'BOY & BOY' ♥ SF/OS Produce101 Store

ตอนที่ 3 : ► So crazy :: Kim Sanggyun x Justin

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,212
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    7 มิ.ย. 60

So crazy

Kim Sanggyun x Justin

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            บ้าไปแล้ว...

            ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ

            ซังกยุนนั่งกุมขมับอยู่บนเตียงนอนขนาดใหญ่ที่ไม่ได้มีไว้สำหรับนอนเพียงคนเดียว พลางเหลือบมองไปทางซ้ายทีขวาที สมองของเขากำลังคิดไม่ตกว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง แม้ร่องรอยที่ปรากฏอยู่บนร่างกายนั้นจะคอยย้ำเตือนว่านี่ไม่ใช่ความฝันก็ตาม แต่ซังกยุนก็ไม่อยากจะเชื่อจริงๆ ว่ามันจะเกิดขึ้น

            “ซวยแล้วกู” โอดครวญออกมาแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ ห้องนอนที่ไม่คุ้นตากับเด็กหนุ่มที่คุ้นเคยด้านข้างเขานั้นทำให้ซังกยุนรู้สึกมืดแปดด้าน นึกแล้วก็อยากจะยกฝ่าเท้าขึ้นมาก่ายหน้าผากเสียจริง ทำไมเขาถึงทำอะไรไม่คิดนะ

            อ่า... ไม่สิ

            เมื่อคืนมันไม่ทันคิดมากกว่า

            เขาเองก็รู้ตัวเองดีว่าเมา แต่ไม่คิดว่าเมาแล้วจะทำรุนแรงกับเด็กอายุสิบหกแบบนี้ได้ ให้ตายเถอะ รู้ถึงไหน ตำรวจมาลากคอถึงนั่น

            ยิ่งหันไปมองคนข้างๆ ที่หลับอยู่แล้ว ซังกยุนยิ่งรู้สึกปวดตึงที่ข้างขมับ เขาไม่รู้ว่าไปทำอีท่าไหนเด็กหนุ่มหัวทองคนนี้ถึงได้นอนสลบมอดหายใจเป็นจังหวะอย่างกับไปวิ่งขึ้นเขามาได้ขนาดนั้น ถ้าจะให้นึกท่าล่ะก็...ไม่ดีกว่า ยังไม่อยากหัวแบะตอนนี้

ความจริงแล้วของแบบนี้มันก็ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไรสำหรับคนที่เป็นแฟนกันหรอก ใช่! มันเป็นเรื่องปกติของคนเป็นแฟนกัน

            แต่ไม่ใช่กับคนที่เป็นแฟนเด็กอายุสิบหกแบบนี้ว้อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

            กรีดร้องในใจไปก็เท่านั้น ยกมือขึ้นมาจิกกำเส้นผมที่ข้างใบหูของตัวเองอย่างไม่รู้ว่าจะจัดการกับความรู้สึกของตัวเองยังไงดี ไอ้ภาพความทรงจำเมื่อคืน จู่ๆ ก็ไหลย้อนเข้ามาเล่นเหมือนเวลาที่กรอยูทูปดูซ้ำไปซ้ำมา ทั้งภาพและเสียงยังคงชัดเจนในหัวของเขา ยิ่งกว่าดูความละเอียด 1080p ซะอีก ใจหัวข้างซ้ายก็เต้นตุบๆ เหมือนกับจะระเบิด ถ้ามีเสียงนับถอยหลังอีกหน่อยล่ะก็ ซังกยุนได้พลีชีพตัวเองตายตอนนี้แน่

            “แม่งว้อยยยยยยยยยยยยยยยย”

            กรีดร้องอย่างบ้าคลั่งอีกครั้งแล้วหยิบเสื้อผ้าของตัวเองมาใส่หลวกๆ ก่อนจะคว้าโทรศัพท์และกระเป๋าตังของตัวเองวิ่งออกจากห้องของน้องไปพร้อมกับสติที่สูญหายไปอย่างสิ้นเชิง

            .

            .

            404 สติ error not found

 

 

------------ So crazy ------------

 

 

 

 

 

 

            ซังกยุนคิดว่าตัวเองต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ

            ใช่! เขากำลังเป็นบ้า

            “ฮัลโหล ฝากซื้อข้าวที่มาร์ทมาให้หน่อยดิ กูลงไปไม่ได้ อ..เอ่อ คือกูต้องตัดหนังให้เสร็จ” เสียงทุ้มกรอกไปตามสายโทรศัพท์ของเพื่อนสนิทที่กำลังจะขึ้นมาทำงานบนห้องเขา นึกโกหกคำโตออกไป แล้วจึงกดวางสายหลังจากได้ยินถ้อยคำก่นด่าที่แทบจะยกสรรพสัตว์ทั้งอเมซอนมา หลังจากนั้นก็โยนโทรศัพท์ใส่เตียงนอนอย่างที่เคยทำประจำ

            แต่เหมือนช่วงนี้อะไรๆ จะไม่เข้าข้างเขาซะเลย

          ตุบ!

