(((( Love plan..จัดแผนรัก ))))

ตอนที่ 4 : บทที่ 2 : มหรรธนพ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 450
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 ม.ค. 54

Ka eKa e

บทที่ 2. มหรรธนพ

 

 

            นั่งเงียบกันมาตลอดจนกระทั่งเข้าเขต บ้านใหญ่หรือ บ้านมหรรธนพที่คนทั่วไปเรียกขาน รั้วด้านนอกซึ่งเป็นทางผ่านเข้าออกไม่ได้เป็นรั้วคอนกรีตสูงใหญ่ หากเป็นแนวต้นแก้วที่ปลูกและตัดแต่งเป็นรั้วธรรมชาติสูงประมาณหนึ่งเมตรเศษ ไม่มีประตูอัลลอยลวดลายอ่อนช้อยกางกั้น ทว่าบ้านมหรรธนพแห่งนี้ไม่เคยมีของสูญหายหรือมีขโมยมาลักทรัพย์เลยตั้งแต่อลัญญ์จำความได้ และเหตุผลที่เป็นอย่างนั้นเขาเองเพิ่งจะเข้าใจแจ่มแจ้งเมื่อตอนอยู่ชั้นมัธยมต้นนี่เอง

          เพราะมหรรธนพใช้คนแทนรั้วบ้าน!

          และในกลุ่มคนเหล่านั้นขณะนี้กำลังนั่งขนาบข้างเขาและจับสังเกตชนิดห้ามกระดิก เด็กที่บ้านเหล่านี้ถือเป็นตลกร้ายกาจของประมุขบ้านมหรรธนพคนปัจจุบัน ธงไท มรรหธนพหรือก็คือคุณปู่ของเขาซึ่งเป็นรุ่นที่สองของตระกูลมหรรธนพหลังจากที่ต้นตระกูลหรือคุณทวดอพยพจากเมืองจีนมาตั้งถิ่นฐานที่ประเทศไทย มรรหธนพจึงถือเป็นตระกูลใหม่ที่ไม่ได้เป็นขุนนางหรือผู้รากมากดีเก่า ทว่าการประสบความสำเร็จของคุณทวดที่มีอย่างรวดเร็วทำให้มรรหธนพนั้นมั่นคงและแข็งเกร็งในวงการธุรกิจ ไม่มีใครในวงการไม่รู้จักพวกเขา โดยเฉพาะกิจการเริ่มต้นสร้างชื่อของคุณทวด ที่ผันตัวจากคนงานรับจ้างตัดอ้อยมาเป็นเจ้าของไร่ จากเจ้าของไร่มาเป็นเจ้าของโรงงานน้ำตาล และกลายเป็นกลุ่มผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายรายใหญ่รวมถึงธุรกิจพลังงานซึ่งเป็นผลพลอยได้เสริมจากธุรกิจเดิมในปัจจุบัน

            เมื่อธุรกิจหลักของครอบครัวประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยมีคุณปู่ธงไทเป็นหัวเรือใหญ่และรุ่นคุณพ่อของเขาเป็นผู้รับสืบทอดต่อ รุ่นหลานจึงหันเหมาจับธุรกิจด้านอื่น โดยเฉพาะเขาที่กระโดดมาจับธุรกิจด้านเคมีภัณฑ์อุตสาหกรรมอย่างเต็มตัว แม้แรกเริ่มเดิมทีจะมีเสียงขัดค้านบ้าง แต่เมื่อเขาสามารถบริหารจัดการจนเกิดกำไรเสียงขัดค้านก็เงียบลงกลายเป็นการยอมรับ ซ้ำเคมีภัณฑ์อุตสาหกรรมของเขายังจัดจำหน่ายให้กับธุรกิจหลักของครอบครัวเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตน้ำตาล การเป็นว่า เงินที่ต้องไหลออกไปเพื่อซื้อวัสดุเคมีภัณฑ์จากแหล่งอื่นกลับเปลี่ยนเป็นไหลจากกระเป๋าใหญ่เข้ากระเป๋าเล็กของเขาไปโดยปริยาย

