(ชุดวงการบันเทิง) เริงแสงดาว By ญาณา/สนพ.มายดรีม

ตอนที่ 3 : ดวงตาที่ร้ายกาจ100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,121
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    18 มิ.ย. 56

2

ดวงตาที่ร้ายกาจ

 

            “เป็นอะไรน่ะข้าว อรชาถามขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนสนิทหันไปมองด้านหลังบ่อยครั้ง หลังจากลงจากรถเมล์ แล้วเดินตามฟุตบาธมาเรื่อยๆ เพื่อตรงไปยังปากซอยเข้าบ้านซึ่งอยู่ไม่ไกลจากป้ายรถเมล์นัก

            ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าขวัญข้าวพึมพำสีหน้าครุ่นคิด

            คิดอะไรอรชาถามด้วยสีหน้างุนงง

            เหมือนว่าเราสองคนกำลังถูกตาม

            ใครตามมา อรชาทำหน้าเลิ่กลั่ก เมื่อเพื่อนบุ้ยใบ้ไปยังเบื้องหลังเธอก็มองตาม

            ผู้ชายตัวสูงใหญ่ที่เดินตามหลังเรามาห่างๆ น่ะ ฉันเห็นเขาตั้งแต่อยู่ป้ายรถเมล์หน้าห้างแล้วนะ

            มันคงบังเอิญที่บ้านเขาอาจอยู่แถวนี้ก็ได้ อรชาเอ่ยขึ้นขณะทั้งสองเดินมาถึงปากซอยเข้าบ้าน ในตอนเย็นอย่างนี้คนยังคงพลุกพล่านเพราะต่างออกมาซื้อหาอาหารที่มีขายอยู่เรียงรายตามริมถนน

            “บังเอิญท่าจะอยู่ซอยเดียวกันกับเราด้วยแหละ ขวัญข้าวเอ่ยขึ้นเมื่อหันไปเห็นชายหนุ่มแปลกหน้าร่างสูงใหญ่เดินตรงมายังปากซอยตามหลังเธอกับเพื่อนสนิท

            คงงั้น แต่อย่าไปสนเลย หันไปมองเขาบ่อยๆ เดี๋ยวเขาจะเข้าใจผิดคิดว่าเราสนใจนะ

            งั้นฉันจะแวะซื้อก๋วยเตี๋ยวร้านพี่เอ็มฝากพ่อก่อนนะ

            เดี๋ยวฉันก็จะซื้อนมให้หนูอินเหมือนกัน อรชาเดินเข้าไปยังเซเว่นหน้าปากซอย ส่วนขวัญข้าวก็แยกไปยังร้านก๋วยเตี๋ยวที่ตั้งอยู่ตรงด้านหน้าร้านสะดวกซื้อ และเธอก็อดไม่ได้ที่จะมองหาร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มแปลกหน้าที่สงสัยว่าจะตามเธอกับเพื่อนสนิทมา และเธอก็เห็นเขายืนอยู่ที่แผงขายลูกชิ้น เยื้องกับเซเว่นนั่นเอง

เขาคงเป็นคนแถวนี้จริงๆ ที่ไม่คุ้นหน้า อาจเพราะเพิ่งย้ายมาอยู่ หรือถ้าไม่ได้อยู่ในซอยนี้ก็อาจมาหาเพื่อนก็ได้

            เมื่อเธอกับอรชาเดินกลับบ้าน เธอหันไปมองด้านหลังอีกครั้ง มีคนเดินตามหลังเธอมาหลายคน ทั้งหญิงและชาย หนุ่มสาวและสูงวัย แต่ขวัญข้าวไม่เห็นร่างสูงใหญ่ของผู้ชายคนนั้น ขวัญข้าวขำตัวเองในใจที่ฟุ้งซ่านว่ามีคนตามเธอกับเพื่อนสนิท แท้จริงแล้วก็แค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น

            เมื่อมาถึงบ้านเช่าทั้งสองโบกมือให้กัน แต่ไม่รู้เลยว่าขณะที่ต่างกำลังไขประตูบ้านนั้น ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่คนนั้นนั่งซ้อนรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างผ่านไปพอดี

 

            เย้ น้าอ้อนกลับมาแล้ว เด็กหญิงวัยหกขวบใบหน้ากลม แก้มยุ้ยที่ปล่อยผมยาวเคลียบ่าร้องขึ้นอย่างดีใจเมื่อเห็นน้าสาวเดินเข้าบ้านมา

            น้าซื้อนมกับขนมมาให้หนูอินด้วยนะ

            ขอบคุณค่ะน้าอ้อน หนูอินยกมือไหว้ รับถุงจากมือน้าสาว ก่อนจะเดินเข้าไปหาแม่ที่กำลังล้างจานในห้องครัว

            กินข้าวมาหรือยังล่ะ นางอนงค์ที่นั่งดูทีวีอยู่ โดยแขนข้างหนึ่งยังใส่เฝือกเอ่ยถามผู้เป็นลูกสาว

            กินกับยายข้าวมาแล้วค่ะ หญิงสาวเดินมานั่งข้างๆ มารดา ที่กำลังดูข่าวภาคค่ำอยู่อย่างสนใจ

            งานเป็นไงบ้างล่ะ

            วันนี้ก็ถ่ายรูปไปแล้วค่ะ อรชาบอกแม่กับพี่สาวเรื่องเพอร์โมเดลลิ่งกับการประกวดเป็นนางแบบนู้ดของนิตยสาร S-F H ตอนแรกแม่เธอคัดค้าน เพราะเห็นว่ามันดูโป๊มากไปในความคิดของนาง และไม่เข้าใจภาพอาร์ตหรืออะไรทั้งนั้น แต่อรชาก็ย้ำว่าเธออยากลองทำดู บอกถึงสิ่งที่เธอตั้งใจจะทำเพื่อครอบครัว จากนั้นหญิงสาวก็เอาภาพดาราชื่อดังหลายคนที่เคยถ่ายภาพกับนิตยสาร S-F H ให้แม่ดู บอกย้ำว่าภาพมันไม่ได้น่าเกลียดอะไร แม่เธอก็ยังไม่ยอมรับอยู่ดี แต่เมื่ออรชาดื้อแพ่งที่จะลองทำดู และสัญญาว่าจะเลิกทำ หากได้เงินตามจำนวนที่ตั้งใจไว้ แม่ก็เลยเลิกแย้ง แต่ก็ไม่ได้สนับสนุนเช่นเดิม

