Bloodymoon 2 (yuri)ศึกเทพเจ้า ภาค ศึกห้าแคว้น

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,481 Views

  • 7 Comments

  • 57 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    42

    Overall
    1,481

ตอนที่ 5 : ปีศาจเหนือปีศาจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 67
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    14 ส.ค. 61

เชื่อได้เลยว่า..ในโลกของมิติเร้น..คงไม่มีใครเคยเห็นอะไรแบบนี้..

ปีศาจค้างคาวที่ชวนตื่นตระหนก…

ค้างคาวที่คล้ายหมาป่า..

เสียงคำรามของพวกมันชวนสยอง..และเชื่อว่า..หากใครเป็นเหยื่อของพวกมัน..ไม่มีทางรอดเด็ดขาด..

แม้แต่วาหุที่เป็นนักดาบที่เหี้ยมหาญ..เลือดเย็น..ก็ยังไม่เคยพบเห็นอะไรแบบนี้..

ศศินากับแพคเกจตวาดก้อง..ทั้งสองตาแดงราวปีศาจ..

ใช่..เพราะทั้งสองคือปีศาจ..

หนึ่งคือลูกครึ่งหมาป่า..อีกหนึ่งคือลูกครึ่งแวมไพร์…

ศศินาทะยานออกมา..ใช้สองมือจับสองดาบเสี้ยวจันทร์..ร่ายรำเป็นเพลงดาบวายุจันทราของเผ่าหมาป่า..

แพคเกจก็กระแทกสองแขนให้ปลอกเหล็กแปรสภาพเป็นโล่..และมีสนับมือปรากฏ..

มีแต่อาวุธเช่นนี้..ถึงจะใช้เพลงหมัดสูญญตาได้เต็มประสิทธิภาพที่สุด…

ทั้งสองโลดแล่น..ร่ายรำดาบและต่อยหมัด..ทำร้ายปีศาจร้ายร่วงหล่น…

ถึงตอนนี้..คนที่เหลือซึ่งชมดูอยู่ด้านในถ้ำ..ยกเว้นจินดาพิสุทธิ์..ล้วนแล้วแต่หน้าซีดเหงื่อตก..

คะเนดูแล้ว..หากจะต้องออกไปรับมือปีศาจร้าย..คงต้องตายหมดสิ้นแน่นอน..

ดาบเสี้ยวจันทร์และสนับมือแพคเกจ..ได้รับการฉาบสารยูวีเมทัลลิคเพื่อปราบแวมไพร์อยู่แล้ว..

ดังนั้น..เมื่อฟันและต่อย..ร่างของปีศาจอย่างไฮยีน่าแวมไพร์..ก็ไฟลุก..มอดไหม้..

จินดาพิสุทธิ์ทราบดี..บอกกับทุกคนว่า..

“..มีแต่อาวุธของสองปีศาจแห่งอนันตกาล..ถึงฆ่าปีศาจเหล่านี้ได้..”

สินธุถึงกับกลืนน้ำลาย..

“..เจ้าหญิง..นี่หากว่าสองปีศาจแห่งอนันตกาลไม่อยู่ด้วย..เราคง..”

“..ทุกคนที่ขึ้นมาบนเขามัชฌิมากับข้า..ล้วนแล้วแต่มีประโยชน์..ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง..”

เสือขวานฟ้าถอนหายใจ..

“..เจ้าจิ้งหรีดดำบริวารข้าเล่า..หรือมันจะมีประโยชน์เพียงแค่ถูกกินเท่านั้น....”

จินดาพิสุทธิ์ไม่ตอบคำ..เพราะสถานการณ์ภายนอกเริ่มเปลี่ยนไปอีก..

ดวงตาสีแดงของไฮยีน่าแวมไพร์เริ่มปรากฏมากขึ้น…

ศศินาแพคเกจเริ่มเหนื่อยแล้ว…

วาหุพูดขึ้นว่า..

“..เจ้าหญิง..ถ้าหากสองปีศาจแห่งอนันตกาลต้องรับมือลำพังเช่นนี้..คงลำบากแน่..พวกมันเหมือนจะระดมกำลังกันมามากขึ้น..”

“.ต่อให้ดาบของท่านตัดศีรษะมัน…ก็ยังหยุดพวกมันไม่ได้..”จินดาพิสุทธิ์ครุ่นคิด..

ก่อนจะทรุดนั่งลงกับพื้น..ขัดสมาธิ..

และร้องตะโกนว่า..

“..พี่นา..แพค..ถอยเข้ามาในรัศมีจิตสูญญตา..”

ศศินากับแพคเกจพอได้ยินคำว่าจิตสูญญตา..ก็มีสีหน้ายินดี..ต่อสู้พลางล่าถอยเข้ามาในถ้ำ..

จินดาพิสุทธิ์สูดลมหายใจ..จิตดิ่งสู่ความเป็นสูญญตา..

จิตที่ว่างเปล่าก่อให้เกิดแสงสว่าง..

และแสงสว่างที่เกิดจากจิตสูญญตา..เทียบเท่ากับแสงสว่างของดวงอาทิตย์..

และแสงสว่างนั้นค่อย ๆ แผ่รัศมีออกไปเรื่อย ๆ …

ศศินาสบตากับแพคเกจ..

“..ยอดเลย..ริต้าฝึกจิตสูญญตามาจากอาออย..เจ้าสำนักสูญญตาฝ่ายอารามขาว..และจิตสูญญตาปราบแวมไพร์ได้..”ศศินากล่าวชมเชย.. แพคเกจก็ดูจะปลื้มเล็ก ๆ ..

“..ความสุดยอดอยู่ตรงที่..รัศมีแสงของจิตสูญญตาของริต้า..เทียบเท่าท่านเจ้าสำนักอารามขาวแล้ว..”

แสงสว่างแห่งจิตสูญญตาทำให้ไฮยีน่าแวมไพร์ที่เข้าใกล้รัศมี..ล้วนแต่ร่างลุกไหม้..ล้มตายไปสิ้น..จนพวกมันต้องล่าถอยออกมา….

พวกมันไม่อาจจะฝ่ารัศมีแสงแห่งจิตสูญญตาได้..แต่ก็ไม่ล่าถอยออกไปเสียทีเดียว..เพียงแต่รายล้อมอยู่นอกบริเวณรัศมีแสง..

จินดาพิสุทธิ์เข้าสภาวะสูญญตาในสมาธิ..สีหน้าสงบว่างเปล่า..แม้แต่มีนาและปักษาซึ่งติดตามรับใช้มานานปี..ก็ยังไม่เคยเห็นเจ้าหญิงอยู่ในสภาวะสมาธิที่ลึกเช่นนี้แม้แต่ครั้งเดียว..

ปักษาอดถามไม่ได้..

“..ท่านปีศาจค้างคาว..นี่เราต้องให้องค์หญิงเข้าฌานเช่นนี้อีกนานสักเท่าไหร่..”

“..พวกมันไม่สามารถต้านทานแสงอาทิตย์..องค์หญิงของพวกท่านสามารถเข้าสมาธิได้นานเท่าไหร่ก็ได้..ไม่ต้องกังวลไป..พอถึงรุ่งเช้า..พวกมันก็ต้องไปแล้ว..”แพคเกจระบายลมหายใจ..

ศศินาอดถามไม่ได้..

“..พี่สาวทั้งสอง..องค์หญิงของพวกท่านเคยทำอย่างนี้มาก่อนหรือไม่..”

“..ถ้าองค์หญิงอยู่ในห้องส่วนตัว..เราก็ไม่ทราบได้..แต่พวกเราเคยเห็นองค์หญิงเข้าฌานเช่นนี้มาครั้งหนึ่ง..ตอนที่นางฝึกวิชามนตราแห่งอากาศธาตุกับลูกแก้วของนางเฒ่าจิญจาญะ.เพียงแต่ไม่ลึกจนว่างเปล่าถึงขนาดนี้...”มีนาพูดตามตรง.. “..องค์ราชินีโสมมวดีให้เราสองคนคอยเฝ้าดูองค์หญิงไม่ห่าง..ท่านเข้าฌานนานถึงเจ็ดวัน..จึงสามารถฝึกวิชาสำเร็จ..และผลของความสำเร็จก็ทำให้ลูกแก้วมนตราแห่งอากาศธาตุแตกกระจายปรากฏเป็นแพรพรรณแห่งทางช้างเผือก..ซึ่งเป็นที่ประหลาดใจนัก....”

