จากปลายหญ้าถึงก้อนเมฆ

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 8 : ขึ้นอยู่กับเรา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,164
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,019 ครั้ง
    9 ส.ค. 62








ตอนที่ 8  
ขึ้นอยู่กับเรา

   



แสงแดดที่ส่องผ่านกระจกหน้ารถเข้ามาทำให้ต้องหยีตา ผมหันไปมองคนขับเมื่อมีมือยื่นมาดึงที่บังแดดตรงหน้าลงให้ ผมอยากถามคนทำว่ามีตาด้านข้างด้วยเหรอแต่สิ่งที่พูดออกไปคือ..
   
“ขอบคุณ”
   
“ใส่แว่นไว้ด้วย” แว่นกันแดดถูกถอดยื่นมาให้ ผมส่ายศีรษะแต่เมื่อคิดได้ว่าอีกฝ่ายไม่เห็นจึงพูดแทน
   
“เมฆใส่เถอะ ผมเอามาด้วย”
   
“เอามาก็ใส่ซะแดดมันแรง”
   
ผมหลุดเสียงหัวเราะเพราะไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมีมุมดุๆ แบบนี้ เมฆหันมามองเลิกคิ้วขึ้นสูง
   
“เปล่า ไม่มีอะไร”
   
ผมหยิบแว่นกันแดดออกจากกระเป๋าสะพาย หลังจากใส่เรียบร้อยแล้วจึงหันไปหาอีกฝ่าย
   
“พอใจหรือยัง”
   
“ก็ไม่ดื้อเท่าไหร่นี่” ดวงตาที่มองมาปรากฏรอยยิ้มขำ
   
 “แล้วใครจะดื้อกับเรื่องแบบนี้” ผมพูดพร้อมกับส่ายศีรษะเมื่อคิดว่าใครจะทำเรื่องไม่เข้าท่าแบบนั้น ดูเหมือนอีกฝ่ายจะมองผมอยู่แล้วด้วยหางตาจึงหัวเราะออกมาเสียงดัง
   
“หญ้าเป็นคนตรงดี คิดแบบไหนก็พูดก็ทำแบบนั้น”
   
ไม่จริงสักนิด ผมเถียงอยู่ในใจ ถ้าคิดแบบไหนก็พูดแบบนั้นป่านนี้ผมคงสารภาพรักกับเมฆไปแล้ว
   
“ที่พูดผมชมนะ เพราะบางครั้งผมก็ไม่เข้าใจคนที่ชอบทำเรื่องง่ายให้กลายเป็นเรื่องยาก”
   
“เอาเป็นว่าผมรับคำชมไว้ก็แล้วกัน ดีแฮะแค่ใส่แว่นก็มีคนชม”
   
เสียหัวเราะลอดออกมาจากลำคอของเมฆ ทำให้ผมพลอยยิ้มตามไปด้วย
   
“หาที่พักก่อนนะ”
   
“อืม” ผมพยักหน้า
   
“พักใกล้เมืองสักวันแล้วพรุ่งนี้ค่อยออกนอกเมืองใหม่”
   
“แบบนั้นก็ได้” ผมไม่มีปัญหาอะไร เพราะไม่มีไอเดียในหัวอยู่แล้ว


เมฆขับรถไปตามป้ายที่ผมชี้ให้ดูจนถึงรีสอร์ทเล็กๆ แห่งหนึ่งไม่ห่างจากตัวเมืองมากนัก เป็นอีกครั้งที่เมฆจัดการเรื่องเข้าพักเองโดยไม่ถามผมสักคำ และคราวนี้ผมแอบเห็นดีด้วยในใจ 
   
ผมมองเตียงควีนไซซ์กลางห้องด้วยความสงสัย เต็นท์เล็กๆ ก็พักมาแล้วไม่รู้ว่าทำไมถึงยังตื่นเต้น 
   
“ไม่ชอบเหรอ”
   
