Bloodymoon 2 (yuri)ศึกเทพเจ้า ภาค ศึกห้าแคว้น

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,480 Views

  • 7 Comments

  • 57 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    41

    Overall
    1,480

ตอนที่ 12 : ตำราในเปลวไฟ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 33
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    20 ธ.ค. 61

 

ศศินาตวาดก้อง..ดาบเสี้ยวจันทร์ในมือ..ฟาดฟันด้วยเพลงดาบวายุจันทราอันกราดเกรี้ยว..

ร่างของปีศาจตัวนี้ไม่เคลื่อนไหว..และเหมือนเป็นเป้านิ่งให้จู่โจม..

และเหมือนมันก็รับดาบเธอไว้..

ศศินาใจหาย..

ในแดนดินแห่งมิติเร้น..การรับดาบวายุจันทราเล่มนี้..แทบเป็นไปไม่ได้เลย..

ไม่เพียงแต่รับได้ด้วยท่อนแขน..ยังพลิกข้อมือ..คว้าข้อมือเธอได้อีก..แถมยังรั้งเข้ามา..

และจูบ..

ศศินาใจหาย..

รอยจูบนั้น..รอยจูบนั้น...

ทำไมมันคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก..

พริบตานั้น..ศศินาแทบจะระทวยกับรอยจูบของปีศาจ..

แล้วก็อุทานออกมา..

“..แพค..”

......

ศศินาผละออกมาจากปีศาจนั้น...ตวาดขึ้นว่า..

“..ทุกคน..หยุด..”

การพยายามไล่ฟาดฟันปีศาจหยุดยั้งลง..

ปีศาจก็ไม่ได้ทำร้ายพวกเขา..

วาหุกับสินธุมองหน้ากัน..

“..แม่นางหมาป่า..มีอันใดหรือ..”สินธุถาม..

ศศินาตั้งสติ..โบกมือ..

“..ข้าว่ามันประหลาด..”

การมอง..การฟัง..ถูกลวงด้วยอะไรบางอย่าง..ทำให้เกิดความเข้าใจผิด..

ศศินารีบกวักมือเรียก..

“..พวกท่านมารวมตัวกันทางนี้..”

ทั้งวาหุสินธุ..เสือขวานฟ้ากับบริวาร..ห้านักดาบเงาครุฑ..และเทพอัคคีเวนไตย์รีบเข้ามารวมกับศศินา..

ปีศาจจากนรกทั้งสาม..เมื่อไม่มีใครโจมตี..ก็เหมือนจะนิ่ง..จนทุกคนประหลาดใจ..

ศศินาหลับตา..แทบจะปิดหูด้วย..ใช้เพียงจมูก..

ชาวเผ่าหมาป่ามีประสาทรับกลิ่นดีกว่าทุกเผ่าพันธุ์อยู่แล้ว..

กลิ่นที่แยกแยะได้แม้การสูดเพียงเล็กน้อยก็ตาม...

ศศินายิ้มเล็กน้อย..กลิ่นที่คุ้นเคยปรากฏขึ้นแล้ว...

ไม่เพียงแต่กลิ่นที่คุ้นเคย..ยังมีกลิ่นของอะไรบางอย่างที่แปลกประหลาด..แต่ก็เป็นกลิ่นที่เฉพาะซึ่งศศินาแยกแยะได้ตั้งแต่เด็กนับตั้งแต่รู้ความ..เพราะแม่ของเธอ..ราชินีหมาป่า..ได้ฝึกฝนเธอมาตั้งแต่เด็ก..

ดาบเสี้ยวจันทร์เล่มหนึ่งประกบติดกับสายโซ่เส้นเล็ก..

“..ตั้งสติดี ๆ ..พวกท่านทั้งหลาย..ข้าจะไขความลับของสถานที่แห่งนี้แล้ว..”ศศินาร้อง..

ก่อนจะซัดขว้างดาบเสี้ยวจันทร์ออกไปยังมุมของโถงถ้ำมุมหนึ่ง..

เสียงกรีดร้องของบางสิ่งบางอย่าง..

กระแสลมของปีกขนาดใหญ่ดังขึ้น..เงาร่างประหลาดทะยานขึ้นฟ้า..จากมุมที่ไม่มีใครสังเกตมาก่อน..

ศศินาร้องขึ้นว่า..

“..นี่แหละ..คือปีศาจที่แท้จริงที่ควบคุมสถานที่แห่งนี้..”

นี่คือปีศาจแวมไพร์มีปีกเฉกเช่นกับที่วาหุสังหารในครั้งแรก..

แต่ครั้งนี้..มันไม่ทันจะได้ทำอะไร..ประกายแสงสว่างวาบขึ้น..พุ่งจากปีศาจนรกตัวหนึ่ง..วิ่งเข้าหาร่างปีกค้างคาวนั้น..ทำให้ทุกคนที่รายล้อมศศินาต่างก็อุทานออกมาเพราะจดจำได้ว่ามันคืออะไร..

“..องค์หญิงจินดาพิสุทธิ์..”..เทพอัคคีเวนไตย์ร้อง..

นี่คือกระสุนแสงแห่งจิตสูญญตาของจินดาพิสุทธิ์..

เพียงแค่กระสุนเดียวเท่านั้น...

แวมไพร์มีปีกถึงกับแผดเสียง..

พวกมันเป็นบริวารของราชาแวมไพร์สิตาผู้ล่วงลับ..ได้รับมอบหมายให้เฝ้าพิทักษ์ตำราเล่มที่สาม..แต่พวกมันก็ไหนเลยจะคิดว่า..ในมิติเร้นแห่งนี้..จะมีอำนาจแห่งจิตสูญญตาที่พวกมันไม่เคยรู้จัก..และสามารถฆ่าพวกมันได้..

กับแวมไพร์ที่ไม่เคยรู้จักจิตสูญญตามาก่อน..พวกมันได้แต่ตาย...

ไฟลุกท่วมร่าง..สภาพรอบข้างแปรเปลี่ยน..เป็นถ้ำธรรมดา ๆ ..และแลเห็นกันและกันในสภาพที่แท้จริง..

ศศินาใจหายเมื่อร่างของแพคเกจโถมเข้ามากอด...

“..พี่นา..พี่จริง ๆ ..ฉันจำดาบเสี้ยวจันทร์ของพี่ได้..”

ศศินายิ้มเล็กน้อย..หอมแก้มแพคเกจอย่างหนักหน่วง..

“..เพราะเธอจูบพี่..ทำให้พี่รู้ว่าเป็นเธอ..”

