'BOY & BOY' ♥ SF/OS Produce101 Store

ตอนที่ 13 : ► Drive me crazy :: Kim yongguk x Bae Jinyoung

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,376
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    18 มิ.ย. 60

Drive me crazy

Kim yongguk x Bae Jinyoung

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 Note: ควาบาปต่อเนื่องมาจาก >> You don't need to Sulk ค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

          “ทำไมหน้างอแบบนั้น?”

            จินยองเงยหน้าขึ้นมองต้นเสียงแล้วยู่ริมฝีปากเข้าหากัน เขาไม่ได้ตอบอะไรกลับไปในนอกจากนั่งเตะขาอยู่บนชิงช้าแล้วส่ายหน้าไปมาเท่านั้น นั่นทำให้เจ้าของคำถามอย่างแดฮวีนึกสงสัยในอาการที่ดูปิดปกติไปของเพื่อนสนิท

            “ร้อนเหรอ?” แล้วก็ถามขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้จินยองก็ยังไม่ยอมตอบอะไรกลับมานอกจากส่ายหน้าอีกเท่านั้น แดฮวีจึงพรูลมหายใจออกมา

            กับท่าทางแบบนี้น่ะ...มันแปลว่ามีอะไรในใจชัดๆ

            ทั้งที่ปกติแล้วจินยองจะไม่ใช่คนที่ประเภทเงียบแล้วเฉไฉ มีอะไรก็มักจะพูดกันตรงๆ แต่กับตอนนี้แล้วแดฮวีรู้สึกว่าคนตรงหน้าเขาไม่เหมือนจินยองที่เคยรู้จักเลยสักนิด

            “งั้นก็กินนี่ซะ กินหมดแล้วค่อยพูดก็ได้” เอ่ยขึ้นพร้อมกับโยนแซนวิซลงบนตักของอีกฝ่าย ก่อนจะหย่อนกายนั่งลงที่ชิงช้าตัวด้านข้าง ไกวไปมาเล็กน้อยแล้วเอียงคอมองจินยองที่ยังคงนั่งนิ่ง

            แดฮวีรู้สึกว่าถ้าเขาถอนหายใจออกมาอีกอายุของเขาคงจะสั้นลงไปอีกสักครึ่งหนึ่งได้แล้วมั้ง ไม่ใช่ว่าอาการแบบนี้เขาไม่เคยเห็นมันจากจินยอง แต่มันกลับนานมากๆ แล้วที่ไม่ได้เห็นเพื่อนรักของเขาแสดงอาการแบบนี้ออกมา

            ครั้งล่าสุด...ก็ตอนที่มีคนมาตามจีบพี่ยงกุกถึงห้อง ตามตื้ออยู่เป็นเดือนจนจินยองแทบจะกลายเป็นใบ้ไม่ยอมพูดกับใครเพราะไม่สบายใจกับเรื่องนี้

            ตอนนั้นน่ะ...มันโคตรจะเลวร้ายเลย

            แล้วแดฮวีก็ภาวนาว่าประวัติศาสตร์นี้จะไม่ซ้ำรอยอีก ก็จริงที่คนอย่างจินยองเป็นคนที่เหตุผลมากพอจะแยกแยะได้ระหว่างเพื่อนกับคนรู้จัก ระหว่างงานกับเรื่องส่วนตัว

            แต่บางครั้งอะไรที่มันมากเกินไปก็มักจะส่งผลเสียตามมาทีหลัง

            “ถ้าหึงก็บอกไปว่าหึง ถ้าไม่ชอบก็บอกไป ไม่เห็นต้องมานั่งเก็บความรู้สึกแบบนี้เลย” แล้วสุดท้ายก็เป็นตัวแดฮวีนั่นแหละที่ทนดูไม่ได้อีกต่อไป เขาหันไปพูดกับเพื่อนสนิทที่นั่งก้มหน้ามองแซนวิซบนตักแล้วก็นึกอยากจะถอนหายใจออกมาอีกสักร้อยรอบกับสถานการณ์ในตอนนี้

            บางทีแดฮวีก็คิดว่าถ้าลองสลับกับเขาจินยองดู สาบานได้เลยว่ากองถ่ายแบบที่อยู่ตรงหน้าเขาจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน

            แทนที่วันหยุดแบบนี้จะได้นอนอยู่ห้องหรือออกไปเที่ยวด้วยกัน แต่เพราะทั้งยงกุกและดงโฮกลับติดงานทำให้ต้องตื่นมาแต่เช้าที่สนามเด็กเล่น ในสวนสาธารณะข้างมหาวิทยาลัย มองดูกองถ่ายแบบที่ดงโฮบอกกับเขาว่ามันคือกองถ่ายวิชาถ่ายแบบของเพื่อน...ที่ต้องมาช่วยงาน

