คัดลอกลิงก์เเล้ว

มันเป็นอดีตของทีนะคะ(ไรท์)

มันเป็นตอนก่อนที่จะย้อนอดีตไปนะคะ ใครที่อ่านจอมยุทธ์อยู่ก็มาอ่านหน่อยนะคะจะได้รู้เรื่องของทีเพิ่มอีกนิดหน่อย

ยอดวิวรวม

563

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


563

ความคิดเห็น


4

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  23 ต.ค. 55 / 21:38 น.
นิยาย ѹʹյͧչФ(÷) มันเป็นอดีตของทีนะคะ(ไรท์) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

มันเป็นแค่ตอนสั้นๆนะคะ 
หวังว่าจะมีใครสักคนสงสารทีบ้าง

 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 23 ต.ค. 55 / 21:38


  

  

   ท้องฟ้าเบื้องบนปรากฏเมฆก้อนใหญ่ลอยอยู่เต็มท้องฟ้าทำให้รู้ว่าอีกไม่นานฝนจะตกลงมาและจะตกอย่างหนักเสียด้วย  เด็กสาวอายุสิบสามถึงสิบสี่ปีเงยหนามองท้องฟ้าแล้วถอนหายใจออกมาขาสองข้างก้าวเดินต่อไปเรื่อยๆแม้จะไม่อยากไปในที่ที่ต้องไปสักเท่าไหร่ก็ตามที

   กลับมาแล้วหรอยัยพี่บ้าเสียงเล็กๆแหลมๆทักเด็กสาวทันทีที่เธอเปิดประตูบ้านเข้าไปในสภาพเนื้อตัวเปียกปอนเพราะสายฝนที่กำลังตกหนักอยู่ข้างนอก

   อย่าเพิ่งยุ่งกับพี่ตอนนี้จะได้ไหมระรินพี่จะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเด็กสาวพูดอย่างหน่ายๆแล้วเดินผ่านน้องสาวตัวเองไป

   กลับเย็นเชียวนะยัยเด็กไร้ที่พึ่งหญิงวัยประมาณสามสิบปลายๆเอ่ยกับเด็กสาวจากข้างให้องรับแขก

   คะคุณน้าเด็กสาวพูดแล้วทำท่าจะเดินต่อแต่ติดที่ว่า...

   แกจะไปไหน

   หนูจะขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าคะเด็กสาวบอก

   ไม่ต้องใส่มันทั้งชุดเปียกๆนี่แหละแล้วไปล้างจานซักเสื้อผ้าทำความสะอาดบ้านให้หมดแล้วก็ไปเก็บเสื้อผ้าที่แกตากเอาไว้เมื่อเช้าด้วย

   น้าคะ  ทำไมน้าไม่เก็บให้หนูหน่อยละคะ  น้าก็รู้ว่าฝนกำลังตกหนักนะคะเด็กสาวค้านขึ้นมาโดยลืมไปว่าตนจะต้องโดนอะไรกลับมามือเรียวยกขึ้นมาอุดปากไว้ทันทีสายตาหวาดหวั่น

   คนที่ถูกเรียกว่าน้ามองเธอตาขวางก่อนจะบิดต้นแขนซ้ายเธออย่างแรงไม่ยอมปล่อยจนเด็กสาวน้ำตาคลอหากแต่เคยชิน...

   แกกล้าสั่งฉันงั้นหรอนังเด็กบ้า!”

   น้าคะหนูเจ็บนะเด็กสาวพูดพยายามดึงมือออก

   นังเด็กบ้าเธอตวาทลั่นบ้านใช้มือข้างที่ว่างอยู่จิกสันผมสีดำสนิดที่เปียกปอนของเด็กสาวแน่แล้วปล่อยมือที่ใช้หยิกแขนเด็กสาวอยู่ออก

   เพี้ย!

  โอ้ย!”เสียงหวานอุทานยามเมื่อฝ่ามือเรียวตวัดตบหน้าเธอหลายครั้งติดต่อกันอย่างแรงจนใบหน้านวลเป็นรอยช้ำแดงๆเต็มหน้า  เด็กสาวรู้สึกถึงรสคาวเลือดที่อยู่ในปากหน่อยๆ

   แม่เบาไปหรือเปล่าระรินเอ่ยกับผู้เป็นมารดามองภาพตรงหน้าด้วยสายตาเฉยชา  ตั้งแต่จำความได้เธอก็เห็นแม่ของเธอทำแบบนี้กับพี่สาวต่างแม่ตรงหน้าทุกวัน  ราวกับว่าสิ่งตรงหน้าเป็นสิ่งบันเทิงสำหรับแม่ของเธอไปแล้วและเธอก็ไม่คิดที่จะเข้าไปช่วยด้วยในเมื่อ...มันไม่ใช่เรื่องของเธอ

