'BOY & BOY' ♥ SF/OS Produce101 Store

ตอนที่ 17 : ► Sour Grapes II :: Lim Youngmin x Jung Sewoon

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,593
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    10 ก.ค. 60

Sour Grapes II

Lim Youngmin x Jung Sewoon

 

 

 

 

 

Note: แนะนำให้อ่าน Sour Grapes I ก่อนะคะ

 

 

 

 

 

            คนจะบาป บาปที่ใจใช่ใบหน้า...

            .

            .

            .

            คนจะหล่อ ต่อให้ใจบาปยังไง ก็ยังเป็นคนหล่ออยู่วันยันค่ำ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            “ทำไมมานอนตรงนี้ล่ะ?”

            เซอุนถามขึ้นพร้อมกับวางกระเป๋าสะพายของตัวเองไว้บนโต๊ะด้านข้างกับโน้ตบุ๊กที่มีศีรษะของอีกคนฟุบหน้าลงอยู่ตรงนั้น แต่ดูเหมือนว่าเจ้าของเรือนผมสีดำที่เพิ่งไปย้อมกลับมาเมื่อวานนี้จะหลับไปแล้วถึงไม่ได้ให้คำตอบอะไรเขากลับมา นั่นทำให้เซอุนรู้สึกแปลกใจ ตั้งแต่รู้จักกันมาเขารู้ดีว่าอิมยองมินถึกและทนขนาดไหน การทำงานแล้วฟุบหลับที่หน้าคอมเป็นเรื่องปกติ

            แต่ปลุกแล้วไม่ตื่นนี่ไม่ปกติอย่างแรง

            “พี่! พี่ยองมิน เฮ้ยตื่นดิ” เรียกอีกคนแล้วก็เขย่าอย่างแรงอยู่นานกว่าที่เจ้าของชื่อจะสะลืมสะลือตื่นขึ้นมา

            เซอุนจับไหล่ของคนอายุมากกว่าแล้วดันให้ติดกับพนักพิงของเก้าอี้บุนวม ก่อนจะเลื่อนมือไปแปะลงบนหน้าผากของอีกฝ่ายเพราะรู้สึกได้ถึงความร้อนที่ผิดปกติไป แล้วทุกอย่างก็เป็นอย่างที่เขาคาดไว้ เรียวคิ้วของคนอายุน้อยกว่าขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เพื่อเขาเหมือนเห็นเค้าลางของความวุ่นวายที่กำลังจะเกิดขึ้น

            “ทำอะไรอ่ะ” แต่เสียงทุ้มที่แหบพร่านั่นกลับดังขึ้นมาก่อน เซอุนก้มหน้าลงมองเจ้าของเสียงนั่นแล้วตอบกลับไปเสียงเข้ม

            “พี่ไม่สบายอ่ะ ตัวร้อนขนาดนี้ไปหาหมอไหม”

            แน่นอนว่าจอง เซอุนไม่ใช่คนประเภทที่จะสามารถดูแลใครได้นอกจากตัวเอง เขาจึงเลือกที่จะพายองมินไปหาหมอแล้วถ้าอาการหนักก็ฝากชีวิตไว้ที่โรงพยาบาลสักวันสองวัน เขาคิดว่าอิมยองมินน่าจะมีโอกาสมีชีวิตรอดกลับมามากว่าปล่อยให้คนที่เป็นแฟนอย่างเขาดูแล

            เลี้ยงปลากัดสามวันตาย ปลูกแคคตัสสามสัปดาห์ก็ต้นเน่าตาย

            จะเอาอะไรกับชีวิตคนอย่างจอง เซอุน

            “ไม่ไปอ่ะ เสียเวลา เดี๋ยวนอนสักแป๊ปก็ดีขึ้น” แต่คนอายุมากกว่ากลับปฏิเสธ แต่ฟุบหน้าลงบนโต๊ะที่เดิมโดยไม่ลืมที่จะเอาฝ่ามือของเซอุนรองลงบนพื้นโต๊ะก่อนแล้วจึงตามด้วยข้างแก้มของตัวเอง

            “อย่ามาเนียน ไม่สบายก็ถีบได้” แน่นอนว่าเซอุนย่อมรู้ทัน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้ทำอย่างที่พูดจริง แค่เห็นตาปรือๆ กับสีหน้าง่วงๆ แบบนั้นเซอุนก็ทำได้แค่ขู่เท่านั้นแหละในตอนนี้

            “ใจร้ายจัง นี่พี่ไม่สบายนะ”

            “ไม่สบายก็ไปนอนดีๆ เดี๋ยวผมลงไปซื้อข้าวกับยาให้”

            “อื้ม ขอบคุณนะ” ยองมินตอบทั้งๆ ที่ยังหลับตาอยู่ นั่นทำให้เขาไม่ได้เห็นสีหน้าของคนอายุน้อยกว่าในตอนนี้ ถ้าเซอุนเป็นคนใจร้ายจริงๆ ป่านนี้คงจะโบกลงกลางศีรษะของอีกฝ่ายแล้ว ไม่มายืนมองคนที่กำลังมีความสุขกับแค่ฝ่ามือของเขารองแก้มของตัวเองอยู่แบบนี้หรอก

            “เลิกเนียนแล้วไปนอนบนเตียงดีๆ ได้แล้ว”

            “โหย รู้ทันแบบนี้ไม่สนุกเลย”

            “เดี๋ยวโบก” ไม่ว่าเปล่าแต่รอบนี้เซอุนชักมือของตัวเองกลับไปมาง้างมือทำท่าจะโบกลงจริงๆ จนคนป่วยหลุดหัวเราะออกมาแล้วทิ้งตัวลงนอนคว่ำกับเตียงอย่างแรง จนเซอุนที่กำลังเก็บของบนโต๊ะให้เป็นระเบียบอยู่ต้องหันกลับมาเอ็ด

            “นอนดีๆ สิ”

            “มันไม่มีแรงเลย” ตอบกลับไปเสียงอู้อี้ทั้งๆ ที่ใบหน้ายังฝังอยู่กับเตียงนอนอยู่

            “เนี่ยผมถึงบอกว่าไปโรงบาลไหม ผมกลัวพี่มาตายที่ห้องผมจริงๆ นะ”

            เมื่อได้ยินแบบนั้นยองมินก็ลอบยิ้มออกมา เขาปกปิดมันโดยการนอนอยู่นิ่งๆ แต่ไม่เคลื่อนไหวใดๆ แม้ว่าในใจของเขาจะเต้นเป็นท่าอัลปาก้าแดนซ์แล้วก็ตาม

            กลัวตายของจองเซอุนน่ะมันเท่ากับคำว่าเป็นห่วงชัดๆ เลย

            ถึงจะโดนพิษไข้เล่นงานเข้าอย่างจัง แต่ยองมินจะไม่เอาช่วงที่ดีที่สุดของชีวิตไปทิ้งไว้กับพยาบาลที่ไหนก็ไม่รู้หรอก ถึงจะดูเงอะๆ งะๆ หรืออาจะเกิดการฆาตกรรมเขาขึ้นมาได้ในภายหลัง แต่ยองมินก็อยากได้พยาบาลที่ชื่อจอง เซอุนมาดูแลมากกว่าเป็นไหนๆ

            โถ่..

