'BOY & BOY' ♥ SF/OS Produce101 Store

ตอนที่ 21 : ► You know me :: Kim sanggyun x Justin

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,233
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    27 มิ.ย. 60

You know me

Kim sanggyun x Justin

 

 

 

 

 

Note : เรื่องนี้ย้อนกลับไปในอดีตนะคะ เผื่องงไทม์ไลน์กัน เห็นถามกันว่าอยากรู้ว่าแต่ละคู่เขาเจอกันยังไงก่อนจะมาเป็นแฟนกันเราเลยมาเริ่มประเดิมที่กยุนจัสคู่แรกค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

           

 

            “ไปว้อย! วันนี้ไม่เมาไม่กลับ! เพื่อนกูมีเมียเป็นตัวเป็นตนแล้ว!

            คิมซังกยุนโห่ร้องอย่างดีใจราวกับว่าตัวเองได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการมีเมียเด็กของเพื่อนรักทั้งสองอย่างจินอูและยงกุกด้วย ชายหนุ่มโบกไม้โบกมือออกนอกหน้าจนเพื่อนนึกอยากจะจับโยนลงทิ้งกลางท่อระบายสักรอบสองรอบให้เป็นฉลามสำลักน้ำในท่อตาย ความจริงไอ้ที่ดีใจน่ะไม่ใช่เพราะเห็นเพื่อนมีแฟนหรอก แต่ดีใจที่ได้มากินฟรีในคืนนี้ต่างหากถึงได้ออกอาการออกนอกหน้านอกตาเจ้าตัวแบบนั้น

            “ดีใจกับที่ซุกหัวนอนใหม่ด้วยว่ะเพื่อน แบบนี้มันต้องฉลอง ว่าแต่คุกเป็นไงบ้างวะยงกุก?” แล้วก็หันไปถามกอดคอเพื่อนทั้งสองคนที่เพิ่งจะเปิดปากถึงเรื่องแฟนเด็กของตัวเองให้เพื่อนในกลุ่มได้รับรู้ หลังจากที่สังเกตพฤติกรรมติดห้องแปลกๆ ของเพื่อนมาพักนึงจึงหันหน้ามาจับเข่าคุยเปิดใจเรื่องที่ค้างคากันไป

            ตอนแรกก็ช็อคอยู่หรอก พอรู้ว่าเพื่อนมีแฟนเป็นผู้ชาย แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น เรื่องมันอยู่ที่ว่าดันเป็นเด็กผู้ชาย เข้าใจใช่ไหมว่าเด็ก...เด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ  

            ชีวิตคิมซังกยุนเกือบต้องไปส่งข้าวส่งน้ำให้เพื่อนในคุกแล้ว

            “ฉลองด้วยตีนกูก่อนไหมล่ะไอ้หลาม” แล้วคนถูกถามก็ว่าพร้อมกับโบกลงกลางกบาลเพื่อนหน้าฉลามแต่หัวใจหนูแฮมสเตอร์ด้านข้าง คนถูกกระทำลูบศีรษะตัวเองปรอยๆ แล้วเบ้หน้าออกคล้ายกับว่าจะร้องไห้

            “แค่อีกอนมันไม่มาแดกเหล้าด้วยแค่นี้แม่งก็ชอบมาลงที่กูแทน” โอดครวญกลับไปเล็กน้อย เมื่อตำแหน่งล่างสุดของห่วงโซ่ตกมาอยู่ที่ตัวเองไม่ใช่หมาน้อยของกลุ่มที่นอนซมอยู่ห้องแล้ว

            “มึงก็ไปทำมัน สงสารคนไม่มีเมียหน่อยดิ” จินอูว่าแล้วเดินมากอดคอซังกยุนที่ถูกกระทำก่อนจะหัวเราะร่าออกมา

          ถ้าไม่ช่วยก็ไม่จำเป็นต้องมาซ้ำเติมกูก็ได้

            “อย่างน้อยกูกับยองมินก็ไม่ได้ใช้ชีวิตเสี่ยงคุกเสี่ยงตารางแบบพวกมึง สักวันเถอะ! กูจะแจ้งตำรวจมาจับพวกมึงข้อหาพรากผู้เยาว์!” ว่าจบแล้วก็ทำตาขวางใส่เพื่อนที่หัวเราะเสียงดังอยู่หน้าคลับขนาดย่อมในย่านท่องเที่ยว

            “ขอให้มึงโดนจับเอง” ยองมินว่า เอาคืนที่ถูกจับชื่อไปอ้างถึงชีวิตโสดของตัวเองก่อนหน้านี้ แล้วใช้กำปั้นทุบลงที่กลางหลังเพื่อนจนได้ยินเสียงมันร้องออกมาเบาๆ

            “ไม่! กูจะไม่กินเด็ก! สเป็คกูแม่งต้องมีความเป็นผู้ใหญ่ ทุกอย่างต้องใหญ่! สามารถดูแลควบคุมพฤติกรรมกูไม่ให้นอกลู่นอกทางได้”

            “นี่มึงหาเมียหรือหาแม่คนที่สอง” คนที่ยืนกอดคอเขาอยู่ถามขึ้นมา

            ซังกยุนปรายสายตามองยงกุกเล็กน้อย ก่อนจะกระตุกยิ้มขึ้นที่มุมปากของตัวเอง

            “หาเมียที่เป็นเหมือนแม่ไง”

“เพราะแม่งปัญญาอ่อนแบบนี้ไงเลยมีเมียเด็กไม่ได้” ดงโฮที่ยืนเงียบอยู่นานสองนานโพล่งขึ้นมาหลังจากที่หัวเราะเพื่อนจนหนำใจไปแล้ว

            “กูไม่ชอบเด็กว่ะ กูใจบาปไม่พอที่จะเป็นคนคุก”

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นสมาคมแฟนเด็ก(ขนาดย่อม)อย่างจินอู ยงกุก และดงโฮที่กำลังจะก้าวเข้าไปก็รู้สึกคิ้วกระตุกแล้วเหมือนว่าเท้ามันก็เริ่มกระตุกขึ้นตามมายังไงก็ไม่รู้สิ

            “เชี่ยแม่ง เมื่อก่อนดงโฮมันก็พูดงี้ ด่ากูแบบนี้แหละ แล้วมึงดูมันตอนนี้ตามจีบเพื่อนเด็กกูเนี่ย” ยงกุกว่า แล้วเจ้าของชื่อพยักหน้าเป็นเชิงเห็นด้วย เมื่อก่อนนี้เขาอาการหนักยิ่งกว่าซังกยุนมันอีก ถึงจะชอบเด็กตัวเล็กๆ น่ารักที่น่าเอ็นดูก็เถอะ แต่เด็กวัยมัธยมคือเด็กที่เขา(เคย)เกลียดมากที่สุดบนโลกใบนี้

            “ตอนนี้แม่งหลงเด็กฉิบหาย” จินอูเสริมเข้าไปผสมโรงเพื่อชักชวนให้เพื่อนของเขามาเข้าร่วมขบวนการกินเด็กด้วยกัน

            “ไม่! เลิกพูดกินดงกินเด็กได้แล้ว กูจะกินเหล้าว้อยยยยยยยย” เมื่อเถียงอะไรไม่ได้อีกแล้ว ซังกยุนจึงโวยวายขึ้นมาแทนแล้วเดินดุ่มๆ นำหน้าเพื่อนที่เหลือเข้าในร้าน ทิ้งให้เพื่อนที่เหลือยืนมองหน้ากันแล้วระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

            “กูโคตรอยากแช่งให้แม่งมีเมียเด็กจังเลยว่ะ”

 

 

 

 

----------- You know me -----------

 

 

 

 

 

            “ทำไมผมถึงเข้าไปไม่ได้!

            “ให้ผมเข้าสิ! ผมจะเข้าไป!

            “ปล่อยผมสิ!

