Bloodymoon 2 (yuri)ศึกเทพเจ้า ภาค ศึกห้าแคว้น

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,478 Views

  • 7 Comments

  • 57 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    39

    Overall
    1,478

ตอนที่ 10 : ปีศาจแวมไพร์กับพิษหลอนประสาท

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 48
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    3 พ.ย. 61

image

เจ้าหญิงอจินไตยนึกถึงคนนี้ได้เลย..เพราะเป็นนางปีศาจเหมือนกัน

.................

ปักษารู้สึกเหมือนโลกจะหมุนคว้าง..

เกิดอะไรขึ้นกับนางกันแน่..

เจ้าหญิงอจินไตยถอนร่างออกจากการขบต้นคอ..

นางไม่ได้ดื่มเลือดไม่ได้กัดคอดื่มเลือดแบบแวมไพร์...

แต่ปักษากลับรู้สึกโลกหมุนราวกับอยู่บนกังหัน...

“..ท่าน..”ปักษาพูดไม่ออก..อยากจะร้องก็ร้องไม่ได้.. “..ท่านทำอันใดข้า..”

“..ทุกผู้คนมีจุดสำคัญที่ทำให้ร่างกายมีปฏิกิริยา..ข้าเพียงขบที่จุดนั้น..”เจ้าหญิงอจินไตยหัวเราะเบา ๆ ...

“..ท่าน..ท่าน..”ปักษาทรุดลง..ตาลาย..

“..ข้าเพียงสังเกตว่า..ท่านแม้ภักดีต่อจินดาพิสุทธิ์..แต่ยังขาดคุณสมบัติสำคัญบางประการที่จะติดตามนาง..โดยเฉพาะการเข้าถ้ำสมบัติ..”

ปักษารู้สึกโลกดำมืดลง...เหมือนตาบอด..

“..ท่าน..ท่านทำอันใดต่อข้า..”

แล้วก็รู้สึกมึนงง..จนถึงกับหมดสติไป..

อจินไตยยิ้มแย้มราวกับไม่มีอันใดเกี่ยวข้องกับนางทั้งสิ้น...

เพียงแต่ได้ยินเสียงร้องด้วยความตกใจ....

เพราะมีนาเหมือนไม่ไว้ใจ..รีบตามเข้ามาด้านใน..แลเห็นร่างของปักษาระทวยหมดสติ..โดยที่อจินไตยยังคงแย้มยิ้ม..ก็ใจหายวาบ..และอุทานออกมา..

อจินไตยหันขวับ..

“..เจ้าจะมาทำไม.มีนา..”

“..ท่านทำอันใดกับปักษา..”มีนาดึงดาบขึ้น..ดาบเบา..คม..และเปี่ยมพลังของทหารแคว้นจันทรา.. “..นางปีศาจ.”

คำว่านางปีศาจครั้นพูดจบ..ก็แทงใส่อจินไตยอย่างดุดัน..

หากอยู่ต่อหน้าเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์..ให้ตายมีนาก็ไม่กล้ากระทำเช่นนี้..

แต่ด้วยความหวาดกลัวคนของแคว้นสนธยาเป็นทุนเดิม..ท่าทีที่แปลกประหลาดคล้ายเป็นคนบ้า..แถมยังเห็นสหายสนิทร่วงไปต่อหน้าต่อตา..ต่อให้มีจินดาพิสุทธิ์อยู่ด้วย..เกรงว่า..มีนาก็คงสติแตกจนคิดอ่านอันใดไม่ออก..

อจินไตยพลันหัวเราะขึ้น..

หัวเราะราวกับเป็นคนเสียสติ..

มีนาชะงัก..ก่อนที่ดาบนั้นจะแทงใส่ร่างของอจินไตย..

เสียงคมดาบผ่านร่าง..มีนาใจหาย..

อจินไตยหัวเราะอีก..ไม่มีท่าทางเจ็บปวด..

“..เจ้ากล้าทำร้ายข้า..มีนา..เจ้าจะมีหน้าไปว่ากล่าวกับเจ้าหญิงของเจ้าได้อย่างไร..”

มีนาเห็นร่างของอจินไตยเดินเข้ามาใกล้..ให้ดาบผ่านร่าง..

นางถึงกับสติแตก..ร้องลั่น..

“..นาง..นางปีศาจ..”

ก่อนจะทิ้งดาบ..หันหลังวิ่งออกไป..

“..ปีศาจ..นางปีศาจแคว้นสนธยาทำร้ายปักษา..นางปีศาจทำร้ายปักษา..”

....

อจินไตยกุมตัวดาบ..ก่อนจะดึงออก..ดาบเพียงผ่านเสื้อผ้าของนางเท่านั้น..

การหลบเพียงให้ดาบผ่านเสื้อผ้า..ดูเผินคล้ายดาบทะลุร่าง..ทำให้เป็นนางปีศาจไปอย่างไม่ยากเย็นนัก..

ครั้นทิ้งดาบลงกับพื้น..คนหลายคนก็กรูเข้ามา..รวมทั้งเจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราด้วย..

จินดาพิสุทธิ์เกรงจะเกิดปัญหาอันใดกับกลุ่ม..แต่เมื่อมาถึง..ก็เห็นร่างปักษานอนแน่นิ่งอยู่จริง..

และดาบของมีนาก็ตกอยู่..

มีนาที่ตามทุกคนเข้ามาระล่ำระลักพูด..

“..นางปีศาจทำร้ายปักษา..ข้าแทงนางด้วยดาบ..แต่นางไม่เป็นอันใด..นางเป็นปีศาจชัด ๆ ..”

จินดาพิสุทธิ์รู้ดีว่าจะเกิดปัญหาใหญ่แน่..รีบเข้ามาขวางอจินไตยไว้..

“..อย่าเพิ่งใจร้อน..ค่อยคุยกัน..”

“..องค์หญิง..นางปีศาจทำร้ายปักษา..ข้าเห็นอยู่กับตา..นางทำอันใดไม่ทราบ.แต่ปักษาแน่นิ่งไปแล้ว..”มีนาปากสั่น..ตัวสั่น..

“..มีนา..เจ้าสงบใจก่อน..”