            โทรศัพท์เจ้ากรรมดันเด้งตกลงไปฟาดขอบเตียงก่อนจะร่วงลงพื้นที่ปลายเท้าของซังกยุน

            “วันเหี้ยอะไรของกูเนี่ย!” สบถออกมาอย่างหัวเสีย เพราะเมื่อคืนเขาเองก็ไม่ได้นอน อ่า... ไม่สิ จริงๆ ตั้งแต่วันนั้นที่วิ่งออกมาจากห้องนอนของเด็กหนุ่มหัวทองแฟนเด็กของเขาก็แทบจะนอนไม่หลับอีกเลย

          นี่แค่สามวันกูยังซอมบี้ขนาดนี้

            นึกแล้วก็อดถอนหายใจออกมาไม่ได้ ซังกยุนเองก็คิดเหมือนกันว่าตัวเองกำลังจะเป็นบ้าในไม่ช้านี้ นอกจากจิตใจของเขายังว้าวุ่นและเต็มไปด้วยเสียงเรียกของแฟนเด็กแล้ว บรรดาเพื่อนรักก็ยังตามจี้งานจากเขาแทบทุกชั่วโมงว่าเมื่อไหร่จะตัดงานไฟนอลโปรเจ็กต์ชิ้นนี้เสร็จ

          แหมะ! ทำงานผลัดสุดท้ายทีไรโดนรุมสะกำทุกที

          ได้ทีแล้วพวกนี้ชอบขี่หมาไล่

            “วันนี้แหละ ต้องเสร็จ!” เอ่ยขึ้นกับตัวเองด้วยเสียงที่มุ่งมั่น แล้วเลื่อนมือไปเปิดจอคอมพิวเตอร์ของตัวเอง รอเพียงไม่นานนักภาพพื้นหลังก็ปรากฏขึ้นมาพร้อมโปรแกรมการทำงาน

            แต่ดูเหมือนว่าจิตใจของคนทำจะสวนทางกับงานตรงหน้า

            “ฮึก” ซังกยุนกลั้นเสียงสะอึกของตัวเองไว้ เขาเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่นจนแทบจะเป็นเส้นตรง เมื่อภาพพื้นหลังบนหน้าจอนั้นเป็นภาพแฟนเด็กหัวทองของเขาที่ไม่ได้เจอกันมาสามวันแล้ว

            ฝ่ามือหนาเลื่อนไปแตะปลายนิ้วลงบนหน้าจอก่อนจะลูบลงมาเบาๆ อย่างอ่อนโยนราวกับว่านั่นเป็นแก้มนุ่มๆ ของอีกฝ่าย แต่ไม่นานนักเขาก็ต้องสะดุ้งและผละมือออกอย่างรวดเร็ว

            “เหี้ย! ไฟดูด!

            ตรวจเช็คนิ้วของตัวเองว่ายังคงอยู่ดีและใช้การได้ ซังกยุนก็ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง คราวนี้เขานั่งมองจอเฉยๆ แล้วยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับไม่ได้ดูสดใสเมื่อก่อนเลยสักนิด

            “คิดถึง พี่คิดถึงหนูจัง” โอดครวญอีกครั้ง จนอยากจะโน้มตัวลงไปจุ๊บเบาๆ บนแก้มของแฟนเด็กบนหน้าจอ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อนึกขึ้นได้เมื่อกี้เพิ่งโดนไฟดูดนิ้วมา

          โดนไฟดูดปากแม่งไม่เท่ว่ะ ไม่เอาๆ

            “ไอ้หลาม เปิดประตูหน่อย” ทว่าเสียงเรียกที่ดังขึ้นที่หน้าห้องนั้นทำให้ซังกยุนละความสนใจออกจากหน้าจอของเขา แล้วลุกขึ้นไปเปิดประตูห้องให้พร้อมกับคำทักทายในยามบ่ายที่ไม่ค่อยรื่นหูเท่าไหร่

            “ว่าไงควายเผือก”

            “นี่มึงทักทายผู้มีพระคุณแบบนี้เหรอวะ” ดงโฮว่าแล้วโบกฝ่ามือลงกลางกบาลของซังกยุนไปทีนึง ก่อนจะสอดตัวเข้าไปในห้องของอีกฝ่ายโดยไม่ต้องขออนุญาต เพราะเขาคิดเสมอว่าห้องเพื่อนก็เหมือนห้องตัวเอง

            “คนอื่นอ่ะ?” เจ้าของห้องถามเมื่อเห็นว่ามีแค่ดงโฮที่มาคนเดียว

            “จินอูนอนกกหมูอยู่ห้อง มันบอกว่าหมดหน้าที่มันแล้ว ส่วนยงกุกไปส่งเมียเด็กเรียนพิเศษ เดี๋ยวมันตามมา” ดงโฮตอบ

            “แล้วมึงไม่ไป?”

