PROMISE รักหรือเปล่า

ตอนที่ 17 : ตอนที่ 14 : ทางออก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32,738
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,438 ครั้ง
    15 ส.ค. 62








** วันนี้อัพให้สองตอนนะคะ ใครยังไม่ได้อ่านตอนที่ 13 ย้อนอ่านก่อนค่า **





ตอนที่ 14 
ทางออก




   
ภูผาชะงักเท้า มองใครบางคนที่นั่งอยู่ในห้องรับแขกด้วยสายตาประหลาดใจ ก่อนริมฝีปากจะยกยิ้มกว้าง 
   
“อาคีย์! ไม่เห็นบอกเลยครับว่าจะมา ผมจะได้ไปรับ” 
   
“นานๆ อาก็อยากทำเซอร์ไพรส์ลูกชายบ้าง” คีตกานต์ส่งยิ้มให้ลูกชาย ภูผานั่งลงบนโซฟา ยกมือไหว้อย่างนอบน้อม
   
“แต่อามีเซอร์ไพรส์มากกว่านี้อีกนะ” 
   
“มีอีกเหรอครับ” ภูผาหัวเราะ มองดวงตาวาวๆ ของผู้เป็นอา 
   
“มีสิ อาถึงมานั่งรอขุนอยู่นี่ไงจะได้ประหลาดใจ” คีตกานต์ลุกขึ้นยืน เขาเดินตรงไปยังบันไดขึ้นสู่ชั้นบนของบ้าน ก่อนเลี้ยวไปยังห้องนั่งเล่น
   
“ขุนเข้าไปสิ”
   
“ครับ” ภูผาเปิดประตู ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นว่าใครอยู่ในห้อง 

“พ่อ อาสาริน อาเพ!” 
   
ภูผารีบยกมือขึ้นไหว้ทุกคนเมื่อหายจากอาการตกตะลึง 
   
“เกิดอะไรขึ้นครับ” วูบแรกเขารู้สึกกังวล แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเพทายก็พออุ่นใจขึ้นมา
   
“เรื่องนี้ต้องถามพี” สารินชี้ไปยังคนที่นั่งหลบุมมอยู่ ภูผาเบนสายตาไปมองรพีกร
   
“พี มีอะไรหรือเปล่า?”
   
“ก่อนอื่นผมขอแก้ตัวก่อนนะพี่ขุน ผมโทรหาอาคีย์แค่คนเดียว ไม่คิดเหมือนกันครับว่าจะมาครบทุกคน” รพีกรหัวเราะแห้ง เขาไมได้ตั้งใจทำให้เป็นเรื่องใหญ่เลย แค่จะโทรไปปรึกษาในสิ่งที่เขาเห็นกับคีตกานต์เท่านั้น
   
“โทรหาอาคีย์? เรื่องอะไร”
   
“คือ..” รพีกรเอารอยยิ้มเข้าสู่ ก่อนโบ้ยไปยังคีตกานต์ “ให้อาคีย์เป็นคนพูดดีกว่าครับ”
   
“ขุนนั่งลงก่อนจะได้คุยกัน” คีตกานต์บอกลูกชาย ตัวเขาเองก็เดินไปนั่งลงข้างพนา
   
“ใครจะเริ่มก่อนดีครับ” คีตกานต์มองไปรอบๆ หลังจากภูผาลงนั่งเรียบร้อยแล้ว
   
“พี่เอง” สารินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงของผู้ใหญ่ที่น่าเกรงขาม
   
“อามีเรื่องอยากถามขุน สัญญากับอาได้ไหมว่าขุนจะตอบความจริง”
   
“ได้ครับ” ชายหนุ่มยังจับต้นชนปลายไม่ถูก แต่เขาก็พร้อมจะสัญญากับสาริน
   
“ขุนชอบอาโปหรือเปล่า”
   
“อาสาริน!”
   