            ตอนแรกแดฮวีก็เกือบจะพังกองถ่ายเหมือนกันตอนที่รู้ว่ามาช่วยงานในที่นี้คือมาเป็นนายแบบให้ มันอาจจะฟังดูแล้วเหมือนเขาเป็นพวกเด็กเอาแต่ใจ ก่อนหน้านี้ดงโฮไม่ได้บอกเขาว่าถ่ายแบบในคอนเซ็ปอะไรหรือถ่ายแบบไหน ใครจะไปคิดว่าสุดท้ายแล้วจะออกมาเป็นอย่างนี้กัน แต่สุดท้ายเขาก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดีแถมยังต้องสงบปากสงบคำไว้เมื่อดงโฮส่งสายตาดุๆ มาให้กับเขา ผิดกับจินยองที่นั่งนิ่งไม่พูดไม่จาสักคำพอรู้ว่ายงกุกต้องถ่ายแบบ

            โอเค...ถึงเขากับจินยองจะเป็นเพื่อนสนิทกันแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะนิสัยเหมือนกัน

            และนั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้แดฮวีหนักใจขึ้นมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว กับตัวเขาเองน่ะสามารถจัดการกับความรู้สึกได้แล้วหลังจากที่ได้พูดออกไปกับดงโฮตรงๆ ความจริงก็ไม่ได้เรียกว่าการเคลียร์กันเท่าไหร่ จะเรียกว่าทะเลาะแล้วดีกันก่อนทำงานน่าจะถูกกว่า

            แต่กับจินยองน่ะสิ...พอเป็นเรื่องที่ตัวเองรู้สึกมากๆ แล้วก็กลายเป็นคนปากหนักไม่ยอมพูดออกไป

            “ทำยังไงถึงจะไม่หึง” แล้วจินยองก็ยอมเปิดปากพูดออกมา เสียงของเขาแผ่วเบาจนแดฮวีแทบจะไม่ได้ยิน

            “ไม่ต้องทำอะไรเลยนะจินยอง ก็เดินไปบอกพี่ยงกุกว่าหึง เหมือนแกบอกพี่เขาว่าแกโกรธเวลาที่พี่เขาเสียงดัง”

            จินยองเม้มริมฝีปากเข้าหากันจนแทบจะเป็นเส้นตรง

            “แต่มันเป็นงาน”

            “งานมันก็ต้องมีขอบเขตไง” แดฮวีสวนกลับไปอย่างทันควัน เขาไม่เข้าใจความสับสนภายในความคิดของจินยองตอนนี้เลยจริงๆ

            เมื่อได้ยินแบบนั้นจินยองก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ กับตัวเขาเองในตอนนี้เขายังไม่รู้เลยว่าตัวเองเป็นอะไรกันแน่ เขายอมรับว่าไม่ชอบใจกับการที่ต้องมานั่งดูยงกุกทำงานแบบนี้ ถ้าเป็นไปได้เขาเองก็อยากจะลากตัวอีกฝ่ายกลับห้องไปเลยเหมือนกัน แต่จินยองนึกเสมอว่าเขาไม่ใช่เด็ก เขาจะเอาแต่ใจและทำอะไรโผงผางออกไปทุกอย่างไม่ได้

            ไม่รู้เลย...

            ไม่รู้จริงๆ ว่าจะต้องจัดการกับความรู้สึกของตัวเองยังไง

            เพราะมันไม่เหมือนกับตอนที่ยงกุกเสียงดังจนเขาหงุดหงิด มันคนละความรู้สึกกันเลย กลายเป็นว่ามีคนอื่นเข้ามาพ่วงความรู้สึกแย่ๆ นี่ของเขาด้วย จินยองจึงทำตัวไม่ค่อยถูก

            “จะไม่บอกว่าไม่ให้คิดมาก แต่จะบอกแค่ว่าอย่าทำให้ตัวเองรู้สึกแย่ก็พอ” ว่าจบแล้วก็ตบบ่าของเพื่อนรักเบาๆ ก่อนจะลุกออกจากชิงช้าไปเมื่อเห็นดงโฮกำลังเดินมาทางนี้

            จินยองไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เขายังคงนั่งนิ่งก้มลงมองตักของตัวเองอยู่อย่างนั้น ไม่คิดจะเงยหน้าขึ้นสักนิดแม้ว่าจะได้ยินเสียงเรียกชื่อที่คุ้นเคยของใครบางคนดังเข้ามาในโสตประสาทก็ตาม ในตอนนั้นจินยองคิดแค่ว่าต้องจัดการกับอารมณ์ของตัวเองให้ไวที่สุดก่อนที่ปัญหาจะตามมา

            ไม่หึง..

            เขาจะต้องไม่หึง

            เพราะเขาเชื่อใจอีกฝ่าย มันไม่มีอะไรเกินเลยกว่าคำว่างาน

            ไม่มี...

            ท่องไว้จินยองว่ามันไม่มีอะไร

 

 

 

 

--------- Drive me crazy ---------

 

 

 

 

            บรรยากาศวันนี้มันดูแปลกตาไปกว่าทุกวัน ยงกุกคิดว่าเขาไม่ได้รู้สึกไปเอง ทันทีที่เปิดประตูห้องออกเขาก็เห็นคนตัวเล็กเดินเข้าไปในห้องนอนทันที ทั้งที่ปกติแล้วจะชอบมานอนเล่นที่หน้าโทรทัศน์มากกว่า เรียวคิ้วของเขาขมวดเข้าหากันอย่างไม่สบายใจนัก ความจริงแล้วเขาเองก็อยากจะถามน้องออกไปเหมือนกันว่าไม่สบายใจอะไรหรือเปล่า แต่ทุกครั้งที่เอ่ยปากคุยด้วยจินยองก็มักจะยิ้มแล้วคุยกับเขาอย่างปกติ แต่พอไม่ได้คุยกันแล้ว...

