(ชุดวงการบันเทิง) เริงแสงดาว By ญาณา/สนพ.มายดรีม

ตอนที่ 1 : บทนำ (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,011
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    26 มิ.ย. 56

บทนำ

 

            ห้างสรรพสินค้าในวันหยุดเช่นนี้ ผู้คนยังหลั่งไหลเดินกันขวักไขว่ที่บริเวณลานกว้างใกล้บันไดเลื่อนมีบูธขายสินค้าตั้งอยู่ค่อนข้างแน่น ส่วนใหญ่เป็นเสื้อผ้า ที่บูธชุดชั้นในสตรีเกรดเอยี่ห้อดัง แต่ดีไซน์ตกเทรนด์ไปแล้วที่นำมาลดราคา หญิงสาววัยยี่สิบสี่ รูปร่างกลมกลึงส่วนสูงประมาณ 165 เซนติเมตร กำลังชี้ชวนผู้คนที่เดินผ่านไปมาแวะชมสินค้าด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างแหบ เพราะเธอมาประจำที่บูธนี้เป็นวันที่สี่แล้ว

ใบหน้าเรียวที่แต่งเพียงบางเบา ถึงไม่สวยเด่นสะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น ทว่านวลแก้มสีน้ำผึ้งเนียนใสก็ชวนมองไม่รู้เบื่อ จมูกเล็กๆ หากแต่โด่งพอเหมาะรับกับริมฝีปากเต็มอิ่มดูเย้ายวน โดยเฉพาะดวงตาคมกว้างที่เฉียงนิดๆ ดูมีเสน่ห์ เพราะมันทั้งคมและหวานระยับในคราเดียว แต่หากมีชายหนุ่มสักคนจ้องมองเธอด้วยสายตาโลมเลีย ดวงตาคมหวานนั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นขุ่นเขียวเล็กน้อย ก่อนเจ้าตัวจะตวัดสายตาไปทางอื่น ทำให้ตัวหญิงสาวดูเย่อหยิ่ง และท้าทายจนหลายคนแวะเวียนมามองเธอซ้ำหลายครั้ง

แน่นอนหนุ่มๆ เหล่านั้นไม่ได้สะดุดที่ใบหน้าของเธอมากเท่ากับรูปร่างอันเตะตา ด้วยส่วนเว้าโค้งที่อยู่ภายใต้กระโปรงทรงเอ สั้นเหนือเข่า โชว์ช่วงขายาวเรียวที่ดูมีกล้ามเนื้ออย่างคนออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่ใช่เรียวลีบไร้แรงราวกับคนป่วย เสื้อเชิ้ตสีฟ้าเข้ารูปที่ชายเสื้อซ่อนอยู่ในขอบกระโปรงสีดำนั้น ทำให้เห็นว่าหญิงสาวคนนี้มีทรวงอกที่ออกจะมากเกินรูปร่างกลมกลึงของตัวเองไปค่อนข้างมาก บวกกับมีช่วงเอวเล็กคอด สะโพกผายรับก้นงอนงาม ยิ่งยามเคลื่อนไหวตัวก็เรียกสายตาของชายหนุ่มที่ผ่านไปมาได้ไม่ขาด ทำให้คนถูกมองนึกรำคาญ เพราะผู้ชายเหล่านั้นไม่ใช่เป้าหมายของสินค้าที่เธอขายอยู่

            “ขอบคุณมากค่ะ หญิงสาวเอ่ยขอบคุณขณะยื่นสินค้าที่นำไปชำระกับทางแคชเชียร์ของห้างสรรพสินค้าเรียบร้อยแล้วให้กับทางลูกค้า ซึ่งเป็นสาวร่างผอมสูงที่กำลังปรายตามองทรวงอกของพนักงานขายด้วยความริษยาเล็กน้อย เพราะดูเหมือนจะล้นเตะตาเกินไป ถ้ามองไม่ผิดแม่สาวคนนี้คง 34-35 คัพดีแน่ๆ เมื่อลูกค้าสาวไซส์ 30 คัพเอ รับถุงสินค้าเรียบร้อยแล้วก็รีบผละจากบูธทันที

            “โอ๊ยเมื่อยขาจังเลย อรชาบ่นพึมพำกับเพื่อนสาวที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เมื่อมองไปรอบตัวไม่เห็นร่างท้วมของหัวหน้าฝ่ายขายของบูธ เธอก็รีบปรี่ไปยังม้านั่งที่อยู่ไม่ไกลจากบูธ มีสายน้ำกระเซ็นมาจากชั้นบน เป็นน้ำตกจำลองไหลลงสู่สวนหินเล็กๆ แซมดอกต้นไม้เลื้อยพอให้รู้สึกสดชื่นผ่อนคลายจากการยืนขาแข็งมาเกือบทั้งวัน อีกสองชั่วโมงเท่านั้นสำหรับวันนี้ก็จะจบสิ้นลงแล้ว

            อรชาเพิ่งทำงานเป็นพนักงานขายชั่วคราวประจำบูธขายชุดชั้นในของบริษัทแห่งหนึ่ง ในห้างสรรพสินค้าที่ไม่ไกลจากบ้านเช่าของเธอกับครอบครัว โดยมีเพื่อนข้างบ้านอย่างขวัญข้าวชักชวน เพราะเห็นว่าเธอว่างงานมาสองอาทิตย์แล้ว

