จากปลายหญ้าถึงก้อนเมฆ

ตอนที่ 15 : ตอนที่ 14 : คำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,576
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,714 ครั้ง
    21 ส.ค. 62








ตอนที่ 14
คำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ
   
   


เสียงในห้องน้ำเงียบลงแล้ว ผมมองกุญแจห้องที่วางอยู่บนโต๊ะ ชั่งใจอย่างรวดเร็วว่าผมควรจะรีบคว้าแล้วย้ายไปนอนอีกห้องดีไหม แต่เมื่อคิดว่าถ้าเมฆออกมาไม่เห็นผม กุญแจห้องก็หายไปจะรู้สึกอย่างไร แค่คิดว่าอีกฝ่ายคงรู้สึกแย่ที่ผมทำเหมือนรังเกียจ ความคิดทั้งหมดก็หายไปในทันที เมื่อเรารักใครสักคนเราจะไม่อยากให้เขาเสียใจ
   
“นึกว่าหายไปแล้ว” รอยยิ้มและดวงตาเป็นประกายของร่างสูงที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำ ทำให้ผมเจ็บใจตัวเอง รู้อย่างนี้ย้ายห้องเสียก็ดี ไม่ใช่ว่าเมฆมองมาด้วยสายตาเหนือกว่า แต่เพราะดวงตาคู่นั้นบอกว่าเขารู้ใจผมว่าคิดอะไรอยู่
   
“ทำไมผมต้องย้ายออกจากห้องตัวเอง คนที่ต้องย้ายคือเมฆ”
   
“อย่าไล่เลย ตอนเปิดประตูออกมารู้ไหมว่าดีใจแค่ไหนที่หญ้ายังอยู่”
   
น้ำเสียงทุ้มที่ได้ยินยังไม่ทำให้ใจเต้นแรงเท่ากับสายตาที่สื่อออกมาได้ตรงกับคำพูดทุกอย่าง ว่าอีกฝ่ายดีใจแค่ไหน
   
“ทำเหมือนเด็กติดหมอนข้างไปได้ ปกติเมฆก็นอนคนเดียวไม่ใช่เหรอ” ผมเบือนสายตาหนี ที่พูดแค่ต้องการเบรกอีกฝ่าย
   
“นั่นสิ” ร่างสูงนั่งลงข้างเตียง มองผมด้วยใบหน้าติดรอยยิ้ม “ผมลืมคิดไปเลยกลับไปจะทำยังไงดี ย้ายไปอยู่ด้วยกันดีไหม”
   
!!
   
“ไม่..ไม่ใช่เรื่องของผม นอนไม่ได้ก็หาวิธีเอาเอง” ผมรีบปฏิเสธด้วยใบหน้าร้อนผ่าว
   
“ทำไมคนน่ารักถึงใจร้าย”
   
“เพิ่งรู้ว่าเสี่ยวเป็น”
   
“ฮ่าๆ”
   
เมฆลุกขึ้นยืน ใช้ผ้าเช็ดตัวผืนเล็กขยี้ผมจนละอองน้ำกระจาย
   
“หงุดหงิดแบบนี้แปลว่าง่วงแล้วใช่ไหม อยากฟังนิทานก่อนนอนหรือเปล่า เดี๋ยวผมกล่อมเอง”
   
ผมหันซ้ายหันขวาเพื่อหาอะไรสักอย่างมาปาใส่ เมฆเหมือนรู้ตัวรีบเดินออกห่างพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง
   
   
“หญ้าหลับแล้วเหรอ” ผมแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน เมื่ออีกฝ่ายเดินกลับมาที่เตียงหลังจากเป่าผมจนแห้งแล้ว
   
“หลับเร็วชะมัด” เสียงบ่นดังขึ้นก่อนไฟกลางห้องจะถูกปิดลง
   
“กู๊ดไนท์ครับ” ลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดข้างหู ผมเกือบหายใจผิดจังหวะ ดีที่คอยระวังอยู่แล้ว ผ้าห่มถูกเลิกออก ผมไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะทุกอย่างเงียบสนิท
   
“หมอนข้าง?”
   
