[Fic Bigbang TemGD] Moon Light

ตอนที่ 3 : Part 3 >> น้องชาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,034
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    18 พ.ย. 53

เสียงไวโอลินเพราะพริ้งเข้ากับบรรยากาศร้านหรูที่ทำให้ใครหลายคนเคลิบเคลิ้มไปกับมัน แต่มันไม่ได้ผลกับเด็กหนุ่มคนนี้ที่นั่งรอคนรัก เขาไม่ได้รอนานเท่าไรแต่ด้วยเสียงเส้นเลือดที่เต้นตุบ ๆ ทำให้แวมไพร์มือใหม่อย่างเขาแทบอดใจไม่ให้กระโดดไปกัดคอชิมเลือดของผู้อื่นไม่อยู่ แม้ว่าจะเป็นลูกครึ่งแวมไพร์ก็ตามเหอะ

            ซึงรีก้มลงมองนาฬิกาอีกครั้งก่อนจะตัดสินใจลุกไปเข้าห้องน้ำ อย่างน้อย ที่นั่นคนคงน้อยกว่าที่ที่เขานั่งอยู่ตอนนี้

            หลังจากที่ทำธุระเสร็จเขายืนล้างมือที่อ่าง สายตตาจ้องมองคามว่างเปล่าของกระจกตรงหน้า พลางยิ้มกริ่ม เด็กหนุ่มหันกลับและเดินไปที่ประตู จังหวะเดียวกับที่บุรุษร่างสูงใหญ่เดินเข้ามา ทำให้เขาชนที่อกอย่างจังจนล้มลง

            “ เดินยังไงไม่ดูทางห๊ะ ! ไอ้หน้าอ่อน ” เสียงตวาดของร่างสูงทำเอาคนที่ล้มที่ตอนแรกกะจะขอโทษเกิดอาการไม่อยากขอโทษทันที เขาปรายตามองอย่างหงุดหงิด ก่อนจะลุกขึ้นปัดเสื้อและเดินผ่าน แต่มือใหญ่คว้าแขนเขาไว้ก่อน

            “ ทำเสื้อฉันเปื้อนแล้วยังเดินหนีอีกเรอะ ”

            “ ต้องการเท่าไรล่ะ “ ซึงรีถามกลับและพยายามมือที่แขนเขาออก

              เจ็ดหมื่นวอน (ประมาณ 2500 บาท)”

            “ ฉันมีให้ห้าหมื่นจะเอาไม่เอา ”

            “ ไม่! เสื้อฉันมันราคาตั้งแสนสองแสนนะ! แกจะให้ฉันแค่นั้นงั้นหรือไง! ” ร่างสูงผลักซึงรีเข้าไปในห้องน้ำใหม่ ด้วยแรงมหาศาลทำให้ร่างบางล้มลงไปกองกับพื้นอีกรอบ ตอนนี้เริ่มมีคนมามุงดูสองคนนี้แล้ว

            “ เฮอะ หน้าตาอย่างแกคงไม่พ้นเด็กเสริ์ฟล่ะสิถึงได้มีเงินแค่นั้น ... ”

            ซึงรีนับหนึ่งถึงสิบในใจระงับอารมณ์ ขณะที่ร่างสูงค่อย ๆ นั่งลง

            “...นี่จะบอกให้นะ หน้าตาแกก็ไม่เลวเท่าไร จะหาเงินก็ไม่เห็นต้องไปเป็นเด็กเสริ์ฟเล้ย บาร์แถวนี้ออกจะเยอะแยะ หน้าอย่างแกน่ะคงขายได้ไม่ยากเท่าไรหรอก ...”

            “ ขอโทษนะครับคุณลูกค้า มีเรื่องอะไรเหรอครับ ” เสียงทุ้มปริศนาเอ่ยขึ้นพร้อมการปรากฏตัวของชายหนุ่มร่างใหญ่ที่ปั้นหน้ายิ้มเต็มที่

            “ ก็ไอ้เด็กนี่ทำเสื้อฉันเปื้อนแล้วไม่มีเงินจ่ายน่ะสิ อ้อ เด็กนายสินะ งั้นนายก็จ่ายมา ” ตอนนี้หน้าห้องน้ำจากคนดูแค่สองสามคนเริ่มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

            “ ไม่ใช่เด็กผม แต่เป็นลูกค้าผมต่างหาก ส่วนเงิน ให้คุณตามลูกน้องผมไปทางนู้นหน่อยครับ ” ชายหนุ่มพูดอย่างสุภาพก่อนจะชี้ไปทางเด็กเสริ์ฟคนหนึ่งทำให้ร่างสูงยอมเดินตามไปด้วยดีเมื่อมีคำว่าเงินออกมา สักพัก เสียงโหยหวนขอความช่วยเหลือจากร่างสูงคนนั้นดังเล็ดลอดออกมาจากหลังร้าน

            ร่างใหญ่ยื่นมือมาทางซึงรีซึ่งเขาก็ปัดออกและลุกขึ้นปัดเสื้อและเดินผ่านไปอย่างไม่สนใจคนที่ช่วยเขาไว้เลย

            เด็กหนุ่มมานั่งที่โต๊ะเดิม ซึ่งคนรักของเขาก็ยังไม่มา เขานั่งลงรอ ไม่นานนักก็มีค็อกเทลสีสวยสองแก้ววางบนโต๊ะ เขามองไปยังคนถือ คนที่ช่วยเขาเมื่อกี้นั่นเอง

            “ ของปลอบใจครับ เป็นความผิดของทางร้านที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ” มือใหญ่ดันแก้วไปทางซึงรีซึ่งเขาก็รับมาอย่างงงๆ

            “ ขอบคุณ ”

            “ ขอบคุณเรื่องค็อกเทลหรือขอบคุณผมเรื่องที่ช่วยคุณไว้เมื่อกี้ ” ชายหนุ่มถามพร้อมรอยยิ้มชวนหลงใหล

            “ ทั้งสองเรื่อง ” เขาพูดพร้อมยกเครื่องดื่มขึ้นจิบ

            “ ผม ดง ยองเบ เจ้าของร้านที่นี่ นี่ส่วนลดถ้าคุณจะสั่งอะไรเพิ่ม ”

            “ ถ้าต้องการอะไรเรียกผมได้ตลอด ผมนั่งอยู่หลังเคาท์เตอร์ตรงโน้น” ยองเบบอกก่อนจะถือแก้วค็อกเทลที่เขาเอามาอีกแก้วไปนั่งทีหลังเคาท์เตอร์ดังกล่าว

           

 

 

            “คุณยองเบสนใจเด็กคนนั้นเหรอครับ” เด็กเสริ์ฟคนสนิทถามขึ้น

            “ฉันก็แค่คิดว่าเขาน่าดึงดูดดี เหมือนมีอะไร อีกอย่าง หน้าตาเขาก็คุ้นๆเหมือนฉันเคยพบกับเขาที่ไหนมาก่อน”

            “ในฝันหรือเปล่าครับ” ลูกน้องตอบขำๆซึ่งยองเบได้แต่หัวเราะ ก่อนจะยกเครื่องดื่มขึ้นดื่มพร้อมปรายตาไปทางเด็กหนุ่มคนนั้น และก็ทำให้เขาเกือบพ่นน้ำออกมาหมดเพราะอีกคนที่เด็กคนนั้นนัดเจอคือ ควอน จียง ! ไม่ผิดตัวแน่ ผมสีบลอนด์ ใบหน้าหวาน ร่างบางแบบนั่นแบบเดียวกับที่เห็นในผับ !

            ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ยองเบแกล้งทำเป็นเดินจัดโต๊ะ แต่หูของเขาก็ผึ่งฟังคำสนทนาของทั้งสอง

 

            “ใครกัน คนเมื่อกี้” จียงถามขึ้นทันทีที่มาถึงโต๊ะคนๆนั้นเขาไม่มีทางลืมแน่ คนที่อยู่ในผับนั่น

            “เจ้าของร้านครับ”

            “แล้วมายุ่งอะไรกับนาย”

            “คือเขาช่วยผมไว้จากพวกอันธพาลน่ะครับ เรื่องเล็กน้อยน่ะครับท่านจียง”

            “ไหนดูซิ” มือเรียวจับใบหน้าซึงรีหันซ้ายขวาเพื่อเช็คอาการซึ่งเด็กหนุ่มที่หันซ้ายขวาเหมือนตุ๊กตาเชิดก็หัวใจพองโตและแอบเข้าข้างตนเองว่าคนตรงหน้าเป็นห่วงเขา

            “ความลับไม่แตกใช่มั้ย ซึงรี”

 

            ซึงรีงั้นเหรอ! ชื่อเหมือนน้องชายซึงฮยอนเลยนี่!   ยองเบคิดก่อนจะแอบฟังการสนทนาต่อ

 

            “ของล่ะ”

            ซึงรีล้วงเข้าไปในเสื้อสูทก่อนจะยื่นม้วนกระดาษให้จียง

            “ทำไมถึงสนใจเขานักล่ะครับ” ซึงรีถามขึ้นเสียงอ่อน

            “เพราะเขาเป็นพี่ชายเธอไง พี่ชายที่เป็นศัตรูกับฉัน...”

