'BOY & BOY' ♥ SF/OS Produce101 Store

ตอนที่ 11 : ✚ Umbrella :: Kang Dongho x Lee Daehwi

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,194
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    15 มิ.ย. 60

Umbrella

Kang Dongho x Lee Daehwi

 

 

 

 

 

 

 

Note: os เรื่องนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับซีรีส์คนบาปนะคะ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            ในวันที่ฝนตกลงมา ผมยืนอยู่กับเขาเพียงสองคนที่ป้ายรถเมล์เก่าๆ

            ผมยื่นร่มในมือให้กับเขา เพราะท่าทางของเขามันดูรีบร้อนเหลือเกิน

            และนั่นก็เป็นครั้งแรกที่ผม...ได้อยู่ในสายตาของเขา

 

 

 

 

 

 

 

 

           

 

 

 

 

            หลายคนบอกว่าการได้อยู่มหาวิทยาลัยเดียวกันกับคนที่ชอบตั้งแต่ตอนม.ปลาย เป็นโชคชะตาที่ฟ้ากำหนดมาดีแล้ว มีแต่ใครๆ จะอิจฉา แต่คงใช้ไม่ได้กับอี แดฮวีสักนิด เขาไม่คิดเลยว่าการที่ได้มาเรียนต่อที่เดียวกันกับรุ่นพี่มี่แอบชอบตั้งแต่ม.ปลายปีหนึ่งจะเป็นโชคชะตาที่เข้าข้างเขา แดฮวีคิดว่าการได้ย้อนกลับไปอยู่ในสถานที่ที่เดินสวนกันง่ายอย่างที่โรงอาหารของโรงเรียนดูจะเข้าทางเขามากกว่า

            มหาวิทยาลัยไม่ใช่สถานที่เล็กๆ เพื่อนที่เรียนคณะเดียวกันกับเขาแต่คนละเซคชั่นยังแทบจะไม่ได้เจอกัน นับประสาอะไรกับรุ่นพี่ที่ตารางเรียนไม่ชนมาเจอกันเลย นั่นทำให้ความเป็นไปได้ที่แดฮวีจะเจออีกฝ่ายแทบจะติดลบไปเลยก็ว่าได้

            ตารางเรียนของเด็กปีหนึ่งกับเด็กปีสามแทบจะผกผันกัน แดฮวีไม่เชื่อคำพูดของเพื่อนเขาหรอกที่บอกว่าเดี๋ยวเข้ามาเรียนก็ได้เจอกับใครคนนั้น

            ผ่านมาเกือบครึ่งเทอมแล้ว แต่แดฮวีกลับไม่เจอแม้แต่เงาเลยสักนิด นอกจากความเคลื่อนไหวในแอคเคาน์โซเชียลเท่านั้นที่พอจะผ่านตาของเขาบ้าง แต่นั่นก็เรียกว่าความเคลื่อนไหวไม่ได้เต็มปากหรอก ส่วนมากมักจะเป็นรูปที่เพื่อนๆ แท็กมาหามากกว่า เพราะรูปสุดท้ายที่แดฮวีเห็นว่ารุ่นพี่คนนี้เป็นคนลงรูปเองคือรูปที่ถ่ายถนนในยามค่ำคืนเมื่อปีที่แล้ว ก่อนที่แดฮวีจะจบม.ปลายมา

            รูปถ่ายนั้นมาพร้อมกับข้อความบรรยายที่แดฮวีเองก็ไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกยังไง ใจความของข้อความนั้นที่แดฮวีรับรู้คือ รุ่นพี่ของเขาเลิกกับแฟนแล้ว เหมือนจะเป็นการจบความสัมพันธ์ด้วยดี แต่เขาไม่เชื่อหรอกว่าภายใต้ความสัมพันธ์ที่พังลงมันจะมีคำว่าดีซ่อนอยู่ในนั้นด้วย

            แล้วจากนั้นเขาก็แทบจะไม่เห็นรุ่นพี่คนนี้โพสต์อะไรอีกเลย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังมีความสุขกับการนั่งดูรูปภาพจากเพื่อนของอีกฝ่าย แดฮวีไม่เคยเข้าใจว่าการได้เฝ้ามองใครสักคนด้วยความรู้สึกแบบนี้มันเป็นยังไง จนกระทั่งเขาได้ค้นพบมันด้วยตัวเอง เขาเฝ้ามองใครอีกคนด้วยความรักมากตลอดสามปีมันทำให้หัวใจของเขาพองโตขึ้นทุกครั้งที่ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของอีกฝ่าย

            จากรุ่นพี่หน้าเชยๆ หัวยุ่งๆ ชอบแอบหลับในคาบเรียนตลอดเวลาที่แดฮวีเดินผ่านหน้าประตู กลายเป็นนักศึกษาสุดเนี๊ยบที่ต้องสวมบทบาทของกรรมการคณะ

            แดฮวีเห็นความเปลี่ยนแปลงทุกๆ อย่างในตัวของอีกฝ่าย แต่มันก็น่าเศร้าที่อีกฝ่ายไม่เคยเห็นความเปลี่ยนแปลงจากคนที่เฝ้ามองอยู่เลย

            ไม่เคยแม้แต่จะรับรู้ว่าเขามีตัวตนอยู่

            .

            .

.

“ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะแดฮวี”

เจ้าของชื่อหันไปมองต้นเสียงแล้วพยักหน้าเบาๆ รอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ถูกส่งให้กับเพื่อนสนิทประจำเชคซั่น แม้ว่าจะเพิ่งรู้จักกันได้แค่ไม่กี่เดือนแต่แดฮวีกลับรู้สึกว่าพวกเขาเข้ากันได้ดีมากกว่าเพื่อนร่วมห้องบางคนที่เจอกันมาตลอดสามปีอีก

คล้อยหลังจากที่โบกมือลาอีกฝ่ายแล้ว แดฮวีก็พบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่หน้ารถเมล์เพียงลำพัง ดวงตากลมโตนั่นหันซ้ายแลขวาแล้วยู่ริมฝีปากเข้าหากัน เมื่อพบว่าท้องฟ้าในวันนี้มันดูมืดผิดจากปกติไปไม่น้อย

“เหมือนฝนจะตกเลยแฮะ” พึมพำออกมาแล้วเงยหน้ามองท้องฟ้าตรงหน้า เด็กหนุ่มกระชับกระเป๋าเป้บนบ่าของตัวเองแน่น เมื่อเขาเริ่มรู้สึกว่าอากาศเย็นกว่าตอนที่ลงมาทานข้าวใต้ตึกคณะ และเพียงไม่นานนักแดฮวีก็ต้องขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างไม่ชอบใจนัก

ซ่า!

เขาเพิ่งจะบ่นไปก่อนหน้านี้เองว่าเหมือนฝนจะตก แต่ฝนเองก็ไม่มีความจำเป็นต้องมาตกตามที่เขาพูดก็ได้ แดฮวีนึกอยากจะตบปากตัวเองสักสิบครั้ง เขาไม่น่าทักออกไปเลย แล้วเขาจะทำยังไงล่ะทีนี้ ต้องทนหนาวหลบฝนอยู่ที่ป้ายรถเมล์แบบนี้อีกนานแค่ไหน

เด็กหนุ่มมุ่ยหน้าอย่างนึกหงุดหงิดใจ เขาไม่ชอบฝนเลย ไม่ชอบทั้งบรรยากาศที่ทำให้รู้สึกเฉอะแฉะหรือแม้กระทั่งเสียงของเม็ดฝนที่ตกกระทบกับพื้นถนนตรงหน้า แต่ที่แดฮวีไม่ชอบที่สุดเห็นทีว่าจะเป็นการที่เขาต้องมาเห็นคู่รักเดินหลบฝนด้วยกันต่อหน้าต่อตาแบบนี้

ปกติแล้วเขาไม่ใช่คนประเภทที่โสดแล้วพาล แต่พอเมื่ออะไรๆ เป็นใจให้พาล แดฮวีก็นึกหงุดหงิดใจขึ้นมาทุกที

“น่าเบื่อจัง” แล้วก็พึมพำกับตัวเองอีกครั้ง เขายืนหมุนไปหมุนมา ก่อนจะหันมองไปทางซ้ายเพื่อหลบคู่รักคู่หนึ่งที่กำลังเดินมาจากทางขวา

แล้วเมื่อคู่รักคู่นั้นเดินผ่านหน้าเขาไปแดฮวีจึงหันไปมองทางขวา หากแต่ว่าทันทีที่เห็นใครอีกคนเข้ามาในกรอบสายตา แดฮวีก็สะดุ้งจนใครคนนั้นเงยหน้าขึ้นมามองเขาเล็กน้อยด้วยความตกใจไม่แพ้กัน

  ในตอนนั้นสมองของเขาว่างเปล่า แดฮวีไม่คิดเลยว่าคนที่เขาเฝ้ามองหามาตลอดครึ่งเทอมจะมายืนอยู่ข้างๆ เขา แถมดูเหมือนว่าอะไรๆ ก็เป็นใจอีกด้วย

มีแค่พวกเขาสองคนในป้ายรถเมล์ตอนที่ฝนกำลังตก

ไม่อยากจะเชื่อก็ต้องเชื่อ โชคชะตากำลังเล่นตลกกับชีวิตอีแดฮวีเข้าอย่างจังแล้ว

เด็กหนุ่มลอบมองคนที่เปียกฝนอยู่ด้านข้างเป็นระยะๆ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว พลางสำรวจความเปลี่ยนแปลงของอีกฝ่ายว่าต่างจากรูปที่เขาเพิ่งเห็นล่าสุดหรือเปล่า แต่เขาก็พบว่ามันไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนไปเลยนอกจากเสื้อฮู้ดสีเทาที่เปียกฝนเล็กน้อยกับเส้นผมสีดำนั่นที่ลู่ลงตามโครงหน้า ถ้าจะให้เดาล่ะก็แดฮวีคิดว่าอีกฝ่ายต้องวิ่งฝ่าฝนมาหลบที่ป้ายรถเมล์ตรงนี้เป็นแน่

อยู่ๆ ก็เหมือนกับว่าก้อนเนื้อที่หน้าอกข้างซ้ายมันกำลังทำงานอย่างหนัก แดฮวีพยายามแล้ว...พยายามที่จะละสายตาออกจากอีกฝ่าย แต่สุดท้ายเขาก็ยังคงแอบมองอีกฝ่ายอยู่ดี เด็กหนุ่มแกล้งทำเป็นเกาท้ายทอย แกล้งหันมองออกไปทางซ้ายบ้าง แต่สุดท้ายแล้วสายตาเขาก็กลับมาวางที่จุดเดิมอยู่ดี

“ติดฝนอยู่ว่ะ กูวิ่งไปไม่ได้ เอกสารอยู่ที่กู”

สาบานได้เลยว่าแดฮวีไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟังอีกฝ่ายคุยโทรศัพท์ แต่เพราะระยะห่างที่ไม่ได้มีมากมายนักทำให้เขาเผลอได้ยินมันเอง

ดวงตากลมโตนั่นเห็นได้ชัดว่าสีหน้าของอีกฝ่ายไม่ค่อยจะสู้ดีสักเท่าไหร่ เรียวคิ้วคู่นั้นขมวดเข้าหากันจนเป็นปม สีหน้าในตอนนี้นั้นทำให้เขารู้สึกเป็นห่วง ได้แต่ถามออกไปในใจว่าเป็นอะไรหรือเปล่า แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ไม่มีความกล้ามากพอที่จะเอ่ยปากออกไป

“อีกห้านาที ฝนหยุดตกแล้วกูจะรีบวิ่งเข้าไปเลย”