น้ำเสียงคนพูดทั้งแปลกใจและขำในเวลาเดียวกัน ผมโทรไปขอหมอนข้างจากพนักงานมา โชคดีที่ทางรีสอร์ทมี ผมจึงนำมาวางกั้นตรงกลาง
   
“ติดคนกับติดหมอนข้างก็เหมือนกัน กลับไปถ้าไม่มีก็ไปหาซื้อ” ผมพูดขึ้นโดยไม่ลืมตา
   
“หึ” ผมได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอ ก่อนน้ำหนักจะทิ้งลงข้างตัว ผมซุกหน้าลงกลับหมอน ลอบยิ้ม คราวนี้ผมชนะ

• • • • •

หลังจากผ่านคืนที่นอนไม่หลับมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนตั้งแต่เริ่มทริป ผมก็เริ่มชินจนสามารถหลับได้เร็วในค่ำคืนที่ผ่านมา แต่ไม่เคยคิดว่าเมื่อเราสามารถทนทานต่อเรื่องชวนใจเต้นก่อนนอนได้แล้ว จะตื่นขึ้นมาใจเต้นแรงในตอนเช้าแทน
   
ใบหน้าที่วางอยู่บนหมอนใบเดียวกันโดยไม่มีหมอนข้างกั้นทำให้ผมเกือบผละตัวหนี แต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังหลับสนิทไม่มีพิษมีภัยแต่อย่างใด ผมจึงสงบลงได้ สายตาค่อยๆ ไล่ไปตามใบหน้าคมสัน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมผมถึงตกหลุมรักใบหน้านี้
   
ดวงตายาวเรียว จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากได้รูป 
   
ผมแตะปลายนิ้วลงบนหว่างคิ้วอย่างแผ่วเบา เมื่ออีกฝ่ายไม่มีทีท่าจะตื่นขึ้นมาผมจึงไล่นิ้วลงมาที่ปลายจมูก 
   
“ถ้าทำแบบนี้ผมจะปล้ำละนะ” เสียงพูดงัวเงียดังขึ้น ผมตกใจจนสะดุ้งเฮือกรีบเอานิ้วออกแทบไม่ทัน ก่อนที่ดวงตายาวเรียวจะลืมขึ้นอย่างช้าๆ 
   
“จะลักหลับผมเหรอ” ดวงตาที่มองมาเป็นประกาย ผมเผลอหลบสายตานั้นจนได้แม้จะรู้ว่ามันทำให้มีพิรุธก็ตาม
   
“เปล่า ผมแค่อยากรู้ว่ามันโด่งแค่ไหน”
   
“แล้วมันโด่งแค่ไหน”
   
ผมสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเมฆจับมือของผมกลับไปแตะที่จมูก
   
“ก็ไม่มากกว่าผมเท่าไหร่” ผมพยายามรักษาอาการถึงแม้มันจะไม่ทันแล้วก็ตาม
   
“จริงเหรอ”
   
เรามักจะรู้ตัวเมื่อสาย ผมมาคิดได้เมื่อมือของอีกฝ่ายแตะที่ใบหน้า ก่อนไล้นิ้วช้าๆ จากหว่างคิ้วลงมาจนถึงสันจมูก และก่อนที่มันจะลงมาถึงริมฝีปากผมก็รีบลุกขึ้นด้วยหัวใจที่เต้นรัว
   
“ผมหิวแล้ว”
   
“หญ้าไม่กินข้าวเช้าไม่ใช่เหรอ” สายตาที่มองมาเป็นประกายขำ
   
“ไม่กินก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่อยากกินทุกวันไม่ใช่เหรอ” คนเถียงหัวชนฝาเป็นแบบผมนี่เอง
   
“ผมเห็นด้วย ไม่เคยชอบผู้ชายมาก่อนยังหลงรักได้เลย”   
   
ผมสบตากับเมฆ สายตาคู่นั้นตรึงผมไว้แม้อยากจะละสายตาแค่ไหนก็ตาม
   
“คนที่ผมชอบเป็นผู้ชาย เผื่อว่าหญ้ายังเดาไม่ถูกว่าเป็นใคร”
   
“อะ..อืม” ในที่สุดผมก็ละสายตาได้
   
“ไม่เห็นหญ้าแปลกใจเลย”
   
!!!
   