            “...ชเว ซึงฮยอน นักล่าแวมไพร์ หนึ่งในสี่จตุรเทพที่อายุน้อยที่สุดในรอบทศวรรษ หึ ...” จียงอ่านเอกสารนั้นเหมือนจงใจให้บางคนได้ยินซึ่งคนที่ได้ยินเกือบคว้าแก้วไว้ไม่ทัน

 

          น้องชายเจ้าเทมจริงๆด้วย!                   ยองเบคิดก่อนจะเงี่ยหูฟังต่อ

 

            “...คิดเหรอว่าเรื่องพวกนี้จะไม่ถึงหูท่านผู้นั้น...” ซึงรีหน้าซีดทันทีที่ได้ยิน จียงที่เห็นอากัปกิริยานั้นก็ยิ้มน้อยๆ ก่อนจะดึงใบหน้าเด็กหนุ่มเข้ามาใกล้และกระซิบ

            “...แต่ข้าจะช่วยเจ้าเรื่องนี้หากเลือดของเจ้ายังซื่อสัตย์ต่อข้า ซึงรี” ปลายเล็บแหลมตวัดที่คอของซึงรี ปรากฏเลือดออกมาเพียงติดที่ปลายเล็บ ก่อนที่จียงจะเอาเลือดนั้นเข้าชิม ไม่นานนักมุมปากของร่างบางก็ยกขึ้นอย่างถูกใจ

            “โชคเธอยังดี ฉันจะช่วยก็แล้วกัน” รอยยิ้มไร้เดียงสาปรากฏขึ้นบนใบหน้าของซึงรีทันทีที่ได้ยิน

            สักพักมีชายร่างสูง ล่ำสันคนหนึ่งเดินเข้ามาหาจียงและกระซิบอะไรบางอย่าง

            “ท่านครับ ในนี้มีนักล่าแวมไพร์อยู่ค่อนข้างมาก พาซึงรีออกไปคุยข้างนอกเถอะ”

            “พาซึงรีออกไปรอก่อนก็แล้วกันแดซอง เดี๋ยวฉันตามไป”

            แดซองพยักหน้ารับคำสั่งก่อนจะนำทางซึงรีออกไป จียงนั่งรอจนพวกแดซองออกไปแน่แล้ว ร่างบางจึงลุกขึ้นและเดินมาทางยองเบ เข้านั่งตรงข้ามยองเบ ก่อนตวัดสายตาไล่บ๋อยที่ยืนเช็ดแก้วอยู่ออกไปซึ่งบ๋อยคนนั้นที่เห็นทั้งสายตาไล่ของจียงและยองเบ เขาจึงออกไปด้วยดี

            จียงหยิบแก้วของยองเบขึ้นจิบ ก่อนจะใช้ปลายนิ้วไล้รอบขอบแก้วเล่น

            “ได้ยินหมดแล้วสินะ...”

            “...ฉันบอกตรงๆนะว่าซึงรีเป็นน้องชายของซึงฮยอนแท้ๆ รสชาติออกจะเหมือนกันขนาดนั้น...” สักพักจียงก็หยุดเล่น ก่อนจะดีดแก้วคืนยองเบ

            “...ฝากไปบอกซึงฮยอนก็แล้วกัน ถ้าอยากได้น้องคืน ให้มาตามหาฉัน หรือไม่ก็ไปที่คฤหาสน์ เขารู้นี่ว่าคฤหาสน์ของฉันอยู่ที่ไหน...”

            “...แต่...ฉันไม่รับประกันว่าเขาจะได้น้องชายคืนร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกนะ หึๆๆ” เขากล่าวแค่นั้นก่อนจะลุกเดินออกไป

            สักพัก จียงหยุดเดินและหันกลับมาทางเขา

            “ขอเตือนไว้อย่าง ซึงรีเป็นของฉัน ถ้าไม่อยากให้เขาเดือดร้อน อย่ายุ่งกับเขาจะดีกว่านะ”

            “ฉันเชื่อว่าเด็กคนนั้นไม่ใช่สิ่งของ อีกอย่าง นายก็ไม่ได้ติดป้ายเสียหน่อยว่าเป็นของนาย” ยองเบตอบกลับทันที

            “ก็ตามใจ” จียงตอบสั้นๆ ก่อนจะเดินออกไป

            ตอนนี้สิ่งที่ยองเบรู้คือ เขาต้องรีบบอกข่าวเรื่องน้องชายของเขา สถานที่เดียวที่คนๆนั้นอยู่คงไม่พ้น...

 

 

            “ว่าไงไอ้หนุ่ม พนันต่อหรือเปล่า” เสียงเจ้าของบ่อนหน้ากลมถามชายหนุ่มในเสื้อคลุมยาวสีดำ มีฮู้ตคลุมปิดบังใบหน้า ภายใต้ฮู้ตนั้น เขารู้สึกถึงรอยยิ้มเยาะ ก่อนที่ ไอ้หนุ่ม จะวางชิปกองใหญ่บนโต๊ะ

            “เยอะนา แน่ใจรึ” เขาพยักหน้า เจ้าของบ่อนถอนหายใจก่อนจะแจกไพ่ให้แก่เพื่อนร่วมพนัน ไม่นานนัก หนึ่งในนั้นก็วางไพ่ลงพร้อมยิ้มกริ่ม

            “ท่าทางตานี้ผมจะกินอีกรอบนะครับ” เขาพูด และชี้ไปทางไพ่ที่ได้ สเตท ฟรัด ของเขา คนในวงที่เหลือจึงร้องอย่างเสียดายก่อนที่จะทิ้งไพ่และดันชิปไปที่คนนนั้น ยกเว้นชายหนุ่มภายใต้เสื้อฮู้ตนั่นเท่านั้น

            “เงินคุณล่ะ แหมๆๆ ผมหยวนๆให้ก็ได้นะถ้าคุณจะลดเงินเดิมพันน่ะ” เขาบอกสักพักรอยยิ้มเล็กๆก็ปรากฏทีใบหน้าชายใส่เสื้อฮู้ต พร้อมวางไพ่ที่ทำให้คนในวงเปลี่ยนชิปที่ให้คนนั้นมาให้เขาทันที ไพ่ที่เขาได้คือ...

            “โทษทีนะ บังเอิญผมได้ รอยัล สเตท ฟรัด” เขาพูดอย่างอารมณ์ดีขณะที่อีกคนขบกรามอย่างนึกเสียดาย ยังดีที่รอบนี้เขาลงเงินเดิมพันไม่เยอะเท่าไรแต่เงินที่คนๆนั้นได้ก็มากโขอยู่ แต่ถึงอย่างไรคนดวงดีอย่างเขา รอบต่อไปเงินไม่พ้นมือเขาแน่

            แต่ผิดพลาด เจ้าหนุ่มเสื้อฮู้ตได้ไปมากขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งเมื่อเขาได้เงินมากพอก็ถอนตัว

            “คิดจะถอนตัวงั้นหรือ”

            “ไม่รู้หรือไง การเล่นพนันน่ะต้องถอนตัวตอนมือกำลังขึ้น”

            “แต่ฉันไม่ให้ไปเว้ย! แกเอาเงินของฉันไปตั้งเยอะ”

            ชายหนุ่มไม่สนใจ เขาเดินออกจากโต๊ะตรงนั้น แต่ชายที่เสียเงินก็เข้ามาขวางหน้าทันที พร้อมขยุ้มคอเสื้ออย่างหาเรื่อง

            “พนันน่ะมีได้มีเสีย ยอมรับกันบ้างสิ”

            “ไม่เว้ย แกต้องโกงฉันแน่ๆ” มือขวาของคนตรงหน้ากำหมัดแน่นก่อนจะปล่อยไปที่อีกคนทันที จนชายใส่เสื้อฮู้ตล้มลง และปรากฏใบหน้าคมคาย เรือนผมสีดำสนิทที่มองตรงไปที่คนที่ชกเขาอย่างนึกสมเพช หมัดเบาๆแบบนั้น มีหรือที่คนอย่างซึงฮยอนจะหลบไม่ได้ แต่เขาไม่อยากหลบต่างหาก

