(((( Love plan..จัดแผนรัก ))))

ตอนที่ 11 : บทที่ 8 : หาทางออก(<<ไม่มีทางออกก็ต้องออกทางเข้าสิจ๊ะ อิๆ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 295
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    2 มิ.ย. 54

Ka eKa e

“พี่ปกรณ์คิดว่าผู้ชายที่เป็นเกย์เป็นยังไงบ้างคะ”

“ทำไมแพมถามแบบนี้ล่ะครับ พี่บอกก่อนเลยนะว่าพี่ไม่ใช่”

ปกรณ์รีบเอ่ยปฏิเสธทันที่หลังจากตั้งตัวได้ ใบหน้าขาวสะอาดมีสีหน้าตกใจจนหญิงสาวต้องรีบชี้แจง

“ขอโทษค่ะ แพมไม่ได้หมายความอย่างนั้น”

“พี่ตกใจหมดเลยนะครับ” ปกรณ์หัวเราะฝืด “สำหรับผู้ชาย ร้อยทั้งร้อยถ้าโดนคนที่ตัวเองชอบบอกว่าเป็นเกย์ก็ต้องตกใจอย่างพี่นี่แหละครับ”

ชายหนุ่มเอ่ยคำพูดเผยความในใจอีกครั้ง แต่พอเห็นพัณณ์ชิตาก้มหน้าเงียบไปก็รีบกลับมาพูดเรื่องเดิมทันที

“ว่าแต่ทำไมแพมถึงถามเรื่องนี้ครับ”

พอชายหนุ่มเปลี่ยนกลับมาเรื่องเดิม พัณณ์ชิตาก็เงยหน้าขึ้นตอบอีกฝ่าย “แพมอยากรู้ค่ะว่าผู้ชายคิดยังไงกับเกย์ที่เป็นผู้ชายด้วยกัน แล้วรู้ได้ยังไงว่าใครเป็นเกย์ไม่เป็น”

ถามไปก็นึกถึงใบหน้าคมสวยของคนที่เธอเพิ่งพบมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่แล้ว ยอมรับเลยว่าหากไม่มีข่าวออกมาว่าอีกฝ่ายเป็นเกย์ เธอคงเห็นคนๆ นั้นเป็นชายหนุ่มร้อยเปอร์เซ็นต์ ซ้ำยังเป็นชายหนุ่มที่สรุปได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นว่า...มีเสน่ห์มาก

แวบแรกที่ได้เห็นเมื่อตอนไปคอนโดฯ ของเขา หญิงสาวก็เผลอใจเต้นผิดไปหนึ่งจังหวะ ร่างสูงแข็งแรงด้วยมัดกล้ามในชุดอยู่บ้านสบายๆ ทว่าสง่าและดูดี ใบหน้าคมสวยยิ่งกว่าผู้หญิงบางคนเสียด้วยซ้ำแต่ก็ดูสมชาย ไม่ว่าผู้หญิงคนใดที่ได้เห็นรับรองได้เลยว่าไม่มีทางที่จะไม่ใจเต้นไปกับความมีเสน่ห์ของคนๆ นั้นแน่

แต่บังเอิญเหลือเกินที่อีกฝ่าย...เป็นเกย์

พัณณ์ชิตากระดากอายเหลือเกินที่เผลอใจเต้นไปชั่วครู่นั้น แม้วันนี้ที่ได้พบกันก็ยังอดเผลอมองอีกฝ่ายไม่ได้ ไม่ใช่เธอเป็นคนที่เห็นใครแล้วก็ชอบไปหมด ตรงกันข้าม เธอไม่เคยใจเต้นแบบนี้กับใครเลยแม้แต่กับปกรณ์ซึ่งนั่งอยู่ตรงข้ามกันในเวลานี้ก็ตาม

อย่างนี้ใช่ไหมที่เขาเรียกว่า คนที่ใช่...กับคนที่ไม่ใช่

เพราะเหตุนี้เธอจึงไม่คบกับปกรณ์ทั้งที่อีกฝ่ายพยายามมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา จะว่าเธอเป็นจำพวกยึดถืออุดมคติหรือเพ้อฝันก็คงไม่ผิดนัก เพราะถ้าหากพยายามเพื่อที่จะรัก มันก็ไม่ต่างอะไรกับการเอาหัวใจของปกรณ์มาทำร้ายนั่นเอง