            คนถูกถามส่ายหน้าก่อนจะตอบกลับไป

 “น้องสลบอยู่ห้องนู่น กว่าจะตื่นกูก็ทำงานเสร็จพอดี”

          พรวดดดดดดดดดด

            ซังกยุนที่กำลังจะกลืนน้ำลงคอ แทบจะสำลักเมื่อได้ยินคำว่าสลบอยู่ห้อง มันหมายความว่ายังไง ไอ้สลบเนี่ย มันเหมือนที่เขาทำแฟนเด็กสลบแบบวันนั้นหรือเปล่า

            “อย่ามาทำเป็นไม่รู้เรื่อง กูรู้มึงผู้เชี่ยวชาญ” ถึงจะพูดด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแต่ซังกยุนก็ไม่ค่อยไว้ใจสักเท่าไหร่นัก

            “มึงซื้ออะไรมาให้กูบ้าง หิวจนจะแดกควายเผือกได้ทั้งตัวล่ะ” เจ้าของห้องแสร้งทำเป็นเปลี่ยนเรื่องเพราะไม่อยากจะให้ภาพในวันนั้นย้อนกลับเข้ามาในหัวของเขาอีก

            “ไม่ได้ซื้ออ่ะ”

            “อ้าว แล้วนี่ของใคร?” ว่าแล้วก็ชี้ไปยังถุงเสบียงขนาดใหญ่ที่คิดว่ากินกันทั้งสัปดาห์ก็คงจะไม่หมด

            “ของจัสติน

พรวดดดดดดดดด

ซังกยุนสำลักน้ำอีกครั้ง เมื่อได้ยินชื่อของคนที่เขาไม่ได้เจอมาสามวันแล้วจากปากของเพื่อนสนิท ใบหน้าของเขาเลิกลั่กมองไปทางซ้ายทีขวาทีราวกับคนที่ทำความผิด

“เป็นอะไร” ดงโฮถาม ก่อนจะเอ่ยขึ้นต่อ “เหมือนน้องเขามีธุระต่อมั้ง เห็นนั่งรออยู่หน้าหอมึงสักพักอ่ะ พอน้องเจอกูก็ฝากของขึ้นมาให้แล้ววิ่งไปเลย”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นซังกยุนก็อยากจะยกฝ่าเท้าขึ้นมาประทับที่ข้างขมับของตัวเองจริงๆ

“ทำไมวะ? พวกมึงทะเลาะกัน?”

แต่คนถูกถามกลับส่ายหน้าพรืดเป็นเชิงปฏิเสธ

เพราะเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสถานการณ์ตอนนี้มันคืออะไร แต่ที่แน่ๆ มันไม่ใช่การทะเลาะกันหรอก เขายังคงคิดถึงอีกฝ่ายอยู่ตลอดเวลา แค่ช่วงนี้อาจจะหลบหน้า ไม่ตอบข้อความ ไม่รับโทรศัพท์ และไม่ออกจากหอรอให้เพื่อส่งข้าวส่งทำให้กินโดยอ้างว่าจะอยู่ตัดงานให้เสร็จ

มันบ้ามากๆ ซังกยุนกำลังเป็นบ้าเพราะสิ่งที่เขากำลังรู้สึกอยู่ตอนนี้

“หรือมึงฟันน้องแล้วทิ้ง?” สุดท้ายคนที่อ่านทุกอย่างออกก็ดูเหมือนว่าจะเป็นคัง ดงโฮนั่นแหละ ซังกยุนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่กับคำถามนั้น จะให้ตอบกลับไปยังไงดีล่ะ ทิ้งเหรอ? ก็ไม่นะ เขายังไม่ทิ้งน้อง ยังอยากจะคบกับน้องต่อไปนานๆ อยู่

“บางทีกูแค่...ยังไม่พร้อมเผชิญหน้ากับน้อง”

“ทำไมวะ?”

.

.

.

.

“คือกู...”

 

 

 

 

 

------------ So crazy ------------

 

 

 

 

 

06.00 PM

“เฮ้อ” เสียงถอนหายใจของเด็กหนุ่มวัยสิบหกปีดังขึ้นเป็นรอบที่ร้อยของวัน จัสตินเงยหน้าขึ้นมองประตูทางเข้าหอพักนักศึกษาตรงหน้าแล้วก็อยากจะถอนหายใจออกมาอีกสักรอบ

ความอึดอัดมันก่อตัวขึ้นในใจมาตลอดหลายวันที่ผ่านมา เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างแฟนรุ่นพี่ที่คบกันมาปีกว่าอย่างซังกยุน รู้แค่ว่าหลังจากคืนนั้นที่พวกเขาเมากันมาก บวกกับความอยากรู้อยากลองของตัวเขาเองก็เลยแกล้งคนเป็นพี่เล่น จากนั้นก็มาจบที่เตียงพร้อมกับเขาที่เดินไม่ได้ไปสองวัน

แต่นั่นมันไม่ใช่เหตุผลที่เขาควรจะมาหนักใจหรอก ตลอดสองวันนั้นเขามีแม่บ้านคนสนิทคอยดูแลอยู่ตลอดไม่ห่าง สิ่งที่น่าหนักใจก็คือมนุษย์หน้าฉลามที่หายหัวไปไม่พอ ยังขาดการติดต่อกับเขาทุกช่องทางอีกด้วยนั่นแหละ

ในตอนแรกก็โกรธที่ตื่นขึ้นมาไม่เจอคนเป็นพี่ ซ้ำทั้งถามจากแม่บ้านก็รู้ว่าซังกยุนชิ่งหนีเขาไปตั้งแต่เช้าก่อนที่เขาจะตื่นแล้ว โทรไปจนสายไหม้ก็ไม่มีท่าทีว่าจะรับ ข้อความที่ส่งไปก็อ่านแต่เหมือนจะไม่ตอบเขากลับมา

หงุดหงิด...