“พีคิดว่าขุนอาจชอบอาโปมันจริงไหม”
   
“ผม..” ภูผาไม่เคยโกหกผู้ใหญ่เขาจึงคิดหนัก สุดท้ายก็เลือกที่จะตอบออกไปตามความจริง

“ครับ ผมชอบอาโปครับ”
   
“ชอบแบบไหน ขุนชอบอาโปแบบคนรักหรือแบบพี่น้อง”
   
“ผมขอโทษครับ” ภูผายกมือไหว้สาริน ศีรษะค้อมลงต่ำ  
   
“อาไม่ได้ให้ขุนขอโทษ อาถามว่าขุนชอบน้องแบบไหน”
   
“ผม..” ภูผาหลุบสายตาลงต่ำ ก่อนเงยขึ้นประสานสายตากับผู้เป็นอา “ผมชอบอาโปแบบคนรักครับ”
   
“เรื่องจริงสินะ อาขอบใจที่ขุนยอมรับตามตรง สิ่งที่อาจะพูดต่อไปนี้อาไม่ได้พูดในฐานะพ่อของอาโป แต่อาจะพูดในฐานะอาของขุน”
   
“ครับ”
   
“ขุนคิดจะบอกน้องไหม”
   
“ไม่ครับ”
   
“อาก็คิดอยู่แล้ว เห็นพีบอกว่าขุนพยายามจะออกห่างน้อง”
   
“ผม..” 
   
“มีเหตุผลไหม”
   
“มีครับ” 
   
พนามองลูกชายด้วยสายตาค้นคว้า เมื่อคำตอบที่ได้รับเป็นคำสั้นๆ โดยไม่ยอมบอกเหตุผล เขาก็เริ่มมองเห็นอะไรลางๆ
   
“เรื่องนี้เกี่ยวกับพ่อกับอาสารินด้วยใช่ไหม ขุนถึงบอกเหตุผลไม่ได้”
   
“พ่อ” ภูผาหันไปมองผู้ที่เป็นยิ่งกว่าผู้ให้กำเนิดของเขา
   
“ผมขอโทษครับ”
   
“ไม่ใช่เพราะคิดไปเองว่าอาจะไม่เห็นด้วยใช่ไหม คิดว่าอาจะมองว่ามันไม่ถูกต้องเหรอ ถ้าอาคิดแบบนั้นอาคงไม่รักอาเพ พ่อพนาของขุนก็คงไม่รักอาคีย์” สารินพุ่งประเด็นไปเรื่องการยอมรับ
   
“เปล่าครับ ผมไม่ได้คิดแบบนั้น”
   
“หรือขุนติดเรื่องความเหมาะสม” คีตกานต์เข้ามามีส่วนร่วมด้วยความร้อนใจ “อาเคยบอกขุนแล้วไม่ว่าพ่อแม่ที่แท้จริงของขุนจะเป็นใคร แต่ขุนเป็นลูกที่แท้จริงของอา ของพี่พนา ขุนไม่มีอะไรด้อยกว่าคนอื่นเลย” 
   
“ตัดเรื่องนั้นไปเถอะคีย์” สารินขัดคีตกานต์ทันที “ถ้าขุนคิดแบบนั้นอาจะถือว่าขุนดูถูกอา ว่าอาเห็นเงินสำคัญกว่าหลานอย่างขุน”
   
“ผมไม่เคยคิดแบบนั้นเลยครับอาสาริน” ภูผารีบตอบ เขาไม่อยากให้สารินเข้าใจผิด
   
“ที่ขุนไม่ยอมพูดเพราะคิดว่าทุกคนจะไม่เห็นด้วยใช่ไหม” พนามองลูกชาย เขาเป็นคนเลี้ยงขุนมาตั้งแต่เกิด เขามั่นใจว่าเขารู้จักลูกชายดีพอ ขุนมีนิสัยส่วนคล้ายกับเขามากโดยเฉพาะการประมาณตัว
   
“ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องอะไรพ่ออยากให้ขุนพูดออกมา เราเป็นครอบครัวไม่ใช่เหรอ ทุกปัญหาเราจะแก้ด้วยกัน”
   
ภูผาสบตากับบิดา ความรักรู้สึกหนักในอกราวกับได้รับการแบ่งเบา 

“พูดมาเถอะพ่อรอฟังอยู่”

“ครับพ่อ” ภูผาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขาเรียบเรียงความคิดในหัวออกมาเป็นคำพูด

“ที่ผมไม่คิดจะบอกน้องหรือแสดงความรู้สึกของตัวเองออกมา ไม่ใช่เพราะผมคิดว่าตัวเองไม่คู่ควร ไม่ใช่เพราะผมกังวลว่าอาสารินกับอาเพจะไม่ยอมรับ แต่เป็นเพราะว่าผมไม่เห็นหนทางระหว่างผมกับอาโปครับ”
   