“เปล่า” ผมรีบปฏิเสธ 
   
“คนละเท่าไหร่” ผมเปิดกระเป๋าสตางค์เตรียมหยิบเงินส่งให้ เมฆส่ายหน้า นั่งลงที่ปลายเตียงตรงหน้าผม
   
“ไม่ได้ ผมยังไม่เคยจ่ายค่าที่พักเลย”
   
“หญ้าจ่ายค่าเช่ารถแล้วไง”
   
“งั้นคืนพรุ่งนี้ให้ผมเป็นคนจ่าย”
   
“ไม่ต้อง หญ้าเลี้ยงกาแฟผมก็พอ”
   
ผมถอนหายใจเบาๆ คนดื้อที่แท้จริงอยู่ตรงนี้ 
   
“ออกไปเดินเล่นในเมืองกันไหม”
   
ผมกำลังจะตอบแต่เสียงโทรศัพท์ของเมฆดังขึ้นเสียก่อน
   
“ครับน้องพลอย”
   
แปลกดีที่ผมยังไม่รู้สักนิดว่าทั้งสองคนเป็นอะไรกัน แต่หัวใจกลับหน่วงล่วงหน้าไปแล้ว
   
ผมฝืนส่งยิ้มให้เมฆ หยิบเสื้อผ้าที่จะใส่พรุ่งนี้ออกจากกระเป๋าที่วางอยู่บนเตียง เดินไปยังตู้เสื้อผ้า อาศัยหันหน้าเข้าหาตู้เพื่อปิดบังความรู้สึก อดคิดไม่ได้ว่าหรือการตัดสินใจเก็บความทรงจำดีๆ ครั้งนี้จะเป็นการตัดสินใจที่ผิดมหันต์ เฉกเช่นเดียวกับการตัดสินใจครั้งหนึ่งที่เคยเกิดขึ้น
   
หลังจากคืนวันลอยกระทง ความรู้สึกที่ผมมีต่อเมฆขยับไปอยู่ในจุดที่เกินกว่าเพื่อนร่วมคณะ ผมมักมองหาเมฆเสมอ การทักทายระหว่างเดินผ่านแค่สองสามประโยคทำให้ผมมีความสุขได้ทั้งวัน เมื่อถึงจุดหนึ่งผมก็ยอมรับกับตัวเองว่าผมหลงรักเมฆเข้าให้แล้ว
   
การแอบรักเพื่อนที่ไม่สนิทกันว่ายากแล้ว การแอบรักเพื่อนที่เป็นผู้ชายเหมือนกันยิ่งยากกว่า ผมไม่รู้สักนิดว่าจะต้องทำอย่างไร ไม่กล้าบอกใคร ไม่กล้าปรึกษาใคร ได้แต่เก็บทุกอย่างไว้ในใจ จนกระทั่งวันที่ผมเห็นเมฆเดินโอบไหล่ผู้หญิงคนหนึ่ง
   
มันคงง่ายกว่าถ้าผมจะกลับไปซึมเศร้าอยู่ที่หอพัก แต่ไม่มีใครรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้น วันนั้นผมจึงเลือกอีกทาง เป็นความบังเอิญที่พี่เชษฐ์รุ่นพี่ที่จบไปแล้วโทรหาผมพอดี ในวันที่หัวใจเราอ่อนแอบางครั้งก็อยากมีใครสักคนอยู่ข้างๆ ผมจึงนัดพี่เชษฐ์ออกมาดื่มเป็นเพื่อน
   
เหล้าไม่ใช่เครื่องดื่มที่ผมชอบ แต่ในค่ำคืนนั้นผมพบว่ามันช่วยได้มากที่เดียว หลังจากผ่านไปค่อนคืนสิ่งที่เก็บไว้ในใจก็พรั่งพรูออกมา ในสติอันน้อยนิดผมไม่แปลกใจเลยที่พี่เชษฐ์ตกใจ หลังจากการซักถามจนแน่ใจ เสียงร่าเริงของพี่เชษฐ์ก็กลับมาเหมือนเดิม
   