“.องค์หญิง..ข้ากับปักษาภักดีกับท่านเรื่อยมา..ถวายชีวิตรับใช้ท่าน..แม้ตายก็ยอมสละได้..ท่านจะยินยอมให้นางปีศาจทำร้ายคนที่ภักดีต่อท่านด้วยหัวใจอย่างปักษาได้อย่างไร..”

มีนาปากสั่นเพราะความกลัว..นางไม่เคยพบเห็นอะไรเช่นนี้มาก่อน..แทงดาบ..แต่คนที่ถูกแทงกลับไม่เป็นอันใดเลยแม้สักน้อยนิด..จะว่าเป็นบาดแผลแล้วสมานรักษาตัวได้อย่างรวดเร็วก็ไม่ใช่..เพราะเหมือนนางปีศาจอจินไตยจะไม่มีแม้กระทั่งรอยขีดข่วน..

สินธุรีบเข้ามาโอบร่างมีนาไว้..ในขณะที่วาหุสีหน้าเคร่งเครียด..

“..เจ้าหญิงอจินไตย..ท่านทำร้ายปักษาใช่หรือไม่..”

“..ข้าเพียงแค่ทำให้นางตาบอดชั่วคราว..และหมดสติ..”..อจินไตยพูดราวกับไม่นำพา..

จินดาพิสุทธิ์สีหน้าเคร่งเครียด..ในขณะที่เทพอัคคีเวนไตย์แค่นเสียง..

“..องค์หญิงจินดาพิสุทธิ์..ท่านคิดจะปกป้องนางปีศาจนี้..เพียงเพราะท่านชมชอบนางใช่หรือไม่..”

เทพอัคคีเวนไตย์พูดจบก็วางฝ่ามือตรงหน้า..เปลวไฟจาง ๆ ปรากฏที่ฝ่ามือ..

“..นางปีศาจตนนี้จะทำร้ายพวกเราทั้งหมด..ขอให้ท่านเห็นแก่ส่วนรวมด้วยเถิด..”

จินดาพิสุทธิ์ไม่ทราบจะทำอย่างไรดี..ถึงกับหันไปถามเจ้าหญิงแห่งแคว้นสนธยาด้วยน้ำเสียงเครียด..

“..อจินไตย..ท่านทำร้ายปักษาเพราะเหตุใด..”

“..ข้าไม่ได้ทำร้าย..แต่ข้าจะช่วยนาง..”อจินไตยเมื่อสบตากับจินดาพิสุทธิ์..ทุกคนกลับเห็นสายตาของนางอ่อนโยนลง..ไม่คล้ายกับคนเสียสติดังเช่นเมื่อครู่..

“..ช่วยโดยการทำให้ตาบอด..และหมดสตินี่น่ะหรือ..”มีนาคำรามอย่างโกรธแค้นห้าส่วน..เกรงกลัวสามส่วน..และหวาดหวั่นอีกสองส่วน..

อจินไตยเพียงแต่หลบตาจินดาพิสุทธิ์...ครั้นเมื่อนางหลบตา..ก็เปล่งเสียงหัวเราะสะท้านขวัญผู้คนอีก..

“..พูดไปพวกเจ้าคงไม่เข้าใจอันใด..”

เทพอัคคีเวนไตย์ที่เคยต่อปากต่อคำกับอจินไตยมาก่อน..ย่อมไม่ชมชอบนางปีศาจแห่งแคว้นสนธยาคนนี้นัก..

แต่ติดขัดที่เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์เท่านั้น..

“..องค์หญิง..”เทพอัคคีเวนไตย์พูด.. “..เพลานี้..คงต้องเป็นท่านต้องตัดสินใจ..ระหว่างความรู้สึกชมชอบ..กับการรักษาบริวารที่ภักดีท่านมาชั่วชีวิต..และกลุ่มที่รวมกันเผชิญศึกด้วยกันมาตั้งแต่ต้น..”

อจินไตยกลับหัวเราะกังวาน..ไม่ให้จินดาพิสุทธิ์กล่าวอันใด..พูดขึ้นว่า..

“..ท่านคิดจะบีบคั้นให้เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์ลำบากใจเช่นนั้นหรือ..ได้..ถ้าหากไม่พอใจข้า.ท่านก็มาสะสางกับข้าได้ตามต้องการ..อยากจะทำอะไรก็ทำ..ริต้า..เธอไม่ต้องยุ่งกับเรื่องนี้..ฉันรู้ว่าเธอห่วงใยบริวาร..แต่เรื่องนี้เพื่อไม่ให้เธอมีปัญหา..ฉันจะสะสางเอง..”

สำนวนพูดที่สลับกันระหว่างสำนวนพูดของชาวมิติเทพอสูร..กับสำนวนของโลกปัจจุบันที่เป็นบ้านเกิดของจินดาพิสุทธิ์..ทำให้ฟังดูประหลาดพิกล..แถมเจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราก็ยิ่งลำบากใจหนักขึ้น..

เทพอัคคีเวนไตย์แค่นเสียง..

แต่แล้วก็มีประกายดาบวูบขึ้น..

ดาบที่เร็วเหนือเร็ว..

ดาบที่หนักหน่วง..ไม่ไว้ไมตรี..

นี่เป็นดาบของวาหุ..จอมดาบวายุเทพ..ที่เป็นหนึ่งในสององครักษ์แห่งเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์...

....

วาหุสีหน้าเย็นชา..ลงมือโดยไม่บอกกล่าว..

ดาบที่เทพอัคคีเวนไตย์เมื่อเห็นก็เสียวสยอง..แม้ตัวเองจะมีวิชาหัตถุ์อัคคี..แต่หากจะให้รับดาบนี้..ยอมตายเสียยังจะดีกว่า..

ปรกติวาหุไม่ค่อยพูด..แต่สายตาของอจินไตยกลับรู้ดีว่าทำไมวาหุถึงทำเช่นนี้..

นางหัวเราะราวกับวิกลจริตอีกครั้ง..

“..ท่านชมชอบปักษา..จอมดาบที่เย็นชาเยี่ยงท่าน..กลับชอบสตรีเช่นปักษา..”

ดาบที่คนรอบบริเวณไม่อยากจะเผชิญหน้าด้วย..กลับผ่านร่างอจินไตยราวกับร่างของนางเป็นหมอกควัน..