            โอกาสแบบนี้มันไม่ได้หาง่ายๆ เหมือนเดินเข้าเซเว่นแล้วไปสั่งพนักงานว่าเอาขนมจีบสองไม้ได้สักหน่อย

            ได้ทีแล้วก็ต้องเอาให้สุด...

            “แค่ซื้อยาลดไข้มาให้พี่ก็พอ..แค่ก แค่ก” แกล้งดัดเสียงให้แหบลงอีกสักหน่อย ก่อนจะไอออกมาเบาๆ เพื่อแสดงอาการร่วมของการเป็นหวัดบวกเข้าไปอีก

            “ผมว่าต้อซื้อยาแก้ไอ แก้เจ็บคอ ลดน้ำมูกมาด้วยแล้วล่ะ” คนอายุน้อยกว่าว่าไปพลางเดินมาหยิบกระเป๋าเงินของยองมินที่วางอยู่ข้างเตียงติดมือไปด้วย

ถึงปากเล็กนั่นจะพึมพำอยู่ตลอดว่าทำให้ตัวเองลำบากก็ตาม แต่สุดท้ายแล้วเซอุนก็ยอมออกไปซื้อยาแต่โดยดี เสียงปิดประตูห้องที่ดังลอยเข้ามาในโสตประสาทของคนป่วยนั่นทำให้ยองมินค่อยๆ คลี่ยิ้มออกมา

            พูดก็พูดกันตามความจริงเถอะ อาการทำงานหนักจนไข้ขึ้นแบบนี้มันกลายเป็นเรื่องชินชาสำหรับเขาและผองเพื่อนกันไปแล้ว ไข้สามสิบเก้าองศานี่แทบไม่มีความหมายใดๆ กับเขาเลย เพราะเมื่อก่อนก็เคยอยู่ในสภาพนี้ แต่ก็ยังแบกกล้องทำงานอยู่ในป่าได้ด้วยพาราสองเม็ดที่เอาอยู่ ไม่ได้มีอาการจำพวกหวัดแฝงตัวมาด้วยเลยสักนิด ต่อให้ฝ่าพายุฝนเขาก็ยังไม่เคยต้องถึงมือหมออะไรขนาดนั้น

            แต่พอคนเรามีแฟนแล้ว อาการเจ็บป่วยพวกนั้นก็มักจะเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัว จากที่ไข้ขึ้นสูงแต่ยังสามารถเดินเหินได้อย่างปกติก็กลายเป็นคนไม่มีแรง หยิบจับอะไรไม่ถนัด แถมมีอาการแฝงเพิ่มมาด้วยให้ดูน่าสงสารขึ้นอีกเจ็ดสิบเปอร์เซ็น ยองมินเรียกอาการเหล่านี้ว่าอาการสำออยของพวกมีความรัก

เขายอมรับว่าก่อนหน้านี้ได้ถ่ายทอดวิชาให้กับผองเพื่อนในกลุ่มได้ลองวิชากันหมดทุกคนแล้ว แน่นอนว่าผลตอบรับมันเกินคาด จนยงกุกแทบจะถวายเหล้าชั้นดีให้เขาทั้งๆ ที่มันรู้ว่าเขาคออ่อน จินอูและซังกยุนแทบจะซื้อถุงยางยกแพ็คมาคืนเขาพร้อมกับมาขอโทษที่ชอบขโมยไปใช้ ด้วยเหตุผลง่ายๆ ที่ว่าเขาคงไม่มีโอกาสได้ใช้ และเหนือกว่าสิ่งอื่นใดที่ยองมินคิดว่าวิชาอาการสำออยของพวกมีความรักได้ผลอย่างเห็นชัดก็คือน้ำหนักของเพื่อนรักอย่างคัง ดงโฮที่ลดฮวบไปสามกิโลภายในเวลาไม่กี่วัน และนั่นคือสิ่งที่การันตีได้ว่าวิชานี้มันให้ผลลัพธ์ที่ไม่น่าเชื่อได้จริงๆ ยองมินจึงคิดว่าต้องมีสักวันนั่นแหละที่เขาได้ใช้วิชานี้บ้าง

            แล้ววันนี้ก็มาถึง...

            .

            . 

จองเซอุนตกหลุมพรางครั้งที่หนึ่ง

 

 

 

  

 ------------- Sour Grapes II -------------

 

           

 

 

 

 

            เซอุนใช้เวลาลงไปซื้อของข้างล่างราวครึ่งชั่วโมงก่อนจะกลับขึ้นมาบนห้องพร้อมกับถุงโจ๊กอุ่นๆ กับถุงยาจำนวนไม่น้อยอีกและขนมอีกนิดๆ หน่อยๆ จากมินิมาร์ทด้านล่างหอพักเป็นค่าเดินลงไปซื้อของเขา แน่นอนว่าของทั้งหมดที่ซื้อมาล้วนเป็นเงินที่มาจากกระเป๋าเงินสีดำของอิมยองมินทั้งสิ้น

              แต่ยังไม่หมดเพียงแค่นั้นเมื่อเซอุนยังหิ้วเพื่อนของเจ้าตัวขึ้นมาบนห้องอีก หลังจากที่เจอกันในมินิมาร์ทด้านล่าง ดงโฮ ซังกยุน และยงกุกก็รีบปรี่เข้ามาทักเขาพร้อมกับถามว่ามนุษย์อัลปาก้าอย่างอิมยองมินอยู่ไหน พวกเขาต้องไปเอางานมาทำต่อ แถมโทรไปหาก็ไม่รับสาย แต่พอเซอุนตอบกลับไปว่าไม่สบายตอนนี้น่าจะหลับอยู่ สามคนที่เหลือก็ทำหน้าไม่เชื่อเหมือนถ้าบอกว่าพรุ่งนี้โลกจะแตกน่าเชื่อกว่าเป็นไหนๆ

            ถึงความจริงเซอุนจะตงิดๆ ใจอยู่บ้าง แต่พอลองวัดไข้ยองมินจริงๆ แล้วเขาก็ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะแกล้งป่วยได้

            ตัวร้อนขนาดนี้คงหมดฤทธิ์ไปสักพักนั่นแหละ

            “งานพี่อยู่ในโน้ตบุ๊กหรือเปล่าครับ ตอนผมกลับมาเห็นพี่ยองมินทำค้างไว้อยู่” เซอุนว่าหลังจากที่วางของไว้บนโต๊ะญี่ปุ่นข้างเตียงแล้วเดินไปหยิบโน้ตบุ๊กบนโต๊ะหยิบให้กับยงกุก

            “มันไม่ได้บอกอะไรไว้เหรอ”