ประโยคถัดมาก็ยังคงดังเข้ามาในโสตประสาทของแดฮวี เด็กหนุ่มเห็นว่าสีหน้าเจ้าของคำพูดนั้นดูเคร่งเครียดยิ่งกว่าเดิม เขาจึงค่อยๆ ขยับเท้าก้าวออกมาเพิ่มระยะห่างอีกสักสองสามก้าวก่อนจะเอื้อมไปเปิดกระเป๋าเป้ของตัวเอง หยิบร่มสีมินต์ที่เขาชอบออกมาถือไว้ในมือ หน่วยตาหวานมองฝนที่กำลังตกอยู่ตรงหน้า มันไม่มีท่าทีว่าจะหยุดภายในห้านาทีนี้เลย เขาคิดว่าน่าจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยสักสิบห้านาทีฝนถึงจะหยุดตกได้

ยิ่งคิดแบบนั้นมือเล็กๆ ที่กำร่มคันนั้นอยู่ก็ยิ่งกำแน่นมากขึ้นไปอีก ริมฝีปากของเด็กหนุ่มถูกเม้มเข้าหากันจนแทบจะเป็นเส้นตรง แดฮวีต้องใช้ความคิดในการตัดสินใจอย่างหนักยิ่งกว่าตอนที่เขาทำข้อสอบซะอีก

มันตัดสินใจยากกว่าตอนที่เขาต้องดิ่งข้อสอบที่ทำไม่ได้ว่าข้อเอหรือข้อบีดี

แล้วสุดท้ายแดฮวีก็คิดว่าเขาจะใช้ความกล้าที่มีอยู่น้อยนิดนี้คว้าโอกาสที่อาจจะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายในชีวิตนี้ไว้

“เอาร่มของผมไปใช้ก็ได้นะครับ”

เขาหันไปหาคนที่อายุมากกว่าแล้วเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพพร้อมกับยื่นร่มสีมินต์ในมือให้กับคนตรงหน้า ในตอนนั้นแดฮวีคิดว่าพรุ่งนี้เขาคงไม่มีความกล้าเอาไปใช้ที่ไหนแล้ว เพราะมันจะถูกใช้ในวันนี้จนหมด

“คือไม่เป็นไรครับ ผมเกรงใจน่ะ”

คำตอบที่ได้กลับมาไม่ได้ทำให้แดฮวีคิดว่าตัวเองหน้าแตกและถูกปฏิเสธความหวังดีสักเท่าไหร่นัก มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ถ้าอยู่ๆ มีใครก็ไม่รู้มายื่นร่มให้เขาแบบนี้ เขาก็คงจะปฏิเสธเหมือนกัน

ทำไมไม่คิดนะแดฮวี...

ก่อนหน้านี้ทำไมถึงไม่คิดนะ

“แต่ผมคิดว่ามันอาจจะจำเป็นสำหรับคุณ” เด็กหนุ่มลองใช้ความพยายามอีกครั้ง ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้แล้วรีบเอ่ยขึ้นต่อ “ผมไม่ได้ตั้งใจฟังคุณคุยโทรศัพท์นะครับ แต่ว่าผม...”

คำพูดของเขาถูกกลืนหายลงไปในท้องเมื่อโสตประสาทรับรู้ได้ถึงเสียงหัวเราะเบาๆ เคล้ากับเสียงของฝนที่ตกอยู่ตอนนี้

แดฮวีกระพริบตาปริบๆ แล้วมองคนตรงหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย

“ถ้าอย่างนั้นผมรบกวนหน่อยนะครับ มาเอาคืนได้ที่ห้องสต๊าฟนิเทศนะ”

“ค...ครับ” เด็กหนุ่มขานรับหลังจากที่ร่มในมือถูกหยิบออกไป ในตอนนั้นแดฮวีไม่รู้เลยว่าตัวเองยิ้มกว้างมากแค่ไหนเมื่อเขาเห็นคนที่เขาแอบชอบมาตลอดอยู่ภายใต้ร่มสีมินต์คันโปรดของเขา

แม้ว่าก่อนหน้านี้แดฮวีจะไม่ชอบฝนตก แต่ตอนนี้เขานึกอยากจะขอบคุณหยาดฝนพวกนั้น

ขอบคุณที่ทำให้เขาได้มีตัวตนในสายตาคู่นั้น

ทั้งที่ก่อนหน้านี้แค่คิดว่าแค่ได้ถูกมองด้วยสายตาคู่นั้นสักครั้งก็พอแล้ว แต่ตอนนี้แดฮวีกลับรู้สึกโลภ เพราะอะไรก็ไม่รู้ แต่เขาอยากจะถูกสายตาคู่นั้นมองมาอีกครั้ง

“ไว้เจอกันอีกนะครับพี่ดงโฮ”

 

 

 

 

 ----------- Umbrella -----------

 

 

 

 

 

 

 

            ประตูห้องสต๊าฟคณะนิเทศถูกเปิดออกด้วยฝีมือของเด็กหนุ่มคนเดิมเป็นวันที่ห้าติดต่อกัน แดฮวียิ้มแห้งหลังจากที่ก้าวพ้นขอบประตูนั่น สายตาของเด็กหนุ่มกวาดมองหาคนที่เขาให้ยืมร่มไปเมื่อสัปดาห์ก่อน เรียวคิ้วของเขาขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อเขาไม่พบใครเลยนอกจากรุ่นพี่คนหนึ่งที่นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ในห้องเท่านั้น

            “ดงโฮไม่อยู่หรอก มันขึ้นไปเรียนล่ะ วันนี้มาผิดเวลาอีกแล้ว” รุ่นพี่คนนั้นว่า นั่นทำให้แดฮวีมุ่ยหน้าลงอย่างรู้สึกเสียดาย  

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขามาที่นี่แล้วพบกับประโยคเดิมๆ ที่คล้ายคลึงกับเมื่อวานและเมื่อวันก่อนนี้

            “อ่า ไม่เป็นไรครับ ไว้ผมจะมาใหม่”

