Bloodymoon 2 (yuri)ศึกเทพเจ้า ภาค ศึกห้าแคว้น

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,482 Views

  • 7 Comments

  • 57 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    43

    Overall
    1,482

ตอนที่ 7 : ดินแดนอาถรรพ์และรักที่อาถรรพ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 53
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    19 ก.ย. 61


จินดาพิสุทธิ์มาถึงถ้ำที่เป็นด่านหน้า..เป็นที่สร้างไฮยีน่าแวมไพร์หรือปีศาจคลั่ง..ซึ่งตอนนี้..ภายในถ้ำถูกคนของนางควบคุมไว้ได้ทั้งหมด..

หากสองปีศาจแห่งอนันตกาลที่ไม่มีวันตายทั้งสองออกอาละวาด..รวมกับกลุ่มคนที่คัดเลือกมาเพื่อร่วมผจญภัยแล้ว..การถล่มด่านแรกของเทือกเขามัชฌิมา..ไม่ถือว่าเหลือบ่ากว่าแรงนัก..

สองนางกำนัลรับใช้ใกล้ชิด..ปักษาและมีนาเข้ามาคุกเข่า..รวมถึงสององครักษ์ยอดนักดาบอย่างวาหุและสินธุ..

แพคเกจกับศศินาก็เดินเข้ามาหาแต่ไม่ได้คุกเข่าเพราะถือว่าเป็นญาติสนิทกัน..

จินดาพิสุทธิ์เห็นทุกคนยิ้มแปลก ๆ ก็อดถอนใจไม่ได้..แม้จะเก้อเขินอยู่บ้างก็ตาม..

ทุกคนเหมือนจะรู้ว่าเจ้าหญิงหายไปไหน..ไปทำอะไร..และกับใคร..

ตลอดจนเหมือนรู้หัวใจและความสัมพันธ์ระหว่างจินดาพิสุทธิ์กับอจินไตยดี..

“..จัดการเรียบร้อยดีไหม..”เจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราถาม

“..เรียนองค์หญิง..เราควบคุมสถานการณ์ไว้ได้แล้ว..”สินธุพูด..

“..ท่านครุฑขาวกับจิ้งหรีดดำเล่า..”จินดาพิสุทธิ์ยังอดเป็นห่วงบริวารไม่ได้..

“..ทั้งสองหมดสติเตรียมถูกวางยาทำให้เป็นปีศาจคลั่ง..เราช่วยเหลือได้แล้ว..ท่านครุฑขาวกับจิ้งหรีดดำพอรู้ว่ารอดจากการถูกทำให้เป็นปีศาจได้อย่างฉิวเฉียด..ก็คงแตกตื่นโดยเฉพาะจิ้งหรีดดำ..แต่ท่านครุฑขาวดูจะทำให้จิ้งหรีดดำคลายตระหนกได้มากทีเดียว..”สินธุอธิบายด้วยน้ำเสียงปรกติ..

จินดาพิสุทธิ์ครางอือม์..

“..ดูท่า..ทั้งสองคนนั้นคงมีใจแก่กันกระมัง..”แม้ว่าครุฑขาวกับจิ้งหรีดดำล้วนเป็นชาย..แต่สำหรับจินดาพิสุทธิ์..กลับไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาด..

“..คาดว่าเช่นนั้น..เพราะเมื่อท่านครุฑขาวฟื้นคืนสติ..ก็เอ่ยถึงจิ้งหรีดดำ..และเมื่อจิ้งหรีดดำคืนสติ..ก็ร้องหาแต่ท่านครุฑขาว..”สินธุรายงาน..

สำหรับเรื่องความรัก..จินดาพิสุทธิ์ที่เพิ่งพบเจอเจ้าหญิงอจินไตย..ย่อมทราบดีที่สุด..

เจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราพูดขึ้นว่า..

“..เสร็จภารกิจแล้ว..หากสองคนนั่นมีใจแก่กันจริง..ข้าจะสนับสนุนให้ได้ใช้ชีวิตคู่กันที่แคว้นจันทรา..”

“..ถือเป็นวาสนาของทั้งสองนัก..”มีนาพูดยิ้ม ๆ …

วาหุพูดขึ้นว่า..

“..เราพบคนที่ถูกจับกุมไว้จำนวนมาก..เพื่อเตรียมทำให้เป็นปีศาจคลั่ง..”

“..ท่านควรจะปลดปล่อยพวกเขาเสียทั้งหมด..ค่ำคืนต่อไป..เราจะไปยังด่านที่สอง..ซึ่งควรจะทำให้เราได้พบสิ่งที่ข้าต้องการ..นั่นคือตำราที่ข้ารับปากท่านแม่ไว้ว่าจะเสาะหามาให้ได้..”

“..เราสอบปากคำนายกองที่ควบคุมสถานที่แห่งนี้..ได้ความว่า..ด่านที่สองซึ่งอยู่ถัดจากด่านแรกไปอีกราวระยะเดินหนึ่งวัน..เป็นสถานที่ลึกลับที่ยากจะฝ่าเข้าไปได้..คนที่ควบคุมด่านที่สอง..ยังไม่อาจจะบอกได้ว่าเป็นใคร..แม้แต่ทหารอุตระเองก็มิอาจจะเข้าไปได้..”สินธุรายงาน..

“..ถือเป็นสถานที่ที่น่ากลัวที่สุดสถานที่หนึ่งทีเดียว..”วาหุเสริม..

“..ท่านทั้งสองตระเตรียมการไว้..พักผ่อนให้เต็มที่..แม้ว่าจะอันตราย..แต่ข้าก็เชื่อว่า..ด้วยฝีมือของพวกท่าน..คงไม่เหลือบ่ากว่าแรงนักหรอก..”

วาหุกับสินธุสบตากัน..ก่อนที่สินธุจะพูดขึ้นว่า..

