คัดลอกลิงก์เเล้ว
Hoshi no namida | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
กาวน้ำตาดวงดาวเวิร์ส...
เป็นโมเม้นต์ที่อยากจะดราม่าบ้าง แต่ไม่ว่ายังไง ทั้งสองคนก็แฮปปี้ค่ะ
//ฟิคส่วนมากจะแปะในทวิตเตอร์และwp นานนานจะมาเด็กดี...

เนื้อเรื่อง อัปเดต 27 พ.ค. 62 / 19:20


Bungou Stray Dogs Fanfiction :ONE SHOT
Paring : Dazai x Chuuya
น้ำตาดวงดาวเวิร์ส/Hoshi no namida

ท่ามกลาง​สายฝนที่ตกติดต่อกันยาวนานมาหลายวัน เนื่องด้วยเป็นช่วงเปลี่ยนฤดูกาล​ ทำให้ทั่วทั้งโยโกฮาม่าชุ่มชื่น​ไปทั่วทุกพื้นที่ ร่างเล็กของผู้บริหารองค์กร​มาเฟียถือร่มสีดำสนิทเข้ากับชุดที่สวมอยู่ ยืนนิ่ง ณ มุมหนึ่งที่สามารถมองเห็นสุสานแห่งหนึ่งได้อย่างชัดเจน สายตาของผู้บริหารหนุ่มผมสีสดใสราวกับแสงของพระอาทิตย์​จับจ้องไปยังร่างสูงที่ยังคงนั่งหันหลังพิงอยู่กับป้ายหลุมศพที่อยู่ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ ชุดเสื้อ​โค้ทสีทรายเปียกชุ่มไปด้วยสายฝน ผมเผ้า​ที่ยุ่งเหยิง​เปียก​ปอนจนลู่ไปกับศีรษะ​แต่เจ้าของผมสีน้ำตาลเข้มก็ไม่มีทีท่าจะขยับลุกออกจากตรงนั้นแม้แต่น้อย,,
"วีธี​ฆ่าตัวตายแบบใหม่ของแกเหรอ? ตากฝนจนตาย?"
ร่างเล็กส่งเสียงทักทายเมื่อเดินเข้ามาใกล้ในระยะที่คิดว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงของเขา
"มันคงจะเป็นการฆ่าตัวตาย​ที่สะอาด​สดใส ถ้ามาเฟีย​อย่างชูยะไม่โผล่มาทำลายบรรยากาศ​"
อีกร่างตอบกลับมาโดยที่นั่งพิงป้ายหลุมศพนิ่ง ไม่แม้แต่จะหันมามองคู่สนทนา
" ไร้สาระ วีธีตายแบบนั้นมันไม่มีตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่เหรอไงวะ!"
"ใช่ๆ คนแบบชูยะก็คิดได้แค่นั้นแหละน้า น่าเบื่อจริงๆเลย"
" ไอ้เวรดาไซแก! "
" เอาละๆ เลิกโวยวายแล้วไปให้พ้นหน้าชั้นสักทีเถอะ เพราะชั้นน่ะเกลียดชูยะจะแย่อยู่แล้วละนะ"
ร่างสูงขัดขึ้นมาก่อนที่ร่างเล็กจะทันได้โวยวายอะไร
" ชิ ชั้นก็เกลียดแกที่สุดเหมือนกัน ไอ้เวรดาไซ! "
ผู้บริหาร​ร่างเล็กสบถ​อย่างไม่พอใจพร้อมหันหลังสะบัดชายเสื้อที่พาดคลุมไหล่ไว้ซึ่งแม้สายฝนก็ไม่อาจทำให้เปียกได้ ก่อนจะเดินออกห่างร่างสูงที่ค่อยๆหันมามองแผ่นหลังเล็กๆที่ห่างออกไปเรื่อยๆจนลับตาไปในที่สุด,,
-----------------------------