“..คนเราบางทีมันก็ต้องมีวิธีทำให้จำได้ตามแบบฉบับของตัวเองนะ..”แพคเกจหัวเราะ..

อีกสองคนที่ศศินาเห็น..หนึ่งก็คือเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์..หรือริต้า..

ท่าทางที่ดูผิดแผกไปจากเดิม..เหมือนกับมีอะไรสักอย่างที่ก้าวหน้าขึ้น..ในทางสภาวะทางจิต..

กับอีกคน..ก็คือใบหน้างดงามที่มีแววตาท่าทางที่ยากจะหยั่งถึงอย่างเจ้าหญิงอจินไตย..

เจ้าหญิงอจินไตยกับจินดาพิสุทธิ์มองที่ร่างปีศาจแวมไพร์ที่ไฟลุกท่วม...และมันยังแผดเสียงร้องอย่างเจ็บปวด..

และมันก็ร่ำร้องอย่างทรมาณ..

“..ข้าขอสาปแช่งพวกเจ้า..ไม่ให้พวกเจ้าได้ตายดี..”

จินดาพิสุทธิ์ถอนหายใจ..เดินเข้ามาใกล้..

“..ถ้าข้าตายได้..ก็คงดีสินะ..”

ร่างแวมไพร์ที่ลุกไหม้ชะงัก..

“..หรือเจ้าจะเป็นคนที่ท่านสิตาพูดถึง..สาวเสียงเทพคนนั้น..คนที่ล้างเผ่าพันธุ์ท่านจนสิ้น..คนที่เป็นอมตะไม่มีวันตายจนกว่าจะถึงวันล้างแวมไพร์อีกครั้ง..”

“..ข้าไม่ใช่สาวเสียงเทพ..และข้าไม่ได้คิดจะล้างพันธุ์พวกท่าน..”

เปลวไฟยังคงลุกท่วม...

“..ท่าน..ท่านต้องการอันใด..”

“..เพียงแค่..”

จินดาพิสุทธิ์วางมือฝ่าเปลวไฟ...และดึงเอาบางอย่างออกมาจากร่างแวมไพร์ที่กำลังลุกไหม้..

มือเปล่าที่ปราศจากสิ่งปกป้อง..แต่ก็ไม่รู้สึกร้อนแม้แต่น้อย..เพราะไฟที่ลุก..เป็นไฟจากจิตสูญญตาของเธอ..

สมุดที่แม้จะมีเปลวไฟลุกท่วม..แต่ก็ไม่อาจจะมอดไหม้ไปแต่อย่างใด..

ตำราในเปลวไฟ..ที่แท้แวมไพร์บริวารของราชาแวมไพร์สิตาตัวนี้..เก็บรักษาตำราไว้กับตัว..

จินดาพิสุทธิ์เปิดดูตำราคร่าว ๆ ..ตากระจ่างอย่างยินดี..

“..นี่คือตำราของราชาแวมไพร์สิตา..”

แวมไพร์บริวารของสิตาเวลานี้ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่ารอความตาย..ไม่มีแรงดิ้นรนหนีไปไหน..

“..เหลืออีกพวกท่านอีกสอง..”จินดาพิสุทธิ์พูด.. “..และพวกเขาเก็บตำราเล่มสุดท้ายไว้..”

แวมไพร์ตนนั้นยิ้มออกมาได้..

“..พวกเขาไม่ได้อยู่ในโลกแห่งนี้..ท่านคงไม่อาจจะหาตำราเล่มสุดท้ายได้แน่..”

เปลวยังคงลุกท่วม..แวมไพร์รวบรวมแรงอึดสุดท้าย..

“..พวกเจ้าจะไม่ได้ตายดี..สิ่งที่อยู่ภายในใจจะฆ่าพวกเจ้า..”

เจ้าหญิงอจินไตยเดินมาเคียงคู่..

“..สิ่งที่อยู่ในใจของเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์คือความว่าง..ท่านคิดว่าความว่างเปล่าจะฆ่านางได้หรือ..”

พลางหัวเราะเบา ๆ ..เมื่อเห็นแวมไพร์ตาเหลือก...

“..และตำราเล่มสุดท้าย..หากคาดเดาไม่ผิด..พวกแวมไพร์อีกสองที่เป็นพรรคพวกท่าน..คงนำพาไปซ่อนไว้ในดินแดนแห่งแคว้นสนธยาเป็นแน่แท้..น่าเสียดายนะ..แคว้นสนธยาเป็นบ้านของข้าเอง..”

แวมไพร์อุทานออกมา..

ความแค้นทำให้ไม่ต้องการให้ความปรารถนาของจินดาพิสุทธิ์สมหวัง..แต่ดูท่าทางเขาจะคิดผิด..

“..พวกเจ้า..พวกเจ้า..”

“..เมื่อเข้าไปในดินแดนแห่งแคว้นสนธยา..ต่อให้เป็นปีศาจ..ก็ไม่อาจจะสำแดงฤทธิ์..การจะเสาะหาแวมไพร์ทั้งสองที่เก็บรักษาตำราเล่มสุดท้าย..ย่อมไม่ใช่เรื่องยากเย็นสำหรับข้า..อจินไตยแต่อย่างใด..และข้าจะเผาพวกมันเฉกเช่นเจ้าถูกจินดาพิสุทธิ์เผา..มีอะไรจะสั่งเสียพวกมันก็สามารถทำได้..หรือพวกท่านจะไปสนทนากันเองหลังจากที่ฆ่าพวกมันแล้ว..ก็ตามใจ..”

ปีศาจแวมไพร์ตนนั้นตาเหลือก..

“..กลับสู่ความว่างเสียเถอะ..”อจินไตยพูด..

ไฟจากความว่าง..ส่งให้ทุกสรรพสิ่งที่แผดเผา..กลับไปสู่ความว่าง..

ร่างของแวมไพร์ตนนั้นกรอบแห้ง..และเป็นผุยผงเพราะอำนาจไฟแห่งจิตสูญญตาของเจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทรา

และไม่ช้า..ไฟก็มอดดับ..กระทั่งฝุ่นผงก็ไม่มี..

หายไปด้วยความว่างเปล่าอย่างแท้จริง..

.....

เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์หันมาหาคณะผู้ติดตามทุกคน..

ทุกคนล้วนแต่เป่าปาก..เหมือนโล่งอกเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ..