“เอ็งก็จีบเลยสิวะ” นั่นคือประโยคแรกหลังจากพี่เชษฐ์ตั้งสติได้
   
“จะเป็นไปได้ยังไงพี่” ผมถอนหายใจออกมา
   
“ทำไมวะ เอ็งคิดว่าตัวเองเป็นผู้หญิงหรือไง หรือเลือกโพซิชันแล้ว”
   
“โพซิชัน!” ผมหยิบป๊อบคอร์นโยนใส่อีกฝ่าย
   
“ฮ่าๆ เอ็งก็ผู้ชายนะเว้ยชอบใครก็ต้องจีบสิวะ ปกติเอ็งไม่เคยกลัวอะไรนี่หว่ามาป๊อดอะไรกับเรื่องแค่นี้ เชื่อข้า ข้าเคยมาแล้ว เสียใจที่อกหักดีกว่าเสียใจที่ไม่ได้ลอง”
   
“พี่เคยเหรอ”
   
“เคยสิวะ”
   
“แล้วเป็นไง” ผมเงยหน้าขึ้นมองด้วยดวงตาที่ปรือจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์
   
“ถามได้..ก็แห้วสิวะ”
   
“หึ”
   
“เอ้า! แต่อย่างน้อยข้าก็มูฟออนออกมาได้ ถึงมีเวลาชื่นชมความสวยของหญิงอื่น ไม่ใช่จมปลักอยู่ที่เดิม”
   
“....”
   
“เชื่อข้าเถอะลองดูสักตั้ง ไม่มีใครบอกสักหน่อยว่าเอ็งจะอกหัก”
   
ผมหมุนแก้วเหล้าในมือช้าๆ ในสติอันพร่าเลือนผมบอกกับตัวเองว่า..ผมจะลองดู

   
“หญ้า”
   
ผมหันกลับไปมองเมฆถึงเห็นว่าอีกฝ่ายเลิกคุยแล้ว
   
“พลอยอยากนัดกินข้าวเย็นนี้”
   
“อืม”
   
“ไปด้วยกัน”
   
“เมฆไปเถอะ เดี๋ยวผมทานในรีสอร์ทเอง”
   
“ผมบอกพลอยแล้วว่าจะพาเพื่อนไปด้วย”
   
‘เพื่อน’ ผมยกยิ้มที่มุมปาก
   
“เมฆไปเถอะ ผมอยากพักอยู่พอดี เจอแอร์เย็นๆ แบบนี้ถึงรู้ว่าเหนื่อย”
   
“ไม่สบายหรือเปล่า” เมฆขมวดคิ้วเข้าหากัน ลุกจากปลายเตียงเดินตรงมาหาผม แตะหลังมือลงบนหน้าผาก
   
“หญ้าตัวอุ่นๆ”
   
“วันนี้แดดแรง อาบน้ำก็หายแล้ว”
   
“งั้นหญ้าอาบน้ำแล้วนอนพัก ถ้าตื่นแล้วออกไปไม่ไหวผมค่อยโทรไปบอกน้องพลอยว่าไปไม่ได้”
   
“ไม่เห็นเกี่ยวกับผมเลย น้องพลอยอยากเจอเมฆนะไม่ได้อยากเจอผม” ผมหัวเราะเบาๆ แม้จะฝืดเฝื่อนไปสักหน่อยก็ตาม
   
“มันไม่ได้เกี่ยวกับน้องพลอย เกี่ยวว่าผมอยากไปหรือไม่อยากไป”
   
จะน่าเกลียดไหมถ้าหัวใจของผมพองโตขึ้นมา 
   
“ไปอาบน้ำเถอะเดี๋ยวผมเก็บของให้”
   
