75 METERS HIGH [End]

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 3: แตกต่างกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 35,901
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,431 ครั้ง
    12 ก.ย. 61




ตอนที่ 3: แตกต่างกัน


“ได้กลับบ้านซะที” ศีลบิดขี้เกียจ เขาเพิ่งถูพื้นเสร็จระหว่างที่เจ้านายทำบัญชี ส่วนจินเก็บล้างอุปกรณ์ต่างๆ
   
“ผิด”
   
“ผิดอะไรพี่ลิต”
   
“เอ็งต้องพูดว่า ‘เลิกงานแล้วเหรอทำไมเร็วจัง’ แบบนั้นเอ็งถึงจะได้เงินเดือนขึ้น”
   
“ไม่ขึ้นไม่เป็นไรแต่พูดไปแล้วไม่มีลดใช่มะ” ศีลเดินเข้าไปอ้อนเจ้านายแต่ถูกเท้าเขี่ยออกมา
   
“ตอนแรกพี่ไม่คิดแต่ตอนนี้เริ่มคิด ลดมันสักสิบเปอร์เซ็นต์ดีไหมเดือนนี้”
   
“ของศีลคนเดียวใช่ไหมพี่ลิต” จินตะโกนถามมาจากเคาน์เตอร์ขายกาแฟ
   
“ใช่ จินเป็นญาติยังไงก็ได้เพิ่มอยู่แล้ว”
   
“โห นี่มันระบบฐานันดรชัดๆ ผมจะไปฟ้องกรมแรงงาน”
   
“ไปเถอะ ตราบใดที่เอ็งไม่ไปฟ้องสรรพากรเรื่องภาษีเป็นอันใช้ได้” ลิลิตพูดติดตลก ความจริงเขาส่งภาษีครบถ้วนดี
   
“นี่ไง โกงกระทั่งภาษีน้องนุ่งจะเหลือเหรอ”
   
“พูดดีๆ เดี๋ยวเอ็งจะโดน พี่ส่งภาษีร้านครบทุกบาททุกสลึงไม่มีหลุดรอด ที่ไม่ได้ส่งอย่างเดียวก็ภาษีเอ็งนั่นแหละ ฮ่าๆ” ลิลิตหัวเราะลั่นเมื่อเห็นหน้ามู่ทู่ของลูกน้อง ก่อนที่เสียงเคาะประตูหน้าร้านจะดังขึ้น 
   
“จินไปบอกทีว่าร้านปิดแล้ว”
   
“ครับ” 
   
“ไปกินส้มตำกันไหม พี่อยากกินอะไรแซ่บๆ วันนี้ต้องจัดให้ได้” ลิลิตหันมาถามลูกน้องตัวแสบ จะเรียกลูกน้องคนสนิทก็ได้เพราะจินเป็นญาติสนิทมากกว่า
   
“กิน” ศีลตอบรับง่ายดายจนเจ้านายมองค้อน
   
“เอ็งเคยปฏิเสธอะไรไหมวะ เล่นตัวบ้างก็ได้”

"แล้วผมจะปฏิเสธทำไมในเมื่อพี่ลิตเลี้ยง”
   
“หักคอกันเลยนะไอ้ตัวแสบ”
   
“ศีล!” หน้าตื่นๆ ของจินทำให้พวกเขาหยุดเถียงกัน จินเดินเข้ามาในร้านด้วยฝีเท้าที่เร่งรีบ
   
“มีอะไรวะ ทำหน้าอย่างกับโดนผีหลอก” ศีลมองเพื่อนด้วยความสงสัย
   
“มีคนมาหา”
   
“ใคร? แล้วทำไมต้องตื่นเต้นด้วย” ศีลชะโงกหน้าไปมอง เมื่อครู่เขาไม่ได้สนใจเพราะคิดว่าเป็นลูกค้าของร้าน
   
“เฮ้ย! คุณภีม” ชายหนุ่มตาตั้งเมื่อเห็นว่าใครยืนอยู่นอกร้าน 
   
“ใช่ เขาบอกว่าชื่อพีระพัฒน์”  สีหน้าของจินยังตื่นเต้นไม่หาย “ออกไปเร็ว”

