'BOY & BOY' ♥ SF/OS Produce101 Store

ตอนที่ 22 : ► Sentimental II :: Kang Daniel x Ong Sungwoo

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,905
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    28 มิ.ย. 60

Sentimental II

Kang Daniel x Ong Sungwoo

 

 

 

 

 

 

           

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            Alpaca_boy : พูดดีไปเถอะ พนันเลยว่าอีกสามเดือนมึงต้องคลานเข่ามาขอบคุณกู

 

            ข้อความในกลุ่มแชทข้อความเดิมผุดขึ้นในหัวของแดเนียลอีกครั้งไม่รู้เป็นรอบที่เท่าไหร่แล้ว คนตัวสูงนอนพลิกไปพลิกมาบนเตียงนอนของตัวเอง เขาหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาดูก่อนจะพบว่ามันเป็นเวลาตีสองแล้ว แต่เขาก็ยังข่มตาให้นอนหลับไม่ได้เลย ผิดกับรูมเมทตัวดีที่ชิ่งหลับไปตั้งแต่เที่ยงคืน และเพราะสิ่งที่อยู่ในหัวของเขานั่นแหละที่มันกำลังกวนใจเขาอยู่ในตอนนี้

            ถึงแม้จะมีเพื่อนร่วมห้องนอนอยู่ด้วยทำให้ไม่รู้สึกว่าอยู่คนเดียวเมื่อก่อนหน้านี้ก็เถอะ แต่แดเนียลเพิ่งจะค้นพบว่าโรคนอนไม่หลับของเขาน่ะมันชักจะอาการหนักขึ้นทุกวันแล้ว

            ยิ่งกับเวลาที่มีเรื่องให้ขบคิดอยู่แบบนี้ ก็ยิ่งข่มตาลงไม่ได้ คำว่าสามเดือนมันลอยวนเวียนอยู่ในหัวของเขาไม่ยอมไปไหน เอาจริงๆ มันก็เป็นมาสักพักแล้ว ตั้งแต่ที่เขาเริ่มนั่งนับวันตั้งแต่วันที่ซองอูย้ายเข้ามาอยู่กับเขามันผ่านไปกี่วัน หรือกี่เดือนแล้ว

            และสิ่งที่คังแดเนียลค้นพบก็คือสามเดือนกับอีกสัปดาห์เศษ...

            นี่อาจจะเป็นครั้งแรกก็ได้ที่การคาดเดาของอิมยองมินคาดเคลื่อนไปหน่อย ถ้าไม่นับเรื่องน้องเซอุนล่ะก็นะ

            “เฮ้อ” แล้วก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ พลางพลิกตัวมองคนที่นอนหลับปุ๋ยบนเตียงข้างๆ ก่อนจะหลุดยิ้มออกมา แสงไฟอันน้อยนิดจากริมระเบียงสว่างมากพอที่จะทำให้แดเนียลเห็นก้อนกลมๆ ที่ขดตัวอยู่ภายใต้ผ้านวมผืนใหญ่สำหรับเตียงคิงไซส์ พอนึกย้อนกลับไปแล้วก็ขำ เขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไมซองอูถึงต้องแบกผ้านวมผืนใหญ่แบบนั้นมาใช้ ผิดกันกับเขาที่แทบจะไม่ใช้มันเลยด้วยซ้ำมีแต่จะเตะมันไปปลายเตียงในตอนที่ตื่นเช้ามา

            จะให้สารภาพก็ได้ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขานอนไม่หลับ และไม่ใช่ครั้งแรกที่เขามานอนมองตัวสูงขดตัวเป็นก้อนอะไรสักอย่างตรงหน้าแบบนี้ มันเป็นครั้งที่เท่าไหร่เขาเองก็ไม่ได้ใส่ใจ ไม่บ่อยนักหรอกที่เขาจะได้มองอีกฝ่ายเงียบๆ แบบนี้ ทุกครั้งที่มองหน้าก็อ้าปากจ้องจะกัดกันตลอด คิดดูสิขนาดมองเท้ามันยังหาเรื่องเขาได้

            ก็รู้ว่าไม่ชอบหน้าเขาตั้งแต่แรกแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่าคนอย่างองซองอูจะหาเรื่องมาด่าเขาได้ตลอดเวลา

            อันที่จริงเขาเองก็ไม่ต่างกันหรอก ฟาร์มหมาขนาดย่อม(ซองอูเรียกมันแบบนั้น)ก็ชอบขยันทำงานเวลาที่ได้ต่อล้อต่อเถียงกับอีกฝ่าย แต่สารภาพเลยเถอะเก้าสิบเก้าจุดเก้าเก้าเปอร์เซ็นในความกวนตีนพวกนั้นมันไมได้เกิดขึ้นจากการไม่ถูกชะตาหรอก เขาก็แค่อยากจะคุยด้วย...แต่เผอิญว่าคุยกันดีๆ ไม่ได้ก็เท่านั้น

            สุดท้ายก็จบลงที่สัตว์เลื้อยคลานออกมาเพ่นพ่านทุกทีสิให้ตาย

            ในระหว่างที่นอนคิดอะไรเพลินๆ แดเนียลก็หยุดหายไปใจชั่วขณะ เขานอนนิ่งแล้วจ้องก้อนผ้านวมที่ขยับตัวพลิกหันหลังให้กับเขาก่อนจะกระพริบตาปริบๆ พลางหลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อย จะเกร็งไปทำไม ในเมื่ออีกฝ่ายไมได้ตื่นขึ้นมาแค่ขยับตัวตอนนอนเฉยๆ

            พรึ่บ!

            และก็ไม่รู้ที่อะไรดลจิตดลใจให้ผู้ชายตัวหมีแต่ได้ฉายาว่าหมาน้อยถีบผ้าห่มผืนบางของตัวเองไว้ปลายเตียง ก่อนจะเดินไปที่เตียงฝั่งตรงข้ามแล้วสอดตัวใต้ผ้าห่มผืนหนาที่เขาไม่ได้นึกชื่นชอบมันสักเท่าไหร่นัก แต่กลับกัน...แดเนียลรู้สึกชื่นชอบความรู้สึกที่ได้อยู่ภายใต้มันกับร่างอุ่นๆ ของใครอีกคนต่างหาก

            ก่อนหน้านี้เขาเคยค้นพบวิธีที่จะทำให้นอนหลับสบายแล้วด้วยการหิ้วใครสักคนกลับมาจากคลับ นอนกอดร่างอุ่นๆ ให้ผิวเนื้อแนบเนื้อก่อนจะจมดิ่งสู่ห้วงนิทรา แต่หลังจากนั้นเขากลับรู้สึกว่าวิธีการนี้มันช่างน่าเบื่อและไร้สาระสิ้นดี เขาจึงค่อยๆ ออกห่างแล้วพยายามข่มตาหลับด้วยตัวเองแค่รู้สึกว่ามีอีกหนึ่งชีวิตที่อยู่ข้างๆ ก็พอแล้ว

            แต่ให้ตายเถอะ...อาการของเขามันชักจะหนักขึ้นทุกวัน จนแดเนียลคิดว่าหากเขาลองกลับมาใช้วิธีการเดิมอีกรอบก็คงจะไม่เสียหายอะไร

            เมื่อคิดได้ดังนั้น แดเนียลก็สอดแขนของตัวเองวางไว้บนเอวที่พอจะมีกล้ามเนื้อ ขยับกายเล็กน้อยเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกเหมือนโดนคุกคาม ปล่อยให้ไออุ่นจากร่างกายถูกส่งผ่านกันด้วยระยะห่างเพียงไม่กี่เซน เปลือกตาถูกปิดลงพร้อมกับสัมผัสแปลกใหม่ที่ไม่คุ้นเคย ถึงจะเคยนอนกับใครหลายคนมาก่อนหน้านี้แล้วก็เถอะ

            มันคงไม่ใช่ภาพที่น่าดูเท่าไหร่นักที่ผู้ชายตัวใหญ่สองคนจะมานอนกอดกันบนเตียงเดี่ยวแบบนี้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่านอนกอดซองอูแบบนี้แล้วมันทำให้เขาหลับสบายยิ่งกว่าต้องกินยานอนหลับอีก

แดเนียลได้แต่หวังว่าพรุ่งนี้เขาจะตื่นและย้ายกลับไปที่เตียงของตัวเองก่อนที่ซองอูจะตื่นขึ้นมา

เพื่อความปลอดภัยในชีวิตของเขา...

