'BOY & BOY' ♥ SF/OS Produce101 Store

ตอนที่ 4 : ► How to train your fox :: Park Woojin x Ahn Hyeongseop

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,841
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    16 ก.ค. 60

How to train your fox

Park Woojin x Ahn Hyeongseob

 

 

 

 

 

 

 

            บางครั้งเขาก็เงียบๆ เหมือนคนชอบเก็บตัวอยู่คนเดียว

            บางทีก็ชอบจู่โจมเข้ามาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

            .

            .

            .

            แถมสายตาของเขามันเหมือนจิ้งจอกตัวน้อยที่จ้องจะขย้ำกระต่ายตัวนี้ทุกทีสิหน่า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

           

            “กลับบ้าน”

            เสียงทุ้มที่ดังขึ้น ทำให้คนที่กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ในห้องพักนักกีฬาสะดุ้งขึ้นเล็กน้อย ฮยองซอบหันกลับไปถลึงตาใส่คนที่เปิดประตูเข้ามาอย่างไม่ให้ซุ่มให้เสียง แล้วจึงจัดการถอดเสื้อฟุตบอลสีน้ำเงินออกโยนมันใส่ตะกร้าข้างๆ อย่างแม่นยำ จากนั้นก็หยิบเสื้อนักเรียนของตัวเองขึ้นมาสวม จัดระเบียบเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วเดินไปหาต้นเสียงที่ทำให้เขาตกใจก่อนหน้านี้

            “ทีหลังจะเข้ามาก็เคาะประตูด้วยดิ ถ้าโป๊อยู่จะทำไงอ่ะ” คนหน้ากระต่ายว่าแล้วมุ่ยปากเข้าหากัน แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้ทีท่าทีเป็นเดือดเป็นร้อนอะไรกับคำพูดนั้นเลยสักนิด ซ้ำทั้งยังมองหน้าเขานิ่งราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นด้วยซ้ำ

            “โป๊ก็ดี จะได้จับปล้ำตรงนี้เลย”

            “พัคอูจิน!” เรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงดังพร้อมกับความร้อนเห่อบนใบหน้าที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้น ให้ตายเลยเถอะ คนอย่างอูจินพูดเรื่องแบบนี้ด้วยสีหน้าแบบนั้นได้ยังไง

            “จะเสียงดังทำไม”

            “นายมัน...” ฮยองซอบทำท่าจะพูด แต่เลือกที่จะกลืนคำพูดพวกนั้นลงท้องไปดีกว่า เมื่อเห็นแฟนหนุ่มของตัวเองเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งแล้วมองมาที่เขานิ่งๆ แต่มันดูกวนประสาทที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมาเลย

            “หยุดพูดมากได้แล้วหน่า กลับบ้านเถอะ” ว่าจบแล้วก็เดินออกจากห้องพักนักกีฬาไปพร้อมกับกระเป๋าเป้สองใบบนไหล่ผายนั่น ทำเอาฮยองซอบมองด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจแล้วคว่ำปากด้วยความหมั่นไส้เล็กน้อยก่อนจะวิ่งตามอีกฝ่ายไป

 

            สถานีรถไฟใต้ดินในเวลาหลังเลิกเรียนแบบนี้เป็นอะไรที่น่าหดหู่สำหรับเด็กหนุ่มวัยสิบแปดปีอย่างฮยองซอบไม่น้อย นอกจากต้องรีบเดินไปต่อแถวแล้วยังต้องมาจำลองสภาพปลากระป๋องในแต่ละโบกี้อีกด้วย ใจจริงเขาเองก็อยากจะนั่งรถเมล์กลับบ้านอยู่หรอก แต่เพราะคนที่มาด้วยบอกว่ามันช้าและเสียเวลา ยอมอยู่แน่นๆ แบบนี้ดีกว่าไปนั่งหายใจทิ้ง

            พัคอูจินน่ะไม่รู้จักคำว่าโรแมนติกเลยสักนิด

            ไม่รู้จักแม้แต่เศษเสี้ยวของมันด้วยซ้ำ

            ถึงจะตกลงเป็นแฟนกันเมื่อหกเดือนก่อน แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปสักเท่าไหร่ อูจินยังคงปฏิบัติกับเขาเหมือนเดิม เช่นเดียวกันกับฮยองซอบ เขายังจำมันได้ดีในช่วงที่ได้เจอกันแรกๆ ฮยองซอบเป็นนักกีฬาฟุตบอลของโรงเรียนที่เข้าไปในบริการในห้องพยาบาลเกือบทุกวันเพราะอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้า แต่ช่วงหลังๆ เขามักจะเข้าไปบ่อยเพราะคนที่มักจะมาช่วยงานอาจารย์ห้องพยาบาล ซึ่งฮยองซอบมารู้ทีหลังว่าอาจารย์คนนั้นคือแม่ของอูจินเอง พักหลังเขาจึงชอบไปหลบอยู่ในห้องพยาบาล แกล้งป่วยบ้าง ป่วยจริงบ้างสลับกันไป จนโดนอูจินจับได้นั่นแหละจึงได้สารภาพความจริงออกไป