            พรุ่งนี้ต้องไปอีกไหม

            พักสองวันค่ะ

            สองแม่ลูกพูดคุยกันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงียบไป เพราะรายการทีวีเข้าช่วงข่าวบันเทิง ที่ไฮไลท์มีข่าวของนางเอกสาวจินนี่ จิดารัตน์กับหนุ่มรู้ใจคนใหม่ก่อนตัดเข้าช่วงโฆษณา ภาพที่เธอเห็นเพียงไม่กี่วินาที แต่เธอก็สามารถจดจำชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ นางเอกสาวคนดังได้  และอรชาก็ยอมรับว่าเวลาเขาสวมสูทแบบนี้แล้วก็ยิ่งดูดีและทำให้บุคลิกเขาดูสง่าและน่ากริ่งเกรง อาจเพราะใบหน้าคมหล่อที่นิ่งขรึม

            เมื่อตัดเข้าสู่รายการอีกครั้ง เธอก็จ้องจอทีวีอย่างไม่กะพริบตา เมื่อข่าวดาราคนอื่นผ่านไป ก็เข้าช่วงข่าวของจิดารัตน์ทันที

            จินนี่ จิดารัตน์ นางเอกสาวสวยของวงการยิ้มแก้มปริ เมื่อออกงานอีเว้นท์เมื่อวาน มีหนุ่มหล่อ ที่แว่วว่าเป็นคนรู้ใจคนใหม่ หลังเลิกรากับกันตพงษ์ แฟนหนุ่มไฮโซฯไปเมื่อเดือนก่อน ซึ่งหนุ่มคนใหม่นี่ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน พีช พิชยะ อาจอง เจ้าของบริษัทอาจอง ไดมอนด์ กรุ๊ปจำกัด เจ้าของแบรนด์ Peach Diamond และยังเป็นเจ้าของรีสอร์ตชื่อดังที่เกาะช้าง และเขาก็ไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับวงการ เพราะก่อนหน้ามาเจอจินนี่ จิดารัตน์นั้นพิชยะก็ควงอยู่กับดารา นางแบบและสาวไฮโซฯ มานับไม่ถ้วน แต่ดูเหมือนตอนนี้เจ้าพ่อไดมอนด์คนดังของเมืองไทยจะตกบ่วงรักของจินนี่เข้าอย่างจริงจัง เพราะหลายคนเห็นว่าเขาทำตัวเป็นเงาตามตัวนางเอกสาวมาระยะหนึ่งแล้ว เท็จจริงอย่างไร ลองมาฟังจากปากจินนี่ได้เลยค่ะ

            แล้วภาพก็ตัดมายังภาพของนางเอกคนดัง ที่ถูกห้อมล้อมด้วยบรรดานักข่าว ที่มีไมค์และเครื่องมือบันทึกเสียงจ่ออยู่ตรงหน้า

            จินนี่กับคุณพีชเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นานมานี่เอง เพราะจินนี่รู้จักคุณแพทรียาน้องสาวของคุณพีช เพราะเป็นลูกค้าห้องเสื้อของคุณแพทค่ะ ตอนนี้จินนี่กับคุณพีชก็ยังไม่เรียกว่าคนรู้ใจอะไรหรอกค่ะ เพราะเพิ่งคุยกัน

            อีกนานแค่ไหนคะถึงจะสามารถเรียกว่าแฟนหรือคนรู้ใจได้

            โอ๊ย....อันนี้จินนี่ก็บอกไม่ได้เหมือนกันค่ะ ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องอนาคต และอีกอย่างจินนี่ก็ไม่อยากไปจำกัดในการคบหากันด้วยสถานภาพอะไรมากมาย คุยๆ กันไปเรื่อยๆ แบบนี้สบายใจกว่าค่ะ

            ตอบแบบนี้คุณพีชไม่น้อยใจแย่เหรอคะ

            ไม่หรอกค่ะ คุณพีชเป็นคนสบายๆ ไม่คิดมากหรอกค่ะ จากนั้นภาพข่าวก็จบลงด้วยภาพที่นางเอกสาวยืนส่งยิ้มกว้างคู่กับหนุ่มหล่อคู่ควงคนใหม่ ที่แม้อีกฝ่ายจะทำหน้านิ่งขรึม แต่แววตาคมลึกนั้นก็ยังพราวยิ้มและชวนมองเช่นเดิม

            ดูสมกันดีนะ นางอนงค์เปรยออกมาเบาๆ แต่คนเป็นลูกสาวกลับทำหน้ามุ่ย และบ่นพึมพำ

            ไม่เห็นจะเหมาะสมกันเลย อรชาโพล่งออกมา จากนั้นเธอก็เดินเข้าห้องนอนทันที

            อะไรนี่ ลูกคนนี้ นางอนงค์บ่นอย่างงงๆ กับคำพูดของลูกสาวที่เหมือนจะไม่พอใจกับอะไรสักอย่าง

            ส่วนอรชาเมื่อเดินเข้ามาในห้องก็ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ข้างหน้าต่างอย่างกระแทกกระทั้น บอกไม่ถูกว่าอารมณ์ขุ่นมันเกิดจากอะไร

อิจฉาจิดารัตน์ที่ได้แฟนหล่อ รวย หรือเพราะเคืองผู้ชายที่แสนเพอร์เฟกต์คนนั้นที่บังอาจมาทำให้เธอหวั่นไหวเพียงแค่สบตา