            .

            .

            .

            .

            .

            .

            “อื้อ”

            แดเนียลบิดกายไล่ความเมื่อยขบที่กัดกินเข้าตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมา โชคดีที่วันนี้เป็นวันศุกร์และเป็นวันที่อาจารย์ยกคลาส นั่นหมายความว่าวันนี้จะกลายเป็นวันหยุดสำหรับเขาอีกหนึ่งวันทดแทนวันหยุดก่อนๆ ที่หายไป

            คนตัวสูงเหยียดแขนจนสุดพลางพลางผ้าห่มผืนหนาออกจากตัว ก่อนที่สติจะเริ่มกลับมาทำงานอีกครั้ง แดเนียลก็ผุดลุกขึ้นนั่งบนเตียงนอนที่ไม่ใช่ของตัวเอง นั่งหลังตรงแล้วหันมองที่ว่างข้างๆ ใช้สองมือตะปบลงไปก่อนจะพบว่ามันเย็นจัดเพราะเครื่องปรับอากาศภายในห้อง หมายความว่าเจ้าของเตียงได้ลุกออกไปเป็นเวลานานแล้วมีเพียงแค่เขาที่ยังคงนอนอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง

          ตายแน่ ตายแน่ๆ คังแดเนียลต้องถูกโยนจากระเบียงชั้นสิบแน่ๆ

            ในหัวของเขามีแต่ประโยคนั้นวนซ้ำไปซ้ำมา ก่อนที่หน่วยตาคมจะไล่มองหาแผ่นหลังของรูมเมทที่นั่งอยู่บนโต๊ะทำงานด้านข้าง แดเนียลกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอเล็กน้อย จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนชะตาชีวิตตัวเองจะขาดยังไงก็ไม่รู้ เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าไอ้การเปลี่ยนชื่อนี่มันช่วยเสริมเรื่องเนื้อคู่อย่างเดียวหรือเปล่า ดูเหมือนว่ามันจะไม่ต่อดวงชะตาชีวิตให้เขาด้วยเลย

            “หลับสบายไหมล่ะมึง” เสียงทุ้มนั่นเอ่ยทักขึ้น แดเนียลยิ้มแห้งๆ ส่งรอยยิ้มที่เพื่อนชอบบอกว่ามันเหมือนกับรอยยิ้มของหมาน้อยให้กับแผ่นหลังของอีกฝ่าย เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะตอบกลับไปยังไงเหมือนกันจะบอกว่าโอเค หลับสบายดีคืนนี้ขอนอนกอดอีกก็คงจะไม่ใช่เรื่อง

            “สบายส้นตีนอะไร เตียงแคบฉิบหาย รู้งี้ถีบมึงตกเตียงดีกว่ากูจะได้นอนสบายๆ”

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นคนที่กำลังจดจ่อกับการเขียนแผนรายงานก็หยุดชะงักลงแล้วหมุนเก้าอี้หันกลับมายังเตียงนอนของตัวเอง

            “ไม่สบายของมึงคือหลับเต็มอิ่มตื่นอีกทีสิบโมงเหรอวะ”

            “ห๊ะ สิบโมง?”

            “เออสิบโมง!” ซองอูย้ำ ก่อนจะปากกาในมือใส่หัวคนที่ยึดพื้นที่เตียงนอนของเขาอยู่

            “เอ้า! ปาหัวกูทำไม กูไปทำอะไรให้มึง”

            “มึงทำกูนอนไม่หลับ ตัวอย่างกับหมีควายเสือกมานอนเบียดกู แล้วมึงดูตากูนี่” ไม่ว่าเปล่ายังชี้ให้ดูใต้ตาของตัวเองที่บวมมากกว่าปกติ นั่นเป็นสัญญาณที่บ่งบอกได้ว่าซองอูไม่ได้โกหก อย่างน้อยๆ เจ้าตัวก็คงไม่ได้เพิ่งตื่นนอนตอนเก้าโมงเช้าหรอก

            “แล้วมึงตื่นกี่โมง”

            “ตีสาม”

            เพียงเท่านั้นแดเนียลก็ส่งยิ้มแห้งให้เป็นเชิงขอโทษขอโพยไปในทันที ให้ตายเลยจริงๆ เขาไม่ได้ตั้งใจจะก่อกวนการพักผ่อนของอีกฝ่ายสักหน่อยเขาแค่อยากจะจัดการกับโรคนอนไม่หลับของตัวเองอย่างจริงๆ จังๆ ก็เท่านั้น

            “กูขอโทษว่ะ ไม่คิดว่าจะทำให้มึงตื่น โอ๊ย!” ยังทันจะได้พูดดีๆ จบประโยคแดเนียลก็ร้องออกมาเมื่อเขาเห็นชุดเครื่องเขียนที่วางอยู่บนโต๊ะเขวี้ยงใส่อย่างไม่ยั้ง ถ้าไม่ติดว่ากลัวโน้ตบุ๊กพังล่ะก็แดเนียลก็คิดว่าเขาจะได้เห็นโน้ตบุ๊กบินใส่หัวก็วันนี้นั่นแหละ

            “กูไม่ชอบให้ใครมานอนกอด มาโดนตัวตอนหลับ กูตื่นง่าย” พูดไปด้วยความหงุดหงิด นอกจากตื่นง่ายแล้วซองอูยังไม่ชอบตื่นเช้าเกินไปอีกด้วย อย่างตีสามนี่มันก็เกินไป

            “เอ้า! ละตอนมึงอยู่กับแฟนแม่งไม่เคยนอนกอดกันหรือไงวะ หงุดหงิดอย่างกับกูไปเผางานมึง”

            “...........”

            เงียบ...

            ซองอูเงียบ...

            คนถูกถามไม่ได้ตอบอะไรกลับไปนอกจากจ้องเจ้าของคำพูดเขม็ง ชนิดที่ว่าถ้าจับมันหักคอแล้วโยนลงระเบียงตอนนี้ได้โดยไม่ถูกตำรวจจับเขาก็จะทำแล้ว

            “เออไม่ต้องด่ากู กูด่าตัวเองได้ กูมันปากหมาเอง ปากเสียด้วย” แดเนียลว่าแล้วบุ้ยปาก เขามองซองอูที่หมุนเก้าอี้กลับไปทำงานของตัวเองต่อแล้วก็ลอบถอนหายใจออกมา นอกจากมันจะไม่ตอบอะไรเขาแล้วยังทำเหมือนเขาไม่มีตัวตนอีกด้วย

          แล้วที่กูด่าตัวเองเมื่อกี้ทำไปเพื่ออะไรวะ

            ถามตัวเองซ้ำอยู่อย่างนั้นก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นเมื่อคิดว่านั่งโง่ๆ ตรงนี้ต่อไปก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรอีกแล้ว เขาเดินเข้าห้องน้ำไปจัดการธุระส่วนตัวของตัวเองราวสิบนาทีได้ก่อนจะออกในสภาพเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นที่ไม่ค่อยแตกต่างกับชุดนอนก่อนหน้านี้สักเท่าไหร่

            แดเนียลเดินเลยแผ่นหลังของซองอูมาหยิบโทรศัพท์กับกระเป๋าเงินของตัวเองบนโต๊ะอีกตัวด้านข้าง คนตัวสูงไม่ได้ถามอะไรออกไปเพราะคิดว่าถ้าถามตอนนี้ยังไงอีกฝ่ายก็คงจะไม่ได้คำตอบ ดังนั้นจึงพาตัวเองไปยืนใส่รองเท้าที่หน้าประตูก่อนจะเปิดมันออกไปโดยไม่ลืมทิ้งท้ายคำพูดให้คนในห้องนั่งขบคิดเล่นๆ

            “เดี๋ยวกูไปซื้อข้าวให้ ห้ามบ่นด้วย กูซื้ออะไรมาก็แดกๆ ไปนะองซองอู”

 

 

 

-------------- Sentimental II --------------

 

 

           

            นอกจากจะตื่นง่ายแล้ว แดเนียลก็ค้นพบความจริงที่ว่าองซองอูเป็นพวกโกรธง่ายหายเร็วอีกด้วย...