            แล้วผลตอบรับกลับไม่คาดฝัน เพราะตอนนั้นเขาโดนปฏิเสธ ใช่...โดนปฏิเสธแบบหน้าหงายเลยแหละ และนั่นก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่กองหน้าของทีมอย่างเขาเริ่มรุกจริงจัง แล้วสุดท้ายเจ้าเขี้ยวตรงหน้าก็ทนลูกตื้อของเขาไม่ได้และยอมตกลงเป็นแฟนกันในที่สุด

            แต่มีความลับหนึ่งอย่างที่ฮยองซอบรู้มาจากเพื่อนของอูจิน ที่เจ้าตัวปฏิเสธเขาในตอนแรกน่ะไม่ใช่ว่าเพราะไม่ชอบเขา แต่เพราะว่าเขาเป็นคนดังของโรงเรียนเลยไม่อยากจะมายุ่งด้วย อูจินน่ะชอบอยู่เงียบๆ ไม่ชอบให้ใครต้องมาจับตามองตัวเองเลยพยายามจะเลี่ยงเขาอยู่ตลอดเวลา แล้วมันก็ช่วยไม่ได้ซะด้วยสิที่คนอย่างเขามันช่างตื้อจนอีกฝ่ายใจอ่อน

            ทั้งชีวิตของเขาและอูจินดำเนินไปอย่างเรียบง่ายเหมือนกับคนทั่วไป มันไม่ได้มีอะไรที่ดูน่าอิจฉาเป็นพิเศษ นอกจากอูจินที่เดินมารับเขาที่ห้องพักกีฬาทุกวันตอนเลิกเรียนแล้วพาส่งกลับบ้านเท่านั้น อาจมีบ้างที่ไปเที่ยวกันในวันหยุดตามประสาคนเป็นแฟนกัน แต่สาบานได้เลยว่ามันนับครั้งได้ เพราะเจ้าเขี้ยวของเขาน่ะไม่ชอบออกจากบ้าน นอกจากไปโรงเรียน

            พัคอูจินให้เหตุผลที่ชอบไปโรงเรียนในช่วงนี้ว่า เพราะโรงเรียนมีฮยองซอบเลยอยากไป นี่อาจจะเป็นความโรแมนติกหนึ่งเดียวที่ชีวิตของพัคอูจินมีก็ได้

            แต่ฮยองซอบก็ไม่ได้น้อยใจที่อูจินไม่สามารถให้เขาได้เท่ากับแฟนของคนอื่น ไม่สิ...ฮยองซอบไม่ได้ต้องการอะไรไปมากกว่านี้แล้ว เขาชอบความเรียบง่ายที่เป็นอยู่อย่างนี้ ถึงอย่างนั้นก็เถอะฮยองซอบก็ยังรู้สึกได้ว่าพักหลังมานี้อูจินนิ่งขึ้นกว่าปกติ แถมสายตายังดูน่ากลัวขึ้นมากกว่าเดิมด้วย

            “เปลี่ยนทีกันหน่อย”

            เสียงทุ้มที่ดังขึ้นเบาๆ ข้างหูนั้นทำให้ฮยองซอบหลุดออกจากห้วงความคิดของตัวเอง เขาเงยหน้าขึ้นมองอูจินแล้วเลิกคิ้วขึ้น แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้ตอบอะไรกลับมานอกจากดันไหล่ของเขาให้เขาไปที่มุมตรงประตูของโบกี้นั้นแล้วตัวเองก็ขยับไปยืนตรงที่เขาเคยยืนอยู่ก่อนหน้านี้

            “โอ๊ะ!” เผลอร้องออกมาเบาๆ เมื่อประตูอีกฝั่งถูกเปิดออกพร้อมกับคนอีกจำนวนไม่น้อยที่เดินเข้ามาภายในขบวนรถไฟ ฮยองซอบแอบเห็นเมื่อกี้ว่าอูจินโดนใครไม่รู้ผลักไหล่ ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เบาๆ เลย เจ้าเขี้ยวของเขาถึงได้ขมวดคิ้วแล้วหันไปมองด้วยสายตาแบบนั้น

            “เป็นอะไรหรือเปล่า” ถามออกไปด้วยความเป็นห่วง แต่อูจินกลับไม่ได้ตอบอะไรนอกจากส่ายหน้าเบาๆ เท่านั้น แล้วเจ้าตัวก็หยิบหูฟังที่ห้อยอยู่บนคอกลับไปใส่ใหม่

            แต่ดูเหมือนว่าคราวนี้จะไม่เหมือนเดิมสักเท่าไหร่นัก เพราะคนเริ่มเยอะ อูจินก็เริ่มขยับตัวเข้ามาใกล้เขามากขึ้น ด้วยความสูงไม่ค่อยต่างกันมากนักทำให้ฮยองเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างชัดเจนในระยะประชิดแบบนี้ พอมองแล้วก็รู้สึกใจเต้นโครมครามราวกับว่าไม่เคยมาก่อนนั่นแหละ เขาได้แต่ก้มมองอย่างอื่นที่ไม่ใช่หน้าของอีกฝ่าย เพราะกลัวจะเผลอทำหน้าประหลาดๆ ออกไป ก็คนอย่างเขาน่ะเก็บสีหน้าเป็นทีไหนกันล่ะ

            “หูแดงนะ”

