แม่หมอ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 24,546 Views

  • 158 Comments

  • 410 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    310

    Overall
    24,546

ตอนที่ 6 : คดีของเพื่อนเก่า(2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1254
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 74 ครั้ง
    20 ธ.ค. 60


คุณไพศาลพาผมมาถึงบริษัทพีโอวีอินทีเรีย..ซึ่งใช้โฮมออฟฟิศแถวเลียบทางด่วนเป็นที่ตั้งบริษัท…

นี่คือบริษัทของคุณไพสิฐซึ่งตั้งร่วมกับเพื่อน..และเมื่อเจ้าของคนหนึ่งเสียชีวิต..ความวุ่นวายก็ตกมาเยือนบริษัทอย่างช่วยไม่ได้..เพราะผู้ตายถือเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักของบริษัททีเดียว…

ผมเริ่มมั่นใจในการรับบทซินแสฮวงจุ้ยมากขึ้นเพราะทดลองมาแล้วครั้งหนึ่ง..ถือว่าประสบความสำเร็จดีทีเดียว..

คุณไพศาลเป็นที่คุ้นเคยของพนักงานบริษัทดี..เพราะเมื่อเขาพาผมเข้าไปในออฟฟิศ..พนักงานต่างก็ทักทายต้อนรับ..แม้ว่าแต่ละคนจะดูมีความกังวลอยู่บ้างก็ตาม..

และเขาก็พาผมไปยังชั้นบนซึ่งเป็นห้องทำงานของผู้บริหาร…

ชื่อบริษัทพีโอวีอินทีเรีย..คำว่าอินทีเรียมันหมายถึงการตกแต่งภายในซึ่งเป็นคอนเทนส์หลักของบริษัทอยู่แล้วล่ะครับ..แต่คำว่าพีโอวี..เดาเอาว่าน่าจะเอาชื่อย่อเจ้าของมารวม ๆ กัน..

พีคือไพสิฐค่อนข้างแน่..

การเดาของผมไม่น่าผิด..เพราะในห้องผู้บริหารมีโต๊ะทำงานสามตัว..หนึ่งว่างไว้..เพราะเจ้าของโต๊ะเพิ่งเสียชีวิต..อีกสองโต๊ะ..เจ้าของกำลังนั่งหน้าเครียดทีเดียว..

“..สวัสดีโอฬาร..วิเชียร..”คุณไพศาลทักทาย..

คนหุ่นท้วมยกมือไหว้คุณไพศาล..อีกคนที่ผอมกว่าก็เชื้อเชิญให้นั่ง..

“..ผมกับโอฬารยังเซ็งกันอยู่เลยพี่..”คนผอมกว่าพูด..เดาเอาว่าเขาน่าจะคือคุณวิเชียร..คนท้วมคือคุณโอฬารแน่นอน..และเขาก็ดูจะสงสัยเมื่อเห็นผม..

คุณไพศาลจึงแนะนำ..

“..พอดีไปเจอเพื่อนเก่าของไพสิฐมา..เขาเป็นหมอดูชื่อดัง..เลยส่งซินแสลูกทีมเขามาช่วยดูฮวงจุ้ยให้บริษัทหน่อย..เพราะท่าทางตอนนี้กำลังหนักเลยใช่ไหม..นี่ซินแสมัสสุ..”

ผมยกมือไหว้อย่างนอบน้อมเพราะอาวุโสน้อยกว่า..

คุณโอฬารดูจะตื่นเต้น..

“..เหมาะทีเดียว..ปวดหัวชะมัดเลยพี่..ตั้งแต่ไอ้สิฐตาย..นี่ไม่รู้บริษัทจะรอดหรือเปล่า..ผมกับวิเชียรก็ไม่เก่งการตลาดแบบไอ้สิฐมันเสียด้วยสิ..แถมพนักงานแม่งก็กลัวผีไพสิฐจนหัวหด..เล่าว่าเจอเงาประหลาด..เห็นคนเดินตอนกลางคืนทั้งที่กลับกันหมดแล้ว..”

คุณไพศาลดูจะเห็นใจ..

“..ยังไงก็บอกพี่ได้นะ..จะช่วยเต็มที่..แต่เรื่องอื่นนะ..ไม่ใช่เรื่องผี..”

อารมณ์ขันยังคงใช้ได้ดีเสมอหากมาถูกจังหวะ..ความเครียดก็ละลายลงไปบ้างเพราะทุกคนหัวเราะเบา ๆ …

“..พี่ช่วยบริษัทเรามาตั้งเยอะแล้ว..เงินเดือนก็ทำท่าจะไม่เอาอีก..ผมเกรงใจพี่จะแย่แล้ว..”วิเชียรพูด..

“..เกรงใจไปได้..นี่มันบริษัทไพสิฐน้องพี่ทั้งคนนะ..”คุณไพศาลคราง..

คุณโอฬารอดทักทายผมไม่ได้.

“..ซินแสเห็นอะไรผิดปรกติที่นี่หรือเปล่าครับ..จะดูอะไรตรงไหนก็บอกนะครับ..”

ผมเองคิดว่าจะเล่นมุกเดียวกับที่ใช้ในบ้านคุณไพสิฐ..คือควรจะปล่อยให้คุณไพศาลหาข้อมูลน่าจะดีกว่า..

“..งั้นเดี๋ยวผมขอดูรอบ ๆ ก็แล้วกันครับ..อยากจะวัดทิศ..วัดกระแสพลังชี่ร้ายสักหน่อยว่ามีอะไรไหม..”

“..งั้นเดี๋ยวผมจะให้คนพาซินแสไปดูรอบ ๆ บริษัทนะครับ..”คุณโอฬารพูด.. “..ต้องขออภัย..ที่ไม่ได้ไปด้วยเพราะเผอิญมีเรื่องต้องคุยกับพี่ไพศาลพอดี..”

คุณไพศาลขมวดคิ้ว..

“..เอ๋..มีอะไรหรือ..”

“..นอกจากเรื่องตลาดที่เราต้องไปคอนแทคลูกค้าใหม่ทั้งหมดเนื่องจากงานด้านนี้เป็นของไอ้สิฐมัน..ก็มีเรื่องทางกฏหมายด้วยแหละพี่..”วิเชียรพูด.. “..ผมเพิ่งรู้จากฝ่ายบัญชี..ไอ้สิฐเอาเงินไปใช้ผิดประเภท..นี่ยังปวดหัวว่าจะเอาเงินที่ไหนมาอุด..มันไปก่อหนี้ไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้เนี่ย..”

