Bloodymoon 2 (yuri)ศึกเทพเจ้า ภาค จันทรา หมาป่า แวมไพร์

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 960 Views

  • 6 Comments

  • 40 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    98

    Overall
    960

ตอนที่ 2 : (พาร์ทมิติเร้น) สองปีศาจแห่งอนันตกาล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 64
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    27 ก.ค. 61

หนึ่งปีที่ผ่านมา..ทำให้อะไรหลาย ๆ อย่างเปลี่ยนไปมาก..

เปลี่ยนไปจริง ๆ ...

แม้ในมิติเร้นแห่งนี้..

ขบวนสินค้ายาวเหยียดติดธงดำบนรถขนส่งทุกคัน..ม้าลากรถทำหน้าที่ของมันอย่างเข้มแข็ง..พอ ๆ กับคนขนสินค้า..และกลุ่มคนคุ้มกัน..

รถที่ติดธงอันเป็นสัญลักษณ์สำคัญของค่ายธงดำ..ซึ่งกองกำลังของค่ายธงดำนี้..มีอาชีพรับจ้างคุ้มกันสินค้า..และมิจฉาชีพคนไหนที่เห็นสัญลักษณ์..ก็ล้วนแต่ไม่กล้ายุ่งเกี่ยว

ถามว่ามีไหมที่ใครจะขวัญกล้าบังอาจ..ก็มีเหมือนกัน..

ขบวนสินค้าผ่านลานกว้างท่ามกลางขุนเขา..

ในร่องหลืบแห่งขุนเขา..ร่างหลายร่างเฝ้ามองขบวนสินค้าด้วยวัตถุประสงค์ไม่สู้ดีนัก..

ชายร่างใหญ่ในชุดหนังสัตว์หันไปทางกลุ่มคนรอบข้าง..

“..ขบวนสินค้าผ่านมาทางชายแดนแคว้นมิลินทระ..ควรจะลัดผ่านแคว้นอุตระ..เข้าแคว้นธรรพ์ธาราแน่นอน..”

“..ท่านหัวหน้า..” สมุนคนสนิทของชายร่างใหญ่ขานรับ.. “..ถ้าหากพ้นหุบเขา..คงยากจะลงมือ..”

“..ถ้าเช่นนั้นก็รีบลงมือ..”

“..แต่ขบวนสินค้าคุ้มกันโดยค่ายธงดำ..” สมุนดูจะกริ่งเกรง..

ชายร่างใหญ่หัวเราะ..

“..เราเห็นม้าของหัวหน้าพวกมัน..คนคุมขบวนเรียกว่า..ขุนพลเหยี่ยวเสือดาว..หากว่าเป็นสวะตัวนี้คุมขบวน..พวกขวานฟ้าเราคงปล้นได้ไม่ยากนัก..ข้าจะจัดการเจ้าขุนพลเหยี่ยวเสือดาวนั่นเอง..”

เขาหัวเราะกังวาน..

“..พวกมันไหนเลยจะต้านทานข้า..เสือขวานฟ้าได้..”

พูดจบก็ดึงขวานใหญ่ออกมา..

“..ตระเตรียมให้พร้อม..ส่งสัญญาณปล้น..”

.....

คนคุมขบวนเป็นชนชั้นระดับทหารเอกของค่ายธงดำ..นามขุนพลเหยี่ยวเสือดาว..

เกียรติภูมิของเขาเลื่องลือไม่ทั่ว..ดาบคู่ที่น่าเกรงขาม..เคยบุกตะลุยฆ่าโจรปล้นชิงสินค้ามานักต่อนัก..จนหัวหน้าค่ายธงดำไว้วางใจ..และให้รับงานสำคัญ..คือคุมสินค้าจากแคว้นมิลินทระไปส่งยังแคว้นธรรพ์ธารา..

เขาอยู่บนหลังม้า..เดินเหยาะย่างขนาบขบวนรถ..ดาบคู่ใจสะพายหลังทั้งสองดาบ..

บริวารคู่ใจควบม้าตีขนาบ..ก่อนจะปรารภ..

“..นายท่าน..ประหลาดนัก..ไฉนปราศจากเสียงนกร้อง..”

ขุนพลเหยี่ยวเสือดาวแค่นเสียง..

“..ก่อนหน้าที่เราจะมาถึงที่นี่..เกรงว่า..คงจะมีคนคอยซุ่มที่เชิงเขา..นกกาจึงหนีไปหมดสิ้น..”

ประสบการณ์ของเขาทำให้บริวารคู่ใจสีหน้าตระหนก..

ขุนพลเหยี่ยวเสือดาวแค่นเสียง..

“..บอกกล่าวพวกเราให้ตระเตรียมไว้..ชายแดนมิลินทระมีชุมโจรสำคัญของเสือขวานฟ้า..เกรงว่าพวกมันอาจจะเข้าปล้น..แต่พวกมันต้องเผชิญกับการตอบโต้ที่รุนแรงที่สุดจากเรา..”