            แน่นอนว่าฮยองซอบเงยหน้าขึ้นทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้น ถึงจะเบามาก แต่เขาก็รู้ว่าอูจินกำลังพูดกับเขาอยู่

            “ก็มันร้อน คนเยอะ” แส้รงตีหน้ายุ่งๆ ตอบกลับไป ผมของเขายังเปียกจากเหงื่อตอนซ้อมฟุตบอลอยู่เลย ยังต้องมาเจอสถานที่ที่แออัดแบบนี้อีก ฮยองซอบรู้สึกว่าวันนี้มันร้อนแปลกๆ ยังไงชอบกล

            อูจินไม่ได้ตอบอะไรกลับไปนอกจากหัวเราะในลำคอเบาๆ เท่านั้น เขาเสใบหน้ามองไปทางอื่นที่ไม่ใช่หน้ากับหูแดงๆ ของอีกฝ่าย แล้วพยายามจดจ่อกับดนตรีที่ดังอยู่สองข้างหูนั่นให้ได้มากที่สุด เพราะเขาไม่รู้ตัวเลยว่าจะควบคุมตัวเองได้อีกนานแค่ไหนถ้ายังไม่หยุดมองคนตรงหน้า

            กระต่ายตัวนี้น่าขย้ำชะมัด

 

 

 

 

 ------------------- How to train your fox -------------------

 

 

 

 

 

 

            “เดินไหวไหมเนี่ย”

            ฮยองซอบอยากจะร้องไห้ออกมาทันทีที่ได้ยินคำถามจากเพื่อนสนิท ทั้งๆ ที่ปากอยากจะตอบกลับไปว่าไหว แต่ดูเหมือนว่าร่างกายของเขาจะสวนทางกันเสียเหลือเกิน ครั้นจะลุกขึ้นก็ยังลุกไม่ได้เลย

            คนที่มีปัญหาเรื่องข้อเท้าอย่างเขาอยู่แล้วก็คงจะดูออกได้ไม่ยาก หลังจากที่ถึงเวลาคาบเรียนอิสระในช่วงบ่าย เขาออกไปเตะบอลกับเพื่อนที่สนามเล็กในร่มตามปกติ แต่วันนี้โชคดันไม่เข้าข้างเขาเสียเลย เพราะนอกจากจะแพ้ยับเยินแล้วยังเจ็บตัวกลับมาอีกด้วย

            “ค่อยๆ ลากฉันไปห้องพยาบาลก็ได้” ฮยองซอบว่าติดตลก แต่เขาเองก็ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดีในตอนนี้ ถ้าเดินไปอีกฟากของโรงเรียนก็คงไม่ไหวแน่ “หรือไม่ก็ไปเอาวีลแชร์มาเข็นฉันซะดีๆ พัคจีฮุน”

            “โอเคๆ ฉันทำแกเจ็บ เดี๋ยวฉันแบกแกไปเองก็ได้” จีฮุนว่า ดูเหมือนฮยองซอบจะดูมีความสุขไม่น้อยกับการได้ทีแกล้งเขาแบบนี้

            “นายแบกฮยองซอบไม่ไหวหรอก เดี๋ยวฉันพาแบกไปเอง” คนที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ตรงนั้นอยู่นานสองนานอย่างจุนอูว่า นั่นทำให้ทั้งสองคนมองหน้ากันอย่างขอความเห็นกันและกัน

            “ไม่เป็นไรๆ คือฉันเกรงใจ ฉันเป็นคนสกัดขามัน ฉันต้องรับผิดชอบมันเอง” จีฮุนว่าแล้วย่อตัวลงเพื่อที่จะให้ฮยองซอบขึ้นขี่หลังของตัวเอง แต่ดูจากรูปการแล้วไม่น่าจะไปไกลได้เกินครึ่งสนามบอล

            ถึงจะดูตัวเล็กแต่ก็เป็นนักกีฬาด้วยกันทั้งคู่ก็เถอะ แต่สภาพในตอนนี้ที่เพิ่งหายเหนื่อยคงจะไม่พร้อมที่จะแบกตัวเขาเท่าไหร่ ฮยองซอบจึงหันไปมองคนข้างๆ แล้วยิ้มแห้งออกมา

            “รบกวนนายหน่อยนะจุนอู ถ้าฉันไปกับไอ้เตี้ยนี่ไม่น่าจะถึงห้องพยาบาล”

            “ได้สิ” จุนอูว่าแล้วก็ย่อตัวลงแบกร่างเล็กๆ นั่นไว้บนแผ่นหลังของตัวเอง พร้อมกับจีฮุนที่เดินถือรองเท้าและของใช้ของฮยองซอบเดินตามที่ห้องพยาบาล

            ตลอดระยะทางไม่ได้มีความอึดอัดก่อตัวขึ้นแต่อย่างใด เพราะพวกเขารู้จักกันในทีมเป็นอย่างดีอยู่แล้ว แต่อาจจะไม่ได้สนิทถึงขึ้นไปนั่งกินข้าวกลางวันด้วยกัน แต่ก็ถือว่าพอไว้ใจกันได้ในระดับนึง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเขาเดินไปคุยกันไปจนกระทั่งมาถึงหน้าห้องพยาบาล

