75 METERS HIGH [End]

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 5 : การปรากฏตัวของเจ้าของดอกไม้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32,499
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,473 ครั้ง
    14 ก.ย. 61




ตอนที่ 5 : การปรากฏตัวของเจ้าของดอกไม้


เสียงเปิดประตูหน้าร้านดังขึ้น หญิงสาวร่างสูงระหงในชุดเดรสสีแดงเข้มเดินเข้ามาภายในร้าน
   
“สวัสดีครับ” ศีลทักทายด้วยรอยยิ้มสุภาพ รอฟังว่าลูกค้าต้องการอะไร
   
“ขอพบพนักงานที่ชื่อลิลิต” 
   
“สักครู่ครับ” ศีลเดินเข้าไปด้านหลังร้านเพื่อเรียกเจ้านายออกมาพบลูกค้า
   
“สวัสดีครับ” ลิลิตทักทายนำไปก่อน เขาไม่คุ้นหน้าลูกค้ารายนี้จึงแปลกใจที่อีกฝ่ายรู้จักชื่อของเขา
   
“จะสั่งดอกไม้ค่ะ”
   
“เชิญที่ตู้ดอกไม้ดีกว่าครับจะได้เลือกดอกไม้ที่ชอบ หรือจะให้ทางผมจัดให้ดีครับ”
   
“ดอกอะไรก็ได้ค่ะขอแค่ดูดีที่สุดก็พอ โทนสีเขียวแซมขาวทั้งช่อนะคะ” ลิลิตชะงัก เขาเริ่มคุ้นเสียงกับวิธีการสั่งดอกไม้
   
“ขอโทษนะครับใช่คุณสิตาหรือเปล่าครับ”
   
“ใช่ค่ะ”
   
“ถ้าอย่างนั้นเชิญคุณสิตานั่งรอก่อนครับเดี๋ยวผมรีบจัดการให้ วันนี้รับไปเองเลยใช่ไหมครับ” 
   
“ค่ะ”
   
ศีลกางหูฟังการสนทนา เขาลอบมองหญิงสาว คนนี้นี่เองสวยสมกับที่คิดไว้จริงๆ 
   
“ได้ครับเดี๋ยวผมรีบจัดการให้”
   
“ช่วยเรียกคนที่ไปส่งดอกไม้มาพบหน่อยได้ไหมคะ มีเรื่องอยากถามนิดหนึ่ง”
   
“ได้ครับ” พี่ลิตกวักมือเรียกเขาให้เดินเข้าไปหา
   
“คุณสิตาอยากถามอะไรหน่อย ฝากพาไปนั่งที่โต๊ะที ให้จินทำเครื่องดื่มมาให้ด้วย คุณสิตารับอะไรดีครับ กาแฟหรือชา”
   
“ไม่เป็นไรค่ะ” 
   
“ครับ” พี่ลิตส่งสัญญาณให้ผมพาสาวสวยไปนั่งที่โต๊ะ
   
ผมยืนทิ้งระยะห่างจากโต๊ะไม่ใกล้จนเกินไป เพื่อไม่ให้ลูกค้ารู้สึกเหมือนถูกยืนค้ำหัว โดยเฉพาะลูกค้าที่มีออร่าความหยิ่งกระจายเป็นวงล้อมแบบนี้ ศีลจะระมัดระวังเป็นพิเศษ
   
“เธอเป็นคนไปส่งของให้คุณภีมใช่ไหม ฉันหมายถึงคุณพีระวัฒน์ จำลูกค้ารายนี้ได้ใช่ไหม”
   
“ใช่ครับผมเป็นคนไปส่งเอง”
   
“ส่งกับตัวหรือส่งกับเลขา”
   
“ทั้งสองแบบครับ”
   
ดูเหมือนหญิงสาวจะพอใจกับคำตอบของเขา เพราะดวงตาสว่างวาบขึ้นมา
   
“รับเองบ่อยไหม”
   
“บ่อยครับ” 
   
“พูดอะไรบ้างหรือเปล่า”
   