ใครจะกล้าบอกว่าที่ไม่แปลกใจเพราะผมเข้าข้างตัวเอง ว่าคนที่เมฆพูดหมายถึงผม
   
“ก็เมฆใช้คำว่าเขาแทนทุกครั้ง” โชคดีที่ยังหาทางออกได้
   
“นั่นสิ ผมลืมไป” คนพูดขยับตัวลุกขึ้นนั่ง ผ้าห่มตกไปอยู่ที่เอว มองเห็นแผงอกเปล่าเปลือย เมื่อคืนนี้เมฆใส่แค่กางเกงนอนตัวเดียว 
   
“หญ้าไปอาบน้ำเถอะ ผมไม่อยากให้หญ้าโมโหหิว”
   
มีคำพูดมากมายที่อยากตอบโต้ แต่สิ่งที่ผมทำคือหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป

• • • • •

ผมนึกเสียดายทิวทัศน์ที่เห็นอยู่ตรงหน้า เมื่อคิดว่าตั้งแต่พรุ่งนี้ไปจะไม่ได้จิบกาแฟในบรรยากาศสบายๆ แบบนี้แล้ว 
   
"หญ้าเริ่มงานวันไหน"
   
"วันที่หนึ่ง"
   
"ไม่เปลี่ยนใจไปทำกับผมเหรอ"
   
"ไหนเมฆบอกว่ายังไม่ทำ อีกปีหนึ่งไม่ใช่เหรอ"
   
"ถ้าหญ้าไปผมจะทำเลย"
   
"งั้นดีแล้วที่ผมไม่ไปจะได้ไม่ขัดการเที่ยวของเมฆ" เป็นอีกครั้งที่ผมรู้สึกว่าตัวเองชนะ รอยยิ้มกว้างจึงจุดขึ้นที่ริมฝีปาก แต่ต้องหุบฉับเมื่อดวงตาที่มองมาฉายความเอ็นดู คล้ายผมเป็นเด็กเล็ก
   
"ไปทำด้วยกันเถอะ" เสียงทุ้มนุ่มทำให้ผมอยากใจอ่อนแต่มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว 
   
"ผมเปลี่ยนใจไม่ได้ บริษัทที่ไปทำเป็นของพี่ชายน็อต" น็อตเป็นเพื่อนสนิทของผมที่มหา'ลัย มีพี่ชายทำบริษัทส่งออก หลังเรียนจบน็อตบอกให้ผมลองไปสมัครดู แล้วก็ได้งาน จะถือว่าเป็นการใช้เส้นสายก็คงได้
   
"พี่ชายน็อต?" ดวงตาที่มองผมหรี่ลง ใบหน้าปราศจากรอยยิ้มเหมือนที่เคย "คนที่ชอบหญ้าเหรอ"
   
"ไปเอามาจากไหน" ผมหัวเราะเพราะขำอีกฝ่าย
   
"ผมได้ยินที่คณะ"
   
"ก็พูดกันไป ผมเจอพี่นพบ่อยก็จริงแต่ไม่มีเรื่องแบบนั้น เมฆได้ยินใครพูดเหรอ"
   
"น็อ.. ช่างเถอะ หญ้าพูดถูกคนคงพูดมั่วๆ กันไป"
   
