ทฤษฎีโลกกลม เขาว่าคือพรหมลิขิต [End]

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 4 : ไปเที่ยวทะเลกันไหม?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 52,188
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,637 ครั้ง
    22 ก.พ. 61





ตอนที่ 4 : ไปเที่ยวทะเลกันไหม?


 ตะวันเปิดประตูเข้าไปในร้านหนังสือ วันนี้เขามาถึงเย็นกว่าทุกครั้ง เพราะนั่งเล่นเป็นเพื่อนคนโปรดรอพี่รหัสมารับ
   
“ตะวัน” เจ้าของร้านกวักมือเรียกเขาให้เข้าไปหาที่เคาน์เตอร์
   
“ครับพี่หลิน”
   
“มีคนอยากเจอค่ะ”
   
“ใครครับ”
   
“นู่นค่ะ” เจ้าของร้านบุ้ยใบ้ไปทางด้านหลัง เขาต้องเอียงตัวมองถึงจะเห็นเพราะมีชั้นหนังสือบังอยู่
   
“คุณเมธ”
   
“ค่ะ พี่เอาหนังสือที่ตะวันฝากให้หนูดลให้คุณเมธไป ก็เลยอยากเจอมั้งคะ”
   
“แต่ผมไมได้นัดไว้” ตะวันหมายถึงเขาไม่ได้นัดไว้จะแน่ใจได้อย่างไรว่าเขาจะมา
   
“พี่ก็บอกค่ะว่าตะวันไมได้มาทุกอาทิตย์ ก็คงเลือกหนังสือไปรอไป”
   
“ขอบคุณครับพี่หลิน” ตะวันยิ้มให้เจ้าของร้าน เขาเดินตรงไปหาร่างสูงกับหนูน้อย

   
“สวัสดีครับ” รอยยิ้มกว้างที่ส่งมาทักทายทำให้ตะวันยิ้มตาม “นึกว่าตะวันจะไม่มาซะแล้ว”
   
“สวัสดีครับคุณเมธ ผมติดธุระเลยมาช้า เห็นพี่หลินบอกว่าคุณเมธอยากเจอผม”
   
“คนนี้ครับ” เมธยกมือขึ้นลูบหัวลูกชาย “บอกจะรอพี่ใจดี”
   
ตะวันย่อตัวลงนั่ง เด็กชายขยับถอยหลังสองสามก้าว ยกมือขึ้นจับกางเกงของพ่อไว้ ก่อนมองเขาด้วยรอยยิ้มอายๆ ตะวันไม่ยื่นมือเข้าไปหา เขาไม่อยากให้หนูน้อยตกใจ
   
“รอพี่เหรอครับ”
   
เด็กชายส่ายหน้า ยิ้มเก้อเขิน
   
“สงสัยจะอายครับ เมื่อกี้ยังพูดอยู่เลยว่าเมื่อไหร่พี่ใจดีจะมา”
   
“พี่ตะวันขอโทษที่มาช้า ดลรอนานไหมครับ”
   
คราวนี้เด็กชายส่ายหน้าจนผมกระจาย 
   
“ดลบอกว่าอยากขอบคุณพี่ใจดีที่ให้หนังสือ เอ..หรือเขินจนไม่กล้าพูดแล้ว” เมธกระตุ้นลูกชาย 
   
“ขอบคุณครับ” หนูน้อยพูดออกมาเสียงเบา ยกมือขึ้นไหว้งดงาม
   
“หนูดลชอบหนังสือไหมครับ” 
   
“ชอบ” 
   
ตะวันเห็นว่าหนูน้อยปล่อยมือจากขากางเกงพ่อแล้ว เขาจึงวางมือลงบนศีรษะเล็ก “เอาไว้ถ้าพี่ตะวันเจอหนังสือดีๆ จะซื้อมาฝากอีกนะ”
   
หนูน้อยเงยหน้าขึ้นมองพ่อ เมื่อเห็นเมธพยักหน้าจึงหันมาตอบ“ครับ”
   
“เสร็จจากตรงนี้ตะวันจะกลับบ้านเลยไหม” ตะวันเงยหน้าขึ้นมองเมธ ยันตัวลุกขึ้นยืน
   
“กลับเลยครับ”
   