คำถามนี้แหละที่เขากังวลว่าจะโดนถามแล้วก็โดนจนได้
   
“เปล่าครับ” ศีลตัดสินใจโกหก ใครจะกล้าเล่าว่าพีระพัฒน์พูดอะไรบ้าง
   
“งั้นก็แค่นี้แหละ”
   
“ครับ”
   
ศีลเดินห่างออกมา เขาเห็นหญิงสาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรออก ริมฝีปากสีแดงสดจุดรอยยิ้มพึงใจ
   
“คนนี้เหรอ” จินกระซิบเบาๆ เมื่อเขาเดินไปหาที่เคาน์เตอร์เพื่อขอน้ำเปล่าให้ลูกค้า ถึงบอกว่าไม่ต้องการอะไรแต่อย่างน้อยก็ควรเอาไปวางไว้ให้
   
“ใช่”
   
“โคตรสวย”
   
“สวยไม่เท่าไหร่ ออร่าความรวยแผ่ทะลุกระจกร้านออกไปเลย มาดดีมาก”
   
“นั่นสิ แต่ของอย่างนี้ก็ไม่แน่ ยังจำคนที่เล่าให้ฟังเมื่อวานได้หรือเปล่า”
   
“จำได้ ” เมื่อวานจินกลับมาจากดาดฟ้าเล่าให้ฟังว่าเจอผู้ชายคนหนึ่งทัก และอ้างว่าตัวเองเป็นเจ้าของตึก แต่เพราะจินรู้เรื่องคุณภีมจึงมั่นใจว่าไม่ใช่ พี่ลิตเป็นคนบอกพวกเขาเองว่าที่ตึกนั้นมีแค่คุณภีมและอาของคุณภีมที่เข้ามาช่วยหลานดูแลใหญ่ที่สุดแล้ว”
   
“นั่นก็ดูมีออร่ามากนะ หล่อมาก ดูดีมาก อวดว่าเป็นเจ้าตึกแต่ก็ไม่ใช่ คุยไปคุยมาเราว่าแค่พนักงานคนหนึ่งมากกว่า ของอย่างนี้วัดกันภายนอกไม่ได้”
   
“ระวังหน่อยก็ดีจิน ใครก็ไม่รู้”
   
“ชื่อรามิล”
   
“นั่นแหละระวังหน่อย มัวแต่คุยกันเอาน้ำมา”
   
“เออลืมไปเลย” จินรีบรินน้ำใส่แก้วส่งให้ผม ผมเดินกลับไปที่โต๊ะได้ยินเสียงคุยโทรศัพท์ดังเบาๆ 
   
“คิดเหมือนกันใช่ไหม อย่างคุณภีมไม่รับของจากคนส่งของโดยตรงหรอก นอกจากเป็นของที่พิเศษสำหรับเขา ไม่แน่นะอาจจะตั้งตารอว่าเมื่อไหร่จะมาส่งก็ได้ บอกแล้วว่าแผนนี้ต้องได้ผล”
   
“น้ำครับ” ผมวางแก้วน้ำลงแล้วรีบถอยห่างอย่างรวดเร็ว
   
“ศีล” 
   
ผมเดินไปหาพี่ลิตตามเสียงเรียก “บอกลูกค้าทีว่าเสร็จแล้ว ราคาเท่านี้นะ พี่ลิตกดเครื่องคิดเลขให้ผมดู
   
“ครับ”
   
ผมเดินกลับไปที่โต๊ะอีกครั้ง อีกฝ่ายเลิกคุยโทรศัพท์ไปแล้ว
   
“ดอกไม้เสร็จแล้วครับ”
   
“มาก็ดี ตกลงฉันเปลี่ยนใจ เอาไปส่งให้ด้วย”
   
“ได้ครับ ทั้งหมดสามพันห้าร้อยบาทครับ”
   
มือเรียวขาวหยิบธนบัตรออกมาส่งให้เขาครบตามจำนวน “ตอนไปส่งทำยังไงก็ได้ให้ส่งให้ถึงมือคุณภีมให้ได้ แล้วบอกคุณภีมว่าคนที่สั่งดอกไม้นั่งอยู่ที่ร้าน”
   
“ได้ครับเดี๋ยวผมบอกให้”
   