คุณไพศาลดูจะตะลึงเพราะนี่เหมือนกับเป็นความรู้ใหม่..

“..จริงหรือวิเชียร..ทำไมพี่ไม่รู้เลย..”

“..ผมก็เพิ่งทราบเหมือนกันพี่..นี่โคตรจะปวดหัวเลย..ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง..บางทีนี่อาจจะเป็นสาเหตุที่มันคิดฆ่าตัวตายก็ได้..”

ผมหูผึ่ง..แต่จะอยู่ฟังก็กระไร..ดีที่ว่า..คุณไพศาลเอากล้องสปายเหน็บกับเสื้อไว้แล้ว..

โอฬารเรียกพนักงานคนหนึ่งแนะนำให้รู้ว่าผมคือซินแสฮวงจุ้ยและอยากจะให้ตรวจดูรอบ ๆ บริษัท..จากนั้นก็ให้พาผมไปดูสภาพออฟฟิศทั้งสามชั้น…

ปล่อยให้คุณไพศาลคุยกับผู้บริหารบริษัททั้งสองในเรื่องที่ชวนหนักใจ..

…..

บทบาทของผมจบลงด้วยดี..ท้ายสุด..ผมก็กลับมาที่ออฟฟิศแม่หมออีกครั้ง..โดยที่คุณไพศาลขับรถแวะมาส่ง..และคุยกับแม่หมอสักพักก็กลับ…

ท่าทางคุณไพศาลหนักใจไม่น้อย..ซึ่งผมคิดว่าน่าจะมาจากปัญหาที่แกเพิ่งรับรู้ที่ออฟฟิศของคุณไพสิฐนั่นแหละ..

ช่วงนี้..แม่หมอคิวดูดวงยังว่าง..เลยมีโอกาสได้คุยกับผม..ให้ผมเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง..

และก็ยื่นกล้องสปายที่บันทึกภาพกับเสียงทั้งหมดในวันนี้ให้..

แม่หมอหัวเราะหึ ๆ ..ทำให้ผมอดสงสัยไม่ได้..

“..เหมือนเจ๊จะรู้แล้วว่าเรื่องมันเป็นยังไงมายังไง..”

แม่หมอเปิดดูสมุดที่บันทึกดวงของคุณไพสิฐไว้..

“..ก็พอจะเข้าเค้ากับดวงที่เห็นนะ..เพียงแต่องค์ประกอบบางเรื่องมันไม่สมบูรณ์เท่านั้นแหละ..”

“..แล้วเจ๊ว่าเพื่อนเจ๊ฆ่าตัวตายจริงหรือเปล่า..”

“..ก็ยังตอบไม่ได้..”แม่หมอทำสีหน้าที่ผมรู้สึกว่า..ตั้งแต่รู้จักกันมา..เจ๊แกกวนมาก ๆ ก็วันนี้แหละ..

“..แต่ดูเจ๊เหมือนรู้เรื่องแล้ว..”ผมพยายามดักทาง..

“..แหม..แกนี่สอดรู้จริงนะมัสสุ..”

“..ก็ผมเป็นลูกน้องเจ๊นี่ครับ..แล้วอีกอย่าง..วันนี้..ผมต้องฟอร์มเป็นซินแส..ทั้งที่ไม่รู้เรื่องฮวงจุ้ยอะไรเลย..เจ๊ต้องวาดผังปรับแก้ฮวงจุ้ยให้ผมด้วยนะครับ..”

“..แหม..มันจะยากตรงไหนล่ะ..”แม่หมอหัวเราะ.. “.เดี๋ยวฉันจะเขียนผังคร่าว ๆ มอบให้พี่ไพศาลไปจัดการ..แกไม่ต้องห่วงหรอก..แกก็ยังเป็นซินแสกำมะลอของแกได้เรื่อย ๆ แหละ..”

ผมยังแคลงใจ..

“..ว่าแต่..เจ๊ทำไมดูสบายใจผิดสังเกต..ยังกับไขคดีได้แล้วอย่างนั้นแหละ..”

“..ยังไขไม่ได้หรอกมัสสุ..แต่เดี๋ยวก็ได้..”แม่หมอจ้องมองดวงของเพื่อนที่จดใส่สมุด.. “..เพราะทุกอย่างมันปรากฏตามรูปดวงทีละนิด ๆ ..”

“..ถ้าเจ๊ไขคดีนี้ได้..คงน่าทึ่งมากมาย..คราวก่อนเจ๊ยังต้องออกโรงสืบเรื่องเอง..แต่ครั้งนี้..เหมือนจะไม่ต้องทำอะไรเลย..ปล่อยผมไปเป็นซินแสกำมะลอแค่นั้น..”

แม่หมอหัวเราะ..

“..จะว่าไป..ขอแค่แกเอาข้อมูลมาให้ฉันได้ครบตามที่ฉันอยากจะได้..มันก็พอแล้วล่ะ..”

“..แล้วนี่ครบไหมล่ะครับ..”

“..เกือบครบ..แต่ก็ได้เยอะแล้วล่ะ..”แม่หมอเหล่มองผม.. “..วันนี้ยังเหลือคิวลูกค้าดูดวงอีกกี่ราย..”

“..น่าจะหมดแล้วนะเจ๊..”ผมเปิดสมุดคิวงานดู..

“..งั้น..เย็นนี้..แกบอกเอลลี่ด้วยนะ..ฉันจะพาไปกินข้าว..”

ผมแทบไม่เชื่อหู..

“..เจ๊..ผีเข้าหรือไงเนี่ย..”

“..ไม่ได้ผีเข้า..แต่ฉันก็อยากให้เอลลี่ชวนแม่เขามากินข้าวกับฉันด้วย..”

ผมหัวเราะ..แบบนี้รู้แล้วว่าแม่หมอจะทำอะไร..

“..นี่แปลว่าถ้าผมจะกินข้าวฟรี..ก็ต้องให้เอลลี่ชวนแม่มาให้ได้ใช่ไหมครับเจ๊..”

“..ก็ทำนองนั้น..แกก็รู้นี่ว่าฉันทำไมถึงอยากกินข้าวกับเกวลินแม่ของเอลลี่..”

