จากปลายหญ้าถึงก้อนเมฆ

ตอนที่ 14 : ตอนที่ 13 : หัวใจไม่ใช่แค่ก้อนเนื้อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,266
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,632 ครั้ง
    17 ส.ค. 62









ตอนที่ 13
หัวใจไม่ใช่แค่ก้อนเนื้อ




ผมตื่นขึ้นมาในตอนเช้าด้วยความรู้สึกมึนงง สมองทำงานอย่างเชื่องชา สาเหตุมาจากการหลับๆ ตื่นๆ ทั้งคืน ดูเหมือนจะมีเรื่องมากมายให้คิด

ผมไม่แน่ใจว่าสามารถเข้าข้างตัวเองได้หรือเปล่า แต่ส่วนหนึ่งในใจบอกว่า 'คนนั้น' ที่เมฆพูดถึงคือผมเอง หลายครั้งผมอยากโพล่งถามออกไปว่าใช่ผมหรือเปล่า แต่สติยั้งตัวเองเอาไว้ได้ว่ายังไม่ใช่เวลาที่สมควร ผมยังต้องติดกับเมฆอีกสองวันหนึ่งคืน ถ้าทุกอย่างไม่ใช่อย่างที่ผมคิด จะแบกความรู้สึกของตัวเองยังไงไม่ให้อีกฝ่ายสังเกตเห็น มันคงเป็นช่วงเวลาที่อึดอัดที่สุดในชีวิตของผม ดังนั้นผมจะรออีกนิด ในเมื่อรอมาได้ถึงสี่ปี แค่สองวันหนึ่งคืนคงไม่ถึงกับลงแดงตาย

"หญ้าอาบน้ำได้แล้ว" เมฆเดินออกมาจากห้องน้ำ ผมไม่แน่ใจว่าพระเจ้ากำลังกลั่นแกล้งผมหรือคนที่พูดอยู่นี่แหละตั้งใจทำ ถึงพาร่างกายที่มีเพียงผ้าเช็ดตัวพันอยู่ที่สะโพกมาหยุดยืนตรงหน้า

หยดน้ำเกาะพราวอยู่บนแผ่นอก ซิกแพคเคลื่อนขึ้นลงตามจังหวะหายใจ มันตรึงสายตาของผมเอาไว้

"หญ้านั่งหลับเหรอ"

ผมกลืนน้ำลายลงคอช้าๆ บอกตัวเองว่าตั้งสติเข้าไว้

"เกือบ" ผมตอบด้วยน้ำเสียงเนือย เอียงศีรษะซ้ายขวา ราวกับต้องการไล่ความง่วงออกไป

"งั้นก็รีบไปอาบน้ำจะได้ตื่น" 

ผมตื่นตั้งแต่คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าขยับเข้ามาจนเกือบชิด นึกสงสัยว่าร่างกายคนเรามันจะดูแน่นดูตึงขนาดนี้ได้ยังไง

เมฆใช้สองมือจับใบหน้าผมให้เงยขึ้นสบตา ความเย็นแทรกซึมผ่านผิวจนรู้สึกสะท้าน ผมสบตาเมฆนิ่ง โยนความผิดให้ความมึนจากการนอนน้อยที่ทำให้ผมไม่มีคำพูดใดๆ หลุดออกมา

"ตื่น" 

รอยยิ้มกับดวงตาพราวระยับที่มองมาทำให้ผมตาพร่า วินาทีนี้คิดว่าผมควรไปกระโดดลงลำธารมากกว่าถ้าอยากจะตื่นจากความคิดในหัวตัวเอง เสียอย่างเดียว น้ำในลำธารดันสูงแค่ข้อเท้าผม

"ตื่นแล้ว" ผมผละหน้าออกจากมือของเมฆ ลุกขึ้นจากเตียง

"ผมว่าไหนๆ เราก็เปลี่ยนที่พักเกือบทุกคืน คืนนี้ก็เปลี่ยนเถอะจะได้เที่ยวให้คุ้มๆ”

