'BOY & BOY' ♥ SF/OS Produce101 Store

ตอนที่ 44 : ► When you grow up [3/4] :: Kang Dongho x Lee Daehwi

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,061
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    29 ธ.ค. 60

When you grow up

[3]

Kang Dongho x Lee Daehwi

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

           

 

 

 

 

 

            เพดานห้องสีขาวคือสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของแดฮวีในตอนนี้ ฝ่ามือเล็กยกขึ้นมานวดคลึงบริเวณขมับทั้งสองข้าง ก่อนจะคลายเรียวคิ้วออกจากกันเมื่อรู้สึกผ่อนคลายขึ้นกว่าเดิม เด็กหนุ่มหันมองไปรอบห้องที่ไม่คุ้นเคย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมานอกจากส่ายหน้าให้กับตัวเองเบาๆ เท่านั้น ห้องนี้คงจะเป็นห้องของรุ่นพี่สักคนในวงเหล้าเมื่อคืน

 

            ว่าแต่... ภาพตัดไปตั้งแต่ตอนไหนกันนะ

 

            ภาพสุดท้ายที่จำได้คือโทรศัพท์ของเขาที่เปิดหน้าต่างแชทกับดงโฮเอาไว้ มีข้อความบางอย่างที่ถูกพิมพ์แต่ไม่ได้ถูกส่งไปอยู่ในช่องด้านล่างของหน้าจอ แต่แดฮวีก็จำไม่ได้ว่าประโยคนั้นคืออะไร ไวเท่าความคิดเด็กหนุ่มหันมองรอบตัวเองก่อนจะเลื่อนตัวไปหยิบโทรศัพท์ที่ตกอยู่ข้างเตียงขึ้นมาเปิดดู

 

            “อ้าว แบตหมด” ริมฝีปากเล็กนั่นบ่นอุบ แต่ยังไม่ทันที่จะได้ทำอะไรต่อ เจ้าของห้องก็เปิดประตูเข้ามาทักทายเขาที่ยึดพื้นที่เตียงเมื่อคืนไปเพียงคนเดียวเสียก่อน

 

            “ตื่นแล้วเหรอไอ้เด็กขี้เมา”

 

            “แฮ่” แดฮวียิ้มแห้ง รู้สึกโล่งใจเล็กน้อยที่เจ้าของห้องคือรุ่นพี่คนสนิทไม่ใช่ห้องของใครที่ไม่รู้จัก “เมื่อคืนพี่แบกผมกลับมาห้องเหรอ” เด็กหนุ่มถาม

 

            “อ่าฮะ ตัวหนักฉิบหายเลยเราเนี่ย” โนแทฮยอน รุ่นพี่ที่แสนใจดีของแดฮวีว่า

 

            “ก็เมื่อคืนพี่อ่ะแหละ กินเพียวๆ เป็นไง ภาพตัดเลย เมื่อคืนผมไม่ได้ทำอะไรแปลกๆ ใช่มั้ยพี่”

 

            “แปลก?” แทฮยอนเลิกคิ้วขึ้น แล้วยกมือขึ้นกอดอกพิงขอบประตูห้องนอนของตัวเอง “แปลกนี่หมายถึงยังไงวะ”

 

            “ก็แบบ...” แดฮวีกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะเอ่ยขึ้นต่อ “แปลกแบบร้องไห้ แหกปาก หรือแบบเพ้อถึงแฟนไรงี้อ่ะ”

 

            “อ๋อ” คนอายุมากกว่าลากเสียงยาว ก่อนจะยกมือขึ้นโบกบอกปัดราวกับว่าเมื่อคืนไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นหรอก

 

“จริงๆ ก็แค่นั่งบ่นเป็นหมีกินผึ้งว่าแฟนเอาแต่ทำงานไม่สนใจ บ่นเรื่องเดิมซ้ำอยู่ประมาณสองชั่วโมง พี่ขี้เกียจฟังเลยจับกรอกเหล้าให้หลับ รำคาญ”

 

“โหย พี่ใจร้ายว่ะ” แดฮวีแกล้งเบ้ปาก ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ใจนึงก็โล่งใจว่าไม่ได้ทำอะไรแปลกๆ ลงไป แต่อีกใจนึงก็ยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่ดีที่เมื่อคืนเขาออกมากินเลี้ยงกับพวกรุ่นพี่แล้วไม่ได้ติดต่อดงโฮกลับไปเลย

 

ความจริงก็น้อยใจนั่นแหละ...

