Bloodymoon 2 (yuri)ศึกเทพเจ้า ภาค ศึกห้าแคว้น

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,478 Views

  • 7 Comments

  • 57 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    39

    Overall
    1,478

ตอนที่ 9 : เจ้าหญิงที่ชวนให้หวาดหวั่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 50
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    15 ต.ค. 61

ยิ่งแต่งไปก็เริ่มชัดค่ะ …เจ้าหญิงอจินไตยคือแนนโน๊ะชัดๆ 

……………

เช้า...

จินดาพิสุทธิ์ตื่นขึ้นจากนิทรารมณ์..

ไม่ทราบว่าฝันดีหรือร้าย..

ร่างที่นอนอยู่เคียงข้างพลิกตัวเล็กน้อย..ก่อนจะลืมตาขึ้น..

“..ริต้า..”

เสียงเรียกชื่อเดิมของจินดาพิสุทธิ์ทำให้เจ้าของชื่ออดขมวดคิ้วไม่ได้..

“..อจินไตย..เธอชอบเรียกชื่อเก่าฉันมากเลยนะ..”

“..ฉันรู้ว่าเธอจริง ๆ ชอบชื่อนี้มากกว่าชื่อปัจจุบันอีกนะ..”

“..เกิดมาก็เป็นริต้า..โตขึ้นก็อยากจะเป็นริต้าต่อไป..ทั้งที่..”จินดาพิสุทธิ์ก้มหน้า.. “..มันเป็นไปไม่ได้แล้ว..”

“..เธอต่างจากฉัน..เพราะฉันเกิดมาก็เป็นเจ้าหญิงอจินไตย..แต่ไม่อยากเป็นเจ้าหญิงอจินไตย..”

จินดาพิสุทธิ์ยิ้มเล็กน้อย..

“..แล้วอยากจะเป็นอะไร..”

“..อยากจะเป็นแค่..”อจินไตยลุกขึ้น..และซุกหน้ากับอกของเจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทรา.. “..คนของเธอ..”

สีหน้าจินดาพิสุทธิ์แดงจัด..ร้อนผ่าว..และหายใจติดขัดขึ้นมากะทันหัน..

ทั้งสองกอดกันนานจนผละออก..

ก่อนที่จินดาพิสุทธิ์จะฉุดร่างของอจินไตยลุกขึ้น..เดินออกไปจากมุมนอน..

ไม่ทันสังเกตว่า..ใกล้ ๆ กันนั้น..แพคเกจกับศศินาที่นอนอยู่..ต่างก็มองสองเจ้าหญิงตาแทบไม่กระพริบ..

แพคอดพูดไม่ได้หลังจากจินดาพิสุทธิ์ออกไปแล้ว..

“..ริต้ารักเจ้าหญิงอจินไตยมากจริง ๆ นะพี่นา..”

เห็นอีกฝ่ายเงียบ..ก็อดเหลียวมองไม่ได้..

เหมือนศศินายังคิดอะไรอยู่..

“..พี่นา..”แพคเกจอดเรียกไม่ได้..

“..เหมือนอ่อย..เหมือนอะไรสักอย่าง..แต่พี่ไม่ชอบนาง..”ศศินาพูด..

แพคเกจหน้าเหวอ..

“..อะไรกัน..พี่ไม่ชอบอจินไตยหรือ..ทำไมล่ะ..”

“..ท่าทางมันยิ่งทำเหมือนอ่อยให้ริต้าถลำลึกรักนางมากขึ้น..ริต้าไม่เหมือนฉันหรือคิตตี้..ที่ผ่านมาคงเจอเล่ห์กลความรักมาน้อยเกินไป..อารมณ์ยัยนั่นเหมือนเป็นสีกาที่ชอบจับพระสึกเป็นว่าเล่น..”

“..แรงไปมั้งพี่..”แพคหัวเราะ..

“..ฉันอาจจะสัมผัสถึงอะไรบางอย่างในตัวนางได้..บอกยากนะ..แต่ริต้าฝึกจิตสูญญตามาถึงขนาดนี้แล้ว..ตัวเองกลับหลงใหลอจินไตย..ไม่มีเหตุผลเลย..”

“..พี่ไม่ไว้ใจอจินไตย..”แพคเกจถามย้ำ..

“..ถ้ามีจังหวะ..คงจะต้องคุยกับปักษามีนาสักหน่อย..เรื่องราวของแคว้นสนธยาและความกริ่งเกรงในแคว้นนี้..น่าจะมีมูลมาจากอะไรบางอย่างสินะ..”

แพคเกจครางอือม์..

“.แพคเกจ..”ศศินาพูดอีก.. “..ริต้าฝึกจิตสูญญตาได้ระดับเดียวกับอาออยเลยนะ..แต่อาออยไม่สนเรื่องกิเลสใด ๆ ..แต่ทำไมริต้าถึงได้เป็นแบบนี้ได้..”

แพคเกจพิจารณาไปมาก็รู้สึกว่ามันผิดปรกติ..

“..แรกเริ่มที่เราเจอกัน..ริต้ายังบอกว่าจะครองตัวโสดนี่นา..”

“..การเจอเจ้าหญิงอจินไตย..ปักษากับมีนาน่าจะรู้ดี..เราต้องลองสอบถาม..”

ศศินาครางเบา ๆ ..ก่อนจะพูดอีกว่า..

“..จริง ๆ มันก็เรื่องส่วนตัวของริต้านะ..เหมือนกับเราสองคนที่แม้จะรักกันมันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของเรา..แต่ฉันรู้สึกว่า..หากมันเป็นแค่เรื่องส่วนตัวก็คงดี..”