ไม่มีทางที่ผมจะบอกเหตุผลที่แท้จริง ว่าผมอยากเปลี่ยนห้องพักเป็นสองห้องนอน หรืออย่างน้อยเปลี่ยนเป็นเตียงคู่ก็ยังดี โดนนอนกอดทุกคืนแบบนี้ หัวใจไม่ใช่แค่ก้อนเนื้อจะได้ไม่รู้สึกอะไร

"เอาสิ ผมตามใจหญ้าอยู่แล้ว"

"จริงเหรอ ผมว่าไม่จริงมั้ง" ในที่สุดผมก็เจอช่องทาง 

"หญ้าอยากทำอะไรว่ามา"

"ให้ผมจัดการที่พักเอง"

"ได้อยู่แล้ว"

"ตกลงตามนั้น" ผมหยิบผ้าเช็ดตัวจากราว เดินเข้าห้องน้ำด้วยท่าทางปกติ เหมือนเรื่องที่คุยไม่สลักสำคัญอะไร ก่อนที่จะเสียอาการเมื่อประตูห้องน้ำปิดลง รอดแล้วโว้ยตรู!

• • • • •

หลังจากแวะเที่ยวบ่อเกลือสินเธาว์ ผมตัดสินใจย้อนกลับไปที่ปัวอีกครั้ง นี่เป็นการท่องเที่ยวที่ไร้แผนการใดๆ อย่างแท้จริง เส้นทางวกกลับไปกลับมา หรือจะใช้คำว่าเรื่อยเปื่อยก็ไม่ผิด

“เมฆแวะร้านนั้น” ผมชี้มือไปที่ป้ายข้างทาง เกือบลืมไปแล้วว่าเราต้องซื้อของฝาก 


ร้านผ้าทอมีผ้าหลากหลายให้เลือกซื้อ ทั้งผ้าทอพื้นเมือง ผ้ามัดย้อม เสื้อสำเร็จรูป ผ้าคลุมไหล่ และสินค้าอีกหลากหลาย ผมเดินชมทั่วร้านก่อนเลือกผ้าทอลายโบราณให้กับแม่ของเมฆและแม่ของตัวเอง เลือกเสื้อผ้าทอทรงซาฟารีให้พ่อเลือกผ้าย้อมครามผืนใหญ่สำหรับใช้คลุมไหล่ให้กับอร เมื่อได้ของฝากครบแล้วผมจึงดูให้ตัวเองบ้าง ที่มองๆ ไว้คือเสื้อยืดย้อมครามผ้าเบาสบาย 

“หญ้าเลือกให้ผมด้วยสิ”

ผมหันไปมอง สิ่งแรกที่เห็นคือรอยยิ้มสบายๆ ที่ริมฝีปากและดวงตาของอีกฝ่าย
   
“ผมไม่รู้ว่าเมฆชอบแบบไหน เลือกเองเลย”

“หญ้าเลือกเถอะ ผมดูแล้วแต่ไม่รู้ว่าหญ้าชอบแบบไหน กลัวเลือกแล้วไม่ถูกใจ”
   
“เกี่ยวอะไรกับผม”
   
“จะได้ซื้อใส่ด้วยกัน”
   
ผมชะงักมือที่กำลังเลือกเสื้อ หันไปจ้องคนพูดเขม็ง “อะไรนะ”
   
“เสื้อคู่ หญ้าไม่รู้จักเหรอ” ดวงตาที่มองมาใสซื่อ แต่ผมบอกได้เลยว่าคนพูดเจ้าเล่ห์ชัดๆ 
   
“ได้ เสื้อคู่ใช่ไหม เดี๋ยวผมเลือกให้” 
   
ผมมองไปรอบๆ จนเจอเข้ากับเสื้อยืดตัวหนึ่ง เป็นเสื้อยืดย้อมครามสลับสีเข้มไปอ่อน จากน้ำเงินไล่ไปฟ้า
   