พีช...พิชยะงั้นหรือ อรชาพึมพำ ก่อนจะเปิดโน้ตบุ๊กตรงหน้าก็คลิกเข้ากูเกิลทันที และเพียงคีย์เวิร์ดชื่อชายหนุ่มไปเท่านั้น ข้อมูลของชายหนุ่มเจ้าของธุรกิจเพชรแบรนด์ Peach Diamond ก็ปรากฏตรงหน้า

            พิชยะ อาจอง เป็นลูกชายคนโตของอดีตรัฐมนตรีหลายสมัยที่ตอนนี้เสียชีวิตไปเมื่อห้าปีก่อนด้วยอุบัติเหตุเครื่องบินส่วนตัวตกที่เมืองนอก มีน้องสาวคนเดียวชื่อแพทรียา เป็นดีไซเนอร์เจ้าของห้องเสื้อ By Pat มารดาของทั้งสองแต่งงานใหม่กับชาวอังกฤษไปเมื่อสองปีก่อน และย้ายไปอยู่กับสามีที่ประเทศอังกฤษ

            พิชยะ อายุ 36 เรียนจบปริญญาตรีด้านกราฟิกดีไซน์ที่ประเทศอังกฤษ จากนั้นก็เรียนต่อปริญญาโทด้านการบริหาร เรียนจบแล้วเขายังเคยทำงานเป็นจิวเอลรี่ดีไซน์ให้กับแบรนด์ดังของโลก ก่อนเข้ามารับช่วงกิจการของครอบครัวเมื่อแปดปีที่แล้ว

            เขายังโสดและเป็นหนุ่มฮอทที่สาวๆ ฝันถึง ไม่ว่าจะเป็นสาวไฮโซ ฯ หรือสาวๆ ในวงการบันเทิง เพราะนอกจากพิชยะจะหน้าตาหล่อเหลาไม่แพ้พระเอกหนัง ละคร แต่ฐานะอันร่ำรวยของตระกูลอาจองที่มีมาตั้งแต่ครั้นบรรพบุรุษก็ทำให้สาวๆ ฝันจะเป็นคนกุมหัวใจของเขาไว้ แต่ชายหนุ่มที่รักอิสระคนนี้ก็ยังไม่เคยหยุดนิ่งกับผู้หญิงคนไหน แต่ถ้าพิชยะพึงพอใจผู้หญิงคนใด สิ่งแรกที่เขาจะส่งไปกำนัลเธอคนนั้นเพื่อบ่งบอกความรู้สึกคือเพชร ไม่ว่าจะเป็นสร้อยคอ สร้อยข้อมือ ตุ้มหู แต่สิ่งหนึ่งที่เขายังไม่ยอมมอบให้ใครก็คือแหวนนั่นเอง สงสัยจะรอมอบให้กับว่าที่เจ้าสาวเท่านั้นกระมัง

            โปรไฟล์เริ่ดแบบนี้นี่เอง พ่อคุณ อรชาเปรยเบาๆ ก่อนกดเซฟไฟล์รูปชายหนุ่มไว้หลากหลายอิริยาบถ เธอเพ่งมองดวงตาคมลึกนั้นราวกับจะค้นหาตัวตนของเขา แต่ยิ่งมองหัวใจก็ยิ่งเต้นระรัว

            และค่ำคืนนั้นเธอก็นอนพลิกตัวไปมาอยู่นานกว่าจะหลับลงได้ เพราะดวงตาของของเขาวนเวียนในหัว หญิงสาวก่นด่าตัวเองที่คิดฝันอยากให้เขานอนไม่หลับ แต่เธอกลับเป็นเสียเอง วันรุ่งขึ้นแม่มาเรียกหน้าห้อง เพราะแปลกใจว่าสายมากแล้วทำไมลูกสาวคนเล็กยังไม่ออกมาจากห้อง

            “ไม่สบายหรือเปล่า ทำไมตื่นสายล่ะ

            อ้อนสบายดีค่ะแม่ แต่นอนดึกไปหน่อย

            ไปล้างหน้าแปรงฟัน แล้วลงมากินข้าวได้แล้ว พี่อัญเขาตั้งโต๊ะเรียบร้อยแล้วนะ

            อรชารีบไปจัดการกับตัวเองอย่างรวดเร็วก่อนจะออกไปทานข้าวกับแม่และพี่สาว ส่วนหนูอินก็ไปโรงเรียนแต่เช้าตามปกติ โรงเรียนของหนูอินอยู่ไกลจากบ้านไปประมาณห้าป้ายรถเมล์ แต่อยู่ในซอยลึก หากนั่งรถเมล์ไปส่ง ก็ต้องนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างเข้าไปอยู่ดี คำนวณค่ารถไปกลับแล้ว อัญญาจึงเลือกจ้างเจ้าเป้...วินมอเตอร์ไซค์หน้าซอยเป็นคนไปรับส่ง เนื่องจากไว้ใจได้ เพราะเป้เป็นลูกชายของป้าใจ แม่ค้าขายขนมหวานที่อยู่ติดแผงขายข้าวแกงของแม่เธอนั่นเอง และยังถือว่าเป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่งของอรชา           

 

เมื่อทานข้าวอิ่ม และทำงานบ้านเรียบร้อยแล้ว อรชาก็มาช่วยพี่สาวทำข้าวแกงที่จะนำออกไปขายในตอนบ่ายสาม เป็นวันแรกที่ต้องออกไปขาย หลังจากหยุดมาสามอาทิตย์ ซึ่งวันนี้ทำอาหารเพียงสี่อย่างเท่านั้น โดยมีแม่ช่วยกำกับความเรียบร้อย กระทั่งใส่ล้อเข็นไปยังปากซอย ตั้งโต๊ะประจำที่ของตนเอง ส่วนแม่ของเธอก็รอรับหลานสาวอยู่ที่บ้าน เพราะใกล้เวลาที่หนูอินจะกลับจากโรงเรียนแล้ว

            อ้าวอ้อนวันนี้ว่างเหรอ ป้าใจที่ตั้งของวางเรียบร้อยแล้วถามขึ้นเมื่อเห็นเธอมาช่วยพี่สาว