            “เดี๋ยวสิๆ” แดฮวีถูกรั้งไว้ด้วยท่าทีที่ลุกลนของอีกฝ่าย “เอาไลน์มันไปไหม เผื่อจะได้คุยกันดีๆ น้องจะได้ไม่ต้องเสียเวลา” คนอายุมากกว่ายื่นข้อเสนอให้ แต่แดฮวีกลับรู้สึกหนักใจ

            เขาไมอยากจะมองว่ามันเป็นภาระที่ต้องมาห้องสต๊าฟของตึกคณะนิเทศที่อยู่คนละฟากกับตึกเรียนของเขา ซ้ำทั้งเขาไม่อยากจะแทรกตัวเองเข้าไปอยู่ในชีวิตของดงโฮด้วยวิธีการแบบนั้นด้วย

            ยิ่งมีช่องทางการติดต่อส่วนตัว แดฮวีก็ยิ่งรู้สึกเหมือนมีความหวังที่จะได้เข้าใกล้อีกฝ่ายมากขึ้น

            เขารู้ตัวดีว่าตัวเองเป็นคนโลภมากแค่ไหน เขาถึงไม่อยากจะมองเห็นหัวใจที่พังลงของตัวเองในอนาคต

            สู้ปล่อยให้เป็นแบบนี้ไปน่ะดีที่สุดแล้ว

            “ไม่เป็นไรครับ ผมมาใหม่ได้” เด็กหนุ่มปฏิเสธแล้วโค้งให้รุ่นพี่ในสุภาพ

            “เฮ้ย! เดี๋ยวก่อน ไม่เอาไลน์งั้นเอาเบอร์มันไปไหม?”

            เมื่อถูกรั้งไว้อีกครั้ง แดฮวีก็นึกสงสัย เขาเอียงคอมองรุ่นพี่ตัวสูงตรงหน้า

            “คือผม...”

            “เออเอาไปเถอะมันไม่ว่าอะไรหรอก พี่สงสารเราเห็นเดินมาหลายรอบแล้ว” ว่าไปพลางเขียนเบอร์โทรพร้อมกับไอดีไลน์ของเพื่อนสนิทที่ชื่อว่าคัง ดงโฮใส่โพสท์อิทแผ่นเล็กพร้อมกับยื่นให้รุ่นน้องต่างคณะตรงหน้า

            “มันจะดีเหรอครับ”

            “ดีแล้ว ดีที่สุด”

            ถึงจะได้ยินแบบนั้นแต่แดฮวีก็ไม่อยากจะเชื่อสักเท่าไหร่ เขาจำใจรับโพสท์อิทแผ่นนั้นมาเก็บมันใส่กระเป๋ากางเกงแล้วโค้งลารุ่นพี่ที่ถ้าได้มาอีกสักรอบคงจะได้สนิทกันแล้ว

            คล้อยหลังจากที่บานประตูถูกปิดพร้อมกับรุ่นน้องต่างคณะที่เดินออกไปแล้ว ร่างของคนที่แดอวีตามหามาตลอดทั้งสัปดาห์ก็เดินออกมาจากฉากคัทเอาท์ของคณะที่ไว้ทำการแสดง ดงโฮยิ้มแห้งให้กับเพื่อนสนิทที่ส่งสายตาคาดโทษมาให้กับเขา

            “มึงไปแกล้งน้องมันทำไมวะ”

            “อะไร? ใครแกล้ง? ไม่มี” ดงโฮปฏิเสธแล้วเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดิมก่อนที่แดฮวีจะเดินเข้ามา วันนี้เขาเกือบเอาตัวไม่รอดแล้ว มัวแต่นั่งเล่นเพลินเกือบแอบอีกฝ่ายไม่ทัน

            “ก็ที่มึงแอบอยู่เนี่ย เขาเรียกว่าแกล้ง”

            “มึงใส่ร้ายกูฮวังมินฮยอน”

            เจ้าของชื่อไม่รู้ว่าจะตอบกลับไปยังไงดี นอกจากถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่แล้วกลอกตาขึ้นมองเพดานห้องให้กับการกระทำเด็กน้อยที่สวนทางกับหน้าตาของเพื่อนคนนี้

            ทุกครั้งที่เด็กคนนั้นมาเขามักจะต้องเป็นคนรับหน้าทุกที แล้วเพื่อนตัวดีก็ชอบวิ่งหายเข้าไปในห้องไปหลบตามซอกหลืบบ้าง ทำตัวให้เล็กที่สุดเพื่อไม่ให้น้องเห็น มินฮยอนคิดว่าเพื่อนเขาไม่ใช่แค่จะขโมยร่มสีมินต์คันนั้นแล้วแหละ คัง ดงโฮต้องมีแผนที่ชั่วร้ายมากกว่าแค่ร่มคันเดียว

            เป้าหมายของมันอาจจะเป็นเจ้าของร่มก็ได้

            “เอาจริงๆ นะ มึงชอบน้องเขาหรืออะไรวะ”

            “ทำไมกูต้องบอกมึงด้วย”

            “ชอบก็บอกไปว่าชอบ ไม่ใช่มาแกล้งน้องมันแบบนี้ ไม่สงสารน้องเหรอวะเดินไปมาตั้งห้ารอบ เป็นกูนี่กูเอาร่มทำบุญให้มึงไปล่ะ”

            “มึงก็โอเวอร์”

            แต่มันก็จริงอย่างที่เพื่อนของเขาพูดนั่นแหละ ดงโฮไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพรุ่งนี้อีกฝ่ายจะเดินมาเอาร่มที่ห้องนี้อีกหรือเปล่า บางทีนี่อาจจะเป็นวันสุดท้ายแล้วก็ได้

            “กูถึงให้มึงคะยั้นคะยอเอาเบอร์กับไลน์กูให้น้องไปไง”

            “น้องเขาอาจจะเอาไปทิ้งก็ได้”