            ก่อนหน้าจะกลายเป็นคนตกงานอรชาทำงานเป็นประชาสัมพันธ์ในบริษัททัวร์ทั่วไทยแห่งหนึ่ง แต่ต้องโดนไล่ออก เพราะดันใช้แฟ้มเอกสารทุ่มใส่หัวเจ้านาย แถมด้วยเตะผ่าหมากจนอีกฝ่ายหน้าเขียวทรุดลงไปกองกับพื้น แน่นอนเธอไม่ได้รอให้อีกฝ่ายลุกขึ้นมาชี้หน้าไล่เธอออกจากงาน เมื่อเสร็จภารกิจสั่งสอนผู้ชายหัวงู เธอก็เชิดหน้าหมุนตัวออกจากบริษัททันทีราวกับไม่แคร์อะไรในโลกนี้ เพราะมันคงเป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะนี่ไม่ใช่การออกจากงานครั้งแรกของเธอ เพราะตั้งแต่เรียนจบคณะนิเทศศาสตร์ เอกประชาสัมพันธ์ อรชาเข้าๆ ออกๆ สถานที่ทำงานมานับครั้งไม่ถ้วน อยู่ได้นานสุดก็แค่หกเดือนเท่านั้น

            ไม่เข้าใจจริงๆ ทำไมโลกนี้มันเต็มไปด้วยผู้ชายหัวงู ทำตัวเป็นสมภารอยากกินไก่วัด ถ้าเธอคิดจะเป็นไก่วัดในกำมือก็ว่าไปอย่าง ทั้งๆ ที่เห็นมาเยอะว่าไก่วัดมักถูกเลี้ยงดูอย่างดี แม้จะทำงานไม่ได้เรื่อง แต่เจ้านายก็พร้อมจะขึ้นเงินเดือนแบบข้ามหน้าข้ามตาคนอื่นที่ทำงานหนักกว่าให้เสมอ แต่คนอย่างอรชาที่ถึงจะจนแต่ก็มีศักดิ์ศรีพอ เพราะสมภารร้อยละ 99.99% ล้วนเป็นคนที่มีครอบครัวแล้วทั้งนั้น  

            “อ้อน เร็วเข้า พี่พิมกลับมาแล้ว ขวัญข้าวปรี่เข้ามาดึงแขนเธอจากม้านั่ง เมื่อมองเห็นร่างท้วมของหัวหน้าตัวเองกำลังเดินเบียดผู้คนตรงมาที่บูธ หลังออกไปทานข้าว

            อรชารีบเดินไปตามแรงรั้งของเพื่อนสาว กระทั่งมาหยุดหน้าบูธ ไม่กี่วินาทีก่อนร่างท้วมของพิมพาจะเดินมาถึง แต่ท่าทางลุกลี้ลุกลนของลูกน้องสาวที่พิมพาไม่ถูกชะตาด้วยอย่างแรงด้วยเหตุผลส่วนตัวก็ทำให้เธอจิกตามองอย่างเอาเรื่อง

            “คิดว่าฉันโง่หรือยังไง!” พูดจบก็เดินไปประจำที่ของตัวเองที่มีเก้าอี้ประจำตำแหน่งสำหรับวางก้นเบ้อเริ่มเทิ่ม

            ยายตูดใหญ่เอ๊ย ตัวเองไม่เห็นทำอะไร วันๆ ก็คุยแต่โทรศัพท์กับกินข้าว อรชาพึมพำพอให้ได้ยินกับเพื่อนสนิท ซึ่งขวัญข้าวนั้นชินชากับพฤติกรรมของพิมพาแล้ว เพราะเธอเป็นพนักงานขายประจำของบริษัท ที่ตระเวนออกบูธกับพิมพามานานนับปีหลังจากที่เรียนจบแค่ปวช. การเป็นพนักงานขายก็ถือว่ารายได้พอประทังชีวิตที่มีเพียงเธอกับพ่อเท่านั้น

            “ใจเย็นน่าอ้อน อีกสองสามวันแกจะทำงานครบอาทิตย์ เดี๋ยวก็ไม่ได้เจอกันแล้ว อีกอย่างท่องไว้สิ วันละห้าร้อยๆ ขวัญข้าวปลอบใจเพื่อน เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายก็ไม่มีทางเลือกเท่าไหร่ที่ต้องมาทนกับอาการจิกกัดของหัวหน้างานอย่างไม่เป็นธรรม เพราะพิมพาจ้องหาเรื่องอรชา

แต่ไม่ใช่เพราะอรชาชอบอู้งานด้วยการไปนั่งพักขาเมื่อลูกค้าซาลง ซึ่งพนักงานขายคนอื่นๆ ก็สลับกันทำ แต่เป็นเพราะอรชามีบางอย่างที่พนักงานขายคนอื่นไม่มี นั่นคือหน้าตาที่ดูดีกว่าทุกคน และเหนือสิ่งอื่นใดคือรูปร่างที่ดึงดูดสายตาผู้คน โดยเฉพาะผู้ชาย ที่มองเห็นความโดดเด่นบนเรือนร่างกลมกลึงได้สัดส่วนของอรชา นั่นคือทรวงอกที่ดูเหมือนจะเกินหน้าตาของเจ้าตัว อีกทั้งมองปราดเดียวก็รู้ว่าของแท้แม่ให้มา ด้วยแรงโน้มถ่วงขณะเจ้าตัวเดินหรือเคลื่อนไหวร่างกายก็จะมองเห็นได้อย่างชัดเจน ซึ่งนอกจากผู้ชายแก่และไม่แก่มองจนเหลียวหลัง รวมถึงสามีของพิมพาที่แวะมารับภรรยาหลังเลิกงาน มองด้วยแววตาเป็นประกายทุกครั้งเช่นกัน