            จนบางครั้งเขาก็คิดว่าคนอารมณ์อ่อนไหวง่ายนะเป็นเขาหรืออีกฝ่ายกันแน่

 

            “ไอ้หมาอีกอน!

            เสียงเรียกจากในห้องน้ำดังขึ้นทำให้คนที่กำลังนั่งทำงานอยู่หน้าโน้ตบุ๊กสีขาวของตัวเองชะงักไปเล็กน้อย เจ้าของชื่อ(เก่า)หันไปมองตามต้นเสียงก่อนจะพบว่าซองอูกำลังโผล่ศีรษะออกมาจากประตูห้องน้ำ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น...ส่วนสำคัญมันอยู่ที่ว่าเขาแอบเห็นไหล่และแผงอกตามแบบฉบับของผู้ชายนั่นอีกเล็กน้อย

            “กูบอกว่ากูเปลี่ยนชื่อแล้ว ให้เรียกกูว่าแดเนี...”

            แปะ!

            แต่ก่อนที่จะได้พูดจบประโยค แดเนียลก็สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่ลอยมาวางแหมะอยู่บนหัวเขา มือหนาหยิบมันลงมาดูก่อนจะพบว่าเป็นกางเกงใน CK สีดำ ตัวนี้ตัวโปรดของเขาซะด้วยสิ แต่เดี๋ยวนะ..แล้วมันเข้าไปอยู่ในห้องน้ำกับซองอูได้ยังไง

            “ไอ้หมีควาย มึงเอาของกูไปใส่ใช่ไหม กูว่าของกูไม่ใช่ตัวนี้” ซองอูถามขึ้นเสียงดัง นั่นทำให้แดเนียลก้มมองสิ่งที่อยู่ในมือตัวเองก่อนจะกางขึ้นโชว์กลางอากาศ เหลือบมองดูไซส์แล้วฉีกยิ้มกว้างออกมา

            “เออตัวนี้ของกู”

            “แล้วของกูไปไหน!

            เมื่อได้ยินคำถามนั้น แดเนียลก็สะดุ้งเฮือก เขาจำได้ว่าเมื่อวานซักผ้าแล้วตากไว้ที่ริมระเบียง นั่งนับกางเกงในทั้งหมดแล้ว มี CK สีดำแบบนี้แค่สองตัว หนึ่งในนั้นคือของเขาที่อยู่ในมือนี้ แสดงว่าอีกตัวก็เป็นของ...

            “กูก็ว่าทำไมมันคับๆ หยิบของมึงมาใส่นี่เอง”

            “ไอ้เหี้ย!!!!!!” สัตว์เลื้อยคลานออกมาวิ่งเพ่นพ่านอีกครั้งจนแดเนียลนึกกลัวข้างห้องมาเคาะประตูบอกให้เบาๆ หน่อย

            แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ...ถึงจะโดนข้างห้องด่า แต่ถ้าแลกกับการได้เห็นสีหน้าขององซองอูในเวลานี้ จะให้ด่าอีกสิบรอบคังแดเนียลก็ยอม

            “งั้นมึงก็ออกมาเดี๋ยวกูถอดคืนให้ ไอ้เหี้ยเอ๊ย มึงตัวเล็กแค่นี้เองเหรอวะ”

            “ไม่ต้องแล้ว มึงเอาไปเลย กูไม่ใส่แล้ว ไม่อยากติดเชื้อเหี้ยจากมึง”

            “เชื้อส้นตีนอะไรติดต่อผ่านกางเกงในวะ” แดเนียลถามกลับแล้วระเบิดเสียงหัวเราะออกมาเมื่อเห็นอีกฝ่ายจ้องเขาเขม็งจนตาแทบจะถลนออกจากเบ้าอยู่แล้ว

            “เวรกรรมอะไรของกูวะที่ต้องมาอยู่กับคนอย่างมึงเนี่ย” ว่าจบแล้วก็ปิดประตูห้องน้ำดังปัง โดยมีเสียงหัวเราะของแดเนียลดังคลออยู่สักพัก

            คนตัวหมีก้มมอง CK สีดำในมือแล้วก็หัวเราะจนตาปิดแทบจะตกเก้าอี้ พักหลังมานี่เรื่องบันเทิงในชีวิตรูมเมทของเขากับซองอูชักจะเยอะเกินไปแล้ว ให้ตายเถอะ จนบางทีเขาก็นึกขอโทษองซองอูบ่อยๆ ในใจ

            แต่จะว่าไป...

            บางทีเวรของขององซองอูอาจจะมาในรูปแบบของคัง แดเนียลก็ได้นะ

            ไม่สิ เวรกรรมอะไรจะหล่อขนาดนี้

            .

            .

            .          

            .

            .

            .

            .

            .

            “อะไรวะ?”

            ซองอูถามขึ้นเมื่อเห็นกล่องของขวัญสีขาวขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ถูกโยนมาให้ในระหว่างที่นั่งอ่านชีทเรียนอยู่บนเตียงนอน เขามองคนหน้าหมีที่เดินวนไปวนมาตรงปลายเตียงแล้วก็เลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย พลางก้มลงมองกล่องของขวัญที่ดูมีราคาแต่กลับถูกโยนราวกับว่าได้มาฟรีอย่างนั้นแหละ

            “ของมึงอ่ะ” แดเนียลว่าแล้วบุ้ยปากบอกว่าไอ้สิ่งที่ตัวเองโยนไปให้เมื่อกี้น่ะเป็นของตัวเองนะ      

            “ของกู?”

            “เออของมึง”

            ยิ่งได้รับการตอกย้ำแบบนั้นกลับมาซองอูก็ยิ่งงุนงงมากขึ้นกว่าเดิม “แล้วเอามาให้กูทำไมวะ” ถามออกไปพลางหยิบกล่องนั้นมาวางไว้บนตัก

            “ถามมากว่ะรำคาญ เปิดๆ สักทีกูจะได้ไปทำงานต่อ”

            “โว๊ะ! เป็นส้นตีนอะไของมึงเนี่ย” ถึงปากจะบ่นไปแบบนั้นแต่ซองอูก็ค่อยๆ เปิดกล่องของขวัญนั้นอย่างเบามือที่สุด ถึงเขาเป็นคนมือหนักแค่ไหนก็เถอะ แต่พยายามแล้ว...พยายามจะไม่ทำให้กล่องมันเละแล้ว

            “เหี้ยอะไรนี่” แล้วก็ถามขึ้นมาอีกครั้งหลังจากเปิดฝากล่องออกได้แล้ว ซองอูมองกางเกงชั้นในที่มีขอบยางอย่างดีบ่งบอกถึงยี่ห้อดังวางเรียงรายอยู่ด้ายในกล่อง แถมยังสลับสีไม่ซ้ำกันอีกด้วย ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมจู่ๆ หัวคิ้วมันก็กระตุก ขมับทั้งสองข้างปวดตุบๆ จนอยากจะยันหน้าไอ้คนหน้าหมีที่ยืนยิ้มกรุ่มกริ่มอยู่ตรงปลายเตียงสักทีสองที

            “กูซื้อมาให้เจ็ดตัวใส่เจ็ดวันเลยนะ ไม่ชอบเหรอ?”