วาหุใจหายวาบ..ในแผ่นดินนี้..การหลบดาบที่รวดเร็วดุดันของเขา..เกรงว่าจะมีไม่กี่คนที่ทำได้

แต่อจินไตยก็ทำได้..สมกับเป็นนางปีศาจแห่งแคว้นสนธยาอย่างแท้จริง..

“..ท่านมีคุณสมบัติที่จะเข้าถ้ำสมบัติ..ข้าจะไม่ขวางท่าน..”อจินไตยพูดขณะที่ร่างหลบเลี่ยงไปยังมีนา...ที่สินธุโอบประคองอยู่..

องค์รักษ์อีกคนหนึ่งของเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์พลันตวัดดาบขึ้น..

ดาบแคบเรียว..พลิ้วไหวราวสายน้ำ..ดาบของสำนักสายธาราที่ลือลั่น..

แต่ดาบแคบเรียวก็ผ่านร่างของอจินไตยราวกับแทงใส่หมอกควันเช่นเดียวกัน..

ไม่เพียงเท่านั้น..ร่างของมีนาซึ่งสินธุโอบประคองอยู่..ไม่ทราบถูกกระทำเช่นใด..ถึงกับระทวยหมดสติกับอ้อมกอดของสินธุ..

เจ้าหญิงอจินไตยแย้มยิ้มอย่างน่ากลัว..

“..ถือว่าช่วยนางอีกคนก็แล้วกัน..ริต้า..คนของเธอฉันคงช่วยได้เท่านี้แหละ..ส่วนคนอื่น..ให้กลไกแห่งกิเลสบาป..เป็นผู้ตัดสินก็แล้วกัน..”

พลางหัวเราะอย่างที่ทุกคนต้องอึ้งตะลึง..

แม้แต่เทพอัคคีเวนไตย์ซึ่งแรกเริ่มจะใช้เปลวไฟจัดการกับนางปีศาจตนนี้..กลับนิ่งตัวแข็งจังงัง..ปล่อยให้อจินไตยเดินผ่านร่างราวภูตพราย..

ผ่านห้านักดาบเงาครุฑ..สามพิณสังหารแห่งสำนักพิณทองคำ..และเสือขวานฟ้ากับบริวารอย่างไม่ยี่หระ..

จินดาพิสุทธิ์อดร้องถามไม่ได้..

“..เธอจะไปไหน..อจินไตย..”

“..ไม่ไปไหนหรอกริต้า..เดี๋ยวเราก็ได้เจอกัน..แต่ตอนนี้..ฉันไม่อยากให้เธอลำบากใจ...ไม่ต้องห่วง..ฉันจะลดแรงกดดันให้เธอก่อน..”

แม้ว่าเดินอยู่ราวภูตพราย..แต่ก็หันมาแย้มยิ้มให้จินดาพิสุทธิ์..

“..เดี๋ยวพวกเขาจะเข้าใจฉันเอง..เธอไม่ต้องกังวลหรอกนะ..ริต้า..”

บรรยากาศราวกับพายุพัดทุกสิ่งกระจัดกระจาย..แล้วก็สงบลงอย่างรวดเร็ว..

อจินไตยหายไปจากปากถ้ำ..ไม่มีใครล่วงรู้ว่านางจะไปไหน..

แม้แต่จินดาพิสุทธิ์ก็ไม่ทราบ..

แต่มีบางอย่างที่ทำให้จินดาพิสุทธิ์เชื่อคำพูดของอจินไตย..ไม่ใช่เพราะเจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราชมชอบนาง..แต่เป็นเพราะมีอะไรบางอย่างที่สื่อถึงจิตของกันและกันว่าควรจะเชื่อ...

จินดาพิสุทธิ์เชื่อถืออจินไตย..ด้วยบางสิ่งบางอย่างที่สื่อถึงกัน..

แต่บริวารของนางล่ะ..จะเชื่อถือแค่ไหน..

และรวมถึงเชื่อถึอในตัวของนางด้วย..

.....

สินธุโอบประคอง..ร้องระล่ำระลักเรียกมีนาอย่างไม่คิดชีวิต..

กริยาอาการเช่นนี้..แม้ไม่บอกกล่าวออกมา..จินดาพิสุทธิ์ก็ทราบ..ว่าสินธุมีใจให้มีนาแล้ว..อาจจะไม่กระจ่างชัดนัก..แต่ก็บ่งบอกได้..

เช่นเดียวกับวาหุมีใจให้ปักษา..

จินดาพิสุทธิ์เพียงแต่ก้มลงตรวจดูบริวารใกล้ชิดทั้งสอง..ปักษาดูจะอาการหนักพอสมควร..

ส่วนมีนา..จินดาพิสุทธิ์เพียงเดินจิตสูญญตาถ่ายเทให้..นางก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น..

พร้อมกับหายใจหนักหน่วง..

จินดาพิสุทธิ์ใช้หลังมือแตะหน้าผาก..

“..เหมือนเจ้าจะเป็นไข้นะมีนา..”

“..องค์หญิง..”มีนายังคงหวาดกลัว..แม้ว่าอยู่ในอ้อมกอดของสินธุแล้วก็ตาม..

จินดาพิสุทธิ์ถอนหายใจ..

“..ลมหายใจร้อนเช่นนี้..เจ้าควรจะพักผ่อน..และดูแลปักษาในขณะที่พวกเราบุกถ้ำสมบัติ..”

วาหุยังคงประคองปักษาที่ไม่ได้สติ..

มีนาเหมือนหวาดกลัว..แต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่ง..ทำตัวให้เป็นที่ลำบากของกลุ่ม..

จินดาพิสุทธิ์วางมือกับแก้มบริวารใกล้ชิด..ยิ้มอย่างอ่อนโยน..

“..ข้าจะวางกำแพงอากาศมนตราปิดถ้ำ..รับรอง..จะไม่มีใครทำอันตรายเจ้ากับปักษาได้..เจ้าไม่ต้องกังวลไป..”

“..องค์หญิง..”มีนาพูดไม่ออก..

จินดาพิสุทธิ์พูดอีกว่า..

“..ข้ารักอจินไตย..แต่หากต้องเลือก..ข้าเลือกพวกเจ้าทั้งสอง..มีนา..”

น้ำตาของบริวารอย่างมีนาคลอเบ้า..