   แกกล้าขึ้นเสียงกับฉัน ดีเย็นนี้แกไม่ต้องกินข้าว  ฉันจะขังแกเอาไว้ในห้องเก็บของให้แกอดข้าวอดน้ำให้ตายไปเลย!”หญิงวัยสาวสิบปลายๆจิกผมของเด็กสาวขึ้นแล้วลากเธอขึ้นบันได้ไปสู่ห้องชั้นบนที่ใช้เป็นห้องเก็บของ

   เด็กสาวที่โดนตบรู้สึกวิงเวียนศีรษะขึ้นมาเสียเฉยๆทำให้ร่างเล็กเริ่มเซน้อยๆหากแต่ความเจ็บก็ยังประคองสติไม่ให้ล้มลงไปนอนกองกับพื้นได้  เด็กสาวได้แต่เดินตามไปอย่างช่วยไม่ได้

  ทั้งสองเดินมาถึงห้องๆหนึ่งหญิงวัยกลางคนไขกุญแจเปิดแล้วผลักร่างของเด็กสาวในห้องมืดๆที่มีสิ่งของวางไว้เกลื่อนกรานเต็มพื้นและสกปกมากจนมีแมลงสาบและหนูวิ่งพล่านไปทั่วกลิ่นเหม็นอับปะทะเข้ากับจมูกทันทีที่ร่างเล็กล้มลงกับพื้น

   แกอยู่ที่นี่แหละมันเหมาะกับแกที่สุดแล้ว ฮ่าๆๆเธอหัวเราะอย่างสะใจแล้วกระแทกบานประตูปิดใส่หน้าเด็กสาวอย่างแรง

   ปัง

   เสียงประตูปิดลงแล้วพร้อมกับเสียงไขกุญแจล็อกห้องหากแต่เสียงหัวเราะนั้นยังไม่หายไปมันยังคงดังสะท้อนไปสะท้อนมาในหัวของเด็กสาวต่อไปเรื่อยๆราวกับไม่มีที่สิ้นสุด

   เด็กสาวมองไปรอบๆ  ที่ๆเธอมักถูกขังอยู่ในนี้บ่อยๆในทุกๆเสาร์อาทิตย์ตั้งแต่ที่พ่อของเธอย้ายไปทำงานที่ต่างประเทศจนเธอเริ่มชินกับมันแล้ว  เด็กสาวนอนราบลงกับพื้นความรู้สึกหนาวเกิดขึ้นในตัวทันที  คงเป็นผลจากการที่เธอทั้งวิ่งตากฝนและยังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าทำให้รู้สึกเหมือนมีไข้แบบนี้

   น้ำตาเม็ดใสๆไหลออกจากดวงตาสวยก่อนที่เธอจะเช็ดมันออกไปเพราะรู้ดีว่าสิ่งนี้มันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลยมีแต่ทำให้ร่างกายของเธอแย่ลงเรื่อยๆ

   เด็กสาวทิ้งตัวนอนราบลงไปกับพ้นสกปรกอย่างไม่คิดรังเกียจอะไรเลยแม้แต่น้อยกับพื้นที่เธอใช้แทนที่นอนมาตั้งแต่เด็กๆแม้ในตอนแรกจะหวาดกลัวหน่อยๆก็เถอะแต่มันก็ยังดีกว่าการที่เธออยู่ข้างนอกแล้วโดนทรมานต่างๆนานาอีก

   ในใจของเด็กสาวตอนนี้นึกถึงแต่คนสองคนที่คอยอยู่ข้างๆเธอมาตลอด...คนสองคนที่คอยดูแลเธออย่างดี...คนสองคนที่ไม่เคยหนีห่างไปไหน...คนสองคนที่ให้อภัยเธอได้เสมอยามทำผิดและคอยสอนเธอ  ในตอนนี้อยากให้พวกเขามาอยู่ด้วยเหลือเกินแม้จะรู้ว่าเป็นไปไม่ได้แต่กลับยังหวังในใจ  อยากให้วันเวลาที่แสนเจ็บปวดนี้สิ้นสุดลงเสียทีมันทรมานยิ่งกว่าสิ่งใด  เธอทำได้เพียงรอคอยวันนั้นที่ไม่รู้ว่าจะมาถึงเมื่อไหร่  ได้แต่ทนทรมานกับความเจ็บปวดนี้ต่อไปอย่าง...โดดเดี่ยวในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆนี้...

