คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย Soul Parasite: The henchman (One-shot)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
     3 เดือนก่อน ก่อนเหตุการณ์อุกกาบาตตกที่เกาะลาลา ส่งผลให้มีประชากรส่วนหนึ่งมีพลังพิเศษขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุและเริ่มคลุ้มคลั่งก่อความเสียหายไปทั่ว ปัจจุบันเหตุการณ์เริ่มสงบลงแล้ว แต่ทว่านี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นต้องความโกลาหลที่ยิ่งใหญ่กว่า

     เฮล เด็กชายไร้พลังพิเศษที่เกิดที่เมืองหลวง แต่เขาหนีออกจากหลังจากที่กิจการครอบครัวล่มสลาย เขาเข้ามาในเขตที่ 3 เขตแห่งวิทยาการเพื่อมาหาบางสิ่งที่สามารถฟื้นฟูกิจการครอบครัวได้ แต่ทว่าเขาดันเข้ามาพัวพันกับเหตุการณ์บุกโจมตีของผู้ก่อการร้าย ทำให้เขาได้รับพลังพิเศษมาโดยบังเอิญ แต่ เอ๊ะ!! ทำไมตัวฉันถึงมี 2 คนล่ะ!?!?

เนื้อเรื่อง อัปเดต 14 ก.ค. 63 / 00:14


“ขอบคุณน้ามากๆเลยครับ น้านี่หล่อแถมยังใจดีด้วยนะครับเนี่ย” เด็กหนุ่มอายุ 13 ปี คนนึงสวมชุดคลุมแขนยาวสีม่วง เสื้อยืดสีขาวลายหัวกะโหลกสีดำ กางเกงขาสั้นสีดำที่ทำให้เคลื่อนไหวได้สะดวก ผ้าโพกหัวสีม่วงเข้าชุด เรือนผมชี้ตั้งสีน้ำตาล นัยตาสีแดงส่องประกายงดงามดั่งทับทิม เขากำลังเดินอยู่ข้างๆชายคนหนึ่งสวมเครื่องแบบโทนสีฟ้าตัดกับสีเทาของเหล็กที่ดูไฮเทค พร้อมกับหมวกกันน็อคแบบครึ่งใบสีเงินที่ปกปิดใบหน้าด้วยกระจกสีฟ้า

 

“ไม่หรอกๆ แหม ชมเกินไปแล้ว แบบนี้ฉันก็เขินแย่น่ะสิ หลงทางกับแม่งั้นเหรอ ฉันน่ะทำงานที่นี่พอดียังไงก็ต้องช่วยเหลือกันอยู่แล้ว” น้าสวมหมวกกันน็อคพูด

 

พวกเขากำลังเดินเข้าไปด้านในของโดมสำนักงานสีขาวสีขาวขนาดใหญ่ประมาณ 20 สนามฟุตบอลเห็นจะได้ มีความสูงน่าจะราวๆ 5 ชั้น ด้านบนประกอบด้วยแผงโซล่าเซลล์ และมีกังหันลมสีขาวขนาดใหญ่อยู่ด้านนอกสถานที่แห่งนี้เป็นจำนวนมาก  ดูเหมือนที่นี่จะใช้พลังงานจากธรรมชาติ พวกเขาเดินมาถึงด้านใน ตรงกลางเบื้องหน้าของพวกเขามีโต๊ะประชาสัมพันธ์รูปครึ่งวงกลมสีขาวขนาดใหญ่ มีพนักงานอยู่ประมาณ 4 คน ด้านในคุมโทน ของประดับตกแต่งด้วยโทนสีฟ้าตัดกับสีขาวดูเป็นทางการแต่ยังคงทันสมัย

 

“ขอบคุณครับ น้าจากนี้ผมไปต่อเองได้ครับ” เด็กหนุ่มพูด

 

 “โอ้ แหม งั้นอะนี่น้าให้ค่าขนม” ชายสวมหมวกกันน็อค ควักธนบัตรที่มีเลข 500 ให้กับเด็กหนุ่ม 

 

 “ไม่เป็นไรหรอกครับน้า เดี๋ยวผมก็เจอแม่แล้ว” เด็กหนุ่มบอกปัดไป

 

 “น่านะ ไม่เป็นไร เด็กดีแบบเธอน้าให้เป็นพิเศษ” ชายสวมหมวกกันน็อคพูด

 

 “รับไว้ไม่ได้จริงๆครับ แค่พามาส่งก็เกรงใจจะแย่แล้ว” เด็กหนุ่มยังคงไม่ยอมรับเงิน

 

  “งั้นเหรอ ไม่เป็นไร ก็ขอให้เจอแม่ละกัน เป็นเด็กดีของพ่อแม่ด้วยหล่ะ” ชายหมวกกันน็อคถอดใจ เก็บเงินใส่กระเป๋าและหันหลังเดินจากไปอีกทาง

 

   “ขอบคุณมากครับน้าสุดหล่อ” เด็กหนุ่มตะโกนไล่หลังมา หนุ่มสวมหมวกกันน็อคโบกมือให้พลางคิดใจใจว่า (เด็กนี่ปากหวานจริง แต่ฉันสวมหมวกอยู่นะ!!!)