“งั้นเดี๋ยวผมรอจะได้กลับพร้อมกัน ตะวันไมได้เอารถมาใช่ไหม”
   
“ผมขับไม่เป็นครับ แต่คุณเมธกลับเลยก็ได้ หนูดลน่าจะเมื่อยแล้ว ยืนรอตั้งนาน”
   
“ดลเมื่อยไหมลูก ปวดขาไหมครับ” ชายหนุ่มตรงหน้าก้มลงถามลูกชาย ตะวันคิดเอาเองว่าเมธกำลังพยายามสร้างความมั่นใจให้กับเด็กชาย เขาเห็นชายหนุ่มถามความคิดเห็นของลูกบ่อยครั้ง ให้ได้พูด ได้แสดงออก ซึ่งตะวันคิดว่าเป็นวิธีการที่ชาญฉลาด ไม่ใช่บอกเด็กว่าห้ามอาย หรือเอาแต่ถามว่าทำไมไม่กล้า เพราะนั่นไมได้ช่วยแก้ปัญหาสักนิด ตรงกันข้ามเด็กจะยิ่งกลัวและไม่มั่นใจในตัวเองมากยิ่งขึ้น เพราะคิดว่าสิ่งที่ทำอยู่มันผิดในสายตาคนอื่นช แต่วิธีนี้จะค่อยๆ สร้างให้เด็กมีความมั่นใจ รู้ว่าผู้ใหญ่รับฟัง
   
“เมื่อย” หนูน้อยพยักหน้าน้อยๆ
   
“ถ้าอย่างนั้นเรากลับกันก่อน” เมธพูดกับลูกชายก่อนเงยหน้าขึ้นยิ้มให้ตะวัน “ผมกลับก่อนดีกว่าครับ ถ้าผมรอเดาว่าตะวันคงรีบเลือกหนังสือเพื่อที่จะได้รีบกลับ จะมาเสียเที่ยวเปล่าๆ”
   
ตะวันมองเมธด้วยสีหน้าแปลกใจ ผู้ชายคนนี้เจอเขาแค่ไม่กี่ครั้งแต่กลับรู้ว่าเขาคิดอะไร
   
“ได้ครับ ไว้เจอกันใหม่”
   
“พ่อ” เสียงเรียกเบาๆ เรียกสายตาของคนทั้งคู่ให้ก้มลงมอง หนูน้อยดึงขากางเกงของพ่อ เพื่อให้หันมาสนใจ
   
“ครับลูก” 
   
“ไม่เมื่อย” หนูน้อยกลับคำ
   
“หึๆ ไหนเมื่อกี้บอกพ่อว่าเมื่อยไงครับ” เด็กชายเม้มปากน้อยๆ อึกอัก 
   
“อยากอยู่กับพี่ตะวันต่อใช่ไหมครับ” เด็กชายไม่พูดเพียงแต่พยักหน้า
   
“ถ้าอย่างนั้นดลก็ต้องบอกพ่อว่าอยากอยู่รอพี่ตะวัน แต่ถ้าเมื่อยก็ต้องบอกพ่อว่าเมื่อย ตกลงไหมครับ”
   
“ตกลง” 
   
“ตะวันทานอะไรมาหรือยัง”
   
“ยังครับ”
   
“เอาอย่างนี้พี่ไปนั่งรอที่ร้านครัวจันทร์ฉาย ตะวันเลือกหนังสือตามสบายเสร็จแล้วค่อยตามไป”
   
“เอาอย่างนั้นก็ได้ครับ” ตะวันปฏิเสธไม่ลงหรอก
   
“ไปครับ” เมธพูดกับลูกชาย หนูน้อยส่งมือให้พ่อจับ เดินไปแล้วก็ยังเหลียวมามองตะวัน 
   
“เดี๋ยวพี่ตามไปครับ” ตะวันต้องรีบบอก หน้าเล็กถึงยิ้มออกมาได้ เดินตามพ่อออกไปเงียบๆ


   