แม่หมอยิ้มอย่างมีเลศนัย..ผมเองก็หัวเราะ..แม่หมอคงอยากจะรู้ว่าแม่เกวลินว่าที่แม่ยายผม..รู้จักกับคุณไพสิฐมากน้อยขนาดไหนนั่นเอง..

เรื่องพวกนี้มันดักทางกันไม่ยากหรอกครับ..

เสียงโทรศัพท์ของแม่หมอดังขึ้น..ผมเหล่มองเล็กน้อย..เห็นแว่บ ๆ ว่าคนโทรมาคือคุณพนัส..

แม่หมอเวลานี้ไม่เขินไม่อายผมแล้วล่ะ..และก็เหมือนสาว ๆ ที่กำลังมีความรักทุกคนแม้ว่าตอนนี้แม่หมอจะอายุเข้าสู่วัยสาวใหญ่แล้วก็ตาม..คือเปลี่ยนโทนเสียงเป็นอีกแบบทันที..ต่างจากตอนคุยกับผมลิบลับ..

“..ค่ะ..แหม..ได้จังหวะพอดีเลยค่ะ..กำลังจะชวนมัสสุ..เอลลี่กับแม่เอลลี่ไปทานข้าวพอดี..ขอโทษด้วยนะคะที่วันนี้ไม่เป็นส่วนตัว..อ๋อ..ถ้าอย่างนั้นก็ชวนแคทมาด้วยก็ได้ค่ะ..ขอบคุณมากนะคะคุณพนัส..ค่ะ..เจอกันค่ะ..”

สีหน้าแม่หมอยิ้มระรื่น..ผมเริ่มหมั่น ๆ เจ้านายผมขึ้นมาบ้างแล้วล่ะ..

สีหน้าและสายตาของแม่หมอดูมีความสุข..

จนผมอดจะกระแอมไม่ได้..

“..เจ๊..ผู้ชายชวนกินข้าวล่ะระรื่นเชียวนะ..”

“..ทำไมล่ะ..แกก็ยังได้ไปกับแฟน..ทำไมฉันจะระรื่นของฉันมั่งไม่ได้..”

“..แล้วจะดีหรือเจ๊..พาคุณพนัสไปด้วยน่ะ..เจ๊จะหาข้อมูลจากแม่เอลลี่ไม่ใช่หรือ..”

“..คุณพนัสไม่ใช่คนอื่น..คนกันเองทั้งนั้น..จะเป็นไรไปล่ะ..”แม่หมอหัวเราะ.. “..แต่แกคงไม่ชอบใจหรอกนะ..เพราะเค้าจะพาลูกสาวเค้าไปด้วย..แคทน่ะตอนนี้ฟิตเนสทุกวันเลย..ทำตัวสวยขึ้นตั้งแต่เจอเอลลี่แฟนแก..ท่าทางแกจะมีคู่แข่งแล้วนะมัสสุ..”

ผมต้องรักษาฟอร์มโดยการหัวเราะทั้งที่อยากจะฆ่าคนเต็มที..

“..โอย..เอลลี่เค้าชอบผู้ชาย..เจ๊ก็รู้นี่..แคทก็เหมือนน้องสาวเค้านั่นแหละ..”

“..ก็นะ..”แม่หมอเหล่มองผม..ดูจะแกล้งไซโค.. “…น้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อน..แล้วแคทก็นะ..นับวันยิ่งหล่อขึ้นทุกที..แถมยังไม่มีใครอีกด้วย..คิดว่าถ้าปล่อยต่อไป..แกเสียแฟนให้เบี้ยนแหง..”

ผมหน้าหงิก..ชักจะโกรธแล้วล่ะ..

แต่สำหรับแม่หมอ..การชักสีหน้าของผมกลับทำให้เจ๊แกหัวเราะลั่นออฟฟิศทีเดียว..

ไม่เคยหมั่นไส้ใครเท่านี้มาก่อนเลย..พับผ่าสิ..

….

คุณพนัสพาแคทมาหาแม่หมอที่ออฟฟิศของเราในอีกราว ๆ หนึ่งชั่วโมงเศษ..

ผมอดเหลือบมองแคทไม่ได้..ต่อให้แคทจะเป็นเบี้ยน..แต่สำหรับลุคที่ผมเห็น..ถือว่าแคทน่ามองไม่น้อยเลย..

แคทเหมือนเพิ่งออกจากฟิตเนส..ระยะหลังแคทจะไปฟิตเนสบ่อยมาก..สวมกางเกงวอร์มรัดรูปสีดำแถบขาวสามแถบ..เสื้อกล้าม..และคลุมด้วยเสื้อคลุม..เพื่อไม่ให้ดูโป๊เกิน..รวบผมเป็นหางม้า..สวมรองเท้าผ้าใบ..ดูเท่ห์บาดใจจริง..

ยอมรับเลยครับว่าแคทเป็นเด็กสาวที่ลุคที่ชวนมองมากคนหนึ่ง..

แต่ที่โคตรจะหมั่นไส้เรียกว่าเปลี่ยนอารมณ์แทบไม่ทัน..นั่นก็คือ..เมื่อแคทก้าวเข้ามา..เอลลี่ถึงกับกริ๊ดลั่นร้านทีเดียว

“..โห..แคท..วันนี้หล่อมาก..เท่ห์มากจริง ๆ นะคะ..”

แคทยิ้มกริ่มเดินเข้ามาหา..และผวาเข้ากอดเอลลี่แบบที่ไม่เห็นหัวผมที่นั่งตรงเคาท์เตอร์เลยสักนิด..

แถมยังหอมแก้มกันคนละฟอดอีก..

“..ดีใจจังค่ะได้เจอพี่เอลลี่..นี่พอบอกว่าอาหงส์จะชวนพี่ไปกินข้าวด้วย..แคทรีบออกมาจากฟิตเนสแทบไม่ทัน..”

คุณพนัสที่ตามหลังลูกสาวเข้ามาถึงกับหัวเราะ..

“..ไม่รู้ติดใจอะไรเอลลี่นักหนา..ยังไม่ได้อาบน้ำเลยด้วยมั้ง..นี่..พี่เค้ามีแฟนแล้วนะแคท..”

แคทกลับหัวเราะ..

“..พี่มัสสุไม่ว่าหรอกค่ะ..”