“..ท่านไม่เกรงนางปีศาจ..เอ่อ..เจ้าหญิงอจินไตยจะไม่พอใจ..”

“..ข้ารักนาง..นางก็รักข้า..แม้จะทำอะไรไม่ถูกต้องไปบ้าง..แต่ข้าก็เชื่อว่านางเข้าใจข้า..เหมือนกับที่ข้าเข้าใจนาง.”

แววตาของมีนาแสดงถึงความภักดีและยอมถวายชีวิต..

“..เจ้าพักผ่อนนะ..มีนา..”จินดาพิสุทธิ์ลูบหัวอย่างปราณี..

สายตาของมีนามองมาที่เจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราแน่วแน่..

มีบางประกายตาที่นางสื่อความรู้สึกออกมา..เพียงแต่มีบางอย่างขวางกั้นไว้..เพราะสำนึกว่าไม่คู่ควร..

......

สองปีศาจแห่งอนันตกาล..ศศินากับแพคเกจกลับมาถึงถ้ำ..รายงานการสำรวจเส้นทางให้กลุ่มรับทราบ..

แม้จะประหลาดใจที่ไม่เห็นอจินไตย..และมีนากับปักษาที่ต้องอยู่ข้างกายจินดาพิสุทธิ์ตลอดเวลา..แต่เมื่อจินดาพิสุทธิ์ไม่มีอะไรจะกล่าวถึงคนทั้งสาม..ศศินากับแพคเกจก็ไม่ถาม..

“..เราต้องบุกถ้ำให้เร็วที่สุด..”แพคเกจให้ความเห็น..

“..ถ้าอย่างนั้น..”จินดาพิสุทธิ์พูด.. “..รีบไปกันทันที..บุกตามแผนของพี่นา..”

วาหุถามอย่างรอบคอบ..

“.สองปีศาจท่านสืบได้ความหรือไม่ว่าถ้ำสมบัติมีผู้ใดเฝ้าอยู่..และมีกี่คน..”

แพคเกจนิ่ง..

“..เราสองคนไม่เห็นผู้ใด..เพียงแต่..เรารู้สึกได้ถึงอันตราย..”

ศศินาพยักหน้า..

“..มีทางเข้าอยู่สองทาง..เราไม่อาจจะเข้าไปได้ลึกนัก..เพราะภายในมีแต่ความมืด..แต่หากมีเทพอัคคีเวนไตย์..ต่อให้มืดสักเพียงใดก็ไม่น่ากลัว..”

“..อาจจะมีเส้นทางที่ถูกหินผากีดขวาง..เราเห็นจากภายนอก..ตามที่สามารถเห็นได้..”

แพคเกจยิ้มพลางพูดว่า..

“..ด้วยเหตุนี้..เสือขวานฟ้าจึงมีความจำเป็น..เพราะขวานของท่านอาจทำลายหินเหล่านี้ได้อย่างไม่ยากเย็น..ให้พวกเราเดินได้สะดวก..”

เสือขวานฟ้าที่ไม่ค่อยกล้าพูดอันใดมากความเพราะแม้จะมีขวานใหญ่..ฝีมือไม่ใช่ชั่ว..แต่หากจะเทียบกับคนในกลุ่มแล้ว..ยังถือว่าฝีมืออ่อนด้อยนัก..ทีแรกก็ไม่คิดว่าตัวเองจะมีดีอันใดให้ถูกเลือกเข้าร่วมทาง..

แต่บัดนี้ทราบแล้ว..

จินดาพิสุทธิ์หันมาทางสามพิณสังหารแห่งสำนักพิณทองคำ..

“..พิณเสียงสูงของท่านรบกวนโสตประสาทปีศาจคลั่ง..หากท่านดีดพิณในยามที่เดินเข้าถ้ำแล้ว..หากมีปีศาจคลั่งหลงเหลือ..มันจะไม่อาจอยู่นิ่ง..ต้องออกมาให้เราจัดการ..”

ทุกผู้คนต่างก็รับทราบถึงจิตสูญญตาซึ่งพัฒนาเป็นกระสุนแสงที่ใช้สังหารปีศาจของจินดาพิสุทธิ์...จึงวางใจ..

มีแต่ห้านักดาบเงาครุฑซึ่งจินดาพิสุทธิ์กล่าวว่า..

“..ส่วนพวกท่านทั้งห้าและท่านวาหุกับสินธุ..เพลงดาบที่ยอดเยี่ยมจะใช้จัดการกับทุกผู้คนในถ้ำที่ไม่ใช่ปีศาจ..ต้องรบกวนท่านทั้งหลายแล้ว..”

วาหุพยักหน้า..สินธุพูดขึ้นว่า..

“..ปักษามีนาไม่อาจร่วมทาง..ท่านปีศาจอนันตกาลทั้งสอง..โปรดตามติดข้างกายเจ้าหญิงแทนด้วย..เรื่องราวอื่น..พวกข้าจะจัดการตามแผนที่วางไว้เอง..”

จินดาพิสุทธิ์เห็นว่าทุกคนพร้อมก็หันหน้าไปทางด้านนอก..

“..พวกเรา..รีบบุกถ้ำสมบัติ..ก่อนฟ้าจะมืดเถิด..”

....

เวลานี้..ทุกคนมาถึงปากถ้ำสมบัติ..

จินดาพิสุทธิ์ซึ่งเคียงข้างด้วยแพคเกจกับศศินา..ยังคงมองดูถ้ำ..

“..ใกล้ค่ำแล้ว..”ศศินาพูด..

จินดาพิสุทธิ์ถอนหายใจ..

“..ท่านเทพอัคคี..จุดไฟของท่านได้แล้ว..”

พลางเดินนำหน้าทุกคนเข้าไปยังถ้ำที่ศศินากับแพคเกจสำรวจคร่าว ๆ แล้วว่าควรจะใช้ทางเข้าทางนี้..

...

ถ้ำสมบัติดูมืด..ผิวเผินอาจจะดูกว้างใหญ่..แต่จริง ๆ กลับไม่กว้างมากนัก...

เพียงแต่ด้วยระยะทางไม่มากนับจากปากถ้ำ..แสงสว่างจากภายนอกก็ดูเหมือนจะขาดตอนอย่างรวดเร็ว..