            เซอุนส่ายหน้าปฏิเสธ เพราะตั้งแต่เขาเข้ามาก็พบว่าหน้าจอมันดับไปแล้ว เขาเลยเปิดหน้าจอขึ้นมาอีกครั้งแล้วกดบันทึกหน้าโปรแกรมตัดต่อเสียงไว้กดจะกดปิดเครื่องอีกครั้ง

            “งั้นเดี๋ยวพี่ไปเช็คเองก็ได้” ยงกุกว่าแล้วหอบลูกรักของยองมินไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะหันไปมองเพื่อนสนิทที่นอนหลับอยู่บนเตียงสักพักแล้วเงยหน้าเพื่อนอีกสองคนที่อัดแน่นอยู่ในห้องขนาดเล็กด้วยความนัยบางอย่างที่กำลังสื่อสารกันอยู่

            “แล้วนี่เอายาให้มันกินหรือยังอ่ะเซอุน” เป็นดงโฮที่เอ่ยถามขึ้นมา พลางเดินไปนั่งลงที่ข้างเตียงแล้วมองหน้าคนป่วยอย่างยิ้มๆ

            “เนี่ยต้องให้มันกินยาครบทุกเม็ดนะ มันเป็นทีแล้วเป็นหนัก” ซังกยุนเสริม แล้วหย่อนกายนั่งลงที่ปลายเตียง

            “แต่ถ้าไม่หายก็ส่งโรงบาลเลย ไม่ต้องเสียเวลาไปดูแลมันหรอก”

            ด้วยความที่ไม่คิดอะไรเซอุนก็พยักหน้าเป็นเชิงรับรู้กับคำพูดที่แฝงไปด้วยความห่วงใย(ในความคิดของเขา)

            “ตอนแรกผมก็จะพาพี่เขาไปโรงบาล แต่ไม่ยอมไป”

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นอีกสามคนที่เหลือก็เงยหน้าขึ้นมองกันอย่างไม่นัดหมายแล้วหลุดหัวเราะออกมาอีกครั้ง

            คนอย่างอิมยองมินน่ะหรือจะไปโรงพยาบาล

            ดูจากรูปการแล้วต่อให้เอาช้างมาลากมันไป มันก็คงจะไม่ไป

            “ยังไงพี่ก็ฝากเซอุนดูแลมันหน่อยนะ ช่วงนี้มันโหมงานไปหน่อย” ดงโฮว่า แม้น้ำเสียงของเขาจะเจือความห่วงใยไว้บ้าง แต่สาบานได้เลยว่าสายตาที่ดงโฮก้มลงมองเพื่อนสนิทไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลยสักนิดเดียว

            ตื่นมาแล้วมึงต้องขอบคุณกูอิมยองมิน!

            “อ้าว! ผมซื้อยามาไม่ครบ” แล้วเสียงบ่นอุบอิบของรุ่นน้องแฟนเพื่อนก็ดังขึ้นมา นั่นทำให้ยงกุกยกยิ้มขึ้นที่มุมปากเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้นมา

            “ให้พี่ลงไปซื้อให้ไหม”

            “ไม่ๆ ครับ ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมลงไปเอง ฝากพี่ยองมินก่อนนะครับ เดี๋ยวผมมา” เซอุนว่าอย่างรีบร้อนก่อนจะคว้ากระเป๋าเงินของยองมินออกไปอีกครั้งแล้วปิดประตูเสียงดังออกไปอย่างรวดเร็ว

            คล้อยหลังจากที่บานประตูนั้นปิดลง ความเงียบก็เข้าคลอบคลุมบรรยากาศของห้องราวกับว่ากำลังกดดันให้ใครบางคนพูดอะไรออกมา และแน่นอนว่าหน่วยตาคมทั้งสามคู่นั้นกลับจ้องมองสิ่งเดียวกันอย่างไม่ได้นัดหมายอีกครั้งราวกับรู้กันดีกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

            “พวกมึงแม่ง!

            สุดท้ายแล้วก็เป็นอิมยองมินนั่นแหละที่ทนไม่ไหว เขาไม่ได้ยินเสียงของการเคลื่อนไหวใดๆ และคิดว่าเพื่อนตัวดีต้องกำลังกดดันให้เขาลืมตาตื่นขึ้นมาอยู่แน่ๆ แล้วมันผิดจากที่เขาคิดไว้ซะที่ไหนกัน

            “นั่งกันหน้าสลอนเชียวนะพวกมึง” คนที่นอนอยู่ว่าแล้วค่อยๆ ยันตัวเองขึ้นนั่งพิงกับหัวเตียง พลางไล่มองหน้าของเพื่อนทีละคน

            แหม..สายตาพวกมึงนี่ ล้อเลียนกูกันเข้าไปนะ!

            “อยากกินเด็กจนต้องแกล้งป่วยขนาดนี้เลยเหรอวะ” ยงกุกเอ่ยถามขึ้นคนแรก และนั่นทำให้ยองมินยกมือขึ้นมาโบกไหวๆ ตรงหน้าเป็นเชิงปฏิเสธว่าเขาไม่ได้คิดแบบนั้น

            “คือกูไม่ได้แกล้งป่วย กูป่วยจริง จับตัวกูดิ นี่กูตัวร้อนไข้ขึ้นไง มึงมากล่าวหากูไม่ได้นะ” ว่าจบแล้วก็ทำหน้าเหนืออย่างคนเป็นต่อ ก่อนจะเอียงตัวหลบไปทางด้านซ้ายเล็กน้อยเมื่อเห็นฝ่ามือของดงโฮเลื่อนมาเข้ามาใกล้

            “ป่วยเหี้ยอะไร มึงตัวร้อนเป็นปกติ อดหลับอดนอนนิดหน่อยไข้ก็ขึ้นแต่ยังไปแดกเหล้าได้ อย่าให้กูแฉ”

            “แผนสูงนะมึง” ซังกยุนว่าแล้วชี้หน้าอีกฝ่าย

            เมื่อได้ยินแบบนั้นยองมินก็ทำหน้าเหม็นเบื่อพวกที่รู้ทันเขายิ่งกว่าจอง เซอุน ดวงตากลมโตกลอกขึ้นมองเพดานของห้องแล้วพรูลมหายใจร้อนออกมาอย่างหน่ายๆ

            “นี่เป็นโอกาสทองของกูแล้ว”

            “แต่ถ้าน้องจับได้มึงอาจจะตายสถานเดียว” ดงโฮแย้ง หลังจากที่ได้ฟังเรื่องทุกข์ใจยิ่งกว่าสกู๊ปชีวิตจากแฟนเด็กของอิมยองมินมาพอสมควรแล้ว เขาก็ตะหนักได้ว่าจองเซอุนไม่ใช่บุคคลที่จะไปล้อเล่นด้วยได้ง่ายๆ