ผมอยากจะบอกว่าจริง ๆ อยากจะฆ่าคนมากกว่าจะว่ากล่าวอะไร..

แต่สีหน้าหงิก ๆ อาจจะทำให้แคทเหวอไปได้เหมือนกัน..ถึงกับยิ้มแหย..

“..แคทรีบออกมาไม่ทันได้อาบน้ำ..ขออาบน้ำก่อนนะคะพี่..”

“..แล้วมีชุดเปลี่ยนหรือยัง..เอาชุดพี่ก็ได้..”เอลลี่ยังจะทำเอื้อเฟื้ออีก

“..มีแล้วค่ะ..รอแคทแป๊บนะคะ..”แคทพูดแต่ก็เหมือนจะเกรง ๆ ใจผมหน่อย ๆ แบบมีพิรุธ..

ที่นี่มีที่พักชั้นสาม..เพราะเป็นที่พักของแม่หมอด้วย..พอแคทเข้ามาตีสนิท..เจ๊แม่หมอของผมก็เลยอนุญาตให้แคทมานอนเล่น..อาบน้ำได้..ยังมีห้องพักอีกห้องสำหรับผมหรือเอลลี่ถ้าหากคิดจะค้างคืนที่ออฟฟิศ..เอลลี่ยังขนเครื่องแต่งกายและข้าวของอำนวยความสะดวกมาทิ้ง ๆ ไว้อีก..

แคทสะพายกระเป๋ามาด้วย..คงใส่เครื่องแต่งตัวไว้..ไม่ช้าก็แว้บหายขึ้นไปด้านบน..และที่ผมไม่ชอบใจที่สุดก็คือเอลลี่มองตามแบบตาไม่กระพริบ..

คุณพนัสเห็นผมหน้าหงิกก็อาจจะรู้สึกไม่ดี..เลยพูดขึ้นว่า..

“..แคทกำลังจีบสาวคนหนึ่งที่ฟิตเนส..ช่วงนี้เลยไปฟิตเนสบ่อยหน่อย..”

เอลลี่อดพูดไม่ได้..

“..โห..คุณพนัสรู้ขนาดนี้เลยหรือคะ..”

“..แคทอาจจะไม่เหมือนเด็กสาวคนอื่น ๆ นะ..มีอะไรก็คุยกับพ่อได้ทุกเรื่อง..กระทั่งเรื่องจีบสาว..”คุณพนัสกระแอม.. “..เค้าบอกว่า..หนูเอลลี่น่ารักอยากได้เป็นพี่สาวจริง ๆ ..”

ผมว่าคุณพนัสคงพยายามคลายความหน้าหงิกให้ผมอยู่..เฮอะ..พี่สาวเหรอ..แต่แหม..ช็อตที่กอดกัน..มันชวนให้คิดเกินพี่น้องชะมัด..

“..แล้วคุณพนัสไม่ว่าอะไรเลยหรือคะที่แคทชอบผู้หญิง..”เอลลี่ถามแบบตีหน้าซื่อ..

“..ผมเองก็เรียนรู้เรื่องราวพวกนี้มานะ..ถ้าหากเป็นแบบนั้นไปแล้วก็ต้องปล่อย..คิดว่ามันคงเปลี่ยนความรู้สึกยาก..อย่างเอลลี่..ยังไงก็คงไม่คิดชอบผู้หญิงหรอกใช่ไหม..”คุณพนัสหัวเราะ..

แต่เอลลี่กลับทำให้ผมหน้าหงิกมากขึ้น..

“..ไม่แน่นะคะ..ถ้าแบบแคทมาจีบ..หนูว่าหนูก็เคลิ้มได้เหมือนกัน..”

พูดจบก็เหล่มาทางผม..ทำท่าเหมือนหัวเราะหึ ๆ ด้วย..

โอย..อยากฆ่ากระทั่งแฟนตัวเองเว้ย…

……

แม่หมอลงมาจากชั้นสอง..แต่งตัวยังคงเอกลักษณ์คือง่าย ๆ ..ไม่ยุ่งยาก..ไม่เหมือนจะไปออกเดทกับผู้ชายเลย..

“..รอแคทแป๊บนึงนะครับหงส์..”คุณพนัสยิ้มให้..ผมรู้สึกว่า..คุณพนัสมองยังกะจะกินแม่หมอตรงนั้น..

“..รอเกวลินด้วยค่ะ..”แม่หมอพูด.. “..เอลลี่..แม่ออกมาจากบ้านหรือยัง..”

เอลลี่พยักหน้า..

“..คงกำลังเดินทางอยู่ค่ะน้าหงส์..เอ๊ะ..นั่น..น่าจะถึงแล้ว..”

ผมเห็นรถสีส้มสะดุดตาจอดเอี๊ยดหน้าร้าน..สีแสบตามาก..

ไม่นานนัก..ประตูร้านกาแฟเปิดออก..หญิงกลางคนวัยราว ๆ สี่สิบเศษเข้ามาในร้าน..แต่งตัวผิดกับแม่หมอโดยสิ้นเชิง..

แม่หมอเป็นคนแต่งตัวง่าย ๆ ..แม้ในเวลาที่จะไปกินข้าวกับคนรัก..ก็ยังใส่มันแต่เสื้อยืดกางเกงยีนส์และรองเท้าผ้าใบ..ผมคิดว่า..อดีตที่แม่หมอเคยทำงานกรมสืบสวนคดีพิเศษ..ที่ต้องการความทะมัดทะแมง..ทำให้แม่หมอเคยชินกับการแต่งตัวลุย ๆ แบบนี้แหละ…

แต่แม่ของเอลลี่กลับไม่ใช่..เธอแต่งตัวแบบมีรสนิยม..ปรุงแต่งแบบจัดเต็ม..ทั้งแต่งหน้าและเครื่องประดับ..ดูเวอร์ไปทั้งตัวรวมทั้งรถที่ตัวเองขับด้วย…

แต่ก็แปลกที่เอลลี่กลับชอบแต่งกายในลุคคล้ายแม่หมอมากกว่าแม่ของเธอเสียอีก..