            จีฮุนหนีบกระเป๋าเป้ของฮยองซอบไว้ข้างตัวแล้วเปิดประตูห้องพยาบาลเข้าไป วินาทีแรกที่ประตูถูกเปิดออกเขากลับอ้าปากกว้างอย่างกับคนเห็นผี แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าจีฮุนไม่ใช่ผีหรอก แต่เป็นพัคอูจินต่างหาก

            “เป็นอะไรเหรอ” คนที่มีงานอดิเรกเฝ้าห้องพยาบาลเอ่ยถามขึ้น แต่จีฮุนไม่ได้ตอบอะไรกลับไปนอกจากขยับกายไปเล็กน้อยให้จุนอูเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับร่างของฮยองซอบที่ถูกแบกอยู่บนหลัง

            “ฮยองซอบเจ็บข้อเท้าน่ะ น่าจะแพลงตอนเล่นฟุตบอล” เป็นจุนอูที่พูขึ้นมาพร้อมกับเดินไปวางร่างของเพื่อนร่วมทีมบนเตียงนอน

            “เดี๋ยวฉันดูเอง” ว่าจบแล้วก็เดินเข้าไปที่เตียงในทันที ย่อกายก้มดูข้อเท้าที่เริ่มบวมของอีกฝ่ายก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาถามฮยองซอบเบาๆ “บอกให้ระวังตัวไม่ใช่เหรอ”

            ฮยองซอบเม้มริฝีปากเน้นจนแทบจะเป็นเส้นตรง เขาไม่รู้เลยว่าจะตอบคำถามของอีกฝ่ายกลับไปว่ายังไงดี อูจินในตอนนี้ไม่เหมือนอูจินที่เขาคุ้นชินเลยสักนิด

            “คือมันเป็นความผิดฉันเอง ฉันเป็นคนสกัดขามัน” แล้วจีฮุนก็เหมือนนางฟ้าที่มาช่วยชีวิตของฮยองซอบไว้ แต่ดูเหมือนว่าอูจินจะไม่ได้สนใจคำพูดนั้นเท่าไหร่นัก

            “แล้วอาจารย์ไปไหนเหรอ ฉันว่าตามอาจารย์มาดูดีกว่า” จุนอูที่เห็นท่าไม่ดีว่า เพราะข้อเท้าของฮยองซอบมันเริ่มบวมมากขึ้นแล้ว

            “แม่ไปประชุม ฉันรอให้แม่กลับมาไม่ได้หรอก เดี๋ยวฉันปฐมพยาบาลเอง” อูจินว่าแล้วก็ลุกขึ้นไปหยิบเจลเย็นในตู้แช่ออกมา

            “ถ้างั้นยังไงก็ฝากฮยองซอบมันด้วยนะ ไปล่ะ” จีฮุนที่พอจะอ่านสถานการณ์ในตอนนี้ออกขอปลีกตัวไปก่อน โดยไม่ลืมที่จะลากคอของจุนอูตามตัวเองออกไปด้วย

            ทิ้งให้ทั้งห้องเหลือเพียงแค่อูจินและฮยองซอบเท่านั้น

            “เดี๋ยวฉันทำเองก็ได้นะ” ฮยองซอบเป็นฝ่ายทำลายความเงียบ แล้วยื่นมือไปหยิบถุงเจลสีฟ้าจากมือของอูจิน

            แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้ให้ความร่วมมือกับเขาสักเท่าไหร่ เพราะนอกจากตีหน้านิ่งแล้ว ยังกำถุงเจลแน่นอีกด้วย

            “นั่งเฉยๆ” อูจินว่าแค่นั้น ทำให้ฮยองซอบกลืนทุกคำพูดของตัวเองลงท้องไปในทันที ไม่คิดจะพูดอะไรออกมาอีก เพราะเขาไม่ชอบสายตาและท่าทางของอูจินในตอนนี้เลย

            ทำตัวเหมือนโกรธอะไรเขามานั่นแหละ ทั้งๆ ที่เขาก็ยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลย

            ดื้อเงียบชะมัด

            นึกบ่นในใจไปอย่างนั้นแหละ เพราะสุดท้ายแล้วสายตาของเขาก็ละออกจากอีกฝ่ายไม่ได้อยู่ดี ฮยองซอบนั่งมองใบหน้าของคนที่ค่อยๆ ประคบเจลเย็นลงบนข้อเท้าของเขาแล้วก็ตีหน้ายุ่งอย่างลืมตัว จนเมื่ออูจินเงยหน้าขึ้นมาเขาก็ตกใจจนแทบจะหงายหลังลงไปนอนกับเตียง

            “ว่าอะไรฉันในใจ” ถามไปพลางทายานวดที่ข้อเท้าเล็กนั่น

            ฮยองซอบแยกเขี้ยวเล็กน้อยเมื่อดูเหมือนว่าอูจินจะรู้ทันความคิดของเขา

            “ลองยิ้มดูบ้างไหม ทำหน้าบึ้งแบบนี้ทุกทีเลย โกรธฉันหรือไปโกรธอะไรมา?” เขาถามอีกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมา

            และแน่นอนว่าคำถามนั่นสามารถเรียกความสนใจจากอูจินได้เป็นอย่างดี คนที่ทำหน้าที่เป็นพยาบาลชั่วคราวเงยหน้าขึ้นมาแล้วเอียงคอมองคนตัวเล็กกว่า