“ไม่เห็นหนทาง?” เพทายทวนคำ “ขุนกลัวว่าน้องจะไม่คิดกับขุนแบบนั้นใช่ไหม กลัวว่าต้องแตกหักกันไป”
   
“ไม่ใช่ครับอาเพ อาจจะฟังเข้าข้างตัวเองไปสักนิด แต่ผมคิดว่าอาโปก็ชอบผมเหมือนกัน เพียงแต่อาสารินมีอาโปคนเดียว อาคีย์เองก็มีผมแค่คนเดียว”
   
“โธ่อาก็นึกว่าเรื่องอะไร อาไม่สนใจหรอกว่าขุนจะมีทายาทให้อาไหม อาสารินก็คงคิดแบบนั้นเหมือนกัน”
   
“อาคีย์พูดถูกแล้ว” สารินพยักหน้า เพื่อยืนยันคำพูดของคีตกานต์ 
   
“ผมไม่ได้หมายถึงเรื่องทายาทครับ แต่เพราะอาสารินมีอาโปคนเดียว ต่อไปอาโปก็ต้องอยู่ช่วยงานแบ่งเบาภาระอาสาริน อาเพ ที่สวนพัดพารัดชา อาคีย์มีผมแค่คนเดียวเหมือนกัน ผมเองก็ต้องอยู่ที่นี่เพื่อดูแลบริษัทแทนอาคีย์”
   
“เรื่องนั้นไม่เห็นยากเลย” คีตกานต์ถอนใจโล่งอก 
   
“ผมรู้ครับว่าอาคีย์ต้องพูดแบบนี้ พ่อก็คงเหมือนกัน คงบอกให้ผมทำงานอยู่ที่สวนกับอาโป แต่ถ้าเป็นแบบนั้นอาคีย์ก็ต้องลงมาดูแลบริษัทเองเพราะคุณปู่ไม่มีใครแล้ว ผมไม่อยากให้พ่อต้องแยกกันอยู่กับอาคีย์ หรือถ้าพ่อตัดสินใจมาอยู่กรุงเทพฯ ผมก็รู้ว่าพ่อจะไม่มีความสุข พ่อไม่ชอบเมือง ไม่ชอบธุรกิจ พ่อให้ชีวิตผม ทำเพื่อผมมามาก ผมปล่อยให้เป็นแบบนั้นไม่ได้ครับ” ภูผาหยุดหายใจก่อนพูดต่อ 

“ผมรู้ว่าอาสารินกับอาเพก็คงเหมือนกัน คงบอกผมว่าไม่เป็นไร ให้อาโปมาอยู่กับผมที่นี่ก็ได้ แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นอาสารินจะไม่มีใครแบ่งเบาภาระเลย ไม่มีใครสานต่องานที่อาสารินสร้างมากับมือ ไม่มีลูกชายคอยดูแลอยู่ใกล้ๆ ดังนั้นถ้าเพียงแค่ผมไม่เริ่ม ถ้าผมหักห้ามใจตัวเองได้ สักวันอาโปก็ก้าวต่อไป ได้เจอคนดีๆ ที่จะอยู่ด้วยกัน ช่วยกันดูแลพัดพารัดชาได้ การตัดใจอาจจะยากแต่ผมเชื่อว่าอาโปจะทำได้ครับ”

“โธ่” คีตกานต์กับเพทายได้แต่อุทานออกมา 
   
สารินมองหลานชายด้วยสายตาชื่นชม จะมีเด็กหนุ่มสักกี่คนที่จะเลือกเสียสละความสุขของตัวเองเพื่อคนอื่น ขณะนี้พนามองลูกชายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความภาคภูมิใจ 
   
“เรื่องของผู้ใหญ่ควรให้ผู้ใหญ่ตัดสิน พ่อกับอาคีย์จะคุยกันเองว่าเราจะทำยังไง ขุนมีหน้าที่ตัดสินใจชีวิตของตัวเองก็พอ”
   
“พ่อ”
   
รพีกรที่นั่งฟังการสนทนาอยู่เงียบๆ คลี่ยิ้มออกกว้าง เขาตัดสินใจพูดแทรกขึ้นมา
   
“ไม่เห็นจะยากเลยครับ เรื่องแค่นี้สบายมาก”
   
