'BOY & BOY' ♥ SF/OS Produce101 Store

ตอนที่ 45 : ► When you grow up [4/4] :: Kang Dongho x Lee Daehwi

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,529
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    28 ธ.ค. 60

When you grow up

[4]

Kang Dongho x Lee Daehwi

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            ใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมงได้กว่าจะมาถึงออฟฟิศทำงานของดงโฮ แดฮวีรีบวิ่งเข้าไปด้านในทันที เขาเกือบจะทะเลาะกับประตูหน้าออฟฟิศเพราะสแกนนิ้วเท่าไหร่ก็ไม่ติดสักที ร้องโวยวายอยู่ด้านหน้าจนแดเนียลได้ยินเสียงแล้วออกมาเปิดประตูให้เขา ในตอนนั้นเองแดฮวีถึงได้รู้ว่าตัวเองกลับไปทำนิสัยเดิมๆ อีกแล้ว

 

            เป็นเด็กโวยวายในแบบที่ไม่น่ารักเอาเสียเลย

 

            จนเมื่อได้คุยกับแดเนียลก็พบว่าคนที่น่าตียิ่งกว่าเขาน่ะก็คือคังดงโฮเองนั่นแหละ เล่นโหมงานหนักจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน ซ้ำทั้งแดเนียลยังใจดีบอกถึงสถานการณ์ที่พี่เสือของเขากำลังเผชิญอยู่ แดฮวีไม่ได้พูดอะไรออกไปมากนัก เขารับฟังแดเนียลอย่างเงียบๆ แล้วตอบคำถามบ้างในบางครั้ง

 

            จนเมื่อถึงเวลาแดเนียลต้องออกไปทำธุระส่วนตัว อีกฝ่ายจึงปิดออฟฟิศจากด้านนอกแล้วบอกให้เขาค้างที่นี่คืนนี้ พรุ่งนี้เช้าจะมีซังกยุนเข้ามาทำงานแต่เช้า แดฮวีไม่ได้ปฏิเสธอะไรเพราะเขาเองก็ตั้งใจไว้อยู่แล้วว่าถ้าดงโฮอาการยังไม่ดีขึ้นเขาก็คงยังอยู่เฝ้าแบบนี้ ไหนๆ พรุ่งนี้ก็มีเรียนตอนบ่ายอยู่แล้ว ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรกับเขา

 

            เพราะในตอนนี้เขาก็เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้ว

 

 

 

            “อื้อ...” เสียงงืมงามของคนที่นอนอยู่บนชั้นลอยของออฟฟิศดังขึ้น ฉุดให้แดฮวีที่นั่งพิงขอบเตียงอยู่ด้านข้างเงยหน้าขึ้นมามองคนอายุมากกว่าที่นอนหลับไปสักพักใหญ่ๆ แล้ว

 

            “เราเองเหรอ” เสียงแหบพร่านั่นดังขึ้น แดฮวีพยักหน้าเบาๆ ไม่กล้าพูดอะไรออกมา เขามองสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้านั่นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิด

 

            รู้สึกผิดให้กับความคิดเองเออเองของตัวเอง

 

            บ้าจริงๆ

 

            “พี่นอนต่อเถอะ ไม่ได้นอนมาหลายวันแล้วไม่ใช่เหรอ” แดฮวีโพล่งขึ้นเมื่อเขาเห็นว่าดงโฮพยายามที่จะลุกขึ้นจากเตียงนอนพับได้อันนั้น

 

            “พี่ไม่เป็นไร มันวูบเฉยๆ”

 

            “เป็นสิ ตัวร้อนจะตายอยู่แล้ว รู้ตัวบ้างเถอะ” คนอายุน้อยกว่าตอบกลับไป แต่ดงโฮกลับเลือกที่จะเงียบ ไม่แม้แต่จะตอบรับคำพูดนั้นหรือมองหน้าเขาอย่างที่ควรจะเป็น สถานการณ์ที่เป็นอยู่ในตอนนี้มันช่างอึดอัดเสียจริง

 

            “เพราะผมเองก็รู้ตัวแล้วว่าทำผิด”

 

            “หือ?”