            เสียงของเด็กหนุ่มวัยสิบห้าปีเอ่ยขึ้นที่หน้าคลับในย่านท่องเที่ยว เรียวคิ้วของเด็กหนุ่มผมทองขมวดเข้าหากันจนแทบจะเป็นปม แม้จะมีส่วนสูงที่เกินกว่ามาตรฐานเด็กในวัยเดียวกันไปไม่น้อย แต่นิสัยและท่าทางนั้นกลับไม่สามารถตบตาการ์ดที่เฝ้าอยู่ทางเข้าของคลับได้เลย จัสตินยืนหัวเสียอยู่ตรงนั้น เขามองเพื่อนที่ควงแขนรุ่นพี่สักคนเข้าไปในร้านแล้วก็กระทืบเท้าปึงปังอย่างนึกขัดใจว่าทำไมเขาถึงเข้าไปด้านในบ้างไม่ได้

            “จะเอาเท่าไหร่! เท่าไหร่ถึงจะให้ผมเข้าไปได้!” เอ่ยขึ้นอีกครั้งแล้วจ้องคนตัวใหญ่ทั้งสองตรงหน้าอย่างเอาเรื่อง

            หน่วยตาหวานถลนออกมาแทบจะออกจากเบ้า แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้คนมองนึกเอ็นดูหรือเกรงกลัวได้เลย ในสายตาของการ์ดทั้งสองคนนั้นกลับมองว่าเด็กนี่คือตัวปัญหาสำหรับเขาพวกมากกว่า

            “อายุไม่ถึงก็เข้าไม่ได้”

            “แต่คนเมื่อกี้อายุก็ไม่ถึงทำไมถึงเข้าได้” เสียงกลับไปอย่างทันควัน พลางชี้แผ่นหลังเล็กของคนที่คุ้นหน้าคุ้นตา จัสตินจำได้แค่ว่าเป็นเพื่อนร่วมห้องกันแต่ก็ไม่เคยคุยกันสักประโยค แต่ช่างเถอะ...นั่นไม่ใช่ประเด็นที่เขาควรใส่ใจ เขาแค่อยากรู้ว่าทำไมคนนั้นถึงเข้าได้แต่ทีเขาการ์ดกลับกันแล้วกันอีกไม่ยอมให้เข้าไปสักที

            “มั่วแล้วน้อง เด็กอายุสิบห้ามาป่วนเปี้ยนแถวนี้ไม่ได้หรอก กลับบ้านไปเถอะ” คนร่างหมีว่าแล้วก็โบกมือไหวๆ ไล่ให้เด็กหนุ่มตรงหน้ากลับไป เพราะไม่อย่างนั้นล่ะก็พวกเขาคงจะโดนป่วนการทำงานไปทั้งคืนจนกว่าร้านจะปิดแน่ๆ

            “ผมจำได้นั่นเพื่อนผม! ให้ผมเข้าไปสิ”

            “แล้วทำไมต้องอยากเข้าขนาดนั้นด้วย มันไม่ใช่สถานที่ที่เด็กจะเข้ามาเดินเล่นหรอกนะ”

            “ผมต้อง...” จัสตินกลืนคำพูดของตัวเองลงคอ เมื่อเขาเกือบจะเผลอพูดสาเหตุที่อยากจะเข้าไปด้านในคลับออกมาให้คนไม่รู้จักฟัง “ผมจะเข้าไปตามแฟนผม แฟนผมอยู่ในนั้น”

            แต่ดูเหมือนว่าเหตุผลของเขาจะไม่มีน้ำหนักเพียงพอ การ์ดทั้งสองคนถึงได้ส่ายหน้าอย่างเอือมระอาออกมาแบบนั้น

            “ยังไงก็เข้าไม่ได้ ถ้ายังไม่ยอมออกไปจากหน้าร้านจะอุ้มไปโยนที่ป้ายรถเมล์แล้วนะ”

            “กล้าทำผมเหรอ! ผมจะให้พ่อสั่งปิดที่นี่ซะ!

            “มึงเอามันไปโยนทิ้งที่ไหนสักที่สิ ก่อนนายจะมา” การ์ดคนนึงว่าแล้วพยักเพยิดหน้ามาทางเด็กหนุ่มผมทองที่ยืนมองดูอย่างกล้าๆ กลัวๆ

            “ปล่อยนะว้อย! ปล่อย! เป็นใครกล้ามาแตะตัวผม ผมจะให้ลูกน้องพ่อมาลากคอไปทิ้งให้หมดเลย!” เด็กหนุ่มที่ถูกจับพาดบ่าของการ์ดร่างยักษ์ร้องโวยวายจนคนที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างก็หันมามองกันเป็นตาเดียวด้วยความสงสัยว่าใครกันนะช่างปล่อยให้เด็กมาเล่นในสถานที่แบบนี้ เวลาแบบนี้

            “เฮ้ยนั่น! นั่น! นั่นแฟนผม! ปล่อยผมนะผมจะไปหาแฟนผม!

            และทางออกสุดท้ายที่จัสตินเลือกคือการชี้ไปยังชายหนุ่มผมชี้ในชุดเสื้อฮู้ดสีแดงที่กำลังเดินออกมาจากคลับด้วยสภาพที่ไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่นัก แต่ก็ไม่ได้เละเทะเหมือนกับคนเมาที่ไม่มีสติ จัสตินตะโกนคำพูดเดิมซ้ำๆ แล้วดีดดิ้นคล้ายกับว่าขอความช่วยเหลือจากคนที่ตัวเองเรียกว่าแฟนเมื่อนาทีก่อน การกระทำที่ไร้ที่มาที่ไปนั่นทำให้คนถูกชี้และหาว่าเป็นแฟนของเขางุนงงไปชั่วขณะ หันมองซ้ายทีขวาทีเพื่อขอความเห็นจากกลุ่มเพื่อนของตัวเองที่ยืนงงอยู่เหมือนกัน

            .

            .

            .

            .

            .

            “แฟน? กู? กูเหรอ?”

            ซังกยุนชี้หน้าตัวเองแล้วหันไปถามยองมินที่ยืนกอดคออยู่ข้างๆ หลังจากที่เด็กหัวทองที่ไหนก็ไม่รู้ชี้มาทางเขาแล้วตะโกนลั่นหน้าร้านว่าเป็นแฟนเขา ก่อนจะหันกลับไปมองต้นเสียงบนบ่าของการ์ดตัวโต ดูจากสภาพแล้วซังกยุนจำได้ว่าเขาไม่มีคนรู้จักหน้าตาแบบนี้ ผิวพรรณก็เหมือนจะดี คล้ายกับพวกลูกคุณหนูที่เอาแต่ใจ ไหนจะการแต่งตัวที่ดูไม่ค่อยเข้ากับสถานที่แบบนี้สักเท่าไหร่นั่นอีก

            “พี่ไปไหนมา ผมจะเข้าไปหาพี่ข้างใน คนพวกนี้ก็ไม่ให้เข้า”

            ยัง..

            ยังไม่พอ... เด็กคนนั้นยังดิ้นขลุกขลักจนเกือบจะตกลงมาหัวฟาดพื้นแล้วรีบวิ่งเข้ามาเกาะแขนที่ยังเหลืออีกข้างหนึ่งของเขาไว้ แนบแก้มของตัวเองถูลงที่ไหล่ผายอย่างนึกออดอ้อน แต่ถึงอย่างนั้นซังกยุนก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้น

          อะไรวะ

          กูไปมีแฟนตอนไหน?

          แล้วไอ้เด็กนี่เป็นใคร?

            “แฟนเพื่อนคุณจินอูเหรอครับ พวกเราเห็นมายืนโวยวายหน้าร้านตั้งนานบอกจะเข้าไปท่าเดียวเลย แต่อายุเด็กคนนี้ไม่ถึง” การ์ดทั้งสองคนนั่นถามขึ้น คนที่ได้ชื่อว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องกับเจ้าของคลับหันหน้าไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนที่ยังยืนงงกันอยู่ แต่ก็ไม่มีใครตอบอะไรกลับมา

            “คือ...”

            “หรือว่าเด็กคนนี้อ้างว่าเป็นแฟนเพื่อนคุณ?”