คำว่าเสือขวานฟ้า..ทำให้บริวารคู่ใจหน้าซีดเผือด..

ขุนพลเหยี่ยวเสือดาวหันไปทางรถคันกลางของขบวน..

“..สินค้าในรถคันกลาง..มีมูลค่าสูงสุด..ระวังให้มากไว้..เสียสินค้าบนรถได้ทุกคัน..ยกเว้นรถคันกลาง..พวกเจ้าจำไว้ให้ดี..หากมีอันใดเกิดขึ้น..ให้ปกป้องยิ่งชีวิต..”

เสียงกระพือปีก..นกตัวหนึ่งบินจากป่าเชิงเขา..ขึ้นสู่ท้องฟ้า..

ขุนพลเหยี่ยวเสือดาวดึงดาบคู่จากฝักที่ขัดหลัง..

“.พวกมันมาแล้ว..”

บริวารใจหาย..รีบยกเขาสัตว์เป่าเป็นสัญญาณระวังภัย..

พร้อมกับเสียงแตรเขาสัตว์อีกเสียงหนึ่ง..

คนจำนวนมากกรูจากข้างทางเข้ามา.ทุกคนถือขวานเป็นอาวุธ..

ผู้คุ้มกันจากค่ายธงดำรีบรวมตัวกัน..และรับมือกับกลุ่มโจรอย่างรวดเร็ว..

ขุนพลเหยี่ยวเสือดาวแค่นเสียง..กระตุ้นม้าอย่างชำนาญ..บุกตะลุยฆ่าฟันพวกโจรอย่างกล้าหาญ..ฝีมือของเขาไม่ใช่ชั่ว..เพลงดาบคู่ที่น่าหวาดหวั่น..พริบตาเดียวฆ่าโจรไปห้าหกคน..

เสียงหัวเราะลั่นปานเสียงคำรามของสัตว์ร้าย..ชายร่างใหญ่สวมชุดหนัง..ถือขวานใหญ่โตราวกับขวานของมัจจุราช..โผล่ออกมาจากข้างทาง..ทะยานร่างราวสัตว์ร้าย..ฟันใส่ขุนพลเหยี่ยวเสือดาวบนหลังม้า..

ขุนพลเหยี่ยวเสือดาวไม่เคยเห็นขวานของใครที่ทรงพลังปานนี้..

“..เสือขวานฟ้า..”

อุทานจบ..ขวานก็ถึงตัวแล้ว..

ดาบคู่ของเขายกต้านปะทะ..แต่ดาบที่คมกล้ากลับถูกฟันหักทั้งสองดาบในขวานเดียว..

ขุนพลเหยี่ยวเสือดาวใจหาย..ไม่อาจจะอยู่บนหลังม้าเพื่อจะรับขวานทรงพลังนี้อีก..รีบพลิกกายร่วงลง..ขวานใหญ่ฟันร่างม้าที่เขาขี่อยู่ออกเป็นสองส่วน..ล้มตายลงอย่างง่ายดาย.

ขวานที่น่ากลัว..ฟันม้าตายได้ในขวานเดียว..

เสือขวานฟ้า.หัวหน้าชุมโจรหลังจากฆ่าม้าตายในขวานเดียว..ก็ไม่ชะงักท่าทีแม้แต่น้อย..จามขวานใส่ขุนพลเหยี่ยวเสือดาวที่เพิ่งกลิ้งร่างลงจากหลังม้านั้น..

ขุนพลเหยี่ยวเสือดาวได้แต่กลิ้งหลบ..แต่ยังมีสติดี..ถีบเท้า..พุ่งหนีไม่คิดชีวิต..

บริวารค่ายธงดำเข้ามาขวาง..แต่ก็ถูกขวานของเสือขวานฟ้า..ตัดศีรษะอย่างง่ายดาย..

เพลงขวานที่น่ากลัว..ขวานที่น่ากลัว..

ขุนพลเหยี่ยวเสือดาวพุ่งร่างตรงไปยังรถสินค้าที่ใกล้ที่สุด..ดึงหอกยาวออกมาจากข้างรถ..พอดีขวานของเสือขวานฟ้าตามมาถึง..ก็ควงหอกยาวรับมือ..แต่เพียงแค่ประมือชั่วอึดใจ..ขวานใหญ่ของเสือขวานฟ้า..ก็ฟันหอกยาวหักเป็นท่อน ๆ ..ขุนพลเหยี่ยวเสือดาวถูกพลังขวานกระแทกปลิวไป..

แต่ขวานก็ตามติดไม่หยุดยั้ง..

เขาตาลีตาเหลือก..ลุกขึ้นวิ่งหนี..จุดหมายคือรถคันกลางขบวน..ราวกับว่านั่นคือที่พึ่งสูงสุดของเขา..

เสือขวานฟ้าไล่จามไล่ฟัน..เห็นอีกฝ่ายหนีแบบลืมตาย..ก็หัวเราะ..