เทพอัคคีเวนไตย์ที่มีความสามารถในการใช้ไฟ..กลับกลายเป็นคนที่มีความจำเป็นที่สุด..

สินธุเตรียมการเรื่องไฟมาแล้ว..เพียงแต่เขาไม่แน่ใจว่าจะใช้การได้สักเพียงใด..

เอาคบที่เตรียมไว้ไปจ่อติดกับไฟของเทพอัคคี..

เสือขวานฟ้าอดพูดไม่ได้..

“..ไฟเราก็น่าจะมี..ใยถึงต้องอาศัยเทพอัคคีเวนไตยด้วย..”

สินธุหัวเราะ..

“..เราสืบความจากคนที่เคยรอดชีวิตจากถ้ำสมบัติ..และพอจะทราบว่าจำเป็นต้องใช้สิ่งใดบ้าง..สำหรับคบไฟที่ข้าเตรียมมา..มองดูแล้วเราอาจจะใช้ได้..แต่ก็เฉพาะช่วงแรก ๆ เท่านั้น..”

ทุกคนได้ฟังก็ขมวดคิ้ว..

ต่างคนต่างเดินไปตามทางจนถึงทางเดินที่คับแคบ..ยากยิ่งที่ใครจะผ่านไปได้..มีช่องเล็ก ๆ ให้เห็น..

แต่ก็เห็นร่องรอยของการขุดเจาะแตกกะเทาะของหิน..

สินธุในฐานะที่ศึกษาเรื่องราวต่าง ๆ มาอย่างดีพูดขึ้นว่า..

“..สถานที่นี้แปลกประหลาด..แม้จะมีใครเจาะทำลายให้กว้างขึ้น..แต่ท้ายที่สุด..ก็จะมีการงอกของหินปกคลุมเหมือนดังเก่า..หากปล่อยเวลาไว้เนิ่นนาน..ทางเดินนี้ก็จะถูกปิดตายไป..”

วาหุขมวดคิ้ว..

“..ท่านสินธุ..ท่านว่าหินงอกได้..”

สินธุพยักหน้า..

จินดาพิสุทธิ์ได้แต่พูดว่า..

“..ในถ้ำล้วนแต่มีหินงอกหินย้อย..เพียงแต่กว่าจะงอกจะย้อยให้เป็นหินที่มีความงดงาม..ก็ต้องใช้เวลาเนิ่นนาน..เพียงแต่สถานที่แห่งนี้แปลกประหลาด..หินงอกหินย้อย..กลับงอกกลับย้อยได้เร็วกว่าธรรมดา..”

แพคเกจกับศศินาสบตากัน..

“..ช่วยกันพังเลยพี่นา..”แพคเกจร้อง..

เสือขวานฟ้าพยักหน้าให้บริวาร..ก่อนจะกล่าวกับแพคเกจ..

“..เก็บเรี่ยวแรงพวกท่านไว้เถิด..แม้ท่านจะพังผนังนี้ได้..แต่ก็จะเปลืองเรี่ยวแรงมหาศาล..ขวานของข้ากับบริวาร..เป็นเครื่องมือที่เหมาะกับการนี้อยู่แล้ว..และไม่ทำให้เหน็ดเหนื่อยสักเท่าใด..”

พลางเดินนำหน้าบริวารทั้งสองไปยังผนังที่ปิดขวางทางเดิน..

ในระหว่างที่จิ้งหรีดดำบริวารของเสือขวานฟ้าเดินเคียงข้างนาย..สายตาก็สบประสานกันนักดาบเงาครุฑที่ชื่อครุฑขาว..ต่างก็ส่งสายตาปรารถนาดีให้กัน..

เสือขวานฟ้าตวาดก้อง..พลางฟันขวานใส่ผนังหินปูนที่ขวางทางเดิน..ทะลวงให้ทางกว้างขึ้น..บริวารทั้งสองที่ถือขวานใหญ่เช่นกัน..ต่างก็ตวาดและฟัน..ขวานใหญ่นั้นทรงอานุภาพยิ่ง..แม้สำหรับการต่อสู้จะดูเทอะทะ..แต่หากเอามาทุบผนังกำแพงหินปูน..กลับเป็นเครื่องมือที่ได้ผลอย่างไม่น่าเชื่อ..

ไม่ช้า..ผนังก็ถูกทลายจนกว้างพอให้คนเดินเข้าไปได้..

ทุกคนผ่านเข้ามาในอีกส่วนหนึ่งของถ้ำแล้ว..

จินดาพิสุทธิ์พูดขึ้นว่า..

“..ท่านผู้กล้าแห่งสำนักพิณทองคำทั้งสาม..ท่านต้องดีดพิณเพื่อตรวจสอบแล้วล่ะว่ายังมีปีศาจคลั่งใดอยู่หรือไม่.”

ไม่ช้า..เสียงพิณที่ชวนให้เสียดหูของแพคเกจกับศศินาก็ดังขึ้น..ทั้งสองเอามืออุดหู..แทบอยากจะร้องออกมาดัง ๆ เพื่อระบายความรู้สึกสั่นสะท้านหัวใจ..

พลันได้ยินเสียงตวาดเสียงหนึ่ง..ดังก้องไปทั้งถ้ำ..

“..พวกเจ้าหาที่ตาย..กล้าบังอาจก่อกวนโสตประสาทข้า..”

ก่อนจะแผดเสียงร้องโหยหวนเพื่อกลบเสียงพิณนั้น..

นี่เป็นเสียงที่ยากจะจับตำแหน่งได้..

แต่ใครสักคนที่ระคายหูกับเสียงพิณ..ควรจะเป็นปีศาจคลั่ง..หรือคนที่มีความเป็นแวมไพร์หรือชาวเผ่าหมาป่าอย่างแพคเกจศศินาเท่านั้น..

แต่นี่เสียงนี้ไม่ควรจะเป็นเสียงของปีศาจคลั่ง..หรือไฮยีน่าแวมไพร์..แต่ไฉนถึงมีปฏิกริยากับเสียงพิณด้วย..

จินดาพิสุทธิ์สงบใจ.พยายามจับตำแหน่ง..

แพคเกจกับศศินาทางหนึ่งก็เสียดหู..แต่อีกทางหนึ่ง..ก็พยายามจะจับตำแหน่งของเสียงเช่นกัน..