 

น้อยใจตั้งแต่บอกให้เขามางานเลี้ยงฉลองกับรุ่นพี่แล้วบอกตบท้ายต่อว่าตัวเองก็มีงานที่ต้องเคลียร์เหมือนกัน

 

ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่ชีวิตของคังดงโฮมีงานมาก่อนเขาเสมอแบบนี้

 

กว่าจะรู้ตัวก็ในตอนที่ชีวิตเขาเองก็ยุ่งยากเหมือนกัน

 

“เฮ้อ”

 

“เอ้า! ถอนหายใจอีก” แทฮยอนทักขึ้น ก่อนจะเดินมาที่ปลายเตียงนอนมองรุ่นน้องคนสนิทที่นั่งขัดสมาธิอยู่ตรงหน้าแล้วใช้กำปั้นของตัวเองเคาะลงบนศีรษะเล็กนั่นเบาๆ เพื่อเรียกสติของน้องกลับคืนมา

 

“รู้ใช่มั้ยว่าตัวเองเป็นคนขี้น้อยใจ” แทฮยอนถาม

 

“ก็รู้”

 

“แล้วทำไมไม่บอกเขาไปวะว่าน้อยใจ เราน้อยใจเขาแล้วเราหนีไปทำงานตัวเอง หนีปัญหาแบบนี้ไปมันมีอะไรดีขึ้นอ่ะ ไม่ยิ่งห่างกันมากกว่าเดิมเหรอ”

 

แดฮวีเงียบไม่ตอบอะไร นั่นทำให้แทฮยอนเริ่มพูดขึ้นอีกครั้ง

 

“ชีวิตเราไม่ได้เปลี่ยนไปคนเดียวนะ ชีวิตคนอื่นเขาก็เปลี่ยนไปเหมือนกัน”

 

“ผมเร่งทำงานขนาดนั้น พยายามเก็บงานให้เร็วที่สุดแล้วอ่ะ ผมพยายามแล้ว แต่นี่คืออะไรอ่ะ ถ้าเมื่อคืนไม่ติดมีงานเลี้ยงผมก็คงนอนคนเดียวเหมือนเมื่อก่อนอ่ะ อะไรๆ มันก็ไม่เหมือนเดิมแล้วอ่ะ พี่รู้ใช่มั้ย” เป็นแดฮวีที่ถามกลับ ก่อนจะยกมือขยี้เส้นผมของตัวเองอย่างไม่รู้ว่าจะหาทางออกกับเรื่องนี้ยังไงดี

 

เหมือนยิ่งปล่อยให้เวลาผ่านไป ทุกอย่างมันก็ยิ่งแย่ลง

 

“แล้วเมื่อคืนไม่ได้กลับห้องน่ะ บอกแฟนเราหรือยัง ป่านนี้ไม่เป็นห่วงแย่แล้วหรือไง”

 

“บอกไปก็เท่านั้น ยังไงก็เห็นงานสำคัญกว่าผมอยู่แล้ว”

 

“อีแดฮวี” แทฮยอนกดเสียงต่ำแล้วดีดลงกลางหน้าผากของเด็กหนุ่มอีกครั้ง “อย่าพูดจาประชดประชันแบบนี้ เมื่อก่อนเราไม่นิสัยเสียแบบนี้นี่”

 

“ก็นั่นมันผมเมื่อก่อน ไม่ใช่ผมตอนนี้สักหน่อย” แดฮวีว่าแล้วเบ้ปากลงอีกครั้ง แต่ดวงตาของเขาก็ยังคงจับจ้องอยู่แต่หน้าจอโทรศัพท์ที่ใช้งานไม่ได้บนตัก

 

“โทรไปหาเขาหน่อยเถอะ หรืออย่างน้อยก็ส่งข้อความไป ปัญหาคือเราไม่ยอมคุยกัน ต่างคนต่างเอาแต่หนีปัญหา มันไม่มีอะไรดีขึ้นหรอก”