“สวยดี” เมฆรับเสื้อไปจากผม ก่อนคิ้วจะเลิกขึ้นด้วยความสงสัย
   
“ทำไมมีตัวเดียว”
   
“ตัวเดียวก็ถูกแล้ว”
   
“ตัวเดียวไม่ใช่เสื้อคู่”
   
“ใช่สิ คู่กับคนโน้นไงผมเลือกให้แล้ว” ผมบุ้ยใบ้ใบหน้าไปทางผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์จ่ายเงิน ในมือมีเสื้อยืดแบบเดียวกันเป๊ะ
   
“ไม่ต้องชมก็ได้ ผมรู้ว่าผมตาถึง สวยดีนะ”
   
“หึๆ” เมฆหัวเราะในลำคอ ดูไม่โกรธเคืองผมสักนิด
   
“ผมเคยบอกแล้วว่าหญ้าแสบ”
   
“บอกตอนไหนไม่เคยได้ยิน” ผมคุยไปเรื่อยๆ จุดสนใจอยู่ที่เสื้อที่พับกองอยู่บนโต๊ะ 
   
“บอกสิ”
   
“ตอนไหน” ผมหันไปมองเมื่อเมฆยังยืนยันคำเดิม ดวงตากรุ่มกริ่มที่มองมาทำให้สมองของผมค่อยๆ ทำงาน

‘ผมเคยแอบชอบเพื่อนคนหนึ่งที่คณะ เป็นคนนิ่งๆ พูดน้อย คนส่วนใหญ่บอกว่าเป็นหยิ่ง แต่ผมว่าเป็นตัวแสบคนหนึ่งเลย’

ประโยคที่ได้ยินเมื่อวานวนกลับมาในหัว ผมเบิกตากว้างเมื่อนึกออก ความร้อนพุ่งขึ้นสูงจนมือที่วางอยู่บนกองผ้าเผลอปัดบางส่วนตกลงมา

“ขอโทษครับ” ผมรีบบอกพนักงานที่ยืนอยู่ไม่ไกล ได้ยินเสียงหัวเราะดังอยู่ด้านหลัง 

คำว่าอายมีสองความหมาย คือเอียงอายกับน่าอาย ดูเหมือนผมจะเป็นผู้โชคดีที่ได้รู้สึกถึงสองความหมายภายในคราวเดียวกัน 
เพราะนายเลย นายก้อนเมฆตัวแสบ!

• • • • •
   
ผมแวะร้านกาแฟกลางทุ่งนาก่อนเข้าที่พักที่หมายตาเอาไว้ จากโต๊ะที่นั่งมองเห็นสีเขียวของข้าวไกลสุดลูกหูลูกตา บรรยากาศแบบนี้ให้นั่งทั้งวันก็ทำได้

“หญ้า”

ดูเหมือนผมนั่งเงียบนานเกินไปคนที่มาด้วยจึงเรียกชื่อขึ้นมา

“เราสนิทกันแล้วใช่ไหม”

เป็นคำถามที่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะถาม ผมจึงหันไปมองหน้าก่อนหันกลับมา

“ไม่” ผมตอบชัดถ้อยชัดคำ ไม่ได้ประชดประชันหรือแกล้งอีกฝ่าย แต่ผมคิดว่ามันเป็นความจริง ถึงแม้ว่าผมรักเมฆ ถึงแม้ว่าเราจะรู้จักกันมากขึ้น แต่ห้าคืนหกวันไม่สามารถทำให้คนสนิทกันได้จริง มันเป็นเพียงคำพูดลอยๆ ที่คนชอบพูดกันเท่านั้น

“หึๆ ไม่เป็นไร ผมสนิทกับหญ้าคนเดียวก็ได้ ขอปรึกษาอะไรหน่อยสิ”

“ได้ แต่ช่วยได้หรือเปล่าอีกเรื่องนะ” 

“แค่ช่วยก็ขอบคุณแล้ว”

“ว่ามาสิ” ผมละสายตาจากวิวตรงหน้า หันไปตั้งใจฟังเมฆพูด 

“จำที่ผมเล่าให้หญ้าฟังได้ไหม เรื่องคนที่ผมชอบ”

“อืม” ผมแน่ใจแล้วว่าตัวเองคิดผิด ไม่น่ารับปากเลย

“หญ้าคิดว่าผมควรบอกความรู้สึกไหม”

!!!