            “ถ้าแกยังไม่ยอมรับ จะมีมากกว่านี้อีก” ซึงฮยอนหัวเราะหึ ก่อนจะยืนขึ้นเต็มความสูง มือใหญ่ที่กำหมดแน่นเงื้อขึ้น ก่อนจะปล่อยเต็มแรงที่ใบหน้าชายคนที่มาหาเรื่องเขาจนร่างลอยไปชนกับโต๊ะข้างๆ

            “ทีนี้คงสงบได้เสียที” ซึงฮยอนเดินไปที่โต๊ะ หยิบชิปมาจำนวนหนึ่ง ก่อนจะโปรยลงที่ร่างของชายคนนั้น ท่ามกลางสายตาประชาชนที่เข้ามาเล่นที่บ่อน ไม่มีใครกล้าห้ามเพราะที่นี่ก็เป็นอย่างนี้อยู่แล้ว ทะเลาะได้ แต่หากทำของเสียหายต้องจ่ายสองเท่า

            “ฉันแบ่งให้ จะได้เลิกเห่าเสียที”

            ฉับพลัน ซึงฮยอนรู้สึกได้ถึงจิตสังหารที่แผ่ออกมาแรงกล้า มือของเขาล้วงเข้าไปในเสื้อโค้ตเพื่อเตรียมหยิบอาวุธ แต่... ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            คิดไปเองมั้งเรา... 

            ซึงฮยอนคิด ก่อนจะหยิบกองชิปของเขาไปแลกเงินก้อนหนึ่ง และเดินออกจากบ่อน ไม่นานนัก จิตสังหารเดิมก็พุ่งตรงมาอีกครั้งพร้อมปลายมีดแหลมสะท้อนแสงไฟพุ่งเข้าหาตัวเขา

            ซึงฮยอนเอี้ยวตัวหลบพร้อมคว้าคอเสื้อของชายปริศนาที่จ้องจะฆ่าเขา ทุ่มลงที่พื้น พร้อมมีดสั้นจ่อคอหอย โชคยังดีที่เหนุ่มคนนั้นยังไม่ถึงฆาตเพราะเขายั้งมือไว้ได้ทันเพราะใบหน้าที่คุ้นเคยที่เป็นคนของยองเบ

            “มีธุระอะไร” เขาถามก่อนจะอนมีดออกชายคนนั้นลุกขึ้นปัดเสื้อผ้า

            “ขออภัยที่ต้องทดสอบก่อนครับ คุณยองเบฝากมาบอกคุณว่า เขาหาน้องชายคุณพบแล้ว ให้คุณไปเจอเขาที่ร้าน”

            หัวใจของซึงฮยอนเต้นแรงเมื่อได้ยินว่าเพื่อนเขาหาน้องเขาพบ ไม่ใช่เพราะดีใจ แต่เพราะลางสังหรณ์บางอย่างจากหัวใจของเขาบอกว่า ที่ๆน้องเขาอยู่ไม่ใช่ที่ธรรมดาแน่ๆ เขาเดินไปที่รถและรี่ออกไปทันทีที่ได้ยินข่าว

 

            ^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^

           

            “นี่เป็นรายงานล่าสุดของหน่วยข่าวเราขอรับท่านจียง” แดซองยื่นแฟ้มเอกสารสีดำให้ร่างบางผู้เป็นนาย

            “ท่านผู้นั้นบอกว่าพวกนักล่าแวมไพร์เริ่มเคลื่อนไหวหนักขึ้น ตอนนี้เผ่าเราเริ่มหายไปเยอะแล้วล่ะครับ  แล้ว...”

            “... ท่านก็เลยต้องการจะทำสงครามกับพวกนั้นสินะ” จียงต่อบทให้ สักพักเขาปิดแฟ้มสีดำและดึงแฟ้มบางสีเลือดหมูออกมาเซ็นเอกสารข้างในและยื่นให้แดซอง

            “ฉันอนุมัติให้ใช้มาตรการที่สิบ ไปดำเนินการต่อซะแดซอง”

            “แล้วเรื่องพี่ชายของซึงรีล่ะครับ”

            “ปล่อยไป ถ้าหากเขามาหาถึงนี่ก็มาบอกฉัน ห้ามทำอะไรเขาเด็ดขาด”
            “ตะ... แต่เรื่องที่จะให้มนุษย์ โดยเฉพาะมนุษย์ที่เป็นนักล่าแวมไพร์เข้าคฤหสาน์นี่...”

            “ฉันตัดสินใจไม่พลาดหรอกแดซอง ถ้าเขากลายเป็นแวมไพร์เมื่อไร กำลังรบของเราก็เพิ่มขึ้น และตัดกำลังอีกฝ่ายด้วย”

            “ตะ...แต่...”

            “ไม่มีแต่ ลืมกฏของที่นี่แล้วงั้นเหรอ” แดซองเงียบไปก่อนจะค้อมตัวเล็กน้อยและเดินออกไป จียงมองตามจนกระทั่งแผ่นหลังที่เขาคุ้นเคยตั้งแต่เด็กนั้นลับหายไป เขาปรายตาไปทั่วห้องและหยุดที่นาฬิกาโบราณเรือนใหญ่

            ตีห้าสี่สิบงั้นเหรอ คงได้เวลานอนแล้วล่ะสิ... เมื่อคิดได้ดังนั้นจียงลุกขึ้นบิดกายก่อนจะเดินเข้าห้องไป

 

            ^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^

 

            “หมายความว่าไงห๊ะที่ว่าน้องฉันยู่กับจียงน่ะ!!” ร่างสูงร้องถามเสียงดังลั่นด้วยความกรุ่นโกรธดีนะที่ตอนนี้ร้านปิดไปแล้วไม่งั้นคนคงมามุงดูเป็นแน่

            “ก็หมายความอย่างที่พูดนั่นแหล่ะ เหมือนน้องนายมีพันธะบางอย่างกับแวมไพร์ตนนั้นด้วย” ยองเบเอ่ยช้าๆ ขณะที่มืออีกข้างก็ขยี้หูไปพลางปกติเพื่อนเขาไม่ได้แสดงความโกรธออกมามากมาย ดูท่าทางคราวนี้คงจะโกรธจริงๆ

            “ว่าแต่นายเหอะ ไปสนิทกับแวมไพร์จียงนั่นตอนไหน เรียกชื่อซะสนิทสนมเชียว”

            “เรื่องของฉัน แล้วเจ้านั่นบอกอะไรนายอีก”

            “ก็แค่บอกว่า น้องนายน่ะเป็นของเขา ถ้าอยากจะเอาคืนก็ตามหาเขา หรือไม่ก็ไปที่คฤหาสน์นั่น” สิ้นคำซึงฮยอนลุกพรวดขึ้นทันที

            “อย่าบอกนะว่านายจะไปที่คฤหาสน์ อย่าดีกว่า ถึงนายจะเก่งแค่ไหนเหอะ เข้าไปกลางฝูงแบบนั้นเดี๋ยวก็ไม่เหลือแม้แต่กระดูกหรอก

            “ฉันรู้ว่าจะเจอเขาได้ที่ไหน ไม่ต้องห่วงหรอกยองเบ ต่อให้ร้ายแรงแค่ไหนฉันก็ไม่มีวันจะไปเหยียบที่คฤหาสน์นั่นเด็ดขาด”

 

            ^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^

 

            “ท่านจียงฮะ... ท่านจียง!” เสียงเรียกของใครบางคนทำให้ร่างบางที่นั่งเหม่อลอยสะดุ้งเฮือก ก่อนจะหันควับไปที่คนที่เรียกทันที

            “เป็นอะไรหรือเปล่าครับ เห็นนั่งนิ่งเชียว” ซึงรีเอ่ยด้วยสีหน้าที่เป็นห่วง จียงหรี่ตามองเขาก่อนจะหันกลับไป

            “เปล่า... มีอะไรซึงรี”

            “คือ... ผมขอตามคุณไปลองงานที่คลีนิกคุณได้มั้ยฮะ” ซึงรีเอ่ยช้าๆ ราวกับกลัวว่าคนตรงหน้าจะกล่าวว่าอะไรเขา

            “ตามใจสิ แต่ฉันไม่รับรองนะว่านายจะทนกลิ่นเลือดไหว อยู่ใกล้ฉันตลอดเวลาแล้วกัน” ซึงรียิ้มร่าทันทีที่ได้ยินคำตอบก่อนจะโค้งเล็กน้อยและรีบออกจากห้องไป