“..พวกท่านทั้งหลาย..ข้าได้สิ่งที่ต้องการแล้ว..”จินดาพิสุทธิ์ชูตำราของราชาแวมไพร์ขึ้น.. “..และข้าจะไม่ต้องการอันใดอีก..ภายในถ้ำนี้..สมควรจะมีทรัพย์สมบัติล้ำค่าอยู่ด้านใน..พวกท่านสามารถค้นหา..และแบ่งปันกันได้อย่างเต็มที่..ถือเป็นบำเหน็จรางวัลในการติดตามข้าขึ้นมาบนยอดเขามัชฌิมาแห่งนี้..”

นักดาบเงาครุฑคนหนึ่งมองเห็นช่องทางจากถ้ำไปทางด้านใน..มีแสงสว่างบางประการอยู่..

เขารีบเดินไปยังช่องทางนั้น..แล้วก็อุทานออกมา..

“..ภายในมีทรัพย์สมบัติจำนวนมาก..”

จินดาพิสุทธิ์ซุกตำราลงกับอกเสื้อ..

“..พวกท่านแบ่งปันกันตามชอบใจเถิด..สิ่งเหล่านี้ข้ามิได้สนใจแต่อย่างใด..”

มีเสียงฮือฮาอย่างพึงใจ..

นักดาบเงาครุฑทั้งสี่คน..เสือขวานฟ้าและบริวารหนึ่งคน..เทพอัคคีเวนไตย..ต่างก็เฮกันไปยังถ้ำด้านในที่มีสมบัติซุกซ่อนอยู่..

ยังคงเหลือแต่วาหุ..สินธุ..จินดาพิสุทธิ์..อจินไตย..แพคเกจ..ศศินาและจิ้งหรีดดำกับครุฑขาว..สองชายหนุ่มที่พบรักกันก่อนหน้านั้น..ซึ่งต่างผวาเข้ากอดกันอย่างยินดีที่เรื่องราวสิ้นสุด..

จินดาพิสุทธิ์อดถามไม่ได้..

“..พวกท่านทั้งสองมิได้ต้องการทรัพย์สมบัติอันใดหรือ..”

จิ้งหรีดดำโอบไหล่ครุฑขาว..ยิ้มแย้มอย่างมีความสุข..

“..ข้าถือว่า..ข้าได้ทรัพย์สมบัติที่แท้จริงสำหรับข้าแล้วล่ะ..องค์หญิง..นั่นคือพี่ครุฑขาวท่านนี้..”

ครุฑขาวก็ขยี้หัวจิ้งหรีดดำอย่างรักใคร่..

“..ในสายตาของข้า..จิ้งหรีดดำคือสิ่งที่มีค่าที่สุด..”

จินดาพิสุทธิ์ยิ้มเล็กน้อย..

“..หากท่านจะแสวงหาความสงบสุข..จงไปที่แคว้นจันทราของข้า..แคว้นของข้าเปิดรับความรักที่หลากหลาย..เพียงเอ่ยชื่อของข้าและนำสิ่งนี้ไปแสดงให้คนของวังจันทรา..ท่านจะได้รับความสะดวกทุกประการ..”

จินดาพิสุทธิ์หยิบเหรียญ ๆ หนึ่งให้..

จิ้งหรีดดำรับมาอย่างยินดี..

“..องค์หญิง..ขอบพระทัยยิ่ง..ข้าขอลาก่อน..ข้าบอกท่านเสือขวานฟ้าแล้ว..หลังจากเสร็จภารกิจ..ก็ขอแยกจากท่านหัวหน้า..ใช้ชีวิตกับท่านครุฑขาว..และท่านครุฑขาวก็บอกกลุ่มนักดาบห้าเงาครุฑแล้วเช่นกัน...”

จินดาพิสุทธิ์แย้มยิ้ม..พยักหน้า..และอวยพรให้ทั้งสองมีความสุข..

ทั้งสองหัวเราะอย่างเบิกบาน..ก่อนจะคารวะและจากลาออกไป...

....

จินดาพิสุทธิ์หันมาทางแพคเกจ..ศศินา..

“..พี่นากับแพคไม่สนสมบัติหรือไง..”

“..ฉันดีใจที่ได้ช่วยเธอหาตำรามากกว่า..และถ้าเป็นตำราเล่มสุดท้าย..หากเราจะไม่ช่วยเธอก็คงไม่ได้..”ศศินาพูดยิ้ม ๆ ..โอบไหล่แพคเกจ..

แพคเกจหัวเราะ..

“..เหมือนเราจะต้องไปในที่ ๆ เร้นลับกว่านี้มากนัก..ใช่ไหม..การผจญภัยมีค่ามากกว่าสมบัติอยู่แล้ว..”

จินดาพิสุทธิ์หันไปทางวาหุกับสินธุ..

ทั้งสององครักษ์ได้แต่โค้งศีรษะ..

“..เราสองขอติดตามองค์หญิงไปทุกที่..”สินธุพูด..

เหมือนวาหุจะตกลงใจเฉกเช่นสินธุ..เพียงแต่ให้สินธุพูดให้เท่านั้น...

อจินไตยพูดขึ้นว่า..

“..ตำราเล่มสุดท้ายกลับอยู่ในดินแดนแห่งแคว้นสนธยาของข้า..การจะเข้าแคว้นสนธยา..คงทำได้ไม่ง่ายนัก..เราไปคิดอ่านหาวิธีกันก่อนเถิด..”

“..แล้วพวกเขา..”สินธุหมายถึงกลุ่มคนที่เข้าไปเอาสมบัติ..

“..เราคงได้เวลาที่จะต้องจากลา..”จินดาพิสุทธิ์สูดลมหายใจ..พูดขึ้นด้วยเสียงอันดังไปถึงภายในถ้ำ..

“..พวกท่านทั้งหลาย..ข้าจินดาพิสุทธิ์ต้องขอขอบคุณพวกท่านที่ร่วมทาง..ภารกิจใหม่ของข้ายังต้องกระทำต่อไป..ขอให้พวกท่านเก็บสมบัติไปได้ตามใจ..คงต้องขอลาพวกท่านแต่เพียงเท่านี้..”

พูดจบก็จูงมืออจินไตย..เดินออกไปจากถ้ำนั้น..

อจินไตยพูดขึ้นด้วยเสียงดังอีกว่า..

“..หากนำพาสมบัติมาแต่พอสมควร..ไม่ละโมบ..สมควรจะดีที่สุด..ข้าเพียงพูดได้เท่านี้..”

จินดาพิสุทธิ์ขมวดคิ้ว..ไม่ทราบความนัยอันใด..ได้แต่เดินนำทุกคนออกมา..