“..เจ้าหญิง..เรียนตามตรง..หากไม่ใช่ท่าน..เราคงจะบุกมาถึงนี่ไม่ได้แน่..แม้ข้ากับท่านวาหุจะมีฝีมือเพียงใด..แต่ท่านทำให้เรารู้สึกอุ่นใจทุกครั้ง..และทุกคนที่บุกเขามัชฌิมาพร้อมกับท่าน..ล้วนแต่ยึดถือท่านเป็นกำลังใจ..และท่านเองก็เหมือนจะล่วงรู้ในสิ่งที่พวกเราไม่ล่วงรู้..”

จินดาพิสุทธิ์ขมวดคิ้ว..

“..ท่านกล่าวเช่นนี้..มีความหมายใดกัน..”

“..หลายสิ่งที่บ่งบอกให้เราทราบว่า..ท่านอาจจะไม่ใช่คนในโลกของเรา..แม้แต่สองปีศาจอนันตกาล..แต่ท่านมาจากไหน..เราก็ไม่อาจจะรู้ได้..ท่านก็คงเหมือนกับบิดาท่าน..ที่อาจารย์ข้ากล่าวไว้..ว่าบิดาท่านเป็นสุดยอดฝีมือที่ไม่อาจจะหาได้ในโลกนี้..และไม่ควรอยู่ในโลกนี้ด้วย..”

จินดาพิสุทธิ์ยังไม่ทราบว่าสินธุหมายความอย่างไร..

อดเหลือบมองศศินากับแพคเกจไม่ได้..ทั้งสองต่างก็ทำท่าเหมือนไม่เข้าใจเหมือนกัน..

“..เรียนองค์หญิงตามตรง..ท่านแม้จะทำให้พวกเรารู้สึกอุ่นใจ..แต่อีกทางหนึ่งก็เริ่มระแวง..”สินธุพูดเหมือนจะลังเลว่าควรจะพูดดีหรือไม่..

จินดาพิสุทธิ์นิ่งเล็กน้อย..

ปักษากับมีนาอดมองหน้ากันไม่ได้..

“..ท่านระแวงอันใดข้า..”จินดาพิสุทธิ์ถาม..

“..ระแวงว่า..ท่านมาที่โลกของพวกเราทำไมกัน..ยังจะเจ้าหญิงแห่งแคว้นสนธยาที่โลกของเรานี้ไม่กล้าตอแย..ท่านก็ยังสนิทสนมและรักนางด้วย..”

“..หือ..แคว้นสนธยา..”

“..ทุกผู้คนในแผ่นดินต่างก็ทราบว่าดินแดนแห่งแคว้นสนธยาเป็นดินแดนอาถรรพ์..ชาวแคว้นสนธยาเหมือนไม่ใช่มนุษย์..ไม่มีใครกล้าไปมาหาสู่..ชาวแคว้นสนธยาแต่ละผู้คนดูราวกับภูตพราย..”

จินดาพิสุทธิ์ครางอือม์..

“..เรื่องนี้สำคัญที่สุดกระมัง..”

“..เรียนองค์หญิง..ท่านคงจะมาจากที่ใดที่หนึ่งซึ่งไม่ใช่โลกของเราดังที่สันนิษฐานไว้แน่..จึงไม่ทราบความนัยเกี่ยวกับแคว้นสนธยาเช่นนี้..”สินธุถอนหายใจ..

จินดาพิสุทธิ์หันมาทางปักษากับมีนา..

ทั้งสองเหมือนยากจะบอกกล่าว..

“..เราอยู่แต่กับท่านทั้งสองตลอดมา..นับตั้งแต่เราเป็นเจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทรา..มีอันใดที่ท่านยังไม่บอกข้าอีกหรือ..”จินดาพิสุทธิ์คาดคั้น..

ปักษากับมีนาอึกอัก..

“..ทุกคนในแผ่นดิน..แท้ที่จริงคิดอย่างไรกับชาวแคว้นสนธยาหรือ..”จินดาพิสุทธิ์ถาม..

“..องค์หญิง..”ปักษามีท่าทีร้อนรน..

จินดาพิสุทธิ์ถึงกับสีหน้าเปลี่ยน..

“..ข้าจะรักอจินไตย..หรือพวกท่านมองว่ามันมีอันใดผิด..อจินไตยเป็นหญิงเช่นเดียวกับข้าก็จริง..แต่แคว้นจันทราของท่านแม่โสมมวดีก็ยอมรับความสัมพันธ์ระหว่างหญิงต่อหญิงแล้ว..มีอันใดที่เราทำไม่ถูกต้องหรือ..”

“..เรื่องราวนี้ไม่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับเจ้าหญิงอจินไตย..แต่..เป็นเรื่องราวของคนทั้งแผ่นดินกับชาวแคว้นสนธยา..”มีนาตัดสินใจพูด.. “..คนทั้งแผ่นดินต่างมองชาวแคว้นสนธยาประดุจดั่งภูตพราย..หวาดกลัว..และกังวล..ที่ผ่านมา..องค์หญิงอจินไตยปรากฏกายในแบบที่แตกต่างจากวันนี้..ทำให้ข้ากับปักษาไม่ได้ระแคะระคายถึงนาง..ว่านางจะเป็นคนของแคว้นสนธยา..”

“..หากว่าเรารู้ว่านางคือคนของแคว้นสนธยา..เราคงต้องบอกกล่าวให้เจ้าหญิงทราบก่อนแล้ว..”ปักษาดูจะเครียดกับการพูด..เพราะสิ่งเหล่านี้..เป็นเรื่องใหญ่และสำคัญมาก ๆ ..

เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์นั้น..ทุกคนก็มองออกว่ารู้สึกอย่างไรกับเจ้าหญิงอจินไตย..

แต่การที่เจ้าหญิงอจินไตยแสดงให้เห็นว่าเป็นเจ้าหญิงแห่งแคว้นสนธยาอย่างชัดเจนขนาดนั้น..ทุกคนต่างก็ตกใจ..แม้จะยินดีที่จัดการกับเทพปีศาจคลั่งได้..และเหมือนไขข้อกระจ่างว่าทำไมเทพปีศาจคลั่งถึงเก่งกาจนัก..แต่เพราะความเป็นคนของแคว้นสนธยาก็ยังชวนให้หวาดระแวง..หวาดกลัวอย่างมากอยู่ดี..

เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์เมื่อแสดงให้เห็นว่ามีสัมพันธ์กับเจ้าหญิงอจินไตยซึ่งเป็นชาวแคว้นสนธยา..ก็ย่อมจะมีปัญหาตามมาอย่างแน่นอน..

เปรียบไปกับโลกปัจจุบัน..คือ..คนกับภูตผี..ไม่อาจจะอยู่ร่วมกันกระนั้น..ความรู้สึกของคนบนแผ่นดินแห่งมิติเร้นก็เป็นเช่นเดียวกัน..

จินดาพิสุทธิ์ได้แต่ถอนหายใจ..

“..หรือว่า..ความรักของเรา..”

“..คิดมากไปได้น่า..ริต้า..”เสียงแพคเกจดังขึ้น.. “..ถ้าพวกเขาจะไม่ช่วยเธอเพราะว่าเธอไปรักกับเจ้าหญิงแห่งแคว้นสนธยา..ก็ช่างเขา..ฉันกับพี่นายังไงก็ไม่ทิ้งเธอไปไหนหรอก..”

แพคเกจกับศศินาสบตากัน..และพยักหน้า..เดินไปอยู่ข้าง ๆ จินดาพิสุทธิ์..

“..เราไม่ใช่คนในโลกของพวกเขาตั้งแต่แรก..พวกเขาอาจจะกลัวเกรงอะไรแคว้นสนธยา..หรือจะกลายเป็นรังเกียจไปเลยก็ช่างพวกเขา..เราไม่เกี่ยว..”แพคเกจเปลี่ยนสำนวนพูด..เมื่อกวาดตามองไปยังสี่นางกำนัลและองครักษ์.. “..พวกท่านทั้งหมดหากจะยอมรับไม่ได้ก็ช่างพวกท่าน..จะเลิกราไม่ช่วยเหลือกันแล้วก็เรื่องของพวกท่าน..แต่ข้าจะไม่ทิ้งเจ้าหญิงของพวกท่านเด็ดขาด...”

พูดจบก็กอดอก..เหมือนอยากจะรู้ว่า..ทั้งนางกำนัลและองครักษ์จะว่าอย่างไรต่อไป..

วาหุถอนหายใจ..พูดเสียงแน่วแน่..

“..เราเพียงแค่บอกกล่าวถึงความนัย..แต่หากจะต้องตามติดเจ้าหญิง..แม้จะเป็นนรกหรือดินแดนเร้นลับประการใด..ข้าวาหุ..ก็จะตามไปไม่ขอละทิ้ง..”

สินธุกลับพูดว่า..

“..องค์หญิง..การที่ท่านจะรักเจ้าหญิงอจินไตย..ไม่ใช่สิ่งร้ายแรงอันใด..เพียงแต่..คนทั้งแผ่นดิน..อาจจะหวาดกลัวท่านมากกว่าจะยอมรับนับถือ..เนื่องเพราะนางเป็นคนของแคว้นสนธยา..ความข้อนี้..ขอได้โปรดไตร่ตรอง..”

จินดาพิสุทธิ์เห็นสีหน้าทั้งสององครักษ์ต่างก็แน่วแน่จริงจัง..มีความห่วงใยอย่างแท้จริง..ก็ได้แต่ถอนใจ..

โลกของที่นี่แตกต่างจากโลกที่จากมา..แต่จะว่าไปมันก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่..

หากแบ่งแยกกันด้วยเผ่าพันธุ์..หมาป่ากับแวมไพร์จะไม่อาจอยู่ร่วมโลก..มนุษย์กับแวมไพร์ก็ไม่อาจอยู่ด้วยกัน..

คงไม่ต่างจากโลกแห่งนี้..ที่ชาวโลกทั้งแผ่นดินหวาดกลัวชาวแคว้นสนธยา..เพียงแต่มีรายละเอียดบางประการที่ต่างกันบ้าง..เท่าที่จินดาพิสุทธิ์ทราบ..อจินไตยก็ไม่มีท่าที่ใดกับแว่นแคว้นอื่น..ไม่ได้ต้องการรุกราน..เหมือนชาวแคว้นสนธยาไม่ได้ใส่ใจอันใดเลย..

เพียงแต่ท่าทีที่ลึกลับ..แว่นแคว้นที่ไม่อาจหาได้พบในแผ่นดิน..สภาพคล้ายเมืองลับแลหรือแดนสนธยา..ยากจะเสาะหา..ชาวแคว้นก็ไปไหนมาไหนราวภูตพราย..มีอำนาจที่ยากจะหยั่ง..ทำให้ชาวโลกทั้งหลายต่างหวาดกลัว..

ความกลัวทำให้เสกสรรปั้นแต่งเรื่องราว..ให้ชาวแคว้นสนธยามีสถานะดังเช่นภูตผีปีศาจ..

หากจินดาพิสุทธิ์จะรักกับเจ้าหญิงแห่งแคว้นสนธยาจริง ๆ แล้ว..คงไม่เป็นที่ยอมรับของบุคคลทั่วไปแน่..

ศศินาดูจะรำคาญท่าทีของสององครักษ์และสองนางกำนัลไม่น้อย..

เพราะศศินาเป็นชาวเผ่าหมาป่า..และชาวเผ่าหมาป่าไม่ชอบถือสาอะไรเหล่านี้อยู่แล้ว..

เพียงแต่ขณะจะอาละวาดอันใด..จินดาพิสุทธิ์ก็พูดขึ้น..

“..บางที..อีกสักระยะหนึ่ง..พวกท่านอาจจะคิดอ่านอีกแบบก็ได้..ขอขอบใจท่านทั้งสี่ที่เป็นห่วงข้า..เรื่องราวของข้ากับเจ้าหญิงอจินไตย..นับว่าสุดแท้แต่วาสนา..เพียงแต่ความรู้สึกของข้า..ยังคงมีนางตลอดกาล..ไปพักผ่อนเถิด..เราต้องรีบวางแผนไปยังถ้ำซึ่งเป็นด่านต่อไปโดยเร็ว..”