            แต่ถึงเรื่องธุรกิจจะเป็นเช่นนั้น หากสิ่งหนึ่งที่ยังมั่นคงก็คือการบริหารจัดการคนในครอบครัว มหรรธนพทุกคนอยู่ภายใต้กฎระเบียบของบ้าน เด็กต้องเคารพอ่อนน้อมผู้อาวุโส การสั่งการเป็นลำดับชั้น และยึดถือ คำสั่งของประมุขบ้านคนปัจจุบันสูงสุด อิสรเสรีมีได้ตามสมควรหากไม่เกินเลยขอบเขตความเหมาะสม ทุกคนที่เกิดในครอบครัวต่างรู้หน้าที่ของตน แต่กระนั้น เด็กที่บ้าน ก็ยังคงทำหน้าที่กันอย่างขยันขันแข็งและขึ้นตรงต่อคุณปู่ของเขาซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มเด็กๆ เหล่านี้ขึ้นมา

            “ถึงแล้วครับคุณอลัญญ์ ท่านรออยู่ที่ห้องหนังสือครับ”

            เสียงข้างตัวดังขึ้นขัดจังหวะความคิด อลัญญ์เพียงเหลือบตามองก่อนจะก้าวตามเจ้าของเสียงลงจากรถยนต์ที่ตัวเองนั่งมาเช่นเดียวกับณัฐปนพที่ถูกแยกไปอยู่อีกคัน สบตากันอยู่ชั่ววินาทีพอให้ได้สังเกตอารมณ์และสีหน้า ท่าทางไอ้จอมวายร้ายจะอาการหนักกว่าเขาที่เจอเด็กพวกนี้บ่อยๆ บวกกับมีชนักติดหลังตรงที่เป็นคนต้นเรื่อง สีหน้าเลยดูไม่จืดใกล้เคียงกับนักโทษกำลังเดินเข้าลานประหารเลยทีเดียว

          ตัวใครตัวมัน!

            ชายหนุ่มคิดในใจขณะเดินตามเด็กๆ เข้าบ้านใหญ่ของตัวตระกูลตัวเองที่แม้จะได้ชื่อว่าเป็นบ้านใหญ่ แต่ก็ไม่ได้ใหญ่โตขนาดบ้านเจ้าสัวที่เห็นกันตามละคร ตรงกันข้าม บ้านใหญ่ของเขาเป็นบ้านที่รูปร่างหน้าตาเหมือนตึกแถวที่มีห้องกว้างๆ สองชั้น มองเข้าไปด้านในจะเห็นชุดรับแขกทำจากไม้สักชุดใหญ่ ถัดจากชุดรับแขกเป็นโต๊ะรับประทานอาหารขนาดยี่สิบคนนั่งที่ถูกกั้นบังตาไว้ด้วยม่านไม้ไผ่ เลยไปด้านหลังเป็นห้องครัว และบันไดสำหรับขึ้นไปชั้นสองซึ่งเป็นชั้นที่คุณธงไท คุณปู่และประมุขปัจจุบันของครอบครัวพักอาศัยอยู่

            และทันทีที่ชายหนุ่มเดินเข้ามาถึงชุดรับแขก เด็กในบ้านที่ตามกันมาเป็นพรวนเหมือนขบวนลูกปลาช่อนก็หยุดเดินตาม เหลือแต่เพียงเด็กในบ้านคนที่ตัวโตสุดเพียงคนเดียวเดินประกบเขากับณัฐปนพที่ถูกพามาเดินคู่กันอยู่ด้านหลัง พอเห็นหน้าเด็กตลกร้ายคนนี้ของคุณปู่แล้วเขาอยากกระโดดก้านคอใส่นัก ถ้าสมัยก่อนเขารู้ว่า เด็กหลายคนที่วิ่งเล่นกันอยู่ในบ้านใหญ่ที่เขาชอบมาเล่นด้วยบ่อยๆ โดยเฉพาะไอ้คนที่เดินตามหลังอยู่จะกลายเป็นพวกของคุณปู่แบบนี้ล่ะก็ เขาจะไม่ยอมแบ่งหมากฝรั่งกับลูกแก้วไปให้ดีดสักเม็ดให้เสียของเลยจริงๆ

          ไอ้พวกลืมบุญคุณ!

