่างน้อยก็ช่วยให้ยองมินได้พอมีเวลาคิดคำตอบที่น่าจะถูกใจผู้ใหญ่มากกว่าเดิม เขาหันมองเสี้ยวหน้าของคนข้างๆ ก่อนจะหันกลับไปตอบคำถามของตัวเองอีกครั้ง

 

            “ก็อยู่ได้ครับ งานเล็กงานใหญ่ก็รับหมด บริษัทเพิ่งจะอยู่ตัวเมื่อต้นปีนี้เอง ผมวางแผนไว้ว่าจะมันเข้าที่เข้าทางเมื่อไหร่จะขยายบริษัทเพิ่มน่ะครับ แต่พวกผมไม่ได้จบด้านบริหารกันมาทุกคน ถ้าเป็นไปได้ผมมาขอคำปรึกษาเรื่องนี้กับคุณน้าได้มั้ยครับ”

 

            คำตอบที่ได้รับกลับมานั้นทำเอาเซอุนหลุดยิ้มออกมา เมื่อเขามองเห็นใบหน้าที่เรียบนิ่งของคนเป็นแม่ โดยปกติแล้วเธอมักจะมองคู่สนทนาด้วยสายตาที่ชวนให้กดดันและสั่นประสาท แต่คราวนี้เมื่อโดนคำตอบชุดใหญ่คนปลาไหลในร่างคนข้างๆ นี่เข้าไปก็เซไปไม่น้อยเลยเหมือนกัน

 

          อืม... นับว่าสมน้ำสมเนื้อกันอยู่นะ

 

            “ให้เซอุนเขาสอนก็ได้นะ รายนั้นก็เรียนต่อบริหารเหมือนกันนี่ แต่ตอนนี้เป็นแค่ผู้ช่วยเชฟอยู่คงจะไม่มีปัญหาหรอกใช่มั้ย”

 

            “แม่ครับ!” คนถูกพาดพิงโพล่งขึ้นมา หน้าที่การงานของตัวเองที่ยังไม่ค่อยก้าวหน้ามากนักถ้าเทียบกับคนข้างๆ แล้ว เพราะแม่ของเขาไม่ต้องการให้ใครเอาชื่อของเขาไปนินทาว่าขึ้นไปสู่ตำแหน่งสูงได้เพราะเส้นสาย จึงเริ่มสมัครเข้าทำงานที่โรงแรมของตัวเองด้วยการทำงานตั้งแต่ระดับพนักงานที่ไม่ได้จบสายตรงอย่างเขา ค่อยๆ ไปจนถึงกระทั่งงานที่เหมาะสมกับความรู้ในวิชาชีพ

 

            เอาจริงๆ แม่เขาก็แอบใจร้ายอยู่เหมือนกันนั่นแหละ

 

            “ไม่เป็นไรครับ น้องเป็นอะไร ทำงานอะไร ผมก็ดูแลน้องได้ครับ คุณน้าไม่ต้องห่วง” แล้วยองมินก็ทำให้บรรยากาศดีขึ้นด้วยคำพูดที่ดูเป็นธรรมชาติมากกว่าเดิม เพิ่มเติมคือน้ำเสียงอ่อนให้แม่เขาชวนหลงอีก

 

            “เกรงใจกันเปล่าๆ ลูกชายคนเดียวน้าดูแลได้จ้ะ ไม่เป็นไร”

 

            ยองมินยิ้มแห้ง พยายามปรับสีหน้าของตัวเองให้เป็นปกติ เขาเพิ่งจะเข้าใจเลยว่ากำแพงที่ผ่านไปยากที่สุดคือกำแพงของครอบครัวแฟน เพราะกำแพงนั้นมีตัวบอสที่เฝ้าปากทางเข้าอยู่ ถ้าจะตายก็ตายอยู่ที่หน้ากำแพงเนี่ยแหละ แต่ถ้าสู้...