“..ท่านคิดจะหนี..เกรงว่าไม่ง่ายนัก..”

พูดจบก็ดึงขวานสั้นจากเอว..ขว้างใส่ขุนพลเหยี่ยวเสือดาว..

พอดีร่างของขุนพลเหยี่ยวเสือดาวมาถึงรถคันกลาง..เสียงขวานแหวกฝ่าอากาศเข้าใกล้..

เห็นได้ชัดว่าขวานจะต้องจามเข้ากลางหลังแน่..แต่แล้วมันก็หยุดกลางคัน..

ไม่มี่ทางที่ขวานจะหยุดกลางอากาศเช่นนั้นได้แน่..นอกจากมีใครบางคนมาสะกดมันไว้..

ขุนพลเหยี่ยวเสือดาวถอนหายใจ..รู้สึกหวาดเสียว..แต่ก็นับว่ารอดชีวิตแล้ว..

เขาวิ่งมาที่นี่..เพราะรู้ว่า..ที่นี่เป็นที่พึ่งของเขา..

ร่างในชุดคลุมยาวขวางหน้า..และร่างนั้นคว้าขวานที่ขว้างใส่ได้ทันท่วงที..

ชุดคลุมมีส่วนปกคลุมศีรษะ..ชายผ้าที่ปกคลุมศีรษะปิดใบหน้าส่วนหนึ่งไว้..ยากจะระบุว่าคน ๆ นี้หน้าตาเป็นเช่นไร

เสือขวานฟ้าชะงัก..

เขาแม้จะมีเพลงขวานที่ทรงพลัง.แต่วิชาการขว้างขวานบินฆ่าคนในระยะไกลก็ไม่ใช่ชั่ว..

ในโลกนี้..ยังมีใครหยุดขวานบินของเขาได้ด้วยมือเปล่าอีกหรือ..

“..ท่านเป็นใคร..” เสือขวานฟ้ารู้สึกว่าคนในชุดคลุมยากจะตอแย..

ร่างนั้นไม่ตอบ..แต่เหวี่ยงขวานบินกลับ..

เสือขวานฟ้าใจหายวาบ..ตวัดขวานใหญ่..ฟันขวานบินปัดไปอีกทาง..

มือของเขาสั่นสะท้าน..พลังการขว้างนี้ช่างรุนแรงนัก..

ร่างชุดคลุมยาวทะยานขึ้น..

เสือขวานฟ้าใจหาย..

ร่างนั้นบิดกายกลางอากาศ..เพียงต่อยหมัดออกมาเท่านั้น..

ต่อยหมัด..บ้าน่า..

เสือขวานฟ้าไม่กล้าดูแคลน..รีบตวัดขวานฟันสวนหมัด..

แต่ไม่ทราบว่าทำไมเขาถึงช้ากว่าก้าวหนึ่ง..

หมัดนั้นต่อยเข้าเต็มหน้า..ร่างเขาปลิวกระเด็น..

เขากลิ้งไปสามสี่ตลบ..เมื่อตาตีตาเหลือกลุกขึ้น..ร่างนั้นก็ตามติด..ต่อยหมัดใส่อีก..

จะมากไปแล้ว..

แต่หมัดนั้นก็โดนปากครึ่งจมูก..คราวนี้..ถึงกับเลือดพุ่งจากปาก..ฟันซี่หนึ่งหลุดกระเด็นออกมา..

เสือขวานฟ้ามีท่าทีคล้ายกับการหนีหัวซุกหัวซุนของขุนพลเหยี่ยวเสือดาวเมื่อสักครู่..เพราะร่างชุดคลุมยาวตามติดไม่ให้ว่างเว้น..เสือขวานฟ้าไม่มีทางเลือก..ต้องจามขวานในมือสู้อีกครั้ง..

เพลงขวานของเขาถือว่าน่ากลัวที่สุด..ทั้งเร็ว..ทั้งเปี่ยมพลัง..แถมยังมีกระบวนท่าที่แยบยล..ยากจะต่อกรได้..

แต่ร่างชุดคลุมยาวกลับเข้าประชิด..ขวานของเขาแม้จะมีอานุภาพ..แต่ก็ไม่ได้ระยะในการโจมตีแต่อย่างใด..

ระยะประชิดขนาดนี้..ขวานที่ทรงพลังก็ไร้ค่า..แต่อย่าว่าแต่ขวานเลย.แม้จะเตะต่อย..ก็ทำได้ยากเย็นยิ่ง..

เสียงเหมือนทุบมะพร้าว..หมัดของร่างชุดคลุมยาวต่อยในระยะสั้นได้อย่างเหลือเชื่อ..ร่างของเสือขวานฟ้าลอยละลิ่วราวกับหินถูกขว้าง..กลิ้งไปหลายทอด..

นี่มันหมัดอะไรกัน..

เลือดอาบใบหน้า..การต่อยเมื่อสักครู่..แรงพอจะทำให้หน้าแตกยับ..