            “แฟนมึงไม่ได้น่ารักเหมือนจินยองไง ที่จับได้ว่ายงกุกมันโกหกแล้วไม่ลงไม้ลงมือ” ซังกยุนเสริม ทำให้เจ้าของชื่อพยักหน้ารัวๆ เป็นเชิงเห็นด้วย

            เอาจริงๆ ถึงจะต่อให้ฮังนยอน แดฮวี จัสติน และจินยองรวมตัวกันยังไม่น่ากลัวเท่าจอง เซอุนเพียงคนเดียวเลย

            ถือว่าคนอื่นโชคดีมากๆ ที่คว้าตัวน้องมาทำเมียก่อนจะเข้ามหาลัย

            “กูรู้” ยองมินตอบ

            “มึงรู้อะไร”

            “รู้ว่าเสี่ยง แต่คงต้องขอลอง”

แล้วผองเพื่อนทั้งสามคนก็ถอนหายใจออกมาอย่างหนักใจ ไม่รู้ว่าวันนี้อิมยองมินจะตายคาตีนใครกันแน่ระหว่างจอง เซอุนกับพวกเขาสามคน

“มีแรงกวนตีนขนาดนี้บอกน้องแม่งเลยมึงว่ามันไม่ได้ป่วยขนาดต้องมาดูแล” ดงโฮเสนอ เพราะเริ่มทนความกะล่อนของเพื่อนไม่ไหวแล้ว

“ทีตอนกูหลับ พวกมึงยังพูดเหมือนจะช่วยกูอยู่เลย ทำไมเทกันงี้วะ”

“ก็มึงมันอ้อน”

ยองมินถลึงตาใส่ยงกุก แล้วยู่ริมฝีปากเข้าหากัน

“อ้อนตีนพวกกูเนี่ย”

“ถ้ามึงทำกู กูจะฟ้องเซอุนว่าพวกมึงรังแกคนป่วย ทวงงานกูจนต้องหามรุ่งหามค่ำทำงานแล้วไข้ขึ้น น้องไม่เอาพวกมึงไว้แน่ๆ”

“เล่นแม่งเลยไหม ให้แม่งป่วยจริง” ดงโฮว่าแล้วยกมือขึ้นมาเกาศีรษะแกร๊กๆ แล้วพยักเพยิดหน้ามายังคนที่นอนป่วยอยู่

“ปล่อยให้เซอุนจัดการมันเองดีกว่า โดนตีนเราน่าจะตายสบายไป” ซังกยุนว่า

“จัดการอะไรเหรอครับ?”

 ทว่าเสียงของเจ้าของห้องที่ดังขึ้นมานั้นทำให้ความเงียบปกคลุมทั่วทั้งห้อง ทั้งดงโฮ ยงกุกและซังกยุนต่างก็มองหน้ากันว่าน้องเข้ามาตอนไหนทำไมพวกเขาถึงไม่ได้ยินเสียงเปิดประตูห้องเลย แล้วทำได้เพียงแค่อ้าปากค้างกลางอากาศ พะงาบๆ อยู่อย่างนั้นแต่ไม่มีใครพูดอะไรออกมา

“จัดการป้อนโจ๊กพี่ไง ไม่มีแรงกินเลย มาป้อนพี่หน่อยเร็ว”

แล้วก็เหมือนเสียงสวรรค์ที่มาช่วยผองเพื่อนทั้งสามคนไว้ ยองมินตั้งสติได้ก่อนคนแรกแล้วเอ่ยตอบกลับไป แน่นอนว่าเขาเกือบจะได้เห็นกระเป๋าเงินตัวเองลอยมาฟาดหัวแล้วถ้าไม่ติดว่าเซอุนเกรงใจเพื่อนของเขาที่มานั่งเฝ้าไข้เขาอยู่

แต่อีกไม่นานอาจจะเปลี่ยนมาเป็นดูใจแทน...

เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมามันสอนให้ยองมินต้องใช้ชีวิตหนักคูณสอง จากที่เคยเป็นแค่ปลาไหลก็ต้องอัปเกรดเพิ่มเลเวลด้วยการเป็นปลาไหลใส่สเก็ต ไหลลื่นให้ไวเพื่อที่จะมีชีวิตรอดไปได้วันๆ จากมือและเท้าหนักๆ ของจองเซอุน

“หายแล้วเหรอถึงมีแรงพูดแบบนี้” คนอายุน้อยกว่าเอียงคอถาม แล้วเดินผ่านไปยังระเบียงด้านนอกเพื่อไปหยิบถ้วยที่อ่างล้างจาน นั่นทำให้ยองมินมองตามพลางกระพริบตาปริบๆ ที่อยู่ๆ น้องก็เดินผ่านไปโดยไม่รอคำตอบจากเขาเลยสักนิด

“ไม่ธรรมดาว่ะ” ยงกุกพูดเสียงเบาแล้วหลุดหัวเราะออกมา เขาลุกขึ้นแล้วเดินไปเคาะกระจกระเบียงห้องเพื่อบอกกับเซอุนว่าตนและเพื่อนจะกลับห้องแล้ว แต่อีกความนัยนึงคือจะสื่อว่าไม่อยู่แล้วเชิญสวีทกันได้ตามสบาย

“ขอให้มึงมีชีวิตรอดตอนพรีเซ็นต์โปรเจ็กต์”

“ขอให้มึงไม่ต้องไปนอนโรงบาลจริงๆ”

ทั้งดงโฮและซังกยุนต่างก็อวยพรให้กับคนที่นอนป่วยอยู่บนเตียง แน่นอนว่ายองมินก็ตอบรับคำอวยพรของเพื่อนด้วยการชูนิ้วกลางให้

 “รีบๆ กลับไปไป๊” แล้วก็เอ่ยไล่อีกครั้ง เมื่อเห็นว่าเซอุนเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับถ้วนกระเบื้องสีฟ้าในมือ

“เพื่อนอุตส่าห์มาเยี่ยมไปไล่เพื่อนอีก นิสัย!” แล้วคนอายุน้อยกว่าก็แอบเอ็ดไม่ได้ เมื่อเห็นคนที่นอนตาปรือจะหลับแหล่ไม่หลับแหล่ตรงหน้า ยังมีแรงเล่นอะไรกับเพื่อนแบบนี้อีก

“มันไมได้มาเยี่ยม มันมาทวงงานพี่ต่างหาก” ยองมินเถียงกลับไปแล้วมองคนที่กำลังเลื่อนเก้าอี้มานั่งที่ข้างเตียง

รอยยิ้มหวานผุดขึ้นบนใบหน้าของคนอายุมากกว่า ยองมินยังคงมองอีกฝ่ายตาไม่กระพริบ พิษไข้ที่เล่นงานเขาในตอนนี้มันกลายเป็นความเคยชินไปแล้วทำให้เขาไม่ได้รู้สึกอ่อนแรงหรือกลายเป็นคนป่วยที่นอนซมเลยสักนิด ไอ้ที่เซอุนกำลังเห็นอยู่น่ะ...การแสดงชัดๆ