“..ถ้าอย่างนั้น..การเข้าฌานถึงเช้า..คงไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรงสักเท่าไหร่สินะ..”ศศินายิ้ม..แต่ก็อดขมวดคิ้วไม่ได้.. ถามขึ้นว่า..

“..มีอะไรหรือแพค..”

แพคเกจก้มลงมองใบหน้าองค์หญิง..

“..แปลก..ทำไมถึงมีเหงื่อ..”

ทุกคนอดมองตามแพคเกจไม่ได้..

จินดาพิสุทธิ์แม้จะมีสีหน้าเรียบเฉยว่างเปล่า..จิตดิ่งอยู่ในภวังค์แห่งสูญญตา..แต่หน้าผากของนางกลับปรากฏเม็ดเหงื่อ..

อากาศไม่ได้ร้อน..แล้วเม็ดเหงื่อนี้มาจากไหน..

แสงยังคงเปล่งรัศมีแผ่ออกมาจากร่างของนาง..

สีขาวของอาภรณ์..กับแสงสว่างแห่งจิตสูญญตาช่างสอดรับกันนัก..

เพียงแต่เหงื่อที่ปรากฏแสดงให้เห็นความกังวลบางอย่างในส่วนลึก..

สำหรับผู้ที่ฝึกจิตสูญญตาในระดับที่ว่างเปล่าถึงขั้นแผ่รัศมีแสงได้ถึงยี่สิบห้าเมตร..ความกังวลเหล่านี้..มันปรากฏขึ้นมาได้อย่างไรกัน…

………

ในภวังค์แห่งจิตสูญญตา..

จินดาพิสุทธิ์จิตดิ่งลึก…ยิ่งลึกยิ่งว่างเปล่า…ยิ่งว่างเปล่า..แสงสว่างอันจรัสเจิดจ้าก็ยิ่งปรากฏ..

ในจิตที่ดิ่งสงบนิ่ง..พลันมีเสียงเรียกจากสถานที่อันแสนไกล..

“..ริต้า..ริต้า..”

เสียงที่คุ้นเคย..แสดงถึงความรักเมตตา..ที่จินดาพิสุทธิ์ไม่เคยลืมเลือน..

“..นายแม่อารามขาว..”จินดาพิสุทธิ์ร้องเรียก..

“..หนูจริง ๆ ด้วย..”เสียงของออย..นายแม่อารามขาวแห่งสำนักสูญญตาตอบกลับ…

จินดาพิสุทธิ์รู้สึกถึงสภาวะเบื้องหน้าที่ก่อให้เกิดภาพของหญิงชุดขาวคนหนึ่ง..

ภาพที่ไม่เคยลืมเลือน…

จินดาพิสุทธิ์ถลันจะไปกอด..แต่ก็ชะงัก..

มีบางอย่างทำให้ไม่สามารถกอดร่างนั้นได้..ทั้งที่คิดถึงเหลือประมาณ..

“..ทำไม..”จินดาพิสุทธิ์ถามตัวเอง.. “..ทำไม..”

ก้มมองมือตัวเอง..ร่างกายตัวเอง..

“..นายแม่..ทำไมถึงกอดนายแม่ไม่ได้..”

“..ริต้า..เธอฝึกจิตสูญญตาได้ก้าวหน้าขึ้นแล้วนะ..”

“..นายแม่..”จินดาพิสุทธิ์ร้อง..อยากเข้าใกล้นายแม่อารามขาว..อยากกอด..แต่ทำไม่ได้…

“..แต่ต่อให้หนูจะฝึกจิตสูญญตาได้ก้าวหน้าขึ้น..แต่ก็มีบางอย่างที่ทำให้ไม่อาจจะทำให้ก้าวหน้ามากไปกว่านี้อีก..”

“..ทำไมคะ..ทำไมคะนายแม่..”

“…หนูยังไม่ว่างเปล่าอย่างแท้จริง..”

“..แล้วหนูต้องทำอย่างไรล่ะคะนายแม่…”จินดาพิสุทธิ์ถาม…

“..จิตสูญญตาจะปรากฏเมื่อจิตสามารถยอมรับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นได้อย่างเที่ยงแท้..แม้เวลานี้..หนูจะเข้าถึงได้มากแล้ว..แต่ก็ต้องยอมรับ..ว่ามีบางอย่าง..ที่หนูยังยอมรับมันไม่ได้จริง ๆ ..แต่เหมือนฝืนใจอยู่..”

“..นายแม่..”จินดาพิสุทธิ์อึ้ง..

“..หนูคือจินดาพิสุทธิ์เจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทรา..แต่ก่อนหน้านี้..หนูคืออาริตา..อิทธิวงศ์หรือริต้า..ริต้าของนายแม่..”

“…แต่..”จินดาพิสุทธิ์อดครางออกมาไม่ได้.. “..ริต้าตายแล้วนะคะนายแม่..ริต้าตายแล้ว..”

“..ต่อให้ตายไปกี่ภพกี่ชาติ..นานสักเพียงใด..หนูก็ยังเป็นริต้าของนายแม่..ของนายแม่ตึกแดง..ของแม่เพลินตาของเธอ..เป็นริต้าของคิตตี้ด้วย..”

จินดาพิสุทธิ์นิ่ง…

“..ไม่..หนูเป็นริต้าไม่ได้..ไม่ได้ค่ะ..ไม่ได้จริง ๆ ..”

“..เพราะว่าอะไรล่ะ..”

“..ถ้าหนูเป็นริต้า..หนูจะคิดถึงอดีต..คิดถึงนายแม่..คิดถึงทุกอย่างที่จากมา..หนูยอมรับไม่ได้..”

“..นี่แหละ..คือสิ่งที่ทำให้หนูไม่อาจจะว่างเปล่าอย่างแท้จริงได้..”

ภาพของนายแม่อารามขาวค่อย ๆ พร่าเลือนไปทีละน้อย…

“..จะริต้าหรือจินดาพิสุทธิ์..มันก็คือความจริงของหนูนะ..”นายแม่อารามขาวยิ้ม..ก่อนที่ร่างจะเลือนหาย…

จินดาพิสุทธิ์เริ่มสงบใจ…

ในความสงบนั้น…ร่างของหญิงชราคนหนึ่งก็ปรากฏ..

เจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราอุทานออกมา..

“..คุณย่า..”

นี่คือหงส์..แม่ของแคทและออย..และเป็นคุณย่าของเด็กที่เกิดจากผู้หญิงสองคนอย่างเธอหรือคิตตี้..

การปรากฏของภาพคุณย่า..ทำให้จินดาพิสุทธิ์อดน้ำตาไหลไม่ได้..

มีบางอย่างทำให้ทราบว่า..คุณย่าเสียชีวิตแล้ว…

คุณย่าที่เมตตาต่อริต้าหรือคิตตี้เสมอมา..

ในภาพนั้น..คุณย่าเหมือนจะไม่ได้ปรากฏเพื่อจะพูดคุย..หรืออะไรทั้งสิ้น..

เพียงแต่แสดงอะไรบางอย่างออกมา….

การเคลื่อนไหวที่แปลกประหลาด..มือที่ฉาบแสงสว่าง..นิ้วที่ดีดออกเป็นแสง..

“..ริต้า..”เสียงย่าหงส์พูดออกมาเป็นคำแรก.. “..นี่คือของขวัญ..จำไว้นะ..หนูต้องมีภารกิจ..สิ่งที่ย่าให้..คือสิ่งที่จะช่วยหนูได้..”

ย่าหงส์ยังคงยิ้ม..

“..จำไว้..หนูคือริต้าของย่าเสมอ..”