“อืม” ศีลรีบเดินตรงไปยังประตู เขาแปลกใจมากกว่าตื่นเต้น อยากรู้ว่าพีระพัฒน์มาหาเขาทำไม


“คุณภีม มีอะไรหรือเปล่าครับ”

“เลิกงานแล้วใช่ไหม” ร่างสูงยืนรอด้วยท่าทางสบายๆ มือล้วงเข้าไปในกางเกงทำงาน เสื้อสูทยังเรียบกริบแม้จะผ่านวันอันสมบุกสมบันมา

“ครับ” ศีลพยักหน้า 

“ไปกินข้าวได้แล้วสิ”

 “หะ!” ศีลเบิกตากว้างทวนคำให้แน่ใจ “กินข้าวเหรอครับ!

“ใช่ ผมบอกคุณแล้วว่าจะเลี้ยงข้าวขอบคุณเรื่องวันนี้”

“แต่ผมขออย่างอื่นแทนแล้วนี่ครับ เราไม่ได้นัดกัน” 

“ผิด”

 “อ้าว” ศีลยืนงงเป็นไก่ตาแตก มองรอยยิ้มที่จุดขึ้นมุมปากของอีกฝ่าย

“ผมรับปากเรื่องคุณรุ้งแต่เราไม่ได้ยกเลิกนัด ผมบอกคุณว่าสองทุ่มครึ่งเจอกัน”

ศีลนึกย้อนความหลัง ใช่แล้ว มีแค่เขาที่พูดเองเออเองอยู่คนเดียว คนตรงหน้ารับปากเขาเรื่องพี่รุ้งแต่ไม่ได้ยกเลิกนัด ศีลยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา บวกลบเวลาแล้วแปลว่าอีกฝ่ายน่าจะเคาะประตูตอนสองทุ่มครึ่งพอดี ตรงเป๊ะตามเวลาที่เขาบอกว่าเลิกงาน ศีลอดทึ่งไม่ได้ 

“มาจริงๆ ด้วย” ศีลเผลอพูดกับตัวเอง อย่างนี้เขาเรียกว่าเป็นคนพูดจริงทำจริงหรือว่าเรียกว่าดื้อและเอาแต่ใจกันแน่หว่า

“จะมองหน้าผมอีกนานไหม” รอยยิ้มขำจุดที่มุมปากของอีกฝ่าย

“ผมก็แค่อยากรู้ว่าคุณภีมเป็นแบบไหนกันแน่”

“แล้วแบบไหนล่ะที่คุณพูดถึง”

“ผมไม่โง่นะครับเรื่องอะไรจะบอก” ศีลยิ้มทะเล้น ขืนบอกเขาก็ซวยสิ

“แปลว่าเป็นแบบที่ไม่ดีคุณถึงบอกผมไม่ได้ กำลังนินทาผมอยู่ในใจใช่ไหม” ดวงตาที่มองมารู้ทัน

ศีลยิ้มค้าง สีหน้าของเขาคงตอบคำถามได้ดีกว่า เพราะรอยยิ้มของพีระพัฒน์กว้างขึ้น 

“ไปเตรียมตัวเถอะผมหิวแล้ว ฝากชวนเพื่อนกับเจ้าของร้านคุณด้วย ผมจำได้แค่สองคนที่คุณพูดถึง ถ้ามีมากกว่านั้นก็ฝากชวนทุกคน”

“มีแค่นั้นครับ”

“ผมรออยู่ที่รถ” ศีลมองเลยไป เขาเห็นคนขับรถของพีระพัฒน์ยืนอยู่ข้างรถหรูคันเดิม

“งั้นผมขอเวลาสักสิบนาทีครับ”

“ไม่มีปัญหา”

ศีลเดินกลับเข้าไปในร้าน ทั้งเพื่อนทั้งเจ้านายรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ ดูตื่นเต้นมากกว่าเขาเสียอีก

คุณภีมมาชวนทุกคนไปกินข้าว” 
   