“..เจ้าหญิงอจินไตยควรจะมีวัตถุประสงค์อะไรบางอย่างใช่ไหม..”

“..นางทำให้ริต้ารักจนหัวปักหัวปำขนาดนี้..คงไม่ใช่ธรรมดาแน่นอน..”

ดูศศินากังวลอย่างเห็นได้ชัด..แพคเกจในฐานะคนรักของศศินา..และอดีตคนที่ริต้าหลงรัก..ก็ดูจะเป็นกังวลไม่น้อย..เพียงแต่แพคเกจยังไม่ฉลาดลึกซึ้งเพียงพอจะอ่านสถานการณ์ออกว่า..อะไรเป็นอะไร..

....

การเดินทางไปยังถ้ำสมบัติซึ่งเป็นด่านที่สอง..ทุกคนเร่งรีบต้องให้ถึงก่อนค่ำให้ได้..

ศศินากับแพคเกจเดินเคียงสองนางกำนัลปักษามีนา..พยายามสอบถามเรื่องราวของจินดาพิสุทธิ์กับอจินไตย..

“..เหมือนองค์หญิงจะมีอันใดสนทนากับท่าน..เพียงแต่..ตอนนี้นางกังวลกับเจ้าหญิงอจินไตยอยู่..”ปักษาถอนหายใจ.. “..ข้าก็รู้สึกเหมือนท่านทั้งสอง..ว่าเจ้าหญิงอจินไตยทำให้องค์หญิงเราเปลี่ยนไป..”

มีนาสนับสนุน..

“..เหมือนสตรีเยี่ยงพวกเราจะมีความรู้สึกไวเป็นพิเศษกับสตรีที่มีจริตมารยานะ..ท่านคิดเห็นเป็นเช่นไร..ท่านปีศาจหมาป่า..”

ศศินาอดครางอือม์ไม่ได้..

“..เจ้าหญิงของพวกท่านพบเจอเจ้าหญิงอจินไตยได้อย่างไร..และเมื่อใด..”

“..จะว่าไปช่างน่าขำ..วันที่นางพบเจอกัน..วันนั้น..เราท่องไปยังแคว้นธรรพ์ธารา..และเจ้าหญิงของเราก็ได้พบเจอเจ้าหญิงอจินไตยในระหว่างทางเข้าที่พัก..นางมาเพียงคนเดียว..และเอ่ยปากของพักร่วมห้องแบบง่าย ๆ ..”

“..แล้วเจ้าหญิงของท่านก็ยินยอม..”

“..แรกเริ่มเดิมทีเราก็ไม่ไว้ใจ..”ปักษาพูด.. “..เราสามคนกำลังรับประทานอาหารที่ร้านอาหารที่เปิดที่พักพิงด้วย..และนางก็เข้ามาขอร่วมโต๊ะ..ไม่ทราบว่าทำไม..เจ้าหญิงของเราถึงได้สนทนากับนางได้อย่างถูกคอนัก..ท้ายสุด..นางก็ขอร่วมห้อง..เจ้าหญิงก็อนุญาต..แม้ว่าเรากับมีนาจะทักท้วง..ก็ไม่ฟังอันใด..”

มีนาพยักหน้า..

“..แต่..นางก็ไม่มีอะไรผิดสังเกต..นางร่วมทางกับเจ้าหญิงสามวัน..ตลอดเวลา..ดูเจ้าหญิงเราจะมีความสุขมากผิดวิสัย..ทำให้เรากับปักษาอย่างน้อยก็รู้สึกดีที่เจ้าหญิงซึ่งปรกติเงียบขรึม..กลายมาเป็นคนที่ยิ้มแย้มมีความสุขปานนั้น..”

ปักษาพูดอีกว่า..

“..ในวันที่สี่..นางก็หายไป..หายไปอย่างไร้ร่องรอย..ตอนนั้นเราไม่ทราบว่านางคือคนของแคว้นสนธยา..หากทราบ..เราคงไม่สงสัยว่าทำไมนางถึงหายไปได้ง่ายดายขนาดนั้น..”

“..แล้วเจ้าหญิงของท่านเล่า..”ศศินาถาม.

“.เจ้าหญิงดูจะเหงา ๆ บ้าง..แต่เพราะนางเป็นเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์..นางจึงกลับคืนสู่ความว่างเปล่าที่เคร่งขรึมได้อย่างเร็วไว..เรากับมีนาก็ไม่ได้คิดอันใดมาก..เจ้าหญิงกลายเป็นคนเดิม..เราก็ยังถือว่าไม่เป็นไร..”

มีนาเสริมว่า..

“..นับแต่วันนั้น..นางก็ปรากฏกายหลายครั้ง..โดยมากจะพบเจอกันในขณะที่จะเข้าพักยังที่พักแรม..ดูเหมือนบังเอิญ..แต่เรากลับรู้สึกว่า..อะไรจะบังเอิญได้ง่ายดายปานนั้น..นางจะพบเจอเจ้าหญิงครั้งละหนึ่งถึงสองคืนเป็นประจำ..แล้วก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย..เป็นอย่างนี้ทุกเดือนหรือสองเดือน..”

ปักษาพูดอีกว่า..