            เมื่อได้ยินแบบนั้นดงโฮก็เงียบ ไม่ได้ตอบอะไรมินฮยอนกลับไป เขาเองก็เพิ่งคิดได้เหมือนกัน เขาเองก็แค่อยากจะให้น้องเข้ามาหาเขาที่ห้องนี่บ่อยๆ อ่า...ถึงจะแค่เข้ามาเอาร่มคืนก็เถอะ แต่ถึงอย่างนั้นเขาเองก็ไม่ได้มีความกล้ามากพอที่จะบอกออกไปว่าเริ่มสนใจในตัวอีกฝ่าย

            ถึงจะเพิ่งเจอกันครั้งแรกก็ตาม แต่เขาไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลยสักนิด ดงโฮอาจจะเพิ่งรับรู้ถึงการมีตัวตนอยู่ของอีกฝ่ายเมื่อไม่นานมานี้ แต่เขากลับมีความรู้สึกเหมือนว่าพวกเขาเคยเจอกันที่ไหนมาก่อน

            มันอาจจะฟังดูเหมือนละครน้ำเน่า แต่นั่นคือสิ่งที่เขารู้สึกอยู่จริงๆ

          ติ๊ง!

            ทว่าเสียงเตือนข้อความจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ฉุดให้เขาหลุดออกจากห้วงความคิดของตัวเอง ดงโฮหยิบมันมาดูอย่างไม่ได้สนใจอะไร ก่อนจะปาโทรศัพท์ทิ้งลงบนโต๊ะราวกับว่ามันเป็นของร้อนด้วยความตกใจ จนมินฮยอนที่นั่งอยู่ข้างๆ ถึงกับสะดุ้งโหยงไปตามกัน

            “เชี่ย! ตกใจหมด!” มินฮยอนอุทาน ก่อนจะหันไปตามคนข้างๆ “มีอะไรวะ”

            “น้อง! น้อง!

            “น้องอะไร”

            “น้องแอดไลน์กูมา!” ดงโฮเงยหน้าขึ้นตอบเพื่อนสนิทแล้วฉีกยิ้มกว้างยิ่งกว่าตอนเห็นเกรดวิชาภาคเสียอีก ยิ่งได้เห็นภาพแบบนั้นมินฮยอนก็ยิ่งนึกหมั่นไส้เจ้าเพื่อนตัวดี จนอยากจะแกล้งบอกว่าน้องคนนั้นเดินเข้ามาในห้องอีกรอบซะให้ได้

            “กูไม่นกแล้ว กูไม่นก”

            บางทีมินฮยอนก็นึกสงสัยว่าเพื่อนเขาทำงานหนักเกินไปหรือมันไม่มีความรักนานเกินจนเพี้ยนไปแล้ว

            แต่ช่างเถอะ ไม่ว่าจะแบบไหนมันก็นานมากแล้วเหมือนกันที่เขาไม่ได้เห็นคัง ดงโฮยิ้มกว้างแบบนี้

            มินฮยอนยิ้มก่อนจะก้มหน้ามองหน้าจอโทรศัพท์ของดงโฮที่มีแจ้งเตือนอันล่าสุดเข้ามา สาบานได้เลยว่าปกติแล้วเขาไม่ใช่คนชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านสักเท่าไหร่ แต่เขาแค่อยากรู้ว่าอะไรที่ทำให้ดงโฮกลายร่างจนกรรมการสุดเนี๊ยบเป็นคนบ้าได้ในชั่วพริบตา

 

            Daehwi.lee : พี่สะดวกเอาร่มมาคืนไหมครับ ผมรออยู่ที่ร้าน Hollywood นะครับ

 

           

 

            โอเค...

            เขาว่าเด็กนี่ก็ไม่เบาเหมือนกัน

            ไม่น่าหลงผิดมาชอบคนอย่างเพื่อนเขาเลย

 

 

 

 

 

 

 ----------- Umbrella -----------

 

 

 

 

            แดฮวีคิดว่าตัวเองใกล้จะกลายเป็นโรควิตกกังวลเข้าไปทุกที หลังจากกดเพิ่มเพื่อนจากไอดีไลน์ที่รุ่นพี่คนนั้นให้เขามา พร้อมกับส่งข้อความขอนัดคืนร่มกับอีกฝ่ายเขาก็เอาแต่นั่งจ้องโทรศัพท์ตลอด คอยดูว่ามันขึ้นคำว่าอ่านแล้วหรือยัง หรือมีข้อความอื่นตอบกลับมาอีกไหม อยู่ๆ ก็รู้เหมือนกับว่าวินาทีของเขาในตอนนี้มันเคลื่อนไปช้ากว่าวินาทีของคนอื่นยังไงก็ไม่รู้

            เด็กหนุ่มยกนิ้วขึ้นมากัดเล็บแก้อาการที่กำลังเป็นอยู่ในตอนนี้ ความคิดมากมายต่างแย่งกันเข้ามาในหัวของเขาจนอะไรไม่รู้เต็มไปหมด แดฮวีสะบัดศีรษะไปมากกว่าสิบรอบเพื่อไล่ความคิดพวกนั้นออกไป แต่สุดท้ายแล้วเขาก็พบว่ามันไร้ประโยชน์อยู่ดี

            ตื่นเต้น...

            ตื่นเต้นไปหมดแล้ว

            ติ๊ง!

            ในตอนนี้เสียงเตือนของข้อความจากแอปพลิเคชั่นสีเขียวดังขึ้นพร้อมกับป๊อปอัปที่ด้งขึ้นมาแจ้งเตือน แดฮวีแทบลืมวิธีหายใจไปในขณะนั้น ถึงเขาจะนั่งรถข้อความจากอีกฝ่ายมาสักพังนึงแล้ว แต่พอได้รับมันกลับมาจริงๆ เขาก็นึกกลัวเหมือนกันว่ามันจะไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิด

            เขากลัวว่าข้อความนั้นจะกลายเป็นข้อความปฏิเสธมากกว่าตอบตกลง

            สุดท้ายแล้วแดฮวีก็คว่ำหน้าจอโทรศัพท์ลงกับโต๊ะแล้วหยิบแก้วสมูธตี้ขึ้นมาดูด เขาคิดว่าจะนั่งรออีกฝ่ายจนกว่าน้ำแก้วนี้จะหมด ถ้าไม่มาเขาเองก็คงจะไม่ไปตามร่มคันนั้นคืนแล้ว

            ไม่มีความกล้าอีกแล้วล่ะ...