            “เล่นอะไรของมึงเนี่ย” ซองอูถามกลับไปหยิบฝากล่องง้างขึ้นคล้ายกับว่าจะปาใส่หน้าคนที่ยืนอยู่ปลายเตียง

            “ซื้อมาใช้ที่กูหยิบCKมึงไปใส่ไง นี่กูเลือกยี่ห้ออื่นมาด้วยนะ หน้ามึงเหมาะกับ Supreme ดีเลยคละๆ มา”

            แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะซองอูไม่ได้คิดว่านั่นเป็นคำชมสักเท่าไหร่หรอก

            “Supreme เป็นแบรนด์สตรีท มึงว่าหน้ากูเหมือนทางเดินฟุตบาทเหรอไอ้สัส!

            “เหมือนคอนกรีตต่างหาก ว๊ายยยยยยยยย” ว่าออกมาแล้วก็ระเบิดหัวเราะเสียงดังพลางหลบฝากล่องของขวัญที่ลอยหวือมาเฉียดหัวเขาไปแค่นิดเดียว

            “แล้วนึกยังไงถึงซื้อมาวะ เอาไปใส่แค่ตัวเดียวกูก็ไม่เดือดร้อนอะไรนะ”

            คนถูกถามมาได้ตอบอะไรไปในทันทีนอกจากยักไหล่(แบบที่ตัวเองคิดว่ามันคูลสมัยไปแลกเปลี่ยนที่แคนาดา) แล้วยู่ริมฝีปากเข้าหากัน ท่าทางแบบนั้นมันสามารถเรียกฝ่าเท้าของซองอูให้ขึ้นไปประดับสวยๆ ที่ฝ่าหน้าของคังแดเนียลได้อย่างสบายๆ เลยล่ะ

            “เห็นว่าช่วงนี้มึงไม่ค่อยมีเงินใช้ไม่ได้เหรอ มึงโดนแม่หักเงินนี่” แล้วซองอูก็จี้จุดอีกฝ่ายด้วยการไล่ต้อนเอาความลับที่ยองมินหลุดปากออกมาเมื่อวันก่อนมาพูด

            แน่นอนว่ามันได้ผล แดเนียลตาโตในทันที สีหน้าเหรอหราราวกับตกใจว่าซองอูรู้ได้ยังไง กับเรื่องถูกหักเงินจากคุณนายทูลหัวของเขาไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไรหรอก แต่ส่วนสำคัญมันอยู่ที่ว่าแม่ของเขาหักเงินเพราะไม่ยอมกลับบ้านนั่นแหละ

            แล้วก็ไม่ต้องสาวถึงสาเหตุที่เขาไม่ยอมกลับบ้านช่วงสามเดือนที่ผ่านมาหรอกนะ ก็คนที่นั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่บนเตียงนั่นแหละที่ทำให้คนอย่างเขายอมทิ้งแมวให้นอนเหงาอยู่บ้านแล้วใช้เวลานอนโง่ๆ ไร้สาระไปเรื่อยเปื่อยที่หอพักแทน

            “ได้ข่าวว่าลูกชายคุณนายไม่กลับบ้านเลยโดนแม่ตัดเงินเดือน” ว่าจบแล้วก็เป็นตัวเองที่ระเบิดเสียงหัวเราะมาบ้างเมื่อรู้สึกเหมือนได้เป็นต่ออีกฝ่าย ซองอูมองสีหน้าที่เหมือนคนอึกอัก น้ำท่วมปากของแดเนียลแล้วก็ยิ่งหัวเราะออกมาเสียงดังมากขึ้น

            “เพราะมึงไงกูถึงโดนตัดเงิน”

            “ห๊ะ? เกี่ยวอะไรกับกู กูไปเป็นลูกแม่มึงหรือไง” คนถูกใส่ความหลุดหัวเราะแล้วเถียงกลับไป

            “กูกลัวกลับบ้านไปแล้วแม่งมีคนตายในห้องกู หรือไม่ก็โดดตึกชั้นสิบตาย เลยต้องคอยเฝ้าดูความประพฤติ”

            เอาเถอะ...ถึงจะพูดออกมายาวเหยียดแบบนั้น แต่ใจความของมันจริงๆ มีแค่คังแดเนียลเป็นห่วงซองอูที่เพิ่งอกหักก็เท่านั้นแหละ

            ซองอูไม่ได้ตอบอะไรกลับไป บรรยากาศในตอนนี้มันไม่ได้อึดอัดเหมือนกับตอนที่พูดเรื่องนี้ครั้งแรกๆ แล้ว เรียกได้ว่ามันอาจเป็นความชินชาหรือซองอูไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องนั้นแล้วก็ได้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ค่อยเข้าใจความรู้สึกที่เกิดขึ้นในตอนนี้สักเท่าไหร่นัก

            เหมือนกับได้ย้อนเวลากลับไปยังไงก็ไม่รู้สิ...

            “แล้วอีกอย่างกูทำฟรีแลนซ์อยู่ มีเงินซื้อของใช้มึงคืนอยู่ล่ะ ไม่ต้องห่วง กูหล่อ รวย สปอร์ต มีรถขับ ถ้าอยากได้มากกว่านี้ก็มาเป็นเมียกูนะ”

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นความรู้สึกแปลกประหลาดที่คืบคลานเข้ามามีตัวตนก็ถูกทำลายด้วยความกวนประสาทของแดเนียล ซองอูเทของด้านในกล่องของขวัญนั้นออกมากองไว้บนตักก่อนจะเขวี้ยงกล่องเปล่านั้นเล็งไปที่หน้ากบาลคนหน้าหมีทันที

            โทษฐานกวนส้นตีนพร่ำเพรื่อ

           

 

 

-------------- Sentimental II --------------

 

 

           

           

สามเดือนกับอีกสองสัปดาห์กำลังจะผ่านไป...

แดเนียลนั่งมองปฏิทินในโทรศัพท์ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก้านนิ้วยาวกดล็อคหน้าจอแล้วโยนมันไว้ข้างกาย ก่อนจะหันไปหยิบกระป๋องเบียร์เย็นจัดนั่นขึ้นมากระดกให้รสชาติขมปร่าแตะที่ปลายลิ้นแล้วลำคอที่แห้งผากนั่น

ให้แอลกอฮอล์ช่วยดึงสติของเขากลับมาสักที ให้รู้ตัวบ้างว่าตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่

เปลือกตาถูกปิดลงทันทีที่ของเหลวไหลผ่านลำคอจนลงไปถึงในท้องของเขา แดเนียลพิงศีรษะของตัวเองกับบานประตูกระจกระเบียงที่ถูกใช้เป็นพื้นที่นั่งเล่นรับลมชั่วคราวของเขา เพราะในหัวมันตื้อเกินกว่าจะคิดงานอะไรออก เขาจึงตัดสินใจพับจอโน้ตบุ๊กของตัวเองลงแล้วเลือกมานั่งจิบเบียร์เย็นๆ เพื่อผ่อนคลายอารมณ์

พูดก็พูดเถอะ...ถ้าถามหาถึงสาเหตุของอาการมึนตึบของเขาช่วงหลายวันผ่านมานี้ก็คงไม่พ้นรูมเมทตัวดีที่ยังไม่กลับห้องมานั่นแหละ พักหลังเขารู้สึกว่าอะไรๆ มันเปลี่ยนไปไม่น้อย ถึงมันจะเป็นเรื่องดีที่เขาเหมือนได้องซองอูที่รู้จักคืนมาก็เถอะ แต่เขาก็ไม่ค่อยชอบใจกับมันสักเท่าไหร่ เพราะดันไปได้ยินคำแซวสนุกปากของยองมินมันเข้า