“..พวกเจ้าเข้ามาในถ้ำสมบัติศักดิ์สิทธิ์..ย่อมไม่มีใครรอดพ้นไปได้แม้แต่คนเดียว..”

เสียงเร้นลับนั้นยังคงดังก้อง..

แพคเกจทางหนึ่งอุดหู..ทางหนึ่งกล่าวกับจินดาพิสุทธิ์..

“.ริต้า..ฉันจับตำแหน่งมันไม่ได้..”

แต่ศศินากลับทำจมูกฟุตฟิต..

“..จับจากเสียงไม่ได้หรอกแพค..แต่หากจับจากกลิ่น..มันก็ไม่น่าจะยาก..”

ชาวเผ่าหมาป่าถนัดแกะรอย..จมูกของพวกเขา..ไวกว่าจมูกคนธรรมดา..

แพคเกจกระแทกสองแขนให้สนับมือออกมาจากปลอกเหล็ก..

“..มันอยู่ไหนพี่นา..”

“..แต่ก่อนจะหาว่ามันอยู่ไหน..ต้องรู้เสียก่อนว่ามันเป็นอะไร..”ศศินาพูด.. “..ให้ตายสิ..นี่มันกลิ่นแวมไพร์ชัด ๆ ..ไม่ใช่ไฮยีน่าแวมไพร์..แต่เป็นแวมไพร์สายเรียลบลัดนิวไทป์..”

แพคเกจกับจินดาพิสุทธิ์ไม่นึกตระหนก..เพียงแต่จินดาพิสุทธิ์อาจจะกังวลกับบริวารที่ไม่เคยเผชิญกับแวมไพร์มาก่อน..อาจจะพลาดท่าเสียทีก็ได้..

แต่..ทำไมแวมไพร์ถึงได้อยู่ที่นี่..

หากเป็นไฮยีน่าแวมไพร์..หรือปีศาจคลั่ง..อาจจะไม่คิดหรือรู้สึกอะไรมากนัก..เพราะมันเป็นแวมไพร์ที่ถูกสร้างขึ้นตามตำราของราชาแวมไพร์ที่ทิ้งไว้..

แต่หากเป็นแวมไพร์สายเรียลบลัดนิวไทป์..นี่ก็น่าประหลาดแล้ว..

จมูกของชาวหมาป่าไม่เคยพลาดกับกลิ่นของแวมไพร์..

แต่ไม่ว่าอย่างไร..แวมไพร์ไม่น่ากลัว..หากเผชิญกับจิตสูญญตาของจินดาพิสุทธิ์..

พลันมีเสียงประหลาดอีกเสียงหนึ่งที่จินดาพิสุทธิ์ได้ยิน..

“..ริต้า..ช่วยด้วย..”

นี่เป็นเสียงที่ต่อให้ได้ยินเพียงเล็กน้อย..จินดาพิสุทธิ์ก็จำได้..

นี่เป็นเสียงของอจินไตย..

จินดาพิสุทธิ์ใจหายวาบ..เมื่อได้ยินเสียงนี้..ความเยือกเย็นก็เหมือนจะหายไป..

ในขณะที่ศศินาชี้นิ้วไปข้างหน้า..

“..มันอยู่ตรงนั้น..”

จินดาพิสุทธิ์เมื่อเห็นดังนั้น..ก็รีบปราดไปไม่คิดชีวิต..

อจินไตย..เกิดอะไรขึ้นกับเธอ..

แพคเกจกับศศินาใจหายวาบ..เมื่อจินดาพิสุทธิ์วิ่งออกไปขนาดนั้น..

แพคเกจรีบกระโจนตามติด..ในขณะที่ศศินาอุทานเบา ๆ ..

“.อย่า..”

จินดาพิสุทธิ์พลันรู้สึกว่าพื้นเบื้องหน้าลาดลงเบื้องล่าง..ถึงกับไถลตัวร่วงหล่น..แพคเกจเองก็ร่วงตามมาติด ๆ ..

แพคเกจแผดเสียง..

ทุกคนรู้สึกว่า..เสียงแพคเกจค่อย ๆ ห่างหายไป...

ศศินาอุทานเบา ๆ ..

“..บ้าชะมัด..ริต้า..แพค..”

เสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งดังขึ้น..

“..พวกเจ้าหาที่ตาย..”

พลางกรีดร้องเสียงสูงน่ากลัว..

คลื่นเสียงมาพร้อมกับกระแสลม..ที่พัดคบไฟดับทุกดวง..

ไม่เพียงแค่ไฟดับ..แต่แม้แต่ตัวคบไฟเอง..ก็เหมือนหักสะบั้นเป็นสองส่วนทุกอัน..

ทุกคนไม่ได้ตั้งตัว..ไม่คิดว่าจะเจออะไรแบบนี้..

แต่ก็มีเสียงร้องดังขึ้น..

เทพอัคคีเวนไตย์รีบวางมือจุดไฟจากพลังอัคคีของตัวเอง..

ในความมืดที่แม้จะมีแสงเพียงน้อยนิด..ทุกคนก็เห็นคนสามคนกลายเป็นศพ..

ต่างฝ่ายต่างก็ผงะ..เพราะสามคนนั้นคือสามพิณสังหารแห่งสำนักพิณทองคำ..

ที่แท้..ความระคายหูรบกวนโสตประสาทของปีศาจ..ทำให้พวกเขาต้องตายเป็นอันดับแรก..

ทุกคนต่างผงะถอย..รีบรวมกันโดยให้เทพอัคคีเวนไตย์เป็นศูนย์กลาง..

แสงไฟจากเทพอัคคีเวนไตย์..ทำให้เห็นร่างประหลาดที่ดูสูงใหญ่..สรีระเหมือนมนุษย์..แต่มีปีก..

ตาแดงราวกับเปลวไฟ..และมีเขี้ยว..ซึ่งเขี้ยวนั้นเกรอะกรังไปด้วยเลือด..

ศศินาแค่นเสียง..ในขณะที่ทุกคนที่ไม่เคยเผชิญหน้ากับแวมไพร์ต่างก็ตระหนกและสติจะแตก..

“..เยือกเย็นไว้..มันเป็นสิ่งที่ข้าเคยเผชิญมาแล้ว..”