            ค่ะ วันนี้อ้อนไม่ได้ออกไปไหน วันนี้มีขนมอะไรบ้างป้า มีของโปรดอ้อนบ้างหรือเปล่า

            มีปลากริมไข่เต่า กับบัวลอยไข่หวาน

            โอ้ดีจัง อ้อนจะกินทั้งสองอย่างเลย อรชาชอบกินขนมหวานพอๆ กับการทานไอศกรีม โชคดีที่ระบบร่างกายเผาผลาญดี ถึงเธอจะไม่ผอมเพรียวลม แต่ก็ไม่อ้วนจนหาสัดส่วนเว้าโค้งไม่เจอ

            หญิงสาวส่งเสียงคุยแจ้วๆ กับป้าใจกระทั่งมีลูกค้ามามุงที่แผงขนมหวานป้าใจรวมทั้งแผงข้าวแกงของเธอกับพี่สาวด้วย กระทั่งคนซาลง แต่แผงป้าใจยังมีชายหนุ่มอีกคนยืนเลือกขนมอย่างตั้งใจ เธอรู้สึกคุ้นๆ หน้า แต่ก็จดจำไม่ได้ว่าเคยเห็นที่ไหน ขณะกำลังพยายามครุ่นคิดอยู่นั้น

            อ้อน เสียงเรียกที่บ่งบอกถึงความยินดีทำให้เธอหันกลับมามองชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง หน้าตาดียืนอยู่หน้าแผงข้าวแกง

            พี่โต...มาทำอะไรแถวนี้คะ อรชาเอ่ยออกมาด้วยท่าทีประหลาดใจที่จู่ๆ ผู้ชายที่เธอเคยชอบสมัยเรียนมหาวิทยาลัยมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า

            พี่มาหาเพื่อนที่คอนโดท้ายซอยนี้แหละ ขับรถออกมาเห็นอ้อนพอดี เลยแวะมาทักทาย ว่าแต่อ้อนเถอะเป็นไงบ้างสบายดีไหม ไม่ได้เจออ้อนนานเลยนะ ใบหน้าคนพูดระบายด้วยรอยยิ้มขณะมองหญิงสาว

            อ้อนสบายดี พี่โตคงสบายดีนะคะ

            “ก็เรื่อยๆ

            แล้วเพลินล่ะเป็นไงบ้างอรชาถามถึงเพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งที่คบหากับโต หรือตันติกรตั้งแต่สมัยเรียนปีสอง

            ไม่รู้เหมือนกัน

            อ้าว...อรชาร้องอย่างแปลกใจที่ได้ยินคำตอบของอีกฝ่าย

            พี่กับเพลินเลิกกันหลายเดือนแล้ว เออ...พรุ่งนี้อ้อนว่างไหม พี่อยากคุยด้วย

            พรุ่งนี้ไม่ว่างค่ะ เป็นมะรืนได้ไหม เพราะอ้อนต้องไปธุระข้างนอก แล้วประมาณบ่ายอ้อนจะไปหาเพื่อนที่ห้าง... เธอเอ่ยชื่อห้างสรรพสินค้าดังที่ขวัญข้าวทำงานอยู่

            ก็ได้...งั้นเจอกันที่แบล็คแคนยอนตอนสี่โมงเย็นนะ

            ได้ค่ะ

            “งั้นพี่ขอเมมเบอร์โทร.อ้อนหน่อยสิ

            หญิงสาวบอกหมายเลขโทรศัพท์ของตนเอง หลังลองยิงดูแล้วเสียงโทรศัพท์จองอรชาดังขึ้น ชายหนุ่มก็ส่งยิ้มแล้วโบกมือให้ก่อนหมุนตัวเดินจากไป อรชามองร่างสูงนั้นจนลับหายไปจากสายตา

            อรชายังจดจำความรู้สึกของตนเองตอนที่กรี๊ดตันติกรสมัยที่เพิ่งเป็นเฟรชชี่ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง  เพราะตันติกรเป็นหนุ่มหล่อ ดูดีและเป็นนักกีฬาฟุตบอลของมหาวิทยาลัย แต่คนที่ได้หัวใจเขาไปครองก็คือเพลินตา หญิงสาวร่างบาง ผิวขาว หน้าสวยหวาน เพื่อนในกลุ่มของเธอนั่นเอง และอรชาก็เห็นว่าทั้งสองเหมาะสมกันดี

ทั้งสองรักกันมาก แม้แต่ตอนที่ตันติกรจบไปแล้ว ยังมาหาเพลินตาที่มหาวิทยาลัยเสมอ หรือแม้แต่ตอนที่เพลินตาเรียนจบ แล้วไปเรียนต่อที่เมืองนอกความสัมพันธ์ก็ยังเหมือนเดิม กระทั่งเพลินตากลับมาเมืองไทย เธอก็ได้ข่าวว่าทั้งสองยังคบหากันอยู่ ไม่คิดจริงๆ ว่าทั้งสองจะเลิกรากันแล้ว ทั้งที่เธอคิดว่าทั้งสองจะก้าวไปถึงวันวิวาห์ในเร็วๆ นี้ด้วยซ้ำ เพราะคบกันมานานหลายปี แต่วันนี้อรชาก็ได้รู้ว่าวันเวลา มันก็ไม่ได้บ่งบอกว่าความสัมพันธ์จะยั่งยืน

            วันนี้จู่ๆ เธอก็ได้เจอผู้ชายที่เคยแอบชอบ แปลกจังที่หัวใจเธอยังเต้นด้วยจังหวะปกติ หรือเพราะเมื่อวานเธอเพิ่งเจอผู้ชายที่น่ากรี๊ดมากกว่าเขา คงใช่...ผู้ชายคนนั้นทำให้เธอไร้ความรู้สึกตื่นเต้นกับผู้ชายที่เธอเคยชอบ

            ในตอนค่ำของวันนั้นเองตันติกรก็โทร.มาหา น้ำเสียงของเขาร่าเริง และบ่งบอกอะไรบางอย่างว่าเขากำลังจีบเธอ