“ผู้ชายที่เป็นเกย์ อืม...พี่ก็ไม่ค่อยเคยเจอด้วยสิ แต่ถามว่าคิดยังไงล่ะก็...คงไม่ค่อยอยากเข้าใกล้เท่าไหร่ล่ะมั้ง”

“ทำไมล่ะคะ”

ปกรณ์อมยิ้มแปลกๆ ก่อนตอบ “ก็คงกลัวความปลอดภัยของตัวเองด้วยส่วนหนึ่งล่ะมั้ง แต่อีกส่วนก็คงเพราะน่าจะคุยกันไม่รู้เรื่อง”

“แพมว่าบางคนก็เหมือนผู้ชายปกตินะคะ” หญิงสาวว่าพลางคิดถึงบทสนทนาเมื่อเช้า ที่ดูยังไงก็ไม่น่าจะคุยกันยากเลยสักนิด

“บางคนก็น่าจะปกตินะ เพราะพี่เองก็ยังมองออกบ้างไม่ออกบ้าง พี่ว่าพวกเขาน่าจะมีความคิดที่ลึกซึ้งละเอียดอ่อนและแตกต่างจากผู้ชายทั่วไป”

ลึกซึ้ง...ละเอียดอ่อน แตกต่างจากผู้ชายทั่วไป

ก็น่าจะจริงอยู่บ้างในข้อนี้ อย่างเช่นเรื่องที่เขายอมรับเรื่องที่เธอเสนอตัวเป็นเพื่อนสนิทแทนณัฐปนพคู่ขาของเขาอย่างง่ายดายทั้งที่ไม่เคยรู้จักมักจี่กับเธอเลยด้วยซ้ำ

อาหารที่สั่งไปมาเสิร์ฟทำให้การสนทนาหยุดลงไปชั่วครู่ ปกรณ์ตักอาหารให้หญิงสาวด้วยความใส่ใจพร้อมกับแนะนำไปด้วยในตัวเหมือนเป็นคนปรุงอาหารเล่านี้เอง

“ที่นี่เค้าใช้เครื่องแกงทำเอง ผักที่ใช้ก็สดปลอดสารพิษ ห่อหมกนี่ก็กะทิสดทำให้หอมมัน แพมลองทานดูนะครับ”

ชายหนุ่มว่าพลางแนะนำนั่นนี่ตักใส่จานเรื่อยๆ จนหญิงสาวทานเกือบไม่ทัน

“แพมว่าน้ำหนักแพมขึ้นแน่”

พัณณ์ชิตาหัวเราะเสียงใสหลังจากจัดการอาหารที่ปกรณ์สั่งเตรียมไว้ให้จนหมดไม่เว้นแม้แต่ของหวาน จากนั้นจึงถามเรื่องที่ยังสงสัยค้างอยู่

“ว่าแต่พี่ปกรณ์รู้ได้ยังไงคะว่าผู้ชายคนไหนเป็นคนไหนไม่เป็น”

ปกรณ์ไม่ตอบคำถามหญิงสาวทันที ทว่ากลับย้อนถาม “ทำไมแพมสนใจเรื่องนี้จังครับ หรือมีใครที่สงสัยว่าจะเป็นเกย์”

            “เปล่าค่ะ” หญิงสาวส่ายหน้า หากยังไม่ยอมบอกจุดประสงค์ที่แท้จริงในการถามครั้งนี้ แม้จะสนิทกับปกรณ์มากในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่อยากให้มีคนนอกเข้ามารับรู้เรื่องภายในครอบครัวอันยุ่งเหยิงวุ่นวายนี้อยู่ดี

            “แพมแค่สงสัยน่ะค่ะ บังเอิญวันก่อนรุ่นน้องทำวิทยานิพนธ์ถามมาแล้วแพมตอบไม่ถูก” หญิงสาวโกหกเพราะไม่อยากให้ปกรณ์ซักไซ้มากจนเธอเผลอพูดความจริงออกมา

            “ทำวิทยานิพนธ์แปลกดีนะ ถ้าถามพี่ว่าดูออกได้ยังไง ก็คงดูจากบุคลิกท่าทางด้วยอย่างหนึ่ง พวกนั้นเขาจะสำอางและก็เรียบร้อยกว่าผู้ชายปกติ แล้วก็บางทีเวลาสบตาด้วยก็ชอบทำสายตาแปลกๆ ใส่ล่ะมั้ง”