“คิดว่าผมพอจะมีโอกาสหรือเปล่า”

ผมไม่แน่ใจว่านี่คือคำถามที่ยากที่สุดเท่าที่เคยตอบมาหรือไม่ ที่แน่ๆ คือผมไม่มีคำตอบ ถ้าใช่ผมจริงก็ดีแต่ถ้าไม่ใช่ผมล่ะ 

เดี๋ยว! เดี๋ยว! ไหนบอกว่าตัดใจแล้วจะมากั๊กคนอื่นทำไมเจ้าหญ้า!

“หญ้าโกรธอะไรผมหรือเปล่า”

“โกรธอะไร?” ผมไม่รู้ว่าตัวเองทำหน้าอย่างไร แต่คงตลกมากพอเพราะอีกฝ่ายหัวเราะออกมา
   
“ก็เห็นหญ้าทำหน้าเหมือนโมโหใครอยู่”
   
ใครที่ว่าคงหน้าตาเหมือนผมเปี๊ยบ
   
“เปล่าผมไม่ได้โมโห ผมกำลังคิดว่าควรบอกหรือไม่ควร” ผมไม่ได้โกหก ผมกำลังคิดจริงๆ
   
“ไม่เป็นไรผมไม่รีบ ฝากหญ้าช่วยผมคิดที กลับไปแล้วผมจะไปขอคำตอบ”
   
ดวงตาที่มองมาลุ่มลึก บางอย่างในดวงตาคู่นั้นทำให้ผมเลิกคิดจะตอบโต้ สิ่งที่ทำมีเพียงการพยักหน้าหนึ่งครั้ง แล้วเมินสายตาไปทางอื่น 
   
“เร็วเหมือนกันนะพรุ่งนี้ก็กลับแล้ว” เสียงทุ้มของเมฆดังเข้าหู
   
“อืม” 
   
“พรุ่งนี้หญ้าอยากไปเที่ยวที่แพร่ไหม หรือจะออกจากที่นี่ตอนเย็นแล้วไปสถานีรถไฟเลย”
   
“ออกตอนเย็นก็ได้ ผมนัดบริษัทรถมารับรถที่สถานีก่อนรถไฟออกชั่วโมงหนึ่ง”
   
“ขอดูตั๋วรถไฟหญ้าหน่อย”
   
“ดูทำไม ผมบอกเมฆแล้วนี่ว่าเรากลับเที่ยวเดียวกัน”
   
“อยากรู้ว่านั่งห่างกันไหม”
   
“อ๋อ” ผมเปิดกระเป๋าส่งตั๋วรถไฟให้เมฆ อดถามสิ่งที่อยากรู้ไม่ได้ 
   
“นี่มันบังเอิญมากเลยนะ มารถไฟเที่ยวเดียวกันก็บังเอิญแล้ว ขากลับยังกลับเที่ยวเดียวกันอีก” ความจริงผมรู้แล้วว่าทำไมถึงเจอกัน แต่ที่ไม่รู้คือทำไมถึงกลับพร้อมกัน
   
“ผมเชื่อว่าความบังเอิญมีอยู่จริง แต่ของเราไม่ใช่”
   
ดวงตาของผมเบิกกว้างขึ้น “เมฆหมายความว่ายังไง”
   
“หญ้าฝากพี่เชษฐ์จองตั๋วให้ใช่ไหม”
   
“ใช่”
   
“ของผมก็เหมือนกัน”
   
ไอ้พี่เชดดดดดด!!
   