ทุกสายตาหันมาจับจ้องชายหนุ่มเป็นตาเดียวกัน 

“พีหมายความว่ายังไง” สารินถามหลานชาย
   
“ง่ายๆ เลยครับอา ตระกูลเราถึงจะแยกกันทำงานแต่ก็เกือบเหมือนกงสี ผมเองไม่ชอบงานบริหารอยู่แล้ว ชอบงานในสวนมากกว่า ผมก็แค่แลกกงานกับอาโป ให้อาโปอยู่ช่วยพ่อผมกับอาริสาที่กรุงเทพฯ ส่วนผมก็ไปช่วยอาสารินอยู่ที่โน่น รับรองว่าผมจะช่วยงานกับดูแลอาสารินกับอาเพอย่างดีเลย ส่วนพ่อกับแม่ผมมีลูกสองคน เรื่องดูแลยามแก่เฒ่าไม่ต้องห่วงครับ แค่นี้ก็ลงตัวแล้ว” 
   
รพีกรยังยิ้มกว้างขณะที่ทุกคนในห้องกำลังนั่งอึ้ง ก่อนที่สารินจะหัวเราะออกมา
   
“ว่าไงขุนแบบนี้ใช้ได้ไหม แค่นี้ก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว”
   
“อย่าพูดแบบนั้นสิครับ” เพทายยกมือขึ้นแตะแขนสามี
   
“ทำไมเหรอเพ” 
   
“เหมือนเราบังคับยกลูกให้ขุนเลยน่ะสิครับ”
   
“พี่ลืมคิดเรื่องนั้นไป” สารินหัวเราะออกมา “งั้นเอาเป็นว่าเรื่องผู้ใหญ่ไม่มีอะไรติดขัดแล้ว อาคิดว่าพี่ชายอาก็คงไม่มีปัญหาเหมือนกัน”
   
“พ่อกับแม่ไม่มีปัญหาแน่นอนครับอาสาริน” รพีกรตอบได้อย่างมั่นใจ เพราะเขาเคยเปรยๆ ว่าอยากไปชวนงานอยู่ที่สวนพัดพารัดชามากกว่า ก็ไม่มีใครขัดข้องอะไร
   
“ก็ตามนั้น จริงๆ แล้วที่อาอยากบอกก็คือ ขุนไม่จำเป็นต้องเอาเรื่องของผู้ใหญ่มากังวลอีกแล้ว ส่วนเรื่องของอาโป ถ้าขุนชอบน้องจริงและน้องเองก็รักขุนจริง อากับอาเพก็ไม่มีปัญหาอะไร เราเต็มใจต้อนรับขุนเข้ามาเป็นลูกชายเสมอ หรือถ้ามันไม่เป็นอย่างที่คิด อาก็ยังต้อนรับขุนในฐานะหลานชายอยู่ดี”
   
“ขอบคุณมากครับอาสาริน อาเพ”
   
ภูผายกมือขึ้นไหว้ด้วยความนอบน้อม เพทายส่งยิ้มอ่อนโยนให้หลานชายที่เขาเองก็มีส่วนเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก
   
“ส่วนอากับพ่ออยู่ข้างขุนอยู่แล้ว อะไรที่เป็นความสุขของขุนก็เหมือนความสุขของเรา ใช่ไหมครับ” คีตกานต์หันไปยิ้มให้สามี
   
“ใช่” พนาพยักหน้า “และพ่อจะมีความสุขยิ่งไปกว่านี้ถ้าขุนจะไม่ทำแบบนี้กับตัวเองอีก พ่อเป็นพ่อของขุน ต่อให้ขุนโตแค่ไหนพ่อก็ยังเป็นพ่อ ไม่มีพ่อคนไหนอยากให้ลูกชายเสียสละเพื่อตัวเอง”
   
“พ่อครับ” 
   
“ทำตามที่หัวใจขุนอยากทำเถอะ แค่นี้พ่อก็ภูมิใจในตัวขุนมากแล้ว”
   
“ขอบคุณครับพ่อ” 
   
ภูผานั่งลงกับพื้น กราบไปที่เท้าของพนา หัวใจของเขาเต็มตื้น 
   
“โล่งอกไปที แบบนี้ต้องฉลองกันหน่อย” คีตกานต์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงรื่นเริง 

“เพคืนนี้ค้างด้วยกันที่นี่สิ พรุ่งนี้ค่อยไปค้างบ้านคุณลุงคุณป้า” คีตกานต์หมายถึงพ่อแม่ของเพทาย
   
