'BOY & BOY' ♥ SF/OS Produce101 Store

ตอนที่ 42 : ► When you grow up [1/4] :: Kang Dongho x Lee Daehwi

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,910
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    18 ม.ค. 61

When you grow up

[1]

Kang Dongho x Lee Daehwi

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            Daehwi.L: คืนนี้ไม่ได้กลับห้องนะ

Daehwi.L: แต่ไม่ต้องล็อคห้องนะ เดี๋ยวผมกลับไปอาบน้ำตอนเช้าก่อนไปเรียน

Daehwi.L: อย่าทำงานหนักมากนะครับ เป็นห่วงนะ

 

 

            ดงโฮมองหน้าจอโทรศัพท์ที่แสดงข้อความของแฟนเด็กผู้น่ารักอย่างอีแดฮวีแล้วก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เขาไม่ได้หยิบมันขึ้นมาตอบเพียงแค่ดูพรีวิวที่ขึ้นแจ้งเตือนเท่านั้น ก่อนที่หน่วยตาคมจะเลื่อนกลับไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่พิเศษแล้วเริ่มจัดการงานตัวเองต่อ

 

            ในตอนนี้เขา... ไม่สิ พวกเขาทั้งหมดไม่ใช่นักศึกษาอีกต่อไปแล้ว หลังจากเรียนจบก็แยกกันไปทำงานได้สักพักก็ตัดสินใจกลับมาเปิดบริษัทด้วยกัน เป็นโปรดักชั่นเฮาส์เล็กๆ ที่รวมกลุ่มเพื่อนในโปรดักชั่นสมัยเรียนด้วยกัน มีนายทุนเป็นพวกเขาเอง ในตอนแรกก็ทำควบไปด้วยสองให้งานที่นี่เป็นฟรีแลนซ์ไป แต่อีกครึ่งปีหลังต่อมาพวกเขาจึงออกจากงานออกมาทำตรงนี้เต็มตัว

 

            และเพราะเป็นบริษัทที่เปิดใหม่ จึงทำให้พวกเขาต้องตั้งใจทำงานในทุกๆ งาน ไม่ว่าจะงานเล็กงานใหญ่ก็รับหมด รับมาทำชนิดที่เรียกว่านอนอยู่ที่สตูดิโอก็ทำกันมาแล้ว หลับคาคอมพิวเตอร์นี่เป็นเรื่องปกติ จนเมื่อบริษัทเพิ่งจะเข้าที่เข้าทางเมื่อสามสี่เดือนก่อนนั่นแหละ ก็นับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีสำหรับสามปีที่จบออกมา

 

            แต่ก็นั่นแหละโบราณว่าไว้ว่าถ้างานรุ่งเมื่อไหร่ล่ะก็ รักก็ร่วงเมื่อนั้น

 

            เมื่อก่อนเขาก็ไม่เชื่อหรอกนะ จนกระทั่งได้เจอกับตัวเอง

 

            “เฮ้อ”

 

            “อ้าวๆ ถอนหายใจอีกแล้ว โลกร้อนเพราะมึงเลยเนี่ยไอ้เสือ” ซังกยุนที่นั่งตัดต่อโฆษณารองเท้าตัวล่าสุดที่เพิ่งรับมาหันมาบ่น เพราะว่าบริษัทแห่งนี้เป็นบริษัทเล็กๆ จึงมีห้องทำงานอยู่เพียงห้องเดียว กับชั้นลอยอีกหนึ่งชั้นที่เอาไว้ซุกหัวนอนเวลาไฟลนก้น

 

            “มันอารมณ์ไม่ดีเหรอวะ” เพราะไม่ได้รับคำด่ากลับมา ซังกยุนเลยหันไปขอความเห็นจากแดเนียลที่นั่งเช็คอีเมล์อยู่ด้านข้าง เป็นคนเดียวในทีมที่จบเอกบริหารโปรดักชั่นมางานพวกนี้เลยโยนไปให้มัน

 

            “แก้งานลูกค้าไม่ได้เหรอมึง ตันก็ไปนอนไป๊ ลูกค้าเขาไม่รีบมึงจะรีบทำเพื่อ” ลูกหมาของกลุ่มว่าแล้วยื่นเท้าไปถีบเก้ากี้หมุนของเพื่อนเบาๆ อย่างหยอกล้อ แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ดงโฮจะไม่อยากเล่นกับพวกเขาจริงๆ