ไม่เพียงแต่การแต่งกายเท่านั้น..ผมขออนุญาตแอบเมาท์แม่แฟนตัวเองสักหน่อย..ผมว่าจริตจะก้านของคุณเกวลิน..กลับเหมือนเด็กสาว ๆ ..ผิดไปจากลูกสาวตัวเองลิบลับ..และสิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตเห็น..คือ..เธอเหมือนจะชะงักเมื่อเห็นคุณพนัส..เหมือนตะลึงและไม่แน่ใจ..

แม่หมอเห็นเพื่อนชะงักก็อดจะแนะนำไม่ได้..

“..เกว..นี่คุณพนัสไงที่ฉันเคยเล่าให้ฟัง..”

เกวลินยิ้มละไม..มองแบบหลบ ๆ ตา..อันเป็นจริตจะก้านที่ผมไม่ชอบเลย..จนใจนะที่เป็นแม่แฟน..

“..สวัสดีค่ะ..ดิฉันเกวลินนะคะ..เรียกว่าเกวเฉย ๆ ก็ได้..”

ผมชักจะลุ้นแทนแม่หมอ..หญิงสาวกลางคนที่ยังดูดี..จริตจะก้านน่าหลงใหล..ผู้ชายที่ดูสง่างามแบบคุณพนัส..จะอดใจไหวหรือเปล่านะ..

คุณเกวไม่เคยเจอคุณพนัสมาก่อน..แต่พอเจอครั้งแรก..ผมว่า..ผมชักลำบากใจแทนเจ๊ของผมเสียแล้วล่ะ..

แต่ผมก็ยังเห็นคุณพนัสยิ้มอย่างมีไมตรี..สายตาของชายกลางคนพ่อของลูกสาวที่ชอบผู้หญิงด้วยกันคนนี้..กลับไม่มองแม่แฟนของผมอย่างเกินความจำเป็นเลย..

และผมยังเห็นเขาเหลือบส่งสายตาที่มีความหมายให้แม่หมอด้วย..

น่าจะโล่งใจได้เปลาะหนึ่งล่ะนะ..

เพราะผมรู้สึกว่า..ความรักในสายตาของเขาที่มีต่อแม่หมอ..ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปแม้แต่น้อย…

…..

ผมว่า..เรื่องของแม่หมอ..คุณเกว..คุณพนัสไม่มีอะไรน่าห่วงหรอก..เพราะเหมือนคุณเกวจะทดสอบอะไรบางอย่างไปแล้ว.และรู้ว่าจริตจะก้านของตนเองไม่มีทางทำให้ผู้ชายอย่างคุณพนัสหวั่นไหวได้..ก็รีบวางตัวเสียใหม่..ให้ดูดีมีไมตรีจิตและมิตรภาพ..

ถ้าหากเป็นเกมสงคราม..นี่คงจะเหมือนกับการบุกตีครั้งแรกจะรู้ว่าเจอสายแข็ง..ก็ถอยออกมา..พยายามยื่นข้อเสนอเป็นพวกด้วย

แต่ที่ผมรู้อยู่อย่างหนึ่ง..ว่าที่แม่ยายของผมคนนี้..เป็นคนที่น่ากลัวเสียจริง ๆ ..

ดีนะที่ลูกสาวไม่เหมือนแม่..ไม่อย่างนั้นคงเครียดตาย..

แต่จะว่าไม่เครียดก็ไม่ได้..เพราะตลอดระยะเวลาที่เราเข้ามานั่งในสวนอาหารแห่งนี้..ผมยังไม่เห็นเอลลี่กับแคทหยุดมุ้งมิ้งกันเลย..ไม่รู้จะคุยอะไรถูกคอกันนักหนา..

ไม่เครียดเรื่องเจ๊..เครียดเรื่องตัวเองก็ได้วะ..

คุณเกวลินกับเจ๊แม่หมอของผมคุยกันอย่างออกรส..โดยดึงเอาคุณพนัสร่วมสนทนาด้วย..ผมยังคงเห็นมุมที่แม่หมอกับคุณพนัสส่งสายตาและมีช็อตหวาน ๆ กันเป็นระยะ ๆ ..โดยมีคุณเกวคอยสอดรับอย่างออกรส..และบางทีก็เย้าแหย่ตามประสาเพื่อน..

คนรุ่นใหญ่สามคนคุยกันถูกคอ..ส่วนรุ่นเด็ก..แคทกับเอลลี่แฟนผมก็เมาท์กันเมามัน..

นี่กูจะมาทำไมวะเนี่ย..

ชีวิตของคนเป็นเศษหรือส่วนเกินก็อย่างนี้แหละครับ..

ดีอยู่อย่างหนึ่ง..มันทำให้ผมได้มีเวลาที่จะสังเกตสังกาเรื่องราวต่าง ๆ ..

เอลลี่กับแคทน่ะปล่อยไปเถอะ..แม้ว่าจะทำให้ผมหงุดหงิดอยู่บ้าง..แต่ผมก็เชื่อว่าไม่น่าจะมีอะไรหรอก..เดี๋ยวนะ..ไม่มีอะไรใช่ไหม..ทำไมมันถึงไม่ค่อยเป็นสุข..ผวาอยู่เรื่อยแบบนี้ก็ไม่รู้..

แต่คุณเกวลินแม่ของเอลลี่สิ..ผมเพิ่งมีโอกาสสังเกตจริตจะก้านว่าที่แม่ยายผมคนนี้ได้แบบจะ ๆ ..ทั้งที่รู้จักกันมานานตั้งแต่ผมเริ่มจีบเอลลี่นั่นแหละ..

อาหารเริ่มเสริฟ..คุณพนัสตักอาหารให้เจ๊ของผม..แต่เลื่อนจานอาหารที่คุณเกวคิดจะตักมาใกล้ ๆ ..การวางตัวแบบนี้มันค่อนข้างจะชัดเจนครับ..ว่าคุณพนัสคิดยังไงกับแม่หมอ..และไม่ได้มีอะไรไหวหวั่นกับคุณเกวเลย..

ผมว่าคุณพนัสถ้าป้อนอาหารใส่ปากแม่หมอได้คงทำไปแล้วล่ะครับ.แต่คงยังเกรงใจสายตาคนอื่น ๆ อยู่..

“..มัสสุ..อ้าปาก..”เสียงเอลลี่ร้องเรียก..ผมก็เลยต้องอ้าปากให้เธอป้อนของที่ผมเคยบอกเธอว่าชอบกินให้..