            ถึงในใจจะบ่นแบบนั้น หากอลัญญ์ก็รู้ดีว่าระหว่างบุญคุณเพียงหมากฝรั่งกับลูกแก้วดีดเล่นไม่กี่ลูก เทียบไม่ได้เลยกับบุญคุณที่คุณธงไทอุปการะเลี้ยงดูพวกเขา บางคนก็เป็นลูกคนคนรู้จักที่นำมาฝาก บางคนก็เป็นลูกของคนในโรงงานที่ถูกพ่อหรือแม่ทิ้ง และบางคนก็เป็นเด็กกำพร้าไร้พ่อแม่ที่คุณธงไทเป็นคนนำมาชุบเลี้ยงด้วยตัวเอง

          จำไว้นะลัญ สำคัญอยู่ที่การเอาใจใส่ คิดถึงเขาถึงเรา อยู่กันด้วยใจรักกันด้วยใจ แม้ไม่ต้องใช้เงินทองกองท่วมหัว เขาก็พร้อมที่จะทำให้เราทุกอย่าง

            นี่เป็นคำสอนของคุณปู่ธงไทที่เขาจำได้เป็นอย่างดีแถมยังเข้าใจลึกซึ้ง เด็กในบ้านเหล่านี้รักคุณปู่ชนิดเทิดทูนถวายหัว แม้จะถูกให้ทำอะไรตลกๆ ด้วยการใส่ชุดเหมือนพวกบอดี้การ์ดเดินยามรอบบ้าน หรือไม่ก็ถูกใช้ให้ไปสอดส่องพฤติกรรมที่เริ่มออกนอกรีดนอกรอยของคนในตระกูล กระทั่งจ่ายตลาดหรือเดินเป็นเพื่อนคุณปู่ช้อปปิ้งในห้าง พวกนี้ก็ยินดีทำชนิดไม่มีปริปากบ่นให้ได้ยินแม้ครึ่งคำ

            “คุณอลัญญ์กับคุณณัฐปนพมาแล้วครับ”

            เจ้ายักษ์ใหญ่อดีตเพื่อนเล่นวัยเด็กเอ่ยขึ้นหลังจากเคาะประตูห้องหนังสือเบาๆ สองครั้ง และเพียงอึดใจต่อมาก็ได้ยินเสียงทุ้มดังขึ้นเบาๆ เบื้องหลังบานประตูไม้ที่ปิดสนิทอยู่

            “เข้ามาเลย”

            เพียงสิ้นเสียงอนุญาต ประตูห้องหนังสือก็เปิดออกทันทีเหมือนมีระบบอัตโนมัติ พอก้าวเท้าเข้าไปด้านใน อลัญญ์ก็เห็นระบบอัตโนมัติที่ทำให้ประตูเปิดออกทันทีเมื่อครู่ยืนมาดนิ่งอยู่ และตรงชั้นหนังสือสูงจรดเพดานนั่นเอง คุณธงไท มหรรธนพชายวัยเกษียณรูปร่างสูงท่าทางใจดีกำลังยืนก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสืออยู่ด้วยความสนอกสนใจ

            “เล่มนี้ดีนะ เขาว่ามองบวกคิดบวกจะแก่ช้า”

จู่ๆ ผู้ที่ก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือก็เปรยขึ้นเรียบๆ แล้วก็เงียบ อลัญญ์ที่เคยชินอยู่แล้วกับการพูดเปรยๆ แบบนี้ของคุณปู่จึงยืนมองและฟังอยู่เฉยๆ หากณัฐปนพนัดสะกิดแขนยิกๆ ด้วยความขับข้องใจ

“ไอ้ลัญ ปู่แกคุยกับใครวะ”

เสียงถามดังเพียบกระซิบ อลัญญ์เลยแสยะยิ้มมุมปากตอบเสียงเบาพอกัน

“คุยกับลม”

“ไรของแกวะ ไม่เข้าใจ” ณัฐปนพสะกิดถามต่อ คราวนี้อลัญญ์เลยหันไปจ้องหน้าคนสะกิดแล้วตอบเสียงดังกว่าเดิม...อีกนิด

“ก็คุยกับลม แกจะเข้าใจได้ยังไง”         

กระนั้นคนไม่เข้าใจก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ณัฐปนพทำท่าจะสะกิดแรงขึ้นอย่างเอาเรื่อง แต่ยังไม่ทันได้ทำอย่างนั้น คนที่อลัญญ์เพิ่งบอกว่าคุยกับลมได้ก็พูดขึ้นมาเสียก่อน

“ณัฐ ลองเอาเล่มนี้ไปอ่านดูสิ”

“อะ...ครับๆ”

ณัฐปนพที่ถูกเรียกอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำตัวไม่ถูกอยู่ครู่ ก่อนจะเดินเข้าไปรับหนังสือในมือของคุณธงไทที่กำลังยืนยิ้มทำท่ายื่นส่งให้ และในขณะที่ณัฐปนพยื่นมือไปจับหนังสือนั่นเอง คุณธงไทก็เอ่ยประโยคที่ทำให้มือที่กำลังจะรับหนังสืออยู่นั้นแข็งทื่อไปในทันที