โดยที่มีแพคเกจศศินา..วาหุสินธุ..ติดตามไม่ห่างกาย...

ไม่มีใครสนใจสมบัติ..เพราะทุกคนมีสิ่งที่เหนือกว่าสมบัติ..

สิ่งเหล่านั้น..คือสิ่งที่อยู่ภายใน..ทำให้ชีวิตของแต่ละคนมีความหมาย..มีคุณค่ามากกว่าสมบัติมากมายนัก..

....

ทันทีที่จินดาพิสุทธิ์นำทุกคนพ้นปากถ้ำ..ก็มีเสียงครืน ๆ คล้ายแผ่นดินไหว..

จินดาพิสุทธิ์ชะงักร่าง..แพคเกจกับศศินาก็ชะงัก..แม้แต่สินธุกับวาหุ..ก็อดสีหน้าแปรเปลี่ยนไม่ได้..

มีแต่อจินไตยที่ยังคงสงบนิ่ง..แต่ก็ยิ้มแย้ม..ไม่นำพา..

จินดาพิสุทธิ์ถามว่า..

“..อจินไตย..ดูเหมือนท่าน...”

“..ข้าทราบ..มันเป็นเป็นชะตากรรมของใครก็ตามที่ละโมบอยากได้สมบัติ..”

จินดาพิสุทธิ์เม้มปาก..

“..นี่ท่านรู้..แต่ไฉน..”

“..หากพวกเขานำพาสมบัติตามเราออกมาแต่พอสมควร..ก็คงจะหนีได้ทันท่วงที..”

พลางหัวเราะราวกับจิตวิปลาส...

“..ท่านคิดว่า..หากข้าเอ่ยปากบอกความจริงออกไปว่าถ้ำจะถล่ม..พวกเขาจะเชื่อข้าหรือ..โดยเฉพาะเทพอัคคีเวนไตย์ซึ่งเกลียดขี้หน้าข้าเป็นทุนเดิม..ย่อมจะไม่ฟังข้าอยู่ดี..แต่จะว่าไป..ข้าก็ตักเตือนพวกเขาแล้ว..ชะตากรรมและจิตละโมบภายใน..ฆ่าพวกเขาเอง.”

จินดาพิสุทธิ์เม้มปาก..จะถลันกลับเข้าไปในถ้ำเพื่อจะนำพาคนออกมา..แต่แล้วก็มีเสียงครืน ๆ ..หินถล่มปิดปากถ้ำอย่างรวดเร็ว..

แรงสั่นสะเทือนมากขึ้น..คนทั้งหกไม่มีทางเลือก..ต้องรีบวิ่งออกไปจากที่นั่น..

ไม่ช้า..ทุกคนก็เห็นถ้ำและภูเขาลูกนั้น..ถล่มทรุดลงมาอย่างชัดเจน..และฝุ่นฟุ้ง..

วาหุกับสินธุฉุกใจคิด..สินธุรีบถามว่า..

“..องค์หญิงอจินไตย..ที่ท่านทำร้ายปักษามีนาและให้นางเฝ้ารอพวกเราที่ถ้ำนั้น..ก็เพราะ...”

พูดพลางสยิวกายอย่างหนาวเหน็บ..

อจินไตยหัวเราะ..

“..พวกนางยังมีใจอยากจะได้สิ่งของสวยงามและเครื่องประดับตามประสาสตรี..ต่อให้ไม่ละโมบโลภมากอันใด..แต่ความเป็นสตรีคงจะทำให้อดละลานตากับสรรพสิ่งข้าวของภายในถ้ำ..เพียงแค่อยากจะได้กำไลหรือแหวนเพียงวงเดียว..ก็คงเลือกเฟ้นหาที่ถูกใจที่สุด..แถมพวกนางยังไม่ชอบหน้าข้า..คิดว่าจะฟังข้าหรือ..ท้ายที่สุดแล้ว..ก็คงออกมาไม่ทันถ้ำถล่มอยู่ดี..เยี่ยงนี้..สู้ทำร้ายให้นางไม่ต้องเข้าไปในถ้ำทั้งคู่ไม่ดีกว่าหรือ..”

ศศินาแพคเกจถึงกับมองหน้ากัน..

แม้แต่จินดาพิสุทธิ์ก็อดถอนหายใจไม่ได้..

“..ที่แท้..ท่านมีความนัยเช่นนี้เอง..”

อจินไตยหัวเราะ..พูดด้วยสำนวนปัจจุบันว่า..

“..ผู้หญิงจะยังไงก็ผู้หญิง..โลกของเธอคงมีผู้หญิงอย่างปักษากับมีนาไม่น้อย..เอาเป็นว่าเข้าห้างสรรพสินค้าหรูหราช้อบปิ้งซื้อของ..คงเลือกกันนานน่าดู..ฉันพูดถูกไหมริต้า..”

จินดาพิสุทธิ์อดครางไม่ได้..

“..นี่ตกลงฉัน..พี่นา..แพค..ไม่ใช่ผู้หญิงหรือไง..”

“..ก็ใช่..แต่พวกเธอเป็นผู้หญิงแบบเดียวกับฉันไง..”

อจินไตยได้แต่หัวเราะฮาฮา..

“.ถ้ำสมบัติเป็นเหยื่อล่อให้คนที่มีความโลภไปตายที่นั่น..เราช่วยอะไรไม่ได้หรอกริต้า..พวกเขาถูกลิขิตชะตามาให้ตายเพราะความโลภ..หากรู้จักเพียงพออย่างจิ้งหรีดดำกับครุฑขาว..ที่ต้องการเพียงกันและกัน..ก็คงไม่มีใครตายแล้วล่ะ..”

พลางถอนหายใจ..

“..ฉันบอกให้เทพอัคคีเวนไตยรู้ก่อนหน้านี้..ว่าเขาจะต้องตาย..เขาก็แทนที่จะสนใจสิ่งที่ฉันเตือน..กลับโกรธและอคติกับฉัน..นี่เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริง ๆ ..”

คนที่ไม่มีความโลภถึงสามารถอยู่รอด..

ขอแค่หยิบฉวยสมบัติมาแต่พอประมาณตามแต่ที่สามารถนำพาติดตัว..ก็คงไม่ต้องตาย..และยังได้สมบัติอีกตามสมควร..

ทั้งหมดเป็นเพราะชะตากรรมลิขิต..หรือกิเลสในใจเป็นตัวกำหนดกันแน่นะ...