“ชวนไปกินข้าว? ชวนทำไม บอกเหตุผลไหม” ลิลิตจ้องหน้าลูกน้อง เขาไม่เข้าใจว่าคนระดับพีระพัฒน์จะแวะมาชวนพวกเขาไปกินข้าวทำไม
   
“ก็เรื่องที่ผมช่วยขับรถไปส่งนั่นแหละครับ คุณภีมอยากเลี้ยงขอบคุณ มีชวนไว้ตั้งแต่กลางวันแต่ผมเล่าข้ามเรื่องนี้ไป เพราะนึกว่าปฏิเสธไปแล้ว” ศีลเล่าเรื่องที่พีระพัฒน์อยากเลี้ยงข้าวให้ทั้งสองคนฟัง
   
“แล้วศีลจะไปหรือเปล่า” จินรอการตัดสินใจจากเขา
   
“มาหาถึงร้านขนาดนี้ยังไงก็ต้องไป เอ็งห้ามปฏิเสธ” ลิลิตชิงพูดตัดหน้า ตัดโอกาสไม่ให้ลูกน้องปฏิเสธ
   
“ผมยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ” ศีลหัวเราะ “ตกลงไปแล้วถึงเข้ามาบอก จินกับพี่ลิตไปด้วยกันนะ”
   
“ไปได้ แต่ไม่รู้ว่าคุณพีระพัฒน์จะพาไปทานร้านไหนน่ะสิ ถ้าเกิดไปร้านหรูๆ มันจะไหวเหรอ” จินคิดถึงเสื้อผ้าของตัวเอง เขาเกรงว่าจะไม่เหมาะกับร้านที่พีระพัฒน์พาไป เขาใส่เสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนส์ ทับด้วยผ้ากันเปื้อนปักโลโก้ร้าน กับรองเท้าผ้าใบขาวเป็นชุดทำงานประจำวัน ลิลิตแต่งเหมือนเขาทุกอย่าง มีเพียงศีลเท่านั้นที่ใส่เสื้อเชิ้ตทับเวลาออกไปส่งของข้างนอก
   
“พี่มีเสื้อเชิ้ตอยู่ในตู้หลายตัว เอามาทิ้งเผื่อๆ ไว้น่าจะพอไหว”
   
“ไม่ต้องหรอกพี่ลิต คุณภีมรู้อยู่แล้วว่าเราเป็นยังไง เจอผมทีไรก็ใส่แต่ชุดนี้” ศีลก้มลงมองเสื้อที่ใส่อยู่ ดึงมันขึ้นเล็กน้อย “เป็นแบบที่เราเป็นดีที่สุดแล้ว” ศีลเงยหน้าขึ้น ยิ้มด้วยความภาคภูมิใจ แต่ไม่มีใครยืนอยู่สักคน

“อ้าว! หายไปไหนหมดวะ” ศีลยืนโดดเดี่ยวอยู่กลางร้าน ปลื้มใจที่ทุกคนเห็นด้วยกับเขา
   
• • • • • • • •

“สวัสดีครับ” จินยกมือไหว้ เมื่อครู่เขาตกใจจนลืมทำ ส่วนลิลิตเพียงแค่กล่าวทักท้ายและค้อมศีรษะให้ เขาเดาว่าพีระพัฒน์น่าจะอายุพอๆ กับเขา คือยี่สิบห้าปี หรือเต็มที่ก็ไม่น่าจะเกิดยี่สิบเจ็ดปี
   
“นี่เจ้านายผมครับชื่อพี่ลิต เป็นเจ้าของร้านนี้แต่เพียงผู้เดียว ส่วนคนนี้เป็นทั้งเพื่อนร่วมงานเป็นทั้งเพื่อนสนิทผม แล้วก็เป็นญาติกับพี่ลิตด้วยชื่อจิน”
   
“ไม่ต้องแนะนำละเอียดขนาดนั้นก็ได้” ลิลิตใช้ศอกกระทุ้งแขนลูกน้อง
   
“สวัสดีครับ” คนฟังการแนะนำยกยิ้มมุมปาก ไม่มีทีท่ารำคาญใจ “มีใครอยากทานอะไรเป็นพิเศษไหม”
   