 

            “กูรีบทำเพราะคืนนี้กูจะกลับห้องไง แต่แม่ง ไม่รีบล่ะ อยู่ทำยาวๆ คืนนี้ก็ได้” ดงโฮว่า พูดเองเออเองรู้เรื่องอยู่คนเดียว ทิ้งให้เพื่อนอีกสองคนเป็นหมาไปโดยปริยาย

 

            “มึงจะนอนสตูฯทำไมบ่อยวะ เปลืองน้ำเปลืองไฟไอ้สัส” แดเนียลด่า แล้วโยนกองกระดาษที่ขยำทิ้งเพราะปริ้นท์มาผิดใส่หัวเพื่อนรักตัวดี

 

             “ก็กลับห้องแล้วกูก็อยู่คนเดียวอ่ะ กูเลยไม่อยากกลับ” ดงโฮตอบ และนั่นทำให้ซังกยุนรีบกดเซฟงานก่อนจะไถเก้าอี้มาข้างๆ กับดงโฮแล้วยื่นหน้ามาถามไถ่สารทุกข์สุขดิบของเพื่อนในทันที

 

            “อ๋อที่แท้เมียทิ้ง”

 

            “ตีน!

 

            แล้วซังกยุนก็ไถเก้าอี้ตัวเองกลับทันทีเมื่อได้รับอวัยวะเบื้องล่างมาเต็มหน้า เหตุการณ์ตรงหน้าทำให้แดเนียลหัวเราะชอบใจตบมือแปะๆ

 

            “หัวเราะหาเมียมึงเหรอ ขอให้เมียมึงบินสักสามเดือนแล้วไม่กลับบ้านบ้าง!

 

            “อ้าวพาลกูอีก” แดเนียลหยุดหัวเราะ ก่อนจะตัดสินใจพับจอโน้ตบุ๊กของตัวเองลงเพราะคิดว่าอาการของไอ้พี่เสือประจำกลุ่มเนี่ยมันต้องเคลียร์กันอีกยาว

 

            “ก็ถามจริงๆ นะช่วงนี้มึงทะเลาะกับแดฮวีเหรอวะ หาเรื่องนอนสตูฯบ่อยฉิบหาย” แดเนียลถามออกไปด้วยสีหน้าจริงจัง พลางชำเลืองตามองซังกยุนที่ละออกจากหน้าจอหันมาฟังด้วย

 

            ดงโฮถอนหายใจออกเฮือกใหญ่อีกครั้ง ภายในสตูฯที่เหลือกันอยู่สามหน่อแบบนี้มันค่อนข้างเหงาไม่น้อย ใจจริงอยากจะเรียกเพื่อนทุกคนมาล้อมวงแล้วปรึกษากันมากกว่า แต่ไหนๆ ก็มาถึงขั้นนี้แล้ว

 

            “กูไม่ได้ทะเลาะ”

 

            “แล้วที่เป็นอยู่คือ?”

 

            “is am are” ซังกยุนโพล่งขึ้นมา

 

            “สัส เงียบปากแป๊ปนึงก่อน” แดเนียลหันมาด่า

 

            “ไม่อยากให้เพื่อนเครียดไง” แล้วเจ้าตัวก็ยิ้มแห้งแล้วลุกจากเก้าอี้ขึ้นมาหย่อนกายนั่งลงที่ด้านข้างแดเนียล

 

            “ช่วงนี้มึงกับน้องก็ดูห่างๆ กันนะ ก่อนหน้านี้พวกกูไม่กล้าถามมึงหรอก แต่มึงเป็นหนักขนาดนี้กูว่ามึงต้องพูด” แล้วซังกยุนก็ปรับโหมดในแบบฉบับคนจริงจัง นั่นทำให้ดงโฮไม่อยากจะเงียบปากอีกต่อไป

 

            “กูไม่รู้ว่าเรื่องนี้มันเกิดจากอะไร ก่อนหน้านี้น้องไม่ค่อยกลับห้องเพราะไปทำงานห้องเพื่อน แต่กูเช็คแล้วนะว่าทำงานจริงๆ เด็กนิเทศมันงานหนักกูรู้กูก็เคยผ่านมาก่อน พอน้องไม่กลับกูก็ไม่อยากกลับเร่งทำงานหยิกๆ ให้ทันวันที่น้องจะทำงานเสร็จ”