“เก็บเสร็จแล้ว”
   
ผมปิดประตูตู้เสื้อผ้า หยิบผ้าเช็ดตัวที่รีสอร์ทเตรียมไว้ให้บนเตียงกับเสื้อผ้าใส่เล่นที่ยังอยู่ในกระเป๋าเดินเข้าห้องน้ำ นึกตลกตัวเองขึ้นมา ความรู้สึกช่างเป็นเรื่องที่ควบคุมไม่ได้จริงๆ ทั้งที่บอกตัวเองว่าแค่ต้องการเก็บความทรงจำดีๆ เอาไว้ แต่ลึกๆ ในใจกลับคาดหวังโดยไม่รู้ตัว
   
• • • • •

“พี่เมฆทางนี้ค่ะ” หญิงสาวผมยาวหน้าตาสะสวยลุกขึ้นยืน ส่งยิ้มมาให้แต่ไกล เมื่อสายตาคู่นั้นเห็นผมรอยยิ้มก็จางลง ก่อนรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ผมเดาว่าพลอยไม่คิดว่าผมจะมาจริงๆ เหมือนที่ผมเองก็คิดว่าจะมา
   
“สวัสดีค่ะพี่หญ้าไม่เจอกันนานเลย จำพลอยได้ไหมคะ”
   
“จำได้ครับ” ผมพยักหน้า
   
“พลอยสั่งอาหารให้แล้วนะคะ สั่งแต่ที่พี่เมฆชอบทั้งนั้นเลย มาถึงจะได้ทานได้เลยพลอยกลัวพี่เมฆหิว”
   
“ขอบคุณครับ” เมฆตอบด้วยเสียงทุ้มนุ่มหู ดวงตาที่มองอ่อนแสง ผมเกิดความอิจฉาขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
   
“พี่หญ้ากับพี่เมฆสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่คะเนี่ย สมัยเรียนไม่เคยเห็นไปไหนมาไหนด้วยกันเลย”
   
ประโยคคำถามแรกเริ่มต้นเมื่ออาหารมาเสิร์ฟจนครบแล้ว
   
“นานแล้วแต่เพิ่งมีโอกาสได้เที่ยวด้วยกัน”
   
ผมเหลือบสายตาไปมองคนตอบ ริมฝีปากและดวงตาติดรอยยิ้มของเมฆทำให้ไม่สามารถคาดเดาความรู้สึกของอีกฝ่ายได้
   
“อิจฉาจังค่ะพลอยก็อยากไปเที่ยวด้วย งอนพี่เมฆแล้วชวนมาพร้อมกันก็ไม่มา” น้ำเสียงคนพูดกระเง้ากระงอด ดูน่ารัก
   
“ก็พลอยบอกพี่ว่าจะมาเยี่ยมบ้าน พี่เลยไม่อยากกวน”
   
“ไม่เห็นเป็นไรเลยค่ะ พลอยเต็มใจ”
   
“เอาไว้คราวหน้าแล้วกัน”
   
“ก็ได้ค่ะแต่พลอยก็ยังไม่หายงอนนะคะ กลับไปกรุงเทพฯ แล้วพี่เมฆต้องพาพลอยไปเลี้ยงข้าวกับดูหนังด้วย”
   
“กะจะล้มทับพี่เหรอ”
   
“อยากให้หายงอนไหมละคะ”
   
ผมก้มลงมองมือตัวเองที่จับกันอยู่ใต้โต๊ะ ริมฝีปากคลี่ยิ้มออกช้าๆ เป็นอีกครั้งที่นึกขำตัวเอง 
   