 

            แดฮวีเม้มริมฝีปากของตัวเองเข้าหากันจนแทบจะเป็นเส้นตรง เขาก้มหน้างุดไม่ได้เงยหน้าขึ้นสบตากับคู่สนทนาอย่างที่ควรจะเป็น

 

            “พี่ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่” ดงโฮว่าอย่างตรงไปตรงมา อาการปวดศีรษะของเขาในตอนนี้ทำให้ความสามารถในการสื่อสารลดลงไปกว่าครึ่งหนึ่ง แต่นั่นก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น จริงๆ แล้วก็แค่กำลังลุ้นอยู่ว่าไอ้เด็กดื้อตรงหน้าเขาจะพูดอะไรออกมา

 

            “คือผม...” เด็กหนุ่มเงียบลงไปอีกครั้ง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ก่อนจะหลับปี๋อย่างที่ชอบทำแล้วพูดรัวในสิ่งที่ติดอยู่ในใจของตัวเองออกไปจนหมด

 

            “ผมขอโทษที่ดื่มเยอะจนเมาแล้วไม่ได้บอกพี่ว่าจะค้างที่อื่น จริงๆ คือตั้งใจไปดื่มประชดพี่อยู่แล้ว อะไรๆ พี่ก็ทำงาน ผมเลยน้อยใจ จริงๆ ช่วงหลังมานี่งานผมเริ่มเสร็จแล้ว แต่ไปห้องเพื่อนบ่อยๆ แค่เพราะอยากให้พี่เข้าใจความรู้สึกของผมบ้าง ผมอยู่ห้องคนเดียวแล้วโคตรเหงาเลย ช่วงปีนี้พี่เอาแต่ทำงาน พี่ไม่มีเวลาให้ ผมเลยเอาคืนพี่บ้าง ผมขอโทษที่ทำอะไรไม่คิด จริงๆ ผมแค่กลัวพี่เปลี่ยนไป กลัวพี่ไม่รักผมเหมือนเดิม เพราะผมไม่น่ารักเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ผม คือผม”

 

            เสียงของแดฮวีขาดห้วงไป เมื่อเขารับรู้ได้ถึงสัมผัสบางเบาที่วางลงบนกลุ่มเส้นผมของเขา ฝ่ามือของคนอายุมากกว่าค่อยลูบลงเบาๆ ราวกับว่ากำลังปลอบประโลมเขาอยู่ นั่นทำให้เด็กหนุ่มเผลอลืมตาของตัวเองช้อนขึ้นมองใบหน้าที่ซีดเซียวของดงโฮ

 

            “เด็ก” ดงโฮว่าด้วยสีหน้าที่เรียบนิ่ง “เด็กยังไงก็ยังเป็นเด็กอยู่วันยันค่ำ”

 

            “พี่ไม่โกรธผมเหรอ” แดฮวีถาม

 

            “ก็โกรธ”

 

            “อืม ก็สมควร”

 

            บทสนทนาหยุดลงเพียงแค่นั้นก่อนที่ดงโฮจะผละมือของตัวเองออกแล้วออกแรงดึงร่างของเด็กหนุ่มให้ขึ้นมานั่งข้างๆ กับตัวเอง ใช้วงแขนข้างหนึ่งโอบรอบลำคอให้น้องเอนกายอิงซบกับบ่าผายของตัวเอง

 

            “โกรธตัวเองทำให้เรากลายเป็นเด็กนิสัยไม่ดีแบบนี้”

 

คำตอบของดงโฮทำให้แดฮวีหลุดยิ้มในเวลาต่อมา

 

            “เราก็รู้ใช่มั้ยว่าพี่ไม่ได้ขอเงินพ่อแม่ใช้แล้ว พี่ยังมีภาระต้องทำ มีบ้านต้องส่ง มีอาหารของซื้อ ใช้รถต้องเติมค่าน้ำมัน จะให้พี่กลับไปว่างเหมือนสมัยเรียนพี่ทำไม่ได้หรอก พี่จะให้เรามาฝากชีวิตกับคนไม่มีอนาคตแบบนั้นเหรอ เราอยากได้แบบนั้นหรือไง คนที่มีเวลาแต่ไม่มีอนาคตน่ะ”

 

            แดฮวีไม่ได้ตอบอะไร เมื่อในระหว่างที่อีกฝ่ายพูดสิ่งที่อยู่ในใจของตัวเองออกมาก็บีบปลายจมูกรั้นของเขาไปพลาง

 

            “พี่เองก็ขอโทษที่เมื่อก่อนทำงานจนไม่ได้คิดถึงเรา แต่เราก็เอาคืนพี่ไปแล้วนี่เจ๊ากันแล้วเนอะ”

 

            “พี่” คนอายุมากกว่าหันไปเรียกอีกฝ่ายที่ตีหน้านิ่งยังคงคอนเซ็ปต์กวนตีนหน้าตายอยู่ตลอดเวลา ไม่มีโหมดซาบซึ้งอะไรให้เขาเลยสักนิด

 

            “ผมขอโทษ ขอโทษจริงๆ ที่คิดว่าพี่ไม่รัก คิดว่าพี่เปลี่ยนไป” แดฮวีว่าแล้ววาดวงแขนโอบรัดรอบเอวของอีกฝ่ายแล้วฝังใบหน้าของตัวเองมุดลงกับแผงอกของคนที่อุณหภูมิร่างกายร้อนกว่าปกติ