            “ที่ฉันทนอยู่ได้ก็เพราะท่องประโยคนี้นั่นแหละ อรชาตอบเสียงขุ่น

            ถ้าอยากได้วันละพันละหมื่นละก็...คุยกับพี่ได้นะจู่ๆ สาวประเภทสองนางหนึ่งก็โผล่มาจากเบื้องหลังอรชา และก้าวเข้ามายืนเคียงข้าง พร้อมกับยิ้มกว้างทักทาย

            อรชากับขวัญข้าวมองอีกฝ่ายด้วยสายตางุนงง

            ว่าไงสนใจงานที่ได้วันละหมื่นหรือหลายหมื่นไหมหนู หันไปทางอรชา เหมือนแสดงเจตนาว่าต้องการบอกกับอรชามากกว่าขวัญข้าว

            งานอะไรคะได้เยอะขนาดนั้น ถ้าเป็นงานอย่างว่าหรือใกล้เคียง หรือแม้แต่งานกลางคืน หนูไม่สนหรอกนะอรชามองสาวประเภทสองร่างสูงเพรียวอย่างไม่ค่อยไว้ใจ

            โอ้ยหนู มันไม่ใช่งานประเภทนั้นหรอก มันเป็นงานถ่ายแบบน่ะ พี่ทำงานอยู่โมเดลลิ่ง เห็นหนูหน้าตาและรูปร่างดีมั่กๆ พี่เลยอยากทาบทามให้เข้าสังกัด ว่าไงสนใจไหม

            นางแบบเหรอคะ

            ใช่ค่ะ            

            นางแบบอะไร อย่าบอกนะว่านางแบบโป๊ ทำไมอรชาจะไม่เห็นสายตาของอีกฝ่ายที่กวาดมองทั่วร่างเธอ แล้วหยุดนิ่งที่ทรวงอก นี่ถ้าเป็นชายแท้ เธอคงหวาดระแวงไปอีกอย่าง แต่นี่เห็นเป็นสาวประเภทสองเลยยอมพูดดีๆ ด้วย

            “ไม่ใช่นางแบบโป๊นะหนู แต่เป็นนางแบบนู้ดต่างหาก รู้ตัวไหมว่าหนูรูปร่างเร้าใจมาก สายตามองทรวงอกของคู่สนทนาอย่างชื่นชม ยิ่งคิดว่าของตนเองนอกจากแม่จะไม่ให้มาเลยสักนิดแล้ว แถมเป็นซิลิโคนทั้งนั้น มันยิ่งน่าเศร้านัก

            นู้ด...เรียกเก๋ๆ ว่าอาร์ตด้วยใช่ไหมคะพี่ขาอรชาทอดเสียงหวาน แต่ดวงตาคมเฉี่ยวกลับมองจิกอีกฝ่าย

            ใช่แล้วจ้า หนูนี่เข้าใจอะไรง่ายนะ ดีแล้วล่ะพี่ชอบ เพราะพี่ขี้เกียจอธิบายคำว่าโป๊กับศิลปะว่ามันต่างกันยังไง
            ไม่ว่าจะเรียกโป๊หรือศิลปะ มันก็ต้องแก้ผ้าโชว์เรือนร่างเหมือนกัน หนูไม่สนหรอกพี่ พูดจบอรชาก็สะบัดหน้าเดินไปเทคแคร์ลูกค้าที่กำลังแวะเข้ามาในบูธ ทำเอาสาวประเภทสองนางนั้นมองค้อนด้วยความขัดใจ

            โอ๊ย จนแล้วยังจะเล่นตัวอีกแม่คุณ ปล่อยให้ยืนขาแข็งนั่นแหละดีแล้ว สาธุขอให้ขาสวยๆ นั่นเป็นเลือดขอดด้วยเถอะ แม่จะสมน้ำหน้าให้ นีน่า...หรือนรภพบ่นด้วยเสียงที่ไม่เบาเลยแม้แต่น้อย ขวัญข้าวที่ยืนอยู่ไม่ไกลก็เลยมองอีกฝ่ายตาขุ่น ก่อนจะเอ่ยเสียห้วน