“ทำตัวเหมือนคนมีความรักเลยว่ะ”

เสียงของเพื่อนหน้าอัลปาก้ายังคงติดอยู่ในหัวเขา แน่นอนว่าเจ้าของคำพูดนั่นไม่ได้เอ่ยมันกับเขาหากแต่เป็นซองอูต่างหาก

แดเนียลไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำให้ซองอูกลับมาเป็นคนกวนตีนและศีลเสมอกันกับเขาได้นี่เป็นเพราะเรื่องนั้นหรือเปล่า...เรื่องที่ออกมาจากปากของอิมยองมิน

            ราวกับเดจาวู...แดเนียลเหมือนถูกใครสักคนโยนกลับไปในอดีตอีกครั้ง เหมือนเขาเคยได้ยินคำทักทายแบบนี้มาก่อนที่เขาจะตัดสินใจส่งพอร์ตฯ ยื่นไปฝึกงานแลกเปลี่ยนที่แคนาดาในตอนนั้น แต่ให้ตายเถอะ ขนาดว่ากลับมาจากอีกซีกโลกนึงแล้วยังต้องกลับมาเจอเหตุการณ์เดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมาอีกหรือไงกัน

            “หมอดูแม่งโคตรมั่ว จะอีกอนหรือแดเนียลแม่งก็อกหักเหมือนเดิม มั่วฉิบหาย” พึมพำออกมาแล้วเค้นหัวเราะเบาๆ ให้กับความคิดของตัวเอง

            แดเนียลทิ้งน้ำหนักตัวเอนกับบานกระจกนั่นก่อนจะชันเข่าขึ้นมาแล้วพาดมือที่ถือกระป๋องเบียร์สีเงินไว้ โคลงมันเล่นเล็กน้อยราวกับว่าอยากจะหาอะไรทำแก้เบื่อดีกว่าต้องมานั่งคิดเรื่องไร้สาระพวกนี้

            “กะจะเมาแต่หัววันเลยเหรอมึง”

            เสียงทักนั่นทำให้คนที่กำลังจะยกกระป๋องเบียร์ขึ้นกระดกอีกครั้งกลับต้องชะงักแล้วเงยหน้าขึ้นมองต้นเสียงที่ยืนค้ำหัวของเขาอยู่

            “นั่งด้วยดิ” แต่ยังไม่ที่แดเนียลจะได้ตอบอะไรกลับไป ซองอูก็ชูกระป๋องเบียร์แบบเดียวกันในมือของตัวเองขึ้นให้เขาดู พร้อมกับหย่อนกายนั่งลงบนพื้นริมระเบียงข้างกันกับเขา

            “ซื้อใช้กูด้วย เอาของกูไปแดกอ่ะ” แดเนียลว่า แต่เขาก็ไม่ได้จริงจังอะไรกับกระป๋องเบียร์เพียงแค่กระป๋องเดียวนั้นหรอก

            “เออเดี๋ยวกูซื้อให้ทั้งลังเลย”

            “ถ้ามึงไม่ซื้อล่ะน่าดู” คาดโทษอีกฝ่ายแล้วยกกระป๋องเบียร์ในมือขึ้นจิบเบาๆ หลังจากที่ได้ยินเสียงเป๊าะดังขึ้นที่ข้างหู

            “แล้วนึกไงวะมานั่งตรงนี้คนเดียว มึงเปลี่ยว?” ซองอูถามขึ้นพลางมองคนที่ดูเหมือนว่าวันนี้จะยังไม่ได้อาบน้ำเลย เพราะนั่นเป็นชุดนอนที่เขาจำได้ว่าแดเนียลใส่นั่งทำงานอยู่เมื่อคืนนี้

            “อือ เปลี่ยวมั้ง สงสัยต้องมีเมียถึงจะหายเปลี่ยว”

            “เมื่อไหร่จะเลิกพูดเรื่องผัวๆ เมียๆ วะ ขนลุกฉิบหาย”

            แดเนียลหันมองเสี้ยวหน้าของคนด้านข้างแล้วก็จุดยิ้มขึ้นมา คนที่พูดมันออกมาได้หน้าตาเฉยแบบนั้นคงจะไม่ได้คิดอะไรเหมือนกันกับเขาสินะ

            “จะพูดจนกว่าจะได้มึงเป็นเมียอ่ะ”

            “ก็บอกแล้วว่ากูจะเป็นผัว ไม่อยากเป็นเมีย” สวนกลับมาอย่างทันควันแล้วหัวเราะน้อยๆ อย่างไม่ถือสาใดๆ เอาเข้าจริงแล้วพวกเขาดูสนิทกันมากกว่าเมื่อสามเดือนก่อนเพราะการมาเถียงเรื่องพรรค์นี้กันด้วยนั่นแหละ นับได้เลยว่าวันนึงแดเนียลต้องหาเรื่องนี้มากวนประสาทเขาได้อยู่ตลอดเวลา

            เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลไม่ได้ตอบอะไรกลับไปนอกจากพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะโคลงศีรษะไปมามองดูท้องฟ้าบ้าง ถนนบ้าง ในช่วงหัวค่ำแบบนี้ที่ยังไม่ร้างผู้คน ปล่อยให้ความเงียบเข้ามามีตัวตน แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ไม่ได้สัมผัสถึงความอึดอัดที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเลยสักนิด

            ไม่สิ...อาจจะมีแต่ซองอูเท่านั้นแหละที่รู้สึกอึดอัดกับความเงียบนั่น

            “แล้วมึงนึกไงมานั่งกินเบียร์” ไม่รู้ว่าอะไรที่ดลใจให้แดเนียลถามออกไปแบบนั้น หรือเพราะเขาเห็นความรู้สึกแปลกประหลาดในดวงตาคู่นั้นของคนข้างๆ ก็ไม่รู้ พอจะแสร้งทำเป็นว่าไม่รู้ไม่เห็นอะไรก็พาลทำให้ความคิดในหัวยุ่งเหยิงได้เหมือนกัน

            “กูก็เปลี่ยวเหมือนมึงอ่ะ”

            “งั้นก็หาเมียใหม่ซะ” เขาตอบกลับไปอย่างไม่คิดอะไร ก่อนจะชะงักได้ทีหลังว่าตัวเองหลุดปากพูดอะไรออกไป

            คนมันเพิ่งจะเลิกกับแฟนไปเมื่อสามเดือนก่อนนี่หว่า

            “ก็อยากหาเหมือนกัน แต่ไม่แน่ใจว่ะว่าเขาอยากได้กูหรือเปล่า”  ซองอูว่าแล้วยกเบียร์ในมือขึ้นจิบบ้าง “ยองมินมันบอกว่าหน้าตากูดูเหมือนคนมีความรัก มึงคิดว่าไงวะ” ไม่ว่าเปล่ายังหันหน้าไปหาคนที่เคยเอาแต่กัดกันให้ช่วยดูอีก

            แดเนียลแทบจะหยุดหายใจไปชั่วขณะเมื่อเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายเลื่อนเข้ามาใกล้ในกรอบสายตา เขาย่นคอไปด้านหลังเล็กน้อยแล้วขมวดคิ้วเข้าหากัน

            ปฏิเสธไมได้หรอกว่าสีหน้าดูดีกว่าในวันแรกที่เจอกันในฐานะรูมเมทจริงๆ

            “เออว่ะ คนมีความรักแม่งจะดูเด็กลง” แดเนียลตอบ

            “หน้ากูดูเด็กลงเหรอ”

            “เปล่า สมองมึงอ่ะ โอ๊ย!” โอดครวญออกมาเล็กน้อยเมื่อโดนผลักหัวอย่างเต็มแรงจนไม่กลัวเลยว่าสมองของเขาจะกระทบกระเทือนหรือเปล่า

            “ปากหมาอีกแล้วนะมึง เดี๋ยววันเกิดกูซื้อตะกร้อครอบปากให้”