“คิดบวกนะถูกแล้ว แต่ถ้าคิดพลิกแพลงจนแรงเกินความจริงก็น่าเป็นห่วงเวลาความแตกนะณัฐ”

คุณธงไทพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มเรียบทั้งที่ยิ้มอยู่อย่างนั้น หากแค่นี้ก็ทำให้คนหนุ่มอย่างณัฐปนพกลายเป็นหลักหินรูปคนไปดื้อๆ แม้อลัญญ์อยากจะขำเหลือเกินแต่ก็ขำไม่ออก เพราะรู้ว่าคิวต่อไปที่แข็งเป็นหินนั้นคือตัวเองอย่างไม่ต้องสงสัย

“รับไปสิณัฐ อ่านเยอะๆ จะได้แตกฉาน”

คุณธงไทยื่นอีกมือที่ยังว่างมาสะกิด ณัฐปนพถึงได้มีสติบังคับมือตัวเองให้รับหนังสือมา กระนั้นใบหน้าที่เคยหล่อเหลาก็ยังซีดเผือด ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงหรือขยับตัวหนีออกห่างสักก้าวเดียว

“ปู่ว่าจะเพิ่มชั้นหนังสืออีกล็อค ให้ช่างมาดูเขาก็ว่าจะเข้ามาทำให้วันมะรืน แต่ที่ยังขาดอยู่ก็คนจัดชั้นหนังสือนี่สิ”

คำพูดเปรยๆ มาอีกแล้ว หากคราวนี้อลัญญ์รู้แน่ชัดว่าคุณธงไทไม่ได้พูดกับสายลมอีกแล้ว สายตาคมเหลือบมองพื้นที่ว่างที่ถัดจากชั้นหนังสือเก่า พื้นที่ผนังที่เหลือด้านนั้นประมาณสามเมตรคูณด้วยความสูงจรดพื้นถึงเพดานก็ประมาณสี่เมตร และถ้าวางหนังสือสันประมาณหนึ่งถึงสองนิ้ว...

บวกเลขไม่ถูกเลยว่าจะต้องจัดทั้งหมดกี่เล่ม!

คิดแล้วอยากสมนาคุณต้นเหตุที่ยืนหน้าซีดสักสองสามหมัดนัก แค่หนังสือคิดบวกเล่มเดียวมันน้อยไปเลยเมื่อเทียบกับสิ่งที่เขาโดนทั้งที่ไม่ได้เป็นคนก่อเลยสักนิดเดียว

“แล้วผมจะเข้ามาจัดให้ครับ”

อลัญญ์เอ่ยอย่างปลงตก ขณะที่คุณธงไทยิ้มรับด้วยท่าทางดีใจหากนัยน์ตาพราวระยับ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่างานนี้เขาไม่มีตัวช่วยแน่ รับรองว่างานจัดชั้นหนังสือทั้งหมดเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว

ก็ยังดีกว่าโดนขัดบ้านใหญ่ทั้งหลังตอนหนีออกจากบ้านพร้อมไอ้ณัฐล่ะวะ!

ตอนนั้นเรียกได้ว่าเขาแทบสลบคาที่ไปเลยหลังโดนทำโทษที่หนีออกจากบ้านตามคำสั่งของคุณปู่ และก็เป็นหนนั้นเองที่เขาได้รู้ถึงตัวตนของ เด็กที่บ้านตลกร้ายกาจที่ประมุขมหรรธนพมีไว้ใช้สอย เวลานั้นเขากับณัฐปนพกำลังจะฉลองชัยในอิสรภาพวัยหนุ่มหัดหนีออกจากบ้านเป็นครั้งแรกด้วยความยินดีที่ร้านขายยาดอง กะว่าหาที่นอนไปเรื่อยสักสามคืนแล้วค่อยกลับบ้าน ปรากฏว่ายังไม่ทันที่ยาดองกรึ๊บแรกจะได้เข้าปาก เขากับไอ้เพื่อนจอมวางแผนก็ถูกเด็กๆ ในบ้านวิ่งเข้าชาร์จ จับตัวใส่ถุงดำมัดมือมัดเท้าโยนเข้ารถตู้ ขับเวียนสามรอบก่อนพาตัวเข้าบ้านใหญ่ให้คุณปู่ธงไทจัดการ