 

หลังจากนั้นชายสวมหมวกก็ไปรวมกับเพื่อนร่วมงานของเขาที่แต่งตัวแบบเดียวกันอีก 2 คน พวกเขาทั้งสาม กำลังเดินไปที่โรงอาหารพร้อมกับคุยสัพเพเหระกันไปด้วยระหว่างทาง จนกระทั้งถึงโรงอาหาร เพื่อนทั้ง 2 คนเดินผ่านเข้าไปในโรงอาหารครู่หนึ่ง แล้วก็รู้สึกประหลาดใจ

 

“เฮ้ เพื่อน เป็นอะไร ทำไมไม่เข้ามาล่ะ” ชายสวมหมวกคนหนึ่งพูดกับชายอีกคนที่อยู่นอกประตูกระจกนิรภัยของ    โรงอาหาร

 

“เวรล่ะ” ชายนอกโรงอาหารพูด

 

“เวรอะไรวะ” ชายในโรงอาหารพูด

 

“ไอ้เด็กเปรตตตตตนั่นนนนน!!!” ชายที่อยู่นอกโรงอาหารตะโกนด้วยความโกรธ

.

.

.

ตัดกลับมาที่เด็กชาย

 

“โอ้ว ในนี้มีเงินเยอะกว่า 500 อีก แถมได้บัตรผ่านประตูมาด้วย หวานหมู!!!” เด็กชายเดินค้นกระเป๋าตังของน้าสวมหมวกกันน็อคที่ได้ขโมยมา

 

เด็กชายคนนี้ชื่อ “เฮล”(Held) เป็นเด็กที่เกิดในเขตที่ 6 ซึ่งเป็นเขตที่มั่งคั่งที่สุดในบรรดาทั้ง 6 เขตของเกาะลาลา หลังจากเหตุการอุกกาบาตตกเมื่อ 3 เดือนก่อนทำให้ผู้คนในเมืองส่วนหนึ่งมีพลังพิเศษขึ้นมา ส่วนเฮลเป็นหนึ่งในคนที่ไม่มีพลังพิเศษแต่อย่างใด หลังจากวันนั้นธุรกิจของครอบครัวเขาก็ล่มสลายเพราะโกดังสินค้าของครอบครัวเขาถูกทำลายด้วยพลังพิเศษของคู่แข่ง ปัจจุบันเขาได้หนีออกจากบ้านเข้ามาในเขตที่ 3 ที่เป็นแหล่งของวิทยาการเพื่อหาอะไรบางอย่างไปฟื้นกิจการครอบครัว จนเขาได้เข้ามาในศูนย์วิทยาศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดของเขตได้เป็นผลสำเร็จ

 

“ที่ไหนแล้ววะเนี่ย” ตัดกลับมาที่ปัจจุบัน ดูเหมือนว่าเด็กหนุ่มจะหลงทางเสียแล้ว เพราะสถานที่นี้ใหญ่เกินกว่าที่จะเดินสุ่มๆโดยไม่มีแผนที่ เขาได้เดินเข้ามาค่อนข้างลึกมากๆโดยที่ไม่รู้ตัว เขาเดินผ่านห้องมืดๆรกๆห้องหนึ่งแล้วเกิดเอะใจขึ้นมา

 

“นี่มันห้องอะไรเนี่ย” เด็กหนุ่มแตะการ์ดไปที่ประตูเพื่อให้มันเปิดออก

.

.

.

ณ ห้องประชุมใหญ่ ที่มีโต๊ะสีขาวตั้งอยู่ตรงกลาง มีคนอยู่ราวๆ 20 ชีวิต กำลังถกเถียงประเด็นสำคัญบางอย่างด้วยความขะมักขะเม่น

 

ตุบ!!!

 

“อะไรนะ พวกมันตัดความสัมพันธ์กับพวกเราเหรอ ได้ยังไงกัน” ผู้หญิงคนหนึ่งดูเหมือนเธอจะมีอายุประมาณ 30 ต้นๆ ผมยาวหยักโศกสีดำ สวมเสื้อเชิ้ตและเสื้อกราวด์สีขาว ทุบโต๊ะด้วยความโมโห และพูด

 

“ใจเย็นๆก่อนนะคะ ดร.เวลเด้” สาวแว่นสวมชุดขาวกระโปรงสีดำที่ยืนอยู่ข้างๆพูด ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นเลขา

             

“จะให้ใจเย็นได้ยังไง จะบอกว่าจู่ๆ พวกนั้นก็ปฏิเสธวิทยาการของเราหน้าตาเฉยเนี่ยนะ แถมตัดขาดพวกเราเขี่ยเราทิ้งอย่างกับเศษขยะเชียวนะ” เวลเด้ตะโกนอย่างไม่พอใจ

 

“อาจเป็นเพราะ จากรายงานเราพบว่า คนในเมืองหลวงกว่า 96% เป็นผู้ใช้พลัง พวกเขาเลยไม่สนใจเราแล้วหรือเปล่าครับ” ชายสวมเสื้อกราวด์ที่นั่งอยู่พูด

 

 ตุบ!!!