จิตใจของจินดาพิสุทธิ์เริ่มปล่อยวางกับการยึดติดบางอย่าง..

ใช่..จะจินดาพิสุทธิ์หรือริต้า..มันก็แค่สิ่งสมมติที่เอาไว้หลอกลวงตัวเอง..

ความจริงก็คือความจริงวันยังค่ำ..

เลี่ยงไม่ได้หรอก..ว่าจริง ๆ แล้ว..จินดาพิสุทธิ์ก็คือริต้า..และริต้าก็คือจินดาพิสุทธิ์..

….

ในขณะเดียวกัน..

สถานที่ที่ไกลโพ้น..เวลาที่เป็นอนันตกาล…

หญิงกลางคนชุดขาวลืมตาขึ้นมา..

และหญิงกลางคนชุดแดงที่ใบหน้าเหมือนกันก็ลืมตาขึ้นด้วย..

“..แคท..”หญิงกลางคนชุดขาวเป่าปาก… “..ฉันเจอริต้าในจิต..”

“..หือ..”แคทอุทาน.. “..จริงหรือนี่..ริต้าก็ตายไปนานแล้ว..ทำไมถึงเจอในจิตได้ล่ะ..ออย..”

“..ก็แปลกเหมือนกัน..แต่เท่าที่สัมผัสนะ..ริต้ายังติดกับความเป็นตัวตนอยู่..”

“..ออยอธิบายให้แคทเข้าใจง่าย ๆ หน่อยได้ไหม…แคทไม่เข้าใจ..”

“..รู้สึกเหมือนกับว่า..ริต้ายังมีชีวิตอยู่ในที่ใดที่หนึ่งสักที่..แต่เธอพยายามสร้างเกราะคุ้มกันตัวเอง..พยายามคิดว่าริต้าคนเดิมตายไปแล้ว..ที่เธอเป็นอยู่ ณ เวลานี้..คือตัวตนใหม่..ฉันไม่อาจจะเข้าถึงและติดต่อพูดคุยกับริต้าได้เลย..เพราะเธอไม่ยอมรับ..”

“..แล้วออยทำอย่างไร..”

“..ก็เลยต้องให้เธอคุยกับตัวเอง..แต่ก็ยังดี..แม่ของเรามาช่วยด้วย..”

“..แม่..แม่หงส์ใช่ไหม..”

”..อือ..เหมือนริต้าจะเห็นจิตของแม่เรานะ..แต่ยังไม่สามารถสัมผัสกับพวกเราได้โดยตรง..”

ออยถอนหายใจ..พูดอีกว่า..

“..ตราบใดที่ริต้ายอมรับความเป็นจริงยังไม่ได้..เราก็ยากจะติดต่อพูดคุยกับริต้า..เธอได้แต่คุยกับสิ่งที่จิตของเธอสร้างขึ้น..ไม่ใช่คุยกับพวกเรา..”

แคทเป่าปาก..

“..บ้าชะมัด..นี่ถ้าหากเราได้คุยกับลูกได้บ้างนะ..”แคทยอมรับว่า..ตัวเองยังคิดถึงลูกสาวคนเล็กคนนี้ไม่หาย..

“..ต้องค่อย ๆ พยายามต่อไปนะแคท..”ออยนิ่ง..ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้อีก.. “..แคทก็พัฒนาจิตสูญญตาได้มากขึ้นแล้ว..สามารถหนุนออยจนไปถึงจิตของริต้าได้นี่ถือว่าสุดยอดมากเลย..”

แคทยิ้มรับคำชมของฝาแฝดคนน้อง..

“..เราก็ไม่รู้นะที่คุณเรนส่งข่าวผ่านพี่ป้อน..ให้คนที่เคยไปมิติเร้นฝึกจิตสูญญตาให้มากไว้..มันจะมีความจำเป็นอะไร..แต่ถ้าผลลัพธ์ที่แคทฝึก..ทำให้ออยติดต่อหาริต้าได้..มันก็คุ้มค่าแล้วล่ะ..แม้ว่าอาจจะไม่เกี่ยวอะไรกับมิติเร้นเลยก็ตาม..”แคทพูด.. “..แต่ก็ยอมรับนะ..ระยะนี้..แคทรู้สึกว่าจิตสูญญตาพัฒนาขึ้นมาจริง ๆ ..”

แต่ในขณะนั้น..ประตูห้องเปิดออก..

นี่เป็นห้องที่ออยใช้นั่งสมาธิ..มีคำสั่งห้ามไม่ให้ใครรบกวนเด็ดขาด..

คนที่กล้าเปิดประตูห้องของที่ออยใช้นั่งฝึกสมาธิ..ยังจะมีอยู่อีกหรือ..

คนสองคนที่กล้าทำอย่างนี้..ก็คือ..สองกับป้อนเท่านั้น…

ออยขมวดคิ้ว..

“.พี่สอง..พี่ป้อน..”

“..ป้อนบอกว่า..พวกเธอออกจากสมาธิแล้ว..”สองพูด.. “..เห็นใช้สัมผัสจากเพลงเทพส่งวิญญาณน่ะ..”

“..ค่ะ..”ออยขานรับ..

ป้อนพูดขึ้นว่า..

“..ธีร์กับไอหายไป..”ท่าทางป้อนวิตก.. “..บ้าชะมัด..”

แคทผุดลุกขึ้น..

“..หายไปได้ยังไง..”

“..ปุ้นกับดินร้อนใจแทบบ้าอยู่แล้ว…”ป้อนพูดเสียงเครียด.. “..ปัญหาคือ..เราไม่รู้ว่าสองคนนั้นไปไหน..ฉันจับการคงอยู่ของสองคนนั้นไม่ได้..จับได้แต่สัญญาณชีพ..ยังไงก็ยังปลอดภัย..”

แคทครางอือม์..

“..กัสจังกับคิตตี้ล่ะคะ..”

“..สองคนนั้นออกไปตั้งแต่เช้า..ว่าจะไปหาแร่ธาตุอะไรสักอย่าง..ที่ใช้ซ่อมแซมดาบราชินี…”

“..ว่าแต่..”แคทดูงุนงง.. “..สิ่งที่พี่ป้อนพูด..มันเหมือนกับสองคนนั่น..ออกไปจากม่านมิติ..”

สองป้อนมองหน้ากัน..สองพูดขึ้นว่า..

“..ใช่.เครียดเลยล่ะแคท..ป้อนบอกว่าน่าจะใช่แน่นอน..”

เวลานี้..ทุกคนกลายเป็นอาชญากรตามข้อกล่าวหาจากหน่วยแวมไพร์ฮันเตอร์ซึ่งถูกเทวีแวมไพร์ครอบงำเสียเอง..การหลบหนีและซ่อนตัว..ไม่มีทางใดดีกว่าการให้ป้อนดึงทุกคน..และสำนักสูญญตาเข้าไปอยู่ในม่านมิติ…

เมื่อเป็นเช่นนี้..ก็จะไม่มีใครในโลกหาตัวพวกเขาเจอแน่นอน..

ความเครียดอยู่ที่ว่า..ธีร์กับไอ..ทำไมถึงออกไปจากม่านมิติได้เองโดยที่ป้อนไม่ได้รับรู้..และไม่ได้เปิดทางให้..

สองคนนั้นออกไปได้อย่างไร..

ธีร์คือลูกชายของศศินาที่คลอดออกมาก่อนที่จะถูกเทวีแวมไพร์ฆ่า..เป็นตัวแทนของเทพเจ้าของเผ่าหมาป่า..

ส่วนไอ..เป็นลูกสาวของศศินาที่คลอดมาพร้อมกับธีร์..เป็นตัวแทนของเทพเจ้าไอซิสแห่งองค์กรโซล่า..

และทั้งสองจะต้องถูกฝึก..ถูกเตรียมความพร้อมที่จะปะทะกับเทวีแวมไพร์เรนี่ในอนาคต..