"มันแน่อยู่แล้ว" ผมยิ้มขำแต่สีหน้าอีกฝ่ายกลับเคร่งขรึม คิ้วของผมจึงขมวดเข้าหากัน
   
"เมฆมีอะไรหรือเปล่า"
   
"เปล่า หญ้าทานกาแฟต่อเถอะ"
   
"อืม"
   
ไหนๆ ก็เที่ยววันสุดท้ายแล้ว ผมจึงอยากใช้เวลานี้ซึบซับธรรมชาติให้ได้มากที่สุด

• • • • •

คนเรารู้สึกเศร้าเวลาไหนบ้าง ผมอยากรู้ว่าเคยมีใครเศร้าเหมือนผมบ้างไหม ที่เห็นรถคันที่เช่ามาคันที่เมฆขับให้นั่งตลอดทริปแล่นออกไปแล้วใจหาย 
   
หลังจากทานอาหารเช้า ผมกับเมฆตัดสินใจขับรถเล่นแถวๆ นั้น เราแวะถ่ายรูปตามนาข้าวบ้าง ถ่ายกับภูเขาบ้าง เป็นวันที่ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยอย่างมีความสุข
   
เราเก็บกระเป๋าออกจากรีสอร์ทตอนบ่ายโมงตรง แต่เนื่องจากยังมีเวลาเหลืออีกมาก เมฆจึงขับรถขึ้นดอยเพื่อไปชมวิว ขากลับลงมาเราแวะไปเดินเล่นที่ตลาดนัดยามเย็น หาอะไรง่ายๆ ทาน ก่อนขับรถไปเด่นชัยเพื่อให้ทันรถไฟขากลับ
   
“ยังไม่อยากกลับเหรอ” ดูเหมือนคนที่ยืนด้านหลังของผมจะเดาความคิดได้ ผมหันกลับไปส่งยิ้มให้แม้จะเป็นรอยยิ้มที่เศร้าไปหน่อยก็ตาม
   
“พอได้เที่ยวแล้วก็ไม่อยากกลับ”
   
“อยู่ต่อไหม”
   
“ได้ยังไง” ผมหัวเราะเพราะรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้
   
“ขอแค่หญ้าพูดคำเดียว”
   
“อยากทำนะแต่อย่าเลย ผมอยากกลับไปพักเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเริ่มงาน มีอะไรอีกหลายอย่างที่ต้องจัดการให้เสร็จ”
   
“เช่นอะไรบ้าง”
   
“ย้ายที่พัก ผมนัดเจ้าของคอนโดที่เช่าไว้ อยู่ใกล้บริษัทจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง”
   
“ที่ทำงานหญ้าอยู่แถวสาธรใช่ไหม”
   
“ใช่ จำได้ด้วยเหรอ”
   
“ได้สิ ใครไปช่วยขนของ น็อตเหรอ”
   
“เปล่าผมขนเองคนเดียว ไม่ได้หมายถึงจะให้ไปช่วยนะ” ผมรีบบอกเพราะกลัวอีกฝ่ายเข้าใจผิด
   
“คือของมันไม่เยอะ เลยไม่ได้บอกใคร”
   
“จะย้ายวันไหน”
   
“ไม่เป็นไร” ผมรีบปฏิเสธ
   
“ยังไงผมก็ต้องแวะไปหาหญ้าอยู่แล้ว ไปขอคำตอบที่เคยถามไว้”
   
ผมมองสายตาแฝงความนัยของเมฆ หัวใจค่อยๆ เต้นเร็วขึ้น
   
“ตกลงไหม”
   
ผมไม่สามารถละสายตาจากดวงตาของเมฆได้ ได้แต่สบตาคู่นั้นนิ่ง ไม่มีคำตอบหลุดออกมาจากปากของผม และเมฆเพียงแค่คลี่ยิ้มเท่านั้น
   
“รถไฟมาแล้ว”
   
ผมหันไปมอง รู้สึกโล่งอกที่ไม่ต้องตอบ ขณะเดียวกันก็รู้สึกเสียดายที่ไม่ได้พูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมา 
   