พนันได้เลยว่าคนอายุน้อยกว่าต้องไม่เคยได้ยินสโลแกนของเด็กฟิล์มมาแน่ๆ ถ้าหากเคยได้ยินมาว่าพวกนักศึกษาแพทย์ต้องอดนอนได้ 48 หรือ 72 ชั่วโมงล่ะก็ อยากจะให้เพิ่มชื่อของเด็กฟิล์มเข้าไปในนั้นด้วยอีกกลุ่มด้วย เรื่องอดหลับอดนอนนี่พวกเขาเองก็ไม่แพ้กัน

“จะไปไหนอ่ะ” ยองมินถามขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเพียงแค่เทโจ๊กใส่ลงในชามกระเบื้องให้เขาวางไว้บนโต๊ะข้างเตียงนั่นแล้วก็ลุกออกไปเลย

คนอายุน้อยกว่าปรายตามองเจ้าของคำถามนั้นแล้วถอนหายใจออกมา

            “ไปเอาผ้ามาเช็ดตัวให้ สภาพพี่อาบน้ำไม่ไหวหรอก ตัวร้อนขนาดนี้

            “เดี๋ยวค่อยไปเอาก็ได้ มาป้อนก่อนไม่ได้เหรอ”

            “เป็นไข้ไม่ได้เป็นง่อย กินเองสิ” เซอุนว่า คำพูดของยองมินมันไม่ได้เกินจากที่เขาคาดคิดไว้สักเท่าไหร่ เขาเองก็พอจะรู้นิสัยของอีกฝ่ายอยู่แล้ว ถึงต่อจะให้ป่วยขนาดไหนก็ทิ้งนิสัยเดิมของตัวเองไม่ได้อยู่แล้วแหละ

            เชื่อเถอะว่าถ้าเขายอมป้อนข้าว เดี๋ยวก็ให้ป้อนยา ให้ทำนู่นทำนี่ก็จะตามมาอีกสารพัด

            แถมที่สำคัญ...เซอุนไม่เคยป้อนข้าวใคร ไม่สิ จะบอกว่าไม่เคยก็ไม่ถูก เขาเคยป้อนโจ๊กลูกพี่ลูกน้องที่ไม่สบายตอนมาอยู่ที่บ้านของเขา จากที่ไม่สบายอยู่แล้วก็ดูเหมือนว่าจะหนักยิ่งกว่าเดิม เพราะน้องชายเขาดันสำลักโจ๊กแทบทุกคำ จนตอนนั้นเขาโดนถามบ่อยๆ ว่าจะมาฆ่าหรือจะมาดูแลกันแน่

            หลังจากนั้นความมั่นใจในการดูแลคนป่วยของจอง เซอุนจึงติดลบ

            “แต่พี่ไม่มีแรง แขนพี่ยกไม่ขึ้นเลย ถ้าทำหกขึ้นมาเดี๋ยวลำบากเราต้องเช็ดอีก”

            เซอุนไม่ได้ตอบอะไรกลับไปนอกจากกลอกตาขึ้นไปมาอีกครั้ง เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่ายองมินกำลังป่วยอยู่จริงหรือเปล่า ทำไมถึงได้มีแรงมาต่อล้อต่อเถียงกับเขา แต่ไม่มีแรงจะกินข้าวเอง

            ถ้าโดนโบกหัวสักสองสามทีจะมีแรงเพิ่มไหมนะ

            “นี่ผมมีแฟนหรือมีลูกกันแน่”

            เชื่อเถอะว่าถึงริมฝีปากเล็กจะบ่นอุบอิบออกมาแบบนั้น แต่สุดท้ายแล้วเจ้าตัวก็ยอมเดินกลับมานั่งลงที่ข้างเตียงแล้วหยิบชามกระเบื้องนั่นขึ้นมาไว้ในมือ ตักโจ๊กที่ยังไม่หายร้อนนั่นขึ้นมาทีละคำก่อนจะยื่นไปตรงหน้าเพื่อป้อนให้กับอีกฝ่าย

            ไม่สิ เรียกป้อนไม่น่าจะถูก..

            เรียกว่ายัดช้อนเข้าปากจะง่ายกว่า

          “โอ๊ยร้อน! เป่าก่อนสิเซอุน”

            .

            .

            .

            ยองมินเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเขาคิดถูกหรือคิดผิดกันแน่ที่แกล้งทำเป็นป่วยหนักแบบนี้

            ยอมกินข้าวกินกินยาเองแล้วหลับสักตื่นสองตื่นจะปลอดภัยกับชีวิตและทรัพย์สินของเขามากกว่านี้ไหม

 

จะเรียกว่าจองเซอุนตกหลุมพรางครั้งที่สอง

หรือ...

            จองเซอุนเดินผ่านหลุมพรางได้ครั้งที่หนึ่งดีนะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 ------------- Sour Grapes II -------------

 

           

 

 

 

 

          แปะ!

            ยองมินสัมผัสได้ถึงความเปียกชื้นจากผ้าขนหนูผืนเล็กที่ถูกวางแหมะอยู่บนใบหน้าของเขา คนป่วยที่แกล้งสำออยหยิบมันออจากหน้าของตัวเองก่อนจะหันไปเบ้ปากใส่เซอุนที่ยืนอยู่ด้านข้างของเตียงนอน

            “เช็ดตัวสิ จะได้นอนสักที” คนอายุน้อยกว่าว่า แล้วก้มมองคนป่วยที่นอนตาใสอยู่ตรงหน้า

            “เช็ดให้หน่อย ไม่มีแรงเลย”

            เชื่อเถอะว่าถึงยองมินจะทำหน้าตาเหมือนลูกอัลปาก้าที่น่าสงสารมากแค่ไหน เซอุนก็ทำแค่ยืนเค้นหัวเราะอยู่ตรงที่เดิมเท่านั้น เพราะหลังจากที่โดนอ้อน(ตีน) ให้ป้อนข้าวแล้ว ยังโดนอ้อนให้ป้อนยาอีก จนคนป่วยเกือบจะยาติดคอตายแล้ว เพราะเขาดันจับยากรอกปากแล้วยกมือขึ้นปิดปากนั้นไม่ให้พูดอะไรออกมาจนกว่าจะกินยาเสร็จ

            มองรวมๆ แล้วมันคล้ายกับการฆาตกรรมยังไงก็ไม่รู้แฮะ

            ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ เซอุนไม่มีทางที่จะเชื่อตาซื่อๆ กับหน้าเศร้าๆ ของคนอายุมากกว่าอีกแล้ว กับท่าทางระริกระรี้ตอนที่เขาใจดีด้วยก่อนหน้านั้นน่ะมันก็บอกหมดแล้วว่ายองมินไม่ได้ป่วยถึงขนาดว่าดูแลตัวเองไม่ได้