            ถ้าไม่ซื้อกรุณาหลบไปด้วยค่ะ เดี๋ยวลูกค้าคนอื่นจะเข้าบูธไม่สะดวก

            “ฉันก็เป็นลูกค้าเหมือนกันย่ะ จากนั้นนีน่าก็เลือกยกทรงไซส์บิ๊กมาทาบอก แต่ไม่วายปรายตาไปยังอรชาที่กำลังชี้ชวนลูกค้าให้เข้าบูธ แม้จะกรุ่นๆ ในอารมณ์ที่อีกฝ่ายไม่สนใจที่เธอชักชวนเข้าโมเดลลิ่ง แต่ก็ยอมรับในใจว่าพนักงานขายชุดชั้นในนางนี้ คนที่ผ่านมีดหมอมาอย่างโชกโชนดูออกไม่ยากว่าหน้าใสๆ ที่แม้ไม่เด่นสะดุดตา ทว่าชวนมองไม่เบื่อนั้นสวยตามธรรมชาติ แต่ที่น่าริษยามากที่สุดในตัวเธอคนนี้ คือรูปร่างที่ถึงแม้จะไม่สูงมาก แต่มีส่วนเว้าโค้งดึงดูดสายตา ไม่ได้ผอม ขณะเดียวกันก็ไม่ได้อวบอัดเหมือนนางยั่ว แต่ดูกลมกลึงมีเสน่ห์ในแบบผู้หญิง โดยเฉพาะทรวงอกบึ้ม เดินทีกระเพื่อมออกขนาดนั้นก็คงเป็นของแท้แม่ให้มา ไม่ต่างจากใบหน้า

ก็แหงละ ทำงานเป็นพนักงานขายแบบนี้ คงไม่ได้มีเงินมากพอจะไปทำศัลยกรรมได้หรอก

 แต่จะว่าไปแม่คนนี้มีรูปร่างหน้าตาตรงตามที่นิตยสาร S-F H ต้องการไปถ่ายแบบฉลองครบรอบสิบปีของนิตยสารจริงๆ คิดดูสิหากนางแบบหนึ่งในสิบที่ S-F H ต้องการนั้นเป็นเด็กโมเดลลิ่งเสียครึ่งหนึ่ง เปอร์เซ็นส่วนแบ่งจะมากแค่ไหน นีน่าข่มความโกรธของตัวเองลงได้เมื่อคิดถึงตัวเลขที่จะเข้ากระเป๋าในฐานะคนชักนำหานางแบบเข้าสังกัด จากนั้นก็เลือกซื้อชุดชั้นในแบบเซ็กซี่ที่สุดสี่ชุด ขณะรอสินค้าเธอก็เดินไปหยุดตรงหน้าอรชา

            ลองคิดดูก่อนไหมหนู

            ไม่คิดค่ะ

            เถอะน่า...คิดดูหน่อยเถอะ จากนั้นนีน่าก็ยัดนามบัตรใส่มืออรชา แล้วเดินไปรับถุงสินค้าที่ขวัญข้าวยื่นให้ ก่อนเดินตัวปลิวจากไป

            ช่างตื๊อจริงๆ แม่คุณ อรชาพึมพำ ก่อนหย่อนนามบัตรลงกระเป๋าเสื้อเชิ้ต เพราะจะทิ้งตอนนี้ก็ขี้เกียจเดินไปที่ถังขยะ แล้วตั้งหน้าตั้งตาทำงานต่อไปกระทั่งเลิกงาน

 

            สองสาวเพื่อนสนิทพากันเดินออกจากห้าง ข้ามถนนมายังป้ายรถเมล์ในเวลาสี่ทุ่มกว่าๆ ในขณะที่ฝนก็เทกระหน่ำลงมาราวกับจะกลั่นแกล้งคนที่จำเป็นต้องโหนรถเมล์กลับบ้าน แถมกว่าจะมาก็ทำเอาหญิงสาวเกือบหลับ เพราะความรีบร้อนบวกกับถนนเปียกทำให้อรชาลื่นรองเท้าส้นสูงพลิก ทำให้ปวดข้อเท้าแปลบๆ รถก็ติด คนแน่นจนถูกเบียดตัวแบน โดยเฉพาะมนุษย์ผู้ชายบางประเภทที่แกล้งเบียดอย่างจงใจ ทำได้แค่เอากระเป๋ามากั้นไว้ที่หน้าอกเพื่อป้องกันการถูกแต๊ะอั๋ง ส่วนบั้นท้ายก็โดนเสยบ้างเป็นบางครั้งในยามที่ถูกเบียดตอนคนจะลงจากรถ

            โอ้ย..ชีวิตนี้ไม่รวยบ้างก็แล้วไป เมื่อลงจากรถเมล์อรชาก็โอดครวญ ข้อเท้าก็ปวดเพิ่มมากขึ้น ดีที่ว่าสายฝนบางเบาบ้างแล้ว

            ทำงานแบบนี้คงไม่มีวันรวยหรอกขวัญข้าวเอ่ยขึ้นขณะกำลังเดินเข้าไปในซอย ที่ถึงแม้จะดึกมากแล้วก็ยังมีรถวิ่งเข้าออก และบ้านเช่าไม่ได้อยู่ในซอยลึกเกินไป ทั้งสองจึงเลือกที่จะเดินมากกว่าใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้าง

            ใช่...อาจจะต้องรอราชรถมาเกยเท่านั้นแหละ แต่ไม่เอา คนแก่ ใจดี สปอร์ต กทม.นะโว้ย อยากได้หนุ่ม หล่อ รวย ใจดีและอบอุ่น ส่วนจะกทม.หรือตจว.ก็ไม่เกี่ยงหรอก