 

เด็กหนุ่มพยักหน้า ในตอนนี้เขายังรู้สึกสับสนอยู่ภายในใจว่าจะติดต่อดงโฮกลับไปดีหรือไม่ เขาก็แค่กลัวว่าถ้าโทรไปแล้วกลัวปลายสายจะพูดว่ายุ่งอยู่ ไว้ค่อยคุยกัน หรือไม่ก็ตอบกลับมาแบบไม่เป็นเดือดเป็นร้อนอะไร

 

ดังนั้นแดฮวีจึงเลือกที่จะส่งข้อความไปบอกดีกว่า อย่างน้อยตัวอักษรก็ยังดีกว่าเสียงที่เขายังไม่พร้อมที่จะได้ยินตอนนี้

 

“พี่แทฮยอน ขอยืมสายชาร์จหน่อยดิ”

 

 

 

 

 

 

 

 

            Daehwi.L: เมื่อคืนผมนอนห้องพี่แทฮยอนนะ กำลังกลับแล้วนะครับ

Daehwi.L: ขอโทษที่ไม่ได้บอกก่อนนะ ภาพตัดอ่ะเมื่อคืน

Daehwi.L: พี่ไม่โกรธผมใช่เปล่า ;----;

 

 

            แดฮวีนั่งมองหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองมาสักพักใหญ่ๆ แล้ว ตั้งแต่ที่กลับมาจากห้องของรุ่นพี่คนสนิทก็พบว่าสิ่งที่เรียกว่าบ้านของเขานั้นว่างเปล่า ไม่มีร่องรอยของการใช้งานตั้งแต่เมื่อคืน นั่นแสดงว่าดงโฮเองก็ไม่ได้กลับห้องมาอย่างที่พูดไว้ว่าต้องเข้าไปทำงานจริง

 

            แต่ถึงอย่างนั้นงานของอีกฝ่ายก็ไม่น่ายุ่งขนาดที่ว่าไม่ยอมอ่านข้อความเขาเลยนี่หน่า ซึ่งพักหลังมานี้อีกฝ่ายทำแบบนี้กับเขาบ่อย ชอบปล่อยให้ข้อความเขาทิ้งค้างไว้แบบนี้ ครั้นจะโทรไปหาความรู้สึกผิดเรื่องเมื่อคืนก็ถาโถมปะปนกับความน้อยใจจนเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าต้องทำยังไง

 

            ตั้งแต่กลับมาจากห้องของแทฮยอนนั้นแดฮวีก็ไม่ได้ทำอะไรเลย ไม่แม้แต่จะเขียนสคริปต์ที่ต้องไปนำเสนองานกับอาจารย์ในวันพรุ่งนี้ด้วยซ้ำ เขาไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรเลย ได้แต่นั่งๆ นอนๆ มองหน้าจอโทรศัพท์ที่ไร้ความเคลื่อนไหวใดๆ แบบนี้ไปเรื่อยๆ

 

            ขอร้องล่ะ แค่ส่งสติ๊กเกอร์กลับมาก็ยังดี

 

            แค่นั้นเขาก็พร้อมจะหายน้อยใจอีกฝ่ายทันทีเลยล่ะ

 

            แต่ดูเหมือนว่าโชคจะไม่เข้าข้างเขาเลยสักนิด ถึงได้มีแต่ความเงียบที่เข้ามาอยู่เป็นเพื่อนกับเขาในตอนนี้ จนเด็กหนุ่มเริ่มรู้สึกหิวขึ้นมานิดๆ แล้ว เขาเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าตัวเองยังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เช้านอกจากกาแฟดำหนึ่งแก้วจากพี่แทฮยอน

 

            สุดท้ายแล้วเขาก็ตัดสินใจลุกไปหาอะไรกินในโซนครัวที่อยู่ถัดจากโซฟากลางห้องไป แดฮวีมองเคาน์เตอร์ครัวแล้วก็ถอนลมหายใจออกมา ปกติแล้วจะมีดงโฮคอยมายืนอยู่หน้าเตาทุกวัน คอยบ่นเขาเรื่องไม่ชอบกินผักอยู่บ่อยๆ แต่เจ้าตัวก็มักจะใส่ผักในปริมาณที่น้อยกว่าปกติ หรือบางครั้งก็หั่นให้เล็กจนเขาเขี่ยออกไม่ได้แล้วยอมกินเอง