สามคืนที่ผ่านมา มีบางครั้งที่ผมเผลอไผลเข้าข้างตัวเองว่าเมฆเอาใจใส่ผมเป็นพิเศษ ถึงตอนนี้จึงระลึกขึ้นได้ว่าเมฆเป็นคนแบบนี้ เป็นคนเฟรนลี่กับทุกคน ไม่ใช่เฉพาะผมคนเดียว หากเป็นคนอื่นมาเมฆก็คงเทคแคร์แบบที่ทำกับผมเหมือนกัน ความจริงที่ไม่เหมือนดังใจเรามักเจ็บปวด แม้จะผ่านมันมากี่ครั้งก็ยังรู้สึก
   
ผมยังจำวันนั้นได้ดี มันเป็นวันศุกร์ที่ท้องฟ้าปลอดโปร่ง ผมพกเอาความกล้าทั้งหมดที่มี ตั้งใจว่าจะชวนเมฆไปดูหนังด้วยกันในวันพรุ่งนี้ ผมนอนไม่หลับทั้งคืน คิดสารพัดว่าจะพูดอะไร ถ้าเมฆปฏิเสธจะทำยังไงเพื่อไม่ให้อึดอัด เป็นครั้งแรกที่ผมเตรียมความพร้อมยิ่งกว่าเข้าสอบจนเก็บเอาไปฝัน 
   
ผมรู้จากพี่เชษฐ์ว่าเมฆอยู่ที่สนามบาสผมจึงตามไปหา เห็นอีกฝ่ายกำลังเล่นบาสกับเพื่อนอยู่ที่กลางสนาม ผมจึงหาที่นั่งรอ บนอัฒจรรย์มีคนนั่งอยู่หลายกลุ่ม หลายคนคุ้นหน้าเพราะมาจากคณะเดียวกัน แต่บางคนมาจากต่างคณะ ผมเลือกนั่งใกล้กับผู้หญิงสามคนที่ไม่คุ้นหน้าเพราะอยากอยู่เงียบๆ แต่สายตาของผมที่มองตรงไปกลางสนามถูกดึงความสนใจทันทีเมื่อเสียงหนึ่งดังขึ้น
   
“ตกลงแกจีบเมฆหรือเมฆจีบแกก่อน”
   
“สวยระดับนี้ไม่จีบผู้ชายก่อนแน่ค่ะ”
   
“ย่ะแม่คุณ แล้วนี่เป็นแฟนกันหรือยัง”
   
“ตกลงง่ายๆ ก็ไม่พิเศษสิจ๊ะเธอ ของอย่างนี้มันต้องดึงไว้ก่อน”
   
“จ้าแม่คนสวย แม่เลือกได้ หมั่นไส้”
   
สมองของผมว่างเปล่า ร่างกายเย็นเฉียบ แขนขาแทบไม่มีแรงเมื่อตัดสินใจลุกขึ้นยืน ผมเดินลงอัฒจรรย์ช้าๆ แม้ในความเจ็บปวดที่วิ่งไปทั่วร่างผมก็ยังแอบหวังว่านั่นไม่ใช่เรื่องจริง 
   
แต่แล้วผมก็ได้เรียนรู้ว่าความหวังไม่จำเป็นต้องสมหวังเสมอไป ภาพร่างสูงที่เดินขึ้นอัฒจรรย์ไปหาคนที่นั่งรออยู่ยังติดตา รอยยิ้มที่เห็นยังไม่บาดหัวใจเท่ากับมือที่วางลงบนศีรษะเล็กอย่างอ่อนโยน
   
ผมเคยได้ยินประโยคที่ว่า สิ่งที่ดีที่สุดของการรักเขาข้างเดียวคือทั้งจุดเริ่มต้นและจุดจบของมันขึ้นอยู่กับเราเพียงคนเดียว ผมหันหลังกลับ และเดินออกจากสนามไปอย่างเงียบๆ
   
“หญ้าทานได้หรือเปล่าจะสั่งอะไรเพิ่มไหม”
   
“ทานได้” ผมพยักหน้า ยิ้มให้เมฆและเลยไปถึงคนที่นั่งฝั่งตรงข้าม
   
“แค่นี้ก็พอแล้ว”
   