 

“พวกนั้นกล้าใช้พลังประหลาดพรรค์นี้ โดยไม่ต้องการศึกษาถึงผลกระทบงั้นเหรอ มันจะเป็นไปได้ยังไง พวกคนใหญ่คนโตสะเพร่าได้ขนาดนั้นเลยเหรอ” เวลเด้ทุบโต๊ะพูดอย่างอารมณ์เสียอีกครั้ง แล้วเธอจะเอามือกุมหัวเหมือนคิดบางอย่าง

 

“เจ้าพวกนั้นมีท่าทีแปลกๆ พวกมันต้องซ่อนอะไรไว้แน่ๆ” เวลเด้พูด

 

ทันใดนั้นก็มีชายสวมหมวกกันน็อคคนนึงโผงผางเข้ามาในที่ประชุมอย่างรีบร้อน

 

“ข..ขอรายงานครับ”

 

“มีรายงานด่วนอะไรถึงขั้นที่ต้องเข้ามาขัดการประชุมงั้นเหรอ!!!!” เวลเด้ตะโกนใส่อย่างหัวเสีย

 

“ร..เราได้รับรายงานผู้บุกรุกครับ” ชายสวมหมวกพูด

 

“ว่าไงนะ!?” เวลเด้ยืนขึ้นด้วยท่าทีตกใจเป็นอย่างมาก

.

.

.

ตัดกลับมาที่เฮลที่กำลังเดินสำรวจห้องมืดๆประหลาดที่เขาเจอ ในห้องเต็มไปด้วยอุปกรณ์แปลกๆที่เขาไม่รู้จักอยู่เต็มไปหมด แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครเข้ามาในห้องนี้เป็นเวลานานมากแล้ว สังเกตได้จากฝุ่นที่จับตัวหนาเตอะกับอุปกรณ์ต่างๆทุกชิ้น เขาเดินสำรวจลึกเข้าไปเรื่อยๆ จนไปถึงอุปกรณ์ขนาดใหญ่ที่เด่นสะดุดตามากที่สุด มันมีลักษณะเป็นโดมขนาดใหญ่ 2 โดมตั้งอยู่ในระยะที่ห่างกันพอสมควร

 

“โห อะไรเนี่ย” เฮลได้รู้สึกทึ่งกับอุปกรณ์ตรงหน้า ก่อนที่เขาจะสะดุดตาเข้ากับสวิตซ์อันใหญ่บนผนัง พอเขาสับมันขึ้น ไฟของทั้งห้องก็ติดขึ้นมาใช้ได้อีกครั้ง แล้วเขาก็สะดุดตาเข้ากับคอมพิวเตอร์เครื่องใหญ่ที่เปิดโปรแกรมบันทึกเสียงไว้

  

“น่าสนุก มาลองฟังกันหน่อยดีกว่า”

.

.

.

          

“บ้าที่สุด ไอ้เด็กนั่นมันไปไหนของมันกันแน่นะ” ชายสวมหมวกกันน็อคที่โดนฉกกระเป๋าตัง กำลังเดินตามหาเฮลพร้อมกับเพื่อนอีก 3 คน บนทางเดินแคบๆของสถาบัน

 

“แล้วทำไมแกไม่แจ้งกับศูนย์ให้ช่วยกันค้นหาล่ะ” ชายคนนึงถาม

 

“ถ้าชั้นบอกไป ฉันก็เป็นไอ้โง่ที่โดนเด็กหลอกน่ะสิ” ชายคนนั้นพูด

 

“ใช่สิ ก็แกมันโง่จริงๆนี่หว่า ฮ่าๆๆๆๆ” ชายสวมหมวกกันน็อคที่เดินอยู่ท้ายแถวพูด

 

ทันทีทันใดนั้นทั้ง 4 ก็หยุดเดิน ทั้ง 3 คนข้างหน้าหันมามองคนที่เดินรั้งท้าย

 

“ว่าแต่ แกเป็นใครหว่า” ชายสวมหมวกที่โดนฉกกระเป๋าตังถาม

 

“อุ๊บ!! ไม่เนียนเหรอ แหมๆ โดนจับได้จนได้” 

 

ว่าแล้วชายคนนั้นก็คว้าไม้เบสบอลเหล็กจากอากาศทุบไปที่คนสวมหมวกที่ไม่ทันได้ตั้งตัวคนหนึ่งจนล้มลง 

 

เขาเอาเท้าเหยียบไว้และควักปืนออกมาจากอากาศ ยิงไปที่อกของอีกคนในระยะเผาขนจนเขาล้มลงไป 

 

ก่อนเอาปืนไปจ่อที่หน้าของชายที่เดินนำหน้าสุดที่โดนฉกกระเป๋าตังไปฃ ทำให้เขากลัวและล้มลง

 

“กะ...แกเป็นใคร” ชายที่โดนปืนจ่ออยู่ถามอย่างกล้าๆกลัวๆ

 

ชายถือปืนถอดหมวกกันน็อคออกเผยให้เห็นใบหน้าที่มีรอยแผลเป็น คือรอยมีดกรีดที่หน้าผาก และผมทรงเดรทร็อกสีแดงดำของเขา 

                

“ฝากบอกยมบาลด้วย ฉันแซคผู้ที่จะไปถล่มนรกใน.... ก็อีกนานล่ะนะ แต่แกคงต้องไปก่อน”

 

ปัง!!!!