“..ทุกครั้งที่นางกับเจ้าหญิงอยู่ร่วมกันกับบุคคลอื่น ๆ ..อย่างเช่นเราสองที่เป็นนางกำนัลรับใช้..นางจะพูดจาทำตัวเป็นปรกติไม่มีอันใดผิดสังเกต..ที่เรารู้สึกผิดสังเกต..ก็คือท่าทีขององค์หญิงของเราที่ดูจะใส่ใจเจ้าหญิงอจินไตยมากเป็นพิเศษ..แต่ก็ยังไม่ทำอะไรที่เรารู้สึกว่ามันเป็นอันตรายหรือน่าห่วงกังวลอันใด..”

มีนาครางเฮ้อ..

“..แต่ยามที่พวกนางอยู่ด้วยกันสองต่อสอง..เราก็ไม่ทราบว่าจะสนทนาหรือมีอันใดที่ผิดปรกติหรือไม่..”

ปักษาถอนหายใจ..

“..และที่เราสองไม่รับทราบอันใดเลย..คือ..เจ้าหญิงอจินไตย..เป็นคนของแคว้นสนธยา..แรกเริ่ม..เรายังคิดว่านางเป็นเจ้าหญิงแห่งแคว้นธรรพ์ธาราด้วยซ้ำ..”

แพคเกจได้ฟังถึงตรงนี้ก็อดพูดกับศศินาด้วยสำนวนของชาวโลกปัจจุบันไม่ได้..

“..พี่นา..แพคว่าพี่คิดมากไปมั้ง.ไม่น่าจะมีอะไรหรอก..เพียงแต่อจินไตยเค้ามีท่าทีแบบนั้นเอง..”

“..เธอก็มาทำเป็นไม่รู้มารยา..ท่าอ่อย ๆ แบบนั้นน่ะ..บอกตรง ๆ ผู้หญิงแบบฉันไม่ชอบเลย..”ศศินาพูด.. “..พี่สาวทั้งสองมีนากับปักษา..ก็คงคิดเช่นเดียวกับข้าใช่ไหม..”

มีนากับปักษาพยักหน้า..

“..เราเองก็คิดว่า..หากเจ้าหญิงของเราจะมีความสุขบ้าง..ก็คงไม่เป็นอันใด..เพราะนางก็ยังไม่มีเรื่องราวที่เสียหายหรือทำให้เสียการไปแม้แต่สักครั้งเลย..”มีนาพูด.. “..เพียงแต่เมื่อเราทราบแน่ว่าเจ้าหญิงอจินไตย..เป็นคนของแคว้นสนธยา..ความรู้สึกเราก็คล้ายกับท่าน..มองดูเจ้าหญิงอจินไตยคล้ายกับมีมารยา..มีจริตออดอ้อน..เหมือนมีความต้องการบางสิ่งจากเจ้าหญิงของเรา..เพียงแต่ไม่อาจจะทราบได้ว่านางต้องการอันใดกันแน่..”

แพคเกจครางเฮ้อ..

“..ภาษาโลกเราคงต้องเรียกว่า..ยัยอจินไตย..ดูทั้งอ่อยทั้งตอแหลใช่ไหม..”

มีนาทำคิ้วขมวด..

“..ท่านปีศาจค้างคาว..ท่านพูดอันใดของท่าน..ตอแหล..อ่อย..นี่มันอะไรกัน..”

“..เอาเหอะ ๆ .อธิบายคงยาก..เอาเป็นว่า..ดูแล้วไม่จริงใจ..เอาแบบนี้ดีกว่า..”แพคเกจชักเซ็งที่คุยอะไรแบบอยากจะคุยก็ยาก..ต้องแปลภาษาให้คนในมิติเทพอสูรรับรู้ด้วย..

ศศินามีแววคิดที่ลึกซึ้งมากกว่าแพคเกจ..

และอยากจะทดสอบอะไรบางอย่าง..

เจ้าหญิงหมาป่าผละจากการสนทนา..เดินไปที่สองเจ้าหญิงที่เดินอยู่หน้าสุด..ซึ่งแม้จะเป็นหญิง..กลับเดินได้เร็วผิดธรรมดา..

ศศินาเดินเข้าประกบจินดาพิสุทธิ์..พูดว่า..

“..ริต้า..เธอว่าจะคุยกับพี่และแพคเกจสามคน..”

จินดาพิสุทธิ์นึกได้..

“..ใช่..พี่นา..มีเรื่องต้องคุยกันด่วน..เดี๋ยวลากแพคมาคุยเลยพี่..”

ศศินายิ้มเล็กน้อย..แต่แล้วก็ได้ยินเสียงอ้อยอิ่งของอจินไตยพูดขึ้นว่า..

“..เธอจะคุยกับญาติเธอ..ไม่ดูแลฉันแล้วใช่ไหม..”

จินดาพิสุทธิ์เหมือนทำอะไรไม่ถูก..ในที่สุดก็เอ่ยขึ้นว่า..

“..พี่นา..เดี๋ยวมีจังหวะดี ๆ ก่อนนะพี่..ขอริต้าดูแลอจินไตยก่อนนะ..”

“..เค้าเป็นอะไรไปล่ะ..เห็นเดินเหินคล่อง..”

“..พูดยากพี่นา..เธอยังไม่ฟื้นพลัง..ที่เดินคล่องไม่ใช่เพราะอจินไตยเดินเองหรอกนะ..”

พลางชี้ให้ดูเอวของอจินไตยที่มีผ้าแพรพรรณแห่งทางช้างเผือกพันเอวไว้..แล้วเหมือนยกร่างเจ้าหญิงแห่งแคว้นสนธยาขึ้น...ลอยไปพร้อมกับการเดินของจินดาพิสุทธิ์..

ศศินาขมวดคิ้ว..

“..นี่เธอถึงกับ..”