เพียงแต่ทั้งสองแม้จะเติบโตเร็วกว่าเด็กทั่วไป..แต่ก็ไม่ได้เร็วเหมือนกับเทวีแวมไพร์เรนี่…

สามปีที่ซุกซ่อนตัว…ธีร์กับไอ..เติบโตเหมือนกับเด็กอายุสิบสองขวบ..

แม้ว่า..ในทางปฏิบัติ..เหมือนกัสจังจะเป็นพ่อของเด็กทั้งสอง..เพราะใช้เลือดของตัวเองเป็นองค์ประกอบในการสร้างเซลส์สืบพันธุ์..แต่ทุกคนก็ยกให้ปุ้นกับดินเป็นแม่กับพ่อเด็ก..

ว่าแต่..เด็กสองคนนั้นจะออกไปจากม่านมิติได้อย่างไร..

การเดินทางเข้าออกม่านมิติ..เดิมต้องใช้เพลงเทพส่งวิญญาณของป้อน..แต่เดี๋ยวนี้..คิตตี้เชี่ยวชาญในการใช้อสูรของตนเองมากขึ้น..จนสามารถใช้เข้าออกม่านมิติได้เช่นกัน..

เพียงแต่..ถ้าไม่มีสองสิ่งนี้แล้ว..ก็ไม่มีใครเข้าออกม่านมิติได้อีก..

หรือเด็กทั้งสองในฐานะตัวแทนเทพเจ้า..จะมีอำนาจเช่นนี้..และมันปรากฏขึ้นแล้ว..

ออยนิ่งคิด..

“..เหมือนเป็นสัญญาณนะ..ว่าศึกระหว่างเทพเจ้ากำลังจะเริ่มขึ้น..”

“..ปัญหาคือ..ภารกิจอีกด้านที่เรารอคอยจากมิติเร้น..มันต้องบรรจบกับความพร้อมของธีร์กับไอด้วยนี่นะ..”แคทนิ่งคิดเช่นกัน..

ป้อนชะงัก..เหมือนมีอะไรบางอย่างติดต่อเข้ามา..

“..คิตตี้..”ป้อนอุทาน.. “..ได้รับข่าวที่ส่งไปให้แล้วนะ..”

การเชื่อมโยงระหว่างเพลงเทพส่งวิญญาณของป้อนกับอสูรของคิตตี้..ตอนนี้พัฒนากันจนถึงขั้นติดต่อระหว่างกันผ่านจิตได้แล้ว..

สองอดถามไม่ได้..

“..สองคนนั่นจะทำอะไรหรือเปล่า..”

“..อสูรของคิตตี้จับการคงอยู่ของธีร์กับไอได้จริง ๆ ..กัสจังกับคิตตี้กำลังจะไปตามตัว..”ป้อนพูด..

“..หวังว่าคงไม่มีอะไรวุ่นวายนะ..”

“..ป้อนว่า..สองเตรียมพร้อมไว้ดีกว่า..แคทด้วย..เราอาจจะต้องไปช่วยหลานนะ..รอให้กัสจังกับคิตตี้ส่งพิกัดของสองคนนั่นให้ได้ก่อนแค่นั้นแหละ..”

ว่าแต่..ธีร์กับไอกำลังคิดอะไรอยู่นะ..ทำไมถึงออกไปตามลำพังสองคนอย่างนั้นได้ล่ะ…

…..

จินดาพิสุทธิ์ลืมตาขึ้นอีกครั้ง...

แต่สิ่งที่ประหลาดก็คือ..แสงจากจิตสูญญตายังคงอยู่..

นี่ทำให้แพคเกจกับศศินาถึงกับอ้าปากค้างทีเดียว..

ทั้งสองเคยชินกับการเข้าสมาธิปฏิบัติจิตสูญญตาของออยเจ้าสำนักสูญญตาฝ่ายอารามขาว..เคยเห็นออยเข้าสมาธิเพื่อแผ่รัศมีแสงแห่งจิตสูญญตาไปได้ไกลถึงยี่สิบห้าเมตร..ซึ่งคอยปกป้องทุกคนในการสู้ศึกครั้งสุดท้ายก่อนที่ทั้งสองจะถูกฆ่า..

แต่ไม่เคยเห็นการออกจากสมาธิแล้วแสงแห่งจิตสูญญตายังคงอยู่..

“..ริต้า..”แพคเกจอุทาน..

จินดาพิสุทธิ์ถามว่า..

“..ริต้าเข้าสมาธินานเท่าไหร่แล้ว..”

“..น่าจะประมาณสองชั่วโมง..”

“..อีกนานใช่ไหมกว่าจะเช้า..”จินดาพิสุทธิ์ถาม..

ศศินานิ่งคิด..

“..ก็อีกนานเหมือนกันนะริต้า..”

เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์ลุกขึ้น..แพคเกจรู้สึกประหลาด..เหมือนกับว่า..เจ้าหญิงองค์นี้จะเรียกชื่อเดิมของตนเองด้วยความเต็มใจกว่าที่ผ่านมา..

รัศมีแสงแห่งจิตสูญญตายังคงอยู่..ปกป้องทุกคนจากปีศาจร้ายไฮยีน่าแวมไพร์..

แสงที่เป็นความอยู่รอดของทุกคนในที่นี้..

จินดาพิสุทธิ์มองไปยังด้านนอก…แสงสีแดงของดวงตาปีศาจร้ายอย่างไฮยีน่าแวมไพร์ยังคงเคลื่อนไหว..แต่พวกมันไม่กล้าเข้าใกล้รัศมีแสงสว่างแห่งจิตสูญญตา

จินดาพิสุทธิ์วางสองมือไปทางด้านหน้า…

และดีดนิ้วออก…

แสงสว่างพุ่งวาบจากนิ้วมือที่ดีด…ปะทะปีศาจร้ายที่บินฉวัดเฉวียน..ทำให้ร่างมันลุกไหม้เป็นไฟ..และร่วงหล่น..

ทุกคนอุทานอย่างไม่เชื่อสายตา…โดยเฉพาะแพคเกจกับศศินา…

“..นี่มัน..กระสุนแสงแห่งจิตสูญญตา..”แพคเกจครางออกมา…

แพคเกจจำมันได้ดี..เพราะเป็นวิชาที่ย่าหงส์ใช้และสอนคิตตี้ในศึกสุดท้ายก่อนที่ตนเองจะถูกฆ่า…

ศศินาก็จำได้…ถึงกับตื่นตระหนกอย่างบอกไม่ถูก…

จินดาพิสุทธิ์ดีดนิ้วไม่หยุดยั้ง…

กระสุนแสงแห่งจิตสูญญตากระทบร่างไฮยีน่าแวมไพร์ตัวแล้วตัวเล่า..ถึงกับร่วงหล่นและไฟลุก..ดับสูญไปทุกตัว…

พวกมันจากที่คุมเชิง..กลายเป็นตระหนก..

ข้อสำคัญคือ..กระสุนแสงแห่งจิตสูญญตาสามารถเลี้ยวและพุ่งโดนเป้าหมายได้ราวกับมีเวทย์มนต์…

นั่นเป็นเพราะนี่เป็นกระสุนแสงแห่งจิต…จิตจึงบังคับได้…

ขอเพียงเห็นเป้าหมาย…ก็สามารถดีดกระสุนแสงวิ่งไปตามที่จิตบงการทำลายไฮยีน่าแวมไพร์ได้ทุกตัว…

ศศินาอ้าปากค้าง..ไม่เคยคิดเลยว่าจะเห็นอะไรแบบนี้เป็นครั้งที่สอง…

เจ้าหญิงแห่งเผ่าจันทราร้องบอกกับทุกคน...

“..พวกมันจะต้องล่าถอยไปยังรังของพวกมัน..สถานที่นั้น..ท่านครุฑขาวกับจิ้งหรีดดำสมควรจะอยู่ที่นั่น..”

“..แต่..พวกมันใยไม่ทำร้าย..”สินธุออกความเห็น…

“..เนื่องเพราะ..พวกมันไม่ได้เกิดขึ้นเอง..แต่ถูกสร้างขึ้น..”..จินดาพิสุทธิ์พูดพลางดีดนิ้วไม่หยุดยั้ง…

“..และพวกมันถูกสร้างจากคนที่แอบขึ้นมาล่าสมบัติ...”