            ยิ่งถูกถามแบบนั้นก็ยิ่งไปไม่เป็นยิ่งกว่าเดิม จินอูถูกยองมินสะกิดที่ด้านหลังเล็กน้อย พลางมองหน้าเป็นเชิงบอกว่าให้รับปากไปก่อน

            “ครับๆ นี่แฟนเพื่อนผมเอง พอดีคู่นี้มันมีปัญหากันนิดหน่อย ขอให้เข้าไปเป็นกรณีพิเศษได้ไหมครับ เดี๋ยวผมรับผิดชอบเอง” เอ่ยปากขออีกฝ่ายด้วยตัวเอง การ์ดทั้งสองก็มองหน้ากันก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ เพราะไม่อยากจะขัดใจกับน้องชายคนสนิทเจ้านาย ก่อนจะกำชับขึ้นถึงเวลาที่ควรออกก่อนร้านปิด

            “แต่อยู่ได้แค่เที่ยงคืนนะครับ ออกได้ที่ประตูด้านหลัง”

            “ครับ ขอบคุณมากนะครับ” จินอูรับคำก่อนจะหันไปสะกิดเด็กหนุ่มหัวทองที่ยืนนิ่งมองเหตุการณ์ด้วยความงุนงงไม่ต่างกับเพื่อนของเขา “เราเองก็ขอบคุณด้วยสิ”

            “ห๊ะ...ขะ ขอบคุณครับ”

            ว่าจบพร้อมกับค้อมศีรษะเกือบจะเก้าสิบองศาแล้วเดินเข้าไปในร้านอีกครั้งทั้งที่ตั้งใจว่าจะกลับกันแล้ว แต่เพื่อไม่ให้การ์ดทั้งสองคนสงสัย จินอูจึงจำใจต้องเดินนำเข้าไปในแล้วนั่งลงที่โต๊ะตัวเดิมของพวกเขา

            ทันทีที่กลุ่มชายหนุ่มฉกรรจ์เดินพาเด็กอายุสิบห้าปีถ้วนเข้ามานั่งในร้าน พวกเขาต่างก็มองหน้ากันและกันแต่ไม่ยอมมีใครพูดอะไรออกมา ก่อนจะเลื่อนสายตาไปกดดันเด็กที่ทำหน้าเหมือนถูกลักพาตัวมาจากที่ไหนสักแห่งให้เป็นฝ่ายพูดออกมาแทน

            แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ผล เด็กหัวทองคนนี้ดูดื้อรั้นและหัวแข็งกว่าที่พวกเขาคิด นอกจากนั่งก้มหน้าเกาะแขนซังกยุนอยู่แบบนั้นแล้วก็ไม่ยอมพูดอะไรออกมาทั้งสิ้น จนจินอูเองเป็นฝ่ายทนไม่ไหวยอมเปิดประเด็นการสนทนาครั้งนี้ก่อน

            “น้องคิดจะทำอะไร” เสียงทุ้มนั่นถูกเอ่ยขึ้นอย่างเรียบนิ่ง เคล้ากับเสียงดนตรีดีพเฮาส์ที่กำลังดังอยู่ในตอนนี้

            “ผมแค่อยากเข้ามาข้างใน”

            “แล้วต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ”

            “ใช่!” จัสตินสวนกลับมาอย่างทันควัน แล้วเงยหน้าขึ้นมองกลุ่มชายฉกรรจ์ที่ดูน่ากลัวกว่าปกติมากขึ้นเป็นเท่าตัว มือเล็กๆ นั่นกระชับแขนคนที่สวมใส่ฮู้ดสีแดง ราวกับว่านั่นเป็นที่พึ่งสุดท้ายของเขาในตอนนี้

            “อายุไม่ถึงไม่ใช่เหรอ แล้วรู้หรือเปล่าว่าทำให้คนอื่นเดือดร้อน”

            “ผมก็แค่...” เด็กหนุ่มที่เคยมีท่าทีแข็งกร้าวเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา มันอาจจะดังไม่ถึงจินอูที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แต่กลับซังกยุนที่นั่งอยู่ด้านข้างกลับได้ยินชัดเจน “ผมแค่ไม่อยากอยู่บ้านคนเดียว”

            ความเงียบปกคลุมบรรยากาศของโต๊ะสักพัก พวกเขาต่างก็ถอนหายใจออกมา ถ้ารู้แบบนี้น่าจะปฏิเสธไปซะตั้งแต่ตอนแรกไม่น่าพาเข้ามาด้วยเลย จินอูนึกขอโทษเพื่อนในใจที่เป็นต้นเหตุของความวุ่นวายในค่ำคืนนี้

            “พาน้องออกข้างหลังเถอะว่ะ เราจะได้กลับกัน มันจะเลยเวลาเคอร์ฟิวกูแล้ว” เป็นยงกุกที่ทำลายความเงียบท่ามกลางเสียงเพลงนั้นขึ้นมา แน่นอนว่าเด็กหนุ่มหัวทองส่ายศีรษะพลันควัน และไม่ยอมลุกตามพวกเขาอีกด้วย

            “ปล่อยผมไว้ตรงนี้ก็ได้”

            “แต่...”

            “พวกมึงกลับกันไปก่อนก็ได้ เดี๋ยวกูพาน้องมันออกข้างหลังเอง” สุดท้ายก็เป็นซังกยุนที่อดทนต่อความกดดันพวกนั้นไม่ไหว เขาออกรับหน้าแทนเพื่อนและเด็กหนุ่มที่ไหนไม่รู้ที่เกาะหนึบเขาอยู่ในตอนนี้ และเพราะไม่รู้ว่าต้องรีบกลับไปทำไมเขาเลยเลือกที่จะนั่งอยู่ด้านในต่ออีกสักหน่อย

            “มึงแน่ใจ?” ดงโฮถามขึ้น

            “เออๆ กลับกันไปเถอะ ถ้ากูเมากลับไม่ไหวเดี๋ยวเรียกแท็กซี่เอง” ว่าจบแล้วก็โบกมือไหวๆ ไล่เพื่อนของตัวเองให้กลับกันไป แต่ดูเหมือนว่าเพื่อนของเขาจะไม่ค่อยไว้ใจสักเท่าไหร่ ถึงไม่มีใครเดินออกไปจากตรงนั้นเลยสักคน

            “เอ้าพวกเวรนี่ กูบอกให้กลับไปไง ไม่ต้องเป็นห่วงกู”

            “กูไม่ได้เป็นห่วงมึง...” ยงกุกว่าแล้วทอดสายตามองเด็กหนุ่มหัวทองที่นั่งนิ่งไม่พูดอะไร

            “พวกกูเป็นห่วงน้องมันมากกว่า” ก่อนจะที่ดงโฮจะเสริมต่อให้จบประโยค

            “กูไม่ทำอะไรน้องหรอก พวกมึงก็รู้ว่ากูไม่กินเด็ก” ยื่นคำขาดอีกครั้ง ก่อนที่เพื่อนที่เหลือจะมองหน้ากันแล้วยอมลุกออกไปแต่โดยดีเพราะใกล้ถึงเวลาเคอร์ฟิวแล้ว ถ้าไม่รีบไปอาจจะต้องมีสองคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นนั่นแหละที่มีปัญหาแทน

            ถึงอย่างนั้นก็เถอะคล้อยหลังจากที่จินอู ยงกุก และดงโฮเดินไปแล้ว ยังมีมนุษย์หัวแดงอยู่อีกคนหนึ่งที่เดินรั้งท้ายกลุ่ม ก่อนจะเดินตามออกไปยองมินวางมือลงบนบ่าของเขา บีบมันเล็กน้อยให้ได้รู้สึกตัว ก่อนจะเอ่ยกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูของเขา

คำพูดนั้นทำให้ซังกยุนขนลุกตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า

            “ระวังตัวไว้เถอะ เด็กคนนี้แม่งไม่ธรรมดา”

 

 

 

 

 

----------- You know me -----------

 

 

 

 

 

            ก่อนหน้านี้ซังกยุนไม่ค่อยเข้าใจคำว่าไม่ธรรมดาของยองมินสักเท่าไหร่

            แต่ตอนนี้เหมือนจะรู้ซึ้งแล้ว...

            ซังกยุนนั่งงงอยู่เลาจ์รับรองแห่งหนึ่ง เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ามันคือแถวไหน เอาตรงๆ เขาไม่รู้หรอกว่าตัวเองมาโผล่ที่นี่ได้ยังไง เขาจำได้ลางๆ แค่ว่าในระหว่างทางที่กำลังจะเดินกลับหอพักของตัวเอง ก็มีกลุ่มชายฉกรรจ์ราวสี่ถึงห้าคนมารุมล้อมเขาไว้ ตอนแรกเขาก็ตกใจจะแหกปากร้องให้คนช่วยก็ทำไม่ได้ ยังไม่ทันจะได้อ้าปากอะไรก็รู้สึกเหมือนคนเป็นใบ้ ตอนที่ฝ่ามือหนาๆ นั่นวางลงที่ไหล่ของเขาบีบมันให้รู้สึกเล็กน้อย พร้อมกับคำพูดเสียงเรียบนิ่งหนึ่งประโยคถ้วน

          “กรุณาไปกับเราด้วยครับ”