กระเป๋าถูกร่างสูงแย่งไปถือ ผมจึงเดินตัวปลิวขึ้นรถไฟ มองหาที่นั่งของตัวเองก่อนนั่งลง เมฆเดินตามมาข้างหลังวางกระเป๋าของผมลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
   
“ส่งให้ผมดีกว่าเผื่อมีคนนั่ง”
   
“ไม่เป็นไร” 
   
“อย่าเลย ผมไม่อยากให้เจ้าของที่นั่งว่าเอา” 
   
“ผมไม่ว่า หญ้าวางได้ตามสบาย”
   
“ไม่ดีหรอก” 

!!! 

“อะไรนะ!” ผมเบิกตากว้าง ไม่แน่ใจจริงๆ ว่าฟังผิดไหม
   
“ที่นั่งผม” เมฆชี้ที่นั่งฝั่งตรงข้ามก่อนนั่งลงข้างกระเป๋าที่ว่างอยู่ 
   
“แต่ที่นั่งเมฆไม่ใช่ตรงนี้”
   
“ผมซื้อเพิ่มอีกใบตั้งแต่เมื่อวาน เพิ่งให้เขาออกตั๋วเมื่อกี้”
   
ผมได้แต่มองรอยยิ้มชิลๆ ของคนพูด เพราะนึกไม่ออกว่าจะพูดอะไร
   
“เสียดายเงิน” ในที่สุดผมก็คิดออก 
   
“เสียดายเหมือนกัน แต่ถ้าอยากนั่งกับหญ้าก็ต้องยอม”
   
ผมเผยอยิ้มออกมาเมื่อได้ยินสิ่งที่เมฆพูด อีกฝ่ายเลิกคิ้วขึ้นคล้ายต้องการถามว่าผมยิ้มอะไร แน่นอนว่าผมไม่ยอมบอก สิ่งที่ผมคิดก็คือถ้าเมฆตอบว่าไม่เสียดายผมคงไม่รู้สึกตื่นเต้นดีใจอะไร แต่พอตอบแบบนี้มันทำให้คนฟังหัวใจพอโตง รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนสำคัญขึ้นมา และที่ผมยิ้มก็เพราะมันทำให้ผมจำได้ว่าทำไมผมถึงชอบเมฆ 
   
“หิวไหม เดี๋ยวรอพนักงามานตรวจตั๋วแล้วไปตู้เสบียงกัน”
   
“ยังหิวอยู่เหรอ” ผมอดหัวเราะไม่ได้ 
   
“เปล่า” คนตรงหน้าส่ายศีรษะช้าๆ “เดี๋ยวพนักงานน่าจะมาปูเตียงแต่ผมยังอยากนั่งคุยกับหญ้า”
   
พักนี้ผมรู้สึกเหมือนสู้สายตาเมฆไม่ได้เพราะมันทำให้ใจเต้นแรง
   
“ไม่ ไม่หิว” ผมตอบออไป
   
“อืม” ใบหน้าของเมฆยังเปื้อนรอยยิ้ม ไม่เซ้าซี้ให้ผมลำบากใจ
   
“ผมยังแน่นท้องอยู่เลย ถ้าจะคุยก็นั่งคุยตรงนี้ก็ได้ ก็เหมือนนั่งคุยกันบนเตียง”
   
“ตกลง”
   
ตอนพูดผมไม่ได้คิดอะไรแต่พอเห็นตาวาววับของเมฆถึงนึกขึ้นมาได้ หน้าจึงขึ้นสีแดงเรื่อ ผมเบือนหน้าออกไปมองนอกหน้าต่าง ทั้งเขินทั้งอายผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก
   
“จริงสิ” ผมหันกลับมาเมื่อนึกบางอย่างขึ้นมาได้
   
“เดี๋ยวเมฆให้เขาปูที่นั่งโน้นด้วยสิ มันเป็นเตียงล่างจะได้นอนสบาย นอนตรงนี้มันเป็นเตียงบน”
   