   เปลือกตาบางค่อยๆปิดลงอย่างช้าๆเพราะความเหนื่อยอ่อนและพิษไข้ที่กำลังเป็นอยู่พร้อมความคิดสุดท้ายในหัว

   พรุ่งนี้น้าคงจะมาลากตัวออกไปทำงานเหมือนเดิมแต่เช้า

   แต่ก่อนที่เด็กสาวจะได้หลับตาลงนั้นเสียงบางอย่างก็ดังขึ้นที่หน้าต่างบานหนึ่ง

 

   ชายหนุ่มสองคนที่มองตามแผ่นหลังเล็กที่ห่างออกไปเรื่อยๆจนสุดสายตา

   สุดท้ายพวกเราก็ทำอะไรไม่ได้เด็กหนุ่มอีกคนที่ดูท่าอายุน้อยกว่าคนที่ยืนอยู่ข้างๆพูดน้ำเสียงเจ็บใจกับอะไรบางอย่าง

   ก็ทีที่สุดแล้วแต่ไอ้ทีมันกลับปิดกั้นตัวเองจากพวกเราสองคนเองเราคงเข้าไปใกล้มันมากกว่านี้ไม่ได้แล้วเด็กหนุ่มอีกคนพูดพลางหันหลังกลับ

   พวกเราทำได้แค่ยืนมองมันทรมานกับเรื่องพวกนี้แค่นั้นเองหรือไงเขาพูดอย่างใส่อารมณ์กับน้ำเสียงนั้น

   ไอ้เต้  พี่ก็บอกไปแล้วไงไอ้ทีนะถ้ามันยังไม่เปิดใจเราก็ช่วยอะไรมันไม่ได้สักอย่างเดียว  ตอนนี้ถึงมันจะดูดีกว่าเมื่อก่อนเยอะแต่ใจมันไม่เคยเปลี่ยนไปเลยสักนิดมันแค่เปลี่ยนบุคลิกให้พวกเราสบายใจขึ้นก็เท่านั้นแม็กพูดก้าวขาเดินออกไป

   แล้วพวกเรา......

   พวกเราได้แต่มองดูห่างๆและคอยช่วยเหลือมันเท่าที่ทำได้ก็พอแล้วแค่นี้ไอ้ทีมันก็ดีใจมากแล้วแม็กพูดขัดขึ้นเสียก่อนทำให้เต้พูดประโยคไม่จบ

   .................

   วันนี้ไอ้ทีคงโดนขังเอาไว้ในห้องจู่ๆแม็กก็หยุดเดินแล้วหันมามองเต้อีกครั้ง เหมือนเดินหรือเปล่าไอ้เต้

   ทั้งสองสบตากันอย่างรู้ความนัยน์ในประโยคนั้นของกันและกันก่อนที่จะเดินตามร่างที่เคยเดินผ่านถนนเส้นนี้ไป

   ก๊อกๆๆ...

   เสียงเคาะหน้าต่างห้องเก็บของทำให้เปลือกตาที่กำลังจะปิดสนิดค่อยๆเหลือบตาขึ้นมามองที่หน้าต่างต้นเสียงนั้นอย่างงุงงงก่อนที่จะตัดสินใจเดินพยุงร่างกายที่หนักอึ้งไปเปิดมันออก

   ไงไอ้ที

 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ ผู้ที่ดำดิ่งสู่ความมืด จากทั้งหมด 2 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 23 ตุลาคม 2553 / 10:37
    พอจะเข้าใจในอดีตของทีเพิ่มขึ้นนิดหน่อย แต่ว่ามันสั้นไปไหมค่ะ??
    #4
    0
  2. #3 เพื่อ??
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2553 / 11:41




    ติดไหมว่ามันจบห้วนๆ ไป??
    #3
    0
  3. #2 D.Light
    วันที่ 26 มิถุนายน 2552 / 14:16
    เหอๆ คุณแม่เลี้ยงโรคจิต เราว่ามันสั้นไปหน่อยนา ยังปูพื้นเรื่องไม่มากพอ อ่านไปอ่านมาแล้วแบบ...เหมือนนี่ไม่ใช่ทีเลยอะค่ะ(หรือทีจะมีหลายบุคลิก!!?)



    แต่อ่านแล้วสงสารหนูที(แม้ว่าจะงงๆ) น่าจะมีฉากหนูทีลุกขึ้นมาปฎิวัติบ้างนะ+O+ เราคนนึงล่ะที่เชียร์สุดใจขาดดิ้นเลย
    #2
    0
  4. วันที่ 17 มิถุนายน 2552 / 23:57
    น่าจงจาร
    #1
    0