“..ไม่เป็นไรหรอกพี่นา..แต่หากจะให้อจินไตยรั้งท้าย..จะไม่ดีต่อกลุ่มของเรา..”

ศศินาดูจะหงุดหงิด..

“..ได้..งั้นหาจังหวะอื่นคุยกันนะ..มีอะไรสำคัญหรือเปล่า..”

“..สำคัญมาก..สำคัญที่สุด..”

“..งั้นทำไมไม่รีบคุย..”

“..แต่อจินไตยเดินไม่ไหว..มันก็สำคัญเหมือนกันนะคะพี่นา..”

ศศินาเหลือบมองเจ้าหญิงอจินไตยที่ดูจะสีหน้าประหลาด ๆ พิกล..โดยไม่รู้ว่ามีจริตมารยาอะไรแฝงอยู่..

แต่บอกตรง ๆ.ศศินาไม่ชอบเลย..

และจากการคุยกับจินดาพิสุทธิ์ในตอนนี้..ศศินารับรู้ได้ในทันทีว่า..นางทำให้ริต้าหลงใหลจนหัวปักหัวปำทำได้ทุกอย่างเพื่อนางแล้ว..

.........

ศศินากลับมาสู่วงสนทนาเดิมอีกครั้ง..เล่าให้ฟังทุกอย่าง..

แพคเกจถึงกับครางอือ..มีนากับปักษาถึงกับอุทานออกมา..

“..นี่เจ้าหญิงของเรา..หลงนางถึงขนาดนี้เลยหรือ..”มีนาพูด..

“..ท่านปีศาจค้างคาว..ทำไมข้าถึงรู้สึกว่า..คำที่ท่านพูดว่า..ตอแหล..มันทำให้ข้าเข้าใจทุกประการ..”ปักษาพูดอีก.. “..ตอแหล..ตอแหล..ตอแหล..”

แพคเกจจุ๊ยปาก..

“..อย่าพูดดังสิ..ท่านก็ทราบว่าเจ้าหญิงของท่านมาจากที่เดียวกับข้า..”

ศศินาครางอือม์..

“..เราต้องจับตานางไว้..”

“..จะให้ท่านวาหุกับท่านสินธุรู้เรื่องด้วยหรือไม่..”

“..ท่านทั้งสองนั้นเป็นบุรุษ..อาจจะมองว่าพวกเราเหล่าสตรีคิดอ่านไร้สาระ..จะมากจะน้อย..เราก็ทราบดีว่าสตรีที่ดูไร้เดียงสา..มีจริตมารยาเช่นนี้..เหล่าบุรุษอาจจะเอ็นดูนางอยู่หลายส่วน..เรื่องเหล่านี้..เป็นเราสี่คนผลัดกันจับตาดูนางไว้เถิด..แพค..เธอก็คิดอะไรคล้ายผู้ชายเหมือนกันนะ..จะทันมารยาไหมนี่..”

“..โอย.แพคก็เป็นผู้หญิงนะพี่นา..ยังไงก็รู้มารยาหญิงด้วยกันอยู่แล้ว..”แพคเกจเช็ดจมูก..

ศศินาครางอือม์..ขอให้มันจริงเถอะ..

แต่แล้ว..ช่องว่างหนึ่ง..ทำให้ศศินาสังเกตว่า..สายตาประหลาดของอจินไตยเหลือบมองมาทางนี้..

และประสานสายตากับเจ้าหญิงแห่งเผ่าหมาป่าเหมือนจะบังเอิญ..หรือเหมือนจะแสร้งบังเอิญไม่ทราบได้

ศศินารู้สึกขนลุกอย่างไม่ทราบสาเหตุ..รีบเบือนสายตาไปทางอื่น..ในขณะที่เจ้าหญิงอจินไตย..เหมือนไม่มีความรู้สึก..ไม่มีอะไรให้จับทางได้เลย..

ว่านางกำลังคิดอะไรอยู่..

.....

อีกมิติหนึ่งที่ห่างไกลนับอนันตกาล..

กัษษากรและคิตตี้มาถึงสำนักสูญญตาพร้อมกับธีร์กับไอ..

เวลานี้..กัษษากรกลับรู้ว่า..คิตตี้เหมือนกับลงทุนกับบางเรื่องราวไปแบบไม่ทราบว่าจะคุ้มค่าหรือไม่..และทำไม..

ตัวเองประคองคนรัก..ในขณะที่ลูกทั้งสองคือธีร์กับไออดพูดไม่ได้..

“..อาคิตตี้ทำไมถึงเรียกอสูรไม่ได้อีก..ไม่เข้าใจเลย..”ธีร์พูด..

ไอสนับสนุน..

“..อย่าบอกนะว่าอาคิตตี้เสียอสูรไปแล้ว..”

คิตตี้ส่ายหน้า..กัษษากรถอนหายใจ..

“..มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่คิตตี้..”

ร่างของทั้งสี่ปรากฏที่ห้องโถงใหญ่ของสำนัก..แบบ “หายตัวเข้ามา..”

เดิมห้องโถงว่างเปล่า..แต่เมื่อทั้งสี่ปรากฏตัว..ร่างของเจ้าสำนักสูญญตาทั้งสองก็เดินเข้ามาในห้องนี้พอดี..

เจ้าสำนักฝ่ายอารามขาวคือออย..ไอยรินทร์ อิทธิวงศ์..ยังสงบนิ่งแน่วแน่..

แต่แคท..มรกต อิทธิวงศ์..เหมือนมีอะไรบางอย่างที่กำลังคิดหนัก..

“..นายแม่ทั้งสอง..”คิตตี้พูด.. “..เหมือนรู้เลยว่าคิตตี้อยากจะคุยกับนายแม่..”