หลายต่อหลายครั้งที่ปรากฏ​เหล่าผู้มีพลังพิเศษที่หวังจะทำลายโยโกฮาม่าให้ลุกเป็นไฟ แต่เพราะมีสำนักงานนักสืบบุโซ และองค์กร​มาเฟียที่ทรงอิทธิพล​ที่สุดในเมืองนี้อย่างพอร์ทมาเฟีย ที่คอยกำจัดเหล่าผู้มีพลังพิเศษ​ที่หวังจะทำลายโยโกฮาม่า แม้เป้าหมายจะต่างกันแต่ในบางครั้งก็ให้ความร่วมมือ​ต่อกันเพื่อปกป้องบ้านเมืองอันเป็นที่รักแห่งนี้,,
สิ่งหนึ่งที่ทำให้นักสืบร่างสูงผมยุ่งเหยิง​อย่างดาไซเริ่มสงสัย​คือ เป็นระยะ​เวลานานหลายเดือนแล้วที่เค้าไม่ได้พบเจอ นากาฮาระ ชูยะ เพราะเป็นฝ่ายตรงข้าม​กัน หลายครั้ง​ก็มีการขัดแย้งด้วยเป้าหมายที่ต่างกันบ้างและอีกหลายต่อหลายครั้งที่ร่วมมือกันเพื่อกำจัดผู้ที่คิดร้ายกับเมืองนี้บ้าง แต่ทุกครั้งก็จะเป็นอาคุตางาวะที่ออกหน้ามารับงานเหล่านี้,, ทั้งที่ตามปกติ​แล้วจะต้องมี2ใน5ครั้งเลยก็ว่าได้ที่มีแนวโน้มว่าจะต้องเป็นชูยะที่ออกมารับหน้าที่แต่ก็ไม่ใช่,, ดาไซรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ​นี้,,
ครั้งสุดท้าย​ที่ได้เห็นร่างของผู้บริหาร​เจ้าของพลังควบคุม​แรงโน้มถ่วง​ก็คงเป็นที่สุสาน​วันนั้นละมั้ง,,
"นี่ อาคุตางาวะ ชั้นถามอะไรหน่อยสิ"
จนในที่สุดดาไซก็เรียกอาคุตางาวะไว้หลังจากเสร็จภาระกิจหนึ่งที่พอร์ต​มาเฟีย​มาร่วมมือด้วย,,
"กระผม​ไม่มีหน้าทีตอบ​คำถามคนขององค์กร​ศัตรู"
เจ้าของ​พลังราโชม่อนตอบกลับมาอย่างเย็นชา
"อาคุตางาวะ! ดาไซซังถามดีๆนะ นายจะหาเรื่องหรือไง"
" หุบปากไปจินโค ชั้นไม่ได้พูดกับแก"
"พอก่อนนะทั้งสองคน"
ดา​ไซ​ตัดสินใจขัดขึ้นมาก่อนเรื่องจะยืดยาวจนถึงขั้นลงไม้ลงมือกัน เพราะเค้ามีเรื่องที่อยากได้ข้อมูลมากกว่าจะต้องมาแบกอัตสึชิกลับสำนักงานเพราะถูก ราโชมอนเล่นงานโดยไม่จำเป็น
"อาคุตางาวะ,, ชั้นถามเธอในฐานะลูกศิษย์​ชั้นคนหนึ่งต่างหากไม่เกี่ย​วกับเรื่องงานหรอกน่า"
อาคุตางาวะชะงักเล็กน้อย​ก่อนจะเอ่ยถามด้วยใบหน้าเจือสีเลือด​ฝาดขึ้นมาเล็กน้อย
"จะถามอะไรกะผมเหรอ"
"ชูยะ อยู่ที่ไหนเหรอ"
ดาไซสังเกต​เห็น เป็นอีกครั้งที่อาคุตางาวะชะงัก​ไปพร้อมกับ​ใบหน้าที่ซีดลงอย่างเห็นได้ชัด
" หือ ว่าไงละ เรื่องแค่นี้นายคงรู้​สินะ ก็เป็นอดีต​ลูกศิษย์​ที่ชั้นภูมิใจนี่นา"
"ดาไซซังอยากรู้ไปทำไมเหรอครับ กระผมคิดว่าคุณเกลียดชูยะซังนะครับ"
อา​คุ​ตางาวะตอบเสียงเรียบ
" ใช่ เกลียดมาก เธอจะบอกชั้นได้หรือเปล่าละอาคุตางาวะ"
ดาไซสาวเท้า​เข้าใกล้อีกฝ่ายคล้ายจะกดดันให้รีบตอบคำถามเขาเสียที
" กระผม....... "