“พี่ลิตอยากกินส้มตำแซ่บๆ โอ๊ย!” ศีลหันไปมองเจ้านายเมื่อถูกหยิกหลังอย่างแรง แม้ใบหน้าอีกฝ่ายจะยิ้มแย้มแต่ดวงตาเขียวปั้ด 
   
“ส้มตำ? อืมม” สีหน้าพีระพัฒน์ครุ่นคิด “มีร้านแนะนำไหมผมไม่ถนัดเท่าไหร่”
   
“ทานอะไรก็ได้ครับ ผมทานได้หมด” ลิลิตยิ้มบาง น้ำเสียงนุ่มจนศีลต้องหันไปพยักพเยิดกับจินให้ฟังความแตกต่าง ทุกอย่างอยู่ในสายตาของลิลิต ถึงจะอยากถีบลูกน้องแค่ไหนตอนนี้ก็ยังทำไม่ได้
   
“ถ้าอย่างนั้นผมเลือกให้”
   
“ได้ครับ” 
   
“เอารถผมไปคันเดียวดีไหม เดี๋ยวผมกลับมาส่งที่นี่” ชายหนุ่มร่างสูงเสนอความคิดเห็น
   
“ก็ได้ครับ” ลิลิตตอบรับด้วยยิ้มสุภาพ 
   
ศีลคันปากหยิบๆ ไม่เคยเห็นพี่ลิตสุภาพเบอร์นี้มาก่อน พูดก็เพราะ ไม่มีความคิดเห็น อะไรก็ได้ เจ้านายจอมวายร้ายของเขาหายไปไหน
   
“ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเลย”
   
• • • • • • • •

ศีลมองเมนูอาหารด้วยสายตาคิดหนัก เขาลอบสบตากับจิน อาหารบางจานเขากินข้าวได้ทั้งอาทิตย์ การถูกเลี้ยงทำให้ไม่กล้าสั่งเพราะเกรงใจเจ้าของเงิน
   
“คุณภีมสั่งให้ได้ไหมครับ พวกผมกินอะไรก็ได้” เขาสั่งอาหารจานละห้าร้อยจานละพันไม่ลงจริงๆ
   
“สั่งเลยผมไม่รู้ว่าพวกคุณชอบทานอะไร”
   
ศีลยกเมนูขึ้นบังหน้าไม่อยากให้บริกรได้ยิน พีระพัฒน์นั่งข้างเขาจึงทำได้ง่ายและดูไม่เสียมารยาทเท่าไหร่ “มันแพงครับผมไม่กล้าสั่ง”
   
“หึ สั่งเถอะผมมีจ่าย”
   
“ก็รู้ครับแต่มัน..” ศีลลดเมนูลง สีหน้าลำบากใจ
   
“งั้นคิดเสียว่าคุณลิตเป็นคนจ่ายเผื่อจะสบายใจกันขึ้น”
   
“คิดว่าผมจ่ายเหรอครับ?” ชายหนุ่มผมยาวชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง
   
“ใช่ เพราะผมได้เงินจากค่าเช่าร้านคุณทั้งปี” พีระพัฒน์เฉลยที่มา
   
“งั้นเต็มที่เลยครับ มาๆ” ศีลหยิบเมนูที่เขาวางลงบนโต๊ะขึ้นมาใหม่ “เงินคุณภีมผมไม่กล้ากิน เงินพี่ลิตนี่กินอร่อยแน่อน”
   
“ไอ้ศีล! เอ่อ.ขอโทษครับ” ลิลิตลืมตัว เขาหันไปส่งยิ้มแห้งให้พีระวัฒน์เมื่อนึกขึ้นได้ว่ามีชายหนุ่มมาด้วย
   
“ไม่เป็นไร พูดกันตามสบาย”
   