.....

ทุกคนกลับมาถึงถ้ำที่พักซึ่งสองนางกำนัล..ปักษาและมีนารออยู่..

ปักษาที่เหมือนจะตาบอดชั่วคราว..เวลานี้..อาการเริ่มดีขึ้นตามลำดับ..แม้แต่มีนาที่มีอาการไข้..ก็เริ่มดีขึ้นเช่นกัน..

และปักษาแทบจะกรีดเสียงเมื่อเห็นนางปีศาจอย่างเจ้าหญิงอจินไตย..มีนาก็คล้ายจะหน้าตาบึ้งบูดไม่อาจจะญาติดีด้วยแม้แต่น้อย..

อจินไตยกลับไม่นำพา..จินดาพิสุทธิ์ก็ไม่สะดวกจะกล่าวกับบริวาร..มีแต่วาหุและสินธุเท่านั้นที่สามารถพูดให้สองนางกำนัลฟังได้..

สินธุเล่าเรื่องราวทั้งหมด..พร้อมกับปิดท้ายว่า..

“..เจ้าหญิงอจินไตยจริง ๆ คือช่วยเหลือพวกท่านทั้งสองไว้..แต่นางมีวิธีของนาง..และช่วยตามแบบของนาง..จึงอาจจะดูทำร้ายพวกท่านไปบ้าง..”

มีนาแค่นเสียง..

“..คิดว่าเราสองจะหลงใหลไปกับสมบัติพวกนั้นหรือไร..”

ปักษานิ่งคิด..ก่อนจะสะกิดสหายสนิท..

“..มีนา..ท่านสินธุพูดถูก..หากเราอยู่ตรงนั้นด้วย..และมีเครื่องประดับงดงามเป็นทรัพย์ล้ำค่า..เจ้าหญิงก็อนุญาตให้หยิบฉวยได้ตามสบาย..แม้เราจะไม่ละโมบอันใด..แต่ก็คงอดจะเลือกหากำไลหรือแหวน..หรือสร้อยคองดงามสักหนึ่งชิ้นไม่ได้หรอก..”

มีนายังไม่ยอมแพ้..

“..เจ้าจะเข้าข้างนางปีศาจหรือไร..ปักษา..”

“..นางเข้าใจพวกเรา..รู้ว่าพวกเราจะทำอย่างไร..สมบัติละลานตาเช่นนั้น..แม้เพียงชิ้นเดียวที่ต้องการ..ควรใช้เวลาเลือกหาที่ถูกใจกว่าครึ่งค่อนวันแน่นอน..และต่อให้นางจะตักเตือนเราก็คงไม่ฟัง..เพราะเราไม่ชอบนางมาตั้งแต่ต้น..”

ปักษาเป็นคนมีเหตุผล..ครั้นครุ่นคิดไปมา..กลับลุกขึ้น..และย่อตัวคารวะเจ้าหญิงอจินไตย..

“..ข้าต้องขออภัยที่เข้าใจองค์หญิงผิดไป..”

มีนาแค่นเสียง..เพลานี้..แม้แต่สหายสนิท..ก็เข้าข้างอจินไตยไปทั้งหมด..

อจินไตยกลับไม่นำพา..ไม่ถือสา..มองด้วยดวงตาราวกับงู..แต่ก็ยิ้มแย้ม..

มือของนางยังเกาะกุมมือของจินดาพิสุทธิ์แนบแน่น..

มีนายังไม่ยอมรับนับถือ..แต่เห็นทุกคนไม่มีใครอยู่ข้างนาง..ก็ได้แต่แค่นเสียง..กระทืบเท้า..เดินไปจากที่นั่น..

จินดาพิสุทธิ์ถอนหายใจ..อจินไตยกลับหัวเราะ..

“..ไม่ต้องกังวลหรอกริต้า..มีนาแค่รู้สึกเสียหน้าบ้างเท่านั้น..นางยังภักดีต่อเธอ..ไม่ว่ายังไงก็ยังไม่ทิ้งเธอหรอก..”

“..เธอช่วยพวกเราไว้มาก..ทำไมมีนาถึงไม่เข้าใจเธอสักทีนะ..”จินดาพิสุทธิ์ได้แต่เหนื่อยหน่ายใจ..

“..บางเรื่องมันก็เข้าใจได้ไม่ยากนักหรอก..เพียงแต่เธอพร้อมจะเข้าใจมันแค่ไหนเท่านั้นแหละ..ริต้า..”

ก่อนจะหันไปทางแพคเกจศศินาที่ยืนคู่กัน..

“..พวกเธอพร้อมจะตามริต้ากับฉันเข้าสู่ดินแดนแห่งแคว้นสนธยาแล้วหรือยัง..”

แพคเกจหัวเราะ..

“..ถามแปลก ๆ ..เราก็ต้องตามไปช่วยริต้าทุกที่แหละ..ใช่ไหมล่ะพี่นา..”

“..อือ..ว่าแต่.”ศศินาไม่เข้าใจ.. “.เธอถามฉันทำไมหรืออจินไตย..รู้ก็รู้ว่าเราสองคนต้องไปกับริต้าอยู่แล้ว..”

“..นั่นสิ..ถ้าจะถาม..ควรจะถามท่านวาหุกับท่านสินธุมากกว่านะ..”

อจินไตยยิ้มพลางพูดขึ้นว่า..

“..ดินแดนแห่งแคว้นสนธยา..สถานที่เก็บรักษาตำราของราชาแวมไพร์เล่มสุดท้าย..เป็นดินแดนอาถรรพ์..ชาวโลกภายนอกต่างขนลุกขนพองเมื่อเอ่ยถึง..ท่านวาหุกับท่านสินธุหรือแม้แต่ปักษามีนาหากจะต้องเข้าไป..ก็คงไม่มีอันใดประหลาดไปจากอยู่ในโลกภายนอก..เพียงแต่เธอสองคน..ที่มาจากอนันตกาลอันไกลโพ้นจนได้อำนาจบางอย่างจากการข้ามภพข้ามจักรวาล..เมื่อต้องย่างเข้าสู่ดินแดนแห่งสนธยา..อำนาจทั้งหลายจะหมดไป..รอจนกลับออกมาอีกครั้ง..ถึงจะได้อำนาจคืนดังเดิม..”

แพคเกจกับศศินาชะงัก..

อจินไตยถอนหายใจ..

“..จะตายได้..จะบาดเจ็บได้..ไม่มีความเป็นอมตะใด ๆ ..เหลือแต่อำนาจแห่งปีศาจแต่ดั้งเดิมที่ไม่อาจจะลบหายไปได้เท่านั้น..”