            แววตาของอีกฝ่ายมันดูเศร้ายังไงก็ไม่รู้

            เพราะอยู่ด้วยกันจนคุ้นเคยทำให้เขารู้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องปกติแล้วสำหรับอีกฝ่าย แต่ถึงอย่างนั้นเขาเองก็ไม่รู้วิธีที่จะรับมือกับสถานการณ์แบบนี้เหมือนกัน

            ยอมรับได้อย่างเต็มปากว่าเขาเองก็เหนื่อยจากการทำงานวันนี้ไม่น้อย เพราะเป็นงานของเพื่อนที่สนิทกันแม้จะคนละคณะ แต่เพราะอีกฝ่ายเคยมาช่วยงานเขา เขาเองก็จำเป็นต้องช่วยงานอีกฝ่ายกลับบ้างเหมือนกัน ทั้งที่ตั้งใจไว้ว่าหลังจากทำงานเสร็จแล้วจะใช้งานเพื่อนให้ถ่ายรูปเขากับจินยองบ้าง จะได้มีรูปดีๆ เอาไว้อัปลงอวดคนอื่นบ้าง แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ทุกอย่างจะไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดเลย

            จินยองนั่งเงียบ แม้แต่กับแดฮวีที่เคยคุยกันเป็นต่อยหอยยังนั่งเงียบใส่กัน ไม่ใช่ว่าเขาไม่สังเกต เพียงแต่เขาไม่ได้พูดออกมาเท่านั้น บางทียงกุกก็รู้สึกว่าเรารอให้จินยองเป็นฝ่ายบอกความรู้สึกของตัวเองบ่อยเกินไป

            มันอาจจะบ่อยจนบางครั้งน้องก็เลือกเก็บความรู้สึกพวกนั้นไว้คนเดียวแล้ว

            กับครั้งนี้ก็เช่นกัน เขาคิดว่าจินยองเองก็คงจะไม่พอใจกับงานที่ออกมา ยงกุกยอมรับว่าเขารู้ว่าตั้งนานว่าต้องถ่ายแบบแนวไหน ต้องถอดเสื้ออยู่เกือบชั่วโมง แถมยังมีนางแบบมายืนประชัดตัวเขาอีก ถ้าลองมาสลับกันดูบ้าง เขาเองก็คงจะรู้สึกไม่ดีเหมือนกันหากต้องมานั่งมองแฟนตัวเองทำอะไรแบบนั้น

            แต่ตอนนั้นเขาปฏิเสธไม่ได้

            อย่างไรก็ตามจินยองไม่ได้มีท่าทีที่แสดงออกว่าไม่พอใจจนรับรู้ได้อย่างแดฮวี คนตัวเล็กเพียงแค่ยิ้มให้เขาเท่านั้น ถามอะไรก็ตอบเหมือนเดิม ไม่ได้แสดงออกถึงความหึงหวง เขาจึงไม่ค่อยแน่ใจว่าสุดท้ายเป็นเขาเองที่คิดมากเกินไปหรือเปล่า

            จนกระทั่งพวกเขากลับมาที่ห้องนั่นแหละ ทุกๆ ความผิดปกติจึงตอกย้ำความคิดของเขาว่ากำลังโดนแมวน้อยตัวนั้นหึงเข้าให้ซะแล้ว

            มันไม่ใช่เรื่องปกติของพวกเขาสักเท่าไหร่กับเรื่องหึงหวงพวกนี้ ชีวิตของเขาแทบจะร้างจากปัญหาพวกนี้ไม่เหมือนกับยองมินหรือจินอู บวกกับครั้งสุดท้ายที่เขาโดนหึงก็นานมากแล้ว นั่นทำให้เขาค่อนข้างหนักใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

            แต่ถึงอย่างนั้นยงกุกก็ไม่อยากจะคิดอะไรให้มากความ เขาไม่ได้ถือศักดิ์ศรีเหนือเกินคนรัก ยงกุกอยากจะลองถามน้องตรงๆ อีกสักครั้ง ถ้าน้องหึงเขาจริงเขาก็จะถือโอกาสอธิบายทุกอย่างแต่ถ้าไม่... เขาก็ถามหาถึงสาเหตุที่ทำให้แววตาคู่นั้นดูเศร้าได้ถึงขนาดนี้

            “จินยองครับ”

            เรียกชื่ออีกฝ่ายแล้วค่อยๆ ย่องเข้าไปในด้านห้องนอน แต่ทว่ายังไม่ทันที่อีกคนจะได้ตอบอะไรกลับใส ยงกุกก็ต้องยืนตัวตรงแล้วเกร็งทั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมาจนถึงศีรษะในทันทีเมื่อเห็นว่าแฟนเด็กของเขายืนถอดเสื้ออยู่หน้ากระจก โดยมีกางเกงบาสตัวเน่าๆ ที่ใส่นอนเมื่อคืนอยู่บนร่างกายบอบบางนั้นเพียงแค่อย่างเดียว