ดาบเสี้ยวจันทร์ถูกยกขึ้น..

ประกายดาบสะท้อนกับไฟของเทพอัคคีเวนไตย์..ทำให้ดูน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก..

ปีศาจแวมไพร์ตัวนั้นชะงัก..

เหมือนมีอะไรทำให้มันกลัวดาบ..

“..ดาบของเจ้า..มีสิ่งใดอยู่..”

ศศินาขมวดคิ้ว..

“..แวมไพร์ไม่รู้จักสารยูวีเมทัลลิคที่ฉาบดาบหรือไง..”

“..แวมไพร์..เจ้าหมายถึงสิ่งใด..”

ศศินาแทบจะกุมหัว..

แวมไพร์ตัวนี้กลับไม่รู้ว่าตัวเองเป็นแวมไพร์..

ตลกสิ้นดี..

ศศินายังไม่ทันทำอะไรต่อ..ก็รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงประหลาด..

“..แม่..แม่..”

ลูกของศศินากำลังเรียกแม่ตัวเองหรือ..

ศศินาขยี้หู..

“..เจ้าได้ยินเสียงจากความกลัวส่วนลึก..”เสียงแวมไพร์ที่ไม่รู้ว่าตัวเองคือแวมไพร์พูด.. “..ของเจ้าเอง..”

เสียงแห่งความกลัวหรือ...

ศศินาหลับตา..

บ้า..มันอะไรกัน..

หันไปหาเพื่อนร่วมทีมคนอื่น..ต่างคนต่างก็เหมือนมีสีหน้าแปลกประหลาด..

หรือทุกคนก็ได้ยินเสียงจากความกลัวของตัวเองเช่นกัน..

บ้า..บ้าน่า..

พลันศศินาได้ยินอีกเสียงหนึ่ง..

คือเสียงจูบกันของคนสองคน..

เงาร่างที่จินตนาการเกิดขึ้นในหัว..คือเงาร่างของแพคเกจ..และริต้า..หรือจินดาพิสุทธิ์..

ทั้งสองเหมือนกำลังจูบกันอยู่..

ศศินาเม้มปาก..

“..เกิดอะไรขึ้น..”เธอรำพึงในใจ..

จมูกได้กลิ่นอะไรบางอย่าง..ชาวหมาป่าจมูกไวอยู่แล้ว..

“..หือ..กลิ่นนี่..”

ก่อนที่จะนึกได้..

“..แก๊สหลอนประสาทใช่ไหม..ใช่แน่. ๆ ..”ศศินาฉุกคิด..

ฉับพลันนั้น..มีประกายดาบวาบขึ้น..

ดาบที่รวดเร็ว..หนักหน่วง..เยือกเย็น..แต่ร้ายกาจ..

ร่างของปีศาจแวมไพร์ที่ไม่รู้ว้าตัวเองเป็นแวมไพร์..ถึงกับผงะ..แต่ก็ยังไม่กลัวดาบนี้..

เพราะดาบนี้ต่อให้น่ากลัวปานใด..ก็ยังไม่น่ากลัวถ้ามันทำอะไรไม่ได้..

นี่คือวาหุ..จอมดาบวายุเทพ..

ศศินารีบร้องว่า..

“..ท่านวาหุ..ท่านไม่รู้สึกกลัวอันใดเลยหรือ..”

วาหุฟันดาบพลางพูดพลาง..

“..ข้าเผชิญกับความกลัวมานักต่อนัก..”

มีแต่คนที่กล้าเผชิญกับความกลัว..จึงไม่กังวลต่อความกลัว..

ศศินาแค่นเสียง..

“..ดาบของท่านทำอะไรมันไม่ได้..หากจะฆ่ามัน..ต้องใช้ดาบของข้า..”

วาหุขมวดคิ้ว..ปีศาจนั้นตบปีกใส่..วาหุแทงทะลุปีก..แต่ครั้นถอนดาบออก..ปีกของมันก็ไม่มีรอยแผลแม้แต่น้อย..

ได้แต่สมานแผลอย่างรวดเร็วเกินคาด..

ปีศาจนั้นตวัดกรงเล็บ..หมายจะตะปบและฆ่า..

วาหุถอยออกมา..สอดดาบคืนฝัก..

ดาบไม่มีประโยชน์ก็ไม่ต้องใช้..

เพราะดาบที่มีประโยชน์กว่าถูกโยนให้..

ดาบโค้ง..โค้งราวจันทร์เสี้ยว..

ศศินาเม้มปาก..

“..ในเมื่อท่านไม่หวาดหวั่นกับความกลัว..ก็ฆ่ามันเสีย..มันใช้กลิ่นยาประหลาดมอมพวกเรา..”

วาหุรับดาบ..ก่อนจะฟันอย่างดุดัน..

ปีศาจนั้นต้องผงะถอย..เพราะไม่กล้าปะทะกับดาบโค้งนี้..

“..มันใช้ยาประหลาดที่ทำให้ความรู้สึกกลัวจากก้นบึ้งปรากฏขึ้น..ทำให้เราทุกคนกังวล..หวาดหวั่น..ไม่เป็นตัวของตัวเอง..”ศศินาร้องงบอก..

วาหุสูดลมหายใจ..

คนที่ไร้ความกลัว..แก๊สมอมประสาทก็ทำอะไรไม่ได้..

และเขาก็วาดดาบ..

“..แม่นางหมาป่า..เรื่องราวต่อจากนี้..ข้าจะจัดการเอง..”

เสียงคำรามของปีศาจร้ายดังก้องกังวาน...

ศศินาร้องขึ้นว่า..

“..เทพอัคคีเวนไตย์..ข้ารู้ว่าท่านอาจจะมีความกลัวกังวลอันใดอยู่..สิ่งเหล่านี้มันสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนที่สูดกลิ่นยาประหลาดของปีศาจ..แต่ถ้าท่านกลัวที่สุดคือความตาย..ทางรอดของเรา..มีแต่ไฟของท่านและเพลงดาบของท่านวาหุเท่านั้น..”

รอบบริเวณมืดมิด..มีแต่แสงสว่างจากมือของเทพอัคคีเวนไตย์เท่านั้น..