แพคเกจแทนที่จะวิตก..กลับหัวเราะ..

“..นึกว่าจะมีอะไรมากกว่านี้..เรื่องแค่นี้ไม่เป็นไรหรอกอจินไตย..ขอให้ฉันได้ช่วยริต้าได้บ้างก็พอแล้ว..”

ศศินากลับถามในคำถามสำคัญที่ทุกคนต้องขมวดคิ้ว..

“..จะว่าไป..ริต้าหรือเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์..ก็มาจากอนันตกาลอันไกลโพ้นเหมือนกับฉันกับแพคเกจ..มีอำนาจความเป็นอมตะเช่นเดียวกัน..คงได้รับผลกระทบด้วยใช่ไหม..”

อจินไตยพยักหน้า..ก่อนจะหัวเราะ..

“..เพียงแต่..ริต้าฝึกวิชาอากาศมนตราจนได้แพรพรรณแห่งทางช้างเผือก..ลูกแก้วแห่งอากาศมนตราจริง ๆ เป็นของสำคัญชิ้นหนึ่งของแคว้นสนธยาเรา..ต่อให้นางไม่มีอำนาจแห่งการข้ามภพข้ามมิติ..แต่พลังที่นางฝึก..ก็ทำให้นางคล้ายกับเป็นชาวแคว้นสนธยาด้วยคนหนึ่ง..สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ปัญหาต่อริต้าเลย..แต่มีปัญหาต่อพวกเธอทั้งสองเท่านั้น..”

อจินไตยย้ำอีกว่า..

“..การเข้าไปในดินแดนแห่งแคว้นสนธยา..พวกเธอสามารถตายได้..ไม่มีความเป็นอมตะอีก..พลังจะลดลงอย่างมาก..ดังนั้น..ขอให้คิดให้ดีว่าจะยังคิดตามริต้าเข้าไปอีกหรือไม่..เรื่องพวกนี้..ฉันคิดแทนพวกเธอไม่ได้..มีแต่จะบอกข้อมูลให้ทราบไว้เท่านั้น..”

ทั้งแพคเกจกับศศินามองหน้ากัน..ก่อนจะหัวเราะขึ้นเหมือนรู้ใจกัน..

“..ถ้าจะต้องตาย..ก็ไม่น่ากลัวหรอก..เพราะอย่างน้อย..เราสองคนก็เคยตายมาแล้ว..”ศศินาพูดอย่างไม่นำพา..

“..ถ้างั้น..ก็ไม่มีปัญหา..”

จินดาพิสุทธิ์กลับพูดขึ้นว่า..

“..อจินไตย..เธอเสียพลังของชาวสนธยาไปแล้ว..จะเข้าไปในแคว้นของเธอได้อีกหรือ..แถมเมื่อเข้าไปแล้ว..เธอจะเป็นยังไงบ้าง..”

เจ้าหญิงอจินไตยบีบมือคนตรงหน้าแน่น..

ก่อนจะยิ้มและไม่กล่าวอันใด..

จินดาพิสุทธิ์ชักเอะใจ..

“..อจินไตย..มีอะไรหรือเปล่า..”

เจ้าหญิงอจินไตยไม่บอกกล่าวอันใด..

ความร้อนใจทำให้เจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราต้องเม้มปาก..จับบ่าเจ้าหญิงที่มาจากแคว้นเร้นลับ..

“..อจินไตย..หากเธอไม่พูดความจริงออกมา..และทำให้ฉันเป็นกังวลอยู่อย่างนี้..ก็ไม่ต้องไปแล้ว..แคว้นสนธยา.”

“..ริต้า..เธอมีภารกิจยิ่งใหญ่..เธอไม่เข้าไปไม่ได้..”อจินไตยพูดเสียงเรียบ..

“..จะยิ่งใหญ่ขนาดไหน..ฉันก็ไม่เข้าไป..หากเธอไม่บอกว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอ..”

เจ้าหญิงอจินไตยยังคงยิ้ม..

จินดาพิสุทธิ์รู้ว่าอีกฝ่ายคงไม่ตอบแน่นอน..ก็หลับตา..ใช้จิตสูญญตาหยั่งรู้สิ่งที่ต้องการ..

ก่อนจะลืมตาและเป่าปาก..

“..เธอเป็นชาวสนธยาที่เสียพลังของชาวสนธยาไป..สามารถอยู่ในแคว้นสนธยาได้ไม่เกินเจ็ดวัน..

“..เธอเป็นชาวสนธยาที่เสียพลังของชาวสนธยาไป..สามารถอยู่ในแคว้นบ้านเกิดได้ไม่เกินเจ็ดวัน..ไม่เช่นนั้น..เธอก็จะ..ตาย...”จินดาพิสุทธิ์ดูหมองหม่น..

อจินไตยยังคงยิ้ม..และในที่สุด..เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์ก็ต้องพูดขึ้นว่า..

“..ช่างมัน..ฉันไม่สนใจตำราของราชาแวมไพร์เล่มสุดท้ายอะไรนั่นแล้ว..ช่างมัน..จะไปบอกกับท่านแม่โสมวดีว่า..ฉันไม่อาจจะทำตามที่ท่านคาดหวังได้..”

“..ริต้า..เธอคงไม่รู้..ว่าสิ่งที่เธอต้องทำ..มันมากกว่าทำตามความคาดหวังของราชินีแห่งแคว้นจันทราเพียงอย่างเดียว..”อจินไตยส่ายหน้า.. “..เพราะความหวังของโลกอีกใบหนึ่ง..อยู่กับภารกิจนี้..”

จินดาพิสุทธิ์ชะงักเล็กน้อย..

ในขณะนั้น..

รู้สึกเหมือนภาพตรงหน้าแปรเปลี่ยน..จิตของจินดาพิสุทธิ์จมดิ่งสู่ภวังค์แห่งจิตสูญญตา..

ภาพที่ทุกคนเห็น..คือเจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทรา..ชะงักนิ่งไป..ตาลอยและนิ่งแน่วแน่..

แพคเกจกับศศินาอุทานเบา ๆ ..

“..ริต้า..”แพคเกจร้อง.. “..นี่เธอเป็นอะไรไป..”

“..ริต้ากำลังเข้าสู่ภวังค์แห่งจิตสูญญตา..”อจินไตยพูด.. “..ปล่อยไปอย่างนี้สักพักเถอะ..”