            “หวังว่าลางสังหรณ์ของฉันคงจะไม่ผิดนะ...ซึงฮยอน...นายจะมาที่คลีนิกฉันวันนี้ใช่มั้ย...” จียงรำพึงกับตัวเอง ก่อนจะลุกขึ้น หยิบเสื้อกาวน์ เสื้อโค้ตและกุญแจรถออกจากห้องไป

 

 

                        ^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^

 

            Trrr…

 

            “ครับพี่ดองวุค”

            “นายอยู่ที่ไหน”

            “อยู่แถวร้านยองเบครับ”

            “ก็ดี มีรายงานว่าเจอเจ้าพวกปีศาจนั่นอีกสามบล็อกจากที่ๆนายอยู่ ฝากจัดการด้วย อย่าให้เหลือหลักฐานล่ะ”

            ซึงฮยอนรับคำก่อนจะกดปิด มือใหญ่กระชับเสื้อโค้ตตัวยาวพร้อมทั้งดึงฮู้ตขึ้นมาปกปิดใบหน้า ขายาวก้าวไปตามทางที่เขามายมั่นซึ่งจุดหมายอยู่ ณ ที่ที่พี่ดองวุคบอก ดวงตาคมสีเข้มทอประกายอยางตื่นเต้น

            ในที่สุดขาของเขาก็พาร่างม่ถึงที่แห่งนี้ หากมองเพียงปราดเดียวก็ไม่อาจรู้ได้เลนว่าในซอยนี้มีอะไรบ้าง คงจะเห็นเพียงแต่กำแพงมืดๆ กับไฟถนนที่ติดๆดับๆ แต่ซึงฮยอนที่มองเห็นในความมืดได้ดีกว่าชาวบ้านก็เห็นบางอย่างเคลื่อนไหวในความมืด มือของเขากำอาวุธภายใต้เสื้อโค้ตแน่น

            ฟุ่บ! ปัง!

            บางอย่างที่เคลื่อนไหวในความมืดกระโดดลงมาอยู่ตรงหน้าเขา แต่ด้วยสัญชาตญาณ ซึงฮยอนเหนี่ยวไกปืนทันที เสียงนั่นเคลื่อนไหวมากขึ้น

            สี่ตัวงั้นเหรอ...

            เขาคิด และกวาดสายตามองอย่างระวัง  ตอนนี้ถ้าตามความรู้สึกเขาพวกนั้นคงยืนล้อมรอบตัวเขาเป็นแน่

            ปัง! ปัง! ปัง!

            เสียงปืนกระหน่ำรัวขึ้นทันทีที่เขาสัมผัสได้ว่าเจ้าตัวพวกนี้เคลื่อนไหวไปทางใด และมันก็ช่วยเขาได้ ร่างนั้นกระเด็นไปไกลด้วยแรงปืน แต่ก็เท่านั้นเมื่ออีกร่างหนึ่งที่หมายจะคว้าคอเขาแต่ซึงฮยอนเอี้ยวหลบทันเลยพลาดไปที่ไหล่แทน

            เล็บยาวคมกริบจมลงไปในเนื้อของเขา ซึงฮยอนยกขาถีบร่างนั้นออกไปพร้อมกระหน่ำยิงอีกชุด

            ไม่นานนัก ตัวเองก็มาอยู่ท่ามกลางวงล้อมของปีศาจพวกนี้อีกครั้ง แต่คราวนี้เขาเห็นพวกมันชัดเจนเพราะเขาอยู่ท่ามกลางแสงไฟถนนที่ติดอยู่ดวงเดียวในซอย ทำห็เขาเห็นพวกนั้นได้ถนัด ร่างๆหนึ่งที่ถูกเขายิงจนพรุนเข้ามาใกล้เขาช้าๆ พร้อมลูกกระสุนที่หลุดร่วงจากร่างของเขาและแผลที่สมานเข้าหากัน

            พวกชั้นสูงงั้นเหรอ...  

            ซึงฮยอนคิด มีแต่พวกชั้นสูงเท่านั้นแหล่ะที่ทนกระสุนเขาได้โดยที่ร่างยังไม่สลายไปก่อน

            “โฮ่ นักล่าแวมไพร์หรอกเหรอเนี่ย” ร่างนั้นเอ่ยขึ้นพร้อมหยิบกระสุนที่หลุดออกมาจากร่างขึ้นดู

            “ท่าจะฝีมือดีเสียด้วย คงต้องเอาจริงเสียล่ะมั้ง” ฉับพลันดวงตาของเขาเริ่มอ่อนลงจนกลายเป็นสีอำพันเจิดจ้าท่ามกลางความมืดก่อนที่ร่างที่ล้อมวงเขาทั้งหมดจะหายไป ซึงฮยอนหยิบหมุดเงินขึ้นมา เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่สามารถจัดการกับพวกแวมไพร์ชั้นสูงได้

            “หมุดเงินนั่นน่ากลัวดีนะ แต่จะปักเข้าอกฉันได้เหรอ” เสียงทุ้มเมื่อครู่กระซิบข้างหูเขา ก่อนที่มือใหญ่ที่เต็มไปด้วยกรงเล็บเข้าตะปบที่ใบหน้าเขาทันที

            โชคยังที่ที่หลบได้ทันจึงได้แต่รอยเฉี่ยวตรงข้างแก้มเป็นรอยยาวเท่านั้น แต่จังหวะที่หลบทัน แวมไพร์อีกสองตัวที่เหลือ เข้าแทงเขาที่ท้องทันที ร่างของซึงฮยอนลอยไปตามแรงปะทะ พร้อมๆกับร่างทั้งสองที่เข้าถึงตัวเขาเมื่อครู่จะสลายไป

            “ตั้งแต่เมื่อไรกัน!” แวมไพร์ตนหนึ่งร้องขึ้น ซึงฮยอนพยุงตัวลุกขึ้นไปเก็บหมุดเงินสองอันที่ตกอยู่

            “สายตาแย่จังนะ แค่การโจมตีของมนุษย์พวกแกยังดูไม่ออกอีก..”

            “...พวกแกใช่แวมไพร์ชั้นสูงจริงๆน่ะเหรอ” ดวงตาสีเข้มมองที่ศัตรูอย่างท้าทาย และก็เข้าทางเขาเพราะแวมไพร์ตนนั้นพุ่งเข้ามาหาเขาตรงๆทันที หมุดเงินของเขาเตรียมพร้อมที่จะแทงทะลุร่าง แต่ปีศาจตนนั้นดันเห็นเสียก่อนและหลบได้ทัน หนำซ้ำ เจ้านั่นดันเอามีดคมกริบปักที่หัวไหล่เขา และจังหวะที่เขาล้มลง มีดนั้นก็แทงทะลุเนื้อของเขาทะลุพื้นปูน ตรึงร่างของเขาไม่ให้ขยับไปไหน

            “อย่างนี้คงหลบไม่พ้นแล้วสินะ”

            แม้เขาจะรู้ตัวว่าหลบไม่พ้นแน่ๆ แต่ก็ยังมีรอยยิ้มเยาะปรากฏขึ้นที่ใบหน้าอาบเลือดของเขา

            “จะตายแล้วยังจะยิ้มอีก”

            “...ฉันขอเดิมพันไม่นายก็ฉันต้องตาย เอางี้มั้ยชีวิตแลกชีวิต ถ้าฉันพวกแกสองตัวกก็รอด หากฉันรอด แกอีกตัวก็ห้ามฆ่าฉัน และฉันก็จะไม่ฆ่าด้วย ตกลงมั้ยล่ะ”

            “เกิดอาการรักชีวิตตัวเองงั้นเหรอถึงได้รู้ว่าถึงตัวเองจะรอดจากฉันก็คงไม่พ้นมือของอีกคน”

            “เปล่า...ฉันเหนื่อยที่จะไล่ตามฆ่าต่างหาก”

            “พวกมนุษย์นี่ไม่มีการเจียมตัวเลยจริงนะ ฉันจะให้แกตายสบายๆก็แล้วกัน”

            ดวงตาสีเข้มของซึงฮยอนค่อยๆปิดลงอย่างช้าๆ ลมหายใจของเขาเข้าออกอย่างสม่ำเสมอราวกับรอความตายที่อยู่เบื้องหน้า กรงเล็บสีดำใหญ่เงื้อขึ้นและ...!