“เดี๋ยว” ศีลชะงักเขาหมุนตัวกลับไปมองคนเรียก กระเป๋าเงินถูกเปิดออกอีกครั้งก่อนธนบัตรใบละหนึ่งพันจะถูกวางลงบนโต๊ะ
   
“เอานี่ไป นายจะพูดยังไงกับคุณภีมก็ได้แต่อย่าบอกว่าฉันเป็นคนให้พูด เอาอย่างนี้ นายพูดไปว่าคนสั่งยังนั่งดื่มกาแฟอยู่ที่ร้านอยู่เลย บรรยายคร่าวๆ ให้รู้ว่าเป็นคนไหน”

“แต่คุณภีมจะไม่สงสัยเหรอครับ ที่จู่ๆ ผมพูดอะไรยืดยาวโดยไม่ได้ถาม” ศีลพยายามเตือนสติหญิงสาว

“คุณภีมอาจจะคิดว่าเด็กส่งของนี่ไม่มีมารยาท แต่ไม่มีใครถือสาหรอก จะหวังมารยาทอะไรมากมายกับแค่เด็กส่งของ แค่นี้นายทำได้ไหม”
   
ศีลยืนนิ่ง ริมฝีปากยังเปื้อนรอยยิ้มแต่สมองกำลังใช้ความคิด เขาควรจะช่วยไหม แต่ถ้าไม่นับคำพูดไร้มารยาทมันจะต่างอะไรกับคนที่ส่งดอกไม้ให้ชายหนุ่มที่ชอบแล้วให้ทางร้านช่วยบอกอะไรนิดๆ หน่อยเพื่อช่วยความรักของพวกเขา และถ้าไม่ทำพี่ลิตจะมีปัญหาหรือเปล่า เขาไม่อยากทำให้ร้านเสียหาย อีกอย่างเขาเชื่อว่าพีระพัฒน์ฉลาดพอที่จะเลือกผู้หญิงที่ดีมายืนอยู่ข้างกาย
   
“ได้ครับ”
   
“รับไปสิ”
   
“ไม่เป็นไรครับ” ศีลหมุนตัวกลับ เขาเดินตรงไปหาลิลิต ยืนเงินที่รับมาให้ 
   
“เขาให้ผมไปส่งเหมือนเดิม”
   
“มีอะไรหรือเปล่า ทำไมสีหน้าเอ็งไม่ดีเลย”
   
ศีลหัวเราะพยายามเก็บพิรุธเอาไว้ แม้เขาจะยังยิ้มแย้มแต่คนที่สนิทกันมานานย่อมสังเกตเห็น
   
“เดี๋ยวค่อยเล่าผมต้องไปแล้ว”
   
“ไปเถอะ” สายตาของเจ้านายเต็มไปด้วยเป็นห่วง ศีลคิดว่าเขาตัดสินใจถูกต้องแล้ว

• • • • • • • •

“คราวนี้โทนเขียวเหรอ” ร่างสูงที่นั่งหลังโต๊ะตัวใหญ่มองดอกไม้ในมือเขาด้วยรอยยิ้มที่ดูละมุนตา ศีลชักสงสัยว่าหรือเพราะความพิเศษได้เกิดขึ้นแล้วจริงๆ ถ้าเป็นเมื่อก่อน ก่อนที่เขาจะได้เจอได้พูดคุยกับตัวจริงของคนส่งดอกไม้เขาคงดีใจแทน แต่ตอนนี้บอกตรงๆ ว่าอยากบอกให้พีระพัฒน์หนีไปให้ไกลๆ แต่เขาทำไม่ได้ 
   
“ก็วันนี้วันพุธนี่ครับ” ศีลยิ้มกว้าง เดินไปวางดอกไม้ลงบนโต๊ะรับแขก เดี๋ยวนี้พีระพัฒน์ไม่ได้ยกให้เลขาแล้ว แต่ให้แกะออกจากช่อ ใส่แจกันวางประดับไว้ในห้องแทน
   
“คุณภีม” ศีลเดินย้อนกลับมาที่หน้าโต๊ะตัวใหญ่
   
“มีอะไร”
   