เทพอัคคีเวนไตย์เป่าปาก..

“..ที่แท้..นี่คือเหตุผลหนึ่งของปริศนาสมบัติเทือกเขาปัญจา…”

“…ท่านครุฑขาวและจิ้งหรีดดำหากปล่อยไว้เนิ่นนานจะต้องถูกทำให้เป็นปีศาจอย่างไม่ต้องสงสัย..ข้าจะทำลายพวกมันจนคนบงการเห็นว่าไม่มีประโยชน์ที่จะเสียกำลังพลปีศาจไปเสียเปล่า..ก็จะสั่งพวกมันล่าถอย…เราต้องอาศัยผู้ที่มีฝีมือ..ฝีเท้ารวดเร็ว..และชำนาญการแกะรอยตามพวกมันไปเพื่อช่วยคนของเรา..”

ศศินาหัวเราะ…

“..เรื่องแกะรอยไม่มีใครเกินปีศาจหมาป่าอย่างข้าแน่…”

“..ท่านปีศาจหมาป่า…ท่านนำทาง..ท่านปีศาจค้างคาว..ตามไปด้วย..ท่านสินธุ…ท่านวาหุ…ท่านทั้งสองตามติดได้รวดเร็ว..สมควรไปเป็นกองหนุน..พวกมันใช่จะมีเพียงปีศาจเท่านั้น..ฝีมือดาบวายุเทพกับดาบสายธารา..สามารถจัดการผู้ที่ไม่ใช่ปีศาจได้เพียงพอ…”จินดาพิสุทธิ์สั่ง..ก่อนจะมองศศินา..เปลี่ยนสำนวนเป็นสำนวนพูดสมัยปัจจุบัน.. “..พี่นา..ฝากด้วยนะคะ..”

ประกายตาปีศาจร้ายสีแดงลดลงไปมากจากวิชากระสุนแสงแห่งจิตสูญญตาของจินดาพิสุทธิ์..และพวกมันก็ส่งเสียงเป็นสัญญาณแล้ว…

และเริ่มล่าถอย…

ศศินาทะยานร่าง..ตามออกไป…

แพคเกจหันมายกนิ้วให้จินดาพิสุทธิ์..ก่อนจะพูดขึ้นว่า..

“..เธอเก่งมากเลยริต้า..ไม่น่าเชื่อ..”

แล้วก็ทะยานตามติด..

วาหุกับสินธุสบตากัน..สองยอดนักดาบก็รีบวิ่งตามไปไม่รอช้า…

ด้วยฝีเท้าอันเหลือเชื่อ..ไม่นาน..ทุกอย่างก็เงียบสงัด…

จินดาพิสุทธิ์สลายแสงแห่งจิตสูญญตาออกไป…

มีนากับปักษาเข้ามาเคียงคู่เจ้าหญิง…

เพราะท่าทีของเจ้าหญิง..แสดงว่าต้องมีคำสั่งอื่นใดอีกแน่…

เทพอัคคีเวนไตย์ถึงกับร้องถามว่า..

“.พวกเราจะรออยู่ที่นี่หรืออย่างไร..”

“..ไม่..”จินดาพิสุทธิ์ออกคำสั่งอีก… “.เราจะตามพวกเขาไป..เพียงแต่เราเคลื่อนไหวช้ากว่าเท่านั้น..จึงให้ผู้ที่ชำนาญการแกะรอยและฝีเท้ารวดเร็วที่สุดตามไปก่อน…”

จินดาพิสุทธิ์ยกมือขึ้น…

“..ต้องตามไปทำลายด่านหน้าแห่งปริศนายอดเขามัชฌิมาให้ได้..”

พูดจบก็เดินนำทุกคนออกไป…

เมื่อคนที่สามารถปราบปีศาจร้ายออกเดินไปข้างหน้า..ทุกคนไหนเลยจะกล้ารั้งอยู่…

มีนากับปักษาสบตากัน..ออกเดินตามไปติด.ๆ..

มีนาอดกระซิบกระซาบกับปักษาไม่ได้…

“..นามริต้า..นามเดิมองค์หญิงช่างน่าสนใจนัก…”

“..มีนา..เจ้าสนใจนามเดิมก็พอจะเข้าใจได้..เกรงว่า..เจ้าจะสนใจองค์หญิงด้วย..เยี่ยงนี้..ข้าคงต้องขอเตือน..”ปักษาสัพยอกกลับ..

“..เจ้าหาเรื่องให้ข้าหัวขาดเสียแล้ว..ปักษา..”..มีนาอดมองร่างสีขาวที่สง่าและองอาจ…เป็นสตรีที่แข็งแกร่งจนบุรุษในใต้หล้าล้วนสยบให้ไม่ได้..และพึมพำออกมา…

“..จะมีชายหรือหญิงใดในแผ่นดิน..คู่ควรกับเจ้าหญิงของเราอีก…”

ปักษาเห็นเจ้าหญิงเหลือบมองมาทางนี้ก็สงบเสงี่ยมลงชั่วขณะ..จวบจนเจ้าหญิงไปใส่ใจทางเบื้องหน้า..ก็กระซิบกับมีนาแผ่วเบา…

“..หากเป็นบุรุษ..เห็นจะไม่มีที่คู่ควร..แต่หากเป็นสตรี..น่าจะมีอยู่คนหนึ่ง…”

มีนานึกตามก่อนจะอุทานออกมาเบา ๆ …

“..หรือเจ้าจะหมายถึง…”

จินดาพิสุทธิ์หันมาทางนางกำนัลรับใช้ทั้งสอง..ก่อนจะร้องขึ้นว่า..

“..พวกเจ้ายังมีเวลาสนทนาอันใดกันอีก..เร่งเดินทางเถิด..”

แต่ก็ได้ยินเสียงสนทนาของนางกำนัลรับใช้ทั้งสองได้ชัดเจน..เพียงแต่เก็บงำไว้..

ในแผ่นดินนี้..มีแต่นางเท่านั้น..จินดาพิสุทธิ์อดครุ่นคิดไม่ได้...

นึกถึงกลิ่นหอมของกาย..ที่สามารถสั่นไหวหัวใจที่ว่างเปล่าได้เพียงพอ...

รู้สึกตึงที่เอว...ผ้าแพรที่พันรอบเอวกลับรัดแน่นขึ้น...

จินดาพิสุทธิ์ถึงกับพูดขึ้นลอย ๆ ..

“..เข้าใจแล้วว่าเตือนข้าไม่ให้ฟุ้งซ่าน..แต่เจ้าจะรัดข้าแน่นไปแล้วนะ..”

เหมือนดุผ้าแพรพันเอวราวกับมันมีชีวิต..

........

ศศินาซุ่มอยู่ข้างโขดหิน..ถัดจากนั้นก็เป็นปากถ้ำใหญ่..

แพคเกจซุ่มอยู่ข้าง ๆ ศศินาเช่นกัน..

วาหุกับสินธุต่างก็สบตา..

“..ถ้ำอันใดกัน..มีทหารเฝ้าอยู่ด้วย..”สินธุพูดเสียงแผ่ว..

ศศินาเม้มปาก...

“..ปีศาจค้างคาว..ท่านคิดเหมือนข้าใช่หรือไม่..”

แพคเกจพยักหน้า..

สินธุอดถามไม่ได้..

“..พวกท่านคิดอันใดกัน..”

“..พวกแคว้นอุตระสร้างเขตหวงห้ามขึ้นบนยอดมัชฌิมาเทือกเขาปัญจา..แต่ในขณะเดียวกันก็ลอบปล่อยข่าวเรื่องถ้ำสมบัติ..”ศศินาลำดับความ.. “..การปล่อยข่าวเช่นนี้ตลอดจนหวงห้ามเข้า..ยิ่งทำให้คนอยากขึ้นมาบนเขา..”

แพคเกจพยักหน้า..