“ที่นั่งห่างกันไม่มากน่าจะเท่ากับขามา” เมฆส่งตั๋วรถไฟคืนให้ผม
   
ก็ยังดีที่พี่เชษฐ์มีความคิดอยู่บ้าง ไม่จองให้นั่งด้วยกันไปเลย แต่ผมรับรองว่าความดีนี้จะไม่ส่งผลให้พี่เชษฐ์ได้รับการลดหย่อนโทษแน่นอน ผมได้แต่หวังว่าพี่เชษฐ์จะสบายดีระหว่างที่รอผมกลับไป
   
แชะ! เสียงกดชัตเตอร์ดังขึ้น ผมหันไปมองโดยอัตโนมัติ เมฆลดโทรศัพท์ในมือลง
   
“หลายรูปแล้ว” ผมบ่นอีกฝ่ายเบาๆ
   
“งั้นถ่ายด้วยกัน”
   
ผมงงนิดหน่อย การบ่นว่าถ่ายหลายรูปแล้วแปลว่าอยากถ่ายด้วยกันตั้งแต่เมื่อไหร่ 

เมฆขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้ผม โอบมือลงมาบนไหล่ดึงเข้าไปชิด ศีรษะเอนลงมาซบกับศีรษะของผม จู่ๆ ร่างกายก็รู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมา หัวใจไม่ใช่แค่ก้อนเนื้อ ผมเคยบอกเอาไว้แล้ว 
   
• • • • •

“จองสองห้องครับ” ผมยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์พูดราวกับประกาศชัยชนะ ขณะที่ร่างสูงเอาแต่ยืนยิ้ม
   
“สองห้องนะคะ ทั้งหมดสี่ท่านใช่ไหมคะ”
   
“สองคนครับ ผมหมายถึงห้องละคน”
   
“ค่ะ” พนักงานยิ้มรับ โดยไม่ซักถามใดๆ ส่งใบเข้าพักให้กรอก รับเงินค่าห้องพักและส่งกุญแจห้องให้ผม

“เดินตรงไปทางสะพานนะคะ สองห้องสุดท้าย”

“ครับ ขอบคุณครับ” ผมรับกุญแจมาถือ ที่นี่เป็นรีสอร์ทเล็กๆ เกือบคล้ายโฮมสเตย์จึงไม่มีบริการยกกระเป๋าให้ ผมเดินนำเมฆไปตามทาง

“ห้องเมฆ” ผมส่งกุญแจให้เมื่อยืนอยู่หน้าห้องที่ถึงก่อน เมฆรับไปถือโดยไม่พูดอะไร

“เจอกันห้าโมงเย็น” ผมส่งยิ้มให้เมฆก่อนเดินต่อไปยังห้องสุดท้าย


เสียงเคาะประตูดังหลังจากผมเข้าห้องพักได้ไม่ถึงนาที เมื่อเปิดประตูออกไปร่างสูงของเมฆก็เดินเข้ามา
   
“มีอะไรหรือเปล่า”
   
“ผมนอนห้องนี้”
   
“จะเปลี่ยนห้องเหรอ”
   
“เปล่า ผมไม่นอนคนเดียว”
   
“หะ!!” 
   
“นอนด้วยกันห้าคืนจนติด นอนคนเดียวไม่ได้แล้วเดี๋ยวไม่หลับ”
   
มันเหตุผลอะไรวะ! 
   
“เตียงกว้างดีแบบนี้หญ้าน่าจะโอเค” คนพูดสรุปเองเสร็จสรรพ วางกระเป๋าลงข้างกระเป๋าของผม
   
“เดี๋ยวก่อน! ไหนบอกจะตามใจผม”
   
“ผมตามใจแล้วไงครับ หญ้าอยากพักที่นี่ก็พักที่นี่ หญ้าอยากเปิดสองห้องผมก็ตามใจ”
   
“.....”
   