            “แฟนเจ็บตัวจะให้ดีใจเหรอ”

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นฮยองซอบก็แสร้งทำเป็นเสมองไปทางอื่นที่ไม่ใช่ใบหน้าของคู่สนทนา เขาไม่ได้ตอบอะไรกลับไป จนอูจินบ่นอุบอิบออกมาอีกครั้ง

            “แถมยังขี่หลังใครมาอีกก็ไม่รู้ จะให้ฉันยิ้มเหรอฮึ?” แต่คราวนี้ไม่ว่าเปล่า อูจินยังหยัดกายขึ้นมาโน้มตัวใส่คนที่ทำหน้าเป็นกระต่ายตื่นตูม ท้าวฝ่ามือทั้งสองข้างลงกับเตียงแล้วขยับใบหน้าเข้าไปมองใบหน้าของอีกฝ่ายในระยะประชิด

            ไม่ชอบระยะอันตรายต่อหัวใจแบบนี้เลย

            ฮยองซอบหลับตาปี๋ นั่นจึงทำให้เขาไม่รู้ว่าอูจินกำลังมองเขาด้วยสายตาแบบไหน หรือกำลังทำหน้าแบบไหนอยู่ แต่เชื่อเถอะว่าถ้าฮยองซอบทำใจกล้าลืมตาขึ้นมาสักหน่อยล่ะก็เขาจะมองเจ้าจิ้งจอกน้อยตัวนี้เปลี่ยนไป

            “เพราะทำตัวแบบนี้ไง ฉันถึงใจดีไม่ได้” อูจินว่าแล้วเลื่อนฝ่ามือขึ้นไปขยี้เส้นผมของอีกฝ่ายจนฟูไม่เป็นทรงด้วยใบหน้าที่นิ่งเฉย

            ถึงในใจจะเต้นรัวก็เถอะ แต่เขาจะไม่แสดงออกไปหรอก พอทำท่าจะใจดีทีไร ฝูงนกฝูงกาชอบมาไล่ตอดลูกกระต่ายของเขาทุกที ไหนจะเสือจะจระเข้ที่จ้องจะงาบกระต่ายตัวนี้อีก ฮยองซอบไม่เคยรู้ตัวหรอกว่าตัวเองน่ะถูกใครต่อใครเล็งไว้เยอะขนาดไหน

            เขาไม่ยอมหรอก จะไม่มีใครหน้าไหนได้ขย้ำกระต่ายตัวนี้นอกจากเขา

            “พัคอูจิน! นั่นมันมือข้างที่นายจับเท้าฉัน!

 

 

 

 

 ------------------- How to train your fox -------------------

 

 

 

 

 

            เจอเรื่องใหญ่แล้ว...

            อันฮยองซอบเจอเรื่องใหญ่ในรอบสิบแปดปีแล้ว

            คนตัวเล็กนั่งอยู่บนโซฟากลางบ้านของตัวเองพลางมองคนหน้านิ่งที่เดินวนไปวนมาระหว่างห้องนั่งเล่นกับคนครัว ผลุบๆ โผล่ๆ ออกมาถามเขาว่าทำอย่างนี้ดีไหม หรือทำอย่างนี้ถูกหรือเปล่า ภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าทำเอาฮยองซอบอยากจะตีหัวตัวเองให้สลบแล้วตื่นขึ้นมาอีกทีเป็นวันจันทร์เลย

            มันจะไม่มีอะไรให้เขาหนักใจเลยถ้าไม่กลับมาบ้านแล้วเจอโน้ตของพ่อแม่กับที่เตือนเขาว่าต้องไปดูงานที่ต่างจังหวัด แน่นอนว่าเขาลืมมันสนิท นั่นจึงเป็นสาเหตุที่อูจินมาอยู่ในบ้านของเขาตอนนี้

            หลังจากที่พันข้อเท้าเพื่อบรรเทาอาการปวดดีแล้ว อาจารย์ประจำห้องพยาบาลก็เข้ามาเป็นเวลาพอดีกับเวลาเลิกเรียน อูจินเลยเสนอตัวไปส่งเขาที่บ้านด้วยรถของอาจารย์ แต่พอมาถึงอีกฝ่ายกลับบอกให้แม่ของตัวเองกลับไปก่อนและอยู่เป็นเพื่อนเขาที่บ้านจนกว่าพ่อแม่ของเขาจะกลับมา

            จนเมื่อเห็นโน้ตแผ่นนั้นนั่นแหละ อูจินจึงเปลี่ยนความคิดที่จะมาดูแลเขาชั่วคราวเป็นมานอนค้างด้วย ทั้งๆ ที่ไม่ได้เอาอะไรมาเลยนอกกระเป๋านักเรียน ด้วยเหตุผลง่ายๆ ที่บอกว่าเขาน่ะดูแลตัวเองตลอดเสาร์อาทิตย์นี้ไม่ได้หรอก ถ้าเจ้าตัวไม่มาอยู่ด้วยอาจจะเจอข่าวเจอศพกระต่ายอยู่ในบ้านก็ได้

            โถ่...เขาเจ็บขนาดนี้แล้วยังปากร้ายใส่กันได้อีก

            แต่นั่นมันไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่ฮยองซอบมานั่งหนักใจหรอก สิ่งที่เขาหนักใจมันคือเรื่องอื่นต่างหาก

            คาทก!