วาหุกับสินธุรับคำ..ล่าถอยออกไป..ปักษามีนาก็ถอนหายใจและถอยไปอีกทางหนึ่งเช่นกัน..

แพคเกจเหมือนนิ่งคิด..

“..ริต้า..ดูเธอชอบเจ้าหญิงคนนั้นจริง ๆ นะ..”

“..แพค..”จินดาพิสุทธิ์เป่าปาก.. “..นี่ไม่ใช่แค่ชอบนะ..มันแปลกมาก..ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน..ฉันคิดว่า..ฉันฝึกจิตสูญญตาจนว่างเปล่าเทียบเท่านายแม่อารามขาวแล้วนะ..คิดเสมอว่าเรื่องความรักเหมือนกับความว่างเปล่าที่ท้ายที่สุดก็ไม่ควรจะยึดถือ..แต่พอมาเจออจินไตย..ไม่รู้สิ..เจอหน้าครั้งแรกก็เหมือนหลงรักแล้ว..รักจริง ๆ ..เอาความรู้สึกที่มีต่อเธอในครั้งก่อนมาเทียบ..มันก็เทียบไม่ได้เลย..”

ศศินาครางอือม์..

“..ขนาดนั้นเลยหรือ..ตอนนั้นฉันไม่ได้อยู่ด้วยหรอกนะ..แต่แพคเคยเล่าให้ฟังว่า..ริต้าเหมือนจะหลงรักแพคมากทีเดียว..นี่ยิ่งกว่ารักแพคอีกหรือไง..”

“..พี่นาคะ..”เจ้าหญิงเป่าปาก.. “..ตอนเจอแพคครั้งนั้น..มันเหมือนอารมณ์รักแบบวูบวาบของวัยรุ่นน่ะค่ะ..โอเค..แพคมีเสน่ห์..มีฟีโรโมนของฮาล์ฟบลัดแวมไพร์..ริต้าจะหลงแพคมันก็คงไม่ใช่เรื่องยาก..แต่อจินไตยนี่ต่างกันมากเลยนะคะ..มันทำให้อารมณ์รักวัยรุ่นนี่ไม่มีความหมายไปเลย..บอกตรง ๆ ..ริต้าก็ไม่คิดว่าจะเจออจินไตยในคืนนี้หรอกนะคะ..พอเจอแล้วมันหลุดเลย..”

“..นั่นสิ..เธอเป็นเอามากเลยนะริต้า..”ศศินาหัวเราะ..

แพคอดถามไม่ได้..

“..ถามจริง ๆ ..ที่หายไปสองคนนี่..ไปกินกันมาแล้วใช่ไหม..”

“..บ้า..”เจ้าหญิงหน้าแดง..แต่เพียงแค่นี้ก็ทำให้ศศินากับแพคเกจต่างก็รู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร..

ริต้าในฐานะเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์..ทีแรกซึ่งเคร่งขรึม..หนักแน่น..แถมยังมีความเป็นผู้นำสูง..แต่กลายเป็นคนละคน..เป็นริต้าที่อ่อนแออีกครั้งเมื่ออยู่ต่อหน้าเจ้าหญิงแห่งแคว้นเร้นลับคนนั้น..

แม้จิตใจของจินดาพิสุทธิ์จะว่างเปล่า..แต่ก็มีช่วงเวลาที่ไม่ว่างเปล่าได้เหมือนกัน..

แถมยังเป็นเอามากกว่าคนปรกติเสียด้วยซ้ำ..

ในขณะนั้น..ศศินามีความรู้สึกบางอย่างจิ๊ดขึ้นหัว..

ความรู้สึกที่เหมือนมีคลื่นอะไรบางอย่างกำลังปั่นป่วนเธอ..

สีหน้าศศินาไม่สู้ดี..พยายามจะเก็บอาการไว้..

แต่ก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของจินดาพิสุทธิ์ได้เลย..

“..พี่นา..พี่เป็นอะไรไป..”

“..ไม่..ไม่มีอะไร..”สีหน้าศศินากระสับกระส่าย..

แพคเกจเองก็ประหลาดใจ..

“..พี่นา..พี่เป็นแบบนี้มาสองครั้งแล้วนะ.”

“..พี่..พี่รู้สึก..”ศศินาเม้มปาก..กุมหน้าอก.. “..รู้สึกถึงลูก..”

แพคเกจอ้าปากหวอ..

“..ลูก..”

“..ใช่..เหมือนเค้ากำลังจะติดต่อกับพี่..”ศศินากุมหัว..หน้าซีด..

แพคเกจกับเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์ต่างมองหน้ากัน..สีหน้าวิตกกังวลไม่น้อย..

....

โลกปัจจุบัน..

มืดมิด..แต่มีแสงสว่างเป็นหย่อม..

สถานที่สำคัญอย่างวิหารประตูสวรรค์ในสมัยโบราณ..ซึ่งกลายมาเป็นสถานที่ร้องเพลงเทพส่งวิญญาณของสาวเสียงเทพ..เป็นสนามรบที่แวมไพร์ระดมกำลังมาทำลายพิธี..และต้องสู้กับทหารของมนุษย์และกำลังของเผ่าหมาป่าที่ช่วยกันต้านทานจนพิธีร้องเพลงเทพส่งวิญญาณจบสิ้น..ทำลายแวมไพร์ไปเกือบหมดโลก..

ตำนานเมื่อยี่สิบปีกว่าก่อน..ทำให้สถานที่แห่งนี้..เป็นสถานที่สำคัญ..มีคนมาเยี่ยมเยียน..แม้แต่ตอนกลางคืน..ก็ยังมีแสงสว่างฉายไปที่อนุสรณ์สถานซึ่งชาวโลกสร้างไว้เป็นที่ระลึก..

คนสี่คนปรากฏขึ้นที่นี่..