เขาหงุดหงิดจนแทบจะเป็นบ้า

แต่ถึงอย่างนั้นก็ทำใจโกรธอีกฝ่ายไม่ลง ถึงใจจริงแล้วอยากจะเจอสักครั้งแล้วซัดหน้าแรงๆ สักที ที่เผลอทำให้เขาคิดในตอนแรกไปว่าฟันเขาแล้วทิ้ง แต่พอได้เจอดงโฮ เพื่อนของซังกยุนเมื่อวานนี้เขาถึงได้รู้ว่าอีกฝ่ายคงยุ่งกับการทำงานโปรเจ็กต์จนลืมอะไรบางอย่างไป

โอเค...

เขาจะพยายามคิดในแง่ดี และจะไม่โกรธจนกว่าจะได้ยินจากปากของอีกฝ่ายเองว่าฟันเขาแล้วจะทิ้ง

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เด็กหนุ่มอายุสิบหกปีถ้วนมานั่งจุ้มปุ๊กอยู่ใต้หอพักนักศึกษาแบบนี้ เขาแค่คิดว่าวันนี้อาจจะโชคดีเหมือนวันที่ได้เจอกับดงโฮอีก เขาจะไม่วิ่งหนีไปอีกแล้ว ตอนนั้นเขาแค่กลัวว่าถ้าขึ้นไปหาซังกยุนพร้อมกับดงโฮแล้วพบความจริงที่เขาไม่อยากให้เป็นแล้วจะทำใจไม่ได้

แต่วันนี้มันไม่ใช่แล้วล่ะ ไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องสะสางปัญหานี้ให้รู้เรื่อง

“อ้าวน้องจัสติน!

เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอโทรศัพท์ที่พยายามโทรหาซังกยุนอยู่หลายครั้ง ก่อนจะหันไปตามต้นเสียง แล้วรอยยิ้มกว้างก็ผุดขึ้นมาบนใบหน้าหวานทันที

“พี่ยงกุก” เด็กหนุ่มเรียกชื่ออีกฝ่าย

“มาหาไอ้หลามเหรอ”

“ค...ครับ” แม้จะตอบไม่ได้เต็มปากแต่จัสตินก็พยักหน้า

“งั้นขึ้นไปพร้อมพี่ก็ได้ พี่จะไปเช็คงานกับมันพอดี”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น คนอายุน้อยกว่าก็เก็บข้าวของที่วางอยู่บนเก้าอี้ใต้ตึกแล้วรีบวิ่งตามยงกุกไปในทันที พร้อมใจหัวใจที่เต้นตึกตักจนแทบจะหลุดออกมาจากหน้าอกข้างซ้าย

ตื่นเต้นที่จะได้เจอซังกยุนในรอบหลายวันเหรอ?

เปล่าหรอก

ตื่นเต้นที่จะได้ถีบหน้าคนที่หายไปหัวไปต่างหาก

 

 

 

------------ So crazy ------------

 

 

 

“หลาม! เปิดประตูดิ๊”

เสียงที่ตะโกนอยู่หน้าห้องทำให้คนที่ถูกเรียกว่าหลามลุกออกจากโต๊ะคอมที่กำลังเอ็กพอร์ตงานอยู่ตรงหน้าเดินไปเปิดประตู เพราะคนอีกฝากนั้นกำลังเคาะประตูห้องเขาเป็นจังหวะสามช่า

เคาะขนาดนี้ พ่อมึงเป็นมือกลองเหรอ

ถึงอยากจะด่าออกไปแต่ก็ด่าไม่ได้ เพราะพ่อยงกุกไม่ได้เป็นมือกลอง แต่เป็น CEO ค่ายหนังที่เขายื่นเรื่องเข้าไปฝึกงาน

“เคาะหาเมียมึงเห...” แต่พอประตูเปิดออกซังกยุนก็ต้องกลืนคำพูดของตัวเองลงคอไปในทันที เมื่อสิ่งที่มีชีวิตที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเขาไม่ใช่เพื่อนสนิทหน้าตี๋เพียงคนเดียว

อ๋อ รู้ล่ะ มันไม่ได้เคาะหาเมียมัน แต่มันเคาะหาเมียกู!