 

            “ฮึ่ยยย” เด็กหนุ่มสะบัดศีรษะไล่ความคิดนั้นออกไป ก่อนจะเดินย้อนกลับมาเปิดตู้เย็นว่าพอจะมีอะไรประทังชีวิตเขาในวันนี้ได้หรือเปล่า แต่ยังไม่ทันที่จะได้คิดอะไรต่อ สิ่งที่อยู่ด้านในตู้เย็นนั้นกลับทำให้แดฮวีอ้าปากค้างกลางอากาศอยู่อย่างนั้น

 

            ทั้งเนื้อสัตว์ที่ถูกแพ็คอย่างดี ทั้งผักที่เขาพอจะกินได้ ไหนจะเครื่องดื่มโซจูรสโปรดที่เขาเคยเถียงกับดงโฮว่ามันอร่อยกว่ารสดั้งเดิม ยังไม่รวมชีสทาร์ตที่อยู่ในถุงกระดาษสีขาว แดฮวีจำชื่อร้านได้เพราะนั่นเป็นร้านที่เขาบ่นว่าอยากกินตั้งแต่เมื่อเดือนก่อน

 

            ก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นแบบนี้

 

            “แม่งเอ๊ย!” แล้วก็สบถออกมาให้กับสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ เด็กหนุ่มนิ่งงันอยู่ท่าเดิมอยู่ชั่วขณะ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้ควรจะทำยังไง

 

            เขาเอาแต่คิดบ้าๆ คนเดียวไปเองมาโดยตลอด

 

            ผู้ชายคนนั้นยังเห็นความสำคัญและใส่ใจเขาอยู่เสมอ มีแต่เขานั่นแหละที่ทำอะไรไม่คิดลงไป

 

          ปึก!

 

           แล้วประตูตู้เย็นก็ถูกปิดลง แดฮวีวิ่งไปที่โซฟากลางห้องพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาต่อสายหาเจ้าของห้องอีกคนในทันที รอสัญญาณที่ดังอยู่ข้างหูอย่างใจจดใจจ่อ คำพูดมากมายอยู่ในห่วงความคิดของเขาอย่างไม่มีการเรียบเรียงว่าควรจะพูดอะไรออกไป

 

            รับสายเถอะ รับสายสักที

 

            แดฮวียืนกัดเล็บอยู่ที่หน้าโซฟา ก่อนจะพบว่าสายถูกตัดไปเองโดยระบบอัตโนมัติแล้ว ไม่รอช้าเด็กหนุ่มรีบกดโทรซ้ำอีกครั้ง แต่ไม่ว่าจะผ่านไปอีกสิบสาย ผลสุดท้ายก็ยังออกมาเหมือนเดิมคือดงโฮไม่รับสายของเขา

 

            เรียวคิ้วของเด็กหนุ่มขมวดเข้าหากันในแทบจะทันที หลังจากสายที่ยี่สิบเขาเปลี่ยนเบอร์ปลายสายเป็นคนที่น่าจะอยู่กับอีกฝ่ายในตอนนี้ แน่นอนว่ารอเสียงสัญญาณอยู่ไม่นานนัก ปลายสายก็กดรับแล้วกรอกเสียงตามมาในทันที

 

            (ว่าไงแดฮวี)

 

            “พี่ยงกุกอยู่กับพี่ดงโฮมั้ยอ่ะ พี่เขาไม่รับสายผม บอกให้โทรกลับหน่อย” แดฮวีว่า แต่ดูเหมือนว่ารุ่นพี่คนสนิทจะเงียบไปพักหนึ่ง นั่นทำให้เขารู้สึกกระวนกระวาย จึงถามซ้ำกลับไปอีกครั้ง “พวกพี่มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”

 

            (เอ่อคืองี้นะแดฮวี ดงโฮมันไปลงกองถ่ายงานอ่ะ ตั้งแต่เมื่อเช้ามืด พี่คิดว่ามันบอกเราแล้ว) ยงกุกพยายามพูดให้นุ่มนวลที่สุด เพราะเขาเห็นเค้าลางของปัญหาครั้งนี้แล้ว

 

            “แล้ว... แล้วพี่เขาจะกลับตอนไหนเหรอครับ”

 

            (อีกสองวัน แต่ถ้าเราจะไปบอกพี่ได้นะ พี่พาไป...)