            ไม่มีคนป่วยที่ไหนมานั่งต่อล้อต่อเถียงกับคนอื่นได้หรอก

            นอกจากคนป่วยแบบอิม ยองมิน

            “นะ เซอุนนะ เช็ดตัวให้พี่หน่อย ฮื่อ ไม่สบายตัวเลย” ไม่ว่าเปล่า รอบนี้ยองมินยังเพิ่มความน่าสงสารด้วยการขดตัวแล้วดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาปิดจนเหลือแค่ตาที่มองคนอายุน้อยกว่าปริบๆ

            ถึงจะดูปัญญาอ่อนไปนิด เด็กไปสักหน่อย แต่เขาก็เชื่อว่าทุกการลงทุนของเขานั้นย่อมมีผลกำไรที่ตอบแทนกลับมาคุ้มค่าอยู่เสมอ

            “ตกลงเป็นไข้หรือเป็นง่อย” เซอุนถามแล้วยืนท้าวเอวมอง

            “เป็นคนที่แฟนไม่รัก แฟนไม่สนใจ แฟนชอบใจร้ายด้วย เป็นคนที่น่าสงสารมากๆ คนนึง”

            “ออสการ์ไหม?” แต่ดูเหมือนว่าเซอุนจะไม่ได้เดินตามเกมที่ยองมินวางไว้สักเท่าไหร่นั้น ถึงได้ถามออกมาแบบนั้น

            คนอายุมากกว่าเบ้ปากแล้วเลิกผ้าห่มผืนหนานั่นออก ยองมินตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ด้วยการเอาชีวิตตัวเองเข้าเสี่ยง เขาออกแรงดึงข้อมือของคนที่ยืนค้ำหัวเขาอยู่ให้ล้มตัวลงมานอนบนเตียงกับเขา ก่อนจะรวบร่างที่เล็กกว่าเพียงเล็กน้อยของอีกฝ่ายไว้ในอ้อมแขน แกล้งเป่าลมหายใจร้อนๆ ของคนป่วยที่หลังกกหูของอีกฝ่ายอย่างนึกยิ้มเยาะในใจ

            ถ้าต้องตายหลังจากนี้ก็คงไม่มีอะไรให้ค้างคาอีกแล้ว

            “ผมว่าแล้วว่าพี่ต้องแกล้งป่วย” ไม่ว่าเปล่าเซอุนจะขืนตัวออกจากวงแขนของคนอายุมากกว่า แต่ดูเหมือนว่ายองมินจะไม่ออมแรงให้เขาเลย ถึงได้กอดรัดเป็นปลากหมึกซะขนาดนี้

            “ตอนแรกก็จะเป็นคนป่วยแบบน่ารักๆ ไง แต่เซอุนใจร้ายกับพี่ก่อน”

            “ก็ถ้าผมใจดีพี่ก็จะฉวยโอกาสผมแบบนี้ไง” สวนกลับไปอย่างทันควัน แล้วใช้กำปั้นที่หลุดออกมาจากอ้อมกอดของยองมินได้ฟาดลงที่กลางหลังของคนป่วยอย่างเต็มแรงจนได้ยินเสียงอั่กดังขึ้นที่ข้างหูของเขา

            “เซอุนพี่เจ็บ”

            “เจ็บก็ปล่อยสิ”

            เชื่อเถอะว่าถ้ายองมินทำตามคำพูดนั้นจริงๆ ชีวิตของเขาอาจจะไม่เหลือรอดกลับไปพรีเซ็นต์งานที่ตัวเองหามรุ่งหามค่ำทำมาแน่ๆ

            แต่ก็ไม่มีอะไรรับประกันอยู่ดีว่าถ้าปล่อยทีหลังแล้วจะมีชีวิตรอดกลับไปอีกหรือเปล่า

            ถ้าตายก็ขอตายให้อ้อมแขนของน้องเซอุนแล้วกัน

            “ขอกอดหน่อยนะ นะ นะ นะ ขอพี่กอดให้ชื่นใจหน่อย ทำงานมาเหนื่อยมากๆ เลย ไข้ก็ขึ้นไม่สงสารพี่เลยเหรอ”

            เซอุนไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เขาแค่ผ่อนแรงที่เคยทุบลงกลางหลังของคนอายุมากกว่าลง สีหน้าของเขาฉายแววของการครุ่นคิดอยู่สักพักหนึ่ง แต่ก่อนที่จะได้พูดอะไรออกไป เซอุนก็รับรู้ได้ถึงลมหายใจร้อนๆ ที่แสดงถึงอาการผิดปกติของร่างกายจากอีกฝ่าย

            ถือว่าไม่สบายหรอกนะ...

            “ไม่ต้องเช็ดตัวก็ได้ แต่ให้พี่นอนกอดคืนนึงนะ กอดหมอนข้างไม่อุ่นเท่าตัวเราเลย”

            ก็ได้...

รอบนี้เซอุนจะแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นก็ได้

            “โว๊ะ! จะกอดก็กอดดีๆ สิ อย่ามาหายใจรดด้วยมันจั๊กจี้ โอ๊ย! อย่ากอดแน่นดิ หายใจไม่ออก!

            ถึงปากจะบ่นไปงั้นแต่เซอุนก็ยอมนอนนิ่งๆ ให้อีกฝ่ายกอดอยู่ดีนั่นแหละน่ะ นี่ไม่ใช่ว่าเขายอมใจอ่อนให้ยองมินง่ายๆ หรอกนะ แค่เห็นว่าทำงานหนักจนไม่สบายเลยไม่อยากจะใจร้ายด้วยมาก ถ้าเป็นปกติล่ะก็อย่าได้หวังจะกอดเขาได้แบบนี้เลย เซอุนจะเอาหมอนข้างปาหน้าเข้าให้

            เหมือนทั้งห้องจะตกอยู่ในความเงียบหลังจากที่ได้ยินคำอนุญาตกลายๆ จากเซอุนไป คนอายุน้อยกว่าเงยหน้าขึ้นมองคนที่กอดเขาจนแทบจะจมเข้าไปนอกของตัวเอง แล้วก็พบว่าคนป่วยกำลังนอนยิ้มอยู่อย่างมีความสุข จนเซอุนนึกหมั่นไส้รอยยิ้มนั้นไม่น้อย

            ทั้งๆ ที่ตอนนี้วงแขนที่รัดรอบเอวของเขาจะไม่ได้แน่นเหมือนกันก่อนหน้าแล้ว เซอุนสามารถขืนตัวออกไปได้อย่างสบายๆ แต่เขากลับไม่ทำ ในตอนนั้นเซอุนก็ได้ค้บพบข้อดีบางอย่างกับการที่ถูกคนป่วยนอนกอดอย่างนี้

            บางทีมันก็อุ่นดีเหมือนกันนะ

            เมื่อคิดได้แบบนั้นเซอุนจึงพับโครงการที่จะดูซีรีส์ซอมบี้ตอนล่าสุดที่กำลังจะฉายในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าทิ้งไปก่อน เขาเลื่อนแขนของตัวเองไปกอดอีกฝ่ายตอบเบาๆ แล้วปิดตาลง หลังจากที่เหนื่อยมาทั้งวันตั้งแต่ออกไปเรียน ยันกลับมาดูแลคนที่ไม่รู้ว่าที่ป่วยจริงหรือแกล้งป่วยให้หนักขึ้นอย่างยองมินอีก