            อ้อนสวยขึ้นนะ หุ่นก็ดีมาก

            เหรอคะเธอก็พอจะมองเห็นบางอย่างจากดวงตาของเขาวันนี้เหมือนกัน มันชัดเจนจนนึกสงสัยว่าเมื่อก่อนเขามองเธอด้วยสายตาแบบนี้บ้างไหม

            อ้อนมีแฟนหรือยังครับ

            ยังค่ะและกำลังอยากได้ผู้ชายคนหนึ่งทำแฟน แต่คงได้แต่ฝัน

            มาเป็นแฟนพี่ไหม

            จะดีเหรอคะ เธอเอ่ยขึ้นหลังจากนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง

            หรือพี่ไม่ดีพอสำหรับอ้อนน้ำเสียงเขามีแววตัดพ้อ

            พี่โตชอบอ้อนงั้นเหรอเธอถามออกไปตรงๆ

            ชอบสิ...

            ตั้งแต่เมื่อไหร่

            จริงๆ มันก็ตั้งแต่สมัยเรียนนั่นแหละ แต่ตอนนั้นก็คิดว่าตัวเองเหมาะกับเพลินมากกว่า

            แล้วตอนนี้อ้อนเหมาะกับพี่โตเหรอคะอรชากระตุกยิ้ม ทำไมเธอจะไม่รู้เหตุผลที่ตันติกรเลือกเพลินตา ในเมื่อเธอไม่มีอะไรเทียบกับเพลินตาแม้แต่น้อย แม้หน้าตาจะไม่ได้ถึงขั้นขี้ริ้วขี้เหร่ แต่ก็สู้สาวน้อยหน้าสวยหวานราวนางฟ้า ผิวขาวละมุนราวกับน้ำนม น่าทะนุถนอม ที่สำคัญเพลินตามาจากครอบครัวที่มีฐานะเทียบเท่ากับตันติกร ที่เป็นถึงลูกชายเจ้าของบริษัทโฆษณาชื่อดัง

ที่สำคัญเพลินตาก็ไม่ได้ชอบเธอเท่าไหร่ เพราะอีกฝ่ายมองว่าเธออยู่คนละระดับกับตนเอง ดีว่าเพื่อนคนอื่นๆ ในกลุ่มไม่คิดแบบนั้น และนั่นเป็นเหตุผลที่พอเรียนจบก็ไม่เคยติดต่อกันเลย อรชารับรู้เรื่องของเพลินตากับตันติกรจากเพื่อนในกลุ่มคนอื่น ที่พอว่างเมื่อไหร่ก็นัดเจอกันตามแต่โอกาสเอื้ออำนวย แต่ระยะหลายเดือนที่ผ่านมาเธอก็มัวแต่ยุ่งเหยิงกับชีวิตที่ลุ่มๆ ดอนๆ ทำให้ไม่ได้คุยกับเพื่อนๆ เลย

            ตอนนี้พี่ไม่สนเรื่องเหมาะไม่เหมาะหรอก แต่อยากเลือกตามความรู้สึกของตัวเองมากกว่า เพราะพี่รู้แล้วว่าคนที่เหมาะสมก็ไม่ได้หมายความว่าจะไปกันได้ดี

            งั้นเหรอคะถ้าเขาคิดแบบนี้ตั้งแต่สมัยเรียน ป่านนี้ก็ไม่รู้ว่าเรื่องเธอกับตันติกรจะลงเอยยังไง เพราะขนาดเพียบพร้อมอย่างเพลินตา เขาก็ยังเลิกราได้

            ว่าไง มาเป็นแฟนพี่นะ อย่าบอกว่าขอเรียนรู้กันก่อนนะ อ้อนก็รู้นิสัยของพี่ และพี่ก็รู้นิสัยของอ้อน เราต่างรู้จักกันมานานพอ

            อ้อนต้องตอบเดี๋ยวนี้เหรอคะ

            ตอนเจอกัน วันมะรืนก็ได้ครับ

            งั้นอ้อนจะตอบวันนั้นแล้วกันค่ะ อรชากดสายวางโทรศัพท์ ก่อนคลี่ยิ้มน้อยๆ ที่มุมปาก พร้อมกับดวงตาเป็นประกาย

 

            แดดยามบ่ายยังร้อนแรงทั้งที่เข้าสู่กลางเดือนพฤศจิกายนแล้วแท้ๆ หญิงสาวสวมหมวกแก็ปหลังจากลงจากรถเมล์ ทั้งที่เพอร์โมเดลลิ่งอยู่ห่างจากห้างสรรพสินค้าไปไม่กี่ป้ายรถเมล์แท้ๆ แต่เธอก็ใช้เวลาเดินทางเกือบครึ่งชั่วโมง เพราะรถติดวินาศสันตะโรเช่นเคย

            ร่างที่อยู่ในชุดกางเกงยีนเข้ารูปและเสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัวสอดเข้าในชายกางเกง สวมรองเท้าผ้าใบ ท่วงท่าปราดเปรียวทะมัดทะแมงก้าวยาวๆ ขึ้นสะพานลอยเพื่อข้ามไปยังอีกฝั่งอย่างรีบเร่ง กระทั่งมาหยุดที่ร้านไอศกรีมร้านโปรด และเห็นก็เห็นเพื่อนสนิทกำลังนั่งละเลียด...ด้วยท่าทางเอร็ดอร่อย

            ไงเหงื่อท่วมตัวมาเชียว ขวัญข้าวร้องทัก ก่อนจะตักไอศกรีมคำโตเข้าปาก

            ข้างนอกร้อนมากเลย จะว่าไปแกทำงานในห้างทั้งวันแบบนี้ก็ดีนะ อย่างน้อยก็ไม่ร้อน

            ก็ดีในแง่นั้น แต่ถ้าได้งานที่เงินเดือนเยอะๆ ด้วยจะดีสุดๆ แต่ทำไงได้ฉันเรียนมาน้อยนี่นา