 

            แดเนียลก็ซังกยุนไม่ได้ออกความเห็นอะไร พวกเขาแค่นั่งฟังดงโฮพูดออกมาเงียบๆ เท่านั้น

 

            “แล้วที่นี้ก็กลายเป็นว่าไม่ได้เจอกัน ว่าก็ว่าเถอะกูไม่ได้เจอน้องเลยอาทิตย์นี้ คิดว่าจะทำจ๊อบนี้ให้เสร็จก่อนเย็นจะได้ไปกินข้าวกับน้อง แต่เมื่อกี้น้องส่งข้อความมาบอกกูว่าต้องไปทำงานห้องเพื่อนอีก กูก็เลยแบบ...”

 

            “กูเข้าใจๆ” ซังกยุนว่าแล้วเดินมาตบบ่าคนที่นั่งหงอยไม่เหลือเค้าของคนขี้แกล้งหลงเหลืออยู่เลย พอโตขึ้นพวกเขาก็หลงลืมตัวตนแบบนั้นไปแล้ว

 

            “ช่วงเปลี่ยนแปลงของชีวิตอ่ะมึง ปีสามงานเยอะส้นตีนแบบนี้แหละ มึงบอกว่ามึงรู้ กูจำได้ตอนพวกเขาปั่นไฟนอลโปรเจกต์กันแต่ละทีแต่คนแม่งโหยหาเมียกันขนาดไหน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากตั้งหน้าตั้งตาทำงาน กูว่าน้องมันก็เป็นแบบนั้น มึงต้องแยะแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว”

 

            “กูเข้าใจ กูแค่หงุดหงิดตัวเองที่จัดการเวลาไม่ได้เลย” ว่าแล้วก็ฟุบหน้าลงกับโต๊ะทำงานนั่นทำให้แดเนียลกับซังกยุนมองหน้ากันอย่างขอความเห็น

 

            และพวกเขาก็พบว่าตัวเองไม่สามารถรับมือกับคังดงโฮในตอนนี้ได้เลย เสือหงอยเป็นอะไรที่รับมือยากที่สุดแล้วในบรรดากลุ่มของเขา นั่นทำให้แดเนียลหยิบโทรศัพท์ออกมาส่งข้อความหาคนที่ออกไปดูโลเคชั่นสำหรับอีกงานหนึ่งให้รีบกลับมาอย่างรวดเร็ว

 

            ก่อนที่เสือมันจะนอนตายตรงนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            “มึงเอ๊ย มึงจะเกรดสีเพี้ยนไม่ได้ มึงเห็นไหมว่ามันคนโทนกัน ชมพูแปร๊ดมึงพาสเทลมากเล๊ย” ยองมินบ่นออกมาเสียงดังลั่นห้องทันทีที่เช็คงานจากเครื่องของดงโฮ เจ้าของงานไม่ได้ตอบอะไรกลับไปนอกจากเดินไปชงโอวัลตินกินในครัว ไม่ได้ดูเป็นเดือดเป็นร้อนอะไรด้วยซ้ำ ผิดกับยองมินที่แทบจะกินหัวเพื่อนรักที่ทำงานพลาดแล้ว

 

            “ไอ้เสือมึงอย่ามาเนียน เนี่ยมึงรีบทำงานแล้วงานเป็นแบบนี้กูไม่โอเคนะ เอาสปีดเดิมได้ เดดไลน์ไม่ใช่พรุ่งนี้นะมึงจะได้เผางานแบบนี้” ยองมินยังคงบ่นไม่หยุด แม้ว่าดงโฮจะเดินถือแก้วมัคออกมาจากห้องครัวแล้วยืนอยู่ข้างๆ เขาแล้วก็ตาม

 

            “กูขอโทษ กูไม่ค่อยมีสมาธิว่ะช่วงนี้”

 

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นยองมินก็เป็นฝ่ายถอนหายใจออกมา จะด่ามันก็ด่าไม่ลง จะให้ปลอบอีกก็ไม่ใช่แนวทางของเขาเลย

 

            “คิวมึงเหลืองานอะไรอีกบ้าง” ยองมินเงยหน้าถาม

 