“..เกิดอะไรขึ้น.”ออยถาม.. “..ฉันรู้สึกจากจิตสูญญตา..เลยชวนแคทมาที่ห้องนี้..”

เจ้าสำนักฝ่ายอารามขาวที่มีจิตสูญญตา..ทำให้คิตตี้อดเลื่อมใสไม่ได้..

แคทถามว่า..

“..เหมือนสู้กับใครมา..”..แล้วแคทก็ฉงน.. “..ทำไมธีร์กับไอถึงโตขึ้น..”

“..เราปะทะกับเทวีแวมไพร์เรนี่..”คิตตี้รายงาน.. “..นางรู้ว่าธีร์กับไอไปที่วิหารประตูสวรรค์รับพลังจากต่างมิติเพื่อพัฒนาศักยภาพ..และเมื่อทั้งสองโตขึ้น..ก็สู้กับเรนี่..แต่..”

คิตตี้ถอนหายใจ..เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับเธออย่างไม่ปิดบัง..

เรื่องราวที่ทุกคนต่างก็ประหลาดใจ...

เรื่องที่คิตตี้ได้เจอกับริต้า...ในมิติที่เรียกว่า..มิติแห่งสนธยา..

....

ฟังคิตตี้เล่าเรื่องจนจบ..แคทก็ถึงกับใจพลุ่งพล่าน..ออยแม้จะฝึกจิตสูญญตา..สงบนิ่งกว่าแคท..แต่เมื่อรู้ว่าคิตตี้เจอริต้า..ก็อดสีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อยไม่ได้..

“..ตามที่คิตตี้พูดมา..เป็นความจริงหรือนี่..”แคทอดถามย้ำไม่ได้

“..หลักฐานก็คือ..วิชาอากาศมนตราที่ริต้ามอบให้คิตตี้ส่วนหนึ่ง..เพื่อใช้ป้องกันดาบที่เทวีแวมไพร์แทงใส่อก..”คิตตี้พูด.. “..ไม่งั้น..คิตตี้ก็คงตายไปแล้ว..”

ก่อนจะสูดลมหายใจ..

“..ยังเหลือพลังบ้างเล็กน้อยค่ะ..”

พูดจบก็วาดสองมือ..ผลักออกไป..

พลังที่ว่างเปล่า..แต่ก็ไม่ใช่ว่างเปล่าอย่างแท้จริง..

แต่พลังนั้นทำให้แคทถึงกับผงะถอยออกมา..เพราะจำได้ดี..

คิตตี้เหมือนยังมีพลังคุคั่งบางส่วน..

“..นายแม่..กัสจัง.รับวิชาอากาศมนตรา..”

พูดจบก็ใช้สองมือผลักดันพลังอากาศมนตราออกไป..

แคทกับกัษษากรต้านพลังอากาศมนตราไว้..

ก่อนจะชักจูงพลังให้ถ่ายเทไปอีกทางหนึ่ง..

เสียงแผ่นดินครืนๆ สั่นไหว..

แคทถ่ายพลังลงพื้นดิน..ทำให้เกิดแผ่นดินไหวสะท้านสะเทือนไปทั่ว..แต่ไม่รุนแรงนัก..

กัษษากรชักดาบราชินี..ฟันกระแสพลังให้สลายหายไปด้วยกำลังแม่พระธรณี..

นานจนคิตตี้ผ่อนลมหายใจ..ตากระจ่างแจ่มใส..

“..ถ่ายพลังออกหมดแล้ว..ทำไมมันสบายขึ้นขนาดนี้นะ..ที่แท้.วิชานี้..ปิดกั้นการเชื่อมกับอสูรนั่นเอง..”คิตตี้หัวเราะออกมาดัง ๆ .. “..รู้สึกถึงอสูรแล้ว..”

แคทมือสั่นระริก..

“..คิตตี้..นี่เป็นวิชาของนางเฒ่าจิญจายะจริง ๆ ..นายแม่จำได้ดี..หนูไม่มีทางได้วิชานี้มาแน่..”

“..แต่ริต้าได้วิชาระดับแก่นแท้นะคะนายแม่..”

หลักฐานที่เห็นเช่นนี้..ทำให้แคทอดสบตากับออยไม่ได้..

“..ริต้าอยู่ที่มิติเทพอสูร..เหมือนกับกัสจังที่จากที่นั่นมาอยู่ที่โลกของเรา..”

กัษษากรสอดดาบคืนฝัก..

“..ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแล้วล่ะค่ะ..อาจารย์..”

คิตตี้พูดอีกว่า..

“..ริต้าเล่าให้ฟังว่ากำลังรวบรวมตำราของราชาแวมไพร์อีกสองเล่ม..ที่ป้าสองป้าป้อนรวบรวมมาแล้วสองเล่ม..และคิตตี้คิดว่า..วิธีชนะเทวีแวมไพร์..บางทีอาจจะอยู่ในตำราทั้งสี่เล่มนั่นนะคะ..”

แคทถอนหายใจ..

“..ถ้าอย่างนั้น..สิ่งที่ออยเสนอไว้..แคทก็คงต้องทำจริง ๆ แล้วสินะ..”

คิตตี้กับกัษษากรมองหน้ากัน..คิตตี้อดถามไม่ได้..

“..นายแม่ต้องทำอะไรหรือคะ..”

“..ฟังนะคิตตี้..ต่อให้ริต้าทำตามเงื่อนไข..ค้นหาตำราได้สำเร็จทั้งสี่เล่ม..เค้าจะบอกเราได้อย่างไรว่า.ตำราเขียนว่าอะไรบ้าง..และต้องใช้วิธีไหนถึงจะปราบเทวีแวมไพร์ได้..”