อย่างน้อย..แฟนก็ป้อนของกินให้ล่ะวะ..

แคทเหมือนจะไม่อะไรมาก..ยังคงสนทนาหยอกล้อกับเอลลี่อย่างออกรส..แล้วก็ตักอาหารป้อนเข้าปากเอลลี่..

เฮ้ย.ชักจะมากไปแล้ว..

ขณะที่ผมเริ่มหงุดหงิดหนักขึ้น..เสียงแม่หมอก็ทำให้ผมชะงักกับความหงุดหงิด..

“..เธอรู้จักกับไพสิฐหรือเปล่า..เกว..พี่ชายเค้าเป็นลูกค้าฉัน..”

เหมือนคุณเกวลินจะชะงัก..

“..ไพสิฐไหน..”

“..ที่เป็นเจ้าของบริษัทพีโอวีอินทีเรีย..”แม่หมอพูดเหมือนไม่รู้ไม่ชี้.. “..เผอิญเค้าเป็นเพื่อนเก่าฉัน..”

“..เพื่อน..”คุณเกวทวนคำ.. “..นี่จุดใต้ตำตอกันจริง ๆ เลยนะแก..นี่ฉันไม่รู้เลย..”

“..เธอท่าทางสนิทกับไพสิฐนะ..เค้าให้ฉันดูรูปที่เซลฟี่กับเธอด้วย..”

สีหน้าของคุณเกวเริ่มอึดอัด..

“..ก็..ก็..สนิทกันพอสมควร..เธอก็รู้ว่าฉันมีเพื่อนเยอะ..ว่าแต่..”เหมือนคุณเกวจะเม้มปาก.. “..ทำไมเค้าถึงให้ดูรูปที่เซลฟี่กับฉันล่ะ..”

“..บอกตรง ๆ เลยนะเกว..”แม่หมอวางช้อน..เช็ดปาก..คุณพนัสยื่นแก้วน้ำให้..เวลาแบบนี้ยังจะมาเอาอกเอาใจกันอีก..เซ็งความรักคนแก่จริง ๆ เลย..

“..ไพสิฐเสียแล้ว..”แม่หมอพูดเสียงราบเรียบ..

ผมเห็นแม่แฟนผมเหมือนช็อคไปชั่วขณะ..

“..เธอล้อฉันเล่นหรือเปล่า..”

“..พี่ชายเขามาบอกข่าววันนี้แหละ..นี่เธอไม่รู้เรื่องเลยใช่ไหม..”

“..ฉันไม่ได้เจอเขามาสองเดือนกว่าแล้ว..”คุณเกวลินถอนหายใจ..ทำท่าซึม..

“..เขาฆ่าตัวตาย.ผูกคอ..”แม่หมอทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น.. “..พี่ชายเขาสงสัย..เพราะคนอย่างไพสิฐ..ถ้าจะบอกว่าฆ่าตัวตาย..คงเป็นเรื่องสุดจะประหลาดเลยทีเดียว..”

เหมือนคุณเกวลินจะเอะใจ..

“..นี่เธอคงไม่ได้สงสัยว่าฉันจะทำแบบนั้นใช่ไหม..”

“..เธอจะฆ่าเขาไปทำไมล่ะ..ไม่มีเหตุผลเลย..ใช่ไหม..”

“..ก็..นะ..”เกวลินหน้าเศร้า.. “..มิน่า..ถึงหายไป..จนนึกว่า..”

นึกว่าอะไร..ผมเองก็อยากจะถาม..แต่ก็ไม่มีใครถาม..ถ้าจะให้ถามเองก็คงไม่กล้าหรอกครับ..แม่แฟนทั้งคน..

เดาพอจะได้ล่ะครับ..ลองพูดออกมาแบบนี้แล้ว..

ใช่..แม่แฟนผมแอบคบหากับคุณไพสิฐจริง ๆ นั่นแหละ..ทั้งที่ผู้ชายมีภรรยาและลูกแล้ว..

บรรยากาศดูอึดอัด..แต่ผมก็อดแปลกใจไม่ได้..เพราะคุณพนัสเองกลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น..

“..ฉันอยากจะรู้เรื่องของเขา..ใช่..เขาเป็นเพื่อนเก่าก็จริง..แต่ก็ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยหลังจากไม่เจอกันมาระยะหนึ่ง..”แม่หมอพูด.. “..เหมือนเธอจะคุ้นเคยกับเขานะเกว..”

เกวลินสีหน้าเศร้า..

“..เธอต้องการอะไรกันแน่หงส์..”

“..ก่อนอื่น..ฉันขอถามเธอหน่อย..คิดว่าไพสิฐจะเป็นคนที่คิดสั้นอะไรแบบนั้นไหม..”

“..ไม่..ฉันก็ไม่เชื่อว่าเขาจะฆ่าตัวตายเหมือนเธอ..คนสนุกสนานแบบเขาไม่ควรจะทำแบบนั้น..”

“..ถ้าอย่างนั้น..เธอก็คงอยากจะหาข้อเท็จจริงเหมือนกับฉัน..ว่าตกลง..ไพสิฐตายเพราะอะไรกันแน่..”

“..หงส์..”คุณเกวดูจะกลืนข้าวไม่ลงอีก..

“..ฉันเข้าใจดีถึงเรื่องของเธอกับเขา..แต่ฉันจะไม่ยุ่งเรื่องนั้น..”แม่หมอนิ่งขรึม.. “..ฉันแค่อยากรู้ว่าใครฆ่าเขา..”

“..ฉัน..ฉันจะไปรู้ได้ยังไง..”

“..ใช่..เธอไม่รู้หรอกเกว..แต่บางที..สิ่งที่เธอรู้เกี่ยวกับเขา..อาจจะมีประโยชน์ก็ได้..”แม่หมอหันมาทางคุณพนัส.. “..คุณพนัสจะช่วยเราหาความจริงเกี่ยวกับเรื่องของไพสิฐอีกทางหนึ่ง..”

คุณพนัสเพิ่งปรากฏตัวแท้ ๆ ..เหมือนจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีอะไรเกิดขึ้นยังไง..แต่ความเป็นเจ้าหน้าที่กรมสืบสวนคดีพิเศษของเขา..ย่อมมีน้ำหนักมากพอสำหรับคุณเกวลิน..

และเขาก็พูดว่า..