          Daehwi L.: แกไม่รอดแน่ๆ คืนนี้

            พอเปิดอ่านข้อความที่คุยกับเพื่อนสนิทในกลุ่มแชทแล้ว หัวคิ้วของเขามันก็กระตุกแปลกๆ นึกอยากจะเอาฝ่าเท้าขึ้นไปประทับที่ฝ่าหน้าของคนพิมพ์จริงๆ

            WinkBoi: เพราะทุกคนไม่ได้เป็นคนดีเหมือนพี่ยงกุก โดยเฉพาะไอ้เขี้ยวนั่น! เรื่องตอนบ่ายฉันยังกลัวมันไปต่อยจุนอูเลย

          “แฮะๆ” ฮยองซอบหัวเราะแห้งๆ กับข้อความนั้น เอาเข้าจริงเขาเองก็คิดเหมือนจีฮุนเหมือนกัน อูจินน่ะต่อให้เก็บสีหน้าของตัวเองเก่งขนาดไหนแต่ก็เก็บความรู้สึกโกรธหรือโมโหไม่ได้ทั้งหมดหรอก เขามักจะเห็นมันบ่อยๆ      

ไม่ได้ชื่อจูดี้ว้อย!: ไม่ชินเลยว่ะ ไม่เคยอยู่ด้วยกันแบบนี้เลย

พิมพ์ข้อความตอบกลับไป ก่อนจะลอบถอนหายใจออกมา จริงๆ มันก็ผิดที่เขาเองนั่นแหละที่จู่ๆ ก็เกิดไม่ไว้ใจอีกฝ่ายขึ้นมา ไม่สิ... จะเรียกว่าไม่ไว้ใจก็คงไม่ถูก เขาแค่รู้สึกไม่ชินกับสายตาแปลกๆ ที่อูจินมองมาที่เขา

มันไมเหมือนเดิม...

คาทก!

WinkBoi: แต่คุณอันฮยองซอบครับ มีเวลาอยู่ด้วยกันน่ะดีจะตาย หรืออยากเป็นแบบผมครับ เอาไหม? มาแลกแฟนกัน

BaeBae: เอออันนี้เห็นด้วย เลิกคิดอกุศลได้แล้ว

เมื่อเห็นเพื่อนๆ ว่าแบบนั้น ฮยองซอบจึงตัดสินใจล็อคหน้าจอโทรศัพท์โดยไม่ได้ตอบข้อความอะไรกลับไป แล้วทิ้งตัวนอนลงบนโซฟา ปล่อยให้รายการโทรทัศน์ตรงหน้าฉายไปเรื่อยๆ บวกกับเสียงก๊อกแก๊กจากห้องครัวที่ไม่รู้ว่าอูจินจะพังมันเมื่อไหร่ จนกระทั่งเขาไม่ได้ยินเข้ามาในโสตประสาทแล้วปล่อยให้ตัวเองเข้าสู่ห้วงนิทราด้วยฤทธิ์ของยาแก้ปวด

            .

            .

            .

            .

“เพราะชอบทำตัวแบบนี้ไง ถึงต้องดึงหน้าใส่ทุกคนตลอด”

เสียงทุ้มดังขึ้นข้างหูคนที่ดูเหมือนว่ากำลังจะหลับสบายอยู่บนโซฟา อูจินวางถ้วยข้าวต้มที่เพิ่งเวฟเสร็จวางไว้บนโต๊ะกระจกด้านหน้า แล้วหันกลับมาให้ความสนใจกับกระต่ายตัวน้อยตรงหน้าต่อ

เขาเองก็ไม่รู้เหมือนว่าทำไมทุกครั้งที่อยู่กับอีกฝ่ายแล้วต้องทำตัวเหมือนคนโกรธใครอยู่ตลอดเวลา แต่มันก็กลายเป็นเกราะป้องกันให้กับกระต่ายตัวจ้อยตรงหน้าเขาได้ดีไม่น้อย ฮยองซอบน่ะเป็นพวกไม่ค่อยสนใจสิ่งรอบตัวสักเท่าไหร่ ทั้งลอบมอง ทั้งแกล้งโดนตัว และอะไรอีกสารพัด ซึ่งทุกอย่างน่ะอยู่ในสายตาของเขาหมดแล้ว ถ้ายิ่งเขาทำตัวอัธยาศรัยดีดูเข้ากับทุกอย่างบนโลกใบนี้ได้เหมือนอีกฝ่ายล่ะก็คงจะไม่รอด

อูจินก็แค่อยากจะเป็นเจ้าจิ้งจอกตัวน้อยๆ แบบที่เพื่อนของอีกฝ่ายชอบเรียกเขา คอยปกป้องกระต่ายตัวนี้จากฝูงเสือฝูงจระเข้พวกนั้น เอาเข้าจริงแล้วก็ไม่มั่นใจหรอกว่าจะทำได้สักกี่น้ำ เขาจะโดนดักกระทืบเข้าสักวันไหมข้อหาที่ทำหน้านิ่งตลอดเวลาอยู่กับฮยองซอบ เขาไม่ได้สนใจหรอก ไม่สิ... ไม่จำเป็นต้องสนใจด้วยซ้ำ