            “ฝันไปเถอะยายอ้อน คุณสมบัติเริ่ดๆ แบบนั้นจะเหลือมาถึงเราเหรอ
            ก็ฝันนั่นแหละ คนหล่อ รวย ใจดี อบอุ่นที่ไหนจะมองคนจนอย่างเราเล่า อย่างมากก็เป็นได้แค่นางบำเรอ กิ๊ก เมียน้อยหรือเมียชั่วคราว อรชาพูดอย่างเหยียดๆ เพราะเธอเองก็ใช่ว่าจะไม่เคยโดนทาบทาม ก็จากบรรดาสมภารหวังกินไก่วัดทั้งหลายนั่นแหละ คิดถึงเหตุการณ์ทำนองนี้แล้วก็โมโหทุกครั้ง คิดว่าเธอเป็นผู้หญิงประเภทเงินมาผ้าก็หลุดหรือไง ถึงได้ยื่นข้อเสนอมาให้ ไม่คิดว่าคนจนก็มีศักดิ์ศรีบ้างหรือยังไงนะ

            แต่แกก็ยังฝันถึงผู้ชายเพอร์เฟกต์แบบนั้นขวัญข้าวรู้ว่าเพื่อนสาวถึงแม้จะไม่ใช่คนเห็นแก่เงิน แต่อรชาก็ไม่ต่างจากเธอหรือหญิงสาวทั่วๆ ไป ที่ฝันถึงชายหนุ่มรูปหล่อ ร่ำรวย และแสนดี ที่สำคัญต้องรักจริงหวังแต่ง ไม่ใช่เข้ามาในชีวิตเพื่อหวังแอ้มอย่างเดียว 

            ความฝันเป็นความสุขอย่างเดียวที่ฉันวาดหวังได้อย่างไม่ต้องกลัวเจ็บ

            ไม่แน่นะบางทีวันหนึ่งความฝันอาจมาพร้อมกับความจริง

            สาธุ...สวรรค์จ๋าช่วยส่งผู้ชายที่ลูกฝันถึงมาหาเสียทีเถอะ อรชาเงยหน้ามองฟ้าที่เม็ดฝนยังโปรยสายลงมาพร้อมรอยยิ้มแช่มชื่น ก่อนสะดุ้งเมื่อแสงสีขาวพาดผ่านสายตาพร้อมกับเสียงฟ้าคำราม

            ฟ้าดินเป็นพยานแล้วแก ขวัญข้าวเอ่ยพร้อมเสียงหัวเราะคิกคัก อรชาเลยหัวเราะตาม

            ขอหล่อระเบิดระเบ้อ รวยไม่ลืมหูลืมตา แสนดีราวกับเทพบุตร รักหนูแบบหน้ามืดตามัวนะคะฟ้าดิน 

            แกนี่โลภมาก หล่อรวยแล้ว ยังจะให้รักแบบไม่ลืมหูลืมตาอีก

            สองสาวกระเซ้าเหย้าแหย่กันอย่างสนุกสนาน กระทั่งมาถึงที่หมาย แล้วต่างแยกย้ายกันเข้าบ้านเช่าของตนเอง

            บ้านเช่าของอรชานั้นเป็นบ้านไม้สองชั้น ค่อนข้างเก่า แต่ไม่ถึงกับโทรม เพราะแม่กับพี่สาวหมั่นดูแลเป็นอย่างดี อรชาอยู่ที่นี่มาตั้งแต่จำความได้ เพราะพ่อเสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุรถชนขณะข้ามถนนตั้งแต่เธอยังแบเบาะ กระทั่งมีสมาชิกเพิ่มขึ้นอีกคือหนูอิน ลูกสาวของอัญญา ส่วนพ่อหนูอินนั้นเพิ่งเลิกรากับพี่สาวเธอไปเมื่อหลายเดือนก่อนด้วยอีกฝ่ายไปติดพันผู้หญิงอื่น หลายปีที่ผ่านมาชีวิตคู่ของพี่สาวราวกับตกนรก เพราะอดีตพี่เขยนั้นวันๆ เอาแต่เล่นการพนันกับกินเหล้า พอเมามายแล้วก็หาเรื่องทุบตีลูกเมีย พลอยทำให้เธอกับแม่รู้สึกร้อนเป็นไฟไปด้วย  เมื่อวันชัยเลือกที่จะไปจากบ้านอรชาแทบจะกรวดน้ำคว่ำขัน

            รายได้จากอาชีพขายข้าวแกงหน้าปากซอยของแม่ได้ช่วยเลี้ยงดูเธอกับพี่สาวมาตลอด อัญญาจำเป็นต้องเรียนจบแค่ชั้นมัธยมปลาย เพราะต้องเสียสละให้เธอได้เรียนจบมหาวิทยาลัย ด้วยเงินที่ได้จากการขายข้าวแกงในแต่ละวันก็ไม่ได้มากมาย บางวันก็ขาดทุนเสียด้วยซ้ำ โดยเฉพาะหน้าฝนแบบนี้ด้วยแล้ว ตอนนี้แม่ก็ยังเป็นหนี้นอกระบบอยู่จำนวนหนึ่ง ดีที่ว่าเจ้าหนี้รายนี้ไม่ได้ทวงหนี้โหดหรือดอกเบี้ยสูงเหมือนที่เป็นข่าวกันอยู่บ่อยๆ และแม่ก็ส่งดอกไม่ได้ขาด ทุกอย่างในชีวิตแม้จะลำบากอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ถึงขนาดลำเค็ญอะไร เธอกับแม่และพี่สาวก็ยังสู้ไหว ตราบใดที่ไม่งอมืองอเท้า ก็ไม่มีวันอดตายอยู่แล้ว...อรชาเชื่อมั่นเช่นนี้มาตลอด