            “ครับ?” จินยองหันไปขานรับ ทั้งๆ ที่เสื้อแขนกุดตัวนั้นยังอยู่ในมือของเขา

            “คือพี่มีอะไรจะคุยด้วย แต่ใส่เสื้อก่อนไหม?” ยงกุกก็ยอมรับว่าเขาเป็นคนใจบาป เขาไม่ใช่พระอิฐพระปูนที่มาเห็นแฟนยืนถอดเสื้ออยู่แบบนี้แล้วจะไม่รู้สึกอะไร

            “ไม่มีอะไรต้องคุยหรอกครับ”

            แต่เหมือนจินยองจะรู้ตัว อีกฝ่ายถึงปฏิเสธกลับมา นั่นทำให้ยงกุกยืนอ้าปากพะงาบๆ เป็นปลาทองขาดอากาศหายใจอยู่ที่หน้าประตูห้อง

          ฉิบหายล่ะ      

แมวดื้อเงียบระดับ 2

            “มีสิ เรื่องใหญ่ด้วย”

            “ไม่มีหรอกครับ ขอเวลาผมสักพักเดี๋ยวก็หาย” คนอายุน้อยกว่าตอบกลับ จินยองรู้ดีว่ากำลังแสดงนิสัยเด็กๆ ออกไป แต่เพราะเขาไม่อยากจะให้ความรู้สึกแย่ๆ พวกนั้นไปกระทบกับความสัมพันธ์ของเขา สุดท้ายแล้วเขาจึงตัดสินใจที่จะเก็บมันไว้เพียงลำพัง

            แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ทำมันไม่ได้

            ขึ้นชื่อว่าความรู้สึกแย่ๆ ไม่มีทางที่จะเก็บมันได้หมด

            มีบ้างบางครั้งที่จินยองเผลอแสดงความรู้สึกพวกนั้นออกไป แต่แล้วมันก็ถูกกลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้มที่ดวงตาของเขาไม่ได้ยิ้มตามไปด้วยเลย

            จินยองไม่ได้นึกโทษหรือโกรธยงกุกที่รับงานพวกนั้น เขาเข้าใจดีว่ามันเป็นงานและคงไม่มีอะไรเกินเลย แต่กับอีกใจหนึ่งของเขามีแต่จะคัดค้านความคิดนั้น ทำให้จินยองต้องทบทวนกับตัวเองอยู่สักพักใหญ่ๆ แต่ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ยังหาจุดสิ้นสุดของความรู้สึกพวกนั้นไม่ได้

            “พี่ขอโทษ” แล้วคนเป็นพี่ก็เอ่ยขึ้น เขาลากเสียงยาวพร้อมกับเดินเข้ามาในห้องกอดร่างเล็กๆ ที่ยังไม่ได้สวมเสื้อทับนั้นไว้ในอ้อมแขน แกล้งตีเนียนอีกสักหน่อยด้วยการเอียงศีรษะซบลงบนกลุ่มผมนุ่มของอีกฝ่ายแล้ว

            “ขอโทษทำไม ไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย”

            “ขอโทษที่ทำให้รู้สึกไม่ดี” ว่าแล้วก็กระชับวงแขนของตัวเองให้แน่นขึ้น ก่อนจะก้มหน้าลงมาเบียดแก้มของตัวเองเข้ากับข้างแก้มของคนตัวเล็กกว่า “พี่รู้ว่าจินยองเป็นเด็กดี แต่เอาแต่ใจบ้างก็ได้ ดื้อกับพี่บ้าง งอแงได้พี่ไม่ว่า ดีกว่าซึมแบบนี้”

            “พอผมดื้อมากๆ เดี๋ยวพี่ก็เบื่อผมไปหาคนอื่น ผมไม่เอาหรอก”

            ยอมรับอย่างไม่อายเลยว่านี่อาจจะไม่ใช่เวลามาคิดอกุศล แต่ยงกุกรู้สึกได้ถึงพลังความน่ารักของเบ จินยองที่เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว เวลาที่พูดออกมาด้วยเสียงติดจะอ้อนแบบนั้น ยงกุกแทบอยากจะอุ้มแมวน้อยในอ้อมกอดไปวางบนเตียงแล้วกอดแรงๆ สักรอบนึงให้หนำใจเลย ให้ตายสิ...

             ยืนคุยสภาพนี้ไม่ค่อยจะดีเลย

            “พี่จะเบื่อเราได้ไง พี่รักเราขนาดไหนก็รู้นี่หน่า” ว่าพลางออดอ้อนกลับ แล้วแกล้งพ่นลมเป่าใส่แก้มของคนในอ้อมกอด

เมื่อได้ยินเช่นนั้น จินยองก็หลุดยิ้มออกมา ความจริงแล้วจุดสิ้นสุดความรู้สึกของเขามันจบลงไปตั้งแต่ที่เขาได้ยินคำว่าขอโทษออกมาจากปากของยงกุกแล้ว ต่อจะให้รู้สึกไม่ดีขนาดไหนแต่เมื่อคำพูดที่ปลอบประโลมใจนั้นมาจากอีกฝ่าย ทุกอย่างก็มักจะจางหายลงไปอย่างรวดเร็ว

จินยองคิดว่านั่นเป็นพลังวิเศษของมังกรตัวนี้

“ที่สำคัญเราน่ารักขนาดนี้พี่จะหนีไปไหนรอด” เป็นอีกครั้งที่ยงกุกสวมบทเด็กน้อย เขาเอ่ยขึ้นก่อนจะฝังปลายจมูกของตัวเองลงลงบนแก้มนิ่มนั่น

 “ผมไม่เชื่อหรอก ใครๆ ก็บอกว่าคิมยงกุกกะล่อนจะตาย”

“ใครล่ะที่ว่า?”

เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นมา จินยองเอนใบหน้าหันมองคนที่วางปลายคางไว้บนไหล่ลาดของเขา ก่อนจะตอบกลับไป

“พี่ยองมินบอกว่าพี่น่ะกะล่อนที่สุดในกลุ่มแล้ว”

โอ้โห ความดีเอาเข้าตัวเองความชั่วเอาเข้าคนอื่นสุดๆ เลยนะไอ้ปาก้า!

กูขอสาปแช่งให้เมียมึงใจแข็งไปอีกสิบปี

            “แต่น่าแปลกที่ผมเอาพี่อยู่”

            ยงกุกไม่รู้หรอกว่าตอนนี้เขายิ้มกว้างมากแค่ไหน ถึงก่อนหน้านี้จะตงิดๆ ใจกับคำพูดพวกนั้นไปสักหน่อย แต่เอาเป็นว่าเขาจะเก็บไว้จัดการกับเพื่อนตัวดีทีหลัง ตอนนี้แมวน้อยในอ้อมกอดของเขาสำคัญที่สุดแล้ว

            “พี่ก็อยากเอาเราอยู่เหมือนกัน”

            “ว่าไงนะ?”

          อ้าว ปากลั่น

            “คือพี่หมายความว่า... ความหมายถึงแบบ...” ยงกุกพยายามจะนึกคำพูดดีๆ ที่ไม่ได้เต็มไปด้วยจิตอกุศลแบบที่เขาคิดก่อนหน้านี้ แต่ดูเหมือนว่าสมองของเขามันจะไม่มีคำพูดพวกนั้นอยู่เลย

            ในหัวมีแต่เรื่องบาปๆ ทั้งนั้นเลยสินะ

            “โอเค พี่ยอมแพ้ พี่ยอมแล้ว คือความจริงพี่อยากกอดเรา” สุดท้ายแล้วคนอายุมากกว่าก็ไม่รู้จะสรรหาคำพูดไหนมาพูดดี เขาถึงจำใจยอมสารภาพออกไป หวังลึกๆ ว่าแมวน้อยตัวนี้จะเข้าใจแล้วให้โอกาสเขาได้กอดสักครั้งหนึ่ง

            ได้สักครั้ง แล้วคิม ยงกุกจะเป็นเด็กดี

            สัญญาเลย...

            “ก็กอดอยู่นี่ไง”

            “ไม่ใช่กอดแบบนี้สักหน่อย” เถียงกลับไปแล้วแกล้งกระชับวงแขนของตัวเองให้แน่นขึ้นเมื่อคนตัวเล็กเริ่มดิ้นขลุกขลักในอ้อมแขน

            จินยองพลิกตัวกลับมามองหน้าเจ้าของห้องที่กำลังทำหน้าออดอ้อนเข้าอยู่ ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา เขาไม่ได้เห็นยงกุกในมุมแบบนี้มาสักพักใหญ่ๆ แล้ว ไม่เหลือเค้าลางของผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเคยอันตรายที่สุด กลับกลายเป็นเพียงแค่ตาแก่ติ๊งต๊องในสายตาของเขาเท่านั้น

            “ผมก็อยากให้พี่กอดแบบนั้นนะ แต่ผมไม่อยากเห็นพี่ติดคุก

            ยงกุกแทบจะขำพรืดออกมากับคำพูดของเด็กน้อยตรงหน้า ถึงมันจะฟังดูตลกไปนิดแต่เขาก็เห็นแววตาที่แฝงไปด้วยความเป็นห่วงจากอีกฝ่าย จินยองน่าจะคิดแบบนั้นจริงๆ นั่นแหละไม่ได้ตั้งใจจะพูดล้อเล่นหรอก

            น้องคงไม่ได้ตั้งใจตอกย้ำเขาหรอก

            คงเพราะเขาไม่ได้น่ากลัวเหมือนดงโฮใช่ไหม เพื่อนของจินยองเลยไม่ค่อยกลัวเขาเท่าไหร่ จ้องแต่จะโทรเรียกตำรวจมาลากคอเขาเข้าคุกเข้าตารางท่าเดียวเลย ทีกับดงโฮแทบจะยกเพื่อนตัวเองใส่พานถวายให้ถึงที่

            ความโหดของหน้ามันมีผลต่อการมีแฟนเด็กจริงๆ

            “แล้วเมื่อไหร่จะปล่อย ผมจะใส่เสื้อแล้ว มันหนาว” แล้วเสียงเล็กๆ ที่ดังขึ้นนั่นก็เรียกความคิดของยงกุกกลับมา คนอายุมากกว่าส่ายหน้าเบาๆ เป็นเชิงปฏิเสธคำพูดนั้น

            “จุ๊บก่อนถึงจะปล่อย”

            “พี่ไม่ใช่เด็กสามขวบแล้วนะ”

            ถึงจะถูกว่าแบบนั้นแต่ยงกุกกลับไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดใจอะไร ซ้ำทั้งยังรู้สึกชอบใจไม่น้อย ก่อนหน้านี้เขาเคยถามยองมินว่าไม่โกรธเหรอเวลาโดนแฟนด่าว่าโรคจิต ตอนนั้นมันก็ตอบว่าไม่แล้วก็ยิ้ม ซ้ำทั้งยังบอกว่าชอบอีกด้วย อ่า...

            ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วล่ะ

            ต่อให้โดนด่าว่าเป็นเฒ่าหัวงู หรือตาแก่ตัณหากลับ ถ้ามันออกมาจากปากจินยองแล้วมันก็น่ารักอยู่ดี

            “แล้วนี่จะปล่อยได้หรือยัง”

“ก็จุ๊บสิ เร็ว จุ๊บเร็ว” คนอายุมากกว่าเร่ง แต่จินยองกลับยู่ริมฝีปากเข้าหากันแล้วย่นจมูกใส่อีกฝ่าย

            คนตัวเล็กมองหน้าอีกฝ่ายอย่างคาดโทษ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังเลื่อนริมฝีปากของตัวเองขึ้นไปทาบเบาๆ ลงบนริมฝีปากของอีกฝ่ายด้วย

            แต่ดูเหมือนว่ายงกุกจะไม่หยุดแค่นั้น

            เขายื่นหน้าลงมาแตะริมฝีปากของคนในอ้อมแขนอีกครั้งหลังจากที่จินยองผละมันออกไป แตะเพียงแค่เบาๆ ให้เลือดได้ไหลเวียนมากขึ้นเป็นพิเศษ ให้หัวใจได้พอทำงานหนักขึ้นสักหน่อย แค่นั้นก็พอแล้ว...

            แม้สาเหตุที่แท้จริงของมันคือการที่ยงกุกกลัวว่าถ้าทำมากกว่านี้เขาจะควบคุมร่างกายของตัวเองไม่ได้ก็ตาม เขาจะปล่อยให้จุมพิตครั้งนี้ดูอ่อนโยนและล่องลอยดีกว่าต้องถูกแผดเผาด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความต้องการ

            จะบ้าตาย...      

            คิมยงกุกจะบ้าตายอยู่ตรงนั้น

            .

            .

            .

            “ได้จุ๊บแล้วก็ปล่อยผมสิ”

            “จุ๊บสิบครั้งต่างหากถึงจะปล่อย”

           

 

 

 

            บางครั้งยงกุกก็คิดว่าถ้าน้องเป็นแบบนี้บ่อยๆ ก็ดีนะ

            รู้สึกเหมือนได้คืนความสุขสู่ชีวิตคิม ยงกุกยังไงก็ไม่รู้

 

           

                       

 

           

END

 

 

 

 

TALK TALK TALK

            เริ่มมาเหมือนจะดราม่า แต่จบด้วยความใจบาป 5555555555555555555555 ช่วงนี้เหมือนจะไมเกรนจะขึ้นทั้งวัน ปรับอารมณ์ไม่ค่อยถูก เดี๋ยวหวีดเดี๋ยวด่าเดี๋ยวมาเขียนฟิค หลายอารมณ์ในห้านาทีมากๆ คิดว่าตัวเองต้องฟุ้งซ่านแน่ๆ เลยมาเขียนฟิคจะได้มีสมาธิมากขึ้น แล้วไปๆ มาๆ สมาธิแตก เกือบพลั้งมือแล้ว อีกนิดคือคงพลั้งมือลากคอพี่ยงกุกเขาคุกแล้ว 555555555555555555 หลายคนอ่านแล้วอาจจะงงเอ๊ะ ไปถ่ายแบบที่สนามเด็กเล่นแล้วถอดเสื้อทำไม เชื่อเถอะว่าถ่ายแบบพีคๆ กว่านี้ก็มี 55555555555 ความจริงแล้วเรื่องนี้เหมือนปูมาตั้งแต่ฮาวทูของมังกรเลย เนี่ยน้องเป็นเด็กดี แต่ใต้ความเด็กดีของน้องมันมีอะไรหลายอย่างซ่อนอยู่ ไหนๆ ก็ตั้งใจเขียนเป็นซีรีส์แล้วก็ปูตัวละครไปเลย แล้วตัวละครน้อยๆ ที่ไหน เหมือนมาหาเรื่องใส่ตัวเอง 555555555555555 นี่คิดว่าถ้ารายการจบต้องเขียนหนักขึ้นกว่าเดิมแน่ๆ ต้องมาเขียนเพราะคิดถึงเด็กๆ แน่ แม้จะโดนโชว์มีเรียกมาให้กลับบ้าน เราก็จะ...กลับ แล้วแวบมาหาเด็กๆ 5555555555