 

                        ^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^

           

            มันเป็นเรื่องจริงอย่างที่จียงบอกเขาไว้ ทันทีที่เขาย่างเข้ามาในคลีนิกแห่งนี้ ความรู้สึกปวดหัวจี๊ดแล่นเข้ามาทันที ไม่ใช่เพราะกลิ่นยาอย่างที่มนุษย์คนอื่นเป็น แต่เป็นเพราะกลิ่นเลือด แม้ว่าที่นี่จะเป็นคลีนิกโรคหู ตา คอ จมูก แต่ก็มีบางคนที่โดนอุบัติเหตุนิดๆหน่อยๆไม่ร้ายแรงที่มีเลือดอาบมาให้รักษาเหมือนกัน

            “นายไปอยู่ที่ห้องยาซะแล้วคอยจัดยาตามใบสั่งก็แล้วกัน เอ้านี่รายละเอียด” จียงยื่นแฟ้มเอกสารสีดำให้เขา ซึงรีรับมา

            “ทางที่ดีอยู่ในนั้นทั้งวันก็แล้วกัน นายไม่ได้ชินกับกลิ่นเลือดเหมือนอย่างฉัน ถ้าออกมาแล้วทำความลับแตก เรื่องพี่ชายนายได้ไปถึงหูท่านผู้นั้นแน่” จียงสำทับอีกทีก่อนที่ตัวเขาจะสวมเสื้อกาวน์และเดินไปที่ห้องตรวจโรค ที่ทำงานของเขา

 

 

            “ว่าแล้วเชียวว่าคุณหมอควอนต้องมาอยู่ที่คลีนิก” เสียงหวานใสที่คุ้นเคยดังขึ้นทันทีที่เขาก้าวเข้ามาในห้องทำงาน

            “ไม่มีงานที่รพ.หรอคุณปาร์ค”

            “แหมคุณหมอควอนก็ มีพยาบาลที่ไหนรู้ใจคุณเท่าฉันมั้ยล่ะคะ” ปาร์ค บอมตอบอย่างอารมณ์ดี อันที่จริงเธอเองก็ไม่ได้รู้ใจควอน จียง มากเท่าไหร่หรอก สำหรับตัวเธอแล้วหมอหนุ่มคนนี้มีอะไรให้น่าค้นหา แต่เรื่องรู้ใจเธอก็ไม่ได้พูดผิด เธอแค่รู้เรื่องของเขาเลยเดาทางถูกมากกว่าคนอื่นเท่านั้นเอง

            “ก็ตามใจ เดี๋ยวคุณไปช่วยน้องผมจัดยาในห้องนู้นก็แล้วกัน” จียงออกคำสั่งทันทีเมื่อมีคนมาช่วยเพิ่ม ซึ่งหญิงสาวก็พยักหน้าก็จะเดินไปที่ห้องยาตามที่หมอหนุ่มบอก

            “....เอ... แอสไพริน แล้วนี่ยาอะไรล่ะนี่... เหมือนกันเลยแฮะ...แล้วยานี่มาจากไหนล่ะเนี่ย...” เสียงบ่นพึมพำของซึงรีที่เปิดตำราที่จียงให้มาดูควบคู่พร้อมกับนั่งจัดยาแยกประเภทไปเรื่อยๆ สักพักเขาได้ยินเสียงเปิดประตู

            “ว้าย! นั่นยาคนละตัวกันนะคะ ต้องแยกมาอีกกล่องนึงค่ะ” เสียงหวานใสอุทานขึ้นทันทีที่เห็นกองยาระเกระกะ รู้สึกว่าบางตัวจะปนกันด้วย ก่อนที่คุณเธอจะเข้าไปเก็บและแยกยาเป็นชุดๆอย่างคล่องแคล่วจนทำให้เด็กหนุ่มอ้าปากค้างด้วยความทึ่ง

            “ขอโทษที...แล้วก็...ขอบคุณครับ” ซึงรีเอ่ยขึ้นช้าๆ

            “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณเป็นน้องขอองคุณหมอควอนใช่มั้ยคะ ท่าจะพึ่งลองงานเป็นครั้งแรกใช่มั้ยคะ” หญิงสาวเอ่ยขณะที่มือเธอก็สาละวนจัดของ ใบหน้าของซึงรีเจื่อนเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่าน้องของจียงแตก็ปรับสีหน้าได้ทันเมื่อเธอหันมาทางเขา

            “ครับ” เธอหันมามองที่เขา ก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมา

            “ถ้างั้นเดี๋ยวฉันสอนงานให้คุณเลยดีกว่าค่ะ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ตอนที่มาเป็นพยาบาลแรกๆก็ทำผิดทำถูกอย่างนี้ทุกคนแหล่ะค่ะ”

            “ขอบคุณครับ คุณ...”

            “ปาร์ค บอม ค่ะ”

            “ครับ...ผมซึงรีครับ” รอยยิ้มปรากฏที่ใบหน้าเด็กหนุ่มก่อนจะเข้าไปนั่งฟังรายละเอียดการจัดยาที่เจ้าหล่อนเจื้อยแจ้วให้ฟังอย่างตั้งใจ

 

 

            “หวัดธรรมดาครับ เดี๋ยวคุณลุงกินยาตามที่จัดไว้นะครับ แล้วอาทิตย์หน้าค่อยมาหาหมอใหม่ เดี๋ยวคุณลุงรอรับยาที่ทางด้านโน้นนะครับ” จียงบอก ก่อนจะเขียนใบสั่งยาและส่งให้พยาบาล เขาถอนหายใจยาวก่อนจะบิดตัวเล็กน้อยและนั่งพิงพนัก สักกพัก เมื่อเห็นว่าไม่มีคนไข้คนไหนต่อเขาก็ลุกไปที่ด้านหลังคลีนิก เพื่อนตรวจเช็คของ และตรวจดูซึงรี

            หมอหนุ่มเดินตามทางเดินก่อนจะได้ยินเสียงพยาบาลปาร์คที่พยายามสอนงานให้ซึงรีอย่างขะมักเขม้น เขามองผ่านช่องประตูที่ปิดไม่สนิท และเห็นแววตาที่มุ่งมั่นของเด็กหนุ่มทำให้เขาเผยรอยยิ้มออกมา

            “ทำงานได้ดีกว่าที่คิดนี่” เขาเอ่ยขึ้นเรียกความสนใจจากทั้งสองมาที่หน้าประตูที่เขายืนพิง

อยู่ทันที

            “ขอบใจนะคุณปาร์ค เด็กคนนี้คงสอนยากหน่อย แต่เขามีความตั้งใจ เหนื่อยหน่อยนะ ผมคงต้องขอให้คุณมาที่คลีนิกนี้บ่อยๆแล้วล่ะ” จียงเอ่ยต่อ ซึ่งปาร์ค บอมก็เผยยิ้มสดใส

            “ไม่เป็นไรค่ะ อันที่จริงคุณซึงรีก็ไม่ได้สอนยากเท่าไรหรอกค่ะ” ปาร์ค บอมยิ้มแป้น

            “งั้นก็ฝากด้วยนะ” เขาบอกก่อนจะเดินออกไปทางด้านหลังคลีนิก

            เขาล้วงหาซองบุหรี่ที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อกาวน์ และหยิบขึ้นมา ใบหน้าเขามุ่ยเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าในซองมีบุหรี่อยู่แค่มวนเดียว เขาจุดไฟสูบ ก่อนจะหาที่ร่มๆ ยืนสูบ

            สักพักเขาได้กลิ่นเลือดหอมหวานที่คุ้นเคยพร้อมเสียงเปิดประตู จียงใจเต้นตึก ใบหน้าหวานหันไปตามเสียงก็พบกับร่างสูงที่เลือดท่วมตัวเดินเข้าไปในคลีนิกเขา จียงรีบทิ้งก้นบุหรี่ก่อนจะเดินตามเข้าไปทันที

 

 

 

          ให้ตายสิ งานนี้หินชะมัด กลับไปจะเรียกค่าพยาบาลให้หนักเลยคอยดูเหอะพี่ดองวุค....