 

            “ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ไปกวนพวกพี่ทำงานจะดีกว่า ยังไงถ้าพี่ดงโฮกลับมาแล้วบอกพี่เขาด้วยนะครับว่าผมรออยู่ที่ห้อง” ว่าจบแล้วก็กดตัดสายในทันที ถึงจะเสียมารยาทไปบ้างแต่เขาเองก็รู้ตัวว่าไม่สามารถฝืนเสียงตัวเองให้คุยต่อกับอีกฝ่ายได้จริงๆ

 

            ทำไมทุกอย่างถึงได้กลายเป็นแบบนี้ไปได้

 

            มีแต่คำถามนี้ที่วนเวียนอยู่ในหัวของแดฮวี เขาไม่สามารถหาคำตอบให้กับมันได้จริงๆ หากมองเพียงผิวเผินแล้วพวกเขาต่างคนต่างก็ใช้ชีวิตของกันและกันอย่างไม่มีปัญหาใดๆ ทว่าในความเป็นจริงแล้วพวกเขาต่างฝ่ายต่างน้อยใจในการกระทำของกันและกัน จนทุกอย่างมันบานปลายแบบนี้

 

            ทั้งๆ ที่เขาพยายามประคองให้ทุกอย่างมันเหมือนเดิมแล้ว

 

            แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่เขากำลังประคองอยู่มันค่อยๆ เปลี่ยนไป จนกว่าจะรู้ตัวอีกที

 

 

 

 

          ทุกอย่างมันก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว

 

 

 

           

 

 

 

 

 

 

 

 

 

           

 

 

            กว่าจะได้จับโทรศัพท์ก็ปาเข้าไปวันครึ่งกับการที่งุ่นง่วนอยู่กับกองถ่ายที่เข้ามารับงานแทนยองมิน เนื่องจากเพื่อนรักติดภารกิจกับแม่ยายที่เลี่ยงไม่ได้ ด้วยความที่ไม่อยากกลับห้องดงโฮจึงเป็นคนอาสามาแทน แต่ก็ไม่คิดว่างานที่กองถ่ายจะทำให้ยุ่งจนไม่มีเวลาแม้แต่จะปลีกตัวออกมาได้แบบนี้

 

            และทันทีที่เคลียร์คิวงานของวันนี้เสร็จแล้ว ดงโฮก็กลับขึ้นมาบนรถ สตาร์ทเครื่องทิ้งไว้แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คการติดต่อต่างๆ ทว่ายังไม่ทันที่จะได้กดเข้าไปแอปพลิเคชั่นใดๆ การแจ้งเตือนบนหน้าจอกลับทำให้เรียวคิ้วของเขาขมวดเข้าหากันจนแทบจะเป็นปม

 

            สายที่ไม่ได้รับ: ตัวดื้อ 20 สาย

          LINE: คุณได้รับข้อความใหม่

 

             “อะไรวะเนี่ย” ดงโฮพึมพำกับตัวเอง พยายามไม่คิดเข้าข้างตัวเองมากเกินไป แต่ดูเหมือนว่ามาออกกองทำงานของเขาโดยที่ไม่ได้บอกน้องในครั้งนี้ จะส่งผลถึงอีกฝ่ายไม่น้อยเลยจริงๆ

 

            ปกติเขาไม่ได้รับแค่สองสายน้องก็เลิกโทรแล้ว ดูสิ นี่ตั้งยี่สิบสาย น้องจะต้องกระวนกระวายขนาดไหน

 

            และความรู้สึกนั้นเองที่เข้ามาหักล้างกับความรู้สึกที่ตั้งแง่กับการกระทำของน้องเมื่อคืนก่อน กับการที่น้องไปนอนค้างที่อื่นโดยไม่ได้บอกเขาล่วงหน้า แถมยังโพสต์อะไรที่ดูไม่ดีในไอจีสตอรี่อีกด้วยก็ตัดเพ้อถึงเขานั่นแหละ คิดว่าเขาไม่เห็นหรือไงกัน