เขาเห็นร่างชุดคลุมเดินเข้าหาอีก..ก็สะบัดศีรษะลุกขึ้นอย่างมึนงง..คำรามราวฟ้าร้อง...ก่อนจะขว้างขวานใหญ่ใส่..และกลับหลังวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต..

เพราะเขารู้แล้วว่าเขากำลังเผชิญหน้ากับใคร..

ขวานใหญ่โจมตีใส่ร่างชุดคลุมยาว..แต่ก็ไม่มีผล..เพราะร่างชุดคลุมยาวรับขวานนั้นไว้ได้..

เสือขวานฟ้าวิ่งไม่คิดชีวิต..

ก่อนจะรู้สึกว่า..วิ่งผ่านร่างของบริวารตัวเองที่ล้มตายเกลื่อน..

หือ..ตายได้อย่างไรกัน..

ไม่ทันได้คิดอะไร..ก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวสายลม..

ร่างนั้นเหมือนตามติดเขาราวกับเงาปีศาจ

ปีศาจหรือ..

เสือขวานฟ้าใจหาย..ปีศาจ..

คิดแค่นั้น..ก็รู้สึกถึงความตายคุกคามเข้ามาทางด้านหลัง..

“..นายท่าน..” เสียงบริวารคนหนึ่งร้อง..

เสือขวานฟ้ารู้ว่าบริวารที่ภักดีกำลังคุ้มกันเขา..และเข้ามาขวางเงาปีศาจนั้นไว้..

และก็ล้มลงอย่างไม่มีเสียง..

เขารีบตะโกนอย่างไม่คิดชีวิต..

“..ถอย..หนีให้เร็วที่สุด..”

รู้สึกว่าเงาปีศาจนั้นทิ้งช่วงไปแล้ว..ก็หันกลับมามองทั้งที่ยังวิ่งอยู่..

บริวารเขาล่าถอยตามคำสั่ง..แต่ก็เห็นอะไรบางอย่าง..เร็วจนมองไม่ทัน..และอะไรนั้นเมื่อโฉบร่างไปทางใด..บริวารเขาก็ล้มลง..

ถ้าไม่ได้บริวารกลุ่มนี้ขวางไว้..เขาคงจะล้มลงเช่นเดียวกัน..

เสือขวานฟ้าถอนหายใจ..นึกถึงอะไรบางอย่าง..ที่น่าขนลุกขนพอง..

“..สองปีศาจอนันตกาล..พวกมันทำไมถึงอยู่ที่นี่ด้วย..”

วิ่งหนีความตายไม่คิดชีวิต..ก็พ้นแนวหุบเขา..ท่าทางปีศาจตัวนั้นคงไม่ตามมาแน่แล้ว..

มองดูข้างกาย..มีบริวารตามติดมาเพียงสองคนเท่านั้น..

เขาถามอย่างขวัญเสีย..

“..เหลือเพียงพวกเจ้าสองคน..”

บริวารทั้งสองหอบหายใจ..

“..เหลือแค่ข้าสองคนเท่านั้น..”

เสือขวานฟ้ามีอาการเหมือนปอดลอย..

“..ระดมสรรพกำลังทั้งรังห้าสิบคน..เหลือเพียงสองคน..”

“..นายท่าน..เรารอดก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว..”

บริวารอีกคนมีอาการขวัญผวา..

“..สองปีศาจอนันตกาลน่ากลัวสมคำร่ำลือ..พวกเราไม่น่าไปตอแยพวกมัน..”

เสือขวานฟ้าหอบหายใจ..

“..ไม่คิดว่าสองปีศาจจะร้ายกาจปานนี้..โชคดีที่พวกมันไม่ตามเรามา..”

บริวารคนหนึ่งอดพูดไม่ได้..

“..นายท่านต้องเสียขวานคู่ใจไม่งั้นก็คงไม่รอด..”

เสือขวานฟ้าพยักหน้า..ขอเพียงชีวิตรอด..เพียงแค่ขวานประจำตัวหนึ่งเล่ม..จะเป็นอย่างไรได้..

แต่ก็รู้สึกเหมือนอะไรหวีดหวิว..เหมือนมีบางอย่างเคลื่อนตัวด้วยความรวดเร็ว..

เร็วจนน่าวิตก..

เสือขวานฟ้าใจหาย..แต่แล้ว..มีอะไรบางอย่างหมุนคว้างผ่านดงไม้ที่เพิ่งวิ่งผ่านมา..และปักที่พื้น..

นี่คือขวานใหญ่ของเขาเอง..

เสือขวานฟ้าใจหาย..ได้ยินเสียงที่ทรงพลังดังมาจากตำแหน่งไกล..

“..คืนขวานให้ท่าน...โอกาสหน้าพบกันใหม่..”

เสือขวานฟ้าหันซ้ายขวา..

“..เราวิ่งมาไกลปานนี้..ไฉนมันถึงขว้างขวานมาถึง..”