            ซึงฮยอนคิด ตอนนี้ดวงตาเขาเริ่มพร่าและสติเริ่มไม่อยู่กับตัวเพราะเสียเลือดมากเกินไป แค่เขาสามารถพยุงร่างของตัวเองเดินตามหาที่ที่สามารถทำแผลได้ก็ดีแค่ไหนแล้ว

            เมื่อเขาก้าวเข้ามาในที่ที่เขาคาดว่าน่าจะเป็นคลีนิกแล้ว ไม่นานนัก มือของเขาก็จับอาวุธแน่นเมื่อแรงบางอย่างคว้าคอเสื้อเขาก่อนที่ร่างของเขาจะถูกเหวี่ยงเข้าไปในห้องๆหนึ่ง ห้องที่เขาคุ้นเคย พร้อมร่างบาง ใบหน้าหวาน กับผมสีเงินที่เขาไม่มีวันลืม

            “โดนยำมาซะเละเชียว” เสียงหวานเอ่ยเหน็บขึ้นทันทีโดยที่เจ้าของเสียงไม่หันมามองเขา ซึงฮยอนเผยยิ้มช้าๆ สงสัยเลือดเขาคงจะมีอิทธิพลกับคนๆนี้มากแน่ๆ

            “แล้วจะรักษาให้มั้ยล่ะ คุณหมอ” ซึงฮยอนเอ่ย

            มือบางของร่างเล็กดันเขาที่หน้าอกให้นั่งบนเตียงคนไข้ ก่อนจะที่บอกให้เขาถอนเสื้อออกและทำการห้ามเลือดและทำแผลให้

            “แผลตรงไหล่นี่นายไปเย็นที่โรงพยาบาลก็แล้วกันที่นี่ไม่มีอุปกรณ์”     

            “แน่ใจเหรอว่าจะให้ฉันไป” ซึงฮยอนกล่าวขึ้นทำให้ร่างบางเลิกคิ้วอย่างสงสัย

            “ทำไม”

            “ถ้าฉันไปเย็บหมอก็ต้องถามว่าไปทำอะไรมา ซึ่งรอยแบบนี้มันเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ฝีมือมนุษย์หรืออุบัติเหตุแน่ๆ เผลอๆ ความลับของเธออาจจะแตกก็ได้” จียงเงียบไปสักพัก

            “ก็ตามใจ ร่างกายของนาย ฉันแค่บอกในฐานะหมอเท่านั้นเอง” จียงเอ่ยขึ้นหลังจากที่เงียบไป

            “ฉันรู้ว่าเธอรักษามันได้ เขี้ยว...กับน้ำลายของเธอช่วยฉันได้...” ซึงฮยอนเอ่ยขึ้นอีกครั้งก่อนที่จะขยับตัวเข้าหาเขา มือบางดันอกไว้อย่างพยายามรักษาระยะห่าง ระยะขนาดนี้ แถมคนๆนี้ยังเลือดอาบทั้งตัว แค่เขาคิดถึงรสชาติของมันที่เขาเคยชิมก่อนหน้านี้ก็ทำให้จิตใจของเขากระเจิดกระเจิงไปไหนต่อไหนแล้ว

            “ไม่... นายจะบอกก็บอกไปสิ ใครเขาจะเชื่อกัน” จียงพยายามเปลี่ยนประเด็นซึ่งร่างสูงก็หัวเราะหึ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้เขาอีก ใบหน้าคมโน้มเข้าใกล้ใบหน้าหวานก่อนจะเฉเปลี่ยนทิศไปที่ใบหู

            “เลือดฉันหอมมากใช่มั้ยล่ะ อดทนไปก็เท่านั้นแหล่ะ ไม่ดีหรือไงที่มีเหยื่อมาหาถึงที่ แถมยอมให้กินเลือดอย่างไม่มีข้อแม้ใดๆนอกจากจะสมานแผลให้” จียงกลืนน้ำลายเอื๊อก

            ร่างสูงถอนใบหน้าออก มือใหญ่ดึงร่างบางในเสื้อกาวน์เข้ามาโอบกอดไว้แน่น ผมสีเงินสลวยหอมกลิ่นแชมพูอ่อนๆ ทำให้เขาเริ่มอดใจไม่ไหวแทนคนตรงหน้า รสชาติของริมฝีปากนั่น กับร่างอันบอบบางน่าทะนุถนอม

            เขารั้งใบหน้าที่พยายามเบือนหนีให้สบตากับเขา และดึงเข้ามารับจุมพิต ริมฝีปากสีชมพูนุ่มนิ่มอย่างที่เขาสัมผัสมาไม่ผิดเพี้ยน ก่อนที่จะถอนออกช้าๆ รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าเขาอีกครั้งเมื่อเห็นดวงตาสีเข้มกลายเป็นสีอำพัน

            เขาโอบใบหน้าหวานให้ซบลงที่ไหล่ข้างที่แผลอาบเลือดนั่นแล้วรอ ทั้งๆที่ร่างบางตรงหน้าพยายามดิ้นรนให้ออกจากอ้อมแขนของเขา แต่กลิ่นเลือดที่ยั่วยวนอยู่ตรงหน้าทำให้ร่างที่ดิ้นรนหยุดนิ่ง จียงที่สติกระเจิดกระเจิงด้วยกลิ่นเลือดเริ่มแลบเลียและขบกัดเบาๆที่หัวไหล่เขาอย่างหิวกระหายเรียกรอยยิ้มจากคนตรงหน้าได้ทันที

            สักพักความรู้สึกเจ็บจี๊ดที่หัวไหล่ ทำให้เขาแทบกระชากร่างบางออกไป หากว่าเขาไม่ได้รู้สึกถึงความปวดที่ไหล่ก่อนหน้านี้ค่อยๆหายไป ชายหนุ่มก้มลงมองที่แผล ตอนนี้แผลเริ่มสมานกันเรียบร้อยแล้วพร้อมๆกับร่างบางที่แลบเลียเลือดของเขาอย่างหมดจดและถอนใบหน้าออก

            ใบหน้าหวานแดงซ่าน ไม่รู้ด้วยความอาย เขิน หรือโกรธดวงตากลับมาเป็นสีเข้มดังเดิม มือบางพยายามผลักร่างเขาออก แต่ซึงฮยอนไม่มีทีท่าว่าจะขยับ

            “ปล่อยฉันได้แล้วน่า!  จียงโวยแต่ร่างตรงหน้าไม่สนใจ ครั้นกลับดึงร่างเขาให้เข้ามาแนบชิดกว่าเดิม

            “น้องฉันอยู่ไหน” คำถามนี้ทำให้จียงเผยยิ้มช้าๆ

            “สนใจด้วยเหรอ ซึงรีผู้น่าสงสารที่ถูกครอบครัวทอดทิ้งมาเป็นสิบๆปี” มือใหญ่จับแขนของเขาก่อนจะผลักร่างบางออก สายตาของทั้งสองสบกัน

            “เธอ...ทำอะไรน้องฉัน” ซึงฮยอนเค้นเสียงถาม ถึงแม้ว่าจะเป็นน้องชายงี่เง่าแค่ไหนก็ตาม แต่เขาก็เป็นครอบครัวคนเดียวที่เขาเหลืออยู่

            “หาคำตอบจากน้องนายเอาเองสิ” ปืนกระบอกเล็กที่บรรจุกระสุนสำหรับฆ่าแวมไพร์โดยเฉพาะจ่อเข้าที่ขมับเขาทันที

            “ยิงเลยสิ เรื่องฆ่าแวมไพร์เป็นเรื่องถนัดของนายอยู่แล้งหนิ อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าฉันสลายไปแล้วน้องนายจะทำหน้ายังไง”

            “เขาคงยิ้มอย่างสะใจล่ะมั้งเมื่อฉันกำจัดคนที่กักขังเขาไว้” จียงหัวเราะหึ

            “งั้นก็ยิงเลยสิฉันไม่มีทางตายง่ายๆด้วยกระสุนงี่เง่าของนายหรอก” ดวงตาสีเข้มท้าทายคนตรงหน้าและรู้สึกสนุกเมื่อเห็นคนตรงหน้าทำสีหน้าที่คาดเอาไว้ แต่สักพัก ร่างสูงก็หัวเราะออกมา ก่อนที่มือใหญ่จะคว้าคอเขาและลากตัวเขาขึ้นมาบนเตียงคนไข้อย่างไม่ยากเย็น แต่ปลายปืนเย็นเฉียบยังอยู่ที่หัวเขา

            “ฉันไม่ฆ่าเธอหรอก อย่างเธอต้องให้ทรมานจนเธอขอให้ฉันฆ่าเธอเลยทีเดียว” ซึงฮยอน จ้องใบหน้าแดงซ่ายจากการบบีบคอของเขา ถ้าเป็นมนุษย์ธรรมดาป่านนี้คงขาดอากาศหายใจตายไปแล้ว แต่สำหรับคนๆนี้คงแค่พูดไม่ออกเท่านั้นเอง

            ซึงฮยอนวางปืนไว้ตรงโต๊ะหัวเตียงแต่มืออีกข้างยังไม่ยอมปล่อย แต่เลื่อนไปบีบกรามจียงแทนและดึงใบหน้าหวานเข้ารับจุมพิตอีกครั้ง มือใหญ่เย็นเยียบกระชากเสื้อเชิ้ตคนตรงหน้าจนกระดุมหลุด สัมผัสผิวเนื้อเย็นอย่าง(หื่น)กระหาย