 

            Rrrrrrrrrrr

 

            ทว่าเสียงสั่นครืดของโทรศัพท์ในมือนั่นกลับทำให้เขาหลุดออกจากห้วงความคิดของตัวเอง ก้มลงมองรายชื่อที่โทรเข้ามาก่อนจะกดรับอย่างรวดเร็ว

 

            “เออกูมีเรื่องจะคุยกับมึงพอดีเลยยงกุก”

 

            (เดี๋ยวขอเรื่องกูก่อน) ปลายสายว่า นั่นทำให้ดงโฮตัดสินใจพับเรื่องของตัวเองเก็บลงไปก่อน (มึงขับรถกลับมาไหวป่ะวะ เดี๋ยวกูไปคุมงานกับไอ้แด๊ดมันแทน มึงกลับมาพักก่อน)

 

            “นั่นแหละที่กูจะบอกมึง กูจะขับรถกลับคืนนี้”

 

            (แม่งเอ๊ย ถ้ากูรู้นะว่ามึงอาสาไปออกงานเพื่อหนีน้องกูจะด่ามึงจนกว่าจะปิดจ๊อบงานนี้เลย เกือบให้กูทำมึงบ้านแตกแล้วไหมล่ะ)

 

            “มันไม่มีอะไรหรอกมึง กูว่ากูจะกลับไปหาน้องอยู่เหมือนกัน กูปล่อยให้เรื่องนี้มันคาราคาซังนานเกินไปแล้ว”

 

            (เออๆ ขับกลับไหวแน่นะ ไอ้แด๊ดมันบอกกูว่ามึงยังไม่ได้นอนเลย)

 

            “สบ๊ายยยยย กูอดนอนจนชินละ กูแวะเข้าออฟฟิศไปเอาโน้ตบุ๊กก่อนล่ะกัน มีใครอยู่เฝ้าป่ะวะกูไม่มีกุญแจ”

 

            (มีไอ้หมาเฝ้าอ่ะ มันรอไปรับซองอูเครื่องแลนตอนเที่ยงคืน น่าจะทันอยู่ มึงก็ไปเคลียร์ให้เรียบร้อยนะ น้องโทรมาหากูละสงสารน้อง เดี๋ยวกูออกล่ะ ตีนผีไม่ทันมึง)

 

ตี๊ด!

 

เพียงแค่นั้นปลายสายก็กดตัดไปในทันที ไม่รอให้ดงโฮได้ตอบกลับอะไร แต่นั่นก็ถือเป็นเรื่องดี ดงโฮโยนโทรศัพท์ไว้ที่เบาะด้านข้างคนขับพลางหาววอดหนึ่งครั้งแล้วรีบขับรถออกไปในทันที ให้ตายเลยเถอะป่านนี้น้องจะแอบนอนร้องไห้เพราะคิดว่าเขาไม่สนใจอยู่หรือเปล่านะ

 

อยากไปกอดปลอบจะแย่แล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

           

 

 

 

 

 

 

            เสียงสั่นครืดของโทรศัพท์ให้แดฮวีตื่นจากการงีบหลับ หลังจากที่ผ่านพ้นมรสุมของงานโปรเจกต์ที่เพิ่งส่งให้อาจารย์ไปเมื่อวานตอนเย็น ก็ดูเหมือนว่าจะหลับลากยาวมาเลย เด็กหนุ่มงัวเงียเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงแรงสั่นที่อยู่บนหน้าอกของตัวเอง ฝ่ามือเล็กนั่นพลิกหน้าจอขึ้นมาดูก่อนจะกดรับสายทั้งๆ ที่ยังลืมตาไม่เต็มตื่นแบบนั้น

 

            “ครับพี่แดเนียล?”