โอดครวญอยู่ในใจสักพัก ก็ก้าวถอยหลังไปเล็กน้อย แต่ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไรออกไป เด็กหัวทองอายุสิบหกปีถ้วนนั่นก็ปรี่เข้ามาในห้องแล้วกระชากคอเสื้อยืดตัวย้วยๆ อย่างแรง

เบาๆ สิจ๊ะ เดี๋ยวเสื้อพี่ขาด

ถึงอยากจะพูดออกไปแบบนั้น แต่ซังกยุนก็รู้ดีว่าตอนนี้มันไม่ใช่เวลาจะมาล้อเล่น แววตาของเด็กหนุ่มตรงหน้ามันน่ากลัวเสียเหลือเกิน

น่ากลัวชนิดที่ว่าฉายามนุษย์ฉลามอย่างเขาดูน่ารักไปเลย

ถึงหน้ากูจะช่างกล แต่หัวใจกูมันคิตตี้นะเว้ย

“เดี๋ยวๆ นี่มันเรื่องอะไร”

ซังกยุนนึกอยากจะขอบคุณเสียงสวรรค์ของยงกุกที่เข้ามาห้ามทัพ ก่อนที่แฟนเด็กของเขาจะลงมือลงไม้จนเขาพิการไปซะก่อน

“งานเอ็กพอร์ตเสร็จแล้ว กูว่าเรากลับไปเช็คงานที่ห้องกูดีกว่า” แต่เหมือนดงโฮจะไม่ได้อยากมาห้ามทัพสักเท่าไหร่ ซ้ำทั้งยังกึ่งลากกึ่งดึงยงกุกที่เพิ่งมาถึงออกจากห้องไปอีกด้วย

ไม่น่าเลย...

ซังกยุนไม่น่าไปเล่าเรื่องวันนั้นให้ควายเผือกมันฟังเลย

อยู่กับน้องจัสตินสองคน ฉิบหายแน่ชีวิตกู

            ปัง!

            เสียงปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงโวยวายของยงกุกที่ถามว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ซังกยุนเองก็รู้ว่านั่นมันไม่ใช่ความเป็นห่วงเป็นใยของเพื่อนหรอก เพื่อนเขามันก็แค่อยากเสือกเฉยๆ จะได้มีเรื่องไปแซวเขาในกลุ่ม

            แต่ตอนนี้ซังกยุนเองก็ยังไม่รู้เลยว่าเขาจะมีชีวิตรอดกลับไปให้พวกมันแซวหรือเปล่า

            “น้อง...”

            “อะไร!

          โอย ยังไม่ทันจะเรียกชื่อเลย อย่าเพิ่งขึ้นเสียงสิจ๊ะ

            คนอายุมากกว่าพยายามทำใจดีสู้เสือ อ่า...รานิชีเสือซะด้วย เขาค่อยๆ เลื่อนมือขึ้นมาวางทับลงบนมือเล็กๆ ที่กระชากคอเสื้อเขาอยู่ ฉีกยิ้มกว้างให้กับคนที่ทำหน้าถมึงทึงอยู่ อีกนิดหน้าน้องจะน่ากลัวยิ่งกว่าจูออนแล้ว

            “ใจเย็นๆ ก่อนนะ”

            “ยังจะให้เย็นอะไรอีก” จัสตินสวนกลับไปอย่างทันควัน ทำเอาซังกยุนหลับตาปี๋ ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยเห็นน้องในโหมดนี้ จัสตินเคยโกรธเลือดขึ้นหน้าอยู่ครั้งนึงตอนที่เขาถึงคราวซวยไปเหยียบตีนใครไม่รู้ในร้านเหล้าแล้วโดนลากมาต่อยที่หน้าร้าน น้องก็โกรธแบบนี้ แถมซังกยุนก็ได้ยินมาแว่วๆ ด้วยว่าน้องยังให้สั่งลูกน้องพ่อตัวเองไปจัดการคนพวกนั้นที่แม้แต่หน้าเขายังจำไม่ได้ด้วยซ้ำ จนสลบคาตีน แต่กับรอบนี้มันไม่เหมือนกัน เพราะเขามีความผิดติดหลังอยู่เลยรู้สึกว่าคนที่จะสลบคาตีนน่าจะเป็นเขาเนี่ยแหละ

            จัสตินน่ะเป็นเด็กที่นิสัยสวนทางกับหน้าตาสุดๆ

            หน้าคิตตี้ แต่ใจน้องมันช่างกลมากๆ

            “ค...คือ คือ พ...พี่ มันแบบ พ...พี่ อ...อธิบาย ด...ได้นะ” ซังกยุนอยากจะตบปากตัวเองสักสิบรอบที่จู่ๆ ก็เหมือนเป็นคนติดอ่างขึ้นมาทันที แค่เห็นสายตาของน้องเขาก็ไม่กล้าจะขยับปากพูดแล้ว

            เอามีดมาแทงเลย แทงตอนนี้ให้ตายไปเลย

            อาจจะดีกว่าบอกความจริงน้องออกไป

            “อะไร! พูดมาสิ!