สองคนเป็นเด็กชายหญิงวัยสิบเอ็ดขวบ..และอีกสองคนคือลูนาร์วูแมนกับสาวเสียงอสูร..

ธีร์กับไอมองไปยังดวงจันทร์ที่ส่องสว่างกลางฟ้า..

“.เดือนหน้าจะเป็นเดือนครบรอบที่เกิดศึกใหญ่..”คิตตี้พูด.. “..คงมีการจัดงานรำลึกถึงกันตามธรรมเนียม..”

“..นั่นเป็นปฏิทินคนละระบบกันครับอาคิตตี้..”ธีร์พูด.. “..สำหรับกาลเวลาที่แท้จริง..ถือว่าวันนี้ต่างหากที่ครบรอบ...”ธีร์พูดราวกับเป็นผู้ใหญ่..

กัษษากรหรือลูนาร์วูแมนครางอือม์..

ตำนานเกี่ยวกับศึกแวมไพร์ครั้งนั้น..เธอได้ยินมาเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ ที่เกิดไม่ทัน..แต่ต่อให้เกิดทัน..เธอก็คงยังเป็นเจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราในอีกโลกหนึ่ง..ยังไงก็ยังขาดความรู้สึกร่วมอยู่ดี..

“..แล้วพวกเธอจะทำอะไรกัน..”กัษษากรถาม..

“..ทำพิธีตามที่สิ่งเร้นลับภายในจิตของเราสั่ง..”ไอเด็กผู้หญิงคนนั้นพูด.. “..เราไม่รู้อะไรนะคะนายแม่กับอาคิตตี้..ว่ามันคืออะไร.แต่เราถูกสั่งมาให้ทำ..”

ธีร์กุมมือไอ..

“..ไปกันเถิด..ไอซีส..”

ธีร์เรียกเด็กหญิงที่เหมือนน้องสาวฝาแฝดเพราะเกิดพร้อม ๆ กัน..ด้วยชื่อที่คิตตี้ถึงกับขนลุก..

ไอซิส..นี่มันชื่อของเทวีของขบวนการต่อต้านแวมไพร์..โซล่าร์..เทวีของพวกเขาเป็นเหมือนกำลังใจ..หลักชัย..ที่เคารพยึดเหนี่ยวในการต่อสู้กับแวมไพร์มานับพันปี..

เด็กหญิงพยักหน้า..

“..เค้าเรียกเราแล้ว..ทีวู..”

ทีวู..เทพแห่งชาวหมาป่า..

เด็กทั้งสองกุมมือกัน..เดินไปยังลานกว้างหลังอนุสรณ์สถาน..

“..อาคิตตี้กับนายแม่..คุ้มกันเราด้วยนะครับ..”ธีร์สั่ง..

“..หือ..”คิตตี้อุทาน..

“..เทวีแวมไพร์เรนี่จะมาแล้ว..”ไอพูด..

ทั้งสองเดินมายังลานกว้าง..ซึ่งหากใครที่อยู่ในสนามรบเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน..ก็จะรู้ว่า..ตำแหน่งที่ทั้งสองหยุดอยู่เวลานี้..นั่นคือจุดที่ป้อน..สาวเสียงเทพ..ร้องเพลงเทพส่งวิญญาณร่วมกับสาวเสียงเทพคนที่แล้ว..คือเรน..เพื่อเปิดประตูมิติดูดแวมไพร์ให้ไปสู่สถานที่ที่มันควรจะอยู่..

กัษษากรรู้สึกถึงบรรยากาศที่ผิดปรกติ..ถึงกับดึงดาบราชินีที่เพิ่งซ่อมแซมเสร็จออกมาถือไว้..

คิตตี้ก็ดึงดาบแคบเรียวของตัวเองออกมาเช่นกัน..

“..กัสจัง..พระจันทร์..”

คิตตี้อุทานก่อนที่จะชี้ไปบนฟ้า..

เงาทาบจับที่จันทราเต็มดวง..

“..จันทคราส..”กัษษากรอุทาน..

“..จำเรื่องที่เล่ากันได้ว่า..คืนที่ป้าป้อนร้องเพลงเทพส่งวิญญาณ..เกิดศึกใหญ่กับแวมไพร์ที่นี่..ก็เป็นคืนวันพระจันทร์สีเลือด..ก็คือคืนจันทคราสนี่แหละ..”

กัษษากรรู้สึกถึงความหนาวเยือกของลม..

ลมที่ม้วนพัดเป็นวง..ฝุ่นคละคลุ้ง..

คิตตี้เม้มปาก..

“..ให้ตายสิ..เทวีแวมไพร์รู้ว่าธีร์กับไอจะมาทำอะไรบางอย่างที่นี่..นางต้องรู้แน่นอน..”

กัษษากรเม้มปาก..

“..จะให้เรนี่มาฆ่าลูกฉันไม่ได้หรอกนะคิตตี้..”

“..ฉันก็ไม่ยอม..”

พลางหันไปดูเด็กทั้งสองคนที่กำลังสงบนิ่ง..

และเหมือนมีประกายแสงปรากฏจากม่านมิติตรงหน้า..

“..นั่นอะไร..”คิตตี้อุทาน..

กัษษากรดึงร่างคิตตี้ทะยานไปปกป้องเด็กทั้งสอง..

ในขณะนั้น..ร่างหนึ่งปรากฏเหนือท้องฟ้า..

ร่างที่กัษษากรและคิตตี้จำได้ดี..

“.เรนี่..”กัษษากรอุทาน..

พลางไขว้สองหมัด..เรียกกำลังแม่พระธรณี..

แม้กำลังแม่พระธรณีของลูนาร์วูแมนจะแข็งแกร่งประการใดก็ตาม..แต่เหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้รู้ว่า..แม้จะใช้กำลังแม่พระธรณีเต็มกำลัง..ก็ยังหยุดเทวีแวมไพร์ไม่ได้...

คิตตี้เม้มปาก..

ไม่มีเพียงเทวีแวมไพร์เรนี่..