พีระพัฒน์มองรอยยิ้มทะเล้นของศีล มองท่าทางเอาเรื่องแบบไม่จริงจังของลิต มองสีหน้าขำของจิน มันเป็นภาพของเจ้านายกับลูกน้องแบบที่เขาไม่เคยเห็นบ่อยนัก ถึงแม้อายุเขาจะยังน้อย แต่ด้วยตำแหน่งหน้าที่ก็ทำให้คนในบริษัทยำเกรง
   
พ่อของเขาเป็นนักธุรกิจระดับแนวหน้าของเมืองไทย เมื่อจบการศึกษามาจากเมืองนอก เขากลับมาพร้อมโปรเจ็คใหญ่ยักษ์ที่อยากทำ และผ่านการอนุมัติจากบิดาอย่างรวดเร็ว เขาจึงพูดไม่ได้ว่าฐานะไม่ใช่สิ่งสำคัญเพราะไม่เช่นนั้นมันคงไม่ง่ายดายถึงเพียงนี้
   
ชายหนุ่มใช้เวลาสองปีในการพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าเขาทำได้อย่างที่พูด ไม่ใช่ผลาญเงินพ่อแม่เล่น นั่นไม่ง่ายเลยสำหรับผู้ชายวัยอย่างเขา การทำงานหนักเพื่อพิสูจน์ตัวเองทำให้ชีวิตตึงเครียดอยู่ไม่น้อย การห้ำหั่นกันทางธุรกิจบางครั้งก็ทำให้เขาลืมเสียงหัวเราะไป 
   
ชายหนุ่มอดคิดไม่ได้เมื่อเห็นภาพตรงหน้า หรือว่าความจริงแล้วเขาเริ่มต้นผิดไป ถ้าเพียงแต่เขาจับโปรเจ็คที่เล็กกว่านี้ก่อตั้งบริษัทเล็กๆ และค่อยๆ เติบโตไปพร้อมกับมัน บางทีช่วงเวลาดีๆ ในชีวิตอาจไม่หายไป
   
“คุณพีระพัฒน์ครับ”
   
“หือ” พิระพัฒน์หันไปมองคนเรียก ศีลยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายสดใส มันทำให้เขาพลอยยิ้มตามไปด้วย “มีอะไร”
   
“อย่าว่าผมโง่เลยนะครับแต่อันนี้มันคืออะไรครับ”
   
ร่างสูงก้มมองเมนู ตรงที่นิ้วของอีกฝ่ายจิ้มอยู่ ชายหนุ่มอธิบายให้ศีลฟังว่าอาหารชื่อแปลกๆ นั้นคืออะไร รอยยิ้มของคนฟังกว้างขึ้น ยิ้มถูกใจ
   
“ผมเอาอันนี้ครับท่าทางอร่อย”
   
“อะไรเหรอ” จินชะโงกหน้ามาดูเมนูในมือเพื่อน
   
“นี่ไง”
   
“เอาด้วย ไม่งั้นสั่งไม่เป็น” คนพูดเงยหน้าขึ้นสบตาเข้ากับเขาพอดี ก่อนรอยยิ้มเขินๆ จะคลี่ออก “ผมไม่เคยกินอาหารฝรั่งเศสครับ อ่านแล้วไม่รู้จะสั่งอะไร”
   
คำพูดง่ายๆ ไม่มีการประดิษฐ์หรือคิดว่าต้องทำให้ตัวเองดูดีของศีลและจิน ทำให้พีระพัฒน์รู้สึกถูกใจ เขาชอบความเป็นธรรมชาติของทั้งสามคน
   
ตลอดมื้ออาหารชายหนุ่มพูดน้อยมาก ส่วนใหญ่เขาฟังเสียมากกว่า นี่เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่เขาทานอาหารกับคนไม่คุ้นเคยแต่เวลากลับเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว  ชายหนุ่มคิดว่าวันนี้เขายิ้มตามทั้งกลุ่มมากกว่าที่ยิ้มมาทั้งสัปดาห์

• • • • • • • •

“คุณภีมครับช่วยจอดรถตรงป้ายไฟสีเหลืองให้สักครู่ได้ไหมครับ” ศีลชี้มือไปข้างหน้า 
   
“ได้สิ” 
   