            “อย่างนั้นเหรอคะ” หญิงสาวพยายามคิดตามที่ปกรณ์บอก ดูจากท่าทางของคนๆ นั้น เรื่องสำอางก็น่าจะเข้าเค้าอยู่บ้าง เพราะใบหน้าคมสวยนั้นเรียกได้ว่าเนียนเรียบจนผู้หญิงบางคนยังอาย แต่ว่าเรื่องเรียบร้อยเธอคิดว่าไม่น่าจะใช่

            “ดูอยากจังนะคะคนเป็นเกย์เนี่ย”

            “ครับ ยิ่งบางคนต้องการปกปิดยิ่งดูยากมาก จนกว่าเจ้าตัวจะยอมเปิดเผยออกมานั่นแหละว่าตัวเองเป็น กรณีแบบนี้แหละที่สาวๆ จะแย่เพราะอาจจะอกหักเอาถ้าเผลอไปรักคนเป็นเกย์ได้”
            คำพูดของปกรณ์ตอกลงบนใจของหญิงสาวอย่างจัง แล้วเช่นนี้วิธีการแยกอลัญญ์กับณัฐปนพ...คู่ขาที่รักกันทั้งสองคนออกจากกันจะได้ผลอย่างนั้นหรือ และที่เธอเชื่อส่วนหนึ่งว่าพัฒน์นรีจะสามารถทำให้ณัฐปนพมีความสุขได้ มันจะไม่ใช่เป็นการกักขังอันแสนทรมานสำหรับความรักข้างเดียวที่ไม่มีวันเป็นไปได้หรอกหรือ

            “ผู้ชายที่เป็นเกย์ไปแล้ว จะมีทางกลับมาเป็นผู้ชายเหมือนเดิมได้ไหมคะ”

            พัณณ์ชิตาถามด้วยความรู้สึกหวั่นใจเหลือเกิน หรือเธอจะหาทางล้มเลิกงานหมั้นอันประหลาดหนนี้แทน ให้พัฒน์นรีเจ็บเสียตั้งแต่ตอนนี้ ดีกว่าต้องทนเจ็บเมื่อแต่งงานไปแล้ว

            “พี่ไม่แน่ใจหรอกนะแพม แต่เท่าที่พี่รู้มา ไม่เคยเห็นใครที่เป็นเกย์แล้วกลับมาเป็นผู้ชายเหมือนเดิมได้สักคน”

            หัวใจรู้สึกอัดแน่นขึ้นมาดื้อๆ เมื่อได้ยินคำที่ปกรณ์เพิ่งพูดจบ เช่นนี้แล้วจะเป็นไปได้หรือกับความปรารถนาที่จะให้ณัฐปนพรักพัฒน์นรี แค่เริ่มต้นก็รู้สึกเหมือนว่าจะพบทางตันเสียแล้ว

            มันไม่มีทางที่จะเป็นไปได้...

           

            “ผมว่านักข่าวนี่เพี้ยนเนอะที่เห็นพี่กับพี่ณัฐเป็นเกย์”

            ทศเริ่มบทสนทนาขึ้นหลังก้มหน้าก้มตาทานอาหารที่สั่งมารอบสอง ทว่าทันทีที่ถามจบ ใบหน้าก็แทบจะทิ่มลงในจานข้าวตัวเองทันที

            “อยากตายนักหรือไงถึงได้พูดเรื่องนี้” อลัญญ์คำราม เงื้อมือเตรียมจะตบศีรษะลูกน้องตัวดีอีกครั้ง ทว่ายังไม่ทันที่จะฟาดฝ่ามือลง เสียงร้องห้ามก็ดังแหวกอากาศมาทันที

            “ห้ามตบผมนะครับ ไม่งั้นผมสั่งอาหารอีกรอบจริงๆ ด้วย”

            ทศขู่ตาขวางทั้งๆ ที่กลัวอยู่ไม่น้อย แต่ท่าทางว่าคำขู่จะได้ผล เมื่อมือที่เตรียมไว้ถูกเก็บลงข้างตัวก่อนเปลี่ยนเป็นเสียงบ่นแทน