            แดฮวีใช้ความกล้าทั้งหมดในชีวิตไปกับการให้ดงโฮยืมร่มหมดไปแล้ว

            แต่เหมือนทุกอย่างจะเข้าข้างเขาอีกครั้ง เมื่อแดฮวีละสายตาจากแก้วน้ำตรงหน้าแล้วเลื่อนสายตาไปยังประตูกระจกของร้าน เขาพบกับร่างของใครบางคนที่เขาพยายามเข้าไปหาที่ห้องสต๊าฟมาตลอดหลายวันกำลังเปิดประตูเข้ามาในร้านพร้อมกับสายตาที่สอดส่องหาใครบางคน

            แดฮวีไม่รู้ว่าเขาโลภเกินไปหรือเปล่า...

            แต่หัวใจของเขากำลังทำงานอย่างหนัก เพียงแค่เผลอคิดว่าใครคนนั้นกำลังมองหาเขาอยู่

            แล้วสิ่งที่เขาไม่นึกไม่ฝันมาตลอดก็กำลังเกิดขึ้นต่อหน้าเขา เมื่อคนที่ติดอยู่ในความทรงจำดีๆ ของเขาได้ออกมายืนอยู่ตรงหน้า แดฮวียกมือขึ้นมาตบหน้าตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกตัวเองให้ตื่นจากความฝัน แต่ดูเหมือนว่าเขาจะคิดผิดไป นี่ไม่ใช่ความฝัน...

            “น้องครับ? น้อง?”

            เสียงทุ้มดังขึ้นตรงหน้า ทำให้แดฮวีกระพริบตาปริบๆ สองสามครั้งแล้วพยายามตั้งสติของตัวเองใหม่

            ไม่จริงหน่า...

            มันไม่น่าจะเป็นไปได้

            “น้องร่มสีเขียวใช่ไหม?”

            คนถูกถามไมได้ตอบอะไรกลับไปนอกจากส่ายหน้าพรืด จนเจ้าของคำถามเลิกคิ้วขึ้นสูง

            “ไม่ใช่สีเขียวครับ มันสีมินต์” เด็กหนุ่มตอบกลับไป แต่เขาไม่คิดว่าคำตอบนั้นของเขามันจะสามารถเรียกรอยยิ้มจากอีกฝ่ายได้

            “พี่ไม่ได้เอาร่มมาคืนหรอกนะ ไว้พรุ่งนี้เราไปเอาที่ห้องสต๊าฟได้หรือเปล่า”

            “ค..คือพรุ่งนี้”

            “ถ้าไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวพี่นัดออกมาที่อื่นแบบนี้ก็ได้”

            แดฮวีรู้สึกมึนงงไปชั่วขณะเหมือนกับมีค้อนปอนด์อันใหญ่ที่ตีลงบนศีรษะของเขา ดวงตากลมโตยังคงกระพริบปริบๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้

            “วันนี้พี่มาบอกเฉยๆ ไว้พรุ่งนี้จะนัดใหม่อีกทีนะ” ว่าจบแล้วอีกฝ่ายก็ลุกออกไปทิ้งให้แดฮวีมองตามจนแผ่นหลังกว้างนั้นเล็กลงไปเรื่อยๆ แล้วจมหายไปท่ามกลางผู้คน

            แดฮวียังคงนั่งอ้าปากไม่ต่างจากปลาที่ขาดอากาศหายใจ เขาจำไม่ได้แล้วว่าเมื่อกี้นี้เกิดอะไรขึ้นบ้างหรือแม้กระทั่งตัวเองพูดอะไรออกไปบ้าง ทุกอย่างมันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเขาตั้งตัวไม่ทัน ราวกับว่าในตอนที่อีกฝ่ายมายืนอยู่ตรงหน้าเขา มีใครจงใจหยุดเวลาไว้เสียอย่างนั้น เขาถึงได้หลงลืมมันไปชั่วขณะ

            ติ๊ง!

            แต่แล้วเสียงเตือนข้อความก็ดังขึ้นอีกครั้ง แดฮวีหยิบมันขึ้นมาดูอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพบว่าเจ้าของข้อความนั้นคือคนเดียวกับที่มาพูดต่อหน้าเขาเมื่อกี้นี้ ทันทีที่อ่านข้อความนั้นจบรอยยิ้มกว้างก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา แดฮวีไม่รู้จริงๆ ว่าหัวใจของตัวเองมันเต้นแรงขนาดไหน วัดไม่ได้เลยว่ามันพองโตขึ้นมาเท่าไหร่ เขาไม่ได้นึกอยากเข้าข้างตัวเอง แต่ดูเหมือนว่าชื่ออีแดฮวีจะเข้าไปอยู่ในชีวิตของคัง ดงโฮแล้ว

 

            Realbaekho : พรุ่งนี้เจอกันที่หน้าโรงอาหารหนึ่งนะครับ ไม่มาพี่ไม่คืนร่มให้นะ

 

 

 

 

 

            ทุกอย่างมันเหมือนกับความฝัน...

 

            เขาได้แต่นึกขอบคุณตัวเองในวันนั้น...