 

          ก็ไม่รู้ผล ขอลองสู้ก่อน เดี๋ยวจะมาบอก

 

            “แล้วที่คอนโดเป็นยังไงบ้างเซอุน ทำไมไม่ย้ายออกมาที่เพนท์เฮาส์ล่ะ พายองมินเขาย้ายออกมาด้วยก็ได้ สะดวกกว่า กว้างกว่า ปลอดภัยกว่าน่าจะดีกว่าที่เก่าตอนนี้นะ” เธอหันไปพูดกับลูกชายถึงเพนท์เฮาส์ราคาแพงที่อยู่ชั้นบนสุดของโรงแรมในกลางเมืองอีกตึกหนึ่ง ที่มันร้างคนอาศัยมาหลายปีแล้ว

 

            “คือมันก็อยู่ได้นะแม่ ไม่ได้ลำบากอะไร แถมที่ใหม่มันไกลจากที่ทำงานพี่เขาอ่ะ สงสารพี่เขาเวลาโต้รุ่งทำงานจะขับรถกลับไม่ไหว”

 

            “แต่ที่เก่ามันก็ไกลจากที่ทำงานเรานี่” เธอสวนกลับไป พูดอย่างใจเย็นแต่กลับใช้สายตากดดันว่าอย่าพูดอะไรที่เธอไม่อยากได้ยินอีก

 

            อย่าริยื่นมือออกมาช่วย ไม่อย่างนั้นบอสอาจจะไม่ปราณีผู้ชายคนนี้

 

            “ไว้เราจะกลับไปปรึกษากันนะครับ คุณน้าไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ” ยองมินว่าในระหว่างที่เงียบไปนานสองนาน เขาหันมองเซอุนที่เลื่อนมือมาบีบต้นขาของเขาเบาๆ ราวกับว่ากำลังให้กำลังใจอยู่ แล้วฝืนยิ้มออกไป

 

            รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความกดดันบนบ่าทั้งสองข้าง

 

            หลังจากนั้นพวกเขาก็พูดคุยเรื่องสับเพเหระกันต่อ วีรกรรมของเซอุนในสมัยเด็กบ้าง หรือแม้กระทั่งเรื่องการทำงานของเซอุนที่ได้ยินมาจากการรายงานของหัวหน้าเชฟว่าซุ่มซ่ามไม่หยุด โดนหักเงินเดือนจนแทบจะไม่เหลือแล้ว สุดท้ายแล้วอาหารมื้อนั้นก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกอิ่มท้องสักเท่าไหร่นัก เพราะอิมยองมินอิ่มความกดดันไปแล้วเรียบร้อย

 

            เพียงไม่นานนักแม่ของเซอุนก็ขอตัวกลับเพราะวันต่อมาต้องรีบบินไปทำงานที่ต่างประเทศต่อ ในตอนแรกพวกเขาจะเดินไปส่งที่ลิฟต์ แต่เธอบอกว่าไม่ต้องและให้ใช้เวลาที่เหลือยอยู่ด้วยกัน พร้อมทั้งอวดอ้างว่าบรรยากาศบนชั้นดาดฟ้าของที่โรงแรมนี่น่ะดีที่สุดในย่านนี้แล้ว

           

            แต่ถึงจะดียังไงก็ไม่ได้ทำให้ยองมินรู้สึกดีขึ้นเลยสักนิด

 

            ฝ่ามือหนาหยิบแก้วไวน์ขึ้นมากระดกอีกครั้ง เขาไม่ได้นับด้วยซ้ำว่ามันเป็นแก้วที่เท่าไหร่แล้ว แต่น่าแปลกที่เซอุนเพียงแค่นั่งมองเขาดื่มเงียบๆ เท่านั้น อีกฝ่ายไมได้เอ่ยปากห้ามหรือบ่นอะไรอย่างที่เคยเป็น ซ้ำทั้งยังเป็นคนริมไวน์ใส่ลงในแก้วให้เขาอีก