“..ทำไม..มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น..”ศศินายังคงสงสัย..

“..คนที่สามารถใช้อำนาจจิตสูญญตาในที่ไกลโพ้น..หาทางเชื่อมต่อกับจิตสูญญตาของริต้าได้แล้ว..และพวกเขาจะบอกออกมาเอง..ว่าการตามหาตำราของราชาแวมไพร์เล่มสุดท้าย..มีความสำคัญแค่ไหน..”

ศศินากับแพคเกจถึงกับหนาวเหน็บ..

.....

ในภวังค์แห่งจิตสูญญตา..ลึกล้ำ..อย่างที่ยากจะหยั่งถึง..

จินดาพิสุทธิ์พบว่าตัวเองยืนอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่ง..ที่ยากจะบอกกล่าวว่า..มันคือที่ไหนกันแน่..

ในที่สุด..เจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราก็รู้สึกถึงบางอย่าง..นั่นคือ..คนสองคนที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า..

ร่างในชุดแดงและขาว..ใบหน้าเหมือนกัน..

และเป็นใบหน้าที่จินดาพิสุทธิ์หรือริต้า..ไม่เคยลืมเลือนไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน..

“..นี่มัน..”จินดาพิสุทธิ์ร้อง.. “..นี่มันคือความฝันใช่ไหม..นายแม่..นายแม่ของริต้าทั้งสอง..”

แคทกับออยเจ้าสำนักสูญญตาฝ่ายตึกแดงและอารามขาว...

ทั้งสองยิ้มให้ลูกสาวสุดที่รักอีกคนหนึ่ง..ซึ่งจากโลกของพวกเธอไปนานเหลือเกิน..

นานจนคิดว่าไม่น่าจะได้พบกันอีกแล้ว..

“..ริต้า..นี่ไม่ใช่ความฝัน..นี่คือนายแม่ทั้งสอง..”แคทพูด..พร้อมกับหลั่งน้ำตา..ถลันมากอดลูกสาวคนเล็กไว้..

รวมทั้งออยก็เข้ามากอดด้วย..เพียงแต่สีหน้าของออยยังคงเคร่งขรึมสงบ..สมกับเป็นผู้ฝึกจิตสูญญตามาเป็นอย่างดี..

“..นายแม่ทั้งสองมาหาริต้าได้อย่างไรคะ..”เวลานี้..จินดาพิสุทธิ์ไม่คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราอีกต่อไป..แต่คือริต้า..ลูกสาวฝาแฝดคนเล็กของนายแม่ทั้งสอง..

“..จิตสูญญตาของนายแม่ทั้งสองต้องช่วยประคับประคอง..ประสานกัน..หนึ่งดิ่งสู่อนันตกาล..อีกหนึ่งต้องคอยประคองทาง..เพื่อให้หาจิตสูญญตาอีกดวงหนึ่งที่อยู่ในที่ไกลโพ้น..ซึ่งก็คือจิตสูญญตาของริต้า..”ออยพูดด้วยน้ำเสียงสงบ.. “..แต่กว่าจะทำได้อย่างนี้..เราต้องเสียอะไรไปบางอย่าง..นั่นคือจิตแห่งเทพีแห่งสงครามของนายแม่ตึกแดง..”

ริต้าสะท้านร่าง..

“..หมายความว่าอย่างไรคะ..”

“..นายแม่ตึกแดงต้องเสียจิตแห่งเทวีแห่งสงคราม..เพื่อจะโน้มนำจิตเข้าหาจิตสูญญตาของอารามขาว..มีแต่วิธีนี้เท่านั้นถึงจะหาริต้าเจอได้..”ออยพูด

“..นายแม่ตึกแดง..”

แคทลูบหัวลูก..

“..นายแม่จำเป็น..เวลานี้..เราทำศึกกับเทวีแวมไพร์เรนี่..นางแข็งแกร่งจนไม่มีทางเอาชนะได้..และวิธีเดียวที่จะชนะนาง..มันคือสิ่งที่ตำราทั้งสี่เล่มของสิตา..ราชาแวมไพร์รุ่นที่สามบ่งบอก..ร่วมกับเทพทีวูแห่งเผ่าหมาป่า..และเทวีไอซิสขององค์กรโซล่าร์ซึ่งจุติเพื่อรับมือกับเทวีแวมไพร์โดยเฉพาะ..”

“..ชะตากรรมของโลก..อยู่กับภารกิจหาตำราของราชาแวมไพร์ของลูกนะ..”ออยสนับสนุน.. “..นายแม่ตึกแดงแม้จะเป็นเทวีแห่งสงครามจุติ..มีอำนาจแห่งเทพีที่ไม่เคยพ่ายแพ้ใคร..แต่ก็ทำได้เพียงชนะ..แต่ไม่อาจฆ่าหรือทำลายเทวีแวมไพร์..ดังนั้น..การสละจิตแห่งเทวีสงคราม..จึงถือเป็นการลงทุนที่ล้ำค่าเพื่อให้โลกสงบสุข..”

“.ริต้าต้องทำให้สำเร็จใช่ไหมคะ..”

“..ใช่..นับแต่นี้..เทวีแวมไพร์จะทราบว่า..สำนักสูญญตาปราศจากเทวีแห่งสงครามคอยปกป้อง..นางจะใช้เวลาไม่เกินเจ็ดวัน..ถล่มสำนักสูญญตาได้แน่นอน..และจะฆ่าทุกคน..ไม่ว่าจะเป็นลุงหนึ่งป้าเดือน..นายแม่ทั้งสอง..ป้าสองป้าป้อน..หรือแม้แต่คิตตี้..พี่ดิน..ทุกคนที่ลูกรู้จัก..รวมถึงกัสจังหรือเจ้าหญิงกัษษากรซึ่งข้ามมิติไปอยู่ที่โลกของเราก็คงต้านรับนางไม่ได้แน่นอน..”

ริต้าถึงกับกุมหัว..

“..ไม่..ทำไมถึงเป็นแบบนี้..”