“ผมได้เจอคุณเจ้าของดอกไม้แล้วนะ”
   
คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน “เจอที่ไหน”
   
“ที่ร้าน วันนี้มาสั่งเองเลย ตอนนี้ก็ยังนั่งดื่มกาแฟอยู่ที่ร้านอยู่เลยครับ ผิวขาวผมยาว สวยเชียว ใส่ชุดเดรสสีแดงเข้มหุ่นเป๊ะมาก”
   
“หึๆ วันนี้กินอะไรมาทำไมพูดมาก ปกติไม่เคยเห็นนินทาใคร”
   
“โธ่ ผมเป็นแค่คนส่งของนะครับ ก็ชอบพูดอะไรเรื่อยเปื่อย คุณภีมอย่าถือสาผมเลย” ศีลขอยืมประโยคที่หญิงสาวพูดมาใช้ ฃเพราะเขาคิดข้อแก้ตัวไม่ทัน ไม่คิดว่าอีกคนจะซักเขาขึ้นมา
   
“เป็นอะไรหรือเปล่า” ร่างสูงก็ลุกขึ้นยืน เดินตรงมาหยุดยืนตรงหน้าเขา 
   
“เปล่าครับ”
   
“คุณไม่ใช่คนที่ชอบดูถูกตัวเอง”
   
ศีลกลืนน้ำลายคงคอดังเอื๊อก ซวยแล้วกู เขาดันยืมคำพูดคนอื่นมาใช้ ไม่ได้คิดหน้าคิดหลัง
   
“ผมก็พูดเล่นไปอย่างนั้นเองครับ ไม่ได้คิดอะไร” ศีลพยายามบอกปัด
   
“มีใครพูดอะไรหรือเปล่า” ดวงตาที่มองเขาหรี่ลง 
   
“คุณภีมเป็นอะไรครับเอาแต่จับผิดผม ไม่คุยด้วยแล้วดีกว่า ผมกลับก่อนนะครับ” ศีลแกล้งทำหน้างอนๆ ไปอย่างนั้นเองกะจะใช้โอกาสนี้ชิ่งให้ไวที่สุด แต่มือของพีระพัฒน์จับแขนเขาเอาไว้
   
“เดี๋ยว” 
   
“แน่ใจนะว่าไม่มีอะไร”
   
“ยิ่งกว่าแน่ใจครับ” เขาแน่ใจจริงๆ ถ้าไม่นับความรู้สึกผิดที่ต้องโกหกพีระพัฒน์ เป็นอย่างที่ร่างสูงพูดเขาไม่เคยดูถูกตัวเองและไม่สนใจคำดูถูกของคนอื่น เขารู้ดีว่าตัวเองเป็นใครและทำอะไรอยู่
   
ดวงตาคมเข้มคู่นั้นสบตาเขานิ่ง ก่อนมือที่จับแขนเขาจะปล่อยออก “ไม่มีอะไรก็ดี”
   
“ไม่มีจริงๆ ครับ ผมกลับก่อนนะครับที่ร้านยุ่งมาก”
   
“อืม” 
   
ศีลรีบเผ่นออกมาจากห้องทำงานของพีระพัฒน์ โฮ้ยย การโกหกคนนี่มันไม่ดีเอาเสียเลย เขาไม่ชอบความรู้สึกอึดอัดแบบนี้

   
ศีลเปิดประตูเข้าไปในร้าน หญิงสาวคนนั้นยังนั่งอยู่แต่ใบหน้าบึ้งตึง พอเห็นเขาเข้ามาก็รีบกวักมือเรียก
   
“ตึกอยู่แค่ปากซอยทำไมถึงส่งของช้านัก”
   
ศีลคลี่ยิ้มออกช้าๆ ตอบด้วยความใจเย็น “ผมอยู่รอหาโอกาสพูดยาวๆ ครับ”
   
“แล้วคุณภีมจะมาไหม”
   
“ผมไม่ทราบครับ ไม่อยากทำตัวมีพิรุธเดี๋ยวจะเสียมาถึงคุณ”
   
“ช่างเถอะ” 
   