บริวารทั้งสองขนลุกเกรียว..เสือขวานฟ้าดึงขวานตัวเอง..และโกยอ้าวไม่คิดชีวิต...

........

ขบวนรถสินค้า...

คนของค่ายธงดำตายไปไม่มากนัก..แต่ที่เกลื่อนคือบริวารโจรจากชุมโจรขวานฟ้า..

ขุนพลเหยี่ยวเสือดาวมองดูรอบบริเวณ..

ร่างชุดคลุมยาวสองร่างยืนสงบนิ่ง..

ขุนพลเหยี่ยวเสือดาวพูดขึ้นว่า..

“..มีท่านสองคนอยู่ด้วย..สามารถตะลุยไปทั่วแผ่นดินอย่างไร้ข้อกริ่งเกรง..”

ร่างชุดคลุมยาวทั้งสองดึงผ้าคลุมศีรษะออก..

หนึ่งคือหญิงสาวผมสั้น..อีกคนผมยาว..สีหน้าท่าทางดูมีสง่าราวเจ้าหญิง..

“..เสียดายที่พวกเราไม่อาจจะช่วยเหลือค่ายธงดำได้อีก..เท่าที่ติดขบวนมาเพื่อให้ขบวนรถมาส่งที่แคว้นอุตระ..ก็นับว่าเป็นพระคุณยิ่งแล้ว..”

หญิงสาวที่สง่าร่าวเจ้าหญิงพูดเสียงเรื่อยเรียบ...

ขุนพลเหยี่ยวเสือดาวอดถามไม่ได้..

“..พวกท่านไปที่อุตระ..เพื่อการใดหรือ..จะเกี่ยวกับถ้ำสมบัติเทือกเขาปัญจาหรือไม่..”

“..แคว้นอุตระเป็นเพียงทางผ่านเพื่อไปยังแคว้นจันทรา..” หญิงผมสั้นท่าทางร่าเริงพูด.. “..ที่นั่นเป็นเป้าหมายของเรา..หนึ่งปีมานี้..เราสองคนเพลิดเพลินกับเรื่องราวต่าง ๆ จนแทบจะลืมความประสงค์ที่แท้จริงไปเสียสิ้น..ส่วนเรื่องถ้ำสมบัติอะไรนั่น..ได้ยินข่าวว่าเป็นสิ่งที่แคว้นปัญจาหวงแหนนัก..ใครที่คิดไปล่าสมบัติและถูกทางการจับได้..จะมีโทษประหาร..แต่กระนั้นก็ยังมีคนท้าทายออกล่าสมบัติอยู่เนือง ๆ ..เสียดายที่เราไม่ใส่ใจ..พ้นคืนนี้..เราสองจะมุ่งหน้าเข้าแคว้นจันทราอย่างแน่นอนแล้ว..”

ขุนพลเหยี่ยวเสือดาวหัวเราะ..

“..พวกท่านเป็นสตรีที่เก่งกาจปานนี้..ไปที่แคว้นจันทราก็สมควรอยู่..เสียดายนัก..ฉายาสองปีศาจอนันตกาล..กำลังเป็นที่ครั่นคร้ามทั่วแผ่นดิน..แต่ใครจะคิด..ว่าแท้ที่จริง.ท่านทั้งสองยังร่าเริงและมีเมตตา..แม้แต่โจรปล้นสินค้าที่ร้ายกาจ..ท่านทั้งสองกลับไม่สังหารพวกมันแม้แต่คนเดียว..”

“..เพลงดาบของท่านยังคงยั้งมือได้..ข้าสิ..ยังทำไม่ได้..” สาวผมสั้นหันมาทางสาวสวยผมยาวและหยอกเย้า..

ขุนพลเหยี่ยวเสือดาวถอนหายใจ..

“..เพลงดาบของท่านพิสดารนัก..เพียงทำร้ายให้สิ้นสติแต่ไม่ฆ่า..ข้าฝึกปรือฝีมือชั่วชีวิต..ยังไม่อาจจะทำเช่นท่านได้แม้กระผีกริ้น..ดาบโค้งร้อยโซ่อันพิสดาร..เกรงว่าทั่วแผ่นดินมีแต่ปีศาจหมาป่าท่านคนเดียวกระมังทีใช้..”

หญิงสาวผมยาวหน้าขาวสวยคนนั้นกลับมีชื่อที่น่าสะพรึงว่า..ปีศาจหมาป่า..

นางได้แต่ยิ้มรับคำชม..

ขุนพลเหยี่ยวเสือดาวหันมาทางหญิงสาวผมสั้น..

“..เพลงหมัดของท่านก็สุดจะพิสดาร..ลึกลับ..น่าประหลาดใจนัก..ทั้งแผ่นดินก็คงจะมีแต่เพลงหมัดของท่านที่เลิศล้ำสุดยอด..ท่านปีศาจค้างคาว..”

ปีศาจค้างคาวกระแอมเล็กน้อยกับคำชม..