“..พวกมันคร่ากุมคนที่ลักลอบขึ้นเขา..เอามาสร้างเป็นปีศาจร้ายไฮยีน่าแวมไพร์...เป็นปีศาจของพวกมัน..เป็นกองกำลังลับเฉพาะ..ซึ่งหากสร้างได้สำเร็จเป็นจำนวนมาก..แคว้นทุกแคว้นก็ไม่น่าจะเป็นคู่ต่อกรด้วย..”

วาหุถามขึ้นว่า..

“..เมื่อเป็นเช่นนี้..ก็เท่ากับถ้ำสมบัติเป็นสิ่งล่อลวงให้คนลักลอบขึ้นมา..ยิ่งขึ้นมาแล้วไม่ได้กลับลงไป..ก็ยิ่งท้าทาย..”

“..ในขณะเดียวกันก็หาสมบัติเล็กน้อยให้คนบางคนรอดลงไปกล่าวขานถึงบ้าง..แต่แท้ที่จริง..ที่นี่เป็นแหล่งสร้างปีศาจ..”แพคเกจขบคิดอย่างรวดเร็ว..

ศศินากลับคิดมากกว่านั้น..

“..แล้วไฉน..พวกมันถึงยังไม่ใช่ไฮยีน่าแวมไพร์ประจำการ..หรือปล่อยออกไปสร้างความเดือดร้อนให้แคว้นอื่นล่ะ..”

“..หรือว่า..พวกมันอาจจะยังสร้างได้ไม่สมบูรณ์ดี..หรือติดขัดปัญหาบางอย่าง..”แพคเกจให้ความเห็น..

สินธุกลับถามว่า..

“..แล้วพวกมันสร้างปีศาจเหล่านี้ขึ้นมาได้อย่างไร..”

“..ก็คงเป็นตำราลับที่เจ้าหญิงต้องการนั่นแหละ..”วาหุให้ความเห็น.. “..ที่แท้..มันคือตำราที่บันทึกความลับของปีศาจนั่นเอง...ความลับสำคัญก็คือ..ปีศาจเป็นสิ่งที่คนเราสามารถสร้างมันขึ้นมาได้..”

ศศินากระชับดาบเสี้ยวจันทร์..

“..ท่านวาหุ..ท่านสินธุ..ท่านจัดการกับทหาร..เรื่องปีศาจ..ข้ากับปีศาจค้างคาวจะจัดการเอง..”

แต่ก่อนที่จะถลันออกไป..ศศินาพลันชะงักร่าง..

แพคเกจอุทานเบา ๆ ..

“..พี่นา..เป็นอะไรไป..”แพคเกจไม่ใช้สำนวนพูดของชาวมิติเร้น..

ศศินารู้สึกเหมือนมีเสียงเรียก..

เสียงที่ดังมาจากภายใน..ไม่ใช่ภายนอก...

...แม่...

...แม่...

...แม่...

เสียงของเด็กอายุราวสิบกว่าขวบเท่านั้น..

การชะงักของศศินาทำให้เสียจังหวะ..และทหารเวรยามสังเกตเห็น..

“..นั่นใคร..”

ท่าทางไม่สู้ดี..ก็รีบตะโกนก้อง..

“..ยิงเกาทัณฑ์...”

แพคเกจอุทานเบา ๆ กระแทกสองมือ..ปลอกแขนแปรสภาพเป็นโล่..

เสียงหวีดหวิวของห่าเกาทัณฑ์พุ่งเข้าหา...

แพคเกจใช้โล่ป้องกันศศินาที่ยังยืนชะงักค้างไว้..

“..บ้าชะมัด..พี่นา..เป็นอะไรไป..”

“..แพค..”ศศินาน้ำตาไหล.. “..ฉันได้ยินเสียง..”

“..เสียงอะไร..”แพคเกจใช้โล่ป้องกันในขณะที่วาหุกับสินธุทะยานฝ่าไปด้านหน้า.. “..อ้าว..ท่านวาหุ..ท่านสินธุ..เดี๋ยวก่อนสิ..”เหมือนกับแพคเกจจะไม่ทันได้ห้ามปรามอะไรเลย..เพราะลูกธนูหรือห่าเกาทัณฑ์ระดมยิงราวกับพายุฝน..

วาหุกับสินธุควงดาบ..ฝ่าไปตามห่าธนูเกาทัณฑ์...

เพลงดาบอันล้ำเลิศ..เพียงแค่ห่าเกาทัณฑ์ไหนเลยจะหยุดยั้งได้..

แพคเกจประคองศศินา..

“..บ้าชะมัด..พี่นา..เป็นอะไรไปนี่..”

ศศินาเหมือนจะหมดแรง..

“..ลูก..ลูกเรียกฉัน..แพค..ลูกเรียกฉัน..”

“..พี่นา..ลูกพี่กับพี่ตอนนี้อยู่คนละภพคนละโลกกันแล้ว..”แพคเกจร้องออกมาเพราะธนูปักเข้าที่ต้นขา.. “..โอ๊ย..เจ็บนะเว้ย..ไอ้บ้า..ยิงให้โดนโล่สิวะ..”

ศศินาตั้งสติ..ตวัดดาบฟันธนูที่ปักโคนขาของแพคเกจ..และดึงลูกธนูออกมาอีกทาง..

ก่อนจะผวาเข้าจูบปาก..

แพคเกจใจหาย..

“..เฮ้ย..พี่นา..”

แต่ตัวเองก็หลับตาพริ้ม...

อารมณ์คุคั่งของศศินาลดลง..

ศศินาถอนร่างออก..ก้มมองที่ต้นขาของแพคเกจ..

“..ดีจัง.แผลสมานแล้ว..”

“..ถ้าคิดว่า..จูบแพคแล้วจะทำให้แผลหายน่ะ..พี่สู้ไม่ให้แพคเป็นห่วงจะดีกว่ามั้ง..”แพคเกจงอน..

ศศินากระชับดาบ..

“..ไปกันเถอะ..”

“..อย่าชะงักแบบเมื่อกี้อีกนะ..ใจหายแทบแย่..”

แต่ดูเหมือนศศินาจะมีรอยยิ้มที่มีความสุข...

แพคเกจตั้งโล่..

“..ทำไมดูระรื่นขนาดนั้นล่ะพี่..”

“..แพค..มันมีความหวังนะ..ความหวังที่จะได้เจอลูกทั้งที่เราอยู่กันคนละภพ..”

“..อย่าเพิ่งอะไรเลยพี่..นี่เราโดนระดมยิงอยู่นะ..”

ศศินาหัวเราะ..

“..ไปกันได้แล้ว..”

แล้วทั้งสองก็ตะลุยฝ่าดงลูกธนูไปข้างหน้า...

สองปีศาจแห่งอนันตกาลทะยานขึ้น..

และพลธนูที่ตั้งแถวยิงธนูก็แตกกระจาย...

......

เตาหลอมร้อนแรง..

มือแข็งแรงหวดฟาดค้อนไปที่ทั่ง...

หวด..และหวด..

ก่อนจะจับดาบเล่มนั้นจุ่มเข้าที่น้ำ..

คนที่ฟาดค้อนคือกัษษากร..

และนี่คือดาบของเธอ..

ดาบที่ถูกทำลายไปครั้งการศึกสุดท้าย...

ดาบราชินีที่แข็งแกร่ง..แต่ถูกกำลังของเทวีแวมไพร์บิดหักทำลายไปพร้อมกับดาบตัดพสุธาของสอง..

นานจนสามปี..กัษษากรถึงสืบทราบในวิธีการซ่อมแซม..

ต้องมายังสถานที่แห่งหนึ่ง..สถานที่ซึ่งมีสิ่งที่เรียกว่า..โลหะฟ้าฟื้น..

มีแต่โลหะฟ้าฟื้น..จึงจะสามารถซ่อมแซมดาบราชินีได้..

ดาบราชินีถูกตีขึ้นด้วยโลหะชนิดนี้..ซึ่งเมื่อแตกหักพังไป..ก็ซ่อมได้ยากเย็น.ไม่เหมือนกับดาบตัดพสุธาของสอง..