ตะวันเดินเข้าไปในร้านอาหาร มองหาอยู่ครู่หนึ่งถึงเจอ ระหว่างทางเขาผ่านโต๊ะที่มีครอบครัวหนึ่งนั่งอยู่ เห็นเป็นเด็กชายอายุประมาณแปดเก้าขวบ ตะวันเริ่มเป็นห่วงว่าหนูน้อยกำลังกลัวอยู่หรือไม่ เพราะโต๊ะอยู่ไม่ห่างกันนัก
   
“ได้หนังสือไหม” เมธทักตะวันเมื่ออีกฝ่ายนั่งลงตรงข้ามเขา
   
“นั่งตรงนี้ไม่เป็นไรเหรอครับ เราย้ายร้านกันไหม หรือถ้าคุณเมธกับหนูดลอิ่มแล้วเรากลับเลยก็ได้ ผมยังไม่หิวเดี๋ยวค่อยไปกินที่บ้าน” เพราะเป็นห่วงหนูน้อยตะวันจึงพูดออกมาเป็นชุด โดยไม่ได้ตอบรับคำทักทายของเมธ
   
“เดี๋ยวครับตะวัน” เมธรีบเบรก นึกเอ็นดูสีหน้าเดือดเนื้อร้อนใจของตะวัน “เกิดอะไรขึ้นครับ”
   
“ก็...” ตะวันเบือนหน้าไปยังโต๊ะที่เดินผ่านมา ใช้สายตามองให้เมธรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร ตะวันไม่อยากพูดออกมากลัวเด็กชายได้ยินจะยิ่งกลัว
 
“ไม่เป็นไรครับ ดลกลัวนิดเดียวตอนเดินผ่าน แต่พอนั่งแล้วก็ไม่เป็นไร”
   
“แต่วันนั้น..” ตะวันยังจำปฏิกิริยาของเด็กชายวันนั้นได้   

“ผมเคยสังเกตแกจะกลัวมากเฉพาะกับเด็กผิวแทน ผมเกรียนๆ หุ่นประมาณนั้น เป็นไปได้ว่าคล้ายกับคนที่มีปัญหาด้วย” เมธพยายามหลีกเลี่ยงคำว่าแกล้ง “แต่ถ้าเห็นเด็กวัยนี้จะแค่กลัวๆ ไม่กล้าเข้าใกล้เท่านั้นเอง”

“เข้าใจแล้วครับ” 

“สั่งอะไรมากินก่อน ตะวันหิวหรือยัง” เมธส่งเมนูที่วางอยู่ข้างตัวให้ 

“ยังไม่หิวครับ” ตะวันรับเมนูมาเลือกอาหารจานเดียวง่ายๆ เพราะเห็นว่าเมธกับหนูดลทานไปเยอะแล้ว จะได้ไม่เสียเวลา

   
“เอาแต่แอบมองพี่ตะวันแบบนั้น พี่ตะวันก็เขินแย่สิลูก” เมธแซ็วลูกชาย เพราะระหว่างที่ตะวันกินข้าวไปหนูน้อยก็แอบมองไป
   
“ไม่เป็นไรครับ พี่ตะวันอนุญาตให้มองได้” ตะวันใช้นำเสียงอ่อนโยนพูดกับเด็กชาย หนูน้อยยิ้มอายแต่คราวนี้ไม่หลบหน้า
   
“ดลยังไม่ค่อยคุ้นกับคนอื่นนอกจากผมกับคุณพ่อคุณแม่เท่าไหร่ เห็นมีแค่ตะวันที่ยอมให้เข้าใกล้ ดูเหมือนจะถูกชะตากับตะวันมาก เพราะพี่ตะวันใจดีใช่ไหมครับ” เมธก้มหน้าลงถามลูกชาย หนูน้อยพยักหน้า
   
“พี่ใจดีดีกับดล” แค่คำพูดสั้นๆ ก็ทำเอาตะวันเกือบน้ำตาคลอ เขาตัดสินใจเอื้อมมือข้ามโต๊ะไปหา แบมือออกตรงหน้าเด็กชาย หนูน้อยมองมือของเขานิ่งก่อนวางมือของตัวเองลงมา ตะวันบีบมือนั้นเบาๆ 
   