            ซังกยุนสะดุ้งขึ้นเมื่อคนที่กำข้อเสื้อเขาอยู่ตะโกนออกมาเสียงดัง เขายกมือขึ้นข้างหนึ่งวางลงบนกลุ่มเส้นผมสีทองอย่างนึกเอ็นดูแล้วลูบมันเบาๆ สูดลมหายใจเข้าปอดเล็กน้อย ตอนนี้เขาใจชื้นขึ้นมาในระดับนึงแล้ว เพราะถึงจัสตินพร้อมจะบวกเขาขนาดไหน น้องก็ยังกระชากคอเสื้อเขาแล้วรอฟังเหตุผลจากปากเขาอยู่ ไม่ได้ปรี่เข้ามาซัดหมัดอย่างที่ควรจะเป็น

            หรือน้องมันรอซัดทีเดียววะ?

            “รีบพูดมาดิวะ!

            แล้วก็ต้องสะดุ้งอีกครั้ง เมื่อถูกคนอายุน้อยกว่าเร่งเร้าคำตอบ

            “ค...คือมัน ไม่ได้เป็นอย่างที่หนูเข้าใจนะ คือพี่ไม่ได้ฟันหนูแล้วทิ้งนะ คือมัน... มันค่อนข้างซับซ้อน”

            “แล้วอะไรที่ซับซ้อน!

            ซังกยุนละรู้สึกสงสารคอของจัสตินจริงๆ อยากจะให้น้องลองปล่อยมือจากคอเสื้อเขาแล้วนั่งจิบน้ำชาคุยกันแบบดีๆ บ้าง

            แต่คิดว่าถ้าทำแบบนั้นอาจจะตายไวกว่าเดิมก็ได้

            “คือพี่...”

            “คืออะไรล่ะ!

            “มันแบบ...”

            “แบบอะไรวะ!

            คนถูกต้อนทุกคำถามกระพริบตาปริบๆ สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วจึงตัดสินใจบอกความจริงออกไป

            .

            .

            .

            .

.          

            “คือพี่เขินหนู”

            เมื่อได้ยินแบบนั้นจัสตินก็ตาโตเป็นไข่ห่าน อ่า...ถ้าโตเป็นไข่ไดโนเสาร์ได้ก็คงทำไปแล้วเหมือนกัน มือเล็กนั่นค่อยๆ ปล่อยออกจากคอเสื้อย้วยๆ ของคนเป็นพี่ แล้วยกขึ้นมาแคะหูของตัวเองดูสักรอบสองรอบเผื่อบางทีเขาอาจจะลืมแคะหูเลยฟังอะไรเพี้ยนไป

            “เมื่อกี้พี่พูดว่าอะไรนะ?” ถามซ้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ แล้วคนเป็นพี่ก็เกาท้ายทอยเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับมาเสียงเบาจนแทบจะต้องตะแคงหูฟัง

            “พี่เขิน”

            “เขิน?” จัสตินทวนคำพูดอีกครั้ง แล้วกลอกตาขึ้นมองเพดานของห้องที่เต็มไปด้วยหยากไย่ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

            “ที่พี่หลบหน้าผมเพราะพี่เขินผมเหรอ ผมต่างหากที่ต้องเขินพี่ ไม่ใช่พี่มาเขินผมแบบนี้!” เด็กหนุ่มว่าแล้วชี้เข้าที่หน้าตัวเอง

            ตอนนี้ซังกยุนก็คิดแบบนั้น เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเขา แค่พอคิดถึงคืนนั้นทีไรเขาก็พลันรู้สึกร้อนฉ่าบนใบหน้าทุกที แล้วยังยิ้มไม่หุบอีกต่างหาก เสียงเรียกชื่อหวานๆ ของน้องยังดังก้องอยู่ในหัวของเขา

            หรือเพราะปกติได้ยินแต่เสียงฮาร์ดคอร์แบบนี้หรือเปล่าก็ไม่รู้  พอตื่นมาได้สติเลยเขินมาเป็นพิเศษ

            “คือพี่ขอโทษ พี่ไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้” ว่าเสียงอ่อนแล้วยืนกุมมือประสานกันไว้ที่ขอบกางเกง เตรียมตัวรอการด่าจนสึกนึกผิดไม่ทันจากอีกฝ่าย

            จุ๊บ!

            แต่ทุกอย่างกลับไม่ได้เป็นอย่างที่ซังกยุนคิดไว้ เขาคิดว่าวันนี้ต้องได้โดนซักหมัดหรือหูต้องชากันไปข้างนึง ไม่ใช่โดนน้องก้มตัวลงมาจุ๊บปากแบบนี้

          วิญญาณคิตตี้ออกจากร่างกูไปสิงน้องเหรอวะ

            คิดแล้วก็เงยหน้าขึ้นมามองคนอายุน้อยกว่าอย่างงงๆ แต่ก็ต้องงงยิ่งกว่าเดิมเมื่อเด็กหนุ่มตรงหน้ากลับสวมกอดเขาแทนที่จะตีเข่าใส่

            “จ..จัสติน เอ่อะ! พี่ว่าหนูกอดพี่แน่นไป พี่หายไปไม่ออก”