                

พูดเสร็จเขาก็ลั่นไกกระสุนทะลุหัวของชายผู้โชคร้ายไป จากนั้นเขาก็ทำมือแหวกอากาศออก ทันใดนั้นก็มีชายฉกรรจ์พร้อมอาวุธจำนวนมากออกมาจากอากาศที่ไม่เคยมีอะไรอยู่ตรงนั้น

 

“ไปตามหามันกันเด็กๆ พวกนักวิจัยต้องซ่อนอะไรเจ๋งๆไว้ที่นี่แน่ๆ” แซกให้สัญญาณก่อนที่ลูกน้องของเขาจะวิ่งแยกกันออกไปคนละทิศละทางเพื่อค้นหาบางอย่าง

.

.

.

 

กลับมาที่เฮลที่ได้เปิดฟังบันทึกเสียงปริศนาในคอมพิวเตอร์จบลงไปแล้ว

 

“นี่มัน เรื่องจริงเหรอเนี่ย ความจริงไอ้เครื่องนั่นมันทำงานอย่างงี้เองเหรอ” เฮลกำลังอึ้งกับสิ่งที่ได้ยินแต่....

 

“มะ...ไม่เห็นรู้เรื่องเลย แฮะๆ” เขาไม่เข้าใจในสิ่งที่ฟังเลยแม้แต่น้อย รู้แค่ว่ามันอันตรายมาก

 

“เอาเป็นว่าเราออกจากห้องนี้ดีกว่า ที่นี่เหมือนไม่มีสิ่งที่ตามหาแฮะ” ว่าแล้วเขาก็เดินไปที่ประตูกระจกเพื่อจะออกไปแต่ทว่า ดูเหมือนเขากำลังยืนประจัญหน้ากับคนข้างหลังกระจกที่เป็นชายฉกรรจ์หน้าตาหน้ากลัว 5 คน

 

“….”

 

“….”

 

“ซะ..ซวยแล้วไง” เฮลยิ้มแห้งๆ ก่อนที่จะพุ่งตัวหลบกลับเข้าไปในห้อง ส่วนชายฉกรรจ์คนหนึ่งก็กำลังถีบกระจกฝ่า   เข้ามา

                

ปึก! ปึก! ปึก! เพล้ง!!!

                

กระจกได้แตกออก ชายฉกรรจ์คนหนึ่งกราดปืนสาดกระสุนอาวุธสงคราม AK-47 เข้าไปในห้อง

 

“ออกมาซะไอ้หนู อย่าให้ต้องใช้กำลัง ฉันจะใช้แกเป็นตัวประกันตอนหลบหนี” ชายฉกรรจ์คนหนึ่งพูด แล้วพวกเขาก็ค่อยๆเดินตาลหาเฮล

 

ขณะเดียวกันเฮลก็กำลังนั่งเอามือปิดปากปิดจมูก สั่นด้วยความกลัวอยู่ที่มุมหนึ่งหลังโต๊ะทำงาน 

 

ก็อง!!

 

ทันใดนั้นก็มีเสียงของตกตรงโต๊ะคนละฝั่งกับที่เฮลอยู่

 

ปัง!! ปัง!! ปัง!! ปัง!!

 

ชายคนหนึ่งรัวปืนใส่ไม่ยั้งตรงที่มีเสียง

 

“ฉันบอกว่าเราต้องจับเป็นไง คนตายใช้เป็นตัวประกับได้ที่ไหนล่ะ เจ้าบ้า!!!” ชายคนหนึ่งตะโกนด่าชายที่รัวปืน

 

“โทษทีๆ ไม่ได้จับปืนนานขอหน่อยเถอะนะ” ชายคนนั้นพูด

                

ส่วนเฮลที่หลบอยู่ก็ฉี่แทบเล็ด เพราะถ้าเขาอยู่ตรงนั้นคงพรุนไปแล้ว แต่เขาก็ได้ความคิดดีๆจากมัน เขาขว้างกระป๋องอาหารเปล่าๆไปทางกองเศษเหล็กที่อยู่ไกลๆอีกด้าน

 

เกร้ง!!!

 

ปัง!! ปัง!! ปัง!!

 

“มึงจะยิงเหี้ยอะไรนักหนาวะ” ชายคนเดิมตะโกนด่า

 

ระหว่างที่พวกเขากำลังสนใจกองเศษเหล็ก เฮลก็รีบวิ่งไปที่ประตูโดยไม่มีใครทันได้สังเกตเห็น แต่โชคร้ายสุดๆ เพราะ แซคเดินมาที่หน้าประตูห้องนี้พอดี จนเฮลต้องวิ่งย้อนกลับมา 

 

“เฮ้ย มันอยู่นั่นๆ” ชายคนหนึ่งเห็นเฮลพอดี และรีบวิ่งอ้อมสิ่งกีดขวางไล่ตามไป แต่ก็ไม่ทัน เฮลได้วิ่งเข้าไปหลบในโดมเครื่องจักรขนาดใหญ่อันหนึ่ง แล้วล็อคประตูทันอย่างเฉียดฉิว ชายฉกรรจ์คนหนึ่งพยายามถีบประตูซ้ำๆแต่ก็เปิดไม่ออก

 