และหากไฟยังไม่ดับ..แสงสว่างคงอยู่..วาหุก็สามารถมองเห็นศัตรูได้..และหากมีจังหวะก็ฆ่ามันได้..

ทางรอดมีทางเดียวเท่านั้น..

....

ร่างของแพคเกจร่วงหล่นไปเบื้องล่าง..และในที่สุดก็หยุด..

แพคเกจร้องอุทานออกมา..เมื่อตะโพกกระทบหินแข็ง..

“.โอ๊ย..เจ็บ..”

รอบบริเวณมืดมิด..กว่าจะใช้สายตาที่สามารถมองในที่แสงน้อยได้ดีกว่าคนธรรมดา.อาจจะต้องใช้เวลาสักระยะ..ระหว่างนั้น..มือเปะปะไปสัมผัสกับจินดาพิสุทธิ์โดยบังเอิญ.

“.ริต้า..”

แสงสว่างปรากฏ..

เป็นแสงสว่างของจิตสูญญตาที่จินดาพิสุทธิ์กำหนดขึ้น..

แต่แสงสว่างนั้นไม่สว่างเท่าที่ควรจะเป็น..

แพคเกจอุทานเบา ๆ ..รั้งมือกลับเพราะจับร่างของจินดาพิสุทธิ์ในจุดที่ไม่สมควรจะจับ..

“..ขอโทษนะริต้า..มันมืด..มองไม่เห็น..”

จินดาพิสุทธิ์สีหน้าเคร่งขรึมไม่พูดอะไรออกมา..

แพคเกจเห็นเจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทรามีสีหน้าเจ็บปวด..

“..ริต้า..เธอเป็นอะไรไปหรือเปล่า..”

“..ขาฉัน..”จินดาพิสุทธิ์ร้อง..

“..หา..”แพคเกจอุทาน..มองที่ขาของจินดาพิสุทธิ์..

ไม่ใช่ขาเสียทีเดียว..แต่เท้าจะอยู่ในสภาพบิดผิดตำแหน่งไป..

แพคเกจรีบประคองร่างเจ้าหญิง..และตรวจดูเท้าขวา..พยายามบิดตรวจ..

“..ฉันได้ยินเสียงอจินไตย..นางร้องให้ช่วย..”จินดาพิสุทธิ์พูดตามตรง.. “.เธอได้ยินเสียงอะไรไหม..”

“..ไม่ได้ยินเลยนะ..เห็นเธอวิ่งออกมา..สำนึกฉันทำให้ต้องวิ่งตามออกไป..”

“..แล้วเธอไม่รู้สึกอะไรเลยหรือ..”

“..ไม่รู้สึกอะไรเลยสิ..”แพคเกจยังคงงงที่ริต้าถามแปลก ๆ ..แต่ก็อดถอนใจไม่ได้..

“..รู้แต่ว่า..อจินไตยทำให้เธอเป็นเอามากนะริต้า..”

พลางบิดเท้า..เล่นเอาจินดาพิสุทธิ์สูดปาก..

“..โอ๊ย..เจ็บ..เจ็บมาก..”

ความเจ็บทำให้สติแจ่มใสขึ้นมาส่วนหนึ่ง..

และไม่เพียงแค่บิด..แต่แพคเกจก็กระแทกข้อเท้าของริต้าอีกด้วย..

เสียงกร๊อบ..

จินดาพิสุทธิ์เจ็บจนน้ำตาไหล..แต่แพคเกจกลับหัวเราะ..

“..นายแม่เธอสอนฉันหมดทุกอย่างเลยนะริต้า..นี่ก็คือวิธีการทำให้กระดูกบิดเข้าที่เดิม..เธอจะเจ็บหน่อย..แต่ก็ไม่เป็นไรแล้วล่ะ..”

นายแม่หรือ..

จินดาพิสุทธิ์แทบจะร้องไห้กับคำพูดนี้..เพราะคิดถึงแคทกับออยนายแม่ทั้งสองเหลือประมาณ..

แต่เหมือนกับความคิดอ่านบางอย่างเริ่มเลอะเลือน..

ความเปราะบางของจิตทำให้อำนาจของบางสิ่งบางอย่างเล็ดรอดเข้ามาทำร้ายได้..

แพคเกจที่อยู่ตรงหน้ากลายเป็นอีกคนหนึ่ง..

อจินไตย..

อจินไตย..เธอทำไมถึงอยู่ที่นี่..

แพคเกจเองก็รู้สึกประหลาดใจ..

“..ริต้า..มองอะไรฉันแบบนั้น..ไม่เอานะ..อย่ามองแบบนั้นสิ..”

แสงจากจิตสูญญตาหม่นลงไปอีก..

แพคเกจใจหายเมื่อร่างของจินดาพิสุทธิ์เข้าประชิด..

“..อจินไตย..อจินไตย..”

“..ริต้า..ฉันไม่ใช่อจินไตย..นี่แพค..แพคเกจไง..เฮ้ย..ไม่เอานะ..ฉันมีพี่นาแล้ว..เรื่องเก่า ๆ ระหว่างเรามันจบแล้วนะ..อย่ามาทำแบบนี้สิ..เฮ้ย..”

จินดาพิสุทธิ์รวบตัวแพคเกจ..และประกบปากที่ริมฝีปากของแพคเกจอย่างรวดเร็ว...

แสงแห่งจิตสูญญตามอดดับลง..

เพราะจินดาพิสุทธิ์ไม่ว่างเปล่าเหมือนดังเดิมอีกแล้ว..

แพคเกจใจหายวาบ..แต่ก็ชะงักกับรอยจูบนั้น...

คิตตี้..คิตตี้..

หญิงสาวที่รักที่สุดที่ต้องจากกันตลอดกาล..คิตตี้..สาวเสียงอสูรที่เธอต้องปกป้อง..

แม้คนที่จูบอยู่เวลานี้จะไม่ใช่คิตตี้..แต่ใบหน้า..เสียง..มันก็คือคิตตี้..เพราะนี่คือริต้า..ฝาแฝดของคิตตี้..

มือของแพคเกจช้อนประคองหน้า..และจูบตอบอย่างวาบหวาม..

คิตตี้..ฉันคิดถึงเธอเหลือเกิน..คิดถึงมาก..

คิตตี้..คิตตี้...

.......

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น