            กว่าจะรู้ตัวอีกทีเขาก็ถูกพามาในเลาจ์นี่ แต่ออกจะแปลกไปสักหน่อยที่เลาจ์ไม่มีคนเลยสักคน อย่างกับถูกปิดไว้ให้เขาใช้แค่คนเดียว แล้วหลังจากที่โดนกลุ่มชายฉกรรจ์พวกนั้นพามาทิ้งไว้ ซังกยุนก็ได้แต่นั่งเฉยๆ อย่าคิดว่าคนอย่างเขาจะยอมนั่งรอเวลาตาย(ที่คิดไปเองคนเดียว) ความจริงเขาก็แอบเลียบๆ เดินไปทางประตูแล้ว แต่ดูเหมือนว่าจะมีคนเฝ้าอยู่ แถมคุ้มกันค่อนข้างแน่นหนา นั่นทำให้ซังกยุนรู้ตัวว่าเขาคงจะหนีออกไปไม่ได้แน่ๆ

            สุดท้ายก็มานั่งจุ้มปุ๊กอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ท่ามกบางความเงียบงันนั่น จู่ๆ ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขา ซังกยุนมั่นใจว่าเขาไม่ได้ดูหนังมากกว่าเกินไป สิ่งที่มันเกิดขึ้นกับเขาในตอนนี้อาจจะเลวร้ายกว่าสิ่งที่เคยดูมาก็ได้

            เพราะวันนั้นดันไปพาเด็กหัวทองที่ชื่อจัสตินอะไรนั่นเข้าคลับแถมเมาไม่ต่างกับหมากันทั้งคู่อีก แต่สาบานได้ว่าตอนนั้นเขาไม่ได้ล่วงเกินเด็กคนนั้นเลยสักนิด อย่างแย่ที่สุดก็คือนอนอยู่ที่หน้าป้ายรถเมล์กันทั้งคืน จนตอนเช้าเขาตื่นขึ้นมาพบว่าเด็กคนนั้นนั่งจ้องเขาตาแป๋วพร้อมกับชายฉกรรจ์ที่เขาเจอวันนี้ยืนล้อมอยู่

            “แต่กูก็ไม่ได้ทำอะไรผิดป่ะวะ” เอ่ยขึ้นกับตัวเองเบาๆ หลังจากที่ย้อนคิดดูแล้วเขาก็ไม่ได้ทำอะไรผิดจริงๆ นั่นแหละ

          หรือทำลงไปแต่ไม่รู้ตัว?

            “โอ๊ย! กูเครียด พ่อจ๋าแม่จ๋าช่วยหนูด้วย” ร้องโหยหวนออกมาพลางล้มตัวลงบนโซฟาตัวนั้น ยกสองมือขึ้นมากำเส้นผมข้างขมับอย่างไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี

            แม่งไม่น่าเลย

            เขาไม่น่าหาเหาใส่หัวตัวเองเลยจริงๆ

            “ถ้าเด็กนั่นเป็นลูกมาเฟียขึ้นมาจริงๆ จะทำไงวะ พาลูกเขาไปนอนข้างถนน กูตาย ตายแน่ๆ แม่งเอ๊ย” ยิ่งคิดซังกยุนก็ยิ่งอยากจะกัดลิ้นตัวเองตายซะตรงนั้นเลย เขาจิกผมของตัวเองแน่นมากขึ้นกว่าเดิมยิ่งคิดเขาก็คิดรู้สึกว่าชะตาชีวิตตัวเองจะขาดอยู่รอมร่อแล้วยังไงก็ไม่รู้

          ถึงเพื่อนทุกคน ถ้ากูตายฝากครอบครัวกูด้วย

             แล้วก็ส่งกระแสจิตกลับไปหาผองเพื่อนที่ยังไม่รู้ตัวว่ากำลังจะได้เสียเพื่อนของตัวเองไปในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ซังกยุนกัดปากของตัวเองพลางหันซ้ายแลขวาก็ยังไม่มีสิ่งที่เรียกว่าคนเข้ามาด้ายในเลยสักนิด

            หรือจะขังเขาให้ตายอย่างเดียวดายอยู่ในห้องนี้

            “ไม่เอานะไม่เอา ปล่อยกูไป ปล่อยกูเถอะ กูยังไม่มีเมียเลย กูจะตายไม่ได้”

          “อะไรตายเหรอ”

            เฮือก!

            ซังกยุนลุกขึ้นนั่งตัวตรงในทันทีที่ได้เข้าได้ยินเสียงของใครอีกคนดังขึ้นจากทางด้านหลังของเขา ชายหนุ่มหันไปมองตามต้นเสียงก่อนจะสะดุ้งหนักกว่าเดิมเมื่อพบว่าเจ้าของเสียงนั่นคือเด็กหัวทองที่เขาพาไปนอนข้างทางเมื่อวันนั้น

            แต่กลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ในวันนั้นที่เจอก็แค่เด็กกะโปกพร้อมบวกคนนึง ทว่าเด็กหนุ่มหัวทองตรงหน้าเขาในตอนนี้กลับแต่งชุดนักเรียนเรียบร้อยจนรู้สึกราวกับว่าเป็นคนละคนกัน

          ถ้าไม่ติดว่ามันทำหน้าพร้อมหาเรื่องตลอดเวลาเหมือนกันล่ะก็นะ

            “ค...คือน้องเองเหรอ”

            “อือ ผมเอง” จัสตินตอบกลับไปแล้วเดินเข้าไป โยนกระเป๋านักเรียนราคาแพงไว้บนโต๊ะอย่างแรงก่อนจะทิ้งตัวกึ่งนั่งกึ่งนอนลงที่โซฟาด้านข้างกับคนอายุมากกว่า

            ซังกยุนมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความอยากรู้(ว่ามันพาเขามาที่นี่ทำไม) แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกไปเพราะกลัวว่าชะตาชีวิตตัวเองจะสั้นลงกว่าเดิม

            “ไม่สงสัยเหรอว่าผมพาพี่มาได้ยังไง”

          สงสัย แต่กูไม่กล้าถาม

            “ก็นิดหน่อย” แต่ซังกยุนกลับเลือกที่จะพูดอ้อมค้อมกับเด็กนี่แทน อะไรที่ปลอดภัยกับชีวิตเขาก็ต้องทำไว้ก่อน จะมาปากหมาพร่ำเพรื่อไม่ได้ เพื่อนสอนมาดี

            “กินข้าวเป็นเพื่อนผมหน่อยดิพี่” แล้วเด็กหนุ่มหัวทองก็เอ่ยขึ้นมา นั่นทำให้ซังกยุนหันขวับไปมองด้วยแววตาที่เต็มไปได้ความสงสัยในทันที ในหัวของเขามันมีแต่คำว่าไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจ และไม่เข้าใจการกระทำของไอ้เด็กตรงหน้านี่เลย

            “ผมไม่มีเพื่อนอ่ะ กินข้าวคนเดียวมาหลายเดือนแล้ว ผมเหงา”

          เหงาของมึงแล้วเกี่ยวอะไรกับกู๊วววววววววว

            ถึงอยากจะถามออกไปแบบนั้นแต่ซังกยุนรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลาจะมาเล่น ทั้งสีหน้าและแววตาของเด็กที่เขาเคยมองว่าน่ารำคาญมันดูเศร้าแปลกๆ

            “คือทีหลังอ่ะ ถ้าอยากกินข้าวด้วยก็บอกดีๆ ไม่ต้องให้คนไปล้อม เอ๊ย! รับแบบนี้ก็ได้” คนอายุมากกว่าพยายามพูดด้วยความนุ่มนวลมากที่สุด

            “ก็ผมไม่มีเบอร์ติดต่อพี่ เลยให้ลูกน้องพ่อไปสืบแล้วก็พาตัวพี่มา”

          ชัดเลย! ชัดเจน! ไอ้เด็กนี่ลูกมาเฟียชัวร์!

            “แต่มันทำให้กู เอ๊ย! ให้พี่ตกใจไง” ...นึกว่าจะอุ้มกูมาฆ่า แต่ประโยคสุดท้ายซังกยุนไม่ได้พูดออกไป เก็บไว้แค่ในใจจะดีกว่า

            “ผมขอโทษแล้วกัน ผมไม่รู้ว่าจะเข้าหาพี่ยังไง”

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นซังกยุนก็เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของคำพูดนั่นด้วยความแปลกใจ เขานึกสงสัยว่านี่คือเด็กที่โวยวายหน้าคลับวันนั้นจริงๆ เหรอ ทำไมมันขอโทษเข้าง่ายจัง วันนั้นที่เจอทั้งดื้อ ทั้งหัวแข็ง แถมชอบเถียง แล้วคิดว่าตัวเองใหญ่ด้วย

          มึงมีสองร่างป่ะเนี่ยถามจริง

            ถึงจะอยากรู้ขนาดไหนแต่ซังกยุนก็เลือกที่จะสงบปากสงบคำเอาไว้ ไม่ถามออกไปเพราะกลัวว่ามันจะกลายเป็นคำถามสุดท้ายในชีวิต

            “แล้วก็บ้านผมไม่ได้เป็นมาเฟียนะ บ้านผมทำธุรกิจโรงแรม ศัตรูพ่อเยอะเวลาผมไปไหนก็เลยต้องมีบอดี้การ์ด” จัสตินว่า เขาพูดออกมาอย่างเรียบง่ายคล้ายกับว่ากำลังพูดเรื่องดินฟ้าอากาศ ไม่ได้คิดเลยว่าคนฟังคิดไปถึงไหนต่อไหนแล้ว “บอกไว้ก่อนเผื่อพี่ไม่ชิน”

            “ห๊ะ?” เพียงเท่านั้นความคิดของซังกยุนก็ถูกกระชากกลับมา “หมายความว่ายังไง?”