ศีลส่งยิ้มให้เมื่อหญิงสาวไม่มีอะไรจะพูดกับเขาแล้ว บนโต๊ะมีกาแฟตั้งอยู่แต่ไม่พร่องสักนิด สงสัยเป็นของประกอบฉาก ก็ดีจะได้คุ้มค่าแอร์
   
   
เสียงประตูร้านเปิดออก ศีลเตรียมกล่าวต้อนรับเหมือนเดิม แต่ผู้ชายที่เดินเข้ามาคือพีระพัฒน์ สงสัยจะอยากเห็นหน้าคนให้ โธ่คุณภีมหนอคุณภีมดันติดบ่วงที่วางล่อไว้
   
สายตาของคุณภีมกวาดมองทั่วร้าน ก่อนริมฝีปากจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเมื่อเห็นหญิงสาวที่นั่งอยู่ เป็นเหมือนฉากละครที่เขาไม่คิดว่าจะได้เห็นกับตา

พีระพัฒน์เดินตรงไปยังโต๊ะที่หญิงสาวนั่ง “สวัสดีครับคุณสิตา”
   
“คุณภีม!” น้ำเสียงตื่นเต้นตกใจควรมอบรางวัลให้เป็นอย่างยิ่ง ศีลมั่นใจว่าหญิงสาวเห็นตอนพีระพัฒน์เดินเข้ามา
   
“ได้เจอกันสักทีนะครับ” ร่างสูงนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าวกับหญิงสาว “ขอบคุณสำหรับดอกไม้และกาแฟ”
   
“ถูกจับได้จนได้ น่าอายจังเลยค่ะ ถ้ารู้ว่าคุณภีมจะลงมาสิตาคงรีบกลับไปแล้ว” คนพูดยิ้มเขินแต่ด้วยใบหน้าที่มั่นใจในตัวเอง
   
“อย่าเพิ่งรีบกลับเลยครับ อยู่เจอกันก็ดีแล้ว”
   
“คุณภีมรู้ได้ยังไงคะว่าสิตาอยู่ที่ร้าน”

“มีคนบอกครับ”  

“ต้องเป็นคนส่งของแน่เลยใช่ไหมคะ บ้าจัง” เสียงถอนใจดังเบาๆ “สิตาไม่ได้กำชับว่าอย่าเผลอหลุดปากว่าสิตาอยู่ที่ร้าน ลืมคิดไปว่าเด็กส่งของคงคิดเองไม่ได้ เรื่องอย่างนี้ควรเอาไปพูดทีไหน” 
   
“คุณนี่เอง”
   
“คุณภีมพูดอะไรนะคะ”
   
“เปล่าครับ ใครบอกผมอย่าใส่ใจเลยครับ ผมดีใจที่คุณยังอยู่”
   
“คุณภีม” หญิงสาวยิ้มเขิน ยิ่งเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของพีระพัฒน์ บวกกับดวงตาคมเข้มที่เป็นส่องประกายวาววับ เธอก็ยิ่งมั่นใจว่าชายหนุ่มสนใจในตัวเธอ
   
“ในการ์ดไม่มีเบอร์ติดต่อกลับ ผมเลยไม่รู้ว่าจะขอบคุณไปทางไหนได้บ้าง”
   
“ไม่เห็นต้องขอบคุณเลยค่ะ สิตาเต็มใจ”
   
“แต่น่าจะทิ้งเบอร์ไว้นะครับ ผมจะได้โทรไปบอกว่าไม่ต้องส่งมาให้แล้ว คุณสิตาจะได้ไม่เสียเวลา” 
   
“อะไรนะคะ?”
   
“ผมไม่ชอบดอกไม้ครับ ไม่ชอบอะไรหวานๆ  ส่วนกาแฟผมดื่มกาแฟดำเพราะไม่ชอบอะไรที่ปรุงแต่ง”   
   
“คะ?”
   