            “เหลือแค่อันนี้อ่ะ นอกนั้นก็คิวตัดอาทิตย์หน้าหมดเลยเพราะรอพวกมึงลงกองถ่ายก่อน” ดงโฮตอบแล้วยกแก้วมัคขึ้นจิบโอวัลตินในมือ

 

            “แดกเสร็จแล้วกลับบ้านเลย ถ้ากูเห็นหัวมึงหลังสองทุ่มนะ มึงไม่ได้กลับบ้านยันสิ้นเดือนแน่” ยองมินคาดโทษทิ้งไว้แค่นั้น ก่อนจะลุกออกไปเพราะโทรศัพท์เข้า และคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากสุดที่รักของเจ้าตัวนั่นแหละ

 

            ดงโฮมองตามแผ่นหลังของเพื่อนรัก ถึงมันจะบ้าๆ บอๆ ไปบ้าง กะล่อนไปนิดแต่อิมยองมินโหมดทำงานน่ะน่าเชื่อถือที่สุดแล้ว

 

            “เออกูเห็นด้วยนะ กลับบ้านเถอะมึง อย่างน้อยก็กลับไปเจอน้องพรุ่งนี้เช้า” จินอูว่า หลังจากได้รู้เรื่องทั้งหมดจากแดเนียลแล้ว ดูจากสีหน้าของดงโฮนั้นคงไม่ดีสักเท่าไหร่ถ้าหากต้องให้เพื่อนฝืนทำงานอยู่ที่นี่

 

            “กูไม่อยากกลับไปอยู่คนเดียว นอนนี่ไม่ได้เหรอวะ อย่างน้อยก็อยู่เป็นเพื่อนพวกมึง” ดงโฮค้าน แต่ได้รับสายตาดุๆ จากเพื่อนกลับมาแทน

 

            “ถ้ามึงยังไม่เลิกดื้อกูจะโทรหาแดฮวีเดี๋ยวนี้ น้องทิ้งงานมาหามึงแน่” ซังกยุนว่าทีเล่นทีจริง จี้จุดอ่อนที่สุดของดงโฮเข้าไป อย่าคิดว่ามันจะเป็นไปไม่ได้ เพราะก่อนหน้านี้ดงโฮเคยทำงานจนวูบ เขาโทรแค่กริ๊กเดียวแดฮวีก็นั่งแท็กซี่จากคอนโดมาสตูดิโอได้ภายในหนึ่งชั่วโมง

 

            เชื่อเถอะว่าเด็กคนนั้นแม่งทำได้ทุกอย่างเพื่อพี่เสือของมันจริงๆ

 

            เพราะฉะนั้นเรื่องที่แม่งเปลี่ยนไปเพราะนอกใจตัดทิ้งไปได้เลย

 

            ปัญหาตอนนี้น่ะก็แค่ต่างฝ่ายต่างจัดการเวลาของตัวเองไม่ได้ก็เท่านั้น

 

            “เออๆ กูกลับก็ได้วะ แม่งไม่มีใครรักกูเลย พวกเหี้ยเอ๊ย” สบถทิ้งท้ายแล้วหิ้วกระเป๋าของตัวเองออกไปพร้อมกับกุญแจรถที่ไม่ได้ใช้งานมันสักเท่าไหร่นักนอกจากขับกลับบ้านกับสตูดิโอทำงาน

 

            บ้านของเขาในตอนนี้มันไม่เหมือนบ้านเมื่อปีที่แล้วเลย

 

           

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            คอนโดใจกลางเมืองคือที่ซุกหัวนอนที่ดงโฮเรียกมันว่าบ้าน เขาย้ายเข้ามาอยู่กับแดฮวีที่นี่ได้เกือบสามปีแล้วตั้งแต่ที่อีกฝ่ายสอบเข้ามหาวิทยาลัยแถบในเมืองได้ ถึงจะยุ่งยากในเรื่องการเดินทางของตัวเองไปหน่อย แต่เพราะน้องเดินทางง่ายเขาเลยตัดสินใจซื้อห้องทิ้งไว้อยู่ด้วยกัน

 

            ใช่... อยู่ด้วยกัน

 

            แต่ตอนนี้ไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว

 