            คนถูกว่าไม่ได้ตอบอะไรนอกจากหัวเราะกลับไป นั่นทำให้ซองอูเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัยที่ดูเหมือนว่าวันนี้สัตว์เลี้ยงของหมาน้อยข้างๆ ดูจะสงบเสงี่ยมผิดปกติไปสักหน่อย

            “มึงโอเคป่ะวะ” แล้วก็ถามออกไปด้วยความเป็นห่วง เอาจริงๆ เป็นห่วงมันนั่นแหละ อยู่ด้วยกันมาสักพักนึงแล้วก็เริ่มจะมีความรู้สึกจำพวกนั้นฝังลึกอยู่ในตัวเขาบ้าง

            “กูโอเค ไม่ดิ ไม่...” สาบานได้ว่าถ้าไม่เพราะฤทธิ์ของเบียร์กระป๋องที่สอง เขาจะไม่มีวันกลับคำพูดของตัวเองแบบนี้แน่ “กูเหมือนกำลังจะกลายเป็นคนอกหักครั้งที่สองเลยว่ะ”

            “โถ่ไอ้หมาน้อย ใครกล้าทำมึงอกหักวะ เดี๋ยวกูส่งลูกพี่ยองมินไปให้มันกระทืบเลย” 

            “สัส! นั่นเพื่อนกู”

            “หรือจะให้กูไปแทนอ่ะ”

            ถึงจะแกล้งพูดดีไปงั้นก็เถอะ แต่ซองอูก็แทบจะหยุดหายใจเหมือนกันเมื่อได้ยินคำว่าอกหักจากอีกฝ่าย ให้ตายเถอะคำพูดของยองมินมันผิดถนัดเลยล่ะ เขาไม่ได้ดูเหมือนคนมีความรักสักหน่อย...เขาดูเหมือนคนที่กำลังจะอกหักต่างหาก

            “ไม่ กูไม่ให้มึงไปไหนทั้งนั้นแหละ”

            “อะไรของมึงว...”

            ทว่ายังไม่ทันที่ซองอูจะถามออกไปจบประโยคดีเขาก็รู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนๆ ที่เป่ารินรดอยู่ตรงปลายจมูกของตัวเองพร้อมกับใบหน้าของรูมเมทจอมกวนประสาทที่ขยับเข้ามากใกล้ ระยะห่างระหว่างสองใบหน้าแทบจะไร้ตัวตน ดวงตาของพวกเขาเผลอสบเข้าหากัน ในตอนแรกมันฉายแววของความงุนงงอยู่ในนั้น แต่ในเวลาต่อมากลับเป็นความหมองหม่นในการกระทำนั่นแทน

            แดเนียลไม่ได้จูบเขา...

            ใช่ แดเนียลไมได้จูบอย่างที่ควรจะเป็น อีกฝ่ายแต่ผละใบหน้าของตัวเองออกไปแล้วเอนศีรษะพิงกับประตูกระจกอย่างแรง จนซองอูนึกกลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุตามมาอีกหรือเปล่า

            “มึงเข้าห้องไปดิ๊” เอ่ยขึ้นอย่างหัวเสียทั้งๆ ที่ไม่ได้มองหน้าคู่สนทนาด้วยซ้ำ ซองอูขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ...ใช่ เขาไม่เข้าใจคนตัวหมีนี่เลยสักนิด

            “มึงเป็นเหี้ยอะไร” และความอดทนขีดสุดท้ายของซองอูก็หมดลง เขาเงยหน้าขึ้นตามคนข้างๆ อย่างเอาเรื่อง “มึงเป็นอะไรของมึงวะ มึงทำแบบนี้กับกูสองครั้งแล้วนะ ครั้งก่อนมึงก็หนีกูไปแคนาดา ครั้งนี้มึงก็ไล่กูเข้าห้อง มึงเห็นกูเป็นตัวอะไรวะ คิดว่าเมาแล้วจะทำเหี้ยอะไรกับกูก็ได้เหรอ”

            “กู...” แดเนียลชั่งใจว่าเขาควรจะพูดอะไรออกไปดี “กูขอโทษ”

            เมื่อได้ยินเช่นนั่นคนฟังอย่างซองอูก็กลอกตาไปมาอย่างระอา เขาไม่ได้ต้องการคำขอโทษ เขาก็แค่อยากรู้สิ่งที่ติดอยู่ในใจของตัวเองมาตลอด เขาแค่อยากรู้เหตุผลว่าทำไมคนที่ทำเหมือนว่าจะชอบเขากลับเลือกที่จะเดินหนีไปในวันที่เขากำลังใจอ่อนแล้ว

            “ตอนนั้นกูแค่ไม่อยากอกหัก กูเลยหนีมึงไป กูไม่อยากโดนเทกูเลยชิ่งเทมึงก่อน”

            “มึงมันเหี้ย” แล้วก็สวนกลับไปทันควันเมื่อนึกถึงสภาพตัวเองในตอนนั้น ทั้งๆ ที่เขาเองก็เชื่อคำพูดของเพื่อนสนิทอย่างยองมินแล้วว่าแดเนียลสามารถเชื่อใจและวางใจได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็เป็นเจ้าตัวนั่นแหละที่ทำลายสิ่งที่เขาเชื่อทั้งหมดนั่นไป

            “ตอนนี้ก็เหมือนกัน กูกลัวตัวเองอกหัก ตอนแรกกูแม่งโคตรดีใจเลยตอนได้ยินว่ามึงเลิกกับแฟน แต่ตอนนี้กูต้องมานั่งฟังว่ามึงไปชอบคนอื่นอีก ทำใจยากว่ะ กูไม่น่าเชื่อคำยุของยองมินแม่งเลย ปวดหัวฉิบหาย”

            “แล้วมึงชอบกูหรือไงทำไมต้องคร่ำครวญขนาดนั้น”

            “เออกูชอบมึง ก่อนหน้านี้ก็ชอบ ตอนนี้ก็ยังชอบ”

คำตอบที่เถรตรงนั้นทำเอาเจ้าของคำถามไปไม่ถูกเหมือนกัน ซองอูไม่ได้ตอบอะไรกลับไปนอกจากยกเบียร์ขึ้นมากระดกแก้เขินจนสำลักไอโครกออกมา แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่น่าสนใจพอ คนที่นั่งอยู่ข้างๆ เขาถึงได้ทำเป็นไม่สนใจแบบนั้น

“แล้วมึงอ่ะชอบกูไหม ถ้าไม่กูจะทำใจตั้งแต่วันนี้เลย”

ซองอูกัดริมฝีปากของตัวเองจนแทบจะขึ้นเป็นห้อเลือด เขาวางกระป๋องเบียร์ในมือลงไปข้างกายแล้วแสร้งเสหน้ามองไปทางอื่น พูดกันตามตรงเถอะไอ้ความรู้สึกพวกนั้นน่ะเขาเองก็มั่นใจว่ามันไม่ได้แตกต่างจากอีกฝ่ายเลย เพียงแต่ว่าเขาแค่คิดไม่ออกเท่านั้นว่าจะตอบกลับไปว่ายังไงดี

จะให้โผงผางและตรงไปตรงมาแบบนั้นก็คงไม่ใช่

องซองอูพูดได้ทุกอย่าง ยกเว้นคำว่าชอบ

แม่งโคตรน่ารำคาญเลย

เขานึกหงุดหงิดในใจพลางยกมือขยี้เส้นผมของตัวเองจนเสียทรงไปหมด ไม่เหลือเค้าของเด็กการบินที่ใครๆ ต่างก็จับจ้องกันเลยสักนิด

“ถ้าลำบากใจไม่ต้องพูดก็ได้นะ กูไม่ถือ” แต่แดเนียลกลับชิงพูดออกมาก่อน และนั่นยิ่งทำให้ซองอูรู้สึกปั่นป่วนมากขึ้นอีกเป็นเท่าตัว

แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ไมได้ตอบคำถามของแดเนียลกลับไป ซ้ำทั้งยังเป็นตัวเขาเองอีกนั่นแหละที่หยิบยื่นคำถามบางอย่างให้กับอีกฝ่ายแทน

ซองอูสูดลมหายใจเข้าปอด ก่อนจะหันหน้ากลับมาถามคนที่จ่อกระป๋องเบียร์ไว้ที่ริมฝีปากข้างๆ

“ทำไมมึงถึงชอบคิดไปเองวะ”

“อะไรของ...”