คิตตี้ชะงัก..

แคทถอนหายใจ..

“..รวมทั้งจะเอาตำรามาที่มิติปัจจุบันของโลกเราได้อย่างไร..แม้แต่ป้าป้อนที่มีวิชาเพลงเทพส่งวิญญาณ..สามารถข้ามมิติได้..แต่หากไม่มีเหตุอันควร..ท่านเทพอสูรก็คงไม่อนุญาตให้เข้าไปยังมิติของท่านได้อย่างง่ายดายหรอก..”

ออยพูดอีกว่า..

“..ที่ผ่านมา..การตายของศศินากับแพคเกจ..ท่านก็ช่วยสงเคราะห์ให้ไปอยู่ในมิติของท่าน..ทำให้ความตายของทั้งสองคนนั้นเป็นไปตามกฎเกณฑ์..และยังใช้ประโยชน์จากทั้งสองคนนั้นได้..คือการช่วยริต้าหาตำรา..แต่ก็ใช่ว่าทั้งสองคนนั่นจะกลับมาหาเราได้..เพราะการตาย..คือการเดินทางโดยไม่หวนกลับตามกฎอยู่แล้ว..”

คิตตี้ครางออกมา..นึกได้ว่า..อจินไตยได้บอกกับเธอแล้ว..ว่าเธอไม่อาจจะทำแบบที่เธอทำมาแล้วได้อีก..

และการกระทำของเธอก็มีค่าตอบแทนไม่น้อยเหมือนกัน..คือการสูญพลังของชาวแคว้นสนธยาไป..

ออยนิ่งไปชั่วครู่..ก่อนจะพูดว่า..

“..มีหนทางหนึ่งที่จะทำได้โดยไม่ผิดกฎเกณฑ์..คือการใช้จิตสูญญตา..เชื่อมต่อกับคนที่ฝึกจิตสูญญตาด้วยกัน..ในที่นี้..ก็คือริต้า..”

คิตตี้พูดขึ้นว่า..

“..ดูเหมือนริต้าจะมีพลังจิตสูญญตามากขึ้นนะคะ..และใช้มันฝึกวิชาอากาศมนตราของนางเฒ่าจิญจายะสำเร็จ.”

“..แต่ต่อให้เป็นเช่นนั้น..เราก็ยังเชื่อมโยงกับริต้าไม่ได้..จำเป็นต้องใช้พลังจิตสูญญตาขั้นสูงสองจิต..หนึ่งส่งการสื่อสารไปถึง..และอีกคนต้องอาศัยคนที่มีอำนาจจิตสูญญตาพอ ๆ กัน..คอยประคับประคอง..และนำทางคล้าย ๆ กับเป็นเนวิเกเตอร์ให้..”

แคทสนับสนุนน้องสาวฝาแฝด..

“..ย่าหงส์ของคิตตี้น่าจะทำแบบนั้นได้..แต่ย่าก็ตายไปแล้วนะลูก..”

คิตตี้เม้มปาก..

“..งั้นก็เหลือแต่..”

แคทพยักหน้า..

“..มีแต่นายแม่คนเดียวที่ทำได้..เพียงแต่จิตสูญญาของนายแม่เป็นจิตฝ่ายสู้รบ..เป็นจิตของทางฝ่ายตึกแดงไม่ใช่อารามขาว..ไม่อาจจะทำตามที่วางแผนไว้ได้..มีทางเดียวที่จะทำให้ทำได้โดยสมบูรณ์..คือ..นายแม่ต้องละทิ้งจิตฝ่ายสู้รบของเทวีแห่งสงครามไปเสีย..และให้จิตภายในเป็นจิตสายอารามขาวโดยสมบูรณ์..”

คิตตี้ใจหายวาบ..

“..นี่หมายความว่าอย่างไรกันคะนายแม่..”

“..นายแม่จะไม่สามารถเป็นเจ้าสำนักฝ่ายตึกแดงได้อีก..เพราะจะต้องเสียอำนาจการต่อสู้ไปทั้งสิ้น..ข้อดีคือ..จะสามารถสื่อสารกับริต้าได้..แต่ข้อเสียคือ..นายแม่คงไม่มีพลังฝีมือเหลืออีกแล้ว..”

กัษษากรรู้สึกหนาวเหน็บ..

“..ท่านอาจารย์..ที่เทวีแวมไพร์ไม่กล้าบุกสำนักเรา..เพราะนางกลัวท่านนะคะ..”

“..ใช่..เพราะสิ่งที่เทวีแห่งสงครามสามารถทำได้..คือชนะได้ทุกครั้งไม่ว่าจะรบกับใครก็ตาม..และเรนี่ก็กลัวการต่อสู้กับฉันเป็นอย่างมาก.”

แคทคือเทวีแห่งสงครามจุติ..เรื่องราวนี้..มาจากปากของเทวีแวมไพร์เรนี่นั่นเอง..

“..หากนายแม่เสียจิตวิญญาณแห่งเทวีแห่งสงครามไป..นั่นหมายความว่า..”คิตตี้ไม่อยากจะพูดเลย..

แคทพูดสีหน้าเรียบเฉย..

“..ก็แค่เป็นออยอีกคนหนึ่ง..เป็นนักบวชสายอารามขาวอีกคนแค่นั้น..”

เจ้าสำนักฝ่ายตึกแดงระบายลมหายใจออกมา..