 

            ดงโฮไม่ได้ตอบอะไรกลับในทันทีนอกจากใช้มืออีกข้างที่ว่างอยู่ลูบกลุ่มเส้นผมของคนอายุน้อยกว่าอย่างนึกเอ็นดู เขาเองจะไม่สารภาพออกไปหรอกนะว่าตัวเองในตอนนั้นคิดไปถึงสถานการณ์ที่มันเลวร้ายขนาดไหนจนยงกุกต้องตบกบาลเขาเพื่อเรียกสติกลับมาน่ะ

 

            มันไม่คูลเลย ไม่ให้น้องรับรู้หรอก

 

            “ต่อไปนี้ไม่เอาแล้วนะประชดกันไปมาแบบนี้น่ะ มีอะไรก็คุยกันเนอะ”

 

            “อื้อ” แดฮวีตอบรับในลำคอแล้วพยักหน้าหงึกหงักอยู่บนอกของเขา ดงโฮได้แต่ยกยิ้มเอ็นดู เพราะว่าความคิดทั้งหมดก่อนหน้านี้ที่เขาเคยเผลอนึกไปเองกำลังต้องถูกทำลายลงหมด

 

            ปลายจมูกของดงโฮฝังลงบนกลุ่มเส้นผมของเด็กหนุ่มในอ้อมกอดที่ไม่ยอมปล่อยเขาไปไหนเลย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาแล้วแสร้งทำเป็นย่นจมูก

 

            “โหย ไม่ได้สระผมเปล่าเนี่ย ฉุนเชียว”

 

            “อย่าบ่นมากดิ อากาศมันหนาว ไม่ได้สระแค่สองวันเอง”

 

            “ยี๋ สกปรกอ่ะ”

 

            ถึงจะพูดออกไปแบบนั้น แต่ดงโฮก็ยังฝังปลายจมูกของตัวเองลงบนกลุ่มเส้นผมนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า บางครั้งก็เอนข้างแก้มแนบลงไปเพื่อปกปิดรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของตัวเอง

 

 

ไหนใครว่าพวกเขาเปลี่ยนไป

 

            ให้ตายเลยเถอะ อีแดฮวียังคงเป็นเด็กน้อยในสายตาของเขาไม่เปลี่ยนไปเลย

 

            ไอ้ที่เปลี่ยนไปน่ะก็คงมีแต่เขาที่ดูเหมือนจะกลายเป็นตาแก่หัวงูเข้าไปทุกวัน ให้ตายสิ ซึ้งได้ถึงสิบนาทีมั้ยเนี่ย

 

 

 

            “พรุ่งนี้ไปสระผมมั้ยเดี๋ยวพาไปร้านประจำ”

 

            “เออเดี๋ยวสระเอง! อย่าล้อมากดิ!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

             

 

            “ครับพี่แดเนียล ลางานให้พี่ดงโฮวันนึงได้มั้ยครับ คืออาการยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่”

 

            (ได้ๆ พวกพี่กะให้มันพักกันอยู่แล้ว คิวงานมันมีอาทิตย์หน้า ยังไงพี่ฝากเราด้วยนะ)

 

            “ได้ครับ ขอบคุณมากนะครับ” แดฮวีว่าแล้วหันมองคนที่นอนยิ้มร่าอยู่บนเตียงนอน ก่อนจะหันกลับมาให้ความสนใจกับคนในสายต่อ

 

            (แล้วก็เรารู้ใช่มั้ยว่าตอนเสือป่วยน่ะ...)

 

            “โคตรเอาแต่ใจ” เด็กหนุ่มตอบกลับไปพลางกลั้วหัวเราะ ก่อนจะวางสายแดฮวีกล่าวขอบคุณเรื่องที่แดเนียลช่วยเหลือเขาไว้เมื่อวานอีกครั้ง แล้วจึงวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะทรงเตี้ยข้างหัวเตียงแล้วหย่อนกายนั่งลงด้านข้างกับคนที่นอนป่วยอยู่

 

            แต่หน้าตาไม่ค่อยเหมือนคนป่วยสักเท่าไหร่เลยให้ตาย

 

            “ไม่ต้องมาทำหน้าแบบนั้นเลยนะ ผมไม่ให้พี่ไปทำงานหรอก” เด็กหนุ่มเอ็ดเมื่อเห็นว่าดงโฮพยายามจะเอาแผ่นเจลที่แปะลดไข้บนหน้าผากออก

 