            แล้วนั่นขาไปโดนอะไรมาล่ะอ้อน ทำไมเดินแบบนั้น อัญญาถามขึ้นเมื่อเห็นน้องสาวเดินขาเขย่งเข้าบ้าน เนื้อตัวยังชื้นด้วยหยาดน้ำ

            ตอนจะเดินขึ้นรถอ้อนรีบไปหน่อย เลยลื่นน่ะ สงสัยข้อเท้าพลิก

            งั้นไปอาบน้ำก่อนเถอะ เดี๋ยวพี่หายามานวดให้

            แม่กับหนูอินหลับแล้วเหรอ

            อือ...นอนดูละครแล้วก็หลับไปทั้งยายทั้งหลาน อ้อนไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวพี่อุ่นกับข้าวให้

            อรชารีบไปจัดการกับตัวเองในเวลาอันรวดเร็ว พอออกมาในห้องโถงก็เห็นพี่สาวตั้งโต๊ะให้เรียบร้อยแล้ว อาหารค่ำของเธอก็คือข้าวแกงที่แม่กับพี่สาวตักแบ่งไว้ให้ ก่อนจะนำออกไปขายที่หน้าปากซอย ด้วยการกางตั้งโต๊ะสี่เหลี่ยมริมถนน ที่มีแผงขายของกินอื่นๆ เรียงรายอยู่มากมาย

            อัญญาถือขวดน้ำจากตู้เย็นและแก้วน้ำมาวางไว้ข้างๆ อรชาเอ่ยขอบคุณพี่สาว เธอรู้สึกว่าตนเองโชคดีมาก แม้จะไม่ได้เกิดมาจากครอบครัวที่เพียบพร้อม แต่ความรักของคนในครอบครัวก็ทำให้เธอรู้สึกว่าไม่ได้ขาดอะไรไป เพียงแต่บางครั้งก็โหยหาอ้อมแขนอันแข็งแกร่งของผู้ชายที่เธอเรียกพ่อบ้าง แต่ก็ไม่เป็นไร อ้อมแขนของแม่ก็ทดแทนได้เสมอ

            ส่วนพี่สาวเธอเป็นผู้หญิงที่เรียบร้อยอ่อนหวาน มีความเป็นแม่บ้านแม่เรือนมากกว่าเธอหลายเท่า เพราะอายุมากกว่าเธอนับสิบปี อัญญาจึงไม่ต่างจากแม่คนที่สอง โดยเฉพาะในยามที่แม่ยุ่งกับการทำข้าวแกงไปขาย อัญญาก็ต้องเลี้ยงน้อง และเธอก็เป็นเด็กที่ซนมากเสียด้วย บางทีก็ทำเรื่องให้พี่สาวเหนื่อยและวุ่นวายไม่น้อย

หลังอาหารอัญญาก็ลงมือนวดข้อเท้าด้วยขี้ผึ้งให้น้องสาวด้วยความกังวล เพราะเหมือนจะเริ่มบวมมากขึ้น

            พรุ่งนี้จะไปทำงานไหวเหรออ้อน

            ต้องไหวสิพี่ เดี๋ยวยายอ้วนนั่นถือโอกาสเบี้ยวจ่ายเงินอ้อนพอดี อีกสามวันเท่านั้นก็ครบอาทิตย์แล้ว อ้อนต้องทนให้ได้ หลังกลับจากทำงานอรชามักบ่นเรื่องหัวหน้างานให้พี่สาวฟังเกือบทุกวัน เหมือนระบายความอัดอั้นตันใจมากกว่าจะอยากนินทาว่าร้าย

            “งั้นก็ไปกินยาแก้ปวดแล้วรีบนอนซะ ตากฝนแบบนี้เผลอๆ จะมีไข้ด้วยนะ

            กระหม่อมอ้อนไม่บางขนาดนั้นหรอกน่า

            ว่าได้เหรอ คนเราบทจะไม่สบาย มันก็เป็นกันได้ง่ายๆ นั่นแหละ ร่างสูงโปร่งของอัญญาเดินไปหยิบยาให้น้องสาว พร้อมคะยั้นคะยอให้รีบทาน จากนั้นก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน

            อรชาแสนเสียดายคุณสมบัติอันเพียบพร้อมในการเป็นกุลสตรีของพี่สาวจริงๆ แม้จะไม่ใช่คนสวยจัด แต่ก็ดูดี ไม่น่าไปเสียท่าวันชัย อดีตพี่เขยขี้เมานั่นเลย แต่ช่างเถอะ...มันเป็นอดีตไปแล้ว ต่อไปนี้ชีวิตอัญญากับหนูอินมีความสุขสงบสุดๆ รวมทั้งเธอกับแม่ด้วย