จุดเริ่มต้นและจุดจบของมันขึ้นอยู่กับเราเพียงคนเดียว

   

:::: ♥ TBC ♥::::
คำคัดลอก : จากซีรีส์เรื่อง High Society
“เธอรู้หรือเปล่าว่าสิ่งที่ดีที่สุดของการรักเขาข้างเดียวคืออะไร ทั้งจุดเริ่มต้นและจุดจบของมันขึ้นอยู่ที่ตัวเราเอง”











ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.019K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,502 ความคิดเห็น

  1. #2484 thanaporn0 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2563 / 14:24
    อืออ เมฆดีกับทุกคน
    #2,484
    0
  2. #2471 อิป้าใจคอไม่ดีเลยลูก (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 11:09

    เล่นเอาน้ำตาไหลเลย
    #2,471
    0
  3. #2437 Nuthathai Por (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 21:00

    โอ๋ ๆ นะปลายหญ้า

    #2,437
    0
  4. #2417 aom9090tangmo (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 13:57
    น้ำตาไหลพราก จุก
    #2,417
    0
  5. #2410 MB.임지수GOT7 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 21:07
    สงสารหญ้า
    #2,410
    0
  6. #2379 yyyyobaby (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 09:27
    มากอดมาลูกกก โอ๋ๆนะ
    #2,379
    0
  7. #2370 mangatsuki (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 16:33
    หญ้าาาา จุกๆเลยง่า
    #2,370
    0
  8. #2333 Siri2626 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 19:54
    อยากกอดโอ๋ๆหญ้าาา
    #2,333
    0
  9. #2295 maybee23 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 09:29
    จุกจนเจ็บไปหมดเลย
    #2,295
    0
  10. #2271 Superpoom (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 18:24
    เศร้าไปมั้ย
    #2,271
    0
  11. #2245 Pangpp24 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 20:18
    โอ๋ๆนะหญ้า แงงงสงสารน้องง
    #2,245
    0
  12. #2075 สีสัน~colourful (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 08:35
    จุกไปหมด ไม่รู้จะพูดยังไงเลย
    #2,075
    0
  13. #2065 gonjung (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 22:43
    แงๆๆๆๆไสงสารน้องหญ้าแต่เราว่าอาจมีการเข้าใจผิดนะ
    #2,065
    0
  14. #2028 HaeMay (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 21:39
    หญ้าในตอนนั้นคงรู้สึกเจ็บมากอ่ะ ภาพมันคาตาขนาดนั้น ปวดใจแทน
    #2,028
    0
  15. #2027 ENJOY_EVERYDAY (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 21:23
    เจอแบบนี้จุกไปเลยอ่ะ แงงงงงงง
    #2,027
    0
  16. #1996 momyimwiv (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 14:01
    ฉันถึงกับร้องไห้
    #1,996
    0
  17. #1969 SandSeaSun (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 19:20
    โอ๋ๆหญ้า
    #1,969
    0
  18. #1954 BaiTong23 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 13:26
    เศร้าเลยหญ้า
    #1,954
    0
  19. #1934 Miki_milky (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 06:49
    สงสารหญ้าจัง
    #1,934
    0
  20. #1624 Maylyunho (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 13:12
    คำพูดโควทนั้นโคตรสะท้านใจ
    #1,624
    0
  21. #1481 may0975 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 07:38

    พูดไม่ออกเลยอ่าาาา
    #1,481
    0
  22. #1469 Sunflower.W (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 03:54
    น้ำตาคลอแล้วป่ะแม่ ฮือออ อยากลูบหัวอ่ะ
    #1,469
    0
  23. #1455 pp_wert (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 22:53
    สงสารรรร TT
    #1,455
    0
  24. #1255 gakwang (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 16:39
    เศร้าเลย
    #1,255
    0
  25. #1231 LMLM (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 00:31
    เศร้าาา
    #1,231
    0