            “คือจะบอกว่าไอ้แผ่นเนี่ยแปะไปก็ไม่ได้อะไร พี่หายแล้วจับตัวพี่ดิ” ไม่ว่าเปล่าดงโฮยังจับฝ่ามือเล็กๆ นั่นมาวางแปะลงที่ข้างแก้มของตัวเองอย่างไม่เจียมสังขารสักนิดว่าอุณหภูมิสูงถึงเท่าไหร่แล้ว

 

            “ไม่ต้องมาอ้อน คราวนี้ผมจะใจร้าย”

 

            “แล้วหยุดมางี้ได้เหรอ เรามีเรียนนี่ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว” คนอายุมากกว่าเริ่มชักแม่น้ำทั้งห้ามาอีกครั้ง เพราะเขาไม่คุ้นชินเลยกับการที่ต้องนอนอยู่เฉยๆ และไม่ได้จับเมาส์ทำงานเนี่ย

 

            ไม่ใช่ไลฟ์สไตล์ของคังดงโฮเลยสักนิด

 

            “ตัวคณะกับเสรีอ่ะ ไม่ใช่วิชาภาคยังขาดไม่ครบโควต้า” แดฮวีว่า ก่อนจะเลื่อนฝ่ามือของตัวเองลงบนแนบลงไปข้างลำคอของอีกฝ่าย หัวคิ้วทั้งสองนั่นขมวดเข้าหากันอย่างไม่สบอารมณ์เพาะดูเหมือนว่าไข้จะไม่ลดลงเลย

 

            ก็เป็นแบบนี้ทุกที สมัยเรียนก็โหมงานไม่ได้หลับไม่ได้นอนจนไข้ขึ้น แต่ก็ทำหน้าระรื่นได้ตลอดสิให้ตาย

 

            “พี่” จู่ๆ แดฮวีก็โพล่งขึ้นมา ดงโฮเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งเพื่อรอฟังอีกฝ่าย “ถ้าพี่ไม่สบายพี่บอกผมนะ ไม่ต้องทำเป็นโอเคดี สำออยเยอะๆ แบบพี่ยองมินก็ได้ ไม่ใช่ทำเหมือนไม่เป็นอะไรอ่ะ”

 

            คำพูดนั้นทำให้คนที่นอนป่วยอยู่ยกยิ้มขึ้น แล้วช้อนสายตาของอีกฝ่ายอย่างล้อเลียน

 

            “เป็นห่วงพี่เหรอเรา”

 

            แต่แดฮวีกลับส่ายหน้าพรืด ก่อนจะตอบกลับไป

 

            “กลัวพี่ตายก่อนแก่อ่ะ”

 

            เพียงเท่านั้นดงโฮก็หลุดขำออกมา แดฮวีก็ยังคงเป็นแดฮวี เด็กน้อยน่ารักในสายตาเขาที่ไม่มีวันโต

 

            “ไม่ยอมตายหรอก พวกพี่มันหนังเหนียว” ว่าจบแล้วก็เลื่อนมือขึ้นไปบีบจมูกรั้นๆ นั่นด้วยความมันเขี้ยว

 

            “คนที่หน้าซีด สภาพแบบนี้ไม่มีสิทธิ์มาพูดคำว่าหนังเหนียว” เด็กหนุ่มไม่ยอมเถียงอีกฝ่ายกลับไป ก่อนจะดึงมือของดงโฮเอาไปวางไว้ที่ข้างลำตัวเหมือนเดิม แล้วหยัดกายลุกขึ้นจากเตียงนุ่มนั่น

 

            ทว่ามือของคนป่วยกลับไวกว่า ดงโฮเลื่อนตัวไปคว้าหมับเข้าที่เอวของเด็กหนุ่ม ออกแรงรั้งให้เข้ามาใกล้กับตัวเอง แต่ดูเหมือนว่าจะออกแรงมากเกินไปแดฮวีจึงเสียหลักล้มลงบนเตียงนอนโถมเข้าใส่ร่างของดงโฮจนจุกช่องท้องไปหมด คนเป็นพี่ร้องโอดโอยไม่หยุดจนแดฮวีระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

 

            “เป็นไงละสมน้ำหน้า เล่นอะไรไม่เข้าท่า” บ่นอุบเมื่อคนาอยุมากกว่ายังไม่เลิกส่งเสียงโหยหวนชวนให้หัวเราะแบบนั้น

 

            “ตัวหนักขึ้นว่ะเรา ออกกำลังกายบ้างนะ ไม่อยากเลี้ยงหมูอ่ะ”

 

            “นั่นปากเหรอมาให้ตีเดี๋ยวนี้”

 