“แคว้นจันทราหากได้พวกท่านทั้งสองไปอยู่ด้วย..ก็คงจะยิ่งเลื่องลือ..แม้จะมีเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์ที่ชื่อเสียงลือเลื่องอยู่แล้วก็ตาม..”

ขุนพลเหยี่ยวเสือดาวชมเชยอย่างจริงใจ..

แต่ปีศาจหมาป่ากลับขมวดคิ้ว..

“..จินดาพิสุทธิ์..เจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทรา..หนึ่งปีมานี้..ได้ยินชื่อเสียงแทบไม่เว้นวัน..”

“..ข้าก็เคยรู้จักเจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราองค์ก่อนหน้า..รู้จักราชินีจันทราด้วย..” ปีศาจค้างคาวพูดอย่างร่าเริง.. “..ก็ว่าจะไปเยี่ยมเยียนคารวะ..ฟังว่า..เจ้าหญิงองค์นี้ไม่ใช่บุตรีที่แท้จริงของราชินีจันทราใช่หรือไม่..”

“..เจ้าหญิงกัษษากรจึงจะเป็นบุตรีที่แท้จริง..เพียงแต่นางสละชีวิตเพื่อปกป้องคนรัก..เป็นที่ซาบซึ้งของเทพอสูร..จึงได้ประทานเจ้าหญิงคนใหม่ให้กับราชินีจันทราโสมมวดี..คนทั่วแผ่นดินต่างก็ทราบ..เจ้าหญิงกัษษากรว่าเก่งกาจเป็นสุดยอดนักรบแล้ว..แต่เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์กลับมีบางสิ่งที่ทำให้คนทั้งแผ่นดินยกย่อง..จนมีชื่อเสียงเด่นล้ำเกินเจ้าหญิงองค์เก่าเสียอีก..นางเป็นความภูมิใจของราชินีจันทราและแคว้นจันทราอย่างแท้จริง..”

ท่าทีของปีศาจหมาป่าดูแปลกไปเมื่อได้ยินชื่อเจ้าหญิงกัษษากร..ถึงกับมือสั่นระริกเหมือนข่มกลั้นความรู้สึกบางอย่าง..ทำให้ปีศาจค้างคาวอดโอบไหล่เหมือนปลอบขวัญไม่ได้..

“..เคลื่อนขบวนต่อกันเถิด..ท่านขุนพลเหยี่ยวเสือดาว..เราสองคนจะไปเฝ้าสินค้าที่รถคันกลางให้อีก..คงไม่มีใครกล้าแตะต้องขบวนรถสินค้าขบวนนี้แล้ว..อีกไม่นาน..จะถึงแคว้นอุตระ..ข้ากับพึ่สาวจะได้แยกจากพวกท่านสักที..”

ขุนพลเหยี่ยวเสือดาวพยักหน้า..ตะโกนสั่งการไพร่พลคุมสินค้า..ให้เก็บซากศพเพื่อนที่เสียชีวิตจากการต่อสู้..และเตรียมตัวออกเดินทางอีกครั้ง..

สองปีศาจอนันตกาลขึ้นมาที่รถคันกลาง..นั่งข้างหีบสินค้ามีค่าหีบใหญ่..รถทั้งคันมีผ้าหนาปกคลุม…กันแสงแดดได้เป็นอย่างดี..ครั้นกระตุ้นม้า..มันก็เดินไปตามทางของมันเองโดยไม่มีใครบังคับโดยยึดรถคันหน้าเป็นที่หมายเหมือนฝึกมาอย่างดี..เพื่อจะได้ไม่ต้องสิ้นเปลืองคนคอยบังคับ..

ปีศาจค้างคาวโอบร่างของปีศาจหมาป่า..ให้พิงไหล่ตัวเอง..เช็ดคราบน้ำตาที่ในที่สุดแล้วก็หลั่งออกมาจนได้..

“..พี่นา..พี่ต้องอยู่กับสภาพนี้ให้ได้..เราไม่มีทางเลือก..ชีวิตต้องดิ้นรนต่อไปนะคะ..”

ปีศาจหมาป่าซุกหน้ากับอกของอีกฝ่าย..

“..แพคเกจ..พี่จะไม่ไหวแล้ว..บอกพี่สิแพค..พี่จะทนไหวไหม..ถ้าพี่จะต้องเจอแม่ของกัสจัง..บ้านของกัสจัง..โดยที่..โดยที่..กัสจังไม่มีโอกาสจะอยู่ที่นี่กับพี่อีกแล้ว..”

แพคเกจถอนหายใจ..

“..พี่นา..แพคก็คิดถึงคิตตี้เหมือนกัน..เราก็คงไม่ต่างกันหรอกค่ะ..ที่แคว้นจันทรา..แพคก็มีความทรงจำดี ๆ กับคิตตี้และกัสจังเหมือนกัน..”

ก่อนจะก้มลงหอมที่ศีรษะ..