“บ้าเอ้ย เครื่องเหี้ยอะไรเนี่ย แข็งชิบหาย” ชายคนหนึ่งถีบประตูไปบ่นไป ขณะเดียวกันเฮลก็หายใจหอบด้วยความเหนื่อยและกลัวอยู่ภายในเครื่อง

 

“ถ้าตัวประกันมันดื้อนักก็ไม่ต้องใช้ก็ได้ ที่นี่มีคนอื่นตั้งเยอะ” แซคพูด

 

“เอางั้นเหรอครับ คุณแซค” ชายฉกรรจ์เริ่มหอบจากการถีบเครื่อง ได้หยุดถีบลง

 

“อืมๆ เรามาหาอะไร” แซคยิ้มและหยิบปืน RPG ออกมาจากอากาศ 

 

“สนุกๆทำดีกว่า”

 

“เหวอ คุณแซกใจเย็นๆนะครับ” กลุ่มชายฉกรรจ์ตกใจที่เห็นอาวุธสงครามที่ระเบิดรถถังได้ พวกเขารีบวิ่งหลบกันไปคนละมุม แต่ทว่าชายคนหนึ่งสะดุดสายไฟล้มหน้ากระแทกเข้ากับคอมที่เปิดอยู่ ส่งผลให้เครื่องจักรขนาดใหญ่เริ่มสั่น เหมือนกำลังจะเริ่มทำงาน

 

“เฮ้ย!!! แกทำบ้าอะไรวะ” แซคตะโกนด้วยความตื่นตระหนก

 

“รีบยิงแม่งเลยดีกว่า” ว่าแล้วแซกก็เหนี่ยวไกปืนทำให้หัวปลีพุ่งออกไปด้วยความเร็วกระแทกเข้ากับเครื่องจักรนั้น ส่องแสงวาบระเบิดอย่างรุนแรง

 

“เฮ้อ~~ เกือบไปๆ ก็ไม่รู้ว่าอะไรหรอกนะ” แซคปาดเหงื่ออย่างโล่งใจที่ได้ระเบิดเครื่องจักรก่อนที่มันจะได้ทำงาน

 

“คุณแซคครับ มาดูนี่สิครับ” ชายฉกรรจ์คนหนึ่งกำลังจ้องไปที่เครื่องจักรอีกเครื่องที่ยังเหลืออยู่อย่างหวาดผวา คนอื่นๆจึงเดินเข้าไปดูกัน รวมถึงแซคด้วย ภาพที่เห็นก็คือเฮลที่ปรากฏตัวมาที่เครื่องนี้ได้ยังไงก็ไม่รู้ แต่สภาพเขาดูไม่ค่อยดีนัก ร่างกายอ่อนเปลี้ยไร้เรี่ยวแรง มีแต่หัวที่สั่นไปมาอย่างรวดเร็วตาเหลือกเหมือนผีเข้า

 

“ไอ้นี่เจ๋งนี่หว่า! เหมือนเครื่งเทเลพอร์ตเลย คงเป็นตัวต้นแบบล่ะมั้ง เอาเหอะ เด็กนั่นคงพิการไปแล้วล่ะ เราปล่อยมันไว้อย่างงั้นแหละ” แซคหันหลังเดินกลับไปที่ทางประตู แต่...

 

                เพล้ง!!!

                

“อึก...อัก...คุณแซค” เสียงของชายฉกรรจ์คนหนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงอึดอัด จนแซคหันมามอง ปรากฏภาพของเฮลที่ทะลุออกมาจากเครื่อง และกำลังบีบคอชายฉกรรจ์อยู่

 

“ฆ่ามัน! เดี๋ยวนี้!” แซคออกคำสั่ง ทำให้ปากกระบอกปืนต่างหันไปทางเฮล ทุกคนพยายามกราดห่ากระสุนเพื่อยิงเฮล แต่เขากระโดดตีลังกากลับหลังหลบกระสุนได้อย่างง่ายดาย ปีนป่ายโดดไปโดดมาเหมือนสไปเดอร์แมนไม่มีผิด ไม่มีกระสุนนัดไหนที่ได้สัมผัสตัวเขาเลย

 

“นี่มันอะไรวะเนี่ย” ชายฉกรรจ์พูด

                

เฮลกระโดดลงมาจากกองเศษเหล็ก และยืนประจัญหน้ากับเหล่าชายฉกรรจ์และแซค ทุกคนต่างอึ้งมองไปที่เฮลที่กำลังจะทำอะไรบางอย่าง เขายื่นมือออกไปข้างหน้าและพูด

                

“ทรานฟอร์มเมเรน”

                

ทันใดนั้นบรรยากาศรอบๆตัวของเฮลก็เกิดบิดเบี้ยว ส่งผลให้เกิดพายุหมุนสีดำห่อหุ้มตัวเขาไว้ ทำให้กลุ่มของแซค   แตกตื่น

                

“มันเป็นผู้ใช้พลัง รีบยิงมันเร็วเข้า” แซคสั่งการ เหล่าชายฉกรรจ์รัวกระสุนไม่ยั้งใส่ที่พายุหมุน แต่วิถีกระสุนถูกพายุเบี่ยงออกทั้งหมด จนกระสุนของทุกคนหมดแม็ก พายุสีดำก็สงบลง