จนกระทั่งหากค้นพบโลหะฟ้าฟื้น..จึงสามารถซ่อมแซมได้..

กัษษากรป้ายเหงื่อ..

ก่อนจะจับดาบยกขึ้น..

มองอย่างแน่วแน่...

เสียงเรียกดังมาจากประตู..

“..กัสจัง..ดาบเธอซ่อมสำเร็จแล้วใช่ไหม..”

“..ใช่..คิตตี้..”กัษษากรเพ่งมอง..และเล็งตัวดาบ.. “..ไม่นึกว่าจะซ่อมจนได้..”

“..ดาบราชินีเป็นของที่แม่เธอมอบให้..ต่อให้ไม่ได้ใช้..ก็ต้องซ่อมให้คืนสภาพเดิม..”คิตตี้เดินเข้ามา..

“..ต้องใช้เวลาลับและขัดเจียรอีกเล็กน้อย..แต่ไปทำที่อื่นก็ได้แล้วล่ะ..”กัษษากรยิ้ม.. “..มีอะไรหรือคิตตี้..เธอไม่ควรจะเข้ามาหาฉันในตอนนี้ใช่ไหม..”

“..ลูกเธอหายไป..”

“..ลูก..”กัษษากรขมวดคิ้ว.. “..ธีร์หรือไอ..”

เด็กทั้งสองรับรู้ว่าเป็นลูกของพ่อดินกับแม่ปุ้น..แต่ก็เรียกกัษษากรว่านายแม่..

กัษษากรรักเด็กทั้งสองเหมือนลูก..เพราะพวกเขาเกิดมาจากเลือดของเธอด้วย..

สายเลือดแท้แห่งจันทราของกัษษากรเป็นองค์ประกอบสำคัญในการปฏิสนธิสร้างตัวแทนแห่งเทพเจ้าทั้งสองขึ้นมา..ดังนั้น..หากจะมองว่ากัษษากรเป็นพ่อของเด็กทั้งสองก็ไม่แปลก..

คิตตี้ถอนหายใจ..

“..หายไปทั้งคู่..”

“..ไม่น่าจะเป็นข่าวดีเลยนะคิตตี้..”

“..เหมือนออกมาจากม่านมิติได้เอง..ไม่ต้องใช้เพลงเทพส่งวิญญาณหรืออสูรของฉัน..”

“.ให้ตาย..”กัษษากรเม้มปาก..ใช้ผ้าเช็ดดาบราชินี..ก่อนจะสอดลงฝัก.. “..พวกเขาตอนนี้อยู่ไหน..”

“..อสูรจับตำแหน่งเด็กสองคนนั้นได้แล้ว..พวกเค้าไปในที่ที่ฉันเองก็ไม่อยากจะคิดเลย..”คิตตี้พูด..

“.ที่ไหน..”

“..ด่านเจดีย์สามองค์..”

“..หือ..”

“..สถานที่ที่สมัยก่อน..ป้าป้อนร้องเพลงเทพส่งวิญญาณ..ทำลายแวมไพร์ไปจากโลก..และมีศึกใหญ่เพื่อขัดขวางพิธีดังกล่าว..ยุคที่นายแม่ฉันยังเป็นเด็กสาววัยรุ่นและฉันก็ยังไม่เกิด..”

“..พวกเขาไปทำไม..”

“..เราคงต้องไปถามพวกเขาเองล่ะ..”

กัษษากรสะพายดาบ..

“..ที่น่าห่วงไม่ใช่ว่าพวกเขาไปที่นั่นตามลำพัง..แต่ที่ห่วงที่สุดคือ..เทวีแวมไพร์จะรู้ไหมว่าพวกเขาอยู่ที่นั่น..”

“..เราต้องรีบไปกันแล้วนะกัสจัง..”แล้วคิตตี้ก็ขมวดคิ้ว..

“..บ้าชะมัด..”

“..อะไรหรือคิตตี้..”กัษษากรถาม..

“..พวกมันมาแล้ว..พวกแวมไพร์ฮันเตอร์..พวกมันรู้ว่าเธอกับฉันมาที่นี่..และกำลังมาจับตัวพวกเรา..”

“..จมูกไวแท้..”กัษษากรเม้มปาก..

เสียงเหมือนมีอะไรสักอย่างโยนเข้ามา..

กัษษากรอุทานเบา ๆ ..

“.ระเบิดมือ..”

คิตตี้แค่นเสียง..

“..มายั่วยุกันทำไมนะ..”

มือขนาดยักษ์สีดำปรากฏ..

และมันวางทับลูกระเบิด..

เสียงตูม...แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น..เพราะมันถูกมือสีดำทรงพลังของอสูรกดไว้..

กัษษากรพยักหน้า..คิตตี้บังคับให้อสูรปรากฏ..และทั้งสองก็ขึ้นไปบนตัวอสูร..

ก่อนจะทะยานร่างออกไป..

ชนกลุ่มเจ้าหน้าที่ของแวมไพร์ฮันเตอร์ซึ่งฝ่าสวนเข้ามา..จนล้มระเนระนาด..แม้จะยิงใส่อสูรก็ไม่เป็นผล..

ไม่ช้า..อสูรก็หายลับ..

ในบรรดาเจ้าหน้าที่แวมไพร์ฮันเตอร์ที่ระเนระนาด..มีคนหนึ่งลุกขึ้น..

เขาคือ..จอห์น..พงษ์..

พันโทจอห์น..พงษ์..ซึ่งได้รับการพัฒนาศักยภาพจนเป็นอัลตร้าฮิวแมนเป่าปากเบา ๆ ..

“..พวกเธอมาที่นี่ทำไม..สาวเสียงอสูร..ลูนาร์วูแมน..”

เขานำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปสำรวจในจุดที่คิตตี้และกัษษากรเพิ่งออกมา..

จอห์น..พงษ์..เห็นอุปกรณ์การตีเหล็กทิ้งไว้..

“..หือ..มาตีเหล็กอะไรที่นี่....”จอห์น..พงษ์..อุทาน.. “..นี่มันที่ไหนกัน..”

รู้สึกเหมือนความคิดกำลังจินตนาการไปในจุดที่ไกลโพ้น..ห้วงเวลาอันเป็นอนันตกาล...

ความรู้สึกราวกับว่า..ในเวลาที่เป็นอนันตกาลนั้น..สถานที่นี้..เคยมีการต่อสู้ที่ชวนให้ตื่นเต้น..

.....

ภูเขาและถ้ำที่จอห์น.พงษ์สำรวจและคิตตี้กับกัษษากรเข้ามาก่อนหน้านี้..เป็นสถานที่ซึ่งมียอดเขาอยู่สองยอด..

แต่ในจุดภูมิศาสตร์เดียวกัน..แต่ห้วงเวลาแห่งอนันตกาล..ในมิติเร้น..มันมีอยู่ห้ายอด..

และถ้ำนี้อยู่บนยอดเขามัชฌิมา..เขายอดที่อยู่กลาง..และสูงที่สุด..

ซึ่งกำลังเกิดการต่อสู้อย่างดุเดือด..

วาหุกับสินธุบุกเข้ามา..เผชิญกับการต้านปะทะของกองทหารแคว้นอุตระ..

ทั้งสองทั้งพลิ้วไหวทั้งดุดัน..ดาบวาหุกวาดไปที่ใด..เลือดก็สาดกระจาย..

สินธุใช้ดาบสายธาราอย่างแคล่วคล่อง..ทหารที่ถูกดาบเขา..ได้รับบาดแผลไม่มากนัก..แต่มีผลถึงกับทำให้หมดทางสู้โดยสิ้นเชิง..

แต่ทั้งสองไม่ดุดันเท่าสองปีศาจแห่งอนันตกาล...

แพคเกจกับศศินาเมื่อทะลวงเข้ามาได้..ก็ใช้วิชาต่อสู้ที่ไม่มีใครเคยเห็น..จัดการทหารของอุตระคนแล้วคนเล่า..

แพคเกจต่อยหมัดก่อนจะถามว่า..

“..พี่นา..เรายังไม่เห็นไฮยีน่าแวมไพร์เลย..”