“...ชีวิตเราต้องเดินต่อไป..แคว้นจันทราจะเป็นสถานที่ให้เราได้เริ่มชีวิตใหม่ได้ดีที่สุด..เพียงแต่..พี่กับแพคก็คงทนที่จะไปที่นั่นโดยไม่คิดถึงกัสจังไม่ได้..เราเลยต้องตระเวนไปทั่วเพื่อให้ทำใจสักพัก..แต่ตอนนี้..มันจะต้องไปต่อแล้วนะคะ”

นี่คือแพคเกจกับศศินา..ที่ตายจากโลกเดิม..และมาปรากฏที่มิติเร้นแห่งนี้..โดยที่ทั้งสองเองก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเป็นเช่นนี้..

แต่ที่แน่ ๆ ..ทั้งสองทราบดี..ว่าคงไม่มีโอกาสกลับไปยังโลกเดิมได้อีก..

และนี่คือกฎของความตาย..กฎเกณฑ์ที่ได้เรียนรู้จากกัษษากรหรือกัสจัง..

แพคเกจกับศศินามีพลังของหมาป่าแวมไพร์ฮาล์ฟบลัด..มีวิชาฝีมือติดตัว..และเนื่องจากมาจากมิติอีกมิติที่ไม่ทราบว่าจะห่างไกลจากมิติเร้นแห่งนี้อย่างไร..จึงใช้ความสามารถของตัวเองสร้างชื่อเสียง..ขนานนามตัวเองให้ผู้คนเกรงขามว่า..สองปีศาจแห่งอนันตกาล..

อนันตกาล..เป็นความหมายที่หมายถึงมิติโลกของตนเองที่แตกต่างจากที่นี่..หากนับเวลา..ก็อาจจะเป็นอนันต์ก็ได้

ไม่ทราบว่าทำไมถึงต้องมาที่นี่..ตายแล้วทำไมถึงต้องมาอยู่ที่นี่..

รู้แต่ว่า..เมื่อมีชีวิตอยู่..แม้จะข้ามมิติข้ามภพ..ก็ต้องมีชีวิตอยู่ให้ได้..

แพคเกจเหม่อมองไปด้านหน้า..

ขบวนรถเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง..

ร่างศศินายังคงซบกับร่างแพคเกจอยู่..

ศศินารู้สึกอบอุ่น..เมื่อแพคเกจโอบร่างเธอ..

อบอุ่นคล้ายกับอ้อมกอดกัสจัง...

อดแหงนหน้ามองใบหน้าหล่อคมสันคล้ายกับอาสองของเธอ..เพราะหน้าของแพคเกจกับสองคล้ายกัน..

หนึ่งปีมานี้..อยู่ใกล้ชิดกัน..พูดคุยหยอกล้อกัน..ต่างคนต่างมีอารมณ์ขัน..จึงรู้สึกว่าคุยกันถูกคอ..แพคปลอบเธอเมื่อศศินาคิดถึงบ้าน..คิดถึงพ่อ..แม่..ลูกที่เพิ่งคลอด..ญาติพี่น้องทุกคน..

และกัษษากร..ลูนาร์วูแมน..กัสจังที่เป็นสามีเธอ..

“..แพค..ตอนนี้เราตายไปจากพวกเขา..กัสจังจะไปคบกับคิตตี้ไหม..”

แพคเกจถอนหายใจ..

“..พวกเขาเหมาะกันที่สุดแล้วนะคะ..คิตตี้กับกัสจังก็เคยรักกันอยู่แล้ว.กัสจังก็รักคิตตี้มากจนยอมตายให้ได้..”

ศศินานิ่ง..

นิ่งนานจนแพคเกจอดถามไม่ได้..

“..พี่เป็นอะไรไหมคะพี่นา..แพคพูดอะไรกระทบกระเทือนใจพี่หรือเปล่า.”

พลางกอดกระชับแน่น..หันมามอง..และเช็ดน้ำตาให้..

ศศินายิ้ม..จับมือแพคเกจ..

ทำให้ฮาล์ฟบลัดแวมไพร์ชะงัก..

“..ขอเวลาพี่ทำใจอีกนิดนะแพค..แต่..ขอถามแพคตรง ๆ ..” ศศินาจ้องตาฮาล์ฟบลัดแวมไพร์

แพคเกจสั่นสะท้านกับสายตาของศศินา..

“..มันเป็นไปได้หรือคะ..” แพคเกจอดถามไม่ได้..แทนที่เจ้าหญิงหมาป่าเป็นฝ่ายถามตามที่เกริ่นไว้..

“..หนึ่งปีมานี้..เธอดูแลพี่อย่างดีมาก..ใช่..เธอบอกเสมอว่า..เป็นเพราะเธอรับปากทุกคนไว้ก่อนตายว่าจะดูแลพี่..และเธอก็ทำตามที่รับปากไว้อย่างดี..บอกตรง ๆ นะ..พี่ไม่สงสัยเลยว่าทำไมกัสจังกับคิตตี้ถึงรักเธอ..”