            จริงๆ เห็นมีคนแอบถามมาด้วย คือเค้าไม่ได้เรียนฟิล์มนะ แต่มีเพื่อนเป็นเด็กฟิล์มเยอะ ไปช่วยงานบ่อยเลยติดมา บางอย่างก็เขียนจากที่เคยทำเอง แต่บอกไม่ได้ว่าอันไหน 55555555555 อาจจะดูน่าเบื่อหน่อยที่ตัวละครเรียนนิเทศเรียนฟิล์มอีกแล้ว สารภาพเลยว่าเพราะไม่รู้ว่าคณะอื่นเรียนยังไงนอกจากนิเทศกับฟิล์ม กลัวเขียนแล้วข้อมูลผิดเลยจับมันเรียนคณะเดียวกับตัวเองเนี่ยแหละ 555555555555555555

            แอบทอล์คยาวอีกแล้ว หวังว่าทุกคนจะชอบกันนะคะ อ้อ! ลืมบอกว่าที่ปูมาตอนต้นเรื่องมีพาร์ทต่อนะคะ แน่นอนว่าแบคฮวี 55555555555555555555

            #ficBxB101

 

 

           

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,026 ความคิดเห็น

  1. #2523 FahhFahh (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2560 / 13:16
    น้องจินยองงงง หนูทำอย่างงี้พี่ก็ไม่รู้จะหลงยังไงแล้ววว ทำไมน่ารักขนาดนี้
    #2,523
    0
  2. #2300 kim_nik (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 19:58
    น้องจินยองน่ารัก.  หึงแต่มีเหตุผล
    #2,300
    0
  3. #2050 จัสตินลูกแม่ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 22:22
    เราชอบกุกนยองมาก แต่จะหาอ่านฟิคยาวๆหรือตอนต่อๆกันแบบนี้มันมีน้อยมาก ฮืออออ ;-; ขอบคุณไรท์ที่สานฝันค่ะ 55555555 เรื่องสนุกมากกกกก ชอบ สู้ๆนะค้าบ
    #2,050
    0
  4. #1367 jinjane3639 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 13:29
    ภาวนาให้พี่รอดจากคุกไวๆ นะคะ นี่ก็อยากเห็นน้องโดนกอดเหมือนกัน
    #1,367
    0
  5. #1317 krisnoon1990 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 02:33
    คู่นี้ก็ละมุนน่ารักง่ะ ฮืออออ
    #1,317
    0
  6. #1306 youngb (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 00:42
    จินยองมีเหตุผลดีอ่ะ คือหึงนะแต่แฟนก็ไม่ได้ทำไรผิดอะ
    #1,306
    0
  7. #1096 narumi (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 23:31
    คนมันบาปชนาดง้อเขามันก็บาป5555 งือออ น่ารักอ่ะ เป็นเด็กน่ารักน่าเอ็นดู งอนก็บอกว่างอน หึงก็บอกหึงนะลูกก
    #1,096
    0
  8. #1057 m-mild (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 11:13
    น้องงงงงงงง น้องของแมมม่ หนูโกรธ หนูโมโห หนูหงุดหงิดงอแงใส่พี่เค้าได้นะคะลูก
    เก็บไว้คนเดียวมันอึดอัด มันไม่หายไปเองหรอกนะคะคนดี ไม่เอาแบบนี้นะคะ มีอะไรก็พูดตรงๆกับพี่เค้าดีกว่าเนอะ
    แล้วคนพี่นี่ยังไง รู้แต่ไม่บอกน้องหรอ เดี๋ยวตีเลย น้องเลยเก็บไปคิดไปเครียดคนเดียวเลยเห็นมั้ย นี่ก็มีไรก็พูดกันตรงๆ 
    ถึงไม่จบแบบไม่ดราม่าก็เถอะ ชีวิตคู่มีไรต้องพูดกันนะคะ ดูอย่างแดฮวีสิ พังได้พังไปแล้ว 5555555555
    ชอบโหมดลูกแมวดื้อนะ พร้อมข่วนถ้าพูดไรไม่ถูกใจ 555555555555 พี่ยงกุกเริ่มจะทนไม่ไหวแล้วใช่มั้ยคะ ดูหลุดง่ายนะ 55555
    ขำพี่ยองมิน โว้ย555555555555555555555555555555555 เอาดีเข้าตัวเอาชั่วให้คนอื่นจริงๆ 5555555555555555