            ขอบคุณที่ใช้ความกล้าทั้งหมดยื่นร่มในมือให้กับอีกฝ่าย

            ขอบคุณฝนที่ตกในวันนั้นที่ทำให้ทุกอย่างเป็นใจ

 

 

 

 

 

            ในวันที่ฝนตกลงมา ผมยืนอยู่กับเขาเพียงสองคนที่ป้ายรถเมล์เก่าๆ

แต่คราวนี้ผมไม่ได้ยื่นร่มสีมินต์ให้กับเขาแล้ว

เขาถือร่มคันนั้นไว้ในมือ แล้วยกมืออีกข้างหนึ่งขึ้นโอบไหล่ของผม

ก่อนที่เราทั้งสองคนจะเดินออกจากป้ายรถเมล์นั้นด้วยกัน

.

.

.

และนั่นเป็นครั้งแรก...ที่ผมได้อยู่ใต้ร่มคันเดียวกันกับเขา

 

           

 

             

 

 

 

 

 

           

           

 

 

END

 

 

 

 

TALK TALK TALK

            คือรู้สึกว่าตัวเองต้องพัก...พักจากการเขียนคนบาปก่อนที่จะบาปตาม 55555555555555555 เอาจริงๆ อันนี้เป็นพล็อตที่อยู่ในหัวนานมาก และคิดว่าต้องเอาออกแล้ว และมันก็ออกมาเป็นแบบนี้นั่นเอง 555555555 เห็นฟิคแบคฮวีแล้วแบบ ทำไมพี่แบคต้องโหดต้องโฉดไปซะ 80% อ่ะ (ฟิคแกก็เหมือนกันนั่นแหละ) เลยคิดว่าลองมาเป็นฟิคแบบฟิลกู๊ดดูบ้างจะเป็นยังไง แล้วก็เป็นแบบนี้ // นั่งเขี่ยพื้น // บทความนี้ยังเป็นบทความที่รวม sf และ os ของ 101 อยู่นะคะ คิดว่าจะไม่แยกกันล่ะ ขี้เกียจนั่งแต่งบทความใหม่ เลยมีวิธีแยก sf/os เรื่องทั่วไปเป็นสัญลักษณ์ ✚ ขึ้นต้นชื่อตอนค่ะ ส่วนคนบาปxแก๊งยัย จะเป็นสัญลักษณ์นี้ ► เพราะมีพล็อตอีกล้านแปดในหัวที่ไม่ใช่พล็อตคนบาป 55555555555555 อยากเขียนหลายๆ แนว หลายๆ แบบเลย อยากจะสารภาพว่าเพราะเขียนนั่นที่เขียนคนบาปติดๆ กันเลยทำให้มีสองเรื่องที่ติดโทนเดียวกัน พอมานั่งไล่อ่านแล้ว โอเคค่ะ..ยอมรับผิดแต่โดยดี เพราะว่าอยากจะเขียนให้แต่ละคู่มันแตกต่างกัน แต่มีบางตอนแบบแอบซ้อนทับกันนิดนึง เลยคิดว่ามาเบรกตัวเองด้วยการเขียนแนวอื่นดูมั่ง เผื่อจะหาย แต่เพิ่งเริ่มทำวันแรกไม่รู้ว่าผลจะเป็นยังไง 555555

            มาตอบเม้นเรื่องรวมเล่มด้วย ตอนนี้ยังไม่มีแพลนในหัวเลยค่ะ ถ้ารวมคิดว่าคงจะรวมแต่คนบาป os/sf เรื่องอื่นๆ น่าจะไม่ได้รวมอยู่ด้วยในนั้น แต่ตอนนี้ยังไม่ได้แพลนอะไรไว้เลยขอเขียนไปเรื่อยๆ ก่อนนะคะ กำลังมันมือ ฮ่าาาาา

             แล้วเรื่องที่สำคัญที่สุด...สำคัญมากๆ สำหรับการทอล์ควันนี้ ขอบคุณทุกๆ คนมากนะคะที่ให้ความเอ็นดูกับฟิคเรื่องนี้ ฮื่ออออออออ เมื่อวานก็ดีใจแล้วมีนองที่รู้จักทักมาบอกว่าฟิคติดท็อป 21 แต่วันนี้มาแอบดูอีกที ขึ้นไปอยู่ที่ 8 แล้ว ฮื่ออออ น้ำตาจะไหลเลย ไม่คิดว่าจะมีคนเอ็นดูฟิคเรื่องนี้มากขนาดนี้ TT ไม่มีคำไหนจะพูดมากกว่าคำว่าขอบคุณแล้ว ฮื่อออ TT


            สุดท้ายนี้ตอนนี้อาจจะทอล์คยาวไปหน่อย แต่เค้ายังรออยู่ที่เดิมนะ #ficBxB101 ฮ่าาาาาาาาาาาาาา

           

           

 

           

           

             