แต่ยังมีกองกำลังแวมไพร์ส่วนหนึ่ง..ที่ปรากฏขึ้น..

แบบนี้ไม่มีทางเลือกแล้ว..

ร่างเงาดำปรากฏขึ้นเมื่อคิตตี้นึกถึงเพลงอสูรกลืนอาทิตย์..

นี่คือเพลงเรียกอสูรมาใช้งาน..

อสูรไม่สามารถทำอะไรเทวีแวมไพร์ได้..ในขณะที่เทวีแวมไพร์ก็ทำอะไรอสูรไม่ได้..

เพียงแต่..อสูรของคิตตี้..ใช้ปราบกองกำลังแวมไพร์ลูกสมุนของเทวีเรนี่ดีนัก..

และเวลานี้..การใช้งานอสูรของคิตตี้มีพัฒนาการขึ้นกว่าเดิมมากมายนัก..

ร่างอสูรถูกแบ่งออกเป็นส่วน ๆ ..ขนาดย่อมลง..แต่จำนวนมากขึ้น..

ไม่ช้า..ก็กลายเป็นกองกำลังอสูรที่พอจะรับมือกับกองกำลังแวมไพร์ได้..

เสียงหัวเราะดังขึ้น..

“..ไม่พบกันมานาน..กัสจัง..เธอเพิ่งซ่อมดาบของเธอสำเร็จใช่ไหม..”

เทวีแวมไพร์เรนี่ค่อย ๆ ลอยร่างต่ำลง..

“..แล้วก็สาวเสียงอสูร..ดูท่าทางเธอจะพัฒนาพลังมากขึ้น..”

พูดจบก็ชี้มือไปข้างหน้า..กองกำลังแวมไพร์ที่ติดตามมา.โถมเข้าหา..

ในขณะที่คิตตี้โบกมือ..กองกำลังอสูรก็บุกเข้าหากองกำลังแวมไพร์..ปะทะกันอย่างดุเดือด..

กัษษากรตวาดก้อง..

เทวีแวมไพร์เรนี่ลอยต่ำลง..ร่างของกัษษากรทะยานขึ้นฟ้า..ฟันดาบราชินีใส่เทวีแวมไพร์..ด้วยกำลังแห่งแม่พระธรณีที่เร่งเร้าถึงขีดสุด..

เทวีแวมไพร์หัวเราะกังวาน..

“..เธอไม่ใช่เทวีแห่งสงคราม..กัสจัง..มีแต่เทวีแห่งสงครามที่จะเอาชนะฉันได้ทุกครั้ง..”

มือเปล่ารับดาบราชินี..

กัษษากรอุทานเบา ๆ ..ร่างของเทวีแวมไพร์เรนี่ลอยต่ำลง..แต่สูงกว่าพื้นดินเล็กน้อย..

มือที่จับดาบราชินีโดยไม่มีตัวช่วยใด ๆ ..ยังคงสามารถรับดาบราชินีได้เหมือนเมื่อครั้งก่อน..และเมื่อยึดดาบแน่น..ร่างของกัษษากรก็เหมือนลอยอยู่กลางอากาศไปด้วย..

กัษษากรอุทานเบา ๆ ..รู้สึกประหลาด..พลังแห่งแม่พระธรณีขาดตอนไป..

“..กำลังแห่งแม่พระธรณีจะใช้ไม่ได้ถ้าเธอไม่สัมผัสแผ่นดิน..เรื่องนี้เธอคงยังไม่รู้สินะ..”

กัษษากรใจหายวาบ..

นี่เท่ากับ..เร่งกำลังแห่งแม่พระธรณีเท่าไหร่ก็ไม่มีประโยชน์..

เทวีแวมไพร์เรนี่หัวเราะ..ก่อนจะเหวี่ยงร่างลูนาร์วูแมนกระเด็นไปอีกทาง..

และเธอก็เผชิญหน้ากับคิตตี้..

สาวเสียงอสูรหลับตากำหนดจิตสูญญตา..มือทั้งสองร่ายรำไปมา...

เทวีแวมไพร์แค่นเสียง..

“..ลูกไม้เก่าใช้ไม่ได้หรอก..สาวเสียงอสูร..”

คิตตี้ลืมตาขึ้น..ตาเป็นประกายกระจ่าง..

ก่อนจะก้าวเท้า..ใช้การเคลื่อนไหวสามสิบเจ็ดท่าของเครซี่พิสตอลออกมา..พร้อมกับดีดนิ้วยิงกระสุนแสงแห่งจิตสูญญตา...

ครั้งที่แล้ว..เทวีแวมไพร์เมื่อเผชิญกับกระสุนแสงแห่งจิตสูญญตา..ถึงกับหนีไม่เป็นท่า..แม้จะใช้เมฆปีศาจปิดป้อง..ก็ไม่อาจจะรอดพ้นจากวิชากระสุนแสงแห่งจิตสูญญตาได้..

แต่ไม่ได้พบกันสามปีกว่า..บางทีอะไร ๆ ก็อาจจะเปลี่ยนไปบ้าง..

ประกายไฟพุ่งจากนิ้วมือของคิตตี้ไม่หยุดยั้ง..

แล้วคิตตี้ก็อุทานออกมา..

เพราะกระสุนแสงแห่งจิตสูญญตาเหมือนพุ่งเข้าเป้าหมาย..แต่ก็ปรากฏม่านมิติ..ดูดกระสุนแสงทุกนัดเข้าไป..

คิตตี้ใจหาย..

เทวีแวมไพร์สามารถเข้าออกม่านมิติได้เหมือนกับป้อนใช้เพลงเทพส่งวิญญาณ..นางกลับใช้วิธีสร้างม่านมิติให้กระสุนแสงหายเข้าไปในนั้น...

ต่อให้กระสุนแสงจะทำอันตรายได้..แต่หากไม่ถูกเป้าก็ไม่มีผลอันใด..