“เอาสิ” เพทายตอบรับเพื่อนรัก 
   
“ถ้าอย่างนั้นให้ผมไปรับอาโปมาด้วยดีไหมครับ” รพีกรเสนอตัว “แต่จะให้บอกว่าอะไรดี”
   
“บอกว่าอากับอาสารินตัดสินใจลงมาพร้อมอาคีย์เลย อามีเกริ่นไว้แล้วว่าอาทิตย์นี้จะลงมาเยี่ยมที่บ้าน”
   
“โอเคครับ” 
   
“เดี๋ยวพี่ไปรับเอง” ภูผาบอกรพีกร 
   
“เอางั้นก็ได้ครับ” 
   
“ขอบใจมากนะพี” 
   
“เรื่องเล็กน้อยพี่ขุน ผมอยากไปอยู่ที่โน่นอยู่แล้ว”
   
“เรื่องที่พีตัดสินใจบอกอาคีย์ด้วย”
   
“แค่ไม่ด่าผมก็พอครับ” รพีกรยิ้มกว้าง ภูผาหัวเราะออกมา เขามองอีกฝ่ายด้วยสายตาขอบคุณ
   
“ขอบใจ”
   
“ยินดีครับพี่ขุน” 

   
รพีกรยืนมองรถของภูผาแล่นออกไปจากบ้านผ่านทางหน้าต่างห้องนั่งเล่น เขาหันกลับมามองคีตกานต์ที่ยืนอยู่ด้วยกัน
   
“ผมสงสัยอย่างหนึ่งกับอาคีย์”
   
“อะไรเหรอ”
   
“ไม่บอกพี่ขุนไปเลยละครับว่าใจตรงกัน ว่าอาโปคุยกับอาคีย์กับอาเพแล้วเรื่องนี้”
   
“หึๆ” 
   
“หรือเพราะไม่อยากยุ่งเรื่องของเด็กครับ”
   
“เรื่องนั้นก็ด้วย แต่ที่สำคัญก็คือ...” คีตกานต์ยกยิ้ม ดวงตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์
   
“คืออะไรครับ”
   
“ช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดก็คือตอนจีบกันน่ะสิ อาเลยไม่อยากให้ทั้งสองคนพลาดตรงนั้นไป”
   
“จริงด้วยครับ” รพีกรพยักหน้าแต่เพียงครู่เดียวเขาก็ชะงัก
   
“อาคีย์ครับ”
   
“หือ?”
   
“แน่ใจเหรอครับว่าพี่ขุนจีบเป็น”
   
“พีคิดว่าขุนจะเป็นคนจีบเหรอ”
   
“หา~”
   
“อาล้อเล่น” คีตกานต์หัวเราะเสียงดัง “ความรักมันมีอานุภาพกว่าที่พีคิดนะ เชื่ออาเถอะว่าขุนทำได้”
   
“ผมก็หวังแบบนั้นครับ จะได้สมหวังกันสักที”
   
“ส่วนพีก็ค่อยไปมีแฟนที่เชียงใหม่นะ”
   
“ทำไมละครับ”
   
“อาขี้เกียจขึ้นมาทำงานที่กรุงเทพฯ เผื่อแฟนพีไม่ให้ไป”
   
“อาคีย์” รพีกรหัวเราะเสียงดัง เขารู้ว่าคีตกานต์แซวเล่น แต่คิดอีกทีแบบนั้นก็ดีเหมือนกัน

• • • • •

“มาแล้วครับ” เสียงร่าเริงดังมาก่อนตัว ภูผายกยิ้มมุมปากมองร่างที่วิ่งเข้ามาหา
   
“ค่อยๆ เดินก็ได้”
   
“ก็ผมดีใจนี่ครับ อยากเจอพ่อกับอาเพเร็วๆ”
   
“งั้นก็ไปกันเถอะ” ชายหนุ่มเปิดประตูรถให้วาริชขึ้นนั่ง ก่อนเดินอ้อมหน้ารถไปยังฝั่งคนขับ
   

“ทำไมวันนี้พี่ขุนดูอารมณ์ดีจังครับ”
   
“หือ? พี่เหรอ”
   
“ครับ”
   
“ทำไมโปคิดแบบนั้น”
   
“ก็วันนี้พี่ขุนดูไม่เคร่งขรึมเหมือนทุกวัน บางครั้งพี่ขุนเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่”
   