“ผมไม่อยากให้คุณสิตาเปลืองเงินโดยใช่เหตุ เข้าใจผมใช่ไหมครับ”
   
“คะ!..ค่ะ” คนตอบดูเหมือนจะยังช็อคและงงไม่หาย พีระพัฒน์ยิ้มในหน้าก่อนลุกขึ้นยืน
   
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ ขอบคุณที่เข้าใจตรงกัน”
   
“คุณภีมโคตรร้าย” จินกระซิบเบาๆ แน่นอนว่าพวกเขาได้ยินทุกอย่าง เพราะโต๊ะที่หญิงสาวเลือกนั่งอยู่ไม่ห่างจากเคาน์เตอร์มากนัก และทั้งสองคนคุยกันด้วยเสียงดังปกติ
   
“นั่นสิวะ เดินมานี่แล้ว!” ศีลรีบส่งสัญญาณให้จินเงียบ เมื่อพีระพัฒน์เดินตรงมาที่เคาน์เตอร์
   
“ขออเมริกาโนแก้วหนึ่ง”
   
“ได้ครับ หกสิบห้าบาทครับ” จินยื่นมือไปรับเงินจากร่างสูง
   
ปัง!! พวกเขาสะดุ้งโหยงเมื่อเสียงปิดประตูหน้าร้านดังสนั่นหู ดีที่ไม่มีลูกค้าคนอื่นอยู่ ส่วนคนต้นเหตุดันยิ้มมุมปาก ออกอาการขำเสียมากกว่า
   
“ไม่น่ารักเลย” ศีลบ่นเบาๆ
   
“นั่นสิ ประตูร้านพังจะให้คุณลิตไปตามเก็บเงินที่ไหนดี ผมไม่ได้ขอเบอร์ไว้เสียด้วยสิ”
   
“ผมหมายถึงคุณภีมนั่นแหละครับ โอ๊ย!” ศีลสะดุ้งโหยงเมื่อโดนเพื่อนหยิกแขน
   
“คุณภีมนั่งรอสักครู่นะครับเดี๋ยวผมยกกาแฟไปให้”
   
“ขอบใจมากจิน ศีลมานั่งคุยกันหน่อยสิ”
   
“โดนแน่” จินกระซิบเบาๆ ดวงตาของเพื่อนฉายแววสนุกชัดเจน

   
“มาแล้วครับ” ศีลไม่ได้มามือเปล่าเขารอเอากาแฟมาให้ด้วยเลย
   
“ทำไมถึงไม่บอกว่าสิตาพูดไม่ดีกับคุณ”
   
“ทำไมต้องบอกครับ ไม่เห็นมีอะไร”
   
“ศีล บางทีเราก็ต้องใจร้ายบ้างอย่าใจดีเกินไป”

“เปล่าครับ ผมไม่ได้ใจดีเกินไป” ศีลถอนใจเบาๆ ใครว่าเขาไม่รู้สึก มันอยู่ที่ว่าเขาเลือกจะแสดงออกอย่างไรมากกว่า 

“สมมุตินะครับว่าถ้ามีลูกค้ามาโวยวายที่ร้านแห่งหนึ่ง เพราะคิดว่าพนักงานขายเรียนมาน้อย อธิบายไม่รู้เรื่อง พนักงานคนนั้นด่ากลับลูกค้าได้เลยไหมครับ หรือไปฟ้องเจ้านายว่าลูกค้าคนนี้มันด่าผมครับจัดการมันเลยได้ไหมครับ หรือสิ่งที่พนักงานควรทำคือมองข้ามคำดูถูกนั้นซะแล้วทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ระหว่างพนักงานสองคนนี้คนไหนที่คุณภีมจะยกย่องว่าเป็นพนักงานที่ดีแล้วคนไหนที่คุณภีมจะตำหนิครับ”
   
“ศีล”
   
“ผมไม่ได้ใจดีเกินไปครับ ผมแค่รู้จักหน้าที่ของตัวเอง”
   
“เก่งมาก เพิ่งรู้ว่าพูดเป็นงานเป็นการกับเขาเป็นด้วย” พีระพัฒน์ยิ้มเอ็นดูเด็กหนุ่มตรงหน้า ศีลสบตาเขาดวงตาคู่นั้นเต้นระยิบระยับ
   
“ไม่เป็นไรครับผมยังอยู่ในเวลางาน ผมจะไม่ตอบโต้คุณภีม”
   