คิตตี้ไม่คิดว่าเทวีแวมไพร์จะแก้ทางวิชากระสุนแสงแห่งจิตสูญญตาได้อย่างง่ายดายขนาดนี้..

กระสุนแสงแห่งจิตสูญญตาใช้ไม่ได้แล้ว..

ร่างของเทวีแวมไพร์ลอยเข้าหาคิตตี้..

มือกางกรงเล็บแหลมคม..

คิตตี้ดึงดาบแคบเรียวออกมา..พุ่งร่างสวน..

เลือดสาดกระจาย..

ร่างของคิตตี้หมุนคว้าง..พลิกกายร่วงฟาดกับพื้น..กุมสีข้าง..เพราะเธอได้รับบาดเจ็บแล้ว..

เทวีแวมไพร์ลอยผ่านร่างเธอ..ตวัดกรงเล็บสวนกับเพลงดาบสายธาราที่คิตตี้ใช้ปะทะ..เพียงประมือกันครั้งเดียว..คิตตี้ก็พ่ายแพ้อย่างง่ายดาย..

คิตตี้พยายามยันกายลุกขึ้น..

ตลอดระยะเวลาสามปี..ทั้งฝึกฝน..พัฒนาฝีมือ..ก้าวข้ามขีดจำกัดของวิชาต่อสู้ทั้งสายสำนักสูญญตาเอง..หรือวิชาต่าง ๆ ที่ได้เรียนรู้ฝึกฝน..จนคิดว่าตัวเองเก่งกาจไม่แพ้ใคร..อาจจะอ่อนด้อยกว่านายแม่ตึกแดงไม่เท่าไหร่..

แต่การปะทะเมื่อสักครู่..กลับพ่ายแพ้เทวีแวมไพร์อย่างง่ายดาย..

เรนี่..นางน่ากลัวเกินไปแล้ว..ไม้ตายที่เคยชนะนาง..อย่างกระสุนแสงแห่งจิตสูญญตา..ไม่อาจจะใช้กับนางได้อีก..

ร่างของเทวีแวมไพร์ลอยหันหลังกลับ..แลบลิ้นเลียเลือดที่ติดกรงเล็บ..

“..ถ้าได้กินเลือดของสาวเสียงอสูร..ถือว่าได้เป็นลาภปากนัก..”

คิตตี้เหงื่อซึม..เตรียมตัวเตรียมใจยอมรับ..หากจะต้องตายใต้เงื้อมือเทวีแวมไพร์ในวันนี้..

ถ้าจะต้องตายก็ต้องสู้ตาย..

คิตตี้คิดได้เช่นนั้นก็สงบใจลง..ฝืนความเจ็บปวด..ลุกขึ้นยืน..วาดดาบช้า ๆ ..

เทวีแวมไพร์แค่นเสียง..

“..สมกับเป็นทายาทของเทวีแห่งสงครามจริง ๆ ..”

“..ใครจะให้กินเลือดกันได้ง่าย ๆ ยังไงก็ต้องลงทุนกันหน่อย..”คิตตี้เสียงเยียบเย็น..ไม่ยี่หระกับความเจ็บปวดและหยาดหยดเลือดที่ไหลจากสีข้าง..

จิตสูญญตาที่ฝึกปรือพัฒนาขึ้นเพื่อจะได้ใช้กระสุนแสงแห่งจิตสูญญตาได้แรงขึ้น..กลับสร้างวุฒิภาวะทางใจ..สร้างความสงบ..สร้างความว่างเปล่า..

และคิตตี้ก็ตั้งดาบ..

“..เข้ามา..เรนี่..”

เทวีแวมไพร์หัวเราะ..

“..ดี..ได้ฆ่าสาวเสียงอสูรก่อนที่จะฆ่าทีวูกับไอซิส..เป็นอาหารออเดิร์ฟสินะ..แล้วค่อยจัดการเมนคอร์สอีกที..”

คิตตี้ฉุกใจคิด..

หันไปทางธีร์กับไอ..เห็นประกายแสงฉาบร่างของทั้งสอง..

“..นี่หมายความว่า..”คิตตี้อุทาน..

“..พวกมันต้องอัพเกรดตัวเอง..ไม่งั้นจะสู้ข้าไม่ได้..ข้าจริง ๆ ควรจะขัดขวางพวกมัน..แต่มาคิดอีกที..ให้มันอัพเกรดให้เต็มที่ไปเลย..ต่อให้อัพเกรดสำเร็จ..ก็ยังเอาชนะข้าไม่ได้อยู่ดี..”

เทวีแวมไพร์กางกรงเล็บ..

ก่อนจะหันขวับ..ตะปบดาบราชินีของกัษษากรที่โจมตีใส่ด้านหลัง..

กัษษากรที่ตั้งหลักได้..รีบรุกเข้ามาใหม่..นึกตำหนิตัวเองที่ปล่อยให้คิตตี้บาดเจ็บ..

แต่ก็รู้สึกว่าไม่มีประโยชน์..

เทวีแวมไพร์เรนี่หัวเราะ..

“..สายเลือดแท้แห่งจันทราแม้จะไม่ได้เหนือกว่า..แต่กัสจัง..แต่ฉันก็ไม่สามารถฆ่าเธอได้..”

กัษษากรรู้สึกถึงกระแสลม..

นี่ไม่ใช่กระแสลมธรรมดา..แต่เป็นหมัด..

หมัดที่ต่อยจนมองไม่ทัน..

ต่อยร่างเธอไม่นับ..จนลูนาร์วูแมนถึงกับกระอักเลือด..

และถูกเหวี่ยงมาหาคิตตี้..

สาวเสียงอสูรรับร่างของลูนาร์วูแมนไว้..

“..กัสจัง..”

กัษษากรยับเยินไปหมดจากการถูกต่อย..

ไม่เคยโดนอะไรแบบนี้มาก่อน..

เทวีแวมไพร์กล้าจะลงมือกับกัษษากรอย่างรุนแรง..แม้ว่าในความคิดส่วนลึก..ก็ยังพึงพอใจลูนาร์วูแมนคนนี้อยู่มาก..แต่เป็นเพราะฆ่ายังไงก็ไม่ตาย..ก็เลยรู้สึกว่าจัดหนักได้..