            คำว่าตีของแดฮวีหมายถึงตีจริงๆ เอามือของตัวเองเนี่ยแหละตีลงบนริมฝีปากของอีกฝ่าย ซ้ำยังตีโดยไม่ออมแรงอีกด้วย

 

            “เล่นจริงเหรอ เดี๋ยวเถอะ” ดงโฮคาดโทษแล้วออกแรงโอดรัดที่เอวคอดนั่นให้แน่นขึ้นกว่าเดิม จนแดฮวีดิ้นขลุกขลักให้หลุดจากวงแขนของตัวเอง แต่ก็แค่ดิ้นพอเป็นพิธีเท่านั้นแหละ ความจริงแล้วก็ไม่อยากจะหลุดจากอ้อมกอดนี้ไปเหมือนกัน

 

            “ปล่อยก่อนดิ เดี๋ยวก็ไม่ได้กินข้าวกินยากันพอดี จะหายมั้ยไข้ ถ้าไม่หายก็ไม่ต้องไปทำงานนะ”

 

            “ไม่ไปก็ได้ กินเราก็พอ ถ้าได้กินครั้งนึงแล้วหายเลยเชื่อดิ ทำหน้าแบบนั้นไม่เชื่อเหรอ ลองมั้ย”

 

            แต่คำว่าลองมั้ยของคังดงโฮเนี่ย มันไม่ใช่คำถามที่ต้องการคำตอบเหรอ ถึงได้จับร่างของเขาพลิกแล้วกดไหล่ทั้งสองลงกับเตียงแบบนี้

 

            “เฮ้ยไม่ใช่แบบนี้ดิ ผมไม่ได้โดดเรียนมาเพื่อทำแบบนี้นะ”

 

            “เราบอกว่าหยุดมาดูแลพี่นี่ อันนี้ก็ถือว่าดูแลเหมือนกันนะ” แต่ดงโฮยังไม่หยุด เขาพูดมันออกมาด้วยสีหน้าที่เรียบนิ่ง ผิดกับอีกฝ่ายที่หน้าแดงหูแดงไปหมดแล้ว แต่ก็ยังพยายามเก็บอาการสีหน้าและปรับน้ำเสียงของตัวเองให้เป็นปกติ

 

            “อย่าเพิ่งเอาแต่ใจสิ กินข้าวกินยาก่อนแล้วหลังจากนั้นผมจะตามใจพี่เลย”

 

            “ตามใจ?” ดงโฮเลิกคิ้วถาม แต่รอยยิ้มบนใบหน้าไม่ได้ไปในทางเดียวกันเลย

 

            แต่ดูเหมือนว่าแดฮวีจะก้าวพลาดไปหนึ่งก้าว เขานิ่งและขบคิดสิ่งที่ตัวเองพลั้งปากพูดไปก่อนหน้านี้แล้วก็อ้าปากค้างอากาศ เมื่อสายตาดันเหลือบไปเห็นรอยยิ้มร้ายบนใบหน้าของอีกฝ่ายที่ไม่ห่างกันมากนัก

 

            ไม่ได้เห็นรอยยิ้มแบบนี้มาสักพักแล้วเหมือนกัน

 

            “ว่าไงจะตามใจพี่ใช่มั้ย” ดงโฮเร่งเร้าคำตอบอีกครั้ง ยิ่งได้เห็นใบหน้าเหวอๆ แบบนั้นแล้วก็ยิ่งอยากจะแกล้ง ให้ตายเถอะนี่มันช่วงคืนความสุขสู่ชีวิตคังดงโฮชัดๆ

 

            กิจวัตรประจำวันของเขากลับมาแล้วสินะ

 

            “ขอคิดก่อนได้ป่ะ”

 

            “เลือกระหว่างตอนนี้กับหลังกินข้าว”

 

            “เลือกตอนไหนผมก็เสียเปรียบอยู่ดีอ่ะ”

 

            “อื้ม ก็ถูก งั้นตอนนี้เลยแล้วกันเนอะ” ว่าจบแล้วก็แกล้งเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้กับอีกฝ่าย เป่าลมหายใจร้อนๆ รินรนบนลำคอนั่นกลบเกลื่อนรอยยิ้มที่ผุดขึ้นบนใบหน้าของเขาในตอนนี้

 

            อีแดฮวีช่างน่ารักเสียจริง

 

            “เฮ้ยไม่เอาๆ”

 

            “ก็จะเอา” เขาตอบทั้งๆ ที่ยังไม่เงยหน้าจากการหลบซ่อนรอยยิ้มของตัวเอง

 

            “ไม่ใช่เอาแบบนั้น หมายถึงไปกินข้าวกินยาก่อน เดี๋ยวจะตามใจ สัญญาว่าจะตามใจ สัญญาจริงๆ”

 

            ดงโฮนิ่งลง เขาต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการไม่เผลอยิ้มออกมาในตอนที่เงยหน้าขึ้นมองใยหน้าของน้องที่อยู่ในระยะอันตรายต่อหัวใจแบบนี้ คนอายุมากกว่าแสร้งตีหน้าตายแล้วเลิกคิ้วถามย้ำอีกครั้ง

 

            “ตามใจทุกอย่าง?”