            “ก็หมายความตามที่พูด” ว่าแล้วก้มองเขานิ่งๆ จนซังกยุนรู้สึกขนลุกซู่ทั้งตัวอีกครั้ง นั่งเกร็งเพราะสายตาที่คนอายุน้อยกว่ามองมาก่อนที่จะค่อยๆ ผ่อนคลายลงเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะดังขึ้นจากเด็กหนุ่มหัวทองคนนั้น

            ซังกยุนพยายามยิ้มแห้งๆ ใจดีสู้เสือ เขาไม่ชอบเด็กเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แถมต้องมาเจอเด็กที่เหมือนจะมีอำนาจเกินอายุแบบนี้อีกยิ่งทำให้เขาวางตัวไม่ถูก อยากจะหนีออกไปแต่ก็ทำไม่ได้ ยังเป็นห่วงชีวิตและทรัพย์สินตัวเองอยู่ ถึงทรัพย์สินเขามันอาจจะมีไม่เยอะก็เถอะ

            ซังกยุนก็ได้แต่ภาวนาในใจให้วันนี้มันผ่านไปเร็วๆ สักที เขาอยากจะกลับห้องเต็มทีแล้ว

          อย่าหวังเลยว่ากูจะมาเหยียบที่อีกเป็นครั้งที่สอง!

            .

            .

            .

.

.

ซังกยุนขอกลับคำพูดก็ได้ว่าจะไม่มีกลับมาเหยียบที่นี่อีก

เพราะตั้งแต่วันนั้นเขาก็ไม่รู้แล้วว่าตัวเองมาที่นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่ เพราะมันบ่อยครั้งจนเขาจำมันไม่ได้แล้ว แต่เขาไม่ได้มาด้วยวิธีเดิมๆ ของจัสตินหรอกนะ มีบ้างบางครั้งที่ถูกบอดี้การ์ดของอีกฝ่ายไปรับตัวมา แต่ส่วนมากแล้วเขาจะเป็นฝ่ายสมยอมนั่งรถมาที่โรงแรมนี้เองมากกว่า

เนี่ย...พอเห็นคำว่าโรงแรมแล้วในหัวก็คิดอกุศลทุกทีเลย อย่าคิดว่าเขาจะได้ขึ้นไปเหยียบห้องที่มีเตียงนอนมีบรรยากาศพร้อมนะ ชีวิตของซังกยุนได้นั่งแค่เลาจ์ส่วนตัวสำหรับลูกเจ้าของเท่านั้นแหละ

ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้าย

พักหลังมานี่เขารู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไป เพื่อนเขาก็บอกแบบนั้น...บอกว่าเขาผอมลง ไม่สิ ซังกยุนหมายถึงนิสัยของตัวเอง ปกติแล้วเขาไม่ใช่คนที่จะยอมทำอะไรให้ใครง่ายๆ หรอก ยกเว้นโดนเพื่อนจิกตัวใช้ให้ตัดต่องานผลัดสุดท้าย แต่กับเด็กหัวทองนี่มันแปลก... แปลกไปหมด

ตอนแรกซังกยุนคิดว่าเขาแค่กลัวจัสตินจะตามมาฆ่าหรือเผาบ้านถ้าหากว่าไม่มีตามคำขอ เชื่อเถอะว่าขอจริงๆ ขอด้วยสีหน้าเรียบนิ่งเหมือนจะควักปืนออกมาจ่อที่ข้างขมับเขา พร้อมกับพูดเบาๆ ว่าพรุ่งนี้มาหาด้วย หรือไม่ก็เดี๋ยวพรุ่งนี้ส่งคนไปรับ

เด็กนี่แม่งต้องเอาคืนเขาที่พามันไปหลับข้างทางแน่ๆ

ปั่นชีวิตกูซะไม่เหลือเวลาให้กูนอนเลย

และนั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเขาต้องเอาเวลานอนที่มีอยู่น้อยนิดของตัวเองมาทิ้งไว้กับเด็กหนุ่มหัวทองที่ตอนนี้เหมือนจะกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเขาไปแล้ว

ก็เหมือนกับตอนนี้ที่เขากลับมานั่งจุ้มปุ๊กอยู่บนโซฟาตัวเดิมเพิ่มเติมคือไม่มโนไปเองแล้วว่าจะถูกฆ่า ซังกยุนนั่งรอเวลาจัสตินเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจะลงมาให้เขาสอนการบ้านเหมือนเดิม เอาความจริงเขาก็ไม่ได้เก่งอะไรมากมาย แค่การบ้านมันเป็นภาษาบ้านเกิดเขา แต่เด็กหัวทองนั่นไม่เข้าใจ

อืม...เขาเองก็เพิ่งมารู้เหมือนกันว่าเด็กที่พูดเกาหลีได้คล่องปร๋อวันนั้นเป็นคนจีน

มันจะมีคนประเภทที่พูดได้ฟังได้ แต่เสือกอ่านกับเขียนไม่ได้

และไอ้เด็กหัวทองเป็นคนประเภทนั้น จัสตินบอกกับเขาว่าย้ายมาอยู่ที่นี่กับพ่อแม่ตั้งแต่เด็กแล้ว แต่เรียนแบบโฮมสคูลตลอดทำให้ไม่มีเพื่อน เพิ่งจะได้เข้าเรียนที่โรงเรียนเหมือนกับคนอื่นช่วงปีก่อน ด้วยนิสัยที่พร้อมบวกขัดกับหน้าตาที่ให้ไม่ค่อยมีเพื่อน เอาจริงๆ เรียกว่าไม่มีเพื่อนจะง่ายกว่า แล้วไอ้เด็กนั่นคงจะคิดว่าเขาเป็นเพื่อนมันอีกตามเคย

“เมื่อไหร่จะมาวะ” พึมพำออกมาแล้วมองไปที่ประตูทางเข้าก่อนยังไงเงียบ ไร้วี่แววของเด็กหัวทองคนนั้น ซังกยุนจึงเลื้อยกายกึ่งนั่งกึ่งนอนบนโซฟาตัวเดิมแล้วหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาเปิดดูแชทล่าสุดที่มีแจ้งเตือนขึ้นไว้แต่ว่าเขายังไมได้เปิดอ่าน

 

มังกรน้อยของจินยองงี่ : ตายยังวะไอ้หลาม

 

แค่อ่านประโยคแรกซังกยุนก็แทบจะน้ำตาไหลออกมา ดีใจจริงๆ ที่มีเพื่อนเป็นห่วงเป็นใยกันขนาดนี้

 

Realbaekho : ไม่ตายก็พิการอ่ะไอ้เหี้ย 55555555

 

แล้วก็รู้สึกเหมือนลมจะจับแป๊ปๆ หลังจากอ่านข้อความของดงโฮจบ ถ้าจะแช่งกันขนาดนี้ก็เอาฝ่าตีนมาประทับที่ฝ่าหน้าเขาเลยก็ได้นะ ไม่ต้องเสียเวลาพิมพ์ให้เจ็บช้ำน้ำใจกันได้ขนาดนี้

ก็อย่างที่เห็นนั่นแหละว่าเรื่องของเขามันไม่ได้เป็นความลับ อะไรที่เพื่อนในกลุ่มคนนึงรู้รับรองว่าโลกจะรู้ภายในไม่กี่นาทีต่อมา แล้วเรื่องของเขาก็ได้กลายเป็นประเด็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ประจำกลุ่มไปแล้วเรียบร้อย

 

Alpaca_boy : แม่งไม่โดนกระทืบตายหรอก แต่คงอกแตกตายมากกว่าที่จะได้เด็กมาเป็นเมีย

Daddy : +1

MRDANIEL : เดี๋ยวนี้เปลี่ยนสเป็คแล้วเหรอวะ ไหนบอกชอบเจ๊สาวแก่เพื่อนแม่ ไม่ก็อาเสี่ยพุงพลุ้ยเพื่อนพ่อไง

.