กัษษากรผงกศีรษะจะพูดอะไรสักอย่าง..แต่อาการบาดเจ็บหนักหนาจนคอพับไปอีกทาง..หมดสติไป..

คิตตี้เม้มปาก..กัสจังล้มแล้วหรือนี่..

ตัวเองไม่ใช่เป็นคนฆ่าไม่ตายแบบกัสจังเสียด้วยสิ..

ถ้าจะต้องรับมือกับเทวีแวมไพร์คนเดียว..ยังไงก็คงตายแน่นอน..

คิตตี้วางร่างยับเยินเพราะถูกต่อยไม่นับของกัสจัง..

ก่อนจะลุกขึ้น..ตั้งท่าดาบ..

เลือดไหลจากสีข้าง..

เทวีแวมไพร์หัวเราะ..

“..พร้อมจะตายแล้วใช่ไหม..”

คิตตี้ไม่ตอบ..

ต่อให้ความตายอยู่ตรงหน้า..จิตสูญญตาก็ทำให้ว่างเปล่าจนไม่เห็นความตายอยู่ในสายตา..

คิตตี้ได้แต่เดินไปข้างหน้า..

แต่ก็มีมือมารั้งเท้าตัวเองไว้..

คิตตี้หันมาเห็นสีหน้ายับเยินเพราะถูกต่อยอย่างหนัก..แต่ฝืนกายจับข้อเท้าเธอ..

“..กัสจัง.”คิตตี้พูดเสียงนุ่มนวล..

“..คิตตี้..เทวีแวมไพร์ฆ่าฉันไม่ได้..แต่หากเธอเข้าไปหานางตอนนี้..นางจะฆ่าฉันได้..”

“..ฆ่ายังไง..”

“..ถ้าเธอตาย..มันก็เท่ากับฆ่าฉันทั้งเป็นนะคิตตี้..”

คำพูดนี้ทำให้คิตตี้ถึงกับนิ่งงัน..

กัษษากรแม้จะเจ็บหนัก..แต่สายตายังคงวิงวอนแน่วแน่..

“..ฉันไม่ต้องการเสียเธอไปเหมือนเสียศศินา..หรือแพคเกจอีก..คิตตี้..ได้โปรด..หนีไปเถอะ..หนีไป..ถ้าเธอหนี..เทวีแวมไพร์คงตามเธอไม่ได้แน่..เธอมีอสูร..อสูรจะช่วยเธอได้..”

เทวีแวมไพร์หัวเราะ..

“..หลบหนีการต่อสู้ไปง่าย ๆ ..ไม่เห็นสมกับเป็นทายาทของเทวีแห่งสงครามเลย..”

คิตตี้เห็นสีหน้าวิงวอนของกัษษากร..ตัวเองก็ใจอ่อนลง..แม้จะถูกเทวีแวมไพร์กระตุ้น..ก็กระตุ้นไม่ขึ้น..

“..กัสจัง..”

“..ขอร้อง..อย่าฆ่าฉันทั้งเป็นเลยนะคิตตี้..ฉัน..ฉันอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเธอ..”

กัษษากรน้ำตาคลอ..

สิ่งที่กลัวมากที่สุดคือการเสียคิตตี้ไปอีกคน..

เพราะกัษษากรเคยเสียศศินาและแพคเกจ..คนที่รักสองคนไปแล้ว..

แต่แล้วก็มีเสียงดังขึ้น..

“..นายแม่กับอาคิตตี้ไม่ต้องกลัวหรอก..เดี๋ยวเราสองคนจัดการยัยบ้านี่ให้เอง..”

กัษษากรกับคิตตี้สะดุ้ง..

ต่างคนต่างมองไปยังสถานที่ซึ่งธีร์กับไอเมื่อสักครู่ทำพิธีอะไรกันอยู่สักอย่าง..

แต่ตอนนี้ไม่มีพิธีนั้นแล้ว..

ร่างของชายหนุ่มหญิงสาวปรากฏขึ้น..ขวางหน้ากัษษากรกับคิตตี้ไว้..

แม้ว่าร่างจะโตขึ้นกว่าเดิม..แต่บุคลิกท่าทาง..นี่คือธีร์กับไอชัด ๆ ..

ทั้งสองสวมเสื้อผ้าชุดเดิม..ซึ่งแม้เสื้อผ้า..ก็ยังขนาดโตขึ้นตามร่างกาย..

จากเด็กชายหญิงกลายเป็นหนุ่มสาวแล้ว...

สองชายหญิงกำหมัดแน่น..สบตากัน..

“..ไอซีส..”ธีร์ร้อง.. “..ได้เวลาคิดบัญชีกับเรนี่แล้วสินะ..”

ไอพยักหน้า..

“..ทีวู..จัดหนักเลยนะตอนนี้..”

ไอซีสย่อตัวกำหมัด..ตั้งท่าเตรียมพร้อมของหมัดสูญญตาที่ฝึกมาจากสำนัก..

ทีวูกางกรงเล็บ..

เทวีแวมไพร์เรนี่หรี่ตา..

“..กรงเล็บกระชากหัวใจของเผ่าหมาป่าหรือนี่..”

ก่อนที่นางจะแค่นเสียง..

“..เสียใจด้วยนะ..ทีวู..ไอซีส..มันช้าไปแล้วล่ะ..”

และกางกรงเล็บเช่นกัน..

“..กว่าที่พวกแกจะอัพเกรดมาถึงขนาดนี้..ฉันก็หนีไปอีกไกลโขแล้ว..”

“..งั้นก็ลองดูกันหน่อย..”เทพเผ่าหมาป่าทีวูร้อง..

เทพีแห่งโซลาร์ไอซิสก็กำหมัด..

และสบตากับทีวู..

ทั้งสองปราดเข้าหาเทวีแวมไพร์เรนี่โดยพร้อมเพรียง..

.....

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

0 ความคิดเห็น