 

            “เอ่อ...” แดฮวีเองก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าอย่างไหนมันจะดีกว่ากัน

 

            “ไม่ทุกอย่างก็ตอนนี้เลยแล้วกัน”

 

            “เออๆ ตามใจทุกอย่าง ทุกอย่างจริงๆ” เด็กหนุ่มตะโกนตอบลั่นห้อง เมื่อดงโฮทำท่าจะซุกไซร้ลงกับซอกคอของเขาอีกครั้ง

 

            และนั่นทำให้แดฮวีค้นพบว่าตัวเองได้ก้าวลงไปในหลุมพรางของเสือจอมเจ้าเล่ห์ตัวนี้แล้ว

 

            เพราะดงโฮดันหลุดหัวเราะออกมาเสียงดังแข่งกับเสียงของเขาที่ตะโกนออกไปเมื่อครู่นี้ แดฮวีทำอะไรไม่ได้นอกจากหยิกลงบนไหล่ผายนั่นอย่างระบายอารมณ์ความหมั่นไส้ที่มีต่อคนรักของตัวเอง ไอ้นิสัยชอบแกล้งเขาเนี่ยไม่เคยหายไปเลยจริงๆ ไม่ว่าจะผ่านไผกี่ปีคังดงโฮก็ยังเป็นคังดงโฮอยู่วันยันค่ำ

 

            “พอเลย แกล้งผมเสร็จแล้วก็ออกไปเลย จะไปหาข้าวให้กิน” เด็กหนุ่มทำเป็นว่าเสียงเข้ม จริงๆ แล้วก็เพียงแค่ต้องการหลบซ่อนความเขินอายที่ปิดไม่มิดตั้งแต่หูแดงแล้ว

 

            “ก็เราน่าแกล้งนี่หน่า ได้แกล้งทีไรแล้วอารมณ์ดีทุกที”

 

            “ประสาทจะกินแล้วนะพี่น่ะ ทำงานหนักก็พักบ้างนะ”

 

            “ว่าไปเถอะ อารมณ์ดี คืนนี้จะให้เราทำอะไรให้พี่ดีน้า”

 

            “หยุดพูด!!!” ไม่ว่าเปล่าแดฮวียังปาหมอนที่อยู่อีกฟากของเตียงใส่หน้าดงโฮอย่างเต็มแรง ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินกระทืบเท้าออกไปนอกห้องนอนอีก

 

            มองจากดาวอังคารก็รู้ว่าเขิน

 

           

 

“น่ารักจังวะ”

 

ดงโฮเผลอหลุดปากออกมาเมื่อแผ่นหลังเล็กๆ นั่นถูกบดบังด้วยบานประตูที่กั้นระหว่างห้องนั่งเล่นกับห้องนอน เขาสะบัดศีรษะเรียกสติของตัวเองอยู่พักหนึ่งก่อนจะหยิบหมอนในบั้นที่แดฮวีปาใส่หน้าเขาขึ้นมานอนกอด

 

แค่ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันในช่วงสั้นๆ แบบเมื่อครู่นี้มันก็ทำให้เขาได้หวนคิดถึงอะไรหลายๆ อย่าง รวมทั้งความคิดก่อนหน้าที่กลายเป็นปัญหาสำหรับพวกเขาด้วย

 

จะว่าแค่แดฮวีเปลี่ยนไปก็คงไม่ใช่ ดงโฮเองก็ต้องโทษตัวเองว่าเขาเองก็เปลี่ยนไปเหมือนกัน สภาพแวดล้อม สังคม และความรับผิดชอบกดดันให้พวกเขาต้องเติบโตขึ้น

 

ราวกับมีไทม์แมชชีนให้พวกเขาได้ต่างพากันย้อนเวลากลับไปในช่วงที่ยังเป็นเด็ก เป็นมนุษย์ในช่วงวัยที่แสดงออกต่อความรักอย่างตรงไปตรงมา ไม่ต้องมานั่งคิดอะไรซับซ้อนเหมือนกันตัวเองในปัจจุบัน ช่วงเวลาเหล่านั้นมีเพียงแค่พวกเขาเท่านั้นที่สามารถสร้างมันขึ้นมาได้

 

ในตอนนี้ดงโฮไม่โทษอะไรทั้งสิ้น ไม่โทษเวลาที่หมุนเวียนไป ไม่โทษภาระหน้าที่ที่ทำให้ห่างเหินกัน เพราะพวกเขาต่างผิดด้วยกันทั้งคู่ การเติบโตขึ้นไม่ใช่ความผิด แต่การคิดไปเองนั่นคือความผิดที่ไร้เดียงสา

 

พวกเขาก็แค่โตขึ้น...