“..บางที..ฉันคงจะหยุดการต่อสู้ของตัวเองได้แล้ว..ควรจะสงบกับอารามขาวสักที..”

แต่แคทก็ยังหนักใจ..

“..เกรงแต่ว่า..หากเทวีแวมไพร์รู้เข้า..นางจะบุกสำนักเรา..แล้วมันจะกลายเป็นการนองเลือดใหญ่..เพราะหาใครชนะนางไม่ได้อีก..แต่หากไม่ละทิ้งจิตแห่งเทวีแห่งสงคราม..เพื่อเอาจิตสูญญตาฝ่ายนักบวชเข้าไปแทนที่..ก็จะไม่มีทางเชื่อมต่อกับริต้า..ซึ่งจะหาทางชนะเทวีแวมไพร์โดยเด็ดขาดไม่ได้เลย..”

ทุกคนอยู่ในสภาพที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก..

“..แล้วจะทำกันยังไงดี..”คิตตี้คราง...สำนึกตัวว่าที่ผ่านมา..ถ้าโชคไม่ช่วย..หรือไม่มีใครช่วย.คิตตี้ก็ไม่มีทางชนะเทวีแวมไพร์เลยเช่นกัน...

แคทนิ่งคิด..ก่อนจะพูดว่า..

“..หากจำเป็นจริง ๆ ..คิตตี้..นายแม่จะมอบตำแหน่งเจ้าสำนักสูญญตาตึกแดงให้หนู..เพราะจะว่าไป..หนูก็รับสืบทอดฝีมือนายแม่ไปได้มากมายแล้ว..”

คิตตี้นิ่งอึ้ง..

“.นายแม่คะ..ต่อให้คิตตี้เก่งขนาดไหน..ก็ยังชนะเทวีแวมไพร์ไม่ได้แม้แต่น้อย..การต่อสู้ครั้งล่าสุด..หากริต้าไม่ให้เจ้าหญิงอจินไตยช่วยไว้..คิตตี้คงตายไปแล้วนะคะ..คิตตี้รวมพลังกับกัสจัง..ยังสู้นางไม่ได้..แม้แต่ธีร์กับไอที่อัพเกรดพลังจนเติบโตขึ้นขนาดนี้แล้ว..เราสี่คนกลายเป็นคนละชั้นกับเทวีแวมไพร์ไปเลย..”

ออยเจ้าสำนักฝ่ายอารามขาวกลับยิ้มเล็กน้อย..

“..อย่าเพิ่งใส่ใจกับเรื่องที่ยังมาไม่ถึงเลยคิตตี้..สถานการณ์จะบ่งบอกได้เอง..ว่าท้ายที่สุด..พวกเราควรจะทำตัวอย่างไร..ต่อให้หนูเป็นเจ้าสำนักสูญญตาตึกแดงแทนนายแม่แคทของหนู..ก็จะเป็นไรไปล่ะ..หากว่าความเป็นจริงบังคับให้ต้องทำอย่างนั้น...”

สีหน้าท่าทีของออยว่างเปล่า..

คิตตี้กับกัษษากรสบตากัน..

ยังต้องฝึกถึงความว่างอีกมากทีเดียวสำหรับพวกเรา...

......

เย็นย่ำ..

ขบวนเดินทางของจินดาพิสุทธิ์หยุดที่ถ้ำแห่งหนึ่ง..

เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์เรียกประชุมทุกคน..

“..เหลือระยะอีกไม่น่าจะไกลนัก..พวกเราทุกคนควรตั้งหลักให้พร้อม..พักผ่อนให้พอ..เราจะบุกถ้ำสมบัติอันเป็นด่านสุดท้าย..”

ห้านักดาบเงาครุฑ..สามพิณสังหารแห่งสำนักพิณทองคำ..เทพอัคคีเวนไตย์..เสือขวานฟ้ากับบริวาร..สินธุศิษย์เอกสำนักดาบสายธารา..และวาหุยอดนักดาบวายุเทพ..เวลานี้ทุกคนกำลังอยู่ในสภาวะพร้อมต่อสู้เต็มที่..

จินดาพิสุทธิ์พยักหน้าให้ศศินากับแพคเกจ..

“..ท่านทั้งสองรีบไปสอดแนม..หาลู่ทางบุก..และเราจะได้วางแผน..”

ศศินาแพคเกจรับคำ..พลิ้วกายลิ่วออกไป..

เวลานี้ทุกคนกำลังฟังคำสั่งเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์..โดยมีปักษามีนาสองนางกำนัลคอยเคียงข้าง..

และยังมีเจ้าหญิงอจินไตยอยู่ข้างกายจินดาพิสุทธิ์อย่างใกล้ชิด..

จินดาพิสุทธิ์หลับตา..

“..สิ่งที่อ่านมาจากความทรงจำของมหสิงขร..สถานที่ที่เราจะบุก..เป็นสถานที่เร้นลับ..แม้แต่ทหารของแคว้นอุตระก็ยากจะล่วงรู้ว่าสถานที่นี้เป็นอย่างไรกันแน่..มีเพียงชนชั้นระดับสูงไม่กี่คนที่สามารถมาที่แห่งนี้ได้..”

“..เราต้องเผชิญกับปีศาจคลั่งอีกแน่นอน..”เทพอัคคีเวนไตย์พูด.. “..แต่ปีศาจคลั่งเหล่านั้น..หากมีองค์หญิงจินดาพิสุทธิ์อยู่ด้วย..ก็ไม่น่ากริ่งเกรงอันใด..”