“เพราะพี่ตะวันชอบหนูดลไงครับ หนูดลเป็นเด็กน่ารักใครๆ ก็ต้องรัก” เด็กน้อยยิ้มเขิน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าตกใจ ชักมือออกจากมือของตะวัน เบียดกายเข้าหาผู้เป็นพ่อ
   
“ไงคะเมธ ไม่เจอกันตั้งนาน” ตะวันหันไปมองเจ้าของเสียง หญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ที่หัวโต๊ะ รูปร่างสูงเพรียว  ใบหน้าสวย แต่งกายด้วยเสื้อผ้าอย่างดี ดูเป็นผู้หญิงเชื่อมั่นในตัวเอง
   
“อิม”  ตะวันลอบสังเกตสีหน้าของเมธ ชายหนุ่มดูปกติทุกอย่าง มาทานข้าวเหรอ”
   
“ค่ะ คิดอยู่ว่าอาจเจอเมธ แต่ไม่คิดว่าจะเจอจริงๆ สบายดีนะคะ”
   
“ครับ อิมสบายดีใช่ไหม” ตะวันคิดว่าสายตาของเมธมีความเป็นห่วงเป็นใย ไม่ใช่ถามตามมารยาททั่วไป
   
“สบายดีค่ะ สบายกว่าเดิมเพราะไม่ต้องเหนื่อยกับเรื่องที่ไม่ควร”
   
“อิม” เสียงของเมธเข้มขึ้น รวมทั้งรอยยิ้มบนใบหน้าก็หายไปด้วย หญิงสาวยักไหล่ ตวัดสายตามองเด็กชายดล ตะวันบอกได้ว่าสายตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
   
“ไม่แนะนำหน่อยเหรอคะ” ตะวันยกมือขึ้นไหว้ เพราะดูแล้วเขาคงอ่อนกว่าหลายปี
   
“นี่ตะวันครับ เป็นเพื่อนบ้าน”
   
“สวัสดีค่ะ เพิ่งย้ายมาที่คอนโดเหรอคะ อิมไม่คุ้นหน้า” 
   
“ที่บ้านพ่อน่ะ” เมธขยายความ
   
“อ๋อ” ดูเหมือนหญิงสาวจะไม่ใส่ใจอีก
   
“ส่วนนี่อิมเป็น ...”
   
“ภรรยาของเมธค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” หญิงสาวพูดแทรกแนะนำตัวเองขึ้นมา 

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ตะวันส่งยิ้มให้เป็นการทักทายอีกครั้ง
   
“อิมไปก่อนนะคะเพื่อนมารอแล้ว ถ้าเมธคิดถึงอิมไปหาที่บ้านได้เสมอนะคะ อิมจะรอ แต่เมธรู้ใช่ไหมคะว่าควรไปคนเดียว” สายตาสองคู่ประสานกัน ตะวันรู้สึกอึดอัด เขารู้สึกแปร่งหูกับคำพูดของหญิงสาว และที่สำคัญเขาไม่เห็นภรรยาของเมธทักทายหนูดลเลย ไม่แม้แต่คำเดียว 
   
“ทานต่อเถอะ” เสียงของเมธเคร่งขรึมหลังจากหญิงสาวเดินจากไป รอยยิ้มที่ส่งให้เขาไม่สว่างเหมือนเดิม ตะวันไม่ซักถาม เขารีบกินข้าวที่เหลือให้เสร็จ คิดว่าเมธน่าจะอยากกลับแล้ว
   
ตะวันอดลอบมองทั้งสองพ่อลูกไม่ได้ เมธเคร่งขรึมขึ้น ในขณะที่หนูน้อยนั่งซุกแขนพ่อ ไม่พูดไม่จา ไม่สบตากับเขา

   


“ผมนั่งข้างหลังได้ไหมครับ” ตะวันตัดสินใจถามเมธเมื่อเดินมาถึงที่รถแล้ว ตลอดทางหนูดลไม่พูดอะไรเลย 
   
“ได้สิ” เมธวางลูกชายลงบนที่นั่งของเด็ก จัดการรัดเข็มขัดให้เรียบร้อย ตะวันเดินอ้อมไปขึ้นรถอีกฝั่ง เขาขยับตัวเข้าไปใกล้หนูน้อยแต่ยังไม่พูดอะไร
   