 

            “ให้ดื่มแค่วันนี้นะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ปวดหัว” คนเป็นน้องว่าแล้ววางขวดไวน์ลงบนโต๊ะ มองอาหารที่แทบไม่ได้พร่องไปเลย แต่ไวน์กลับเหลือเพียงก้นขวดแล้วก็ถอนหายใจออกมา

 

            ดูเหมือนว่าแม่เขาจะเล่นแรงไปหน่อยแฮะ

 

            “เป็นห่วงพี่ล่ะสิ”

 

            “กลัวตายก่อนได้ไปเที่ยวด้วยกัน” เซอุนตอบกลับไปในทันที แล้วก็ได้ยินเสียงหัวเราะแห้งๆ ของยองมินตอบกลับมา

 

            เสียงหัวเราะที่ไม่รู้ว่าหัวเราะเพราะอะไร

 

            ไม่ใช่ครั้งที่หนึ่งหรือสองที่พวกเขาต่างก็เลื่อนทริปไปเที่ยวกันสองคนออกไปเรื่อยๆ กับคำพูดที่ว่าไว้คราวหน้าหรือไม่ก็ไว้ปีหน้าค่อยไปกัน นั่นทำให้พวกเขาไม่เคยได้ทำมันสำเร็จสักที ทุกวันต้องกลับมาติดแหง็กอยู่กับงาน บวกกับช่วงนี้เซอุนยังอยู่ในช่วงเรียนต่ออยู่อีกด้วย ทุกอย่างก็เลยดูยุ่งเหยิงไปหน่อย

 

            “พี่ดูแลเราดีหรือเปล่า” ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์หรือฤทธิ์ของกับดักที่โดนบอสวางไว้ก่อนหน้านี้ ยองมินถึงได้ถามมันออกมา พร้อมทั้งมองตาของอีกฝ่ายราวกับว่าอยากได้คำตอบที่ไม่ได้ตอบออกมาเพื่อให้เขารู้สึกสบายใจเท่านั้น

 

            “ก็ผมแล้วว่าไม่ได้ลำบากอะไร” แต่เซอุนก็ยังเป็นเซอุนอยู่วันยันค่ำ ชีวิตของพวกเขาเรียบง่ายเกินกว่าจะมีอะไรให้รู้สึกประหลาดใจได้ทุกวัน

 

            เรื่องในวันนี้มันเลยดู เอ่อ... อะเมซิ่งไปหน่อยสำหรับพวกเขา

 

            “พี่จะตั้งใจทำงานกว่านี้นะ แม่เราจะได้สบายใจ” ว่าแล้วก็ยกมือขึ้นลูบเส้นผมสีอ่อนของคนอายุน้อยกว่า สายตาที่เคยทอดมองมาเปลี่ยนไปจากก่อนหน้า เซอุนเดาว่ามันเพราะมันเป็นช่วงที่ยองมินรู้สึกอ่อนไหวถึงได้มองเขาด้วยสายตาแบบนั้น

 

            ไม่ชินเลยแฮะ

 

          ไม่ชินจริงๆ

 

            ผู้ชายที่มั่นหน้ามั่นโหนกคอยเรียกเสียงหัวเราะตลอดเวลา พอมาถึงช่วงเวลาที่ต้องจริงจังกับชีวิตแบบนี้แล้ว ก็พาลทำให้เขารู้สึกผิดที่ทำให้แววตาขี้เล่นแบบนั้นหายไป

 

            “ไม่ต้องเครียดขนาดนั้นหรอก พามาเจอแม่นะไม่ได้พามาฆ่าบอส”

 

            “ไม่รู้หรือไง นั่นน่ะบอสตัวเป้งเลย”

 

 

 

 