.

.

Sharkinthecoldpool : สัส!

 

กดตอบกลับไปพร้อมกับส่งสติ๊กเกอร์กวนเบื้องล่างให้เพื่อนครบจำนวนคนไม่ขาดไม่เกิน ก่อนที่ข้อความของเพื่อนหน้าอัลปาก้าจะเด้งขึ้นมาแทรกสติ๊กเกอร์หนอนตัวกลมของเขา

 

Alpaca_boy : ควายเอ๊ย ยอมรับตัวเองสักทีว่าน้องเขาจีบมึง ถ้าไม่จีบป่านนี้เขาเอาปืนยิงหัวมึงเบะแล้ว

 

ข้อความที่ได้รับกลับมานั้นทำให้ซังกยุนชะงักค้างกลางอากาศ เขากระพริบตาปริบๆ ไล่อ่านข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมา ก่อนจะรู้สึกร้อนเห่อบนใบหน้าแปลกๆ

ใครลดแอร์วะไอ้สัส!

บ่นอุบในใจแล้วก็หันมาให้ความสนใจกับหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองต่อ ซังกยุนแลบลิ้นเลียริมฝีปากอย่างนึกประหม่า จู่ๆ ในหัวของเขามันก็โล่งไปหมดเหมือนมีอะไรมากมายที่อยากจะพูดแต่ก็คิดไม่ออกว่าจะพูดอะไรดี

 

Alpaca_boy : เด็กมันก็ไม่ได้เลวร้ายนะมึง ถ้ามึงรวบหัวรวบหางน้องเขาได้มึงจะสบายไปทั้งชาติ

.

.

Sharkinthecoldpool : มึงคิดมากไปป่ะวะ น้องมันอาจจะแค่เหงาเลยขู่ให้กูมาอยู่เป็นเพื่อน เดี๋ยวมันเลิกเหงาก็ปล่อยกูไปล่ะ ตอนนั้นพวกมึงใจร้ายกับน้องไง เวรกรรมเลยมาตกที่กู

 

รัวแป้นพิมพ์กลับไปแล้วกดออกจากกแอบพลิเคชั่นสีเหลืองนั่นทันที ซังกยุนนั่งมองหน้าจอที่เป็นรูปปลานีโม่ของตัวเองอยู่สักพักก่อนจะกดล็อคหน้าจอให้ดับลงแล้วโยนโทรศัพท์ไว้ข้างๆ ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกันจู่ๆ เขาก็ไม่อยากจะพูดเรื่องนี้

ไม่ค่อยอยากจะมานั่งสาธยายความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเด็กหัวทองนั่น ถึงมันจะเริ่มต้นแปลกๆ ไม่สิ กลางๆ ก็แปลก ท้ายๆ ก็คงจะแปลกอีกเหมือนกัน แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นเลย เรื่องมันอยู่ที่ว่าเขาแค่ไม่ชอบตัวเองตอนที่อยู่กับเด็กนั่นสักเท่าไหร่ เหมือนเสียความเป็นตัวของตัวเองไปยังไงก็ไม่รู้ ถึงอีกฝ่ายจะอายุน้อยกว่าแต่ก็ดูเหมือนว่าข่ม(ขู่)และบังคับขู่เข็ญให้เขาทำอะไรได้ทุกอย่าง ไม่หิวข้าวก็ลากคอเขาให้มานั่งกินข้าวด้วยได้ ไม่อยากดูหนังผีก็ฉุดกระชากมาให้ดูด้วยกันจนได้

ยิ่งนับวันซังกยุนยิ่งรู้สึกเหมือนตกอยู่ใต้อำนาจเด็กคนนั้นยังไงก็ไม่รู้สิ

นี่ขนาดผ่านไปแค่เดือนเดียวยังรู้สึกขนาดนี้ เมื่อไหร่เด็กนั่นจะเบื่อเขาแล้วปล่อยๆ ไปสักทีนะ ซังกยุนอยากได้ชีวิตอิสระอันเดิมของตัวเองคืนมาก่อนที่เขาจะสูญเสียความเป็นตัวเองไปมากกว่านี้

ไม่อยากจะเชื่อก็ต้องเชื่อ เด็กคนนั้นมีอิทธิพลกับเขามากจริงๆ

“คิดอะไรอยู่อ่ะ”

นั่นไง...นึกถึงผี ผีก็มา

แต่ถ้ากูยังไม่ตอบมันเนี่ยกูจะกลายเป็นผีเฝ้าห้องนี้ก่อน

“ถ้าบอกไป หนูจะฆ่าหั่นศพพี่ป่ะ” ตอบออกไปอย่างเหนื่อยใจนิดๆ บวกกับสรรพนามที่ตกลงกับเด็กนี่เมื่อวันก่อนแล้วว่าถ้าจะให้เขามาหาต้องให้เรียกว่าหนู

ไม่ใช่เพราะความคิ้วตี้น่ารักอะไรบนใบหน้านั่นสักนิด แต่เพราะนิสัยน้องมันเข้าข่ายมาเฟียสุดๆ ซังกยุนเลยต้องหาอะไรมาเบรคความช่างกลนั้นด้วยสรรพนามน่ารักๆ ที่ก็เกือบเอาชีวิตตัวเองเข้าไปเสี่ยงแล้วเหมือนกัน

ไม่รู้อะไรดลจิตดลใจให้เด็กหัวทองหน้าคิดตี้แต่ใจช่างกลเสือกชอบให้เขาเรียกว่าหนู

เออน่ารัก..น่ารักเข้ากับหน้ามึง แต่ขัดกับสันดานมึงสุดๆ

“ตกลงพี่คิดอะไรอยู่ เบื่อเหรอ ดูหนังผีกับผมไหม ผมได้เรื่องใหม่มา”

“เปล่า” ปฏิเสธไปอย่างอ้อมๆ ไม่ใช่เพราะเรื่องที่มันติดอยู่ในใจสำคัญกว่า แต่เพราะไม่อยากต้องกรีดร้องจนตกโซฟาแบบตอนดูหนังผีเรื่องก่อนอีก

หมดกันความคูลของคิมซังกยุน

“แล้วพี่เป็นไรวะ”

คนถูกเรียกพี่หันขวับในทันทีที่รับรู้ได้ถึงน้ำเสียงแปลกๆ นั่น การลงท้ายคำพูดดูไม่ค่อยจะเป็นสิ่งที่ดีกับซังกยุนสักเท่าไหร่ เขาจึงค่อยๆ เลื่อนมือไปลูบเส้นผมสีทองของคนที่หย่อนกายนั่งลงด้านข้างอย่างเบามือ แล้วยิ้มแห้งๆ ออกมา

“พี่แค่คิดว่าพี่คงจะไม่มาหาหนูทุกวันแล้ว”

เพล้ง!

ไม่! นั่นไม่ใช่หัวกูที่แตก

แต่เป็นแก้วน้ำในมือน้องที่ร่วงแตกลงพื้น

จัสตินไม่ได้ปาแก้วลงพื้นเหมือนเด็กเอาแต่ใจในมโนภาพที่ซังกยุนคิดไว้ เขาแค่คิดว่ามือไม้เด็กนี่มันคงอ่อนไปหน่อยถึงได้จับแก้วไม่อยู่

แล้วทำไมกูต้องรู้สึกผิดด้วยวะ

ถามตัวเองในใจเมื่อเห็นว่าเด็กหัวทองข้างๆ ไม่ได้พูดอะไรออกมานอกจากนั่งมองเศษแก้วที่แตกอยู่บนพื้น จ้องมันเหมือนกับว่ามีพลังจิตจะต่อแก้วกลับมาให้เหมือนเดิมอย่างนั้นแหละ โชคดีเหมือนกันที่ไม่ร่วงใส่เท้าเขาไม่งั้นคงต้องได้ไปโรงพยาบาลแล้ว เดี๋ยวนะ...ไม่สิ นี่ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องนั้น เขาต้องหาสาเหตุที่ทำให้ตัวเองรู้สึกแบบนี้ด้วย

“พี่จะไปไหน”