“มึงคิดว่าคนที่ตื่นง่ายแบบกูยอมให้มึงเนียนมานอนกอดแล้วโกหกบอกว่าละเมอจะไม่คิดอะไรเหรอ นอนกอดเลยนะมึง...กูยอมให้มึงนอนกอดขนาดนี้แล้วมึงยังคิดอะไรส้นตีนๆ แบบนี้อีกเหรอวะ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแดเนียลก็วางกระป๋องเบียร์ในมือลง ก่อนจะหันมามองคนที่แสร้งตีหน้ายุ่งกลบเกลื่อนความรู้สึกบางอย่างที่เรียกสั้นๆ ว่าเขินนั่น

ให้ตายเถอะ

ให้ตายเลยจริงๆ

“มองหน้ากูทำไมหน้ากูเหมือนเมียมึงอ่อ” แล้วสุดท้ายก็เป็นซองอูนั่นแหละที่ทนสายตาของอีกฝ่ายไม่ไหว เอ่ยปากถามออกไปก่อนจะมาตั้งสติได้ทีหลังว่าตัวเองพลาดแล้ว

แดเนียลยกยิ้มกรุ่มกริ่มเชิงล้อเลียน ก่อนจะเอ่ยตอบกลับมา

“กูว่าเหมือนว่ะ ทำไงดีวะอยากมีเมียเป็นว่าที่สจ๊วต”

“สัส!” คำด่าสั้นๆ หลุดออกมาพร้อมกับแดเนียลที่หลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง

“เอ้าด่ากูอีก”

“แต่กูไม่อยากมีแฟนทำงานฟรีแลนซ์ แม่งซื่อบื้อฉิบหาย นอนน้อยแบบนี้สมองเลยฝ่อ กูจะเอามาทำแฟนให้เสียเวลาชีวิตกูทำไม”

เชื่อเถอะว่าถึงจะพูดแบบนั้นแต่ก็เป็นซองอูเองนั่นแหละที่รู้สึกร้อนเห่อบนใบหน้าเสียเอง ให้ตายเลยจริงๆ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเขา มันจะอัศจรรย์ใจเกินไปแล้วนะ

“ปากหมาอีกล่ะ ปากหมากับผัวแบบนี้ไม่ได้นะ”

“เมื่อไหร่จะเลิกหลงคิดว่าตัวเองเป็นผัววะ มึงอ่ะเป็นเมีย ส่วนกูเป็นผัวจบนะ” ไม่ว่าเปล่ายังชี้หน้าอีกฝ่ายก่อนจะชี้กลับเข้าหาตัวเองอีก พร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นถามเป็นเชิงว่าถ้ามึงไม่โอเคก็เตรียมถูกจับโยนลงระเบียงชั้นสิบทันที

“เอาที่มึงสบายใจอ่ะ” แดเนียลตอบกลับไปโบกมือไหวๆ เป็นเชิงว่าไม่อยากเถียงแล้ว และนั่นทำให้เขาเห็นรอยยิ้มดวงดาวเล็กสามดวงนั่น รอยยิ้มที่เขาไม่คิดว่าจะได้รับมันในฐานะนี้

แดเนียลแสร้งทำเป็นไม่สนใจรอยยิ้มนั้นก่อนจะหยิบกระป๋องเบียร์ที่ขึ้นมา ก่อนจะพบว่ามันเหลือเพียงแค่กระป๋องเปล่าแล้ว เขาชูมันขึ้นมาเขย่าเล็กน้อยแล้วสบถออกมา

“หมดแล้วเอาของมึงมาแดกหน่อยดิ” ว่าแล้วคว้ากระป๋องเบียร์ของคนข้างๆ ขึ้นมากระดกอย่างไม่ต้องขออนุญาต

“เออ ของผัวก็เหมือนของเมียเนอะ เบียร์กูก็เหมือนเบียร์มึงงี้เหรอ กูแอบถุยน้ำลายลงไปแล้ว ตายแน่มึง! ติดเชื้อบ้ากูแน่” ว่าจบแล้วก็หยัดกายขึ้นเปิดประตูกระจกเดินเข้าไปในห้องทิ้งไว้ให้มนุษย์ร่างหมีมองตามอย่างห้ามไม่ได้แล้วก็หลุดหัวเราะออกมา

แม่งโคตรจะไม่โรแมนติกเลย

ไอ้การเรียกผัวๆ เมียๆ นี่คือการขอเป็นแฟนเหรอวะ ตลกฉิบหาย

            นั่งถามตัวเองในใจ แต่ก็ปฏิเสธไมได้ว่ารอยยิ้มกว้างบนใบหน้าของเขามันเป็นร่องรอยของความสุขที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ไม่นาน หลังจากที่จมปรักกับความไม่ชัดเจนมานาน จากที่คิดว่าเป็นแค่อารมณ์อ่อนไหวไปชั่วขณะ ใครจะไปคิดว่าความจริงแล้วมันจะเรียกว่าความรัก

           

            คังแดเนียลก็ถอนคำพูดแล้วกันว่าหมอดูดูมั่ว

            พอเปลี่ยนชื่อแล้วแม่งเจอเนื้อคู่จริงๆ ไม่หยอกว่ะ

 

            ส่วนเรื่องใครผัวใครเมียนี่ไว้ก่อน

            เรื่องนี้มันไม่ได้วัดกันที่ความสูง แม่งวัดกันที่บนเตียงล้วนๆ

 

 

            “รอก่อนเถอะองซองอู”

 

 

 

 

 

 

 

 

END

 

 

 

 

TALK TALK TALK

            ใครที่เดาไว้ว่าคุณองเองก็ชอบแดนมาตั้งแต่ตอนก่อน จะบอกว่าเดาถูกแล้วค่าาา 555555555555555 เอาจริงๆ ของคู่นี้เขียนยากที่สุดเท่าที่เคยเขียนมา จริงๆ มันเป็นคอนเซ็ปรู้สึกรักแบบที่ไม่ต้องพูดว่ารัก โฮกกกกกกก แต่ผัวๆ เมียๆ มานี่แทนคำว่ารักได้นะคะสำหรับฟิคเรื่องนี้ 5555555 เห็นความใจบาปของแดนกันใช่ไหม ใจบาปแบบไม่ใช่คนคุก เห้อมมม ไม่อยากจะนึกถึงวันที่คุณองโดนแดนจับกด ฮื่ออออ ชุ้นมันคนใจบาปเองงงงงงงง เป็นอีกตอนที่มาค่อนข้างยาว ปาไป 6000 กว่าคำอ่ะ ปกติเขียนแค่ 3000-4000 คำเอง พักหลังเขียนยาวมากจริงๆ อยากฝอยนู่นนี่เยอะแยะ เอาเป็นว่าของคู่นี้จบกันไปแล้วนะคะสำหรับโปรโมชั่นช่วงจีบกัน(นี่เรียกว่าจีบกัน?) แก๊งคนบาปเขาก็มีแฟนกันหมดแล้วเย้ๆ เดี๋ยวจะกลับไปเขียนย้อนรอยการมีแฟนของแก๊งคนบาปคนอื่นๆ ต่อแล้ว

            สกรีมความบาปของคนเขียนได้ที่ #FicBxB101 นะคะ ;------;