“..พวกมันคงเก็บไว้ด้านใน..ปีศาจไฮยีน่าแวมไพร์ตามที่รู้มา..หากไม่ใช่พวกแวมไพร์..ก็ยากจะควบคุมอยู่นะ..”

แพคเกจพยักหน้า..

“..เราต้องฝ่าเข้าไปนะพี่..”

“..คิดว่าฉันไม่รู้หรือไง..แต่นี่ยังติดพันอยู่เนี่ย..”

แพคเกจอุทานเบา ๆ เมื่อถูกแทง..และร่างถูกดันไปจนติดผนัง..

ศศินาเองก็ใจหาย..เพราะถูกฟันเข้ากลางหลัง..และล้มลง..

ดาบหอกนับสิบเล่มทั้งรุมแทงฟันอย่างไม่ปราณี..

แพคเกจอุทานลั่น..เมื่อหอกยาวโถมแทงจากเบื้องหน้านับสิบเล่ม..จนร่างพรุนไปหมด..

สินธุกับวาหุใช้การต่อสู้แบบเคลื่อนไหวไปสู้ไป..เห็นแพคเกจกับศศินาก็ใจหาย..แต่ก็ไม่มีเวลาจะทำอย่างอื่น..

เสียงตวาดอย่างไม่มีใครคิดว่าจะได้ยิน..

แพคเกจตั้งท่า..กำหมัดใช้กระบวนท่าสูญญตาต่อยออกไป..ทหารอุตระที่รุมแทงด้วยหอกด้านหน้า..ถึงกับกระเด็นไปคนละทิศละทาง..ดึงหอกที่ปลายทิ่มแทงร่างขว้างทิ้ง..

ศศินาก็ตวาดเสียงคล้ายเสียงคำรามของสุนัขป่า..ตวัดดาบเป็นวงฟันคนที่รุมฟันรุมแทงเธอจนแตกกระจาย..

ทั้งสองปีศาจอนันตกาลเลือดโทรม..ต่างก็เดินเข้าหากัน..

นี่เป็นภาพที่ชวนสยดสยอง..

ต่างฝ่ายต่างก็หันหลังชนกัน..ในขณะที่ทหารของแคว้นอุตระขวัญเสีย..

เป็นไปไม่ได้..โดนรุมแทงฟันยับขนาดนั้น..ยังไม่ตาย..

แพคเกจสูดลมหายใจ..ศศินาก็เช่นกัน..ต่างคนต่างฟื้นคืนสภาพ..มีแต่คราบเลือดแต่ไร้บาดแผลแม้แต่รอยข่วน..

ทหารแคว้นอุตระคนหนึ่งถึงกับร้องว่า..

“..พวกเจ้าเป็นสิ่งใดกัน..ไฉนถึงฆ่าไม่ตาย..”

“..จะฆ่าพวกข้า..คงยากยิ่งแล้วล่ะ..”ศศินาเริ่มมีอารมณ์โกรธ..

แพคเกจเม้มปาก..ตวาดเสียงลั่น..

“..อยากฆ่าก็เข้ามาเว้ย..ไอ้พวกบ้า..”

พูดจบก็วิ่งไปด้านหน้า..กำหมัดต่อยไม่หยุดยั้ง..ถูกแทงถูกฟันสวนกลับเช่นกัน..

เหมือนกับแพคเกจไม่สนกระบวนท่าพิสดารของหมัดสูญญตาอะไรแล้ว..

ศศินาร้องคำรามเสียงดัง..บุกฝ่าไปเคียงคู่แพคเกจ..ดาบเล่มหนึ่งแทงเข้าเต็มอก..แต่ก็ไม่ล้ม..

ไม่มีทางล้ม..

คนแทงดาบเล่มนั้นถูกดาบเสี้ยวจันทร์ฟันล้มลงอย่างน่ากลัว..

ศศินาดึงดาบที่ปักอกออก..

“..มีดีแค่นี้หรือ..มีแค่นี้เองหรือ..”

ก่อนจะบ้าเลือดตะลุยฟันดาบเสี้ยวจันทร์ราวกับปีศาจคุ้มคลั่ง...

ดาบหนาใหญ่เล่มหนึ่งตวัดฟันในทิศทางที่คาดไม่ถึง..ฟันถูกก้านคอของศศินา..

แต่ดาบเล่มนั้นกลับหักสะบั้น..

ศศินาหันไปแทงดาบเสี้ยวจันทร์จนเจ้าของดาบอกทะลุ...ยันร่างมันกระเด็นไป..

แพคเกจก็ถูกฟันคอเช่นกัน..แต่ก็ตัดหัวแพคเกจไม่ได้..

เพราะคอของทั้งสองเหมือนจะไม่มีวันฟันเข้า..

สภาพของทั้งสองยิ่งมายิ่งสยดสยอง..แต่ก็ไม่มีใครทำอันตรายได้..

นี่คือปีศาจอย่างแท้จริง..

ปีศาจแห่งอนันตกาล..

สองปีศาจยังคงบุกฝ่าไปด้านหลังของถ้ำ..

แต่บนโขดหิน..ใครคนหนึ่งยืนมองอยู่อย่างสนใจ..

“..พวกมันไม่ตาย..เป็นไปได้อย่างไร..”

เขาแยกเขี้ยวที่เหมือนกับเขี้ยวแวมไพร์..

“..ยังมีปีศาจที่เหนือกว่าปีศาจอีกหรือนี่..”

ทหารเข้ามาทำความเคารพ..

“..ท่านหัวหน้ากองปีศาจคลั่ง..เราจำเป็นต้องใช้พวกมัน..ขอได้โปรดสั่งการ..”

“..ปีศาจคลั่งของเราหากได้กลิ่นเลือดเช่นนี้..เกรงว่า..ทหารของฝ่ายเราก็จะได้รับอันตรายไปด้วย..เราเสียพวกมันไปมาก..ยิ่งไม่ควรจะเสียพวกมันไปอีก..”

“..แล้วเยี่ยงนี้จะทำกันอย่างไรดี..”

“..จำเป็นต้องใช้เขา..”

“..หรือว่า..”

“..ปีศาจคลั่งที่เป็นเทพแห่งปีศาจคลั่งคนนั้น..”

นายกองปีศาจคลั่งพูดอีกว่า..

“..จำต้องใช้ปีศาจที่เหนือกว่าปีศาจ..จัดการกับปีศาจ..”

ทหารคนนั้นหน้าซีด..แต่ก็ต้องล่าถอยไปตามคำสั่ง..

เพราะเขาต้องไปปลดปล่อยปีศาจคลั่งที่น่ากลัวที่สุดให้ออกมา..

ชื่อของมันคือ..เทพปีศาจคลั่ง..

คนเหล่านี้ไม่ได้เรียกไฮยีน่าแวมไพร์ตามชื่อที่แท้จริง..แต่เรียกตามศัพท์บัญญัติของพวกเขาเอง..

เรียกไฮยีน่าแวมไพร์ว่า..ปีศาจคลั่ง..

และในจำนวนปีศาจคลั่งหรือไฮยีน่าแวมไพร์ที่พวกเขาจัดสร้างขึ้น..มีปีศาจคลั่งตัวหนึ่ง..ที่พิเศษสุด..

พลังมหาศาล..แต่มีสติสัมปชัญญะ..แถมหากจะต่อสู้..ก็บ้าคลั่งยิ่งกว่าปีศาจคลั่งตัวไหน ๆ ..

ข้อสำคัญ..ปีศาจคลั่งตัวอื่นแม้จะดุร้าย..แต่เมื่อเจอเทพแห่งปีศาจคลั่งผู้นี้..ที่ร้ายก็ต้องหยุด..ที่คำรามก็ต้องสงบเสงี่ยม..ไม่มีปีศาจคลั่งตัวไหนจะกล้า..

และมันกำลังจะถูกปล่อยให้มาเผชิญหน้ากับแพคเกจและศศินา..สองปีศาจแห่งอนันตกาลแล้ว...

.................

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

0 ความคิดเห็น