“หึๆ”
   
ถึงแม้เขาไม่ได้พูด ถึงแม้มั่นใจว่าตัวเองไม่ได้แสดงความรู้สึกออกมา แต่คนที่ผูกพันกันมาเกือบทั้งชีวิตก็ยังมองออก
   
“พี่โล่งใจน่ะ”
   
“งานเสร็จแล้วเหรอครับ” ดวงตาคนพูดเบิกกว้าง น้ำเสียงตื่นเต้นดีใจ
   
“อื้อ”
   
“เย่~ แบบนี้พี่ขุนก็มีเวลาว่างให้ผมแล้วใช่ไหมครับ”
   
“ใช่”
   
“เป็นข่าวดีที่สุดในโลกเลย” มือทั้งสองข้างกางออกกว้าง คนพูดยิ้มจนตาหยี
   
“ดีกว่าอาสารินกับอาเพมากรุงเทพฯ อีกเหรอ”
   
“น้อยกว่าสิครับ แต่ผมก็รักพี่ขุนนะ” รอยยิ้มที่ส่งมาประจบประแจง
   
ภูผาหัวเราะออกมา สมองของเขาปลอดโปร่ง หัวใจเต้นเต็มจังหวะ และสายตาไม่จำเป็นต้องปิดบังอีกต่อไป
   
“อาโป” เสียงเรียกทุ้มนุ่ม
    
“ครับ” ดวงตาที่มองมาสดใส รอยยิ้มระบายทั่วใบหน้า
   
“พี่ก็รักอาโปนะ”
   
“อีกทีได้ไหมครับ” คนพูดชูนิ้วชี้ขึ้น พูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
   
“หือ?”
   
“ผมจะบันทึกเสียงเอาไว้” 

คนตัวเล็กกว่าวุ่นวายกับการหยิบโทรศัพท์ออกมา จัดการเปิดแอปพลิเคชันบันทึกเสียง มองมาด้วยดวงตาเป็นประกาย
   
“ผมจะกดละนะครับ หนึ่ง สอง สาม”
   
“วันนี้อากาศดี”
   
“พี่ขุน~”








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.438K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,680 ความคิดเห็น

  1. #4665 rnhaha (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 20:32

    เหตุผลของพี่ขุนเป็นอะไรที่เสียสละมากอ่ะ ภูมิใจที่สุด
    #4,665
    0
  2. #4627 mz24 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 12:51
    พี่ขุนโคตรคนดี ดีมาตั้งแต่เล็กจนโต เติบโตมาอย่างดี คิดถึงทุกคน โห น้ำตาฉันน่ะไหลเลยตอนรู้เหตุผล เอาน่ะ หลังจากนี้ถึงเวลามีความสุขแบบสุดๆแล้วนะคะ
    #4,627
    0
  3. #4623 desbestiny (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 01:19
    โอ้ย พี่ขุนทำไมเป็นคนดีแบบนี้ ความคิดพี่ขุนทพเอาเราน้ำตาซึมเลย แต่ตอนนี้ก็โล่งได้แล้วน้าาา มีหนทางแล้ว ลุยจีบน้องให้เต็มที สู้วววววว
    #4,623
    0
  4. #4607 thongda (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 21:02
    วันนี้อากาศดี 55555555
    #4,607
    0
  5. #4604 หมีไหมพรม (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 23:18
    พี่ขุน คิดเยอะไปหมดเลยย โล่งแล้วน้าา //กราบพี่พีงามๆ
    #4,604
    0
  6. #4583 PrinZ_TamaIS (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 17:47

    โถ พ่อคุณ คิดได้รอบคอบ ลึกซึ้งเหลือเกิน ภูผาสไตล์จริงๆ และเราก็ชื่นชมความคิดพี่ขุนนะ