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,026 ความคิดเห็น

  1. #2509 pimlamiakyu1333 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2560 / 10:11
    โอ้ยยบยยยยย อยากได้สเป อยากได้ภาคต่อ เราจะคอยดูตอนต่อไปแบบที่คุณแดนเค้าพูดไว้ ว่าใครจะผัว ใครจะเมีย 55555555
    #2,509
    0
  2. #2310 kim_nik (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 22:06
    ในความเถื่อนยังมีความฟิน
    #2,310
    0
  3. #2098 ployjiji (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 00:09
    ชอบอ่านท้อคคค
    #2,098
    0
  4. #2031 N-finland-bbmm (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 19:59
    เขินเด้ผัวเมียคู่นี้5555
    #2,031
    0
  5. #1884 40710 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 13:54
    ชอบมากกกกกกกกกกก มันมีความเขินในความผัวๆเมียๆนี้
    #1,884
    0
  6. #1801 nineboss (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 16:42
    แดเนียลลคลใจบาปรอวันเคลมอ๋งอยู่นะ /ค่อกแค่กๆ
    อ่านไปเขินไปสรุปใครผัวใครเมียคะ55555555555
    #1,801
    0
  7. #1438 aroonratdevil (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 17:55
    โถ่ ถ้าตอนนั้นคุณแดนไม่หนีไปก่อนนี่อาจจะได้เป็นผัวเมียตั้งแต่แรกแล้วก็ได้ แต่คุณแดนเขาขี้กลัว นี่ก็เกือบหนีอีกรอบละมะ ถ้าองไม่พูดก่อน โถ่55555555555555
    #1,438
    0
  8. #1401 Bbelleboo (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 13:40
    กราบพ่อ-องมิน
    #1,401
    0
  9. #1395 khimmee56 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 07:39
    เขิลโว้ยยยย คุณแดนนี่ไม่น่าหนีไปแคนาดาก่อนเลยไม่งั้นคงได้รักกันนานแล้ว 555
    #1,395
    0
  10. #1375 jinjane3639 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 14:32
    ความสูงไม่มีผลในแนวราบนะจ้ะ 555
    #1,375
    0
  11. #1324 krisnoon1990 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 05:24
    คุณองก็ชอบคุณแดนแต่คุณดันหนีไปซะก่อนงี้หรอคะ แล้วทำไมคุณองถึงมีแฟนง่ะ
    #1,324
    0
  12. #1267 sky-junior7 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 21:41
    ชอบบบบบบบบ
    #1,267
    0
  13. #1262 Snowflake_Star (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 21:25
    งื้ออออออออ ชอบบบบบบบบ สองคน-ใส่กันไปมาเพราะชอบกันนี่แหละมันน่ารักกกกกก กัดกันไปมาสุดท้ายก็รักกันงี้-//////////-
    #1,262
    0
  14. #1205 KiHae_KyuMin (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 19:05
    สงสัยอ่ะ
    เห็นว่าแก๊งคนบาปเรียนฟิล์มหมด
    แล้วเซอุนเคยบอกว่า ยองมินเป็นเพื่อนสนิทซองอูรุ่นพี่ที่คณะ
    แชปเซอุน บอกว่าเซอุนเรียนมนุษย์
    แชปนี้บอกว่าซองอูเรียนการบิน

    งงอ่ะ หรือเราจำผิด ใครก็ได้ช่วยบอกเราด้วยจ้าาา
    #1,205
    2
    • #1205-1 realblacksoul(จากตอนที่ 22)
      4 กรกฎาคม 2560 / 19:45
      อ่า อันนี้เรามีโรลเพลย์มาจากม.เราอ่าค่ะ กลัวว่าจะเขียนผิดพลาดเลยไม่กล้าอิงจากที่อื่น เพราะการบินของม.เราเป็นสาขาอยู่ในคณะมนุษย์ฯ แต่เด็กส่วนมากจะเรียกแยกกัน ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ไม่ได้ชี้แจงก่อน ;-----;
      #1205-1
    • #1205-2 KiHae_KyuMin(จากตอนที่ 22)
      5 กรกฎาคม 2560 / 20:38
      ขอบคุณมากค่าาา ไรท์น่ารักจัง ><
      #1205-2
  15. #1189 leemind (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 01:17
    หนะะะะะะว่าและะะะะะ 555555555 บอกแล้วว่าซองอูคิดอะไรไม่คิดอะไรไม่ยอมมาอยู่ด้วยหรอกป่ะวะะะะะะ โถ่วววววว คุณแดนมีความแพนิค คิดไปเองหมดเลย ไม่รู้เรื่องเลยคุณซามอยยัก ฮื่อออออออ น่ารักกกก
    #1,189
    0
  16. #1157 whyyy2702 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 20:20
    ตามพ่อหมออิมทำนายไว้เลยนะคะ เคลื่อนแค่สองอาทิตย์ ว่าแล้วววชอบกันมาาก่อนแน่ๆๆๆๆ น้องหมาแดนเราเทเขาก่อนนี่เอง ถ้าไม่หนีไปตปท.ก็คงอาจจะเป็นแฟนตั้งแต่ตอนนั้นแล้วรึเปล่า แต่องปากแข็งมากๆๆอ่ะ แดนนนจัดการที!!! เป็นคู่ที่ดูสูสีกันพอตัวต้องลุ้นโพซิชั่นในตอนถัดๆไป ในความเถียงกันไปมามันคือการสวีทของเขาทั้งคู่มันแบบเป็นแบบนี้แค่กับคนนี้งี้มีความพิเศษ เถียงกันบ่อยๆเขาว่าลูกดกนะจ้ะ อิอิอิอิ
    #1,157
    0
  17. #1114 Exo12Jula (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 22:54
    กรีดร้องงงงงงง เรื่องผัวเมียไม่ได้วัดกันที่ความสูง แต่วัดกันที่บนเตียงล้วน ๆ อื้อหืออออออออ นี่อื้อหือเลยจ้าาาาา รอค่ะรอ //นังคนใจบาป555555555
    #1,114
    0
  18. #1113 im_chae (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 22:52
    โอ้ยยย เขินมากอ่ะ ฮือออออ่านไปกรีดร้องไป ฮอลลล
    #1,113
    0
  19. #1112 Cannabii (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 21:35
    ชอบคู่นี้มากน่ารัก

    บรรยายดี ภาษาสวยยย

    รออ่านตอนต่อๆไปนะคะ
    #1,112
    0
  20. #1111 Lemonier (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 20:26
    ขอสเปคู่นี้ทีฮรืออ
    #1,111
    0
  21. #1106 narumi (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 12:53
    มาถึงตรงนี้แบ้ว ชอบทุกคู่เลย โฮรลลลลลลล เขินไม่ไหวแล้ว เป็นการสารภาพที่ป่าเถื่อนมากอ่ะ แต่ทำไมเขินแบบนี้>///<
    #1,106
    0
  22. #1102 sky-junior7 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 02:54
    ชอบมากกกก
    #1,102
    0
  23. #1094 pimexofan (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 21:55
    ดีต่อใจ -ทั้งคู่แหละไม่ใช่แค่แดเนียล
    #1,094
    0
  24. #1091 hpqxx_ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 17:56
    เค้าชอบมสกกกกกก ขออีกได้มั้ยคะ ฮรึกกกกก. ชอบคาแรกเตอร์แบบนี้สุดๆเลย ทั้งสองคนเลย ฮือออ
    #1,091
    0
  25. #1081 eeollll (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 11:25
    ฮืออออออออออออออ น่ารักมากๆเลยค่ะ เป็นฟิคที่รู้สึกรักที่ไม่ต้องมีคำว่ารัก โง้ยยยยยยยยยย มันดีมากๆๆๆๆๆๆ เราเขินมากๆๆๆๆๆๆๆ คุณองเขินน่ารักมากๆ ฮื้ออออออออออออ
    #1,081
    0