 

            (เอ่อแดฮวีเพิ่งตื่นเหรอ พี่โทรมากวนหรือเปล่า) ปลายสายว่า น้ำเสียงติดจะเกรงใจอยู่เหมือนกัน

 

            “ไม่ครับๆ พอดีผมเผลองีบไปแป๊ปนึง พี่มีอะไรหรือเปล่าครับ?” เขาถาม

 

            (คืองี้นะ เหมือนดงโฮมันจะไม่สบายน่ะ มันเพิ่งกลับมาจากกองถ่าย มันก็มาเป็นลมที่หน้าออฟฟิศ พี่เพิ่งรู้ว่ามันไม่ได้นอนมาสามวันแล้ว พี่อยู่ออฟฟิศคนเดียว แต่ว่าพี่ต้องไปสนามบินแล้ว เราพอจะมาดูมันหน่อยได้มั้ย คือยุ่งอยู่...)

 

            “ได้ครับได้ เดี๋ยวผมเรียกแท็กซี่ไป รอแป๊ปนึงนะครับพี่แดเนียล” ว่าจบแล้วแดฮวีก็กดตัดสายไปทันที เขาหยิบเพียงแค่โทรศัพท์ กระเป๋าเงินและกุญแจห้องติดตัวออกไปเท่านั้น กว่าจะรู้ตัวว่าลืมหยิบเสื้อโค้ทออกมาก็ในตอนที่อากาศเย็นยะเยือกด้านล่างคอนโดพัดเข้าปะทะกับร่างกายของเขานั่นแหละ ครั้นจะขึ้นไปเอาเสื้อก็คงไม่ทันการ เขาอยากจะไปให้ถึงที่ออฟฟิศให้เร็วที่สุด

 

            หลังกจากที่จัดการเรียกแท็กซี่พร้อมกับสอดตัวเข้าไปด้านในรถเพื่อนหลีกหนีจากความหนาวเย็นนั่นแล้ว แดฮวีก็เช็คหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองเป็นระยะๆ ว่ามีใครโทรหรือส่งข้อความมาหรือเปล่า ได้แต่ภาวนาให้ถึงออฟฟิศของอีกฝ่ายเร็วๆ คนอย่างคังดงโฮน่ะป่วยยากจะตายไป แต่ถ้าได้ป่วยเมื่อไหร่แล้วล่ะก็อาการแย่ยิ่งกว่าเขาตอนเป็นซอมบี้ไปสอบอีก

 

            “คุณน้าครับรบกวนขับเร็วกว่านี้อีกนิดนึงได้มั้ยครับ พอดีว่าผมรีบมากๆ นะครับ”

 

            “อ่า ได้จ้ะๆ”

 

            ในตอนนั้นเองแดฮวีไม่ทันได้รู้ตัวเลยว่ากำแพงในใจของเขาถูกทุบทิ้งลงไปมากน้อยแค่ไหน ไม่มีการมาตั้งแง่ความน้อยใจใส่กัน ไม่มีความรู้สึกที่อยากจะคิดเล็กคิดน้อยใดๆ อีก ความรู้สึกที่มีในตอนนี้คืออยากจะบ่นอีกฝ่ายให้หูชาไปข้างนึง

 

            ข้อหาที่ทำให้เขาเป็นห่วงได้ถึงขนาดนี้

 

           

           

 

           

           

TBC

           

           

 

           

 

TALK TALK TALK

            บอกตั้งแต่แรกแล้วว่ามันไม่ใช่เรื่องดราม่า 555555555555555 ฟิลเดียวกันการคิดเองเออเองแล้วมานั่งดราม่าคนเดียวเลยว่าเขาอย่างนู่นเขาอย่างนี่ จริงๆ แล้วเรื่องมันก็ไม่มีอะไรหรอก 555555555 นอกจากจะได้เห็นมุมมองความคิดพี่เสือในตอนก่อนหน้าแล้วเราจะยังได้เห็นมุมของแดฮวีที่โตขึ้นด้วยนะ แต่น้องก็ยังคงเหมือนเดิม ฮื่อออ เอ็นดูจ๊นนนนนนนน // นี่มันอาการคนหลงลูก 5555555 เรื่องนี้น่าจะจบที่ตอนหน้านะคะ แฮปปี้แน่นอนค่ะ ชีวิตจริงหน่วงไม่ไหว เอามาระบายใส่ฟิคเนี่ยแหละ