“..ไม่มีอันใดเลย..ปีศาจคลั่งก็ไม่มี..”เสียงของเจ้าหญิงอจินไตยพูดเหมือนกล่าวลอย ๆ ..

ทุกคนต่างฉงน..วาหุอดถามไม่ได้..

“..ท่านเคยไปยังสถานที่แห่งนี้มาแล้วหรือ..”

“..แต่มีสิ่งที่น่าเกรงกว่าปีศาจคลั่ง..”อจินไตยพูดอีกเหมือนไม่ใส่ใจคำถามของวาหุ..

จินดาพิสุทธิ์ขมวดคิ้ว..

“..อจินไตย..ท่านรู้เรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร..”

“..กลิ่นอบอวลของกิเลส..”อจินไตยสีหน้าเรียบเฉย..ตาเหมือนจะไม่จับโฟกัสสิ่งใดสิ่งหนึ่ง.. “..กับคนเฝ้าเพียงแค่สี่คน..ก็เพียงพอจะรับมือกับพวกเรา..”

อจินไตยพูดจบก็หัวเราะ...เสียงหัวเราะของนางแปลกประหลาด..และชวนให้สยิวกายด้วยความหนาวเหน็บ..

“..เกรงว่า..คนที่จะรอดจากถ้ำสมบัติ..คงมีไม่มากนัก..”

“..อจินไตย..”จินดาพิสุทธิ์พยายามรั้งไม่ให้คนทั้งขบวนเสียขวัญ.. “..ท่านไฉนกล่าวเช่นนี้..”

อจินไตยเหมือนไม่ทราบว่าตัวเองกลายเป็นเป้าสายตาของทุกผู้คน..ที่ดูจะไม่พอใจเป็นอันมาก..

“..หากแพ้ต่อกิเลส..อย่างไรก็ไม่รอด..พวกท่านมีเพียงไม่กี่คนที่มีคุณสมบัติจะรอดชีวิต..”

“..แล้วใครบ้างที่ควรตาย..หรือควรรอด..”เสียงเทพอัคคีเวนไตย์เหมือนไม่พอใจมาก..

“..ท่านไม่ควรรอด..”อจินไตยพูด..

หากไม่เกรงใจว่าอจินไตยเป็นคนของเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์..เทพอัคคีเวนไตย์คงเผานางไปแล้ว..

สีหน้าจินดาพิสุทธิ์ไม่สู้ดี..ปักษากับมีนาสบตากัน..ในที่สุด..ปักษาก็พูดว่า..

“..องค์หญิงอจินไตย..ท่านไปพักผ่อนก่อนดีไหม..เรื่องราวส่วนนี้..ปล่อยให้เจ้าหญิงของเราสะสางจะดีกว่า..ตามข้ามา..เพราะข้ามองออกว่าท่านอาจจะต้องการการพักผ่อนชั่วครู่..”

ไม่รอให้จินดาพิสุทธิ์พูดอะไร..รีบลุกขึ้น..ย่อตัวคารวะ..และดึงแขนเจ้าหญิงอจินไตย..หมายจะให้ออกมาจากข้างกายจินดาพิสุทธิ์เสียก่อน..

อจินไตยแทนที่จะอาละวาดอันใด..กลับหัวเราะเสียงชวนให้ทุกคนสั่นสะท้าน..และตามปักษาออกมาอย่างว่าง่าย

จินดาพิสุทธิ์รู้สึกอิหลักอิเหลื่อ..

แต่ทุกคนก็ไม่กล้ากล่าวอะไรให้เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์ไม่สบายใจ..

สีหน้าของจินดาพิสุทธิ์เป็นปรกติโดยเร็ว..

“..รอข่าวสอดแนมของสองปีศาจแห่งอนันตกาล..เราจะวางแผนกันได้ดีขึ้น..ทุกท่านโปรดรอ..”

ไม่มีทางใดที่ดีไปกว่าทางนี้..

....

ปักษาพาเจ้าหญิงอจินไตยเข้ามาในถ้ำ..มีมุมที่ให้พักผ่อนได้เต็มที่..

ก่อนที่ปักษาจะหันขวับ..

“..ท่านควรพักผ่อนก่อน..องค์หญิง..เรื่องราวอื่น..อย่ายุ่งเกี่ยวอีกเลย..”

อจินไตยยิ้มเล็กน้อย..ยิ้มที่ปักษารู้สึกหวาดหวั่นอย่างบอกไม่ถูก..

“..เจ้าต่างหากที่ไม่ควรยุ่งเกี่ยวเรื่องของข้า..”

อจินไตยพูดจบ..ตาก็เหมือนมีไฟปรากฏข้างใน..

ปักษาขนลุกเกรียว...ความที่อจินไตยเป็นเจ้าหญิงแห่งแคว้นสนธยาที่คนทั้งแผ่นดินขนลุกอยู่แล้ว..เวลานี้..กลับยิ่งขนลุกเข้าไปอีก..

เจ้าหญิงอจินไตยเข้ามาใกล้..ยิ้ม..และวางมือบนใบหน้าอีกฝ่าย..

“..คิดหรือว่า..ความรู้สึกของเจ้า..ข้าจะไม่ล่วงรู้..เจ้าก็รักองค์หญิงจินดาพิสุทธิ์เช่นกัน..”

ปักษาใจหายวาบ..

ขนลุกเกรียวกับมือที่ลูบไล้..

“..ท่าน..”

ก่อนจะถูกรั้งร่างเข้าใกล้..และฝังรอยจูบที่ซอกคอ..

ฟันขบที่ก้านคอราวกับ....การดูดเลือดของ...

แวมไพร์....

..........

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น