    #4,583
    0
  7. #4553 IIISKY__ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:34
    พี่ขุนคนดีของน้องงงงงงงงง อยากได้จังค่ะ????????????????
    #4,553
    0
  8. #4523 zonya1220 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:26
    น่ารัก
    #4,523
    0
  9. #4512 Kun Kuna (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 / 03:40
    พี่ขุนคือเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่บางเรื่องก็ควรปรึกษาผู้ใหญ่นะ อย่าเก็บไว้คนเดียว หมดเวลามีความสุขก็อาโปพอดี
    #4,512
    0
  10. #4493 someone_110 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 23:03
    พี่พีน่ารักที่สุดดดด​ ถ้าไม่มีคู่เราว่างนะคะ5555​ ส่วนขุนกับอาโปในที่สุดก็จะได้รักกันแล้ววแงงงดีจายยย
    #4,493
    0
  11. #4474 S'NOOK (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 15:01
    เหตุผลพี่ขุนคือสุดจริง คิดเรื่องอนาคต ความสุขของคนสำคัญมาก่อนตัวเอง ร้องไห้เลยจ้า
    #4,474
    0
  12. #4467 Ne4w (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 23:52
    คิดๆเรื่องอนาคตอยู่เหมือนกันตอนเริ่มอ่าน แต่พอเข้าช่วงหน่วงนิดดหน่อยก็สติแตกเรย กัวน้องเสียใจ55555555 แต่นั่นแหละ มีชีวิตอยู่ทั้งทีใช้ให้มีความสุขที่สุดดีกว่าเนอะขุน อะไรไม่เข้าทางก็หันหน้าคุยกันเนอะ
    #4,467
    0
  13. #4451 Airzaa1810 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 22:58
    ทางสะดวกแล้ว ลุยจีบน้องเลยพี่ขุน
    #4,451
    0
  14. #4432 Sorry_ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 22:27
    ยาวเป็นกระดาษเอสี่เลยความในใจของพี่ขุนเนี่ย ทำไมรู้สึกว่าอ่านไปขำไปแทนที่จะเครียด555555
    #4,432
    0
  15. #4429 mmaijii (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 23:02
    พี่ขุนคนดีที่หนึ่งเลยย
    #4,429
    0
  16. #4414 Ombremb (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 01:12
    พี่ขุนก็คือพี่ขุน ที่คิดถึงคนอื่นก่อนเสมอ
    พี่เค้าหลบหน้าเพราะเธอไปรุกพี่ขุนเค้าอดใจไม่ไหวนะตัวแสบ555555
    #4,414
    0
  17. #4413 baekbow (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 23:57
    เป็นเหตุผลที่ไม่คาดคิดจริงๆ คือขุนคิดเผื่อไปไกลมากอ่ะ ถามว่าดีไหม มันก็ดี แต่เรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องที่ขุนจะต้องเอามากังวลจริงๆแหละ มันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ แต่ก็อาจเป็นเพราะขุนเริ่มทำงานแล้ว เลยทำให้ไปโฟกัสเรื่องนั้นได้ง่ายแต่ตอนนี้ก็เคลียร์แล้วแหละ ทำตามที่ใจปรารถนาได้เลยนะ // เรื่องนี้ต้องขอบคุณพีเลยนะ ไม่งั้นไม่รู้จะไปต่อยังไงดีเลย // พอสบายใจแล้วก็จะเริ่มจีบน้องบ้างแล้วสินะ
    #4,413
    0
  18. #4372 Nuthathai Por (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 11:21

    พี่ขุนอย่าแกล้งน้องสิคร๊าบ

    #4,372
    0
  19. #4313 MarkT_ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 10:04
    พีจะไปชอบลิตแน่นอน สัมผัสได้!
    #4,313
    0
  20. #4301 fayfai2302 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 00:08
    55555 พี่ขุนคือไม่เคยคิดถึงตัวเองเลย คิดถึงแต่ความสุขของคนที่ตัวเองรัก ยอมเสียสละขนาดนี้ ฮืออ ทำไมเป็นคนดีแบบนี้คะ
    #4,301
    0
  21. #4270 Pangpp24 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 18:49
    ดีจังเลยย ฮืออ
    #4,270
    0
  22. #4247 Maylyunho (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 06:55
    ขอบคุณพี่พีที่ช่วย ไม่งั้นก็จะอึมๆแบบนั้นต่อไป พี่ขุนคนดีของพี่จัดีไปไหนลูก
    #4,247
    0
  23. #4222 pp_wert (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 19:10
    พี่ขุนจะดีเกินไปแล้ววว งืออออ
    #4,222
    0
  24. #4180 Oneooe (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 12:06
    น้องขุนความคิดสุดยอดเลย น่าเอ็นดูมากก
    #4,180
    0
  25. #3856 rattanalak44 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 22:35
    ทุกคนสนับสนุนพี่ขุนมากๆเลย
    #3,856
    0