พีระพัฒน์ขับรถเองโดยไม่ใช่คนขับรถ เขาอยากให้นั่งกันสบายๆ ไม่อึดอัด ชายหนุ่มตีไฟเลี้ยวเข้าซ้ายก่อนจอดรถหน้าป้ายนีออนที่ศีลชี้ให้ดูเมื่อครู่
   
“รอแป๊บเดียวครับ” ศีลเปิดประตูก้าวลงจากรถด้วยความรวดเว
   
“ไปไหน!” เสียงถามดังมาจากด้านหลังแต่ไม่ทันเสียงประตูที่ปิดลง ใช้เวลาเกือบสิบนาทีศีลก็กลับมาที่รถ
   
“อะพี่ลิตผมโทรมาสั่งป้าไว้ให้ รับรองแซ่บสมใจ” ถุงบางอย่างถูกยื่นไปทางด้านหลัง 
   
“ไม่ต้องก็ได้” คนรับบ่นแต่ใบหน้ามีความสุข
   
“ไหนบอกวันนี้ต้องกินให้ได้ไง ผมจำได้น่า” 
   
ถึงตอนนี้พีระพัฒน์รู้แล้วว่าถุงที่ว่าคืออะไร มันคือส้มตำที่ศีลบอกเขาตั้งแต่แรกว่าลิตอยากกิน
   
“ขอบใจ”
   
“ห้าสิบบาท” ศีลเกาะเบาะหันไปทางด้านหลัง แบมือยื่นออกไปหาเจ้านาย
   
“ไอ้งก!” เสียงตีมือดังเพี้ยะลอยมาเข้าหูพีระพัฒน์
   
“งกที่ไหนเขาเรียกน้ำใจล้วนๆ”
   
“ไม่เกี่ยวกับเงินสักบาทใช่ไหมศีล” เสียงพูดของจินปนไปด้วยเสียงหัวเราะ ดูเหมือนเพื่อนคู่นี้จะทันกันมาก
   
“ถูกต้องที่สุด พี่ลิตติดผมห้าสิบบาทนะ ไม่จดแต่รับรองไม่ลืม” คนพูดร่ายยาวก่อนหันกลับมา
   
“ไปได้เลยครับ” ศีลมองมายังเขา ดวงตาคู่นั้นกระจ่าง รอยยิ้มเปิดเผย
   
“อืม” พีระพัฒน์เคลื่อนรถออกจากข้างทาง แม้ถุงใบนั้นไม่ใช่ของเขา แต่ชายหนุ่มกลับรู้สึกมีความสุขไปด้วย มันเป็นความอบอุ่นที่เขาสัมผัสได้จากภายในรถ ร่างสูงเบือนสายตาไปมองเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างกัน นึกสงสัยว่าใบหน้าที่เห็นเคยขาดรอยยิ้มบ้างไหม และคนที่อยู่ใกล้ๆ เด็กหนุ่มคนนี้จะรู้สึกอย่างที่เขารู้สึกทุกคนหรือเปล่า

เดิมทีเขาตั้งใจจะเลี้ยงข้าวศีลเพราะอยากตอบแทนความช่วยเหลือของอีกฝ่ายเท่านั้น แต่ตอนนี้เขาคิดว่าดีไม่น้อยที่ได้มานั่งกินข้าวด้วยกัน 

มาคิดดูอีกทีการติดอยู่ในลิฟต์ก็ไม่แย่นัก ความบังเอิญในวันนั้นอาจทำให้เขาได้เพื่อนใหม่ที่แตกต่างกันเกือบสิ้นเชิง 






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.431K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,673 ความคิดเห็น