            ไม่รู้ว่าสัปดาห์นึงห้องถูกใช้งานไปสักเท่าไหร่กัน แต่ดูจากฝุ่นและห้องน้ำด้านในก็พอจะรู้ว่าห้องๆ นี้ถูกละเลยการทำความสะอาดไปไม่น้อยเหมือนกัน ด้วยความที่ยุ่งๆ กันทั้งคู่ คนนึงก็ยุ่งเรื่องงาน อีกคนก็ยุ่งเรื่องเรียน ทำให้พวกเขาหลงลืมบางอย่างที่เคยมีร่วมกันไป

 

            ดงโฮไม่ได้รู้สึกน้อยใจหรือโกรธอีกฝ่ายเลยสักนิด หากลองมองย้อนกลับไปก่อนหน้านี้เขาก็เคยละเลยแดฮวีด้วยข้ออ้างที่ว่างานยุ่งไปแล้ว ในตอนนั้นพวกเขาไม่ได้ทะเลาะกัน ดงโฮแค่เห็นว่าบ้านหลังนี้ไม่ถูกใช้งานตลอดสองสัปดาห์ที่เขาปั่นงานอยู่ในสตูดิโอ แล้วมารู้ทีหลังว่าแดฮวีไปนอนกับเพื่อนในคณะของตัวเอง

 

            ถึงมันจะผ่านไปและเข้าใจกันดีแล้วก็เถอะ หากลองมานั่งนึกๆ ดูแล้ว เขาก็รู้สึกผิดอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน เพิ่งจะเข้าใจความรู้สึกของคนที่ถูกอ้างว่าไม่มีเวลาว่าต้องทำงาน

 

            ตอนนั้นน้องคงเหงามากสินะ เหงาเหมือนเขาตอนนี้แน่ๆ

 

            นอนคิดอะไรเพลินๆ มองอีกฟากของเตียงนอนขนาดคิงไซส์ที่ว่างเปล่าและเย็นชืดก่อนจะถอนหายใจออกมาไม่รู้รอบที่เท่าไหร่ของวัน เปลือกตาทั้งสองข้างปิดลงอย่างไม่รู้ตัว และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เขาจมดิ่งสู่ห้วงนิทราทั้งๆ ที่ห้องยังเปิดไฟสว่างโร่และโทรทัศน์ยังถูกเปิดทิ้งไว้

 

 

 

 

 

 

 

 

            ดงโฮได้ยินเสียงบ่นงืมงามของใครสักคนดังขึ้นในห้อง นั่นทำให้เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้นแล้วหาววอดออกมาเพราะแสงไฟที่บวกกับแสงของเช้าวันใหม่ที่ลอดผ่านผ้าม่านสีครีมนั่น ฝ่ามือหนาเลื่อนขึ้นมาเกาศีรษะแกรกๆ อย่างงุนงง กว่าที่ตั้งสติได้ก็เห็นใครอีกคนเดินวนไปวนมาที่ปลายเตียงสามสี่รอบแล้ว

 

            “อ้าว ผมทำพี่ตื่นเหรอ” แดฮวีหันมาถามในขณะที่ปากของตัวเองยังคาบขนมปังแผ่นนึงเอาไว้ ขนมปังที่เพิ่งแกะออกมาจากถุง ไม่ได้ผ่านเครื่องปิ้งหรือทาแยมใดๆ ราวกับว่าอยากจะกินมันทั้งอย่างนั้นเพื่อรองท้องเอาไว้ด้วยความเร่งรีบ

 

            “เปล่าหรอกพี่ตื่นเอง” คนอายุมากกว่าตอบกลับไป ก่อนจะเอ่ยขึ้นถามอีกครั้ง “รีบไปเรียนเหรอ”

 

            “อ่าฮะ ผมลืมว่าวันนี้มีควิซคาบเช้า ตอนแรกกะจะไปเรียนชุดเมื่อวาน แต่ลืมว่าอ.คนนี้ต้องแต่งตัวไปเรียนให้เรียบร้อย” ว่าไปพลางเคี้ยวขนมปังในปากไป แล้วมือทั้งสองข้างก็จัดเสื้อเชิ้ตให้เข้าที่เข้าทางพลางหันซ้ายหันขวาทีเพื่อหาอะไรบางอย่างที่เขาลืมไป

 