 “ไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย ให้ตายสิ” แล้วก็บ่นกระปอดกระแปดออกมา เมื่อเลื่อนสายตามองไปใบหน้าของคนที่นอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่ เขาไม่ค่อยชอบตัวเองในพักหลังสักเท่าไหร่นัก เหมือนพอได้ใกล้ชิดอีกฝ่ายมากขึ้นเรื่อยๆ กว่าแต่ก่อน ความสามารถในการบังคับร่างกายบางอย่างก็เสื่อมสมรรถภาพลงไป

จุ๊บ

อย่างไอ้การควบคุมไม่ให้ริมฝีปากของตัวเองไปแตะลงบนสักที่บนใบหน้าของอีกฝ่ายเนี่ย มันช่างยากเย็นเสียเหลือเกิน จากเป้าหมายในตอนแรกคือริมฝีปาก อูจินก็เลื่อนขึ้นไปแตะริมฝีปากของตัวเองลงเบาๆ ที่ข้างแก้มของอีกฝ่าย ก่อนจะรีบผละออกมาอย่างรวดเร็ว เพราะความรู้สึกบางอย่างที่ตีขึ้นมาจากช่องท้องจนรู้สึกวูบโหวงไปหมด

มันมาอีกแล้วความรู้สึกแบบนี้

ความรู้สึกที่อยากขย้ำกระต่ายน้อยมาอีกแล้ว

.

.

.

“อ..เอ่อ ไปหาข้าวกินดีกว่า” พูดกับตัวเองแล้วก็ลุกขึ้นพรวดเดินหายเข้าไปในห้องครัวอย่างรวดเร็ว จนไหล่ชนกับขอบตู้เย็นตรงทางเข้า อูจินเก็บเสียงร้องของตัวเองแล้วไว้เม้มริมฝีปากแน่นเหมือนกำลังจะกลั้นยิ้ม

แต่สุดท้ายก็กลั้นไม่อยู่

 

“จะยิ้มอะไรนักหนาวะพัคอูจิน!

 

 

 

 

            ชักจะเริ่มไม่ใช่จิ้งจอกน้อยแล้วสิ

            พัคอูจินกำลังจะโตเต็มวัยแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

END

 

 

 

 

TALK TALK TALK

            เรื่องนี้ไม่มีคุก ไม่มีคุก ไม่มีคุก 555555555555555 คิดว่าตัวเองชอบใช้ชีวิตเสี่ยงคุกเสียงตารางบ่อยไปแล้ว เลยวกกลับมาที่ความน่ารักไม่เกิน 18+ ดู อ้าว...ก็ยังเขียนได้นี่ ถึงอายุจะเกินไปหลายปีแล้วก็ตาม 5555555555 เอาเข้าจริงถึงจะถนัดฟิคใสๆ แต่ก็ไม่ถนัดฟิคที่หวานๆ สักเท่าไหร่ เขียนออกมาทีไรมันจะครึ่งๆ กลางๆ แบบนี้ตลอดเลย /ทึ่งหัวตัวเอง/ ถ้าไปเขียนแก๊งสรรพสัตว์ต้องกลายเป็นไสยไสยแน่ๆ กลับมาต่อแก๊งยัยให้ครบก่อนเหลืออีกคู่เดียวที่สปอยไว้ตั้งแต่ตอนคุณมังกรแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้เปิดคอมมาแล้วจะเขียนคู่ไหน สารภาพเลยว่าเมื่อคืนไม่ได้ตั้งใจจะเขียนคู่นี้ พอตื่นเช้ามาอ้าว ทำไมมาเขียนคู่นี้ก่อน อืม ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน 55555555 เค้าดีใจนะที่ทุกคนชอบ ก่อนหน้านี้กังวลหลายเรื่องมาก ความมั่นใจในการเขียนฟิคมันหดหายไปแล้ว แต่พอเห็นฟีดแบคที่ตอบกลับมา อ่า... ความสุขมันกลับมาแล้ว ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะอยู่เขียนฟิคแก๊งนี้ไปนานๆ เหมือนกัน ถ้าพล็อตไม่หมดก่อนนะ 55555555 อ้อ! แล้วก็อีกเรื่องนึง พอลองมานั่งดูความสัมพันธ์ตัวละครแล้วมันแปลกๆ เอาเป็นว่าไม่ต้องคิดมากเนอะ คนเราจะมีแฟนเป็นผู้ชายทั้งแก๊งก็ไม่แปลกๆ ไม่แปลกๆ ถ้าแปลกมันจะไม่มีตอนต่อไปให้อ่านเพราะเขียนออริไม่ได้ 55555555555555

            ตอนนี้ทอล์คยาวมากจริงๆ มีหลายเรื่องที่อยู่ในหัว ช่วงนี้เค้าขยันนะ เขียนวันละเรื่องเลย ไม่รู้จะขยันได้สักกี่น้ำกัน 55555 ยังพูดคุยกันได้ที่เดิมที่ #ficBxB101 นะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,026 ความคิดเห็น

  1. #3004 nymphbp (@hurry) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 16:28