                

เผยให้เห็นเฮลในชุดรัดรูปสีดำ ถุงมือและบูทเป็นสีขาว สวมหน้ากากสีขาวที่เจาะรูสำหรับดวงตา มีเกราะไหล่เรียบๆสีขาวนวลทั้งสองข้าง เขากำลังตั้งท่าเตรียมต่อสู้ ทำให้ทั้งวงต่างก็อึ้งเงียบไปตามๆกัน

                

“…”

                

“…”

                

“นี่แกคิดเหมือนฉันไหม” แซคถามความเห็นของลูกน้อง

                

“อืม... เท่ดีนะครับ” ชายฉกรรจ์คนหนึ่งตอบ

                

“เท่กับผีอะดิ!! แกเคยดูขบวนการ 5 สีไหมวะ ตอนเด็กๆอะ นี่มันราศีตัวกีกี้จับขนาดนั้น มองมุมไหนให้เท่ได้วะ” แซคกระชากคอเสื้อของชายคนนั้น

                

พลั๊ก!!!

 

“หืม!?” แซคหันไปมองทิศของเสียง ปรากฏลูกน้องคนหนึ่งนอนลงไปกองแล้ว

 

 โพล๊ะ!!!

                

“ห๊ะ” แซคอุทาน หันไปด้านหลัง ลูกน้องอีกคนก็ร่วงลงไปนับฝุ่นเล่นเช่นกัน

                

“มันไปไหนแล้ววะเนี่ย” แซคพยายามหันไปรอบๆเพื่อหาตัวของเฮล แต่ทั้งหมดที่เค้ารับรู้คือเสียง ฟุบฟับๆ รอบๆตัวเขาเท่านั้น และลูกน้องที่ค่อยๆร่วงลงไปกองทีละคนๆ

                

(ระ..เร็วเกินไป มองตามไม่ทันเลย เล็งปืนไม่ได้เลย บ้าเอ้ย!! ทำไมมันแข็งแกร่งขนาดนี้ ที่ไม่โจมตีมาก่อนเพราะจงใจให้พวกเราหนีงั้นเหรอ พลาดซะแล้ว!! ต้องมาจบตรงนี้งั้นเหรอวะเนี่ย) แซคคิดในใจ รู้ตัวอีกทีก็เหลือเขาอยู่เพียงคนเดียวแล้ว  เฮลโดดลงมาหยุดที่ตรงหน้าของแซค ในขณะที่แซคยืนแข็งเหงื่อแตกพลั่กด้วยความต่างของพลัง เฮลก็เริ่มโจมตี

                

ฟุบ!!!

                

(อ้ากกก!!! เจ็บ!....เอ๊ะ! ม..ไม่ตีมานี่) แซคยกแขนขึ้นมาบังแต่เขาไม่ได้ถูกโจมตีอย่างที่คิด สร้างความประหลาดใจให้เขาอย่างมาก จึงยกแขนลงเห็นภาพของเฮลที่ชกลมไปที่ด้านหลังของเขา แล้วก็ทำแบบนั้นหันไปหันมารอบตัวเองอีกหลายรอบ

                

(ทำอะไรของมันวะ) แซคคิดในใจ

                

เฮลหันไปจ้องมองด้านหลังของเขาแล้วพูด

                

“ซวาติส ซวาร์ด” ทันใดนั้นแขนขวาของเขาก็เปลี่ยนเป็นดาบยาวสีดำ เขาสบัดดาบหมายจะฟันไปที่ด้านหลัง

                

แต่ทว่าจู่เขาก็หยุดเคลื่อนไหวลง เข่าทรุดลงกับพื่นและค่อยๆคืนร่างเดิมไป เฮลลืมตาตื่นขึ้นแทบจะทันที สายตาเขาจ้องมองลงไปที่พื้น

                

“เมื่อกี้ฉัน.... เป็นอะไรไป” เขาดูท่าทางสับสน มองไปรอบๆตัว แต่มีบางสิ่งที่ทำให้เขาต้องผงะ มากเสียกว่าการเจอแซคที่มีอาวุธในมือซะอีก

                

“เฮ้ย!!! นั่นชั้นนี่หว่า” เฮลเห็นตัวเขาอีกคนลอยอยู่บนอากาศด้านหลังเขา ตัวโปร่งแสง ไม่มีขา แต่เหมือนมีสายโยงเข้ากับท้ายทอยของเขา

                

“อะไรของแกวะ เอาร่างฉันคืนมานะโว้ย” วิญญาณเฮลพูด

                

“พูดบ้าอะไรกัน ฉันก็คือฉัน เฮล บุตรชายของบ้านรีฟาวเก้น แกต่างหากเป็นใคร” ร่างเฮลตะโกนแนะนำตัว

                

“ฉันเคยอยู่ในร่างนั้น เฮล บุตรชายของโรดีนกับลินดา รีฟาวเก้น” วิญญาณเฮลพูด

                

“เฮ้ย!!!!” ทั้งสองอุทานสะดุ้งขึ้นมาพร้อมกัน เพราะข้อมูลเหล่านั้นต่างถูกต้องทั้งหมด

                

“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ” แซคหัวเราะท้องแข็งขัดจังหวะการทะเลาะกันของทั้งคู่