“ฮ่าๆ” พีระพัฒน์หัวเราะชอบใจ เป็นอีกมุมหนึ่งของศีลที่เขาเพิ่งเคยได้เห็น แม้จะบ้าบอไปนิด ล้นไปบ้างในบางเวลาแต่กลับมีความคิดความอ่านที่น่านับถือ
   
“ว่าแต่คุณภีมเถอะครับ ผมนึว่าจะสปาร์คกับคุณสิตาเสียอีก เห็นหลังๆ เริ่มชอบใจที่ได้ดอกไม้ แล้วทำไมถึงกลายเป็นแบบนั้นไปได้ละครับ”
   
“หึๆ”
   
“อะไรครับ” ศีลเริ่มไม่ไว้ใจ เพราะสายตาของอีกฝ่ายเป็นประกายแปลกๆ แถมยังขำเขาอีก
   
“ไม่รู้จริงๆ ใช่ไหม”
   
“ไม่รู้อะไรเหรอครับ”
   
“ผมยังเฉยๆ กับดอกไม้เหมือนเดิม ผมแค่ชอบคุยเล่นกับคุณเวลาที่เอาดอกไม้มาส่ง”
   
 “แค่เนี้ย!” ศีลเบิกตาโต
   
“หึๆ แล้วจะเอาแค่ไหน”
   
“ก็เห็นคุณภีมเอาดอกไม้ไว้ในห้อง”
   
“ก็แล้วใครที่มาทีไรก็บ่นไม่หยุด สงสารคนให้ ได้ของขวัญเอาไปให้คนอื่นมันไม่ดี ผมฟังจนหูชา”
   
ศีลทำตาปริบๆ “ตกลงความผิดผมเหรอครับ”
   
“ใช่” ร่างสูงพยักหน้า ทำหน้าตาย
   
“งั้นผมลาออกจากการเป็นพนักงานส่งของไปถูพื้นอย่างเดียวดีกว่า” ศีลบ่นพึมพำ ตั้งแต่เจ้านายยันลูกค้าอะไรๆ ก็เจ้าศีลคนนี้ทุกที
   
“หึๆ อย่าเลย ถ้าคุณลาออกผมจะคุยเล่นกับใคร”
   
จู่ๆ หัวใจของศีลก็พองโตรู้สึกเป็นคนสำคัญขึ้นมา เขายิ้มกว้างให้คนตรงหน้า
   
“ตกลงครับ มีเพื่อนเป็นผู้บริหารก็ดีเหมือนกัน” ศีลซัดป๊าบเข้าให้ที่ต้นแขนของพีระพัฒน์ ก่อนรอยยิ้มจะค้างเติ่งเมื่อเจอเข้ากับสายตาดุๆ ที่มองมา ชายหนุ่มหัวเราะแห้งแก้เก้อ
   
“โทรหาคุณรุ้งให้ผมหน่อยสิ”
   
“โทรทำไมครับ” ศีลมองใบหน้าซ่อนยิ้มของพีระพัฒน์ด้วยสายตาไม่ไว้ใจ
   
“ให้ดูสัญญาเช่าร้านให้ทีว่าถ้าทางเราจะเพิกถอนสัญญาต้องจ่ายเท่าไหร่”
   
“คุณภีมมมม” 
   
“หึๆ ทานกาแฟแทนด้วย” แก้วกาแฟถูกเลื่อนมาตรงหน้าเขาก่อนร่างสูงจะลุกขึ้นยืน
   
“ศีล”
   
“ครับ”
   
“คุณเป็นคนส่งของที่ฉลาดและจิตใจดีที่สุดเท่าที่ผมรู้จัก อย่าใส่ใจคำพูดไม่คิดของบางคน”
   
“ครับ” ศีลยิ้มรับ “ว่าแต่คุณภีมรู้จักคนส่งของกี่คนครับ”
   
“คนเดียว”
   
ตรูว่าแล้ววว นั่นคือสิ่งที่ศีลคิดในใจ ขณะมองตามร่างสูงของพีระพัฒน์ก้าวเดินออกจากร้านไป