“เป็นห่วงผมเหรอ”
   
“เปล่า ผมนึกได้ก็บอกไหนๆ ก็เสียเงินแล้ว”
   
“ขอบคุณครับ” เสียงทุ่มละมุนหู ดวงตาที่มองมาเป็นประกายอ่อนโยน ผมยอมรับโดยดุษฎีว่าโกหกไม่ขึ้น 

   
พนักงานปูเตียงมาหลังจากรถไฟออกไม่นาน ผมเอ่ยขอบคุณเมื่อทุกอย่างเรียบร้อย มาตอนนี้ถึงคิดได้ว่าไม่ควรชวนเมฆเลย ความเขินไม่เข้าใครออกใครจริงๆ
   
โชคดีที่เมฆทำทุกอย่างได้เป็นธรรมชาติมาก ผมจึงรู้สึกผ่อนคลาย เรานั่งพิงคนละด้าน เมฆเหยียดขายาว ขณะที่ผมนั่งขัดสมาธิ เราคุยกันไปเรื่อยๆ ด้วยเสียงไม่ดังนักเพื่อไม่ให้รบกวนคนอื่น เวลาที่คิดว่าเดินช้ากลับผ่านไปอย่างรวดเร็วจนค่อนคืน 
   
“หญ้านอนเถอะดึกแล้ว”
   
“อืม”
   
“พรุ่งนี้เจอกัน ฝันดี”
   
“ฝันดี” ผมพูดเสียงแผ่วเบาในลำคอ มองร่างสูงของเมฆเปิดผ้าม่านและก้าวลงไป 

ใครกันนะที่บอกว่านอนด้วยกันจนนอนคนเดียวไม่ได้แล้ว ไม่ใช่ผมเสียหน่อย แต่ทำไมตอนนี้ถึงรู้สึกว่าเตียงแคบๆ บนรถไฟกว้างขึ้นมา เห็นทีว่าคงไม่ใช่เมฆคนเดียวที่ชิน

• • • • •

รถไฟเข้าเทียบชาลาตอนเช้าตรู่ เป็นอันสิ้นสุดการเดินทางพักผ่อนของผม ใครจะคิดว่าผมต้องมาเจอกับคนที่ไม่อยากเจอที่สุดบนรถไฟ และต้องแยกกับคนที่ไม่อยากแยกที่สุดตอนนี้
   
“เดี๋ยวผมนั่งไปส่ง”
   
“ไม่ต้อง” ผมรีบปฏิเสธ
   
“ขึ้นรถเถอะ”
   
เป็นอีกครั้งที่ผมปฏิเสธแต่กลับดีใจอยู่ข้างใน เราพูดคุยกันไปเรื่อยเปื่อยบนรถแท็กซี่ ส่วนใหญ่ผมจะตอบคำถามมากกว่า เช่น ของที่ต้องย้ายเยอะไหม ควรเอารถอะไรมา อยากให้มาหากี่โมง  
   
เดิมทีผมคิดว่าเมฆจะนั่งแท็กซี่ต่อไปเลย แต่อีกฝ่ายกลับลงพร้อมกับผมที่หน้าที่พัก ผมกำลังชั่งใจว่าจะชวนเมฆขึ้นไปไหมแต่อีกฝ่ายพูดขึ้นมาเสียก่อน
   
“เดี๋ยววันอังคารผมมารับ”
   
“อืม ขอบคุณนะที่มาส่ง แล้วก็ขอบคุณที่เที่ยวเป็นเพื่อน” ผมส่งยิ้มให้เมฆ ดวงตาของเราประสานเข้าด้วยกัน
   
“ผมชอบหญ้า”
   
!!!
   