                

“แกพึ่งใช้พลังครั้งแรกเหรอ ฉันเคยเห็นพวกคลั่งตอนได้พลังมามาก แต่ก็ไม่เคยเห็นพวกที่เพี้ยนแล้วคุยคนเดียวแบบแกเลยว่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ” แซคหัวเราะจนแทบจะลงไปดิ้นกับพื้น

                

“คนเดียวเหรอ? นี่แกมองไม่เห็นเจ้านี่เหรอ” เฮลสับสนในคำพูดของแซค

                

“ฮ่าๆๆๆๆ อะไรของแกวะ แต่ว่าตอนแรกกะแค่จะมาหาอาวุธนั่นแต่เจออย่างอื่นที่น่าสนใจกว่าเข้าแล้วสิ แกเป็นคนแรกเลยมั้งที่พลังตื่นหลังจาก 3 เดือนที่แล้ว.... เอาล่ะเลิกเล่นดีกว่า รีบจบแล้วกลับไปรายงานดีกว่า” แซคหยุดหัวเราะ เริ่มทำหน้าจริงจังและแหวกอากาศอีกครั้ง 

คราวนี้สิ่งที่ออกมาทำให้ทั้ง 2 เฮลถึงกับผงะอ้าปากค้าง มีรถถังออกมาจากที่ว่างของอากาศ รถถังขนาดใหญ่เบียดเข้ากับอุปกรณ์ต่างๆในห้องจนพังยับเยิน แล้วแซคกระโดดเข้าไปขับในรถถัง

                

“เอาล่ะ ไม่ว่าแกจะเร็วแค่ไหน แต่โจมตีไม่เข้าก็ไร้ความหมาย ตาฉันสวนบ้างหล่ะ” แซคจ่อกระสุนปืนไปที่ตัวของเฮลที่กำลังยืนอึ้งอยู่

                

“ทำอะไรซักอย่างสิโว้ย! ไม่งั้นเราตายกันหมดแน่” วิญญาณเฮลพูด

                

“จะบ้าเหรอวะ! คนธรรมดาจะไปสู้กับรถถังได้ไงล่ะโว้ย!!” ร่างเฮลพูด

                

“ก็ทำเมือนตอนที่นายหวดเจ้าพวกนั้นเมื่อกี้ไง” วิญญาณเฮลพูด

                

“จำไม่ได้โว้ย!!! ไม่เห็นจำได้เลย พวกนั้นมันไม่ได้ล้มไปเองเหรอ!!” ร่างเฮลพูด

                

“แปลงร่างสิวะ! ทรานฟอร์มเมชั่นอะไรของแกน่ะ!” วิญญาณเฮลพูด

 

“เดี๋ยว!! ฉันว่าอันนั้นฉันจำได้” ร่างเฮลพูด

                

บู้ม!!

                

แซคยิงปืนใหญ่เข้ามา

                

“อ้ากกกก!!! เวลาไม่มีแล้ว ทำเลย” วิญญาณเฮลพูด

                

“ทรานฟอร์มเมเรน”

                

พายุสีดำปรากฏขึ้นอีกครั้ง เบี่ยงกระสุนปืนใหญ่กระแทบเข้ากับเครื่องจักรขนาดใหญ่อีกเครื่องจนเกิดระเบิดอย่างอลังการ กลายเป็นฉากการแปลงร่างสุดตระการตาของเฮล

                

“เข้!!! แปลงร่างได้จริงด้วย” ร่างเฮลตกตะลึงมองสำรวจชุดไปมา

                

บู้ม!!

                

ปืนใหญ่ถูกยิงมาอีกนัด แต่เฮลกระโดดหลบได้อย่างฉิวเฉียด (เจี๊ยกกกก!!! โคตรอันตรายเลย แต่ร่างกายนี่เบาเป็นบ้าเลย) ร่างเฮลคิดในใจ

                

“การเคลื่อนไหวแกฝืดๆไปนะ เสียดายพลังจริงๆ แต่แกต้องตายที่นี่” แซคพูดพร้อมเล็งปืนใหญ่มา

                

“อาวุธๆ ร่างนี้มีอาวุธอะไรบ้างไหม” ร่างเฮลถาม

                

“ไม่รู้โว้ย!!! พลังแกเองไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่รู้ได้วะ” วิญญาณเฮลพูด

                

“ไม่รู้!! จำไม่เห็นได้เลยโว้ย!!! ว่าฉันเคยมีพลังพรรค์นี้ด้วย ตอนฉันซัดพวกนั้นฉันใช้อะไรล่ะ” ร่างเฮลพูด

                

“มือเปล่าเลย แต่ตอนที่แกจะฟันฉันแกเรียกดาบออกมา” วิญญาณเฮลพูด

                

“ดาบ!!!! นี่ล้อเล่นเหรอ ของพรรค์นั้นจะสู้กับรถถังได้ไงเล่า” ร่างเฮลพูด

                

“ไม่รู้โว้ย!! มีอย่างอื่นก็เอาออกมาซิ ซวาดเซวิดอะไรก็รีบเลยตอนนี้จะตายกันหมดแล้ว” วิญญาณเฮลพูด

                

“โธ่เว้ย!!! ซวาติส ซวาร์ด” ทันใดนั้นมือของเฮลก็กลายเป็น...มีดสั้น

                

“ดาบก็บ้าแล้ว!!! นี่มันมีดหั่นผักชัดๆ จบสิ้นแล้ว” ร่างเฮลพูด

                

บู้ม!!!