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,026 ความคิดเห็น

  1. #2975 LamborJihoon (@LamborJihoon) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:07
    ชอบเรื่องนี้มากเลยค่ะ อ่านไปเขินไป หยุดยิ้มไม่ได้เลย มีความสุข ทุกอย่างพอดีมากๆ พี่ขี้ซึนอะ ตลก555555
    #2,975
    0
  2. #2887 TigerPisces (@biw18940) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 23:14
    โมเมนท์ที่ดีที่สุดคือโมเมนท์ที่คนที่แอบชอบเขาชอบเรากลับนี่แหละ ยินดีปรีดาไปพร้อมกับหวีมากๆ ฮือออออ
    #2,887
    0
  3. #2527 babyhwihwang (@babyhwihwang) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 22:44
    ชอบมากอ่า ละมุนนนร แง้งงงง
    #2,527
    0
  4. #2520 fahhfahh2 (@FahhFahh) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 18:48
    ค่ดน่ารักเลยยยยโอ๊ยยแบคฮวีแบบนี้คือแปลกใหม่กรี๊ดดดดดี๊ดี
    #2,520
    0
  5. #2095 Mamimilky (@Mamimilky) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 19:58
    หืออออออออออ เขิลง่าา ทำไมตอนเรียนแม่งไม่เจอแบบนี้บ้างวะ 5555555
    #2,095
    0
  6. #2077 therip time (@woothlee) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 10:27
    น่านักมากเลยค่ะ อ่านไปล่อบอุ่นมากกก เขินเลยนะเนี่ย
    #2,077
    0
  7. #1512 TanyaratKwjy (@TanyaratKwjy) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 14:12
    น่ารักอ่ะ มีความโรแมนติก
    #1,512
    0
  8. #1200 Moonshining (@KiHae_KyuMin) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 14:16
    ฟิคเรื่องนี้ ภาษาดี เรียบเรียง พลอตน่ารัก มีมุมตลก มีสำนวนชวนคิด
    มันไม่แปลกเลยที่จะมีคนชอบเยอะขึ้นเรื่อยๆ ^^
    #1,200
    0
  9. #1190 Pairliz (@yamapair) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 07:59
    ขอบฟิคแนวนี้ น่ารักมากค่ะ
    #1,190
    0
  10. #1178 suchag (@suchag) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 12:45
    น่ารักมากกกก แงงง พิดงโฮคะะะะ
    #1,178
    0
  11. #1165 (@aroonratdevil) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 22:33
    น่ารักม้าดดดดดดดดดดดดดด นี่ยิ้มตามหนูหวีอ่ะ ทำไมน่ารัก ฮือออ อิพี่ดงโฮมีความแกล้งน้องอ่ะโถ่ ต้องให้น้องเริ่มแอดไลน์ไปก่อนงี้ แหมะ อยากอ่านต่อจังเงยง้า แดฮวีน่าบีบมาก ลูกแม่
    #1,165
    0
  12. #1130 mermaid95 (@naricknick) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 13:16
    แง่งงงง น่ารักจังงงงง ฟินมากกกก มีความแกล้งน้องนะะ
    #1,130
    0
  13. #997 97ivy (@palmmus) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 11:00
    น่ารักมากเลยย หัวใจพองโตววว
    #997
    0
  14. #841 Tongdchr (@Tongdchr) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 19:23
    เกร้สสสสสส ความหวานนี้ เจ้าหวีคนเก่ง ฮือออออ เก่งมากลูก ส่วนอิพี่ ขี้แกล้งเหลือเกินนะ นิสัย
    #841
    0
  15. #719 Demolish. (@jan_hikaru) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 15:42
    คือมันน่ารักมากกกกกกกกกกกกก
    คิดสภาพที่แดฮวีตากลมๆ ทำตาปริบใส่พี่เสือแล้วแบบโอียยยยยยยยยยยยยยย เขิน
    #719
    0
  16. #636 tchn (@bowkhim3642) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 16:23
    โอ้ยย น่ารักมากเลยค่ะ ฮือฟินเว่อ
    #636
    0
  17. #627 Winterrin (@0875350549) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 08:14
    โอ๊ย เหม็นความรัก!
    #627
    0
  18. #623 emptyq_ (@emptyq_) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 07:49
    ได้ทั้งร่มทั้งเจ้าของร่มเลยนะพิแบค อยากมีโมเม้นท์นี้บ้างเด้อ
    #623
    0
  19. #565 sparkleVegetable (@sparkleVegetable) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 18:38
    โอ้ยยยย น่ารักมากเลย
    ดีกับใจจังเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับตอนนี้นะคะ <3
    #565
    0
  20. #560 Bminepoy (@Poyb2uty) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 15:02
    แฮปปี้ เอนดิ้งงงงงงง
    #560
    0
  21. #541 imyouryellow (@im-honey) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 01:24
    เอ้ออออ สรุปก็นัดคืนร่มไปคืนร่มมาก็ไม่ได้ร่มคืนได้ได้คนกางร่มมาให้แทนเนอะ~
    #541
    0
  22. #537 greenbibi (@greendiff) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 23:12
    เขินนนนนนนนนน
    #537
    0
  23. #535 littleit. (@woomuk) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 22:55
    พี่แบคน่ารักมาก มีการไปแอบไม่ให้น้องเห็นด้วย นานๆทีจะเจอฟิคพี่แบคเป็นคนละมุนๆแบบนี้ ชอบมากเลยค่ะ>///<
    #535
    0
  24. #474 whyyy2702 (@whyyy2702) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 17:51
    เราว่าเรื่องนี้เป็นฟิคแบคฮวีไม่กี่เรื่องที่ให้ฟีลอบอุ่นและน่ารักไปในตัว ชอบโทนเริ่มเรื่องกับตอนจบมากค่ะมันดูสมหวังแบบชุ่มชื่นหัวใจ ชอบในความมั่นคงของน้องฮวี มองดูพี่เขามาสามปี ดูการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของคนที่ชอบโดยที่เขาไม่รู้จักเรา แอบอิงชีวิตจริงที่ว่าในมหาลัยไม่เจอกันง่ายๆหรอก แต่พอเจอกับพี่เขาอีกรอบน้องมีความกล้าที่จะยื่นร่มออกไปมันน่ารักมากเลยค่ะ มันเหมือนจุดเริ่มต้นการขยับความสัมพันธ์ของน้องกับพี่ พี่ดงโฮนี่ก็ขี้เขินขี้แกล้งน้องนะคะแอบร้ายทั้งคู่เลยมีการนัดเจอ อิอิ คนแต่งยังคงความประทับใจในเนื้อเรื่องและภาษาที่เขียนออกมากับเราเหมือนเดิมเลยค่ะเราชอบสไตล์คุณเลย แล้วก็แสดงความยินดีด้วยนะคะที่ฟิคติดท็อป เหมาะสมแล้วจริงๆค่ะ เป็นกำลังใจให้ต่อไปนะคะ ^^
    #474
    0
  25. #465 TaoHun DakHyo (@kim_nik) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 10:15
    มีแกล้งน้องให้มาหา แล้วไหนจะให้เพื่อนบังคับเอาเบอร์ให้น้องอีก. เป็นการจีบที่แปลกดี แต่ดูอบอุ่นมาก
    #465
    0