“ขับรถนานๆ เมื่อยชะมัด หญ้าจะไปตอนไหนปลุกผมด้วยนะ ผมขอพักหลังนิด”
   
ผมได้แต่มองร่างสูงที่ล้มตัวนอนบนเตียง จะย้ายไปห้องโน้นกุญแจก็อยู่กับอีกฝ่าย จะไปขอที่พนักงาน หัวใจมันไม่ได้อยากทำขนาดนั้น เลยได้แต่ยืนมองร่างสูงด้วยสายตาท้อแท้ ผมลืมไปได้ยังไงนะว่าคำว่าแพ้มันเขียนติดอยู่ที่หน้าผาก
   
ไหนใครบอกว่าผมเป็นตัวแสบ มีคนแสบกว่าเห็นๆ อย่างน้อยก็คนที่นอนอยู่ตรงนี้ 








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.632K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,504 ความคิดเห็น

  1. #2460 Prinz (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 20:27

    ก็สงสัยว่าทำไมเมฆถึงยอมง่ายๆ แหม่ ร้ายกาจจริงๆ

    #2,460
    0
  2. #2442 Nuthathai Por (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 21:47

    แสบจริง สู้เค้าไม่ได้แล้วหล่ะหญ้า

    #2,442
    0
  3. #2415 MB.임지수GOT7 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 21:31
    หญ้าไมืปลอดภัยยย
    #2,415
    0
  4. #2384 yyyyobaby (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 10:31
    ร้่ายกาจจจจจ
    #2,384
    0
  5. #2372 mangatsuki (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 17:22
    555555แสบบ
    #2,372
    0
  6. #2357 MarkBam1n1a (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 12:36
    โคดร้ายอะพี่เมฆ 555555
    #2,357
    0
  7. #2338 Siri2626 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 13:48
    ร้ายยยยยย
    #2,338
    0
  8. #2300 maybee23 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 09:59
    แสบมากนายเมฆ5555555555
    #2,300
    0
  9. #2250 Pangpp24 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 20:55
    เมฆตัวแสบ5555
    #2,250
    0
  10. #2103 gonjung (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 17:20
    555555ตามใจทุกอย่างไงแต่ไม่ทำตามนะ55555
    #2,103
    0
  11. #2043 HaeMay (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 21:41
    นายเมฆ นายตัวร้ายยยยยยย
    #2,043
    0
  12. #1959 BaiTong23 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 14:20
    แสบจริงๆ
    #1,959
    0
  13. #1940 Miki_milky (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 07:43
    เมฆเจ้าเล่ห์จัง
    #1,940
    0
  14. #1739 salmonism (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 01:18
    เมฆเอ้ยยยย 55555555
    #1,739
    0
  15. #1666 Maylyunho (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 23:12
    หน้ามึนมากพระเอกชั้น
    #1,666
    0
  16. #1390 WuPheem (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 08:45
    อยากได้คนแบบเมฆ!!!
    #1,390
    0
  17. #1355 star3421 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 19:00

    แพ้ไปหมดดดด

    #1,355
    0
  18. #1240 Jezzy Jimmy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 07:19
    ต้องแบบนี้ซิพี่เมฆ 555
    #1,240
    0
  19. #1236 LMLM (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 01:00
    เมฆสุดยอด555555
    #1,236
    0
  20. #1164 Aqualeaf (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 07:10

    งื้อออ
    #1,164
    0
  21. #1163 CalamaleParfait (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 18:26
    แสบมาแสบกลับไม่โกงเลย 555555
    #1,163
    0
  22. #1162 Lolo02 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 18:06

    หญ้า แพ้ 5555

    #1,162
    0
  23. #1160 neovenesia (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 17:46
    ทำยังไงหญ้าก้อแพ้เขาเนาะ
    #1,160
    0
  24. #1158 PBwwct (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 14:26
    แพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มโธ่ปลายหญ้าของก้อนเมฆ555
    #1,158
    0
  25. #1156 Aisa-Mee (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 21:10
    ไปให้สุดคุณก้อนเมฆงานนี้ไม่น่ารอด
    #1,156
    0