เมธขับรถออกจากลานจอด ตะวันจึงพูดขึ้น “พรุ่งนี้วันเสาร์คุณเมธไปไหนไหมครับ”
   
“ไม่ได้ไปครับ”
   
“จะน่าเกลียดไหมครับ ถ้าผมจะชวนคุณเมธไปเที่ยว” 
   
“ไปไหนครับ”
   
“ชะอำครับ ขับรถไปเช้าเย็นกลับ สนใจไหมครับ” เมธสบตากับตะวันผ่านทางกระจกมองหลัง เขาแปลกใจเล็กหน่อย เพราะการเดินทางแม้ไม่ไกลมากแต่คงไม่ใช่ทริปที่จะชวนคนเพิ่งรู้จักไป
   
“ได้ครับ” เมธไม่ได้ปฏิเสธ เขาแค่แปลกใจไม่ได้แปลว่าไม่อยากไป
   
“หนูดลเคยไปทะเลไหมเอ่ย” ตะวันหันไปยิ้มให้เด็กชาย หนูน้อยส่ายหน้าช้าๆ
   
“ผมเพิ่งรับดลมาอยู่ด้วยไม่ถึงปีครับ กะว่ารอให้ปรับตัวได้ก่อนจะพาไปเที่ยว อีกอย่าง...” ตะวันรอฟังเพราะเมธเงียบไป
   
“ที่บ้านผมมีปัญหานิดหน่อย เพิ่งเรียบร้อยเมื่อไม่นานนี้”
   
“ครับ” ตะวันไม่คิดถามว่าคืออะไร “แต่ผมชวนเพื่อนไปด้วยได้ไหมครับ เอารถไปอีกคัน ไม่ต้องห่วงเรื่องหนูดล ผมมั่นใจว่าต้องเข้ากับเพื่อนๆ ของผมได้แน่ครับ”
   
“ได้ครับไม่มีปัญหา ผมเองก็อยากให้ลูกลองใช้เวลากับคนอื่นๆ ที่ไม่สนิทดูบ้าง”
   
“ผมถามอะไรอย่างได้ไหมครับ ถ้าละลาบละล้วงเกินไปก็ขอโทษด้วย”
   
“เชิญครับ”
   
“หนูดลอายุเท่าไหร่ครับ เข้าโรงเรียนหรือยัง”
   
“ดลอายุสี่ขวบกว่า แต่ผมยังไม่ได้ให้ลูกเข้าโรงเรียน อยากให้แกปรับตัวให้ได้ก่อน เข้าเรียนช้ากว่าคนอื่นสักปีคงไม่เป็นไร”
   
“ครับ” ตะวันเห็นด้วยกับความคิดของเมธ เขาเอียงตัวหันไปหาหนูน้อย ส่งยิ้มกว้างไปให้ไม่ใช่รอยยิ้มอ่อนโยนเช่นทุกครั้ง เขาอยากให้เด็กชายหายเศร้าเร็วๆ
   
“พี่ตะวันชอบไปทะเล หนูดลเคยเห็นทะเลไหมครับ”
   
“เคย พ่อให้ดูรูป” ตะวันสังเกตหนูน้อยพูดเสียงสุภาพแต่ไม่มีคำว่าครับ นานๆ ถึงจะพูดเสียที แม้ผู้เป็นพ่อจะพูดด้วยเกือบทุกครั้ง ถ้าให้เขาเดาคงเป็นเพราะตอนอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เด็กชายไม่เคยพูดมาก่อน

“พี่ตะวันชอบไปนั่งเล่นทราย ทำเป็นรูปต่างๆ ทำเป็นรูปดาวได้ด้วยนะครับ”

“พระอาทิตย์ได้ไหม”

“ได้สิ แต่พี่ตะวันทำออกมาไม่เหมือนเท่าไหร่ ต้องพี่ไทยทำเก่งมาก”

“พี่ไทย?” 