            พูดคุยกันได้ที่เดิมที่ #ficBxB101 นะคะ ><

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,026 ความคิดเห็น

  1. #2740 เจ้าชายอสูร_B2UTY (@13161212) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 01:48
    งื้อออออ ต่างคนต่างกังวลกันไปเองอ่ะ คือน้อยใจทั้งคู่แต่ไม่กล้าที่จะคุยกัน 😭😭😭😭 โอ๊ยยยยย นี่ก้ลุ้นว่าจะคุยกันเมื่อไรนะ
    #2,740
    0
  2. #2677 ασɱ♡ (@aommoa-cny-16) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 11:02
    คุยกันด้วยนะทั้งคู่ เป็นห่วง
    #2,677
    0
  3. วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 07:31
    เลิกหนีกันไปหนีกันมาแล้วมาคุยกันจริงๆซะทีเหอะ น่าห่วงทั้งคู่เลย
    #2,637
    0
  4. #2635 Moji_EB (@moji-eb) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 22:19
    โง้ย จะได้ปรับความเข้าใจกับสักทีนะ เอาแต่ปล่อยไว้ไม่คุยกันอยู่ได้เนี่ย ฮื่อออ แล้วคังดงโฮโตแล้วนะทำไมยังปล่อยให้ตัวเองเป็นแบบนี้อีก อยากจะตีๆๆๆๆ เนี่ยแล้วดูสิ้แดฮวีต้องเป็นห่วงอีกแล้ว ไอพี่บ้า
    #2,635
    0
  5. #2634 Nntt14 (@Nntt14) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 20:45
    โอ๊ย น่ารัก ไรท์อัพไวมากค่า ประทับใจสุดๆไปเลยยยยยยยยยยย
    จะได้เจอกันแล้วใช่ไหม ตอนหน้าจะหวานใช่ไหมคะ อิอิ
    #2,634
    0
  6. #2633 น้องจิต (@pimexofan) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 19:44
    มันคาใจค่ะแง่งงงงงงงง แฮปปี้สักที!!!
    #2,633
    0
  7. #2632 God423 (@god423) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 17:47
    อยากจับตีทั้งสองคนเลย และก็จับยัดลงเตียงห่มผ้าห่มให้นอน ดูไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันมานานจนคิดเองเออเองไปหมด ควรจะนอนซักตื่นละคุยกัน เห้อม 
    #2,632
    0
  8. #2631 RK CYP (@rewko_cyp) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 17:33
    ถ้าพี่เสือฟื้นนี่ต่างคนต่างหูชาแน่เลยอ่ะ แต่ก็อย่างว่า คืนดีกันไวๆนะ
    #2,631
    0
  9. #2630 CttTmo (@ctttmo) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 17:17
    โอ๊ยแงงงงงงง้ ลุ้นจะแย่อยู่แล้ววว TTTTTT เพราะความน้อยใจแล้วก็มัวแต่ฟอร์มเยอะกันอยู่ มีอะไรต้องบอกกันตรงๆสิ แงๆๆ เอาจริงอ่านไปนี่รู้สึกเลยอะว่าทั้งคู่โตขึ้นจริงๆ แบบมีอะไรให้คิดให้รับผิดชอบเยอะขึ้นอะ โอย ลุ้นมาก หวังว่าตอนหน้าจะแฮปปี้นะคะ ;___;
    #2,630
    0
  10. #2627 เดอะเก๋า (@_Kly_) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 16:30
    โอ้ยยยยยย หน่วงยิ่งกว่าหน่วงไปอีก ภาวนามห้ตอนหน้าหวานหยดไปเลย
    #2,627
    0
  11. #2626 ppnxz (@ppnxz) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 15:36
    งื้ออ รู้สึกหน่วงนิดๆ ขอให้ทั้งคู่เข้าใจกันด้วยดีเร็วๆน้า ต่างคนก็ต่างอ่อนไหว มาคุยกันให้เข้าใจดีกว่ามัวคิดไปเองทั้งคู่ รอติดตามค่าา
    #2,626
    0
  12. #2624 อมยิ้ม (@muning68) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 14:30
    โอ๊ยยยย แดฮวีไมทำแบบนี้อ่ะ อยากจับตี คือน้องผิดนะ ทำไมไม่บอกไม่รายงานพี่
    #2,624
    0