ขวัญข้าวอยู่กับพ่อสองคนมาตั้งแต่เด็ก สำหรับแม่นั้นเลิกกับพ่อของเธอไปตั้งแต่เธอยังจำความไม่ได้ และหายไปจากชีวิตเธอกับพ่อราวกับไม่มีตัวตนบนโลกนี้ พ่อของขวัญข้าวทำงานเป็นรปภ.อยู่ที่คอนโดมิเนียมท้ายซอย เงินเดือนไม่ได้มากมายพอจะส่งเสียเธอจนเรียนจบปริญญาตรีได้ เธอจึงได้เรียนจบแค่ปวช.เท่านั้น

            เออน่า ไม่แน่สักวันข้าวจะได้งานดีๆ เงินเยอะๆ

            สาธุสมพรปากเถอะจ้ะเพื่อน

            อรชาสั่งไอศกรีมรสโปรดมาทานดับร้อน จากนั้นเธอก็เล่าเรื่องที่นัดแนะกับตันติกรให้เพื่อนรักฟัง

            แกจะตอบตกลงเป็นแฟนกับเขาเหรอ

            จะว่าไปพี่โตก็โอเคนะข้าว ทั้งหน้าตา ฐานะ และนิสัยใจคอที่รู้จักกันมาก็ดีนะ

            ใกล้เคียงผู้ชายในฝันใช่ไหม

            คำพูดของเพื่อนทำให้อรชาคิดถึงชายหนุ่มอีกคน แต่ครู่เดียวเธอก็ปัดออกจากหัว เพราะเขาเป็นเพียงภาพฝัน ที่ไม่มีวันเข้ามาอยู่ในความจริงได้ ผู้หญิงธรรมดาอย่างเธอก็ควรคู่กับผู้ชายธรรมดาๆ เช่นกัน และถึงตันติกรจะมีฐานะดีกว่าเธอ แต่เขาก็ไม่ถึงขั้นเศรษฐีเหมือนผู้ชายคนนั้น

            ...คนที่มีได้แต่ในความฝัน จะเป็นอะไรไปหากเธอจะลองคบหาตันติกรดู อย่างน้อยครั้งหนึ่งเธอก็เคยชอบเขา

            “แต่ฉันว่าเพื่อความชัวร์ แกโทร.ไปเช็คกับเพื่อนของเพลินตาดีไหมว่าเขาเลิกกันจริงหรือเปล่า

            เออ จริงสิ ฉันก็ลืมไป

            เมื่อโทร.ไปหาเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งค่อนข้างสนิทกับเพลินตามากเป็นพิเศษ อรชาก็ได้รับรู้ความจริง ที่ทำให้เธอถึงกับหน้าชา ครั้นถึงเวลานัดเธอก็แยกตัวกับเพื่อนสนิทที่บอกว่าจะไปเดินเลือกซื้อเสื้อผ้าและของใช้รอ ถ้าคุยกันเสร็จเมื่อไหร่ให้โทร.หา

            อรชาเลยต้องเดินไปยังร้านแบล็คแคนยอนตามลำพัง เธอมองหาร่างของชายหนุ่มคู่นัด และพบได้ในเวลาไม่นาน เพราะโต๊ะที่เขานั่งอยู่นั้นสามารถมองเห็นได้จากหน้าร้าน แต่ขาที่กำลังจะก้าวไปหาชะงักเมื่อเห็นว่าตันติกรกำลังยื่นนามบัตรให้หญิงสาวโต๊ะข้างๆ พร้อมกับส่งสายตาหวานฉ่ำ หญิงสาวคนนั้นรับไปพร้อมส่งสายตาฉ่ำหวานไม่แพ้กันก่อนจะลุกจากเก้าอี้ โดยมีสายตาหมายมาดของชายหนุ่มมองตามกระทั่งหญิงสาวคนนั้นเดินออกจากร้านไป

อรชาแค่นยิ้ม แล้วเดินตัวตรงเข้าไปหาชายหนุ่ม ซึ่งครั้นเห็นเธอตันติกรก็ลุกจากเก้าอี้ ส่งยิ้มทักทาย แล้วลุกไปขยับเก้าอี้ให้ อรชาไม่เพียงแต่ไม่นั่ง แต่เธอมองหน้าคู่นัดนิ่งๆ จนคิ้วเข้มของชายหนุ่มมุ่นเข้าหากันอย่างสงสัยว่าหญิงสาวเป็นอะไร แต่ยังไม่ทันถามไถ่อะไรน้ำเย็นๆ ก็สาดเข้าที่ใบหน้าเขาอย่างจัง

            นี่คือคำตอบของอ้อนค่ะ จากนั้นอรชาก็เดินออกจากร้านอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ตันติกรมึนงงกับการกระทำของเธอ และกว่าจะสำนึกได้ว่าอรชาหยิบแก้วน้ำดื่มบนโต๊ะสาดหน้าเขาก็ผ่านไปหลายวินาที พร้อมๆ กับที่รู้ว่ากำลังตกเป็นเป้าสายตาของหลายๆ คนในร้าน รวมทั้งผู้ชายสองคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะถัดไปด้วย

            โอ้ แรงจริงๆ แม่คุณ นั่นเป็นเสียงอุทานของชายหนุ่มผมยาวที่รวบตึงไว้ด้านหลังโชว์โครงหน้าเรียวหวานคล้ายอิสตรี แต่เขาก็เป็นชายหนุ่มแท้ๆ ที่ขึ้นชื่อว่าเจ้าชู้ตัวพ่อ