            “หานี่เหรอ” ดงโฮที่ลุกขึ้นมาจากเตียงแล้ว ยื่นเสื้อโค้ทตัวยาวสีน้ำตาลอ่อนให้กับน้อง แดฮวีพยักหน้ารับแล้วยิ้มกว้างออกมา

 

            “ขอบคุณครับ” เด็กหนุ่มว่า ไม่เพียงแค่ยื่นมือมารับเสื้อโค้ทตัวนั้น แดฮวียังเลื่อนใบหน้าลงไปจูบเบาๆ ที่ข้างแก้มของคนอายุมากกว่าอีกเป็นค่าแรงที่ลงทุนเดินไปหยิบมาให้

 

            “ขอโทษนะครับที่ช่วงนี้ไม่มีเวลาให้พี่เลย”

 

            ดงโฮยิ้มรับ เขาไม่ได้ตอบอะไรกลับไปในทันทีนอกจากเลื่อนมือขึ้นไปขยี้กลุ่มเส้นผมที่ถูกเปลี่ยนเป็นสีอ่อนนั่นอย่างนึกเอ็นดู

 

            “พี่ก็ขอโทษเหมือนกัน”

 

            แต่คำว่าขอโทษของดงโฮนั้นไม่ใช่เรื่องนี้เพียงเรื่องเดียว เขาอยากจะขอโทษในทุกๆ เรื่องที่เผลอคิดงี่เง่าออกไปแม้เจ้าตัวจะไม่รู้เรื่องรู้ราวเลยก็ตาม

 

            “คืนนี้กลับห้องไหม กินหม้อไฟกัน”

 

            แน่นอนว่าแดฮวียิ้มกว้างกว่าตอนที่รู้ว่าตัวเองได้คะแนนสอบผ่านค่าเฉลี่ยของเซคชั่นเสียอีก เด็กหนุ่มพยักหน้าหงึกหงักแล้วกระโดดดึ๋งๆ ไปมาราวกับเด็กน้อย

 

            ไม่สิ..

 

            ไม่ว่าจะเมื่อไหร่อีแดฮวีก็ไม่เคยโตในสายตาของดงโฮเลยสักนิด

 

            “กินครับๆ เดี๋ยวเรียนเสร็จแล้วจะรีบกลับมาเลย” เด็กหนุ่มว่าก่อนจะยกนาฬิกาที่ข้อมือข้างซ้ายขึ้นมาดูแล้วร้องโอดครวญออกมา เด็กหนุ่มกระโดดโหยงเหยงไปมาเมื่อรู้ตัวว่าเขาสายแล้ว ร้องนู่นนี่ด่าขิงด่าข่าบ้างไปทั่วพลางเดินไปใส่รองเท้าที่หน้าประตู

 

            “เดี๋ยวไปส่ง” ดงโฮว่า แสร้งตีหน้านิ่งแล้วหยิบเสื้อโค้ทของตัวเองขึ้นมาใส่ ควงกุญแจรถในมือโชว์ให้เด็กหนุ่มตรงหน้าดู

 

            “จริงเหรอ?” แดฮวีมองเขาอย่างอึ้งๆ ราวกับว่าไม่เชื่อหูตัวเอง นั่นทำให้ดงโฮหลุดหัวเราะออกมา

 

            “เปล่าล้อเล่น จะออกไปซื้อข้าวกินตอนเช้า แต่มันผ่านหน้าม.เรา จะใจดีแวะให้ก็ได้” ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะแต่ดงโฮก็ยังเดินโอบไหล่ลาดนั่นไว้ให้อ้อมแขนของตัวเอง แม้ท่าทางรีบๆ นั่นจะทำให้พวกเขาลืมซึมซับสัมผัสของกันและกันไปแล้วก็เถอะ

 

            แต่ดงโฮคิดว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นมันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร เขานั่นแหละที่คิดไปเองทั้งนั้น

 

            น้องไม่ได้เปลี่ยนไป เขาเองก็ไม่ได้เปลี่ยนไป

 

            พวกเรายังเหมือนเดิม

 

 

 

 

 

          ดงโฮเชื่อแบบนั้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

TBC

           

           

 

           

 