ผมยืนตัวแข็งทื่อ ดวงตาเบิกกว้าง ริมฝีปากเผยอออกโดยไม่มีเสียงใดๆ หลุดลอดออกมา
   
“ผมอยากพูดก่อนหน้านี้แต่กลัวว่าหญ้าจะอึดอัด ไม่อยากให้หญ้าหนีกลับก่อน”
   
“....”
   
ริมฝีปากของเมฆระบายรอยยิ้ม ดวงตาที่มองผมอ่อนโยน
   
“หญ้าขึ้นไปเถอะ แล้ววันอังคารผมจะมาขอคำตอบเรื่องที่เคยถามหญ้าเอาไว้”
   
“.....”
   
“พักผ่อนเยอะๆ ไว้เจอกัน”
   
มือใหญ่แตะที่แก้มผมก่อนปล่อยออก ผมได้แต่ยืนมองร่างสูงที่ค่อยๆ เดินห่างออกไปจนหลับตา
   
เมฆชอบผม? 

เมฆชอบผมอย่างนั้นเหรอ
   
คนที่เมฆพูดถึงคือผม คนที่เมฆรักมาตลอดคือผมจริงๆ ใช่ไหม
   
หัวใจค่อยๆ เต้นเร็วขึ้น ใบหน้าร้อนผ่าว มือไม้สั่นเทา
   
มันไม่ถูกต้อง!
 
มันโกงกันชัดๆ  

ไหนบอกจะมาถามว่าควรบอกรักดีไหม แล้วทำไมถึงแอบชกใต้เข็มขัดกันแบบนี้ !!!

หนึ่ง สอง สาม ผมยกมือขึ้นนับ

อีกสามวันกว่าจะถึงวันอังคาร แกล้งกันชัดๆ ไอ้คุณก้อนเมฆนิสัยไม่ดี



:::: ♥ TBC ♥::::

เอาชื่อตอนพิเศษในเล่มมาให้ดูค่ะ ทั้งหมดมี 6 ตอน

สามารถสั่งจองหนังสือ (pre-order) ได้ถึง 31 ส.ค. นี้ค่ะ

สั่งได้ที่ >>กดที่นี่<<


















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.714K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,503 ความคิดเห็น

  1. #2486 thanaporn0 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2563 / 19:55
    คือน้องดืออ น่ารักกก อยากได้ทั้งสอง
    #2,486
    0
  2. #2456 พัด (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 02:41

    หมั่นไส้อีหญ้ามากจริงๆ ซะขนาดนั้น เรื่องที่เข้าใจผิดก็เคลียร์แล้ว เมฆก็แสดงออกชัดเจน และปฏิเสธผู้หญิงชัดเจน แถมสุดท้ายพูดออกมาชัดเจน เออ เล่นตัวต่อไปนะย่ะ อย่าไปตอบรับรักเขาหล่ะ เพราะเขาอาจพูดไม่จริง เพราะเขาอาจไม่ชอบผู้ชาย เพราะต่อไปอาจไปกันไม่ได้ เพราะต่อไปเขาอาจเจอคนที่ดีกว่า บลาๆๆๆ

    #2,456
    3
    • #2456-2 thanaporn0(จากตอนที่ 15)
      1 สิงหาคม 2563 / 19:55
      อิหยังงะ555
      #2456-2
    • #2456-3 JenjiraThongnor(จากตอนที่ 15)
      30 ตุลาคม 2563 / 09:01

      เม้นเเรงจนกูคิดว่าเป็นตัวร้าย??ก็ร้ายแหละ~~
      #2456-3
  3. #2443 Nuthathai Por (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 22:10