            “ถ้าบ่ายนี้หลับจะตัดค่าแรงทั้งวัน”

            “ไม่มีทางหลับแน่ครับ ในเมื่อเจ้านายใช้แรงงานหนักขนาดนั้น” ทศยังไม่วายย้อนตามประสาคนเคยปาก หากคราวนี้อลัญญ์กลับยิ้มกว้างแล้วบอกเสียงเรียบ

            “ไล่ออกเลยน่าจะดีกว่า ประหยัดเงินค่าข้าวด้วย”

            “เอาเลยครับพี่ รับรองว่าพี่จะต้องคิดถึงผมเพราะไม่มีใครรู้ใจพี่เท่าผมหรอกน่า”

            นั่น...เอากับมัน เรื่องขู่นี่ไม่เคยใช้ได้ผลเลยสักครั้ง ดีอยู่หน่อยว่าถึงแม้ไม่กลัวแต่ก็มีความเกรงใจไม่เคยข้ามหัว ดีกว่ากลัวต่อหน้าแล้วลับหลังเหยียบหัวข้ามไปข้ามมา หรือหน้าไว้หลังหลอกปากหวานก้นเปรี้ยวจับใจเขาก็ไม่เอาเหมือนกัน

            “ปากดีไป”

            “แหม ที่ผมพูดถึงเรื่องนั้นก็ไม่ได้ว่าพี่สักหน่อย ว่าคนเขียนข่าวต่างหาก” ทศเปลี่ยนกลับมาพูดเรื่องที่เริ่มเอาไว้พลางบ่นคนเขียนข่าวว่ามั่วอย่างนั้นอย่างนี้ไปเรื่อย ทว่าในใจอลัญญ์กลับคิดไปอีกอย่าง

            คนเขียนข่าวไม่ผิดหรอกไอ้ทศ คนให้เขียนข่าวนี่สิ...น่ากระทืบ!

            นึกถึงหน้าตากวนประสาทของณัฐปนพแล้วเขาก็อยากอัดเจ้าตัวแบนติดดินยิ่งนัก จนป่านนี้เขาก็ยังไม่รู้ว่าจะหาทางแก้ไขเรื่องนี้ได้เช่นไร ยิ่งวันนี้ได้รู้ว่าฝ่ายว่าที่เจ้าสาวยอมรับเรื่องเป็นเกย์ได้เขาก็ยิ่งกลุ้ม ซ้ำยังมีผู้ช่วยที่แสนจะหวังดีคนนั้นอีก

            เมื่อนึกถึงใบหน้าแสนสวยของผู้ช่วยแสนดีคนนั้น อลัญญ์ก็อารมณ์ดีขึ้นมาทันตา เรื่องยุ่งๆ หนนี้มีเรื่องดีเพียงเรื่องเดียวที่ทำให้ได้พบเธอคนนั้น

            พัณณ์ชิตา ถิรมนไพศาล

          ถ้าทำให้เปลี่ยนเป็น พัณณ์ชิตา มหรรธนพ ได้ก็ดีสินะ

 

 

To be continued….

ก๊ากกก ยิ่งเขียนไปก็ยิ่งรู้สึกว่าพี่อลัญญ์หื่นขึ้นทุกวัน 5555

นี่ก็ขี้ตู่เปลี่ยนนามสกุลให้เค้าเฉยๆ ถามเค้าหรือยังคะพี่ขาว่าสมัครใจอ่ะเปล่า

(แต่เชื่อเถอะว่าพี่แกไม่ถามหรอก เพราะแกยึดคติ “ถ้าไม่ยอมเอ๋ย พี่จะปล้ำ” 555)

 

พบกันตอนหน้าเด้อค่ะ

มรรษกร

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น

  1. #81 คนธรรมพ์ตัวจิ๋ว (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2554 / 09:09
    ดิ้นตุ้ยท้อง



    ้ร้องปิดปาก



    ลากเข้าพง



    หื่นพอมะ -///-
    #81
    0
  2. #77 มูดดี้ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2554 / 08:48
    คิดถึงขั้นแต่งงานเลย 
    #77
    0
  3. #76 เจ้าชายในฝัน :)) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2554 / 18:03
    ตอนหน้านี่มันนานแค่ไหนค่ะเนี่ย อิอิ^______________^
    #76
    0