TALK TALK TALK

            ก็บอกแล้วว่าภาคนี้มันคือภาคพิสดาร เพราะอะไรที่ไม่เคยเขียนในช่วงแรกจะเอามาเขียนในภาคนี้ให้หมดค่ะ 5555555555555555555 จริงๆ คืออยากเขียนมาสักพักแล้วแต่หวยมาออกที่คู่แบคฮวี เพราะอยากลองเขียนมุมมองเหงาๆ ของคนหน้าโหดดูบ้าง แล้วมันก็ออกมาเป็นแบบนี้ ถามว่ามีกี่ตอนจบ คาดไว้ว่าราวๆ สองสามตอนค่ะ ให้พอกรุบกริบกัน เป็นคนบาปเวอร์ชั่นที่อัพเกรดขึ้น แต่ใจยังบาปเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือแก่ขึ้นนะคะ 55555555 อยากให้เห็นในอีกมุมมองนึงที่โตขึ้นบ้าง แต่รับรองว่าไม่เปลี่ยนไปแน่นอนค่ะคนบาปยังไงก็เป็นคนบาปอยู่วันยันค่ำ *หลบหม้อ*

            เมอร์รี่คสิต์มาสทุกคนนะคะ จริงๆ นี่เพิ่งกลับบ้านจากเที่ยวทั้งสัปดาห์มาเมื่อวาน มีแรงฮึบอยู่เลยมาเขียนสิ่งที่โน้ตๆ ไว้ระหว่างเที่ยวยาว จริงๆ ตั้งใจจะเขียนแฮปวันเกิดพี่ยองมินด้วย แต่คิดว่าไม่น่าทัน เลยเอาตอนนี้มาลงก่อนฉลองวันเกิดตัวเองไปด้วยในตัว วันเกิดพี่ยองมินไว้ขอเรียบเรียงอีกสักหน่อยนะ 55555555555555

            พูดคุยกันได้ที่เดิมที่ #ficBxB101 นะคะ สำหรับในจอยลดาก็ยังคงมีอัพเดทบ้างนะคะ อยู่ในสารบัญจอยตอนที่ 38 ในหน้าบทความนะคะ แล้วเจอกันตอนต่อไปนะ มาให้กำลังใจคูมเสือกัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,026 ความคิดเห็น

  1. #2948 TigerPisces (@biw18940) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:48
    โถ่ เสือหงอย ไม่ร้องนะไม่ร้อง ปีสามนิเทศมันก็ยุ่งลืมแบบนี้แหละ ต้องเข้าใจหน่อยนะพี่นะ
    #2,948
    0
  2. #2737 เจ้าชายอสูร_B2UTY (@13161212) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 01:32
    ก็จะเหงาๆหน่อยอ่ะนะพี่เสือ 55555555
    #2,737
    0
  3. #2676 GooS XK (@dreamminy) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 07:09
    พี่เสือโหมดขี้เหงา
    #2,676
    0
  4. #2642 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 10:34
    สงสารพี่เสือจัง..
    #2,642
    0
  5. #2628 CttTmo (@ctttmo) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 16:57
    พิดงโฮโหมดขี้เหงานี่มันแบบบ กร๊าวใจจจจ น่ารักง่ะ นี่เข้าใจฟีลพี่แกนะ มันแบบเออเหงาอะ รู้ว่าไม่ควรงี่เง่าแต่มันคิดถึงไรงี้อะ แต่ยังไงถ้ารักกันก็ผ่านช่วงนี้ไปให้ได้นะ ลุ้นด้วยเลยย
    #2,628
    0
  6. #2618 Moji_EB (@moji-eb) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 13:16
    สงสารพี่เสือ หมดกันเลยภาพลักษณ์ที่สั่งสมมานาน สุดท้ายพี่เค้าก็แค่ผู้ชายคนนึงที่เหงาเป็นติดแฟนอะเนอะ 555555555555555555 อดทนไว้ เดี๋ยวอะไรๆมันก็จะดีขึ้นนะ ~
    #2,618
    0
  7. #2616 sweet.j (@kulmint) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 12:46
    เอ็นดูพี่ อ้อนน้องสิอ้อนน้องงง ทิ้งไปซะคราบพิเสือ
    #2,616
    0
  8. #2614 T wertz (@bbtory88) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 16:59
    น่าสงสารเสือหงอยจังเลย แงงงงงงงงง
    #2,614
    0