-------------------------
ดวงตาสีฟ้าหม่นหมอง​เหม่อมองออกไปยังท้องนภาเบื้องหน้า,, แม้จะรับรู้ได้เพียงแสงสว่างที่เลือนลาง​แต่ก็รู้สึก​ได้จากบรรยากาศ​รอบตัวที่เริ่มเย็นลงเรื่อยๆ,,ได้ยินเสียงคลื่นทะเลซัดสาดเป็นจังหวะราวกับเสียงดนตรีขับกล่อม สายลมยามเย็นที่มีกลิ่นอาย​ของทะเลพัดปะทะใบหน้าแผ่วเบา,,
ตอนนี้ชูยะพักอยู่ในบ้านพักริมทะเลแห่งหนึ่งซึ่งโมริซัง บอสแห่งพอร์ตมาเฟีย​เป็นคนจัดหาพร้อมส่งคนมาคอยดูแลเค้าอย่างใกล้ชิด ซึ่งชูยะคิดว่าไม่จำเป็นเลยสักนิด ถึงแม้เค้าจะมองเห็นเพียงเลือนลางแต่ก็สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ,, ใช่แล้ว,, เค้ามองเห็นแค่เพียงเลือนลาง​เท่านั้น,, เรื่องมันเริ่มมาจากครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่คู่หูของเขาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย​,,
เพื่อนสมัยเด็ก?,, คู่หู!,, คนที่ไว้ใจ,, คนที่ฝากชีวิต​ไว้,, ทุกอย่างล้วนไร้ค่า,, ไม่เคยมีแม้สักครั้งที่มีความหมาย,,
หนึ่งหยดน้ำตาที่ตกกระทบลงมาเปล่งประกายแสงราวกับดวงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน สว่างสุกใสจนดวงตาพร่ามัว,, แล้วหลังจากนั้นทุกครั้งที่หยาดน้ำตาของเค้าเปล่งประกาย​ด้วยเรื่องเดิมๆของคนเดียวคนนั้นดวงตาของเค้าก็ราวรับถูกช่วงชิงแสงสว่างไปเรื่อยๆจนใกล้จะหมดสิ้น,,
ถ้าเพียงแค่อีกครั้งเดียวชูยะก็คงถูกความมืดมิดกลืนกินไปในที่สุด
แม้จะพยายาม​สรรหา​หนทางต่างนาๆเพื่อรักษาแต่ก็ดูเหมือน​จะไร้ประโยชน์,, ทั้งการรักษาทางการแพทย์​ปกติหรือแม้แต่พลังพิเศษ​ใดๆก็ไม่สามารถ​ทำให้ประสายแสงแห่งดวงตาของชูยะกลับคืนมาได้เลย,,
ชูยะได้แต่คิดว่า มันอาจจะ​เป็นอีกเรื่องตลกหรืออีกคำสาปหนึ่งที่ดาไซสาปเขาไว้,, ใช่,, เพราะเขาเป็นคนที่ดาไซเกลียด ดาไซเกลียด​เขามาตั้งแต่แรก,, เหตุ​ผลเดียวที่พวกเขา​ทำงานด้วยกันเป็นคู่หูกัน,, ก็​เพราะ​มันคืองาน ถ้าเลือกได้ดาไซคงอยากที่จะเป็นคู่หูกับคน คนนั้น มากกว่าชูยะ,, เค้ารู้มาตั้งแต่แรกแล้ว รู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้,,
และด้วยสภาพร่างกายแบบนี้บอสจึงออกคำสั่งอย่างลับๆให้ชูยะมาพักรักษาตัวอยู่ในที่แห่งนี้,, แต่ก็ไม่อาจเรียกได้ว่า รักษาตัว เพราะไม่มีทางไหนจะรักษาชูยะให้ดีขึ้นแม้แต่น้อย,, แต่เรื่องที่บอสต้องการจริงๆคงเป็นการ กันชูยะออกห่างจากคนที่จะทำให้อาการของเขาแย่ลงเสียมากกว่า ทุกครั้งที่ได้ยินคำว่า เกลียด ด้วยเสียงน้ำเสียงที่ไร้ซึ่ง​ความใส่ใจใยดีนั้น,, น้ำตาของเค้าก็แทบพลั้งพรูออกมาทุกครั้งไป,,