“พี่ไทยเป็นเพื่อนพี่ตะวันครับ พรุ่งนี้เราจะไปเที่ยวด้วยกัน จะเล่นทรายกันให้สนุกไปเลย หนูดลเล่นกับพี่ตะวันด้วยได้ไหมครับ” ตะวันเลือกใช้ประโยคเป็นเชิงขอร้อง

หนูน้อยมองตรงไปยังผู้เป็นพ่อ แต่เมธไม่เห็นตะวันจึงถามแทนให้

“คุณเมธครับ ให้หนูดลเล่นทรายกับพวกผมได้ไหมครับ”

“ได้อยู่แล้ว”

“เย่” ตะวันยกมือขึ้นทำท่าดีใจให้หนูน้อยดู เขาไม่ค่อยทำท่าทางเด็กๆ แบบนี้ ยังอดนึกขำตัวเองไม่ได้ แต่เพื่อหนูน้อยแล้วเขาเต็มใจที่จะทำ “ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้เราไปเที่ยวด้วยกันนะครับ”
   
“ครับ” หนูน้อยพยักหน้า
   
“ไปเล่นทราย ไปว่ายน้ำ ไปเดินหาเปลือกหอย แล้วก็กินของอร่อยๆ”
   
“ดลอยากไป” สีหน้าของหนูน้อยดีขึ้น เมื่อมีเรื่องอื่นให้คิดและสนใจ ไม่หงอยเหมือนครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา ตะวันยิ้มเมื่อเห็นดังนั้น 
   
“สักกี่โมงดี เดี๋ยวผมไปรับตะวันที่บ้าน”
   
“แปดโมงเช้าดีไหมครับ หนูดลจะได้ไม่ต้องตื่นเช้าจนเกินไป”
   
“กำลังดีเลย ตกลงตามนั้นครับ”
   
“คืนนี้พี่ต้องนอนไม่หลับแน่เลย ตื่นเต้นจะได้ไปทะเลกับหนูดล” ตะวันหันไปบอกหนูน้อย มือเล็กๆ ยื่นมาแตะแขนเขา พร้อมกับรอยยิ้มอายๆ
   
“พี่ใจดีนอนนะ พ่อบอกไม่นอนเดี๋ยวไม่สบาย”
   
“หึๆ” เสียงหัวเราะดังมาจากที่นั่งคนขับ
   
“ตกลงครับ พี่ตะวันจะเชื่อหนูดล พรุ่งนี้เราจะได้ไปเที่ยวด้วยกัน” ตะวันยกมือวางลงบนศีรษะเล็ก เด็กชายเงยหน้าขึ้นสบตา 
   
“ครับ”
   
ตะวันมองหนูน้อยด้วยสายตารักใคร่ะ เขาคิดว่ามันแปลกที่จู่ๆ ชวนคนไม่สนิทสนมไปเที่ยว แต่เห็นรอยยิ้มของหนูน้อยแล้ว ตะวันไม่นึกเสียใจเลย เด็กคนนี้ไม่ควรต้องเศร้าอีกต่อไป

✪✣✤✥✦TBC✤✥✦✧✪
สปอย..
.
.
.
.
พี่ๆ ไม่ต้องห่วงนะคะ หลังจากนี้หนูดลจะค่อยๆ สดใสร่าเริง น่ารักน่าหยิกแน่นอน ><






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.637K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,313 ความคิดเห็น

  1. #4312 PuiPui--r (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:37
    เด๋ออ่ะเธอ เดินมาทักเอง เสนอตัวให้เขาไปหาที่บ้านเองแต่ดันเยอะมีเงื่อนไข คือทั้งหมดนี่ผู้ชายไม่ได้ว่าอะไรสักคำ
    #4,312
    0
  2. #4306 rnhaha (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 17:31
    น่ารักที่สุดเลยTT
    #4,306
    0
  3. #4301 เรือผีล่ะค่ะLonely (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 มกราคม 2564 / 21:25

    โอ้ยยยยความคาวาอี้~~ของหนูดลเข้าตาเจ๊เต็มๆเลยลูก รอแม่หมอจันทร์ค่ะ555 น้องจันทร์นี่ถ้าจะนำแกงค์เด็กแสบเลย