            จนกระทั่งเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอนั่นดังขึ้น คน(แกล้ง)ป่วยหนักก็ลืมตาขึ้น ยองมินจุดยิ้มกว้างของตัวเองอีกครั้ง เขากัดริมฝีปากของตัวเองราวกับว่ากำลังจะกลั้นยิ้มที่มันชักจะฉีกกว้างเกินไปแล้ว น้ำตาเกือบจะไหลเมื่อลืมตาขึ้นมาไม่เจอดวงตาที่จ้องจะบีบคอเขาตลอดเวลา แต่กลับเจออีกฝ่ายนอนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของตัวเอง

            ถึงจะรู้สึกเจ็บที่หลังนิดหน่อยเหมือนจะช้ำเพราะโดนทุบไปก่อนหน้านี้อย่างเต็มแรง แต่ยองมินก็ถือว่าการลงทุนในครั้งนี้เขาได้กำไรคืนมาเต็มๆ เลยให้ตายสิ

           

 

 

 

 

            อิม ยองมินได้พิสูจน์แล้วว่าวิชาสำออยของคนมีความรักใช้กับจองเซอุน...

            .

            .

            ได้ผลร้อยเปอร์เซ็น!

           

            ถึงจะแลกกับการลงทุนเจ็บตัวไปไม่น้อยก็ตาม

            ได้กอดมาคุ้มแล้วนั่นแหละหน่า!

 

 

 

 

 

 

 

           

 

 

END

 

 

 

TALK TALK TALK

            ถ้าคุณสงสัยว่าทำไมตอนของมินอุนตอนที่แล้วถึงเป็น Sour Grapes I แล้วคิดว่าต้องมี Sour Grapes II มาต่อแน่ๆ คุณคิดถูกค่ะ! 55555555555555 เป็นพล็อตที่คิดไว้ในหัวตั้งแต่วันที่อัปตอนที่แล้วของมินอุนจบ แต่ไม่คิดว่าพอเขียนจริงๆ แล้วจะยาวขนาดนี้ เลยใช้เวลาค่อนข้างนานกับการเขียนที่เหมือนน้ำจะเยอะกว่าเนื้อไปสักหน่อย แต่พ้อยท์ของเค้าคือตอนที่เพื่อนมาหาที่ห้องเลยนะ จริงๆ อยากเขียนแค่ตอนนั้น 5555555555555 ใครที่เคยอ่าน Drive me crazy แล้วจำที่จินยองบอกว่ายองมินบอกว่ายงกุกกะล่อนที่สุดในกลุ่ม บทนี้มาเฉลยแล้วนะคะว่าทำไมยงกุกด่ายองมินในใจตอนได้ยินน้องพูดแบบนั้น 5555555 บทยองมินเรื่องนี้ไม่ใช่ใครเลยนอกจากตัวเอง ที่ไข้ขึ้นบ่อยจนรู้สึกปกติมากสมัยโหมงานหนักๆ รันงานเสร็จสี่ทุ่มนอนตีสองเป็นอาทิตย์ ไข้ขึ้นตอนอยู่คอนโทรลก็ไม่เป็นอะไร ตอนนั้นยังงงตัวเองอยู่เลย จนเพื่อนทัก นี่ก็เลยเอาความแปลกๆ ของตัวเองมาลองเขียนดู เออมันก็ตลกดีนะ น้องอุนยังคงคอนเซ็ปต์คนใจแข็งเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือยอมให้กอดแล้ว ทุกคนดูลุ้นกับพี่เขามากนะ ไมได้แค่จับมือแล้วนะ พิยองมินพัฒนาแล้ว! แถม(แกล้ง)ป่วยหนักยังขี้อ้อนอีก อ้อนตีนเนี่ยแหละ 55555555555555555555  

            ยังไงก็ไประบายความกากของพี่เขาได้ที่ #ficBxB101 นะคะ แล้วเจอกันตอนหน้านะ ><

 

                            

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,026 ความคิดเห็น

  1. #2933 biw18940 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 15:05
    อิพี่มันร้าย ขนาดไข้ขึ้นก็ยังไม่สิ้นฤทธิ์อีก เกลียดความแอบยิ้มตอนน้องหลับไปแล้ว ร้ายจริงๆ อิมยองมิน!
    #2,933
    0
  2. #2371 J_YOUNG (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 20:46
    โอ๊ยยยย เขิงงงง อ่านละยิ้มตลอด น่ารักเด้ออออออ เซอุนซึนเหมือนเนื้อเพลงน้องเค้าเลย ฮ่าาาาาา แอบชอบพี่ยองมินคาแรคเตอร์นี้แฮะ ไม่รู้จะอิจฉาพี่ยองมินที่ได้กอดเซอุนหรืออิจฉาเซอุนที่ได้รับอ้อมกอดอันอบอุ่นจากพี่เค้าดี ฮึกๆ นั้มตาชิปเปอร์ ขอบคุณสำหรับฟิคน่ารักๆนะคะ เปงกัมรังจัยหั้ยสะเหมอคร่ะ
    #2,371
    0
  3. #2304 kim_nik (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 20:57
    จุดพลุ ดีใจด้วย ได้กอดน้องแล้ว
    #2,304
    0
  4. #2282 Sha_Dow (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 12:59
    ทำไมเขินยองมิน -////-
    #2,282
    0
  5. #1944 poochaya_nit (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 19:43
    พี่ยองมินต้องสู้ต่อไปนะคะ อย่ายอมแพ้ 55555555555555555555555555
    #1,944
    0
  6. #1936 minny-kyu (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 13:52
    อ้อนมาก 55555 รู้สึกว่าพี่แกน่าหมั่นไส้อ่ะ แต่เออ แค่กอดพี่แกก็ดีใจขนาดนี้แล้ว ให้พี่แกไปบ้างเถอะเนอะเซอุน
    #1,936
    0
  7. #1638 hipporikung (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 01:39
    พี่ยองมินกะล่อนจนน่าทุบจริงๆแหละ 55555555555 สู้เค้านะคพสักวันยัยโปเนียวจะใจอ่อน ฮือออ น่ารักจังเลย
    #1,638
    0
  8. #1439 fujo-kamill (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 17:59
    ง่อววววว ได้ผลด้วย ถึงจะแค่กอดก็เถอะ 55555 พี่ยองมินต้องสู้ต่อไปนะ
    #1,439
    0
  9. #1371 jinjane3639 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 13:56
    อยากจะฉลองให้กับพี่ยองมิน ได้กอดแล้วโว้ยย
    #1,371
    0
  10. #1225 wiruncha (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 13:59
    สงสารพี่ยองมิน555555555555555
    #1,225
    0
  11. #1209 pch27 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 23:08
    เกือบได้มีพาดหัวข่าว 'สลด หนุ่มนักศึกษาหลังหักคาเตียง เหตุแกล้งป่วยจนแฟนหมั่นไส้' แล้วนะยองมิน 55555555 ว้อย แกนี่มัน พอกันทั้งแก๊ง ร้ายกาจ ๆ  แต่ทานโทษนะที่เซอุนไม่ใช่เหยื่อ ที่ยอมให้กอดและกอดตอบเพราะเห็นใจ ใช่ไหมเซอุน เนาะ /ทวงความยึดมั่นถือมั่นให้น้อง ฮื่อ เซอุนก็ดูเป็นห่วงจริง ๆ แหละค่ะแต่คิดว่าตัวเองทำอะไรให้อีกคนอาการดีขึ้นไม่ได้ การกอดก็เหมือนการแก้ตัวกลาย ๆ ที่จะช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าของพี่เขาอะเนาะ
    เราชอบไดนามิกมินอุนของคุณจังเลยค่ะ หวังว่าจะได้อ่านเรื่องราวของสองคนนี้อีกนะคะ