ชูยะส่ายหัวไปมาน้อยๆเพื่อสลัดความคิดที่ทับถมอัดแน่นราวกับตะกอนในจิตใจ,, ได้ยินเสียงเปิดประตู​ห้อง,, ได้เวลาอาหารเย็น​แล้วสินะ,,
เพราะชูยะปฏิเสธ​ที่จะให้คนมาเฝ้าดูแล​ตลอด​เวลาตามที่บอสสั่ง,, จึงกลายเป็นว่า นอกจากชูยะจะสามารถเรียกใช้ลูกน้องที่คอยคุ้มกันอยู่รอบๆบ้านและภายในบ้านได้ตลอด24ชั่วโมงแล้วก็จะมีเพียงแค่คนนำอาหารมาให้ในห้องส่วนตัวของเค้าวันละ3ครั้งต่อวันเท่านั้น,,
ได้ยินเสียงเดินเข้ามาเบาๆพร้อมกับเสียงวางบางอย่างบนโต๊ะอาหาร​ แต่แทนที่เสียงฝีเท้าจะเบาลงกลับชัดเจนขึ้นจนมาหยุดอยู่ตรงหน้าเก้าอี้โยก​ริมระเบียงที่ชูยะนั่งอยู่ เพราะไม่มีกลิ่นอายของความประสงค์​ร้าย ชูยะจึงนั่งเงียบเฉยอยู่กับที่ ก่อนจะเห็นเงาเลือนราง​ของร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้า,, ร่างสูงค่อยๆทรุดตัวลงนั่งด้านหน้าของชูยะ รู้สึกได้ถึงความอบอุ่น​ของฝ่ามือกว้างที่วางแนบมากับแก้ม​นิ่ม นิ้วมือเรียวยาวเลื่อน​มาสัมผัส​เพียงแผ่วเบาใต้ดวงตาก่อนจะขยับวนไปมาราวกับจะเยียวยา​รักษาให้หายเจ็บปวด
"ชูยะ..."
ไม่ต้องรอจนร่างสูงส่งเสียงเรียกเค้า ชูยะรับรู้ถึงตัวตนของคนตรงหน้าตั้งแต่ได้ยินเสียงฝีเท้าที่เดินเข้าใกล้ แค่จังหวะ​การเดินทำไมเค้าจะจำไม่ได้กันละ,,
ราวกับถูกแช่แข็งไว้กับที่แม้จะอยากหายไปตรงนี้ หายไปจากคนตรงหน้านี้แต่ก็ไร้เรี่ยวแรง​เกินกว่าจะขยับตัวหนีได้ด้วยซ้ำ,,
"ชูยะ.."
อย่ามาเรียกชื่อชั้นด้วยเสียงแบบนั้น! ชูยะอยากจะตะโกนใส่ร่างสูง อยากผลักออกไปให้พ้นทาง
ชูยะค่อยๆยกมือที่สั่นเทาของตัวเองขึ้นพยายามปัดมือหนา​ที่วางทาบทับพวงแก้มทั้งสองข้างของตัวเองออก แต่กลับกลายเป็นถูกดึงรั้งเข้ามาแนบกับอกกว้างแทน สองมือของชูยะพยายามดันร่างสูงออกไปอีกครั้งก่อนจะสัมผัส​ถึงลมหายใจ​อุ่นร้อนข้างหู
"ขอโทษ"
ร่างกายหยุดนิ่งดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างขึ้นรู้สึกร้อนผ่าวบริเวณ​ขอบตาทั้งสอง ลมหายใจติดขัดราวกับมีบางอย่างจุกแน่นอยู่ในลำคอ ก่อนน้ำตาจะเอ่อล้นออกมาจากดวงตาสีฟ้าหม่นหมอง,, หยาดหยดน้ำตาร่วงหล่น​หยดแล้วหยดเล่าอย่างไม่ขาดสาย เกิดเป็นประกายแสงเจิดจ้าราวกับดาวตกในคืนอันมืดมิด,, และนั่นคือแสงสุดท้ายก่อนชูยะจะตกสู่ความมืดมิดอันเป็นนิรันดร์​
"เฮ้อ,, ทำให้เป็นห่วงตลอดเลยนะชูยะเนี่ย เอาล่ะ! ตั้งใจฟังดีๆด้วยละ"
ร่างสูงคลอเคลีย​กระซิบ​อยู่ข้างหูด้วยเสียงแผ่วเบา​แต่แฝงด้วยความจริงจัง
"ฉันน่ะนะ รักชูยะ รักมาตั้งแต่แรกแล้วละ"
ร่างสูงกล่าวอย่างหนักแน่น​ พร้อมกระชับ​อ้อมกอดแน่นขึ้น รั้งร่างบางเข้ามาแนบชิดพร้อมแนบริมฝีปากกับแก้มนุ่มนิ่มเบาๆ
" กะ,,​โกหก"