            สาธุขอให้ไอ้อดีตพี่เขย เสวยสุขกับเมียใหม่ให้เปรมปรีด์ อย่าได้หวนกลับมาก่อเวรก่อกรรมกับครอบครัวของเธออีกเลย

 

            เพราะไม่ใช่วันหยุดผู้คนก็บางตาลง ยิ่งตอนบ่ายอ่อนๆ แบบนี้ด้วยแล้ว ทำให้อรชาหายใจได้โล่งหน่อย เพราะเมื่อเช้าเธอตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการจาม ตัวรุมๆ ที่แย่กว่านั้นคือข้อเท้าเธอบวมและปวดมากขึ้น คิดว่าเลิกงานค่ำนี้อาจแวะเข้าโรงพยาบาลที่อยู่ติดกับห้างสรรพสินค้าที่เธอทำงานอยู่ แต่ไม่รู้จะทนยืนอยู่ได้ถึงเวลาเลิกงานหรือเปล่า เพราะอากาศหนาวจากพิษไข้ ไหนจะน้ำมูกไหลตลอดเวลา ข้อเท้าก็ปวดระบมจนตาพร่ามัวไปหมด

            หน้าซีดมากเลยอ้อน มานั่งก่อนเถอะ ขวัญข้าวเห็นท่าทีเพื่อนสนิทแล้วกลัวว่าอีกฝ่ายจะล้มทั้งยืน เลยพยุงร่างที่เดินกะเผลกไปนั่งที่เก้าอี้ประจำตำแหน่งของหัวหน้า ที่ตอนนี้ไม่รู้แวบไปไหน ไม่เข้าห้องน้ำ ก็คงไปทานข้าวหรือไม่ก็แอบโทรศัพท์ไปหาสามีจอมชีกอ

            เหมือนสามีของพิมพาจะมีญาณพิเศษ ราวกับจะล่วงรู้ว่ากำลังถูกขวัญข้าวนินทาในใจ จู่ๆ ร่างชายวัยกลางคนร่างท้วมใบหน้ากลมแป้นก็เดินส่งยิ้มตาหยีเข้ามาหาสองสาว

            หนูอ้อนไม่สบายหรือเปล่า ทำไมหน้าซี้ดซีด

พอมาถึงแทนที่จะถามหาภรรยาขี้หึง กลับมาห่วงใยผู้หญิงคนอื่นซะงั้น ขวัญข้าวมองเหลียวหลังเพราะกลัวว่าพิมพาจะโผล่มาเห็นภาพที่สามีมองเพื่อนรักของเธอตาเยิ้ม

ไม่สบายนิดหน่อยน่ะค่ะ ขอตัวนะคะ อรชาเองก็กลัวเช่นกันว่าพิมพาจะโผล่มาเห็น เธอขี้เกียจฟังคำพูดจิกกัดให้รำคาญหู และเสียอารมณ์ ยิ่งไม่สบายแบบนี้ด้วยแล้ว

แต่เธอรีบลุกจากเก้าอี้ประจำตำแหน่งของหัวหน้าฝ่ายขายเร็วเกินไป อาการหน้ามืดเพราะเหนื่อยล้าบวกกับข้อเท้าที่ปวดระบมทำให้ร่างกลมกลึงนั้นเซไปทางกำพล อีกฝ่ายก็รีบพยุงไว้อย่างทันท่วงที ราวกับรอโอกาสนี้มานานนักหนา แล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ไม่ต่างจากละครหลังข่าว จู่ๆ พิมพาก็มาปรากฏตัวราวกับปาฏิหาริย์  มองภาพของสามีกำลังประคองหญิงสาวอื่นด้วยท่าทีห่วงใย ดวงตาที่จ้องมองคนข้างตัวก็หวานฉ่ำ

            พี่พล!” เสียงที่กรีดร้องอย่างเกรี้ยวกราดนั้นทำให้คนเป็นสามีตัวนิ่งขึง แต่ว่ายังไม่ยอมปล่อยจากร่างคนข้างตัว แต่อรชาซึ่งเพิ่งรู้สึกตัวว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับตนเองรีบสะบัดตัวออกห่าง พอดีกับที่ขวัญข้าวหายตื่นตะลึงกับการปรากฏตัวของหัวหน้างานขยับเข้ามาประคองเพื่อนรักไว้ด้วยใบหน้าที่ซีดไม่ต่างจากคนที่ไม่สบาย แต่ขวัญข้าวรู้ดีว่าอรชาไม่ได้หน้าซีดเพราะกลัวพิมพาหรือเหตุการณ์ที่จะดำเนินต่อไป หากด้วยความป่วยไข้ที่มาเยือนแบบไม่ทันตั้งตัวนั่นต่างหาก ส่วนตัวเธอนั้น...หน้าซีดกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นนับจากนี้

            พี่...พิมคะ...คืออ้อน...ไม่...

            แอบมานั่งอู้งานยังไม่พอ ยังคิดจะอ่อยผัวฉันอีกเหรอ!” เสียงที่ค่อนข้างดังทำให้พนักงานขายด้วยกันหันมามอง รวมทั้งผู้คนที่อยู่บูธข้างเคียง รวมทั้งคนที่เดินผ่านไปมา แม้ไม่มาก แต่ก็มี...