 

            มันจะไปสำคัญอะไร ในเมื่อหัวใจถูกหยุดไว้ในตอนที่พวกเขาอายุ 21 และ 18

 

 

 

 

 

            “พี่ดงโฮอันนี้มันทอดยังไง เฮ้ย! พี่! พี่! พี่มาช่วยผมทำหน่อย”

 

            เสียงจากด้านนอกตะโกนเข้ามาทำให้ดงโฮหลุดออกจากภวังค์ของตัวเอง เขาส่ายหน้าไปมาแต่ก็ยังคงยิ้มกว้างไม่หยุด ไม่ใช่แค่หัวใจของพวกเขาที่หยุดลงในตอนนั้นหรอก ภาระหน้าที่ในการทำอาหารให้ห้องก็ไม่เปลี่ยนไปเหมือนกัน

 

            อะไรจะเกิดขึ้นก่อนกันระหว่างครัวพังกับทำอาหารเสร็จ

 

            “พี่ดงโฮ ลุกมาช่วยผมก่อนเร็วววววววววว”

 

            “โอเคๆ ไปแล้ว”

 

 

 

 

 

 

 

END

 

 

 

 

TALK TALK TALK

            จริงๆ แล้วพ้อยของเรื่องคือการที่เราโตขึ้นไม่ใช่ความผิดค่ะ 555555555555 จริงๆ พล็อตมาจากการเจอเพื่อนเก่าแล้วบอกว่าเราเปลี่ยนไปมาก เปลี่ยนไปแบบมาไกลค่ะ แม่ให้มาทั้งหน้า ให้ตังไปซื้อครีม 555555555555555 เฮ้ย ไม่ได้ใช่ดิ หมายถึงนิสัยเราเนี่ยแหละค่ะ ระหว่างกลับบ้านมาก็คิดๆ ว่าเออคนเราโตขึ้นมันก็ต้องเปลี่ยนไปทั้งนั้นแหละ แล้วคิดว่าพล็อตนี้จะหวยออกที่คู่ไหนไม่ได้เลยนอกจากคู่พี่เสือ สุดท้ายเลยกลายมาเป็นแบบนี้แหละค่ะ เกินโควตามาตอนนึงด้วย ตอนแรกจะสามตอนจบ แต่สี่ตอนก็กำลังดีเนอะ นี่เป็นหวานที่สุดของพี่เสือเขาแล้วล่ะค่ะ ไม่ใช่สายหวานที่แท้ 55555555

            พูดคุยกันได้ที่เดิมนะคะ #ficBxB101 หรือจะแชร์ประสบการณ์เกือบเอาชีวิตไม่รอดสมัยเรียนก็ได้นะ นี่ก็เกือบไม่มีชีวิตกลับมาเขียนคนบาปภาคพิสดารแล้วเหมือนกัน 5555555