    หัวใจจะวายก่อนไหมเนี่ย

    #2,443
    0
  4. #2358 MarkBam1n1a (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 13:45
    สุดอะ โอ้ยยยยยเขิงโว่ยยยยยย
    #2,358
    0
  5. #2301 maybee23 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 10:08
    โห่เมฆนายมันสุดยอดเลยอะ555555
    #2,301
    0
  6. #2280 View_Aranya (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 12:14
    พระเอกเรื่องนี้คือดีมากผ่านมา4ปีก็ยังรัก ไม่เหมือนพระเอกนิยายเรื่องอื่นๆส่วนมากพระเอก-มีแฟนแล้วก็ยังเยไปทั่วเหมือนคนแต่งคิดว่าเท่ค่านิยมผิดๆคนแบบนั้นควรโดนสาปส่ง
    #2,280
    0
  7. #2251 Pangpp24 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 21:03
    หญ้าช๊อคไปแล้ว555
    #2,251
    0
  8. #2121 gonjung (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 21:09
    โอ้โหหหหหหน็อคไปเลย55555
    #2,121
    0
  9. #2079 สีสัน~colourful (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 09:22
    ร้ายมากกกนะคุณก้อนเมฆ เจอหมัดนี้ไปปลายหญ้าคงรับมือไม่ทันแน่ๆ

    ชอบที่ทั้งสองคนคิดอะไรคล้ายๆกันเลยอะ กลัวว่าจะอึดอัดแล้วหายไป แต่ก็รักมากก ไม่อยากให้ใครเสียใจ อะไรแบบนี้ น่ารักดีค่ะ
    #2,079
    0
  10. #2044 HaeMay (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 21:57
    สุดยอดไปเรยยนายพระเอกคนนี้

    หมัดน็อคเลยเนี่ย
    #2,044
    0
  11. #1965 Miki_milky (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 18:45
    โอ้ยเมฆตายๆๆ แบบนี้หญ้าหนีไม่ได้แล้วละ
    #1,965
    0
  12. #1963 Billky EXOL (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 17:42
    อ่านๆอยู่คือเหมือนโดนเคาะที่หลังคอแล้ววูบเลยค่ะ 5555 เขินมาก มาแบบตู้มเลย ._. ฮือออ
    #1,963
    0
  13. #1960 BaiTong23 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 14:44
    คุณก้อนเมฆฮุคเว่ออ
    #1,960
    0
  14. #1667 Maylyunho (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 23:23
    แบบนี้ก็ได้นะ ทำเอาหญ้าค้างเลย
    #1,667
    0
  15. #1475 Sunflower.W (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 05:24
    งื้ออออ คุณก้อนเมฆ ทำกับปลายหญ้าของตัวเองแบบนี้ได้เยี่ยงไรกานนนน
    #1,475
    0
  16. #1391 WuPheem (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 08:56
    น่ารักมากๆ
    #1,391
    0
  17. #1356 star3421 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 19:06

    ละมุนน่ารักกกกก

    #1,356
    0
  18. #1320 AgainstAllOdds (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 13:05
    เอ๊ะ พี่นพมายังไง
    #1,320
    0
  19. #1281 [In_My_DreaM] (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 00:46
    โดนน็อคซะแล้วน้องหญ้า ^^
    #1,281
    0
  20. #1256 kratenlover (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 16:43

    ปลายหญ้าสู้เค้านะ อย่าไปยอม วันอังคารเราต้องเป็นฝ่ายน็อคปลายคางก้อนเมฆบ้างแล้วล่ะ คิกคิก https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-06.png

    #1,256
    0
  21. #1253 Monopoly (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 08:39

    เมฆนำไปก่อนหนึ่งแต้ม

    #1,253
    0
  22. #1252 neovenesia (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 07:02
    เหมือนเมฆจะมีคู่แข่งไหมเนี่ย
    #1,252
    0
  23. #1251 Jajahpraewpun (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 01:19
    รออีก3วัน อยากรู้จังว่าคนปากแข็งจะทำยังไงต่อไป //แล้วเมฆคือแอทแทคแรงมาก เขินนนน
    #1,251
    0
  24. #1250 พอรอ. (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 20:46
    อีบุ้กกกกกกกกกกก
    #1,250
    0
  25. #1249 nuiguide (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 18:03
    โครตลุ้น
    #1,249
    0