                

ปืนใหญ่ถูกยิงมาอีกระรอก จิตใต้สำนึกของทั้งคู่ต่างคิดพร้อมกันเหมือนการ์ตูนที่ดูสมัยเด็ก

                

“งั้นก็ ผ่าครึ่งกระสุนมันเลยละกัน” ทั้งคู่พูดพร้อมกัน ก่อนจะฟาดมีดลงบนกระสุนแบบพอดีเป๊ะ แต่ทันใดนั้นมีดดันยืดยาวออกไปเป็น 6 10 12 ไม่สิ 20 เมตรเห็นจะได้ ดาบนั้นได้ตัดผ่านกระสุน รถถัง รวมถึงอาคารในรัศมีของดาบได้ง่ายๆเหมือนกับตัดเต้าหู้ยังไงยังงั้น รถถังเกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงทันที

                

ส่วนทั้ง 2 คนก็ได้แต่ตาค้างกับสิ่งที่เห็น สิ่งที่พวกเขาทำ

                

“ดาบนี่…โคตรเจ๋ง!!!” ร่างเฮลพูด

                

“อืม...ใช่ แต่ ไอ้นี่อันตรายโคตร!!! เมื่อกี้แกจะเอาไอ้นี่ฟันฉันนี่หว่า” วิญญาณเฮลพูด

                

“ก็บอกว่าจำไม่ได้ไงโว้ย!!! อะไรกันนักหนาวะ!!” ร่างเฮลพูด

                

“เอาร่างฉันคืนมา” วิญญาณเฮลพูด

                

ซวาติส ซวาร์ด” ร่างเฮลร่ายคาถา

                

“ใจเย็นนะพี่ เราคุยกันได้” วิญญาณเฮลพูด

                

ขณะที่ทั้งสองคนกำลังถกเถียงกันอยู่จู่ๆก็มีบางสิ่งบางอย่างที่มองไม่เห็นเข้ามางับที่แขนเอาไว้ ร่างเฮลถึงกับล้มลงทันที

                

“หยุด อย่าขยับ ไอ้ผู้บุกรุก ถ้าขยับแม้แต่นิดเดียว ฉันจะฉีกแกเป็นชิ้นๆแน่”เวลเด้โผล่ออกมาพร้อมกับกองกำลังหมวกกันน็อคติดอาวุธจำนวนมาก จ่อปืนรูปร่างประหลาดมาที่พวกเฮล

.

ณ เขตที่ 5 เขตกักกัน

.

“แซค กลับมาหรือยัง”

            

“ยังเลย อุตส่าห์บอกให้เข้าไปเงียบๆแล้วขนอาวุธออกมา ภารกิจมันควรจะเร็วที่สุดแท้ๆ สงสัยสร้างเรื่องอีกแล้ว”

                

“ก็รู้อยู่ว่ามันนิสัยเสีย น่าจะให้ใครไปคุมมันหน่อย”

                

หนุ่มสาวกำลังคุยกันท่ามกลางความมืด

                

วูบ!!!

                

ทันใดนั้นก็เกิดเสียงแหวกอากาศขึ้น

                

“กลับมาแล้วสินะ”

                

แต่สิ่งที่ไม่ได้คาดหวังก็คือแซคไม่ได้โผล่ออกมา โผล่ออกมาเพียงกระดาษเปื้อนเลือดแผ่นหนึ่งเท่านั้น

                

“มันเขียนว่าไง”

                

“เครื่องผลิตผู้มีพลังอยู่ที่นี่”

                

“ดูเหมือนว่าเจ้านั้นจะมอบภารกิจยากให้เราแล้วสิ”

                

ทำดีมากแซค ไปทำให้โลกรู้กันว่าอาชญากรพิเศษที่พวกรัฐบาลมันตราหน้า จะเลวร้ายกับพวกมันได้แค่ไหน”

 

 

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

 

สวัสดีครับ คนเขียนเองครับ ที่จบไปเป็น One-Shot concept ตอนที่ 1 ของภาค The Henchman ในซีรีย์ Soul Parasite นะครับ ซึ่งเป็นปฐมบทของสงครามย่อยระหว่างเขตวิชาการกับเขตของคนคุกโดยมีเฮลเป็นหนึ่งในผู้ร่วมสงครามแย่งชิงบางสิ่งบางอย่างกัน เป็นการเขียนที่ออกมาคนละแนวกับภาค Film directer เลย แต่ทั้ง 2 ภาคไม่ได้ต่อกับหรือเชื่อมโยงกันโดยตรงนะครับ(ในตอนนี้) ตอนนี้ยังไม่มีแผนจะแต่งต่อนะครับจนกว่าผมจะเขียนภาค Film directer เสร็จแล้ว (ยกเว้นกระแสดี) สุดท้ายก็ขอขอบคุณทุกท่านหากอ่านมาจนถึงตอนจบนะครับ

ขอบคุณ by LockedSoul

                

ผลงานอื่นๆ ของ LockedSoul

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น