เป็นครั้งแรก​ที่ร่างเล็กตอบดาไซกลับมา,, ดาไซอมยิ้มบางๆ ลูบเบาๆไปยังผมสีแสงอาทิตย์​สดใสที่หลงไหลมาตั้งแต่แรกเห็น,,
" ไม่ได้โกหกสักหน่อย"
วางหน้าผากตัวเองแนบกับหน้าผากเล็กก่อนจะจ้องเข้าไปในดวงตาสีฟ้าสว่างไสว​ที่เริ่มกลับมาสดใสอีกครั้ง,,
"ชู​ยะเชื่อใจ​ชั้นไหมละ เชื่อว่าชั้นไม่โกหกหรือเปล่า? หือ? "
ร่างสูงว่าพลางงับจมูก​อีกฝ่ายเบาๆอย่างขี้แกล้ง
ดาไซถามออกไปโดยที่รู้ดีอยู่แล้วว่าชูยะเชื่อใจเค้ามาตลอดตั้งแต่ครั้งแรก​ที่ร่วมต่อสู้ด้วยกันจนถึงตอนนี้,, ที่แม้จะสังกัดคนละฝั่งฝ่ายก็ตาม ชูยะไม่เคยลังเลที่จะเปิดผนึก​พลังใช้มลทิน​เพราะเชื่อในตัวดาไซมาตลอด
หลักฐาน​อีกอย่างก็คือตัวตนของดาไซที่สะท้อน​กลับมาจากดวงตาทั้งสองข้างของคนตัวเล็กอย่างชัดเจน
ดวงตาของชูยะจะหายเป็นปกติ​ได้เมื่อความรักสมหวัง,, และนั่นคือวิธีหลุดพ้นจากคำสาปของน้ำตาแห่งดวงดาวนั่นเอง,,
ดาไซกดริมฝีปากแนบลงไปบนเปลือกตาของชูยะก่อนค่อยๆลากลงมายังกลีบปากนุ่ม ก่อนจะงับริมฝีปากบางอย่างจงใจแกล้งอีกฝ่าย
"อย่าทำให้เป็นห่วงแบบนี้อีกรู้ไหม,, จิบิ"
ชูยะฝังใบหน้าสีแดงเรื่อลงกับอกกว้างพลางพูดเบาราวกับจะแก้ตัว
"ก็,, แก,, บอกว่า,, เกลียดชั้นนี่นา"
"ชูยะก็บอกว่า เกลียดชั้นเหมือนกันนะ"
ดาไซขัดขึ้นมาก่อนวางคางกะแทกศีรษะ​ร่างเล็กที่ซุกอยู่กับอกแน่นเหมือนไม่อยากให้เห็นใบหน้าที่กลายเป็นสีลูกเชอร์รี่​ของตัวเอง ดาไซจึงเห็นแค่ใบหูเล็กที่กลายเป็นสีเดียวกัน​เท่านั้น
"แกบอกว่า เกลียด ก่อน"
" ชูยะนั่นแหละ พูดก่อน"
"แก....ก่อน"
"ยอมแพ้ก็ได้ แต่ก็ขอโทษไปแล้วไงละ"
ร่างสูงดันชูยะออกจากอกพร้อมใช้นิ้วดันคางให้เงยหน้ามองเค้า ก่อนมอบความนุ่มนวลหอมหวานจากริมฝีปากที่ประกบลงมาอย่างแนบแน่นและยาวนาน
"แล้ว,, ชูยะมีอะไรอยากพูดกับชั้นไหม? นอกจากเกลียด น่ะ"
ร่างสูงพูดขึ้นด้วยเสียงยียวนกวนประสาทดั่งเช่นทุกครั้งหลังจากที่ปล่อยให้ริมฝีปากชูยะเป็นอิสระ
ชูยะที่หน้าแดง​อยู่แล้วยิ่งแดงมากขึ้นจนลามไปถึงคอขาวที่โผล่พ้นคอเสื้อเชิ้ต​ออกมา
"หือ?" ร่างสูงเอียงคอน้อยๆ พร้อมเอ่ยถามซ้ำอีกครั้ง
ชูยะก้มหน้านิ่งก่อนจะค่อยๆพูดงึมงำอยู่ในลำคอ
"ชะ,, ชั้น,, ระ,, รักแก"
"อะไรนะ ไม่เห็นได้ยินเลย~"
ชูยะที่หน้าแดงด้วยความเขินและโกรธในขณะเดียวกันตะโกน​เสียงดัง​อย่างหมดความอดทน
"ฉัน รัก แก ไอ้ เวร ดา ไซ !"
ตะโกนใส่หน้าเสร็จก็สะบัดตัวออกจากอ้อมกอดของอีกฝ่ายแล้วหันหลังหนีในทันที แต่ก็ช้ากว่าร่างสูงที่รวบดึงร่างเล็กเข้ามาพร้อมซุกหน้าลงกับไหล่บอบบาง​
" ฉันรักชูยะมากกว่าแน่นอน!เพราะงั้นชั้นชนะ! "
"แก,,, แกนี่มัน"
ยังไม่ทันได้ตอบอะไร ก็ถูกช่วงชิงริมฝีปากและลมหายใจ​ไปอีกครั้งและอีกครั้ง,,