  1. #3667 Padcha0623060584 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 16:42
    ไม่ๆ ได้เมีย1. เพื่อน2
    #3,667
    0
  2. #3665 ChungWila (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 11:15
    เป็นตอนที่อ่านแล้วอิ่มเอมใจมากๆ
    #3,665
    0
  3. #3660 เอ๋ชินดง (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 02:24
    แก๊งสามหน่อคือเหมือนเป็นดวงอาทิตย์เลยอะ อุแง ขออย่าให้มีอะไรมาพรากสามคนนี้ออกจากกันเลยนะ ส่วนคุณภีม แน่ใจหรอจ๊ะว่าแค่เพื่อน
    #3,660
    0
  4. #3630 PrinZ_TamaIS (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 13:22

    คุณภีมคงมีความสุขมากกับเพื่อนใหม่ทั้ง 3 คงเหมือนมีคนเล่นตลกให้ดู


    พี่ลิตใจดี ตลก ศีลก็ทะเล้น กวนๆ เถียงกันบันเทิงดี จินถึงแม้จะดูเป็นคนเงียบๆ เรียบร้อย แต่มีรับส่งมุกกับเจ้าศีลเข้าขากันดี

    #3,630
    0
  5. #3577 Nuthathai Por (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 14:42

    ศีลน่ารักอ่ะ ดูมีความสุขกับทุกสิ่งจริง ๆ

    #3,577
    0
  6. #3562 Chompoo_mg (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 23:51
    แค่เพื่อนหร๊ออ
    #3,562
    0
  7. #3513 baekshine (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 09:30
    ศีลใส่ใจเรืองเล็กๆน้อยๆ มาก น้องน่ารักมาก
    #3,513
    0
  8. #3416 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 19:30
    เพื่อนเหรอ??? ให้โอกาสพูดใหม่ค่ะ อิอิ
    #3,416
    0
  9. #3411 gonjung (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 17:54
    สีสันของชีวิตใช่ไหมล้าาาาาา
    #3,411
    0
  10. #3337 prawwy_blue (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 17:57
    สงส๊ารรรรรร คุยคนเดียว5555
    #3,337
    0
  11. #3327 yyyyobaby (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 13:24
    เพื่อนใหม่หรอ แค่กๆๆๆ
    #3,327
    0
  12. #3309 Kanyawisaengma (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 / 18:45

    อบอุ่นหัวใจ​จัง55555
    #3,309
    0
  13. #3288 PPSnook (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 15:40
    ค่ะณภีมอาจจะได้มากกว่าเพื่อนก็ได้ค่ะ
    #3,288
    0
  14. #3275 dwyouveme (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 00:50
    สำหรับเรา ศีลเป็นคนโรแมนติกอะ > < ใส่ใจในเรื่องเล็กๆน้อยๆของคนรอบตัว น่ารัก
    #3,275
    0
  15. #3249 maybee23 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 08:36
    เด็กดีอะไรแบบนี้ เนอะคุณภีมน้องน่ารักกกกกก
    #3,249
    0
  16. #3185 pcy921 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 05:34
    เป็นเรื่องน่ารักอะค่ะ ชอบ
    #3,185
    0
  17. #3180 JKCBB (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 00:21
    น่ารักจริงๆ มันเป็นความน่ารักที่สบายใจมาก
    #3,180
    0
  18. #3114 jiab155 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 21:57
    อ่านแล้วยิ้มตามเลย
    #3,114
    0
  19. #3109 tchr (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 20:19
    จะแค่เพื่อนรึเปล่าคะ...
    #3,109
    0
  20. #3028 Nantashi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 23:29
    ช่ายแล้วค่ะ เป็นเพื่อนใหม่ที่ดี๊ดีเลยทีเดียว
    #3,028
    0
  21. #2974 WikyChaw (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 16:09
    จากเพื่อน เป็นแฟน อิอิ
    #2,974
    0
  22. #2952 atnathita (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 00:31
    น่ารักกกกกกกก
    #2,952
    0
  23. #2877 Ombremb (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 00:56
    น่ารักมากๆ ทำคุณภีมยิ้มตาม~
    #2,877
    0
  24. #2874 B_hundred_PCY (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 00:23
    น่าร้ากกกกกก
    #2,874
    0
  25. #2463 ochinhyong (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 20:58
    น้ำตาจิไหลชั่งจิตใจดีงาม...😆😆😆นุงศีล
    #2,463
    0