            ในใจของเซอุนก็ได้แค่ภาวนาให้ยองมินผ่านบอสตัวนี้ไปให้ได้ ก่อนที่เขาจะทนไม่ได้แล้วต้องเป็นฝ่ายปีนกำแพงออกมาหาเอง

 

 

 

 

           

             

 

 

 

TBC

           

           

 

           

 

TALK TALK TALK

            วันนี้มาค่ำ ปกติจะมาเช้าๆ บ่ายๆ 5555555555 เขียนเสร็จแล้วก็มาอัพเลย จริงๆ ลัดคิวอาส์กพิยองมินมา รู้สึกอยากเขียนพาร์ทบรรยายเลยมาเขียนตอนนี้ก่อน ตอนแรกคิดว่าจะตอนเดียวจบแต่มีต่ออีกตอนนึงนะ ไม่ม่าด้วย ไม่ต้องเอาทิชชูมานะ ตอนของแบคฮวีอันนั้นเพลินมือไปหน่อยล่อไปสี่ตอนจบ 5555555555 มาพูดถึงในส่วนของตอนมินอุนกันบ้าง เรื่องของสาระนั้น... ก็ไม่มีเหมือนเคย เดี๋ยวดิ ไม่ใช่ 5555555 เขาก็ยังเป็นพิยองมินคนเดิมเพิ่มเติมคือกากเหมือนเดิม จากที่ทิ้งระเบิดไว้ในตอนของแบคฮวีแล้ว เราก็มาพบกับปัญหาของพี่เขาบ้าง พอเป็นน้ำจิ้มกรุบๆ กริบๆ และมาเปิดตัวคุณแม่ของน้องอุน จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากโซยูของเรานั่นเอง 5555555



            พูดคุยกันได้ที่เดิมนะจ๊ะ #ficBxB101

 

                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,026 ความคิดเห็น

  1. #2946 biw18940 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:24
    พยายามอิมเมจภาพอยู่นานมากว่าแม่เซอุนควรเป็นแบบไหนดี พอเป็นเจ๊โซยูปุ๊บคือ ฮ้า ใช่เลย นี่แหละ!!
    //นอกเรื่อง เห็นด้วยกับเรื่อง แซ็ว คือเขียนว่า แซว เหมือนเดิมไม่ได้เหรอ รูเสึกกระด้างกระเดื่องชอบกล
    #2,946
    0
  2. #2735 meaonchi (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 23:57
    ขอให้ยองมินผ่านบททดสอบด่านนี้ไปให้ได้นะคะ
    #2,735
    0
  3. #2728 bi2ksotn (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 20:54
    อ่านไปกดดันแทนไปปป ฮือออพี่ยองมินสู้ๆๆน้าาาไม่ชินปกติพี่เค้าไม่ใช่แบบนี้ไง55
    #2,728
    0
  4. #2726 airyongg (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 20:21
    ฮือออ กดดันแทนพี่ยองมิน อนาคตใช่มั้ยล่ะ ไม่ใช่แค่อนาคตตัวเองแต่ยังเป็นอนาคตลูกเขาอรีก งืออ
    #2,726
    0
  5. #2721 mmmmay2311 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 12:17
    คุณแม่คือโซยู โอ้โหหห พี่ยองมินห้ามตายนะ พี่ต้องสู้!!!
    #2,721
    0
  6. #2719 nukxx (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 11:33
    คุณแม่ดุมากเลยค่ะ พี่ยองมินคนกากเจอปัญหาใหญ่แล้วนะคะ5555555555
    #2,719
    0
  7. #2718 iamelfsa (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 03:52
    คุณแม่ทำไมไม่อ่อนโยนเลยคะ ㅠㅠ แต่ชอบตอนนี้จัง ในมุมที่ตัวละครโตขึ้น เจอปัญหาแล้วก็พยายามสู้ไปด้วยกัน แงง เลาจาเอาใจช่วยยยย
    #2,718
    0
  8. #2717 benzbie0428 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 02:41
    พี่ยองมินสู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้พี่เสมอ แง
    #2,717
    0
  9. #2716 vingg02 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 02:04
    ฮืออออกอดๆพี่ยองมิน สงสารร แต่แบบชอบมากที่พอโตขึ้นแล้วคู่นี้ก็เปลี่ยนไป คือมันไม่ได้หวาน มาแนวเรียบๆแต่พิเศษ ฮืออชอบ
    #2,716
    0
  10. #2715 nnch0802 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 00:32
    แม่มาคุมากค่ะ 5555
    #2,715
    0
  11. #2714 tangfakkwa (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 00:11
    แงงงงงง น้องเซอุนนนน กอดเติมพลังให้พี่ยองมินที แงงงงงง คืออ่านก็กดดันแล้วนะคะ พอรู้ว่าอิมเมจเป็นแม่โซยูอีก อะโหหห ตายสงบไหมไม่รู้แต่ศพไม่ใช่สีชมพูแน่นอนค่ะพี่
    #2,714
    0
  12. #2713 pppcheeze (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 23:59
    พิยองมินฉู้วๆต้องผ่านด่านบอสให้ได้นะ!
    #2,713
    0
  13. #2712 god423 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 23:13
    ฮือ ชอบมากที่ไรท์เอาพี่โซยูมาเป็นแม่น้องเพราะเราก็คิดคนอื่นเป็นแม่น้องไม่ได้ 55555 ความแม่อยู่ในสายเลือดพี่โซยูจจ อยู่กับน้องดูแลตลอด 