 

-END-

 
おまけ

ณ ห้องโถงของบ้านพัก
" หวังว่าสองคนคงไม่ทะเลาะ​ลงไม้ลงมือกันหรอกนะ"
เด็กหนุ่ม​ผมสีเงินว่าพลางหยิบขนมที่ถูกนำมาให้พร้อมน้ำชาเข้าปาก
"หยุดพูดแล้วกินเงียบๆไปจินโค"
"แล้วทำไมผมจะพูดไม่ได้ห๊ะ อาคุตางาวะ"
" เพราะกระผมรำคาญ"
" นายนี่มัน!,, นิสัยแย่มากเลย! "
"หรือจะไม่กิน?"
"ไม่กินแล้วก็ได้!! นี่อาคุตางาวะ ไปเดินเล่นริมทะเลได้ไหม ไปเดินกันเถอะ
"กระผมไม่ไปกับเสือตะกละ"
"ก็บอกว่า ไม่กินแล้ว ไงละ!!"

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Toririn จากทั้งหมด 3 บทความ

  • เรื่อง

    หมวด

    ตอน

    คนเข้าชม

    โพสท์

    คะแนน

    อัปเดต

  • แฟนตาซี

    1

    14/34

    0

    0%

    22 ส.ค. 62

  • นิยายวาย

    เรื่องสั้น

    13/129

    1

    0%

    27 พ.ค. 62

  • นิยายวาย

    เรื่องสั้น

    8/227

    0

    0%

    2 มี.ค. 62

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 @akachi
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 21:39

    น่ารักมากค่ะ มีแข่งกันชนะตอนจบด้วย

    #1
    1