แพคเกจถอนหายใจ..

“..แพคยังคิดว่าพี่คือพี่สาวนะคะ..”

ศศินาเอาจมูกมาชนแก้มของแพคเกจแผ่วเบา..

แพคเกจยังไม่มีปฏิกริยาใด..

จนศศินาผละออก..ยิ้มเล็กน้อย..

แพคเกจมีสีหน้าลำบากใจ..

“..พี่นาคะ..”

“..แพค..พี่รู้นะว่า..แพครู้สึกยังไง.” ศศินาพูด..

“..ไม่ค่ะ.ไม่..” แพคเกจรีบผละออก..

ศศินาอมยิ้ม..

ก่อนจะจิ้มนิ้วที่หน้าผากแพคเกจ..

“..จะโกหกอะไรก็โกหกไปเถอะ..แต่ก็โกหกความรู้สึกของตัวเองไม่ได้หรอก..ถ้าคิดว่าพี่เป็นพี่สาว..ทำไมถึงหลั่งฟีโรโมนของฮาล์ฟบลัดแวมไพร์ตอนอยู่กับพี่ล่ะ..แพค..ถ้าถึงขนาดนี้แล้ว..อย่าปฏิเสธอะไรเลย..นึกว่าไม่รู้อะไรหรือไง..ว่าหากเธอคิดว่าพี่เป็นพี่สาวจริง ๆ จะไม่มีทางหลั่งฟีโรโมนออกมาได้เลย..”

แพคเกจอุทานเบา ๆ ..

“..พี่นา..นี่..มันทำไม่ได้นะคะ..”

“..เรื่องมากน่ารำคาญชะมัด..” ศศินาเข้าหา..กอดแพคเกจไว้..

เสียงเจ้าหญิงหมาป่าหอบหายใจ..แพคเกจใจหาย..

“..รู้ไหมว่า..การถูกฟีโรโมนของฮาล์ฟบลัดแวมไพร์..จนหื่นไปหมดขนาดนี้แล้ว..แต่ต้องข่มกลั้นไว้เพราะเธอพยายามจะหนีความจริงน่ะ..มันทรมาณขนาดไหน..”

แพคเกจร้องเสียงหลง..เมื่อถูกกดร่างลงกับพื้นรถขนสินค้า..

“..เคยออกลูกมาแล้วก็จริง..แต่ทุกอย่างของฉันยังดีอยู่นะ..แพคเกจ..เธอยอมรับเถอะน่า..” ศศินาดูงุ่นง่านพิกล..

แพคเกจไม่เคยคิดมาก่อนว่าศศินาจะทำแบบนี้กับตน..

“..กัสจังบอกว่าเธอเป็นเมียเค้า..คิตตี้ก็บอกเธอเป็นเมีย..เออ..เป็นเมียพี่อีกคนก็แล้วกัน..ลีลาเยอะนัก..ยัยบ้าเอ๊ย

ร่างของเจ้าหญิงหมาป่าซุกลงมา..ซุกไซร้..ลากไล้..เล้าโลม..

เสื้อผ้าหลุด..เสียงหอบหายใจ..กระแทก.เสียดสี..สัมผัส..

ทำทุกอย่างเพื่อให้ระบายความอึดอัดที่คุคั่งจนร่างแทบระเบิด...

มือทั้งสองประสานกัน..บีบ..กด..คลาย..

นานจนเสียงหายใจแรงขึ้น ๆ ๆ และ...

เสียงแพคเกจครางแผ่วเบา..ก่อนที่จะร้องราวถูกเชือด..และไล่ ๆ กันนั้น..ศศินาก็กรีดเสียงตามมา...

และเงียบไปในที่สุด...

“..บ้าชะมัด..บ้าชะมัด..” เสียงเหมือนศศินาจะพึมพำ..

“..พี่นา..พี่นา..”

“..เออ..ไม่ต้องเรียกว่าพี่แล้ว..”

เสียงศศินาเหมือนจะรำคาญหน่อย ๆ ..

“..เรียกฉันเป็นผัวเถอะนะ..แพคเกจ..”

“..ไม่เอา..ไม่อยากเป็นเมียใครอีกแล้ว..”

“..ลีลาเยอะนัก..เป็นเมียไปทั้งชาติเหอะ..”

เสียงบ่นระคนกับเสียงหัวเราะ..

แต่ก็เป็นการก้าวข้ามข้อกริ่งเกรงต่าง ๆ ไปได้อย่างสิ้นเชิง...เพราะมันไม่มีอีกแล้ว..กับชีวิตในโลกใบเก่า..

มีแต่โลกใบใหม่เท่านั้นที่จะต้องก้าวต่อไป...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #2 Neversea (@Neversea) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 15:01

    สนุกมากกกกกกโอ้ยยยยยยยฟินติดตามมานานล่ะอัพต่อน่ะติดตามตั้งแต่ภาคแรกแล้วสู้ๆน่ะรออ่านอยู่

    #2
    0