            อ้อนไม่ได้อู้ และไม่ได้อ่อยพี่พลนะคะ คืออ้อนไม่สบาย ข้อเท้าก็เจ็บเลยมานั่งพัก แล้วพอดี...

            เงียบไปเลยยายข้าว มันไม่ใช่หน้าที่อะไรที่เธอจะมาสาระแนเล่าให้ฉันฟัง เจ้าตัวเขาก็ไม่เห็นเดือดร้อนอะไร!”

            อรชาอ้าปากจะโต้แย้งอีกฝ่ายว่าเธอไม่ได้ทำอย่างที่ถูกกล่าวหา แต่โทรศัพท์ที่เธอตั้งระบบสั่นไว้ในกระเป๋ากระโปรงพลีทสั้นแค่เข่าส่งสัญญาณมา เธอหยิบมันออกมาดู และกดรับทันทีที่เห็นเป็นชื่อพี่สาวปรากฏอยู่หน้าจอ

            “ฮัลโหล... อรชากรอกเสียงลงไปแค่นั้นเมื่อได้ยินเสียงร้องไห้โฮของปลายสาย แล้วนาทีต่อมาร่างเธอก็แทบทรุดกับพื้น ดีที่ว่าขวัญข้าวยังประคองร่างเธอไว้อยู่

            อู้งาน อ่อยผัวชาวบ้านยังไม่พอ แล้วยังมาคุยโทรศัพท์ในเวลางานอีก ถ้าไม่พร้อมจะทำงานก็ออกไปเลย!”

            เสียงของพิมพาลอยเข้าหูก่อนไหลออกไปไกลแสนไกลจนเบาหวิว อรชาไม่สนใจทุกอย่างที่เกิดขึ้นรอบตัว นอกจากหันไปบอกเพื่อนรักด้วยน้ำเสียงละลักละล่ำ

            ที่บ้านเกิดเรื่อง ฉันต้องรีบกลับ!”

            เชิญกลับไปเลยย่ะ แล้วไม่ต้องกลับมาให้เห็นหน้าอีกนะ!” พิมพาที่ได้ยินการสนทนาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดและแววตาที่มองอรชาก็เต็มไปด้วยความชิงชัง

            ขวัญข้าวพยุงร่างของเพื่อนสาวผ่านร่างสูงของนีน่าที่มายืนอยู่หน้าบูธตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ สาวประเภทสองร่างเพรียวมองเป้าหมายด้วยดวงตามาดหมาย และก่อนที่เจ้าของร่างกลมกลึงจะเดินผ่านหน้าไป เธอก็เปรยเสียงดังที่มั่นใจว่าอรชาจะได้ยิน

            ชีวิตมีทางเลือกเสมอนะ  

+++++++
ฝากนิยายเรื่องใหม่ของ 'ญาณา' ด้วยค่ะ ชอบไม่ชอบยังไงบอกกล่าวและแนะนำกันได้นะคะ

ร๊ากกคนอ่านสม่ำเสมอ ^ _____ ^

จูนิ 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

663 ความคิดเห็น

  1. #644 Mine Oom (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2556 / 23:06
    ก้อดีนะ...แต่งง
    #644
    0
  2. #564 Noo Pla Joojob (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2556 / 15:37
    คุณ พีช นี่สุดๆๆเลยอ่ะ..
    #564
    0
  3. #346 อ้วน (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2556 / 15:09
    คำว่า"กวดน้ำ"ที่ถูกจะต้องเป็น" กรวดน้ำ "ค่ะ
    #346
    0
  4. #310 Nuttie-n (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2556 / 18:02
    อั้ยย่ะ พระเอกแลดูฮอตอ่ะ
    #310
    0
  5. #131 DEVil LAst (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 เมษายน 2556 / 23:14
    สนุกมาก อ้อนเป็นผู้หญิงที่มีศักดิ์ศรีมากไม่ยอมเป็นเมียน้อยใคร
    #131
    0
  6. #75 saluk (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 เมษายน 2556 / 08:14
    เป็นสาวสู้ชีัวิตจริง ๆ
    #75
    0
  7. #51 เก๋ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 มีนาคม 2556 / 00:51
    น่าสงสารอรชาจังเลย อยากติดตามต่อแล้วว่าจะเจออะไรต่อไป
    #51
    0
  8. #49 rosa (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2556 / 13:21
    คำีที่น่าจะผิดค่ะ

    อรชามีบางอย่างที่พนักงานขายคนอื่นไม่ดี --> ไม่มี
    #49
    0
  9. #7 Liza {Hot!!} (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2555 / 18:33
    สนุกมากเลยค่ะ น่าติดตาม
    #7
    0
  10. #6 K.chom (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2555 / 14:18
    สนุกจังเลยค๊า.. รออ่านอยู่นะคะคุณ ญาณา 
    #6
    0
  11. #5 ็้Honey kiss (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2555 / 13:13
    ชอบมากค่ะ จะติดตามผลงานญาณาเรื่อยๆเลย
    #5
    0
  12. #3 เม-ดา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2555 / 17:20
    กำลังสนุกเลยค่า รอตอนต่อไป......
    #3
    0
  13. #2 รินจันทร์ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2555 / 02:14
    เปิดมาตอนแรกก็สนุกเลยนะคราบบบ
    #2
    0