“..เราไม่มีทางเลือก..เพราะเราได้สืบทราบว่า..เทวีแวมไพร์กำลังจะทำการใหญ่..คือครอบงำคนทั้งโลกอย่างเปิดเผย..ทำให้คนทุกคนเป็นแวมไพร์บริวารของนาง..แม้นางจะกริ่งเกรงเทวีแห่งสงครามอยู่บ้าง..แต่ก็มั่นใจว่า..นอกจากชนะนางได้ทุกครั้ง..แต่ก็ยังฆ่านางไม่ได้..การปรากฏตัวของเทพทีวูของเผ่าหมาป่า..กับเทวีไอซิส..แห่งโซล่าร์.ทำให้นางประเมินได้ว่า....นางสามารถจะทำอะไรได้แค่ไหน..ดังนั้นเมื่อนางเริ่มแผนรุกอย่างไม่กริ่งเกรง..เราก็ต้องเสี่ยงวัดดวงกันดู..”แคทถอนหายใจ.. “..ริต้า..นายแม่เสียใจที่เพิ่งมาหาลูกได้ในตอนนี้..ตอนที่โลกหมดหนทางอื่นอีกแล้ว..แต่จะบอกลูกว่า..นายแม่กับนายแม่อารามขาว..รักลูกเสมอนะริต้า..ไม่เคยมีสักวันที่นายแม่ทั้งสองจะไม่คิดถึงหนู..”

ริต้าดูจะยุ่งยากใจ..

การตามหาตำราเล่มสุดท้าย..เสี่ยงต่อการมีชีวิตของอจินไตย..

แต่หากไม่ทำอะไรเลย..นายแม่ทั้งสองกับสำนักสูญญตาคงดับสูญ..รวมถึงคิตตี้..และญาติพี่น้องคนอื่น ๆ ..

รวมทั้งโลกที่เธอจากมา..ก็จะดับสูญไปด้วยฝีมือของเทวีแวมไพร์อย่างแน่นอน..

ถ้าเราสามารถช่วยนายแม่ทั้งสอง..ช่วยโลกได้อีกครั้ง..หลังจากที่เคยช่วยมาแล้วครั้งหนี่ง..แต่ก็ต้องเสียอจินไตยล่ะ..เราจะทำอย่างไร..

พริบตานั้น..อุปนิสัยของคนตระกูลอิทธิวงศ์ก็ปรากฏขึ้นในใจของริต้าอีกครั้ง..

รวมถึงสุภาษิตของชาวหมาป่าที่เคยฟังจากป้าเดือน..ประกอบกับเหตุการณ์ของป้าสองป้าป้อน..ลุงหมอ..เมื่อหลายสิบปีก่อนก็ตราตรึงไม่น้อย..

“..ฉุดเพื่อนขึ้นจากเหว..กระโดดหน้าผาตายกับคนรัก..”ริต้าพึมพำ..ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างคิดตก..

สองนายแม่สบตากัน..

“..อะไร..ทำไมลูกถึงพูดอะไรแบบนี้ออกมา..”แคทถาม..

“..ริต้าจะทำภารกิจให้ได้ในเจ็ดวัน..”..ริต้าพูด..

ออยจะมากจะน้อยก็มีจิตสูญญตาที่สูงส่ง..แค่หลับตาและหยั่งจิตเล็กน้อย..ก็สามารถล่วงรู้ได้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น..

“..หือ..หญิงสาวคนนั้น..คนที่ริต้ารัก..”ออยอุทาน..

“..นายแม่ทั้งสอง..”ริต้าตัดบท.. “..ทุกอย่างจะต้องจบภายในเจ็ดวันนี้..ริต้าจะติดต่อนายแม่ทั้งสองได้อย่างไรกัน..”..เจ้าหญิงที่เวลานี้เหมือนเป็นเด็กตัวเล็กของนายแม่ทั้งสอง..ถามออกมาอย่างสงบ..

“..ขอเพียงมาตามทางเดิม..ก็จะเข้าถึงนายแม่ทั้งสองเอง..”

ริต้าผละจากอ้อมกอดของนายแม่ทั้งสอง..ยิ้มให้..

“..ฝากคิดถึงคิตตี้ด้วยนะคะนายแม่ทั้งสอง..บอกคิตตี้ด้วยว่า..ริต้าคิดถึงมาก..และแพคเกจกับพี่นา..ก็อยู่กับริต้า..ไม่ต้องวิตกนะคะ..และเราจะไปหาตำราเล่มสุดท้ายด้วยกัน..พร้อมกับ..”

“..อจินไตย..คนที่ลูกรักสุดหัวใจใช่ไหม..”ออยพูด.. “..และสิ่งที่ลูกจะกระทำ..มันเกี่ยวกับชีวิตของคนที่ลูกรักด้วยใชไหม..”

ริต้าพยักหน้า..

“..เวลานี้..ริต้าคงเป็นพวกเดียวกับป้าเดือนล่ะค่ะ..ริต้าจะรีบไปทำภารกิจนะคะ..คิดถึงนายแม่ทั้งสองอย่างสุดหัวใจ..”ริต้าเช็ดน้ำตา.. “..รวมทั้งแม่เพลินตาด้วยนะคะ..”

ร่างของริต้าค่อย ๆ เลือนหาย..ออกมาจากภวังค์ที่ลึกล้ำแห่งจิตสูญญตาของตนเอง..

ออกมาสู่ความเป็นเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์แห่งแคว้นจันทราอีกครั้ง...

ในขณะที่สองนายแม่ยังคงอยู่ที่เดิม..

แคทถามขึ้นว่า..

“..คนที่ชื่ออจินไตยเป็นใครหรือออย..”

“..คนที่ลูกของเรารัก..และ..”ออยถอนหายใจ... “..ภารกิจที่ริต้าจะทำ..มันเสี่ยงต่อชีวิตของอจินไตย..ซึ่งริต้าตกลงใจแล้ว..ว่าหากอจินไตยต้องตายไปเพราะภารกิจนี้..เธอจะตายตามคนที่รักไปด้วย..”

แคทก้มหน้า..

“..นี่ใช่ไหม..ฉุดเพื่อนขึ้นจากเหว..กระโดดหน้าผาตายกับคนรัก..สุภาษิตของชาวหมาป่า.(มีตอนหนึ่งที่ขยายความของสุภาษิตนี้..ในเรื่องสาวเสียงใสกับยัยแวมไพร์บอดี้การ์ดภาคแรก..ตอนที่..15..ไรท์).”

“..ริต้าก็ไม่ต่างจากคนตระกูลอิทธิวงศ์ทุกคนหรอกนะ..”ออยพูดขรึม ๆ ตามนิสัย....

มีแต่แคทเท่านั้นที่ดูหนักใจ..

ทั้งสองค่อย ๆ เลือนหายไปจากภวังค์แห่งจิตสูญญตานั้น..

....

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #6 NutiizS (@NutiizS) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 02:39
    สู้ๆค่ะ สนุกมาก
    #6
    0