            มันไม่มีหรอกฉากรักโรแมนติกระหว่างเขากับจัสติน ซังกยุนหอบเล็กน้อยเพราะอาการหายใจไม่ออกเมื่อครู่นี้ ก่อนที่วงแขนเล็กนั่นจะคลายออกเล็กน้อยเพื่อให้ทางเดินหายใจของเขาทำงานได้อย่างเต็มที่

            “ทีหลังห้ามทำแบบนี้กับผมอีก ไม่งั้นผมเอาพี่ตายแน่” เสียงเล็กๆ ที่แม้ว่าจะฟังอู้อี้แต่ซังกยุนกลับได้ยินมันเต็มโสตประสาททั้งสองข้าง

            คำว่าตายของจัสติน ก็หมายถึงตายจริงๆ นั่นแหละ

            “พี่สัญญา ว่าพี่จะฟันหนูแล้วรับผิดชอบทุกครั้ง” ว่าจบแล้วก็กอดตอบน้องกลับไปแรงๆ มันก็รู้สึกโล่งดีเหมือนกันนะที่ได้พูดออกไป ปัญหาเรื่องนี้มันคาใจเขามาหลายวันแล้ว อยากจะพูดแต่ก็พูดไม่ได้ ขนาดเล่าให้ดงโฮฟังมันจะขำจะเป็นจะตายเลย เอ้า! คนเรามันไม่เคยเขินแฟนตัวเองเหรอ

            เขาเขินนะ ลองคิดดูสิ ตื่นขึ้นมาพร้อมกับเจอแฟนเด็กของตัวเองนอนอยู่ข้างๆ แถมยังมีรอยแดงไปทั้งตัวอีก ฝีมือใครล่ะ...มันก็ฝีมือตัวเขาเองนั่นแหละ แถมใบหน้าเล็กๆ ตอนหลับแล้วมันก็ชวนให้อยากจะกอดน้องแรงๆ อีกสักรอบ จะมองนานก็ไม่กล้ามอง มองทีไรมันก็เขินทุกที

            แล้วพอวันต่อมา น้องก็โทรตามจิกเขายิ่งกว่าแม่ไก่อีก คิดดูสิว่าคนอย่างซังกยุนต้องใช้ความพยายามตั้งเท่าไหร่ในการไม่สนใจสายเรียกเข้าพวกนั้น ถ้าได้ยินน้องพูดมาสักประโยคแล้วล่ะก็ เสียงเรียกเขาของน้องในวันนั้นก็ลอยเข้ามาในหัวอยู่บ่อยๆ ยิ่งคิดมันก็ยิ่งเขิน

            เขินไปหมดแล้ว

            .

            .

            .

            .

            .

            .

            “ไหนๆ หนูก็เข้าใจพี่แล้วงั้นคืนนี้พี่ขอ...”

            “ไม่ให้เว้ย!

           

 

 

 

          จ้ะ...ไม่ให้ก็ไม่ให้ พี่ไม่กล้าขัดใจหนูหรอก

 

 

           

 

 

END

 

 

 

 

TALK TALK TALK

            ทำไมมันออกมาเป็นแบบนี้อ่ะ 55555555 คือเหมือนไม่มีฉากหวานเลย เขียนจบแล้วก็นั่งงงๆ อยู่หน้าคอม แล้วพึมพำว่า อ้าว จบแล้วเหรอวะ แต่พล็อตที่คิดไว้คือมีแค่นี้จริงๆ สำหรับตอนนี้ คิดว่าน่าจะมีตอนต่อของคู่นี้อยู่ เพราะหนูจัสไม่ได้อยู่แก๊งยัยเลยไม่ได้เป็นชื่อฮาวทู รู้สึกว่าฟิคทุกตอนมันจะโยงกันไปหมดเลย จนคิดว่าทำเป็นซีรีส์ไปเลยก็ดีนะ แก๊งสรรพสัตว์ทั้งห้า นี่เปิดตัวมาแล้วสาม พูดถึงอีกหนึ่ง และยังไม่พูดถึงอีกหนึ่ง บวกกับแก๊งยัยอีก นี่เขียนฟิคหรืออะไรทำไมมันโยงกันไปมาขนาดนี้ 55555555555 ส่วนน้องหลามที่พูดถึงในฟิคมาจากฉลามนะคะ นี่ว่ากยุนเขานิสัยเหมือนน้องหลามหน้าดินนะ เป็นฉลามหน้าโหดแต่หัวใจมุ้งมิ้ง เห็นคนขี้เขินตอนไปเจอแฟนคลับแล้วชอบคาแรคเตอร์นั้นเลยลองเอามาเขียนดู บวกกับได้พล็อตมาจากน้องคนนึงอีกด้วย ร่วมด้วยช่วยกันสร้างสรรค์คุกจริงๆ อยากจะสารภาพว่ามีพล็อตดราม่าอยู่ในหัว แต่คิดว่าต้องพับโครงการดราม่าไปก่อน เพราะต้องเขียนให้ครบทุกคู่ก่อน 5555555 ตอนหน้าจะเป็นคู่ไหนมาลุ้นกันนะคะ