เป็นประสบการณ์วัยรุ่นชนิดสยองสุดๆ

แม้เมื่อโตขึ้น เหล่าบอดี้การ์ดที่น่ากลัวสมัยวัยรุ่นจะกลายเป็นตลกร้ายที่เขาเกรงน้อยลง หากปริมาณมากๆ ที่คุณธงไทใช้มาข่มขู่ก็ยังใช้การได้เสมอ แม้เขาจะมีคุณภาพสามารถคว่ำเด็กตัวโตได้หลายคนอยู่ก็ตาม แต่ใครจะอึดเหมือนฮีโร่ที่สู้ได้สิบยี่สิบคนอย่างสบายมือโดยไม่เหนื่อยไม่เจ็บตัวหรือโดนหมัดใคร

“อลัญญ์ ณัฐ”

เสียงคุณธงไทดังขึ้นอีกครั้ง หนนี้เรียกรวมทั้งสองชื่อซ้ำยังกวักมือให้เดินเข้าไปใกล้ๆ ณัฐปนพที่ยืนอยู่ใกล้อยู่แล้วก็เขยิบเข้าใกล้อีกนิด ส่วนอลัญญ์ที่ยืนอยู่ห่างก็เดินเข้าไปยืนอยู่ข้างๆ ณัฐปนพ แม้จะไม่ได้แสดงท่าทีตื่นเต้น ทว่าอลัญญ์ก็ยังได้ยินเสียงเต้นของหัวใจตัวเองดังถี่อยู่ในหู

ตึก...ตึก...ตึก...ตึก...

เหมือนรอฟังผลการพิจารณาของศาล ความเป็นความตายขึ้นอยู่กับอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า และเมื่อคุณธงไทเอ่ยมันออกมา ทั้งอลัญญ์และณัฐปนพก็เหมือนถูกสาปให้กลายเป็นรูปปั้นไปในทันที

“ถ้าสุดท้ายแล้วแก้ข่าวเรื่องเป็นเกย์กันไม่ได้ ปู่จะให้เราสองคนแต่งงานกันเองแล้วกันนะ”

 

 

ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกก

ปู่เด็ดสุดยอด! ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

โอยขำ นึกหน้าไม่ออกเลยว่าตาอลัญญ์กับตาณัฐจะทำหน้ายังไงเวลาต้องแต่งงานกันเอง

เอิ๊ก...

บอกแล้วว่ารั่ว...คลายเครียดเนอะ

มรรษกร

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น

  1. #79 น้องหนู (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2554 / 23:35
    หนูชอบคุณปู่
    #79
    0
  2. #67 ginn_jinn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2554 / 02:37
    กรี๊ดดด คุณปู่เท่โฮกกกกก ชอบๆๆๆ

    รั่วๆนี่ล่ะค้า ดั๊นช้อบชอบ
    #67
    0
  3. #58 บุรามฉัตร (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2554 / 21:27
    ก๊ากกกกก มาร่วมขำด้วยคน ตลกร้ายชายแก่เลยนะนั่น555+
    #58
    0
  4. #47 แมวลูกหิน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มีนาคม 2554 / 23:19
     เอาแบบคุณปู่คิดก็ดีนะ
    #47
    0
  5. #40 คนธรรมพ์ตัวจิ๋ว (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มกราคม 2554 / 11:49
    555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555+



    สมน้ำหน้า



    แต่ปู่ขารับได้จริงเหรอ อิอิ
    #40
    0
  6. #39 ผู้ญิ๊งลั้ลล้า:)) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มกราคม 2554 / 21:32
    555+ แต่งกันเอง
    ชอบๆๆๆเค้าไม่เอาแนวนี้แร้ว
    เค้าจะเอาY เอิ้กๆๆๆ
    ตลกคุณปู่จัง นึกถึงแพตตี้กับนายพิ
    เวลาเจอพี่พลเลย อร๊ายยยย
    พูดแล้วคิดถึงนายพิของเราจังเลย^^
    #39
    0
  7. #38 I'm happy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มกราคม 2554 / 22:14
    เอ่อ  เอ้อ  เออ 
    ....
    ไม่รู้จะพูดยังไงน่ะค่ะ
    #38
    0
  8. #37 εїз Ju_Jool3..? (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มกราคม 2554 / 10:24
    แต่งงานกันเอง o__O !! คุณปู่ชั่งคิดได้  สยองแทนมีคุณปู่อย่างนี้
    #37
    0