            “อื้อ!” ร่างบางประท้วงแต่คนตรงหน้ายังไม่ยอมคลายริมฝีปากง่ายๆ มือใหญ่ไล้สัมผัสร่างบางที่คุ้นเคน อ้อมเลยไปทางเบื้องหลัง มือเรียวไล่ไปตามแผ่นหลังลงสู่เบื้องล่าง มือเล็กที่พยามยามปัดป้องไม่ได้ช่วยอะไรจียงเลยแม้แต่น้อย

            “ปล่อยนะ ที่นี่ไม่ได้มีคนน้อยเหมือนวันก่อนหรอกนะ!” ร่างบางร้องทันทีที่ริมฝีปากเป็นอิสระ

            “กลัวชื่อเสียงเธอป่นปี้เหรอ แต่ร่างกายของเธอก็ยังซื่อสัตย์ต่อการสัมผัสของฉันนี่” ซึงฮยอนเอ่ยยั่ว ริมฝีปากเขายังขบกัดใบหูและซอกคอของอีกฝ่าย ก่อนจะเลื่อนต่ำลง มือเล็กพยายามผลักเขาออก แต่สัมผัสที่ชวนหลงใหลทำให้มือไม้อ่อนไปหมด

            “ซึงฮยอน...” จียงเอ่ยเรียกชื่อคนตรงหน้าเสียงสั่น ไม่ใช่เพราะกลัวสัมผัสของเขา กลัวตัวเองทนไม่ไหวเสียมากกว่า ใบหน้าคที่เลื่อนต่ำลงเข้ามาคลอเคลียที่ใบหน้าและใบหูของเขาอีกครั้ง มือใหญ่ที่นวดเฟ้นท้ายทอยทำให้สติสัมปัชชัญญะของร่างบางเริ่มกระเจิง

            “เรียกเทมสิ...”ร่างสูงเอ่ยยั่ว มือใหญ่เค้นคลึงเบื้องหน้ากระตุ้นให้ร่างบางตรงหน้าเผลอส่งเสียงร้องออกมา และร้องขอที่น่าอับอาย

            “อา...มากกว่านี้สิ...เทม...” ร่างสูงหัวเราะหึด้วยความพอใจที่คนตรงหย้าตกเป็นเยื้อล่างเขาอีกครั้ง

            “ดีมาก...เด็กดี...”

            “อา...”

 

 

            .

            .

 

 

            .

 

 

            “เอ...กล่องนี้คืออะไรหว่า...ซึงรีจ๊ะช่วยไปถามคุณหมอควอนให้หน่อยสิ” ปาร์ค บอมยืนกล่องใบเล็กสีน้ำตาลให้ซึงรี ตอนแรกซึงรีก็ทำท่าไม่อยากไปเพราะจียงสั่งเขาไว้ว่าห้ามออกจากห้องนี้ แต่เขาเห็นหญิงสาวตรงหน้าช่วยทำในส่วนที่เขาทำเสียหาบไว้อย่างวุ่นๆ เขาก็พยักหน้าก่อนจะกลั้นหายไปเดินออกไป

            เท่าที่เขาจำได้ เมื่อครู่เขาเห็นแผ่นหลังของร่างบางหายเข้าไปในห้องแถวๆประตูหลังคลีนิกนี่นา สักพักเขาได้ยินเสียงของจียงและเขาก็รู้ตำแหน่งแน่นอน เด็กหนุ่มปิดจมูกแล้วรีบเดินไปที่ตรงนั้น เขาไม่ได้มองผ่านช่องกระจกใสเพื่อดูให้แน่ใจเพราะว่ามันไม่จำเป็น ประสาทสัมผัสของเขาชัดเจนและแม่นยำ เด็กหนุ่มเปิดประตูเข้าไปทันที

            “ท่านจียงครับ!...” เสียงของเด็กหนุ่มขาดหายไปเพราะภาพตรงหน้าทำให้มือที่ถือกล่องสีน้ำตาลบีบแน่นจนกล่องบุบ

            ภาพของเจ้านายของเขา...จียง... นอนอยู่ใต้ร่างสูงอีกร่างหนึ่ง ร่างกายของจียงเกือยจะเรียกได้ว่าเปลือยเปล่า หากไม่มีเสื้อกาวน์และเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เปิดให้เห็นแผ่นอกอยู่ ทั้งสองหยุดกระทำการบัดสีตรงหน้าเมื่อได้ยินเสียงคนเข้ามา และสิ่งที่ทำให้ร่างของซึงรีแข็งอยู่ตรงนั้นคือ ดวงตาสีเข้มคมคายที่เขารู้จักดี

            ชเว ซึงฮยอน... พี่ชายของเขา

            ท่านจียงรู้ว่าเขามีพี่ชายได้ยังไง!

            ทำไมท่านจียงถึงรู้ว่าซึงฮยอนกับพี่เขาเป็นพี่น้องกันแท้ๆ!

            คำตอบเพิ่งจะมาเด่นชัดกันวันนี้แหล่ะ!

            “ซึง...รี...” ดวงตาของจียงเบิกกว้างเมื่อเห็นว่าใครมาแต่ดวงตาของเขายังคงเป็นสีอำพัน พอๆกับร่างสูงที่ทาบทับเขาอยู่ ชายหนุ่มเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง

            ดวงตาสีซึงรีเริ่มกลายเป็นสีฟ้าอ่อน ซึงฮยอนรู้สึกได้ถึงรังสีอันตรายมาจากน้องชายของเขา แต่ก่อนที่เขาจะได้หยิบอาวุธ ร่างของน้องชายเขาก็มาหยุดตรงหน้าเขา คว้าร่างบาง และหมัดที่กำแน่นเข้าปะทะที่แก้มเขาอย่างเต็มแรง จนใบหน้าเขาชา นั่นคือคำทักทายแรกที่น้องเขามีให้เขา

            ซึงฮยอนหันกลับมาอีกที ร่างของซึงรีและจียงหายไป เขามองหาและก็เห็นทั้งสองร่างอยู่ตรงหน้าประตู ร่างบางที่ยังตกใจไม่หายอยู่ในอ้อมกอดของซึงรี ในขณะที่ซึงรีมองมาทางเขาอย่างไม่ไว้ใจ และแผ่รังสีอาฆาตออกมาอย่างจงใจ

            “ท่านจียงไม่เป็นอะไรใช่มั้ยครับ” ซึงรีถามขึ้น แต่สายตายังมองที่ซึงฮยอนอย่างไม่พอใจและไม่ไว้ใจ ซึ่งจียงก็ได้แต่อืออาตอบไป ความมึนงงที่ได้รับจากร่างสูงยังคงไม่หมดไป แต่มือของจียงกอดแขนของซึงรีไว้แน่น กันไม่ให้เขาทำอะไรบุ่มบ่าม

            “ไงน้องรัก... ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” ซึงฮยอนเอ่ยขึ้นช้าๆเมื่อเริ่มตั้งสติได้ รอยยิ้มกวนๆตามแบบฉบับของเขาปรากฏขึ้น แต่ภายในใจทำไมเขาถึงรู้สึกผิดเล็กๆล่ะ

            “ก็นานพอที่ทำให้ผมรู้ว่าผมคงไม่เหลือครอบครัวอีกแล้ว” ซึงรีเอ่ยอย่างเย็นชา

            “ครอบครัวนายก็ฉันไง”

            “ผมไม่เคยมีพี่ชาย และไม่มีครอบครัว ครอบครัวของผมมีเพียงท่านจียงคนเดียงเท่านั้น และผมก็ไม่ยอมเสียครอบครัวผมไปอีกแน่!” สิ้นคำซึงรีอุ้มร่างบางขึ้นก่อนจะพาออกไปจากตรงนั้น ทิ้งให้ร่างสูงกัดฟันกรอดจากคำพูดของน้องชาย

            ตลอดสิบกว่าปีเขาลำบากไปเพื่ออะไรกัน เพื่อสายเลือดเพียงคนเดียวที่ไม่ไยดีเขาเนี่ยนะ!

            หึ... จียง... ได้เห็นดีกันแน่...เธอไม่มีวันหนีฉันพ้นหรอก...!    เขาคิด ก่อนจะคว้าเสื้อโค้ตและเดินออกไปจากคลีนิกด้วยความคับแค้นที่มีอยู่เต็มอก

 

 

            ^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^





อะแฮ่ม... เรากลับมาอีกแล้ว หลังจากดองไปนาน... คิดถึงมั้ยเอ่ย...กร๊ากๆๆ (ตูม!! บรรดารองเท้าและของสารพัดอย่างจากคนที่รออ่าน )

ลุกขึ้นมาคุยต่อ.... ข้าน้อบก็ไม่มีอะไรจะพูดมากความนอกจากคำว่า...