“..ให้ความร่วมมือกับเราเถอะนะครับคุณเกว..”

เขาพูดหน้าตาเฉยเหมือนเตี๊ยมกับแม่หมอหงส์มาแล้ว..

คุณเกวได้แต่อึ้ง..และพยักหน้า..

แม่หมอประสานมือ..วางศอกบนโต๊ะ..ทำท่าพิจารณา..

“..เอาล่ะ..เกว..เล่าให้ฉันฟังหน่อย..เธอคบกับเขามาตั้งแต่เมื่อไหร่..และคบกันได้ยังไง..และเธอรู้อะไรที่น่าสงสัยเกี่ยวกับตัวเขาบ้าง..”

…..

มุมมองของบุคคลที่สาม

ไพศาลมาที่สำนักงานหมู่บ้าน..และหลังจากติดต่อเจ้าหน้าที่สักพัก..เขาก็ได้มานั่งอยู่หน้าจอมอนิเตอร์…

“..คืนวันที่คุณไพสิฐฆ่าตัวตาย..”เจ้าหน้าที่ของสำนักงานหมู่บ้านพูด.. “..ตำรวจก็มาขอไฟล์บันทึกคลิปของกล้องวงจรปิดไปตรวจดูแล้วครับ..แต่ก็ไม่ได้ความอะไร..”

“..มีไฟล์ที่บันทึกของกล้องประตูทางเข้าเท่านั้นใช่ไหมครับ..”ไพศาลถาม..

“..ก็บรรยากาศในหมู่บ้านนิดหน่อยครับ..”เจ้าหน้าที่ตอบ.. “..ส่วนถ้าจะหาไฟล์คลิปกล้องวงจรปิดที่บ้านคุณไพสิฐ..ก็ต้องขึ้นอยู่กับว่า..เจ้าของบ้านติดกล้องไว้ที่บ้านตัวเองไว้หรือเปล่าเท่านั้น..”

ภาพในจอมอนิเตอร์เคลื่อนไหวเร็วขึ้น…ไพศาลจ้องมองอย่างสนใจ..และเหมือนสนใจยวดยานที่เข้าออกหมู่บ้านทุกคันเป็นพิเศษ

เจ้าหน้าที่หยุดภาพ..และชี้..

“..นี่เป็นเบนซ์ของคุณไพสิฐครับ..เข้ามาในหมู่บ้านช่วงหกโมงเย็นกว่า ๆ ..”

“..นั่งรถเข้ามาคนเดียวด้วยใช่ไหม..”

“..รปภ.ที่ประตูบอกมาแบบนั้นครับ..มองจากมุมกล้องก็จะเห็นว่า..คุณไพสิฐขับรถเข้ามาคนเดียว..”

ภาพเคลื่อนไหวเร็วขึ้น..เจ้าหน้าที่อธิบายไปด้วย..

“..คนเข้าออกในหมู่บ้าน..ก็เป็นลูกบ้านทั่วไป..มีแท็กซี่..มีรถแปลกหน้าเข้ามาบ้าง..แต่ก็มีหลักฐานอ้างอิงได้ว่าไม่ได้เกี่ยวอะไรกับบ้านคุณไพสิฐเลย..”

ไพศาลครางอือม์..ภาพวิ่งอย่างเร็วจนกระทั่งจบไฟล์ตามช่วงเวลาที่ขอตรวจสอบ..นั่นคือเวลาที่คาดว่าไพสิฐเสียชีวิตไปแล้ว…

ไพศาลอดส่ายหน้าอย่างผิดหวังไม่ได้..

“..นี่ก็แปลว่า..คืนที่ไพสิฐเสียชีวิต..ก็ไม่มีใครอยู่ด้วยสินะ..เพราะภรรยากับลูกไปที่เชียงรายกันหมด..”

“..ทางตำรวจก็ตรวจสอบหลายแง่หลายมุมแล้วนะครับผมว่า..ไม่งั้นคงไม่มีข้อสรุปว่าฆ่าตัวตายหรอกครับ..”

“..ให้ตายสิ..”ไพศาลสบถ.. “..ไม่มีหลักฐานเลย..”

“..ถ้าจะขอก๊อบไฟล์..ผมจะจัดการให้นะครับ..”เจ้าหน้าที่หมู่บ้านเอื้อเฟื้อ..

“..ไม่เป็นไรหรอกครับ..ผมไม่สงสัยอะไรแล้วล่ะครับ..”

ไพศาลออกจากสำนักงานหมู่บ้าน..และดูหงุดหงิด..

ก่อนหน้านี้..เขาก็เคยไปร่วมตรวจดูไฟล์จากกล้องวงจรปิดประจำหมู่บ้านกับเจ้าหน้าที่..ก็ไม่มีอะไรที่ต่างไปจากตอนนี้..เพียงแต่..หลังจากที่ไปหาแม่หมอ..เขาก็นึกเอะใจอะไรบางอย่าง..จึงขอมาตรวจไฟล์กล้องวงจรปิดอีกครั้ง..

ก็ยังไม่ได้ความอะไรเหมือนเดิม..

แต่มันต้องมีอะไรสิน่า..ต้องมี..เพียงแต่มันบอกไม่ได้ว่าอะไรเท่านั้น…

…..

ไพศาลมาที่บ้านน้องชายที่เสียชีวิตไปแล้วอีกครั้ง..

บ้านยังคงดูหงอยเหงาเหมือนเดิม..

เพทายน้องสะใภ้ออกมาต้อนรับ..สีหน้ายังคงไม่ดีขึ้น..

ใครจะทำใจได้..สามีเสียชีวิตแบบนี้..

ไพศาลนั่งที่ห้องนั่งเล่น..มองดูหลานที่กำลังเล่นกันตามประสาพี่น้อง..

เพทายถอนหายใจ..

“..เหมือนพี่ไพศาลยังไม่ยอมเชื่อนะคะ..ว่าสิฐฆ่าตัวตาย..”

“..ทายก็รู้นี่ว่ามันไม่น่าจะเป็นไปได้..”

“..ค่ะ..แต่มันก็พอจะเป็นไปได้นะคะ..”เพทายถอนหายใจ.. “..หากเขายักยอกเงินบริษัทและกลัวความผิด..”

ไพศาลขมวดคิ้ว..

“..นี่รู้ได้ยังไง..”