    ขอบคุณที่แต่งฟิคมาให้อ่านนะคะ 
    #1,057
    0
  9. #975 KoomPEACHh (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 23:07
    ไรท์ก็บาป รีดก็บาป และตอนนี้ที่รอ ก็คือฉากบาปๆ
    #975
    0
  10. #930 palmmus (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 00:06
    จินยองเด็กดีจังเรย;-;
    #930
    0
  11. #928 Tongdchr (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 23:50
    น้องห่วงขนาดนั้นเลยนะ 5555555 กลัวแฟนติดคุกจ้า น่ารักที่สุด
    #928
    0
  12. #780 kimkibum_key (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 12:33
    พี่มังกรคือบาปแบบเงียบๆ แต่คือน่ารักอะ จินยองงี่ หนูงอแงบ้างก็ได้ลูก อ่านไปเจอแต่ความบาป 555
    #780
    0
  13. #703 whyyy2702 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 22:42
    น้องงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงน้องงงงงงงงงงงงงงงงงงงทำไมเด็กดีอย่างนี้คับฮือออออ หึง หวง เหวี่ยง แสดงออกว่าไม่พอใจพี่เขาบ้างก็ได้ลูก แต่ภายใต้ความเด็กดีก็มีอะไรซับซ้อนในอารมณ์ของน้องเขาเยอะ คงจะสับสนและหงุดหงิดตัวเองน่าดูเลย  ไม่อยากให้พี่เขาเบื่อใช่ไหมลูก ถถถถถถถถ ถึงมันจะน่าเอ็นดูแต่หนูคิดอะไรก็ควรบอกพี่เขาบ้างนะลูก ไม่งั้นพี่เขาก็จะไม่รู้นะครับบ ส่วนคนพี่เริ่มเปิดเผยความใจบาปของตัวเองมากขึ้นแล้วนะฮะ เกือบแล้วนะฮะเกือบเข้าคุก ถ้าน้องไม่ห้ามน้าาาา
    #703
    0
  14. #694 yuri_wonwoo (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 17:48
    โง้ยยยยยยยยยยยย ทำไมน่าร๊ากกกกกกกกก ชอบอ่ะ จุ๊บอีกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ทำไมไม่จุ๊บอีก คิกคิก เขินจุงงงงงง ชอบคู่นี้อ่ะ น่ารักน่ารักน่ารัก
    #694
    0
  15. #676 B_MOMORIN27 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 01:09
    โอ้ย มีแฟนอย่างจินยองนี่หลงตายเลย หลงพี่ยงกุกด้วย น่ารักอะไรขนาดนี้ เขินจาตัยเลี้ยว ><
    #676
    0
  16. #629 0875350549 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 08:26
    อิจฉาตาร้อน 5555555 โอ๊ย น่ารักมากๆ พี่กุกทนไว้นะฮึบๆ
    #629
    0
  17. #625 emptyq_ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 07:58
    ชอบความมีมิติของตัวละครจัง เอาคาแร็คเตอร์คนรอบข้างมาแต่งรึเปล่าคะ แง แอบเข้าใจน้องเบเลยเพราะเป็นเหมือนกัน แต่ไม่มีคนมาง้อแบบน้องเบนี่สิ หึกๆๆๆๆ อยากเห็นพี่ยกุกเสี่ยงติดคุกจังเลยเด้อ
    #625
    0
  18. #620 minemewmy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 07:23
    ก็จะเป็นแมวที่ดื้อเงียบหน่อยๆ><
    #620
    0
  19. #608 yoyo98 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 00:44
    หน่องเบความดีงามของโลกใบนี้ น่าขโมยมาจากพี่มังกรแล้วจับฟัดๆทั้งวัน ชอบที่แต่งแต่ละคู่เป็นเรื่องต่อๆกันมากเลยยย รู้สึกว่ามันต่อเนื่องกันดี อ่านแล้วชอบมากค่ะ อัพเรื่องต่อๆแบบนี้อีกเยอะๆเลยนะคะ
    #608
    0
  20. #533 myohsehun (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 22:31
    เราชอบฟิคไรท์เรื่องต่อๆนี้มากเลย ยิ่งคู่ยงกุกกับจินยองด้วย มันดีมาก มากจนอยากให้เปิดเรื่องยาวเลยค่ะ
    #533
    0
  21. #532 watchanan1667 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 22:12
    จินยองทำไมเธอน่ารักอย่างนี้ ไม่อยากให้คนพี่ติดคุก555
    #532
    0
  22. #522 Aomptp (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 16:54
    อ่านแล้วรู้สึกอยากมีคุณมังกรเป็นของตัวเอง เอ็นดูววว
    #522
    0
  23. #520 ctttmo (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 14:38
    โอ๊ยแงงงงงง เชื่อมั้ยว่านี่อ่านแล้วยิ้มเป็นบ้าอยู่คนเดียวอะ ฉันนั่งยิ้มอยู่ตามลำพังงงง ฮรือ ฟินเวอร์จิกหมอนแน่นนนน น้องปากหนักอะแต่พี่ยงกุกก็ง้อตรงจุด อห ใจชั้นน ต้นเรื่องเหมือนจะใสๆแต่ท้ายๆนี่เสี่ยงคุกอีกละ ใจบาปมาก เอ็นดูความปากร้ายของพี่ยองมินด้วย น้องปลื้มมากกกT T /คิดไว้เหมือนกันว่าไรท์น่าจะเรียนคณะแนวๆนี้ เราชอบนะ เหมือนได้เห็นมุมมองของเด็กคณะนี้ด้วย คณซ้ำกันไม่เป็นไร ใจความหลักของฟิคคือเขารักกันพอค่ะ5555555555
    #520
    0
  24. #517 kyumin137 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 09:51
    น่ารักเหลือเกิน เป็นเด็กดีจริงๆเลยนะ
    แถมลูกอ้อนเหลือหลาย พี่ยงกุกจะหนีไปไหนได้ฮึ
    พี่ยงกุกใจเย็นๆนะ เกือบเข้าคุก 555555
    #517
    0
  25. #516 crapename (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 09:09
    เอ็นดูวววว ชอบพี่ยงกุกคนบาปอ้อนแฟนจัง
    #516
    0