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.473K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,673 ความคิดเห็น

  1. #3668 ซาลาเปาเยเย่ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 20:56
    โง้ยยยย มันเป็นน่ารักไปหมด
    #3,668
    0
  2. #3652 goi_iog (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 15:17
    ศีลก็คือศีล 555
    #3,652
    0
  3. #3632 PrinZ_TamaIS (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 13:42

    เจ้าของดอกไม้สวยแต่ไม่น่ารักเลย สู้เด็กส่งดอกไม้ก็ไม่ได้ ทั้งน่ารัก ทั้งจิตใจดีมีศีลธรรม คุยด้วยแล้วสบายใจ

    #3,632
    0
  4. #3579 Nuthathai Por (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 15:32

    ก็คุยกับศีลแล้วสบายใจจริง ๆ นะ

    #3,579
    0
  5. #3564 Chompoo_mg (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 00:27
    น่ารักค่อตตต
    #3,564
    0
  6. #3539 ข้าน้อย (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 13:49

    ล้นไปไม่หน่อยเล้ยยยยยยยยยยยย

    #3,539
    0
  7. #3515 baekshine (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 09:43
    คุณภีมมมมมมมมม
    #3,515
    0
  8. #3462 greentealatte ♡ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 19:33
    คุณภีมมมมมมมม น่ารักฉิบหัยยยยย
    #3,462
    0
  9. #3419 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 19:49
    ใส่ใจด้วยยยย
    #3,419
    0
  10. #3413 gonjung (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 18:20
    ต้องใส่ใจขนาดไหนถึงรู้สึกผิดปกติกะเรื่งแค่นี้อิอิอิอิ
    #3,413
    0
  11. #3364 Parkaha (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:40
    น้องงงงง 555555 ศีลน่ารักกก
    #3,364
    0
  12. #3355 Ne4w (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:12
    น่ารัก5555555555555 แต่ขำมากกว่า
    #3,355
    0
  13. #3328 yyyyobaby (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 13:51
    โอ้ยยยย 5555
    #3,328
    0
  14. #3311 Kanyawisaengma (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 / 22:09

    น่ารักจังอ่อนโยน​ละมุนต่อใจ
    #3,311
    0
  15. #3290 PPSnook (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 16:37
    น่ารักมาก สะใจตรงคุณภีมจัดเองชะนีหน้าเงิบเลย55555
    #3,290
    0
  16. #3278 dwyouveme (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 15:17

    แสนจะน่ารัก ยิ้มแก้มแตกแล้ววว
    #3,278
    0
  17. #3224 Thanapaksorn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 00:26
    อดยิ้มไม่ได้เลย
    #3,224
    0
  18. #3222 Nisakarn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 23:13
    น่ารักอ้ะะะะ
    #3,222
    0
  19. #3189 JKCBB (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 07:58
    น่าร้ากก
    #3,189
    0
  20. #3187 pcy921 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 06:11
    โอ้ยยยน่ารักกกก555555
    #3,187
    0
  21. #3173 Ling (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 19:10
    น่ารักมากกกกกกกกกก
    #3,173
    0
  22. #3140 NeNe (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 15:20
    วงวารคุณสิตาเขานะคะ ส่งดอกไม้จีบคุณภีมเขาทุกวัน แต่กลายเป็นว่าทำให้สองคนนี้เขาได้เจอกันทุกวันซะงั้น ถ้าสองคนนี้เขาปิ๊งกัน ความดีความชอบส่วนหนึ่งต้องยกให้เธอค่ะ 55555
    #3,140
    0
  23. #3044 ก็กูเป็นคนเทาเทา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 12:17
    จิตใจกูนี่จะยิ้มทุกตอนเลยใช่มั้ยยยยย
    #3,044
    0
  24. #3030 Nantashi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 02:57
    ไปตีเขาหนึ่งป้าบ โดนดุเลย 555 คุณภีมนี่ท่าทางอบอุ่นดีจัง ชอบค่าาาา
    #3,030
    0
  25. #3008 Hitomi Ooy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 21:48
    คุณภีมนี่ก็กวน....ใช่ย่อยนะ 5555
    #3,008
    0