กูก็ไม่รู้ แต่กูคงไม่ได้ไปตายอ่ะ

ตอบกลับไปในใจ ก่อนจะสรรหาคำที่พูดออกไปแล้วดูดีกว่านี้เอ่ยออกไป

“คือพี่ก็ต้องมีชีวิตพี่ไง หนูไม่ใช่แฟนพี่สักหน่อย พี่จะมาอยู่ด้วยแบบนี้ตลอดไม่ได้” พยายามพูดให้อ่อนโยนที่สุด แม้มันจะสวนทางกับหน้าตาตัวเองสุดๆ ก็ตาม แต่เพื่อชีวิตในวันพรุ่งนี้ก็ต้องทำ

“งั้นผมเป็นแฟนพี่ก็ได้ แต่ไม่ให้พี่ไปไหน”

“เออเอางั้นก็ได้” ซังกยุนพยักหน้าหลังจากที่เห็นหน้าเศร้าๆ ของเด็กหัวทองด้านข้าง ก่อนจะตาโตขึ้นเมื่อนึกอะไรบางอย่างออก “เฮ้ย! เดี๋ยว! ไม่ใช่ หนูจะมาเป็นแฟนพี่ได้ไง”

ถามออกไปอย่างร้อนรน ทั้งๆ ที่ตัวเองพลั้งปากไปแล้ว ซังกยุนคิดว่ามันน่าจะไม่สายไปที่จะกลับคำได้ทัน

“ก็พี่ตอบตกลงผมแล้ว”

“ไม่คือ คือจะเป็นแฟนกันได้ยังไง คือหนูก็ไมได้ชอบพี่ พี่ก็ไม่ได้จีบหนู มันไม่ใช่อ่ะหนู มันไม่ใช่”

“ไม่ใช่อะไร ก็ผมจีบพี่มาตั้งแต่วันที่ตื่นหน้าป้ายรถเมล์แล้ว พี่ไม่รู้ตัวเหรอ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นซังกยุนก็หน้าชาวาบเหมือนถูกน้ำเย็นจัดสาดใส่ เขายกมือขึ้นจิกผมของตัวเองอย่างไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไป ไอ้การกระทำทั้งหมดที่ผ่านมานั่นเรียกจีบเหรอ ซังกยุนเข้าใจมาตลอดว่ามันคือการเอาคืนที่เขาพาเด็กนี่ไปนอนข้างถนน

โอ้ เวรกรรม

เวรกรรมตั้งแต่ชาติปางไหนที่ทำให้กูต้องมาหวั่นไหวกับเด็กแบบนี้ด้วย

“ผมนึกว่าที่พี่มาหาผมทุกวันเพราะพี่มีใจซะอีก”

กูมาเพราะกูกลัวมึงฆ่าหมกป่าไม่ก็ไปเผาบ้านกู๊วววววววววว

ถึงจะอยากตอบกลับไปแบบนั้น แต่ซังกยุนก็เลือกที่จะเงียบแล้วส่งยิ้มแห้งไปให้กับอีกฝ่าย เอาเข้าจริงแล้วเขาก็หาเหตุผลไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมถึงต้องกลัวไอ้เด็กหัวทองนี่ขนาดว่าไม่กล้าขัดคำสั่งมันแม้แต่อย่างเดียว

หรือจะแพ้ทางเด็กจริงๆ วะ

ไม่สิ... แพ้ทางความโหดมันมากกว่า

“แล้วพี่จะเอายังไง มาทำให้ผมชอบพี่ตั้งแต่วันนั้น แล้วจะไม่รับผิดชอบเหรอ”

เอ้า! ทีกูชอบดาวคณะนมตู้มกูยังไม่ขอให้เขามารับผิดชอบอะไรกูเลย แล้วมึงเป็นใคร๊ ทำไมต้องมาให้กูรับผิดชอบ

“จ้ะ พี่จะรับผิดชอบหนูเอง”

แต่ปากเวรกรรมนี่เสือกตอบคนละอย่างกับความคิด เหมือนมีสองร่างในคนเดียว ไม่ได้เป็นอันหนึ่งเดียวกันเลยนะร่างกายเขาเนี่ย สวนทางกันตลอดให้ตายเลยจริงๆ

“ดีมากๆ จะได้ไม่ต้องเปลืองแรงลูกน้องพ่อผม”

โอเค...

ในตอนนั้นซังกยุนรู้สึกขอบคุณตัวเองที่ตอบแบบนั้นกลับไป รู้สึกเหมือนได้ต่อลมหายใจไปอีกเฮือก

 

เอาเถอะ เด็กนี่ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร ไม่ได้เสียงดังโวยวาย เอาแต่ใจใส่เขา(แต่เว้นกับคนอื่น)เหมือนที่เคยคิดไว้

แถมดูหน่วยก้านแล้ว อืม... ห่างไกลจากคำว่าเพื่อนแม่ไปหน่อย แต่คิดว่าความโหดของมันน่าจะทำให้เขาไม่นอกลู่นอกทางได้ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ถอนตัวก็คงไม่ทันเพราะคงได้ตายก่อน มาถึงขนาดนี้แล้วก็ไม่มีอะไรต้องเสี่ยงอีกแล้ว...นอกจากเสี่ยงชีวิต

.

.

.

.

.
            .

“ตกลงว่าพี่เป็นแฟนผมแล้วเนอะ”

“จ้ะ หนูก็เป็นแฟนพี่แล้วนะจัสติน”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

END

 

 

 

 

TALK TALK TALK

ตอนนี้ยาวมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ประมาณ 6500 คำเห็นจะได้ ที่ไม่มาอัปเมื่อวานเพราะยังเขียนไม่เสร็จ กะจะเอาทุกอย่างในหัวยัดไว้ในตอนเดียว ไม่อยากแบ่งสองตอน สุดท้ายเลยออกมาเป็นงี้ไง เพราะนิยามคู่นี้ให้เป็นสองขั้วที่ตรงข้ามกันก็เลยกลายมาเป็นแบบนี้ พอเขียนจบตอนถึงขั้นปาดเหงื่อกันเลยทีเดียว ของคู่อื่นจะฝอยเยอะแบบนี้ไหม กลัวใจตัวเองเหมือนกัน ยิ่งเขียนยิ่งยาวขึ้นเรื่อยๆ ลืมบอกคนอ่านไปตั้งแต่แรกว่าภาพน้องจัสที่ติดตาเราคือตอนเชปออฟยูนะคะ ไม่ใช่ตอนรีเพลย์ ตอนเห็นน้องครั้งแรกแบบพี่เห็นร่างอี้ป๋อในตัวหนู! แล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ 55555555555555 เอาจริงๆ ไม่ได้เขียนให้น้องเป็นคนตลกแต่แรกอยู่แล้วด้วย ทุกอย่างตลกได้เพราะกยุนล้วนๆ แต่อยากจะซอร์ฟความตลกลงมาหน่อยกว่าตอนที่เป็นแฟนกันแล้ว เนี่ยพอลองมองวางคู่ที่เหลือก็นั่งถามตัวเองว่านี่มันเป็นแค่ os จริงๆ เหรอ ทำงานหนักกว่าเขียนเรื่องยาวอีก ความใจบาปแค่ชั่ววูบก่อให้เกิดขนาดนี้เลยเหรอ ถามไปก็ขำไป ก้าวขาเข้ามาในคุกแล้วก็ทำอะไรไม่ได้ ถ้าจะบาปก็บาปให้สุด...แล้วหยุดที่คุก ขอบคุณค่ะ 555555555555555555555555555

แวะมาอัปเดทนิดนึงจะบอกว่าเปิดจองรวมเล่มแล้วนะคะ รายละเอียดอยู่ที่ตอนก่อนหน้านี้เลย ตามที่รีเควสกันมา ชั่งใจอยู่สักพักเพราะทำเล่มมันเหนื่อยมากจริงๆ แต่ก็ไหนๆ ก็มาขนาดนี้แล้ว 5555555555555

และที่สำคัญยังรออยู่ที่เดิมนะคะ ไม่เคยไปไหน และไปไหนไม่ได้ 5555555555 #ficBxB101

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

           

           

             

           

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,026 ความคิดเห็น

  1. #3006 nymphbp (@hurry) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 17:26