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,026 ความคิดเห็น

  1. #3023 wa_runnn (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 13:03
    น่ารักก น่ารักมากๆเลยค่าา
    #3,023
    0
  2. #2742 13161212 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 02:06
    อบอุ่นใจมากเลยค่ะ บางสิ่งที่เราพบเจออยู่ทุกๆวันจนเราคิดว่ามันคือความเคยชิน พอเวลาผ่าน สิ่งต่างๆเปลี่ยน เราเปลี่ยน จนอาจจะคิดว่าสิ่งเหล่านี้เปลี่ยนไปแล้ว แต่จริงๆบรรยากาศ ความรู้สึก ความทรงจำพวกนั้นมันก้ไม่ได้หายไปไหนเลย เราแค่เปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อมเท่านั้นเอง คนรักก็คนเดิม พอโตขึ้นนี่อาจจะรักมากกว่าเดิมอีกมั้ง อิอิอิ
    #2,742
    0
  3. #2725 melomookie (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 20:13
    ชอบพล็อตของตอนนี้มากเลยค่ะะะ หลังจากอ่านแอบหน่วงๆมาสามตอน น้องหวีกะพี่เสือน่ารักกกก
    #2,725
    0
  4. #2681 aommoa-cny-16 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 13:01
    สุดท้าย-็คือเสือนะ ตัวนากน้อย
    #2,681
    0
  5. #2670 jhwi1998 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 03:08
    ชอบประโยคที้ว่าหัวใจพวกเขาหยุดที่อายุ 21 กับ 18 มากเลยอ่ะน่ารักอบอุ่นโครตๆๆ
    #2,670
    0
  6. #2669 got7ismy (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 01:26
    ...เมื่อหัวใจของพวกเขาหยุดไว้ที่ช่วง 21 กับ 18... :)
    #2,669
    0
  7. #2652 scimat (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 22:56
    ประทับใจกับประโยคที่ว่า หัวใจหยึดไว้ที่ 21 กับ 18 คือมันทัชมากอ่ะ ฮรือออ ไม่ว่าเราจะโตแค่ไหน สุดท้ายมันก็ยังมีความเป็นเด็กอยู่ดีอ่ะ
    #2,652
    0
  8. #2651 hezal (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 20:36
    ดีกันซะที ต่อไปนี้ก็ห้ามทะเลาะกันอีกนะ
    #2,651
    0
  9. #2650 Nntt14 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 20:06
    ประทับใจจนจบเลยค่ะไรท์ แงงงงงงงง
    น่ารักเหลือเกิน
    มันจะไปสำคัญอะไร เมื่อหัวใจของเขาหยุดที่ 18 กับ 21 โอ้โหประโยคเด็ดเลย อ่านแล้วยิ้มเป็นบ้าบนรฟฟ 555555
    #2,650
    0
  10. #2649 chompooodut (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 17:53
    ดีงาม ดีงาม ดีงาม
    #2,649
    0
  11. #2648 narumi (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 17:12
    ฮืออออ น่ารักกกกกก พี่เสือเลิกคิดเล็กคิดน้อยแล้ว444445 น่ารักมากๆเลยค่ะ น้องแดฮวีก็ยังเป็นเด็กของพี่ดงโฮเสมอ เป็นเด็กดีด้วย>< อยากอ่านของคู่อื่นด้วยเลยค่ะ
    #2,648
    0
  12. #2647 minameena (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 12:48
    ได้ข้อคิดด้วยอ่ะฮือิ รักคู่นี้มากๆๆๆๆๆๆๆ มาย่อยๆนะคะคู่นี้
    #2,647
    0
  13. #2646 pzcher (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 12:12
    ฮื่อออออน่ารักมากอ่ะ ><
    #2,646
    0
  14. #2645 ctttmo (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 11:51
    ฮือซึ้งอะ เวลาผ่านไปคนเราก็ต้องโตขึ้นเนอะ มันก็ไม่ใช่เรื่องผิดจริงๆแหละ แต่เราต้องปรับตัวให้ได้ เติบโตไปด้วยกันอีกขั้นนะ จบสี่ตอนนี่ดีแล้วค่ะไรท์ คืนความสุขให้คนอ่านค่ะหลังจากหน่วงมา3ตอน อิพี่เสือมันร้ายยยยย 55555555555555
    #2,645
    0
  15. #2644 mmmmay2311 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 11:15
    อ่านแล้วคิดตามเลยเนอะ เวลาเปลี่ยน คนเปลี่ยน แต่หัวใจไม่เปลี่ยนเพราะรักคนเดิมเพิ่มเติม คือความพูกพันธ์
    #2,644
    0
  16. #2640 moji-eb (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 09:30
    จบลงด้วยดี ฮื่อ ก็นะเวลาเปลี่ยนอะไรก็เปลี่ยน อยู่ที่เราเองว่าจะปรับตัวได้มั้ย การปรับความเข้าใจกันเป็นข้อสำคัญของคนรักกันเลยในความคิดเรา ดีแล้วที่สุดท้ายแดฮวีตัดสินใจพูด ถ้ารอพี่ดงโฮนี่ไม่รู้อีกชาติไหนจะได้เข้าใจกัน
    #2,640
    0
  17. #2639 god423 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 08:50
    ฮือชอบมาก ยังมีความเหมือนเดิมแต่จริงๆคือเปลี่ยนทั้งคู่ โตขึ้น และก็โตขึ้นด้วยกันทั้งคู่ ฮือ ความสัมพันธ์มันก็โตขึ้นเนาะ ฮือ น่ารักมากๆๆๆๆ
    #2,639
    0
  18. #2638 muning68 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 08:32
    อ่านแล้วก็จริงนะ คนเราโตขึ้นนิสัยก็เปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อมอ่ะ แบบเราจะให้กลับไปสดใสแบบเดิมคงไม่ได้แล้ว ชีวิตผู้ใหญ่นี่โครตลำบาก สะท้อนตัวเองมาก ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆมาแชร์กันนะคะ ทำให้เราได้ย้อนมองชีวิตตัวเองด้วยเลย 55555555
    #2,638
    0