“…อย่าคิดว่าทายไม่รู้เรื่องอะไรสิคะ..”เพทายพูดเสียงหดหู่.. “..สิฐก็อย่างนี้แหละค่ะ..ทำอะไรก็ไม่ค่อยบอกใคร..ไม่เคยบอกอะไรเลย..แม้แต่..”เธอเอามือปิดหน้า.. “..เรื่องที่เขาคบหากับใครคนหนึ่ง..และที่ยักยอกเงินบริษัทไป..ก็คงเอาไปประเคนให้ผู้หญิงคนนั้นแน่นอนค่ะ..”

ไพศาลครางเฮ้อ..

“..ไม่เอาน่าทาย..ไหน ๆ สิฐมันก็ตายไปแล้ว..”

“..พี่ไพศาลคะ..ทายเครียด..”เพทายเอามือปิดหน้า.. “..ทุกวันนี้วิตกตลอดเวลา..ว่าจะเอาตัวรอดกับลูก ๆ ได้ยังไง..ใครจะดูแลเรา..ไม่มีสิฐคนหนึ่งแล้ว..มันแย่มาก ๆ เลยนะคะ..”

“..ใจเย็น..อย่าฟุ้งซ่าน..พวกเราจะคอยช่วยเหลือนะ..ไม่ต้องวิตก..”

เพทายไม่กล้าจะร้องไห้..เพราะเสียงร้องไห้ของเธออาจจะทำให้ลูก ๆ ขวัญเสีย..

ไพศาลได้แต่เห็นใจน้องสะใภ้..

“..ให้ลินมานอนเป็นเพื่อนนะ..ทุกคืนเลย..อย่าอยู่คนเดียว..”ไพศาลได้แต่เป็นห่วง..

“..ค่ะ..ลินมานอนเป็นเพื่อนทายแทบทุกคืน.”

“..อย่าฟุ้งซ่านนะ..ใจเย็น..”ไพศาลปลอบ..

“..ค่ะ..”

เสียงประตูเปิด..ไพศาลลุกขึ้น..

“..ลินคงมาแล้วใช่ไหม..เอาล่ะ..พี่จะกลับล่ะนะ..มีอะไรจะให้พี่ช่วยก็บอกได้..”

เขาทักทายอำลาหลานทั้งสองที่กำลังง่วนกับการบ้านและเล่นเกม..เพทายยกมือไหว้..และเดินตามมาส่งพี่สามี..

นอกประตูรั้ว..รถเขาจอดอยู่..เด็กสาวคนหนึ่งสวนทางกับเขา..สีหน้าเหมือนอิ่มใจพิกล..

เด็กสาวยกมือไหว้..

“..สวัสดีค่ะคุณลุง..”

“..ลินเหรอ..ฝากดูแลอาเค้าหน่อยนะ..”ไพศาลรับไหว้..ก่อนจะอดถามไม่ได้..

“.แฟนมาส่งล่ะสิ..”

“..ค่ะ..”ลินยิ้ม.. “..รู้ได้ยังไงคะคุณลุง..”

“..เห็นหลังไว ๆ เมื่อสักครู่..แล้วก็..ใครที่ทำให้ลินยิ้มได้ขนาดนี้.ไม่ใช่แฟนแล้วจะเป็นใครเสียอีกล่ะ..”ไพศาลยิ้ม.. “..คุ้น ๆ นะ..นึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหน..”

ลินยิ้มอีก..ไม่ตอบอะไร..สีหน้าแช่มชื่น..ก็คงจะเป็นเรื่องธรรมดาของเด็กสาวที่มีความรักโดยทั่วไป..

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น..ไพศาลโบกมือลาน้องสะใภ้และหลานอีกครั้ง..ก่อนจะรับสาย..

“..พี่ไพศาล..”เสียงผู้หญิงดังขึ้น.. “..เป็นอย่างไรบ้างคะ..”

“..ไม่ได้ความเหมือนเดิมแหละหงส์..”

“..ควรจะได้ความแล้วนะคะ..”แม่หมอหงส์พูด..

“..หงส์ให้พี่ไปตรวจคลิปวิดีโอกล้องวงจรปิดของหมู่บ้าน..ก็ไม่เห็นอะไรผิดสังเกต..ทุกอย่างไม่ได้ต่างจากที่ตำรวจขอไปดูเลย..”

“..แล้วพี่เห็นรถโฟลค์เต่ารุ่นใหม่สีส้มตามที่หงส์ฝากให้เช็คดูหรือเปล่าคะ..”

“..หือ..”ไพศาลขมวดคิ้ว..นึกทบทวนความจำ.. “..โฟลค์เต่ารุ่นใหม่สีส้ม..”..ไพสิฐนิ่งคิด.. “ไม่มีนะ..”

“..ต้องรุ่นใหม่ด้วยนะคะ..”

“..รถเตะตาแบบนั้น..ยังไงพี่ก็ต้องจำได้..ไม่มีแน่นอน..ทำไมหรือ..”ไพศาลยังไม่แน่ใจ.. “..ว่าแต่..ถามสักหน่อยนะหงส์..รถโฟลค์เต่ารุ่นใหม่สีส้มมันไม่น่าจะมีนะ..ตอนที่หงส์ให้พี่เช็ค..พี่ยังงงอยู่เลยว่ามันมีด้วยหรือ...”

เสียงแม่หมอหงส์หัวเราะหึ ๆ …

“..เดิมมันไม่ได้สีส้มหรอกค่ะ..แต่มันถูกเปลี่ยนสี..มันเลยดูเตะตาเป็นพิเศษ…”

“..ตลกน่า..ตกลงถามถึงรถทำไมหรือ..”

“..เจ้าของรถอ้างว่าไปหาไพสิฐในช่วงเย็น..คืนวันที่ไพสิฐฆ่าตัวตาย..”

ไพศาลรู้สึกขนลุก..

“..ให้ตายสิ..พี่จำได้ว่าไม่มีรถโฟลค์สีนั้นเลย..”

“..ถ้าพี่พูดตามที่รู้มาจริง..หงส์ต้องไปถามเกวแล้วล่ะค่ะ..”

เสียงแม่หมอเย็นเยียบ..

“..ว่าทำไมถึงโกหกหงส์ว่าไปหาไพสิฐที่หมู่บ้านในเย็นวันนั้น..”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 74 ครั้ง

0 ความคิดเห็น