            ในขณะชายหนุ่มใบหน้าหล่อคมเข้มนั่นเอาแต่ยิ้มที่มุมปาก ดวงตาคมลึกพราวระยับ

            แต่ให้ตายเถอะ ถึงหน้าไม่สวยมาก แต่ผิวสวยและแต่หุ่นเชี๊ยะมากเลย นี่ถ้ามีโอกาสจะชวนเข้าประกวดนางแบบหน้าใหม่ของ S- F H แน่ๆ กรกฎเอ่ยด้วยน้ำเสียงเสียดาย เพราะแม้จะเห็นหญิงสาวคนนั้นเพียงไม่กี่วินาที แต่เขาก็เห็นรูปร่างที่อยู่ภายใต้กางเกงยีนเข้ารูปและเชิ้ตพอดีตัวได้ โดยเฉพาะดวงตาคมเฉี่ยวที่จ้องมองชายหนุ่มคนนั้นก่อนจะหยิบแก้วน้ำสาดใส่หน้าอีกฝ่ายได้ดี

            ไม่แน่โลกอาจกลม แกอาจได้เจอเธออีกก็ได้

            ก็ดีสิ ผมอยากถ่ายรูปเธอ หุ่นแบบนี้ ผิวแบบนี้ ผมว่ามันต้องสุดยอดแน่ คนพูดส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ ซึ่งคนฟังก็เข้าใจความหมายได้ในทันที

            เก้า พี่ขอร้องอะไรสักอย่างได้ไหม

            สำหรับพี่พีชแล้วได้ทุกอย่างครับ ยกเว้นเรื่องที่เกี่ยวกับน้องสาวพี่นะครับ

            พี่ไม่คิดจะขอร้องอะไรเก้าเกี่ยวกับแพทหรอกน่า ชายหนุ่มรู้ว่ากรกฎกับแพทรียาเจอหน้ากันทีไรมีเรื่องให้ปะทะคารมกันได้ตลอด ทั้งที่ตอนยังเด็กก็รักใคร่กลมเกลียว และกรกฎก็เป็นอีกคนที่ตามใจแพทรียาไม่ต่างจากพี่ชายอย่างเขา

            งั้นก็ว่ามาเลยครับ

            คืออย่างนี้นะเก้า

            กรกฎตั้งใจฟังในสิ่งที่ชายหนุ่มที่เขานับถือเหมือนพี่ชายแท้ๆ คนหนึ่งบอกเล่า และเวลาต่อมาเขาก็อ้าปากค้าง ก่อนยิ้มขบขันตามด้วยเปล่งเสียงหัวเราะจนโต๊ะข้างๆ หันมามอง แต่เขาก็หาสนใจไม่

            พี่พีชเป็นเอามากนะนี่ โอเคครับ ผมรับปากครับ แล้วผมจะบอกเรื่องนี้กับพี่สิงห์ด้วย กรกฎเอ่ยถึงสิงหา ผู้เป็นพี่ชายที่นั่งตำแหน่งบรรณาธิการบริหารนิตยสาร S- F H  ควบคู่ตำแหน่งประธานบริษัทสื่อสิ่งพิมพ์ของครอบครัว

            “ขอบใจมากเก้า

            สรุปที่ชวนผมมากินข้าวร้านนี้ก็เพื่อการนี้โดยเฉพาะสินะครับ

            พิชยะไม่ตอบคำถามนั้น เพียงแต่ยิ้มบางๆ ที่มุมปาก พร้อมๆ กับที่โทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้น ซึ่งเป็นหมายเลขของลูกน้องคนสนิทที่กำลังทำงานพิเศษที่เขาได้รับมอบหมายให้มาหลายวันแล้ว

 

            มันจะบังเอิญมากไปหรือเปล่า ดูสิ ผู้ชายในฝันของแกมาปรากฏตัวให้เห็นอีกแล้ว ว้าว ครั้งนี้มากับหนุ่มหล่อหน้าสวย ผมยาวเสียด้วย เอ๊ะ หรือเขาจะเป็นเสือไบฯ หือแก

            อรชาไม่ได้สนใจคำพูดประโยคสุดท้ายของเพื่อนรักที่กระซิบข้างหู เธอเอี้ยวตัวไปยังด้านหน้าร้านไอศกรีม เห็นร่างสูงที่ทำให้เธอนอนไม่หลับเมื่อสองวันก่อน เดินไปนั่งมุมหนึ่งของร้านกับผู้ชายหน้าหวาน ร่างสูงโปร่ง ผมยาวคนหนึ่ง

            หญิงสาวรีบหันมาก่อนเพราะกลัวเขาจะรู้ว่าเธอแอบมองเหมือนครั้งก่อน แต่กระนั้นหัวใจของเธอก็ยังควบคุมการเต้นให้เป็นปกติไม่ได้อยู่ดี

            “สงสัยเขาจะชอบกินไอติมเหมือนเราสองคนแหงๆ ขวัญข้าวกระซิบอีกครั้ง

            หลังจากสาดน้ำเย็นใส่หน้าตันติกร อรชาก็โทร.บอกขวัญข้าวให้มาเจอที่ร้านไอศกรีมเช่นเดิม สั่งของโปรดมาหม่ำคลายความโมโห ที่ตันติกรกล้าขอเธอเป็นแฟน ทั้งที่ยังไม่ได้เลิกกับเพลินตา แถมเขากำลังจะกลายเป็นพ่อคนในไม่ช้านี้ หากเธอไม่ได้โทร.หาเจนจิรา ก็คงไม่รู้หรอกว่าตันติกรทำเพลินตาท้อง และทำท่าจะชิ่ง อ้างว่ายังไม่พร้อมจะมีชีวิตคู่ ซึ่งความจริงตันติกรยังอยากใช้ชีวิตหนุ่มต่อไปอย่างอิสระ แต่ครอบครัวของทั้งสองฝ่ายก็กำลังจัดการเรื่องงานแต่งงาน นี่หากเธอตกลงรับปากเป็นแฟนเขาไปจริงๆ มีหวังเพลินตามาแหกอกเธอแน่ๆ และเธอก็คงกลายเป็นกิ๊กของตันติกรอย่างไม่ต้องสงสัย

            เสียดายความรู้สึกที่เคยชอบ เคยกรี๊ด แต่ช่างเถอะ...อย่างน้อยก็ทำให้เธอได้รู้ว่าไม่ควรคาดหวังอะไรจากผู้ชายที่สนใจเพียงรูปร่างหน้าตาของผู้หญิงมากกว่าหัวใจ