    #4,301
    0
  4. #4293 kukkukkai (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2563 / 23:04
    ต้องเลิกกันเพราะทำร้ายหนูดลแน่ๆเลย
    #4,293
    0
  5. #4285 Thawanhatai_100 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 19:28
    อดีตก็คืออดีตค่ะชะนี ไปเรียกหาผัวที่ซ่องนู่นไป๊ปปป
    #4,285
    0
  6. #4274 Spices_smile (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 07:57
    สรุปมีเมียมั้ย
    #4,274
    0
  7. #4269 YanisaCH (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 12:40
    น่ารักกกกกกก
    #4,269
    0
  8. #4254 JIM7325 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 09:24
    ว้าววว...ดลตะวันเมธ
    #4,254
    0
  9. #4230 makeky~ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 17:51
    ตะวันกับหนูดลแข่งกัยน่ารัก
    #4,230
    0
  10. #4208 goi_iog (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:51
    ตะวัน...ทำไมดีขนาดนี้นะ น่ารักพอๆ กับหนูดลเลย
    #4,208
    0
  11. #4191 someone_110 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 17:54
    อดีตภรรยา เธอลืมเติมคำว่าอดีตหรือเปล่ายะ
    #4,191
    0
  12. #4171 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 00:49

    แหมมม เคยได้ยินว่าผู้ชายเค้าเรียกเธอว่า อดีตภรรยานะหล่อน!

    #4,171
    0
  13. #4143 HaeMay (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 22:18
    ภรรยาเก่าพูดจาไม่ดีเลย ดีแล้วที่เลิกไป หนูตะวันอ่อนโยนกว่าเยอะ
    #4,143
    0
  14. #4125 Kun Kuna (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 12:28
    ทีมเรือผี หนูดลตะวันได้มั้ยเนี่ย55
    #4,125
    1
    • #4125-1 Poon_P21(จากตอนที่ 5)
      7 ธันวาคม 2562 / 14:21
      ได้ค่ะได้ ขอสมัครเป็นลูกเรือค่ะ555
      #4125-1
  15. #4100 SevenCats (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 15:27

    ภรรยาเหรอ ภรรยาพูดจาแบบนี้เหรอ นี่เป็นสามีจะฟ้องหย่าเดี๋ยวนี้เลย

    #4,100
    0
  16. #4074 Nuthathai Por (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 10:23

    ตะวันต้องทำให้หนูดลกลับมาเป็นเด็กร่าเริงได้แน่ ๆ

    #4,074
    0
  17. #4066 เดือนสิบไงจะใครล่ะ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 14:41
    คุณเมธยังไม่หย่ากับภรรยา หรือเปล่า
    #4,066
    0
  18. #4000 greentealatte ♡ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 14:40
    ผู้หญิงคนนี้นี่มันยังไง
    #4,000
    0
  19. #3956 gonjung (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 03:39
    อืมพอจะเข้าใจทำไมเป็นอดีตภรรยาหนูดลน่ารักขราดนี้ทำไมใจรืายกะน้องนะ
    #3,956
    0
  20. #3945 HR SK (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 17:59
    หนูดล อยากกอดหนูจังเลย โอ๋นะคับ
    #3,945
    0
  21. #3935 Chompoo_mg (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:39
    หนูดลรู้กกก น่ารักมากกกก พี่ตะวันด้วยน่ารักไม่สมอายุเลย5555 อยากบีบพี่ตะวันว้อยแงง
    #3,935
    0
  22. #3909 withfluffyp (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 20:32
    มาละภรรยาเก่า เฮ้อ เคยทำอะไรให้หนูดลกลัวล่ะเนี่ย
    #3,909
    0
  23. #3891 maybee23 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 10:52
    'คุณอดีตภรรยา' น่าจะทำเคยเรื่องน่ากลัวกับน้องดลใช่มั้ย น้องถึงกลัวขนาดนี้อะ
    #3,891
    0
  24. #3873 varatcha4 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 06:46

    หนูดลน่ารักใจบางหมดแล้ว
    #3,873
    0
  25. #3843 Tai (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 14:37

    น่ารักอีกแล้วสามคนนี้

    #3,843
    0