    พี่ยองมินต้องสู้ๆนะ เลาเป็นกลจให้ /ถือดาบถือโล่
    #2,712
    0
  14. #2710 kaewchue (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 22:09
    พอพิยองมินมีสาระ น้องมีความไปไม่เป็นเล็กน้อย คนอ่านก็ด้วย555 พอแต่ละคนโตขึ้นก็ดูเหมือนจะมีเรื่องเยอะแยะกว่าที่คิด ผ่านไปให้ได้นะพ่ออัลปาก้า ผ่านมือผ่านไม้น้องมาแล้ว คงช่วยได้อยู่นะ555 แฮปปี้นิวเยียร์ค่ะไรท์
    #2,710
    0
  15. #2709 moji-eb (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 21:21
    เหมือนตัวเองต้องถือดาบเตรียมสู้พร้อมพี่ยองมินเลย ฮื้ออออ คูมแม่อย่าโหดกับพี่เค้ามากสิคะ งุ้ย พี่เค้ากลัวหมดแล้ว 55555555555555555555 รู้เลยนะคะว่านิสัยน้องเซอุนเค้าได้มาจากใคร สู้ๆล่ะคุณพรี่อัลปาก้าาา
    #2,709
    0
  16. #2708 ChayaninPcj (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 21:20
    สงสารพี่ยองมินเน้อ5555
    #2,708
    0
  17. #2705 mali_malika (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 19:37
    ทำไมรู้สึกกดดันไปพร้อมพี่ยองมินเลยโอ้ยยย พิยองมินสู้ๆๆๆ ไรท์ก็สู้ๆนะคะรอตอนต่อไปเด้อ HNY🎉
    #2,705
    0
  18. #2704 KiHae_KyuMin (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 19:30
    โซยูเป็นขุ่นแม่ แล้วเอลี่เป็นใครดี ประกบคุมเซอุนทั้งคู่เลย แฮร่
    พิยองมินคนมั่นหน้ารีบกลับมานะจ้ะ
    #2,704
    0
  19. #2703 narumi (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 19:28
    พี่กากกกก ขำพี่ คนอะไรจะมีสองขั้วต่างกันขนาดนี้ 5555 แต่เราเป็นกำลังใจให้พี่นะ สวัสดีปีใหม่นะคะไรท์
    #2,703
    0