            อ้อน เขาหันมามองแก ขวัญข้าวเอียงหน้ามากระซิบข้างหูอรชา และทำให้เธอนิ่งขึง และไม่กล้าหันไปมองเพื่อพิสูจน์คำพูดของเพื่อนรัก

            สงสัยว่าเขาจะสนใจแกนะอ้อน

            เขาจะมาสนใจฉันทำไม ในเมื่อเขามีแฟนระดับนางเอกอันดับต้นๆ ของเมืองไทยอยู่

            ยังไม่เรียกว่าแฟนไม่ใช่เหรอ แค่คุยๆ กันอยู่เท่านั้นขวัญข้าวแก้คำของเพื่อนสนิท

            คนในวงการเขาก็ให้คำจำกัดของแฟนว่าคุยๆ กันอยู่ทั้งนั้น อรชาแย้ง

            ตกลงแกไม่สนเขาเหรอ

            สนสิ...แต่ไม่อยากผิดหวัง เพราะคนระดับเขาคงไม่มาจริงจังกับเราหรอก อย่างมากก็แค่อยากได้เป็นคู่นอน กิ๊กชั่วคราว แค่คู่ควงก็คงเป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำ อย่างน้อยคู่ควงที่จะพาไปไหนมาไหนด้วยกัน หรือไม่ก็ออกงานต่างๆ ได้อย่างไม่อายใคร แต่เธอก็แค่ผู้หญิงธรรมดา ที่หน้าตาก็งั้นๆ แถมยังจนอีกด้วย ถึงเธอจะฝันถึงผู้ชายที่สมบูรณ์แบบเขา แต่ก็ไม่เพ้อเจ้ออยากได้เขามาเป็นคนรักหรอกน่า และฟ้าดินคงไม่เมตตาเธอขนาดนั้นหรอก บุญกุศลอะไรก็ไม่ค่อยได้ทำ สวดมนต์ไหว้พระก็นานๆ ครั้ง

            ว่าได้เหรอของแบบนี้ เพราะความรักมันไม่ได้แบ่งชนชั้นวรรณะนี่

            กลัวเขาจะไม่อยากได้ความรักของฉัน แต่อยากได้อย่างอื่นมากกว่าน่ะสิ

            โห แกนี่มองผู้ชายในแง่ร้ายตลอด

            แกไม่เจออย่างฉันไม่รู้หรอก

            ย่ะ ใครจะไปเจอคนจ้องแต่จะปล้ำอย่างแกเล่า หุ่นฉันอวบระยะสุดท้ายขนาดนี้ ว่าแล้วขวัญข้าวก็แย่งช้อนจากมือของเพื่อนรักตักไอศกรีมที่เหลือในถ้วยจนเกลี้ยง

            กลับเถอะ อรชาเอ่ยขึ้น ก่อนหยิบบิลที่วางอยู่บนโต๊ะไปจ่ายเงิน แล้วเดินออกจากร้านไป โดยไม่ปรายตาไปมองชายหนุ่มในฝันคนนั้นสักนิด เพราะเธอกลัวว่าจะนอนไม่หลับอีกคืนน่ะสิ 

++++++++ 
เรื่องนี้อาจจะลงช้ากว่านิยายเรื่องอื่นๆ ที่เขียนลงในเด็กดี เพราะเพิ่งเริ่มเขียน แต่ถ้าเขียนได้เยอะขึ้นก็จะลงเร็วขึ้นค่ะ สรุปแล้วแต่เวลาและแรงใจ แต่อย่างน้อยก็อาทิตย์ละครั้งแน่นอนค่ะ 

ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ 

รักคนอ่านเสมอ
จูนิ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

663 ความคิดเห็น

  1. #444 Saowalak Pholchol (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2556 / 15:32
    ชอบค่ะเป็นกำลังจัยหั้ยค่ะ อยากอ่านตอนต่อไปไวไว
    #444
    0
  2. #392 T--dZ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2556 / 01:45
    ชอบอ้อนมากเลยย คาแรกเตอร์ บุคลิก ความคิด สมเป็นนางเอกยุคใหม่

    เข้มแข็ง หยิ่งในศักดิ์ศรี ขณะเดียวกันก็อ่อนน้อมถ่อมตนด้วย. เลิศ!
    #392
    0
  3. #180 fsn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2556 / 22:42
    เฮ้อ เป็นสาวมีทุนทรัพย์ทางหน้าตา ก็เป็นอันตราย แล้วก็เป็นภัยใช่น้อยเลยนะคะ
    #180
    0
  4. #77 saluk (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 เมษายน 2556 / 08:36
    สนุกดีจัง
    #77
    0
  5. #54 เก๋ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มีนาคม 2556 / 01:46
    ชอบอ้อนจัง ฉลาดทันคน มีความคิดดี ไม่เพ้อฝันเวิ่นเว้อ

    ดีจังทั้งพระนางต่างก็ชอบกันแต่แรกเห็น สนุกล่ะงานนี้
    #54
    0
  6. #20 K.chom (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2555 / 12:40
    มาให้กำลังค๊า... สนุกจังเลย อยากรู้ว่าพระเอกกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่ค่ะเนี๊ยะ
    อัพอีกๆๆค่ะ ไรท์เตอร์
    #20
    0
  7. #19 nidka (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2555 / 11:42
    ชอบจังเลย อยากอ่านต่ออีกจัง
    #19
    0
  8. #18 goszyboong (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2555 / 09:12
    พระเอกกะนางเอกยังไม่ไดีคุยกันเลยอ่ะ
    #18
    0
  9. #16 goszyboong (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2555 / 10:36
    รีบมาต่อนะคะ
    #16
    0
  10. #15 นางฟ้าในเงาจันทร์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2555 / 01:04
    เป็นกำลังใจให้กับไรท์เตอร์ค่ะ

    ลุ้นค่ะลุ้น
    #15
    0