ขอโทษค้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!!! >/\<





ขอโทษที่ห่างหายไปนาน กลับมาคราวนี้อัพให้อย่างจุใจเรยค่ะ ถ้ายังไม่พอ นอนคอยรอตอนหน้าค่ะ!!
แหะๆ

แล้วแอลก็ต้องขออภัย หากเรื่องนี้มีบางอย่างที่ไม่สมจริงไปบ้าง (อันที่จริงมันก็ไม่จริงทั้งเรื่องนั่นแหล่ะ) บรรยากาศที่เกาหลีหรือร้านค้าต่างๆอาจจะไม่สมจริงไปบ้างต้องขออภัยอย่างสูงนะคะ เพราะข้อมูลของเกาหลีแอลหาจากซีรี่ย์หรืออ่านเอาตามเว็บต่างๆน่ะค่ะ (แอบเค้นถามเพื่อนที่ไปเกาหลีมาด้วย) ก็ขออภัยในความไม่สมจริงตรงนี้


ในตอนนี้แอบมี เบรี มาหน่อยนึงหวังว่าคุณผู้อ่านที่รออยู่คงปลื้มนะคะ ประมาณว่า 'ในที่สุดคู่ที่กุเชียร์ก็ปรากฏตัวแล้ววึ๊ย!!' ใช่มั้ยคะ
ตอนนี้เกิดอาการวิกฤตแล้วค่ะ ซึงรีรู้แล้วว่าพี่ชายเขามีสัมพันธืกันอย่างลึกซึ้งกันคนที่เขารักมากกกกจากแต่เดิมที่ไม่ชอบหน้า ตอนนี้เกิดอาการเกลียดพี่ชายทันทีเรยค่ะ

เรื่องราวของตอนหน้า แอบบอกให้ดีใจเล่นๆว่ามีสองศรี เบรี เข้ามาเพิ่มมากขึ้นเจ้าค่ะ และตัวละครเพิ่มขึ้นแล้ว.... จะเป็นยังไงเมื่อคนที่ซึงรีรักสุดหัวใจเกิดอาการหลงใหลใน อะฮ่ะ อเฮื้อ อะแฮ่ม แม่มๆๆๆๆ$@%87&^t)(&&7^#%&  (มาอีกแล้วอีแบบนี้ คนอ่านลุ้นตายดิ กร๊ากๆๆ)


ขอบคุณท่านผู้อ่าน เงา แล้วก็ท่านผู้อ่านที่คอมเม้นให้นะคะ แอลก็ขอวอน ขอร้องให้ท่านผู้อ่านช่วยคอมเม้นให้หน่อยเถิดค่ะ สำหรับผู้เขียนแล้ว ผู้อ่านคือบุคคลที่สำคัญที่สุด และเราจะพัฒนางานเขียนของเราขึ้นไปไม่ได้หากไม่ไดความคิดเห็นของพวกท่านค่ะ ขอบคุณมากๆค่ะ


สุดท้ายนี้แอลก็จะดอง  เอ๊ย! จะพยายามอัพให้เร็วที่สุดค่ะ ขอบคุณท่านผู้อ่านทุกท่านค่ะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่า ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

205 ความคิดเห็น

  1. #201 Ying_VIP (@sasicha45) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2558 / 10:56
    ง่ออออออออ ฟินนนนนนร
    #201
    0
  2. #167 @Excmo_gelatina (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2555 / 02:31
    ทั้งคู่เต็มใจในสัมพันธ์เช่นนั้นเองนะซึงรี เป็นการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ที่ไร้อารมณ์ความรู้สึกเข้ามายุ่งเกี่ยว มีแต่ความต้องการทางกายและรสชาติเท่านั้นที่ตรึงทั้งสองให้ทำในสิ่งที่ผิดกฎปฏิบัติ

    ต่อปเปิดตัวมาทีไร ดูสมบูรณ์แบบทุกครั้ง ต่างจากคนอื่นๆมาก กระทั่งจียงเองยังไร้ความสง่าเมื่อเทียบกับร่างสูง

    แอบมีคู่พี่ชายน้องเล็กมาให้รู้สึกดีเล็กน้อย แต่ดูเหมือนจะมีเพียงคนพี่เท่านั้นที่สนใจ เพราะไร้ปฏิกิริยาที่แสดงว่าสนใจของน้องเล็กกลับมา
    #167
    0
  3. #158 MooM (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2555 / 01:49
    งึ้ยยยยยย สงสารเทมอ่า แต่ไม่เป็นรัยอย่างน้อยจีก้ติดใจเทมแล้ว อิอิ
    #158
    0
  4. #138 na-xxxholic (@na-xxxholic) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2555 / 00:33
    เกิดศึกชิงนางซะเเล้ว ^_^ สนุกมากเลยค่ะ
    #138
    0
  5. #105 Fah.T>>BB 'VIP (@ft-bbvip) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 เมษายน 2555 / 00:34
    อ่านแร้วจิ้น =.,-
    #105
    0
  6. #101 Boomshakalaka (@wonandwon) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มีนาคม 2555 / 17:55
    ชอบฟิคเเบบนี้นะ >O<
    #101
    0
  7. #80 VIP ' BB_GD * (@stawberrycheess) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2554 / 14:08

    เอ.. ให้ความรุ้สึกเหมือนเรื่อง เเวมไพรื ไนท์ เลยอ๊า ><
    หนุกเเบบฉบับ kwon กำเดาไหล -.,-

    #80
    0
  8. #66 ควอนบิวตี้ ♥ (@bew-biizzz) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2554 / 19:32

    โอยๆ = =;;
    ศึกสองพี่น้อง แย่งชิงแวมไพร์คนสวย!!

    เอาเถอะ
    แย่งๆ กันไปๆ

    แต่เราเอาใจช่วยเทมป์ เฮ่!!!


    แต่จียงนี่ได้อีกอะ
    ลุ่มหลงเทมป์จริงอะไรจริง *O*

    ตกเป็นทาสชเวซึงฮยอนสุดหล่อซะแล้วสิ หุๆ

    #66
    0
  9. #58 DevilP (@pickbusy) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2554 / 13:28
    ทำไมซึงเย็นชากันพี่เค้าอย่างนั้นหล่ะลูก
    สองพี่น้องนี้เค้าโกรธแค้นอะไรกันมาก่อนหรือเปล่านี้
    เท่าที่เห็นตอนนี้ก็คงเป็นศึกชิงนางจีสินะ

    #58
    0
  10. #51 H.K.⑫ (@sirinyanat) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2554 / 15:23
    ยังมีเรื่องคำผิด กับพิมพ์คำสลับกันบ้าง

    แต่ให้อภัย(เพราะเก๊าเองก็เป็นบ่อยเหมือนกัน)

    แต่บรรยายดีมากเลย ยอดเยี่ยม!
    #51
    0
  11. #45 tuk (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2554 / 18:57


    ศึกสายเลือดซะแล้ว ขอบคุณคะ
    #45
    0
  12. #31 หนูน้อย (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มกราคม 2554 / 11:38
    อัปเร็วๆนะ รออยู่
    #31
    0
  13. #28 bbvip (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2553 / 12:09
    เสียดายไม่มีเอ็นซี -..-

    หนุกดี ชอบบบบบบ >
    #28
    0
  14. #26 HkCeLyfC (@kizzhkcelsama) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2553 / 21:11

    โฮก
    สนุกมากกกกกก
    จีน่ารักอ่าๆๆๆๆๆ
    เทมแรงงงงงง
    หุหุหุ
    สนุกมากเยยยย
    มาต่อเร็วๆนะคะ

    #26
    0
  15. #25 999 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2553 / 23:31
    อัพๆๆนะ

    เค้าชอบอ่านฟิคตัวเองมากเลยอ่ะ

    ขอบคุณมากๆนะ
    #25
    0
  16. #24 Space of Love (@spaceoffeeling) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2553 / 23:10
    ศึกชิงนางระหว่างสองพี่น้อง..แต่แบบถ้าเทมป์รู้ว่าน้องของตัวเองกลายเป็นแวมไพร์ไปแร๊ว
    จายิ่งแค้นจียงมากขึ้นรึป่าว??  กลัวจียงโดนเทมป์ทำร้ายจัง
    เพราะเหมือนคนที่กะลังหลงหัวปักหัวปำจากลายเป็นจียงมากกว่า
    #24
    0