    น่ารักนักกก พัคอูคนขี้หวงง

    #3,004
    0
  2. #2691 Lipz tick (@songsongtb) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 15:45
    แง้เจ้าจิ้งจอกกกก
    #2,691
    0
  3. #2615 bonbonv (@bonbonv) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 20:03
    ชอบคู่นี้จังง
    #2,615
    0
  4. #2517 fahhfahh2 (@FahhFahh) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 09:13
    น่ารักจุงงงงง~~~
    #2,517
    0
  5. #2477 plxjy (@plxjy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2560 / 22:28
    เขินคู่นี้อ่ะะะะ งือ
    #2,477
    0
  6. #2451 KHING_NICO (@KHING_NICO) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 17:59
    ตายแล้ว หัวใจจะพัง เขินน
    #2,451
    0
  7. #2262 TaoHun DakHyo (@kim_nik) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 10:39
    อูจินผู้ห้ามใจตัวเองไม่ให้กินกระต่าย
    #2,262
    0
  8. #2222 iibnz (@iibnz) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 21:47
    จิ้งจอกน้อยน่าเอ็นดูจังงง ;-;
    #2,222
    0
  9. #2056 Mamimilky (@Mamimilky) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 23:29
    ว้ายยเรื่ิองนี้ไม่คุก รักใสๆ(หรอ)???5555555 ยิ่งเขี้ยวนี่ไม่น่าใสเลย555555
    #2,056
    0
  10. #2018 BangJae_ (@N-finland-bbmm) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 18:43
    ทำไมพัคอูจินน่ารักแบบนี้!! งึ นุ้งจูดี้ก็น่ารัก555
    #2,018
    0
  11. #1924 b a b y f h k (@film_za) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 00:43
    น่ารักจะแย่ โอ๊ยยยยยย >< พี่ว่าซอบต้องระวังตัวจากเจ้าเขี้ยวดีๆแล้วแหละ
    #1,924
    0
  12. #1895 vanish_ (@_natomm) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 14:44
    ฮยองซอบระวังตัวบ้างก็ดีนะลูก เดี๋ยวจากแฟนจะกลายเป็นพ่อเอาเหตุหวงเกิน 55555
    #1,895
    0
  13. #1866 run0420 (@togerther) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 11:46
    น่ารักอ้ะ อูจินคนขี้หวงงง
    #1,866
    0
  14. #1788 40710 (@40710) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2560 / 21:09
    น่ารักกมากกกกกกก ทำเป็นเข้มนะจ๊ะอูจิน
    #1,788
    0
  15. #1504 TanyaratKwjy (@TanyaratKwjy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 13:49
    แน่ใจนะว่าจิ้งจอกน้อย ><
    #1,504
    0
  16. #1387 khimmee56 (@khimmee56) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 19:05
    อูจินกำลังโต้ต็มวัย อุปปปปป
    #1,387
    0
  17. #1383 aledic-t (@em_oh) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 13:47
    ก็แฟนมันน่ารักเกินไปปปป เลาเข้าใจจจจจ555555555
    #1,383
    0
  18. #1357 พี่สาวน้องมาร์ค (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 10:46
    น่ารัก คิดภาพอูจินทำหน้าตึงๆ ออกเลย มันก็จะน่ากลัวมาก ก็แฟนน่ารักอ่าเนอะ ก็ต้องเก็กขรึมหน่อย ใครจะไปออร่าออกโดยที่ไม่ต้องทำอะไรแบบพี่ดงโฮล่ะ
    #1,357
    0
  19. #1298 HONG (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 23:45
    ไม่มีอะไรให้ต้องอดทนเลยค่ะ อูจิน
    #1,298
    0
  20. #1290 Snowflake_Star (@Snowflake_Star) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 23:19
    กรี๊ดดดดดดด เขินนนนน ทำตัวดุดูแลเจ้ากระต่ายยยยงื้อออออออทำไมน่ารักกกกกก ละมีแอบจุ๊บนี่คือออออ พัคอูจินคนเงียบหายไปแล้วค่ะะะะ ร้ายลึกนะเราาาาา ยัยกระต่ายจะรอดจากหมาป่ามั้ยเนี่ยยยยย -/////////-
    #1,290
    0
  21. #1218 GalaxyOnlyYou (@krisnoon1990) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 08:50
    โอ้ยยย จูดี้น่ารักเกินไปน่ะสิไม่แปลกใจที่เขี้ยวจะอดทนไม่ไหว
    #1,218
    0
  22. #1207 บยอนไอวี่ (@nuntikan71) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 22:08
    อยากเข้าคุกกกกกก
    #1,207
    0
  23. #1196 xxnhhzt68 (@xxnhhztt) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 11:53
    แงงงง น่ารักกกกกกกกก
    #1,196
    0
  24. #1191 ropxvi (@wiruncha) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 09:17
    น่ารักมากๆเลยแงงงงงงง
    #1,191
    0
  25. #922 97ivy (@palmmus) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 22:07
    เอามาอีกกกกก ฮือออ ไม่อยากให้คู่นี้จบเลยย ชอบอูซอบมากๆเลยค่ะ
    ชอบคาแรคเตอร์ทั้งคู่มากๆเลย ฮือออ
    #922
    0