    กยุนฟอเอเว่อกาก5555555น้องลูกกกกน้องเหงาอาะสงสารให้อยู่คุมพี่กยุนอ่ะดีแล้ว

    #3,006
    0
  2. #2943 มะพีช (@ningthesehun) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:11
    เป็นทาสน้องมาตั้งแต่ต้น555555 โธ่อิพี่5555555555555555555555555555555555555555
    #2,943
    0
  3. #2942 มะพีช (@ningthesehun) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:11
    เป็นทาสน้องมาตั้งแต่ต้น555555 โธ่อิพี่55555555555555555555555555555555555555555
    #2,942
    0
  4. #2885 TigerPisces (@biw18940) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 22:51
    ชอบเวลาที่พี่ซังกยุนกรีดร้อง(ในใจ)แล้วเอามือขึ้นจิกผมตัวเอง อารมณ์มันได้ แล้วก็ชอบที่คำพูดในหัวกับที่ออกจากปากจริงๆ คือโคตรคอนทราสต์ 555555555555555555 น่ารักกกกกกก
    #2,885
    0
  5. #2473 PLoy ImployvIse (@imployvise92) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 15:30
    มีความเป็นผัวทาส ไร้อิสรภาพมาเลย ฮาเอาขอเป็นแฟนกันนิหละ
    #2,473
    0
  6. #2309 TaoHun DakHyo (@kim_nik) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 21:53
    โอ๊ยฮา. โดนมัดมือชกตกลงเป็นแฟน555





    #2,309
    0
  7. #2104 therip time (@woothlee) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 14:35
    วงวารพี่เค้านะคะ5555555555555555
    #2,104
    0
  8. #2097 Pployji (@ployjiji) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 23:39
    ตลกอะ 555555555คู่นี้เหมือนไบโพล่า รักกันงงๆ 5555ขอแก้หน่อยน้า อันนี้เฟรชเเบ้คเนอะ เเดเนียลยังไม่เปลี่ยนชื่อใช่มะ น่าจะเปลี่ยน DANIEL นะ แล้วก็ตอนที่หลามบอกว่าพวก-ก็รู้กุไม่ชอบกินเด็ก มันขัดๆนิดหน่อยอะ เราว่าเปลี่ยนเป็นคำว่า พวก-เห็นกูเป็นคนยังไงเนี่ย ดีกว่าน้า
    #2,097
    0
  9. #1942 ร้อนใน (@rednoeytuarlek) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 19:06
    โอ๊ยขรรมมาก5555 หนูโหดไปนะลูกจัสติน
    #1,942
    0
  10. #1623 Aika yurina (@mapin-thitinun) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 22:55
    น้องตอนเชฟออฟยูนี่คือแบบ ปาจัยยยยยยยยยย
    #1,623
    0
  11. #1389 N0ii2d (@chayaniid) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 19:13
    5555555 พี่หลามคนกากของจริง น้องออกจะมิ้ง แค่มีบอดี้การ์ดเอง
    #1,389
    0
  12. #1374 JinJane3639 (@jinjane3639) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 14:23
    อ่านไปแล้วรู้สึกเวลาชีวิตจะสั้นตามพี่ซังกยุน 5555 โหดอะไรเบอร์นั้นจัสตินน
    #1,374
    0
  13. #1214 xxnhhzt68 (@xxnhhztt) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 01:50
    โอ้ยสงสารพี่เขา หนูลูกกกก
    #1,214
    1
    • #1214-1 GalaxyOnlyYou (@krisnoon1990) (จากตอนที่ 21)
      6 กรกฎาคม 2560 / 04:52
      55555 ทำไมหนูฮาร์ดคออย่างงี้คะลูก วงวานพี่กยุนคนบอบบางเหลือเกิน น้องโหดเกินไปงืออออ
      #1214-1
  14. #1202 เจ้าชายอสูร_B2UTY (@13161212) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 17:21
    555555 เป็นยังไงละจ๊ะ คนคุกกกกกกก หูยยยยยยยย ออกตัวเเรงด้วยว่ายังไงก็ไม่กินเด็ก
    เจอเด็กอย่างจัสตินเข้าไป สะอึกเลยทีนี้ !!!!!!!! น่าสงสารพี่เขานะคะ เขาคงจะโดนเพื่อนล้อไปอีกนานเลย 555555
    #1,202
    0
  15. #1186 mermaid95 (@naricknick) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 00:26
    ซังกยุนคนกากที่แท้ทรู 5555555555555 ก็เป็นแฟนกับแบบดูงงๆนะ อิพี่มันกลัวตายคือน้องถามไรพี่โอเคหมดอ่ะ 555555555555555
    #1,186
    0
  16. #1161 morning.star (@morningstarx) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 21:19
    เค้าชอบบบบบบตอนนี้มากค่ะไรท์ อ่านซ้ำหลายรอบมาก
    พี่กยุนคนกากกกกกก เกลียดเสียงในหัวพี่เขา ขำมากไม่ไหวละ55555555555555555 ทำมาเปงอ้างว่ากลัวตายนะพี่นะ จริงๆก็ชอบหนูใช่มั้ยล่า 
    น้องจัสโคตรรรรกร๊าววว องค์ shape of you มากๆเลย ชอบบบบบบ ช่างกลถูกใจพี่จริงๆ เอาพี่กยุนอยู่เนอะ
    #1,161
    0
  17. #1155 that's mee (@hpqxx_) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 19:35
    โอ้ยยย ซังกยุนคนกาก555555
    #1,155
    0
  18. #1107 -{กวางลู่}- (@lookpearjusty) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 14:11
    โอ้ย วงวารอิพี่กยุนนนนนนนน.55555555555555555555 คือกลัวหัวหดจริงๆ เป็นความรักบนความหวาดระแวงสุดๆ 55555555555554
    #1,107
    0
  19. #1105 MoJi_Mitoru (@narumi) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 12:25
    คนเราเกลียดอะไรก็ได้อย่างนั้นนะพี่ แถมได้เด็กโหดอีกต่างหาก ฮื้อ สงสารอ่ะ แต่น้องก็น่ารักน้า(หน้าตาอ่ะ) ชอบคู่นี้อ่ะ ฮือออ ชอบมากเลย
    #1,105
    0
  20. #1080 JJNM_ (@playboyboy12) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 23:25
    น้องจัสตินลูก55555555 หน้าตาคิตตี้แต่ใจช่างกลมาก วิธีการจีบของหนูโหดจังเลยอะ พี่กยุนก็เป็นแฟนน้องแบบงงๆ5555555 พี่กยุนชอบคนแก่กว่าแต่สุดท้ายก็เข้าแก๊งค์คนคุก วงวาร ไปว่าเพื่อนไว้ซะเยอะ เป็นไงหละ55555
    #1,080
    0
  21. #1079 BKCARE (@BKCARE) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 22:48
    พี่หลามคือกากอะอยู่กับจัสตินแล้วอำนาจหดหาย55555
    #1,079
    0
  22. #1078 Suthasinee Pongsai (@baekteoy2542) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 21:56
    พี่กยุน ตลกอะ ชอบแก๊งของพี่ จะเข้าคุกทุกคลเรย ตายแร้ว 555555555555555555555555555555555555555555555555555555555
    #1,078
    0
  23. #1075 mengg (@junkzda) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 19:41
    พี่หลามกระจอกอ่ะ 555555555555555555555555 เจอเมียเด็กร่างนี้ไม่รู้จะขำหรือสงสาร ด๋อยมากอ่ะโอย 55555555555555555
    #1,075
    0
  24. #1069 magmild (@m-mild) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 15:15
    ชอบจัสติน พี่ชอบหนูที่สุดในบรรดาเมียคนบาปเลยลูก เป็นเด็กที่กุมอำนาจทุกอย่างได้และเลือกใช้ได้ทุกจังหวะมาก 555555
    ก็แอบคิดอยู่ว่าพี่หลามมาเจอน้องจัสได้ไง บางอ้อเลยค่ะพอมีแชปย้อนอดีตแบบนี้ เป็นการได้แฟนที่ดูงงๆนิดๆนะคะ 55555
    สมพรปากของอิมยองมินเลยอ่ะ พ่อหมอของแก๊งคืทำนายอะไรไว้ไม่เคยพลาด ยกเว้นเรื่องของตัวเอง 5555555
    เห็นแบบนี้แล้วก็อยากรู้ของพี่ยงกุกกับพี่เสือขาวเลยอ่ะ ไปสอยเด็กมัธยมมาได้ไง ใช้อะไรล่อเด็กมาติดกับ 55555555555

    ขอบคุณที่แต่งฟิคมาให้อ่านนะคะ 
    #1,069
    0
  25. #1062 Tongdchr (@Tongdchr) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 12:58
    วงวารพี่-มาก 55555555555555 เออดี อยู่ดีๆมีเมียเด็กขาวๆเล็กๆบางๆเฉยว่ะ มีเมียเหมือนมีแม่ ประโยชน์ไปหลายอย่าง ใครแกล้งก็ฟ้องแฟน ดีไปอีก
    #1,062
    0