            พูดคุยกันได้ที่เดิมนะ ที่ #ficBxB101 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,026 ความคิดเห็น

  1. #2891 แม่น้องซอนโฮ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 01:37
    น่ารักกกกกกก
    #2,891
    0
  2. #2884 biw18940 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 22:31
    ประทับใจความหน้าคิตตี้ใจช่างกลของน้องจัสมาก ต้องแบบนี้สิคะลูกแม่ ถึงจะปราบพี่ฉลามมันอยู่หมัด 55555555
    #2,884
    0
  3. #2878 beminelove (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 02:32
    โอ้ย ชอบบบ คิดภาพกยูอกเลยอ่ะ 55555 น้องจัสคือลูกมาเฟียที่แท้ทรู งื้ออ น่ารัก รักคู่นี้
    #2,878
    0
  4. #2609 Waymato (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 12:44
    พี่กยุนโว้ย55555555555555
    #2,609
    0
  5. #2545 faiisugaluhan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 16:59
    กากที่แท้ทรู55555
    #2,545
    0
  6. #2339 Inkkyhappy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 08:05
    ตลกดีค่ะ555 เหมือนสลับคาแรกเตอร์กันแต่ก็สนุกไปอีกแบบ
    #2,339
    0
  7. #2260 kim_nik (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 10:28
    55555 กยุนคนกลัวเมีย
    #2,260
    0
  8. #2240 Nookkikoong (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 00:18
    อ่ะ เชิญไปเข้าคุกเลยค่ะ
    #2,240
    0
  9. #2217 chartbana (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 11:57
    เขินอ่ะ เขินมาก งุ้ยๆๆๆๆ
    #2,217
    0
  10. #2074 woothlee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 08:04
    โอ๊ยยยยยยยกยุนเขินอ่ะะะะะะะะ555
    #2,074
    0
  11. #2066 Scarlettsand (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 01:52
    คิตตี้มากๆ5555
    #2,066
    0
  12. #2053 Mamimilky (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 22:57
    กยุนเป็นเมะที่มุ้งมิ้งมากค่ะ5555555 เอ็นดู
    #2,053
    0
  13. #1933 FahhFahh (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 08:50
    โอ๊ยซังกยุนมึ้งมิ้งไปอีกกก555
    #1,933
    0
  14. #1929 kantsuz (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 01:59
    คาแรคเตอร์มันได้จริงๆ 55555 น่ารักกก
    #1,929
    0
  15. #1928 peam-ff (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 01:53
    หน้าช่างกลแต่ใจคิตตี้ โอ้ยยยพี่คะ อย่างกาก5555555
    #1,928
    0
  16. #1885 _natomm (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 14:10
    จัสตินแมนกว่าพี่อีก 5555 พี่เขามาสายมิ้ง
    #1,885
    0
  17. #1589 tama_pure (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 18:52
    ฮาอ่ะ กยุนแกไม่ควรเขินมั้ย
    จัสน่าจะซัดซักหมัด 5555
    #1,589
    0
  18. #1503 TanyaratKwjy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 13:45
    ห้ะ!เขินเนี่ยนะ มันควรเป็นจัสตินไหมล่ะที่ควรเขิน
    #1,503
    0
  19. #1356 พี่สาวน้องมาร์ค (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 10:30
    อิคนพี่ขี้เขินเหมือนชีวิตจริงเลย 555 สงสารจัสตินคนแมน
    #1,356
    0
  20. #1348 gakag (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 19:27
    โอ๊ยน่ารักอะ 55555555555 พี่หลามบอบบางมาก กลัวน้องไปอิ๊ก วันหลังก็ขอให้พี่หลามโชคดีแล้วกัน ไม่โดนจัสตินฆ่าตายก่อนนะพี่นะ นี่อวยพร 555555555
    #1,348
    0
  21. #1343 june-j (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 15:00
    ชอบคำว่าหน้าน้องจัสตินคิตตี้แต่ใจช่างกลมากๆ แบบ นี่แหละใช่เลย 5555555555555555555555
    #1,343
    0
  22. #1341 chiniji-27 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 14:43
    เอ้า แบบนี้ก็ได้หรอ5555555555 พี่ซังกยุนเราใจเปราะบางมาก น่าทะนุถนอมสุด ให้เกียรติเคะของเรื่องอย่างน้องจัสด้วยโว้ย55555555
    #1,341
    0
  23. #1217 krisnoon1990 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 03:48
    คู่นี่ฮาอ่ะ ฟันเค้าแล้วเขินมีแบบนี้ด้วย 5555
    #1,217
    0
  24. #1212 dreamminy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 00:03
    เคยอ่านแต่ฉากเคะโดนฟันแล้ววิ่งร้องไห้ออกมา อันเมะฟันเคะแล้ววิ้งหนีออกมาเพราะเขิน โอยย ซังกยุนจะตลกไปไหน
    #1,212
    0
  25. #1195 xxnhhztt (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 11:38
    โอ้ยยยยยลูกชั้นแต่ละคน 5555555555
    #1,195
    0