    #1,209
    0
  12. #1188 banoffeepie027 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 01:12
    ลงทุนนนนนนมากกกค่าพิ เอาออสการ์ไปเลย ได้แค่กอดก็ดีใจแล้วอ่อ555555555555555555555น้องต้องหวงตัวเบอไหน แต่ก้ต้องหวงมากล่ะนะเพราะพิเปนแบบนี้ไง้้้้้้ แก๊งเพื่อนตอนมาเยี่ยมฮามาก รู้แกวกันสุดดด
    #1,188
    0
  13. #1177 mmmmay2311 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 11:34
    กานในกากอีกที อิมยองมิน 2017
    #1,177
    0
  14. #1119 ninasrin (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 01:56
    ทำไมพี่เค้าต้องเปนคนกาก
    #1,119
    0
  15. #1098 narumi (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 00:11
    เอ้อออ แบบนี้ก็ได้อ่ะ พี่ยองมินนี่จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้เลย แต่ก็ยอมเสี่ยงใช่มั้ยคะ5555 อย่างน้อยก็คุ้มเนอะที่เซอุนมาให้กอดเนี่ย ดี๊ดี
    #1,098
    0
  16. #1064 m-mild (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 13:28
    รางวัลตุ๊กตาทองสามปีซ้อนต้องเป็นของพี่เค้า ออสการ์ต้องจารึกชื่อพี่เค้าในฐานะนักแสดงมากฝีมือ 

    โอโห้ ยอมเค้าเลย เรื่องกะล่อนปริ้นปร้อนไว้ใจอิมยองมินเลยนะคะ ไม่แปลกใจแล้วทำไมเซอุนถึงได้จแข้งและระวังตัวขนาดนี้ 

    ขนาดป่วยยังแสดงได้ขนาดนี้ ไม่อยากคิดถึงเวลาปกติที่เซอุนต้องประสบพบเจอในทุกๆวัน น้องจะต้องปวดหัวมากแน่ๆ 555555

    แต่การแสดงของพี่เค้าไม่ได้เปล่าประโยชน์นะคะ แหม เล่นดีขนาดนี้ต้องได้ค่าคุ้มหน่อย เดี๋ยวนี้อัพเกรดแล้ว ได้กอดแล้ว 

    กำลังตามพี่ยงกุกไปนะคะ รอดูกันค่ะว่าใครจะได้กอดน้องแรงๆก่อนกัน 555555555555

    ความแก๊งค์เพื่อนนี้ รู้ไส้รู้พุงกันหมดแล้ว ตอแ-ลไม่ขึ้นหรอก 555555555 

    ปล. ต้องไปเตือนน้องจินยองแล้วแหละว่าย่าไปเชื่ออะไรพี่ยองมินมาก พี่มันกะล่อนที่สุดแล้วลูก 555555



    ขอบคุณที่แต่งฟิคมาให้อ่านนะคะ
    #1,064
    0
  17. #1026 em_oh (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 20:38
    แค่นี้ก็ฟินมากแล้วใล่มั้ย พี่ยองมืนนา หื้มมมม55555
    #1,026
    0
  18. #1001 เดย์ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 14:34
    แต่ก็ได้แค่กอดไม่ใช่เหรอค่ะพี่ยองมิน 55555555
    #1,001
    0
  19. #981 winter-wind12 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 23:41
    สงสารพี่เค้านะคะ แฟนก็น่ารัก แต่ดุจังเลย อยากเห็นเซอุนต้องเป็นฝ่ายง้อพี่บ้างจัง เอาคืนให้หนักเลย แต่จะมีวันนั้นมั้ยนะ .. /ปาดน้ำตา
    #981
    0
  20. #980 KoomPEACHh (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 23:34
    วงวารพี่เขานะคะ คนอื่นเขาไปถึงไหนต่อไหนแล้ว อิพี่พึ่งจะได้กอด ฮือออ โปเนียวอย่าใจเเข็งมากนักสิลูกก สงสารพี่เขาา
    #980
    0
  21. #977 mmko (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 23:23
    โอ้ยยยตลกพิยองมิน555555555 พี่เขาได้กอดเซอุนเท่านี้ก็ถือว่าดีแล้วใช่มั้ยคะ5555555 เซอุนก็ลดความโหดกับพี่เขาลงหน่อยนะลูก อยากเห็นพี่ยองมินสมหวังง<3
    #977
    0
  22. #955 mamamind (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 19:37
    จะสงสารก็สงสารไม่สุด5555555555555555555 อิพี๊ ฮือออตลกตรงที่ตื่นมาแล้วไม่ชอบน้องถลึงตาใส่5555555555555555
    #955
    3
    • #955-2 winter-wind12(จากตอนที่ 17)
      27 มิถุนายน 2560 / 23:38
      สงสารพี่เค้านะคะ แฟนก็น่ารัก แต่ดุจังเลย อยากเห็นเซอุนเป็นฝ่ายต้องง้อพี่บ้างจังเลย เอาคืนให้หนัก แต่จะมีวันนั้นมั้ยนะ .. /ปาดน้ำตา
      #955-2
    • #955-3 winter-wind12(จากตอนที่ 17)
      27 มิถุนายน 2560 / 23:39
      เราว่าเราลั่น ขอโทษค่ะ ????????????????
      #955-3
  23. #935 kjungstal (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 07:56
    โอ้ยชอบบบบบบบฮิออออน่ารักกกพี่ยองมินน่ารักกกชอบน้องเซอุนแบบนี้ด้วยฮืออออ
    #935
    0
  24. #933 palmmus (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 00:59
    ดีใจด้วยนะตะพี่ยองมิน ฮืออ555555555
    #933
    0
  25. #908 sun_halo (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 12:40
    ที่บอกว่าสายตาที่จ้องจะบีบคออันนี้เป็นแฟนกันหรือจะฆ่ากัน55555
    #908
    0