แม่หมอ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 24,523 Views

  • 158 Comments

  • 409 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    287

    Overall
    24,523

ตอนที่ 42 : ความตายที่ไม่มีใครรู้จัก(3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 635
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    3 มี.ค. 62


​แคทเป็นคนเล่าเรื่องเหมือนกันนะคะ

เรื่องจากมุมมองของจีจี้

เวลานี้..ฉันยังอยู่ที่ออฟฟิศของขิม..แคทกับอ่อนก็อยู่กับฉันด้วย...

พี่ตูนครั้นพอตัวเองกับทีมงานที่ขิมจ้างมาบันทึกภาพ..พ้นข้อสงสัย..ก็พากันกลับ..แต่ก็ต้องกลับมาเพื่อถ่ายงานให้ครบเซ็ทตามสัญญาจ้างในวันหลัง..

สารวัตรอุดมกับทีมงานกำลังง่วนกับเบาะแสใหม่ที่ได้..คือ..แมสเซ็นเจอร์ของบริษัทขิมที่ชื่ออนุชา..

ทีมงานสืบสวนพบโทรศัพท์ของผู้ตายซึ่งยังไม่ทราบชื่อ..แต่เรารู้ว่า..รูปถ่ายผู้ตายจะเป็นวอลเปเปอร์หน้าโทรศัพท์อยู่..และมันอยู่ในลิ้นชักโต๊ะทำงานของอนุชา..ซึ่งออกไปทำธุระข้างนอกตามคำสั่งของขิม..

แถมเจ้าตัวยังลืมมือถือตัวเองไว้อีกด้วย..ทำให้ติดต่อไม่ได้เลย..

เบาะแสมีเพียงเท่านี้..ทำให้สารวัตรอุดมต้องเน้นหนักการสืบเสาะมาทางอนุชาเป็นพิเศษ...

ฉันกับแคทและอ่อนก็นั่งอยู่กับสารวัตร..มันน่าอึดอัดเหมือนกัน..แต่อาหงส์แชทมาบอกว่า..ให้ทนหน่อย..เดี๋ยวก็รู้เรื่องแล้ว..ยังไม่เข้าใจว่าจะรู้เรื่องอะไรตรงไหน..

น้องดาวก็แชทคุยกับฉันเป็นระยะ..แต่น้องดาวจะหนักไปทางคุยเล่นซะมากกว่า..

จริง ๆ เราก็ชอบแหย่ชอบคุยเล่นกันอยู่แล้วล่ะค่ะ..เพราะน้องดาวแม้ว่าเด็กกว่า..แต่ก็เด็กกว่าไม่มากจนข้ามวัย..

วัยใกล้กันทำให้คุยได้สนิทกว่าคนที่อยู่คนละวัยอย่างอาหงส์อยู่แล้วล่ะค่ะ..

น้องดาวแชทมาตอนหนึ่งว่า..

“..พี่จีจี้คะ..ดาวสอนพี่ถึงตำแหน่งเรือนนิยามพิเศษสามตำแหน่งหรือยัง..”

ฉันชะงัก..

“..อะไรหรือคะน้องดาว..”

“..ตำแหน่งปิตา..พันธุ..ลาภะ..เป็นเรือนนิยามพิเศษนะคะ..เพราะตำแหน่งนั้น..มีได้สองเรือนนิยามด้วยกัน..”

“..รู้สึกว่ายังไม่ได้สอนนะคะ..”ฉันตอบตามตรง..

“..ปิตา..มีนิยามอีกนิยามคือปาก..พันธุ..มีอีกนิยามคือ..ใจ..ลาภะ..มีอีกนิยามคือที่นั่ง..ปาก..ใจ..ที่นั่ง..ค่ะ..”

“..อะ..”ฉันยอมรับว่าฉันงง..

“..ปากคือ..ปาก..คำพูดนี่แหละค่ะ..ส่วนใจ..ก็คือจิตใจ..หัวใจ..ส่วนที่นั่งคือสถานภาพ..”

น้องดาวคุยอะไรออกมาก็ไม่รู้..มาสอนวิชาอะไรกันตอนนี้ด้วยนะ..

แล้วฉันก็ฉุกใจคิด..น้องดาวไม่น่าจะสอนอะไรในตอนนี้..นอกเสียจากว่า..มันจะสะกิดให้ฉันไหวตัวเกี่ยวกับดวงที่ฉันตั้งขึ้น..ด้วยวิชาจุดเวลาอาตมะ...

ฉันรีบเปิดดวงที่ตั้งไว้ขึ้น..


ปาก..ดาวเสาร์ฐาน๑๙.ดาวเดียวกับที่นั่ง..แต่ใจเป็นดาว ๕ ฐาน ๑๓

อือม์..ฉันรู้สึกว่า..มันมีอะไรผิดปรกติ..

ปรกติจนฉันต้องบอกกับสารวัตรว่า..

“..สารวัตรคะ..ถ้าหากเรารู้ว่าช่วงที่เกิดการฆาตกรรม..ซึ่งออฟฟิศขิมส่วนหนึ่งประชุมอยู่..”

สารวัตรเหมือนจะใส่ใจในข้อสงสัยของฉันเหมือนกัน..

“..มีอะไรหรือครับ..”

“..คือ..อยากจะรู้ว่า..ใครเข้าประชุมบ้าง..และอยากจะคุยกับคนเข้าประชุมสักหน่อยค่ะ..”

“..คุณก็คุยกับคุณขิมก็ได้นี่ครับ..”

“..แต่..จีจี้อยากจะให้สารวัตรเป็นคนจุดประเด็นมากกว่าค่ะ..”

สารวัตรเริ่มตาเป็นประกาย..

“..คุณผิดสังเกตในเรื่องไหนอีกครับ..คุณจีจี้..”

ฉันไม่รู้จะตอบว่ายังไงดี..

พอดีมีแชทของอาหงส์ดังขึ้นจนฉันต้องหยิบมือถือขึ้นมาอ่าน...

“..การคุยกับคนในออฟฟิศเพื่อนเธอ..บางทีอาจจะได้คำตอบอย่างไม่ยากเย็นนักนะ..จีจี้..”

อาหงส์แชทเหมือนจะรู้ใจฉัน..ว่าฉันกำลังจะทำอะไรอยู่..

ดูท่าต้องทำตามคำแนะนำจริง ๆ เสียแล้ว..

.....

ในระหว่างที่สารวัตรกำลังตามหาขิมซึ่งออกไปทำงานด้านอื่น..แคทก็อดถามไม่ได้..

“..เหมือนเธอจะคิดอะไรออกนะจีจี้..”แคทตอนนี้ไม่เล่นเหมือนเดิมแล้ว..

ฉันเองยอมรับว่าคิดไม่ออก..แต่มันมีอะไรชวนให้สังหรณ์..

โดยเฉพาะการคุยแชทกับน้องดาวเมื่อสักครู่..กับการแชทที่เหมือนสั่งกลาย ๆ ของอาหงส์..

แม่หมอสองคนนี้..อาจจะกำลังสงสัยในบางสิ่งที่เห็นตรงกัน..แต่มีวิธีจัดการกับความสงสัยที่ต่างกันออกไป..

อ่อนยิ่งดูงุนงงหนักเข้าไปใหญ่..

“..นังจีจี้..แกจะทำอะไร..”

“..ฉันแค่ทำตามที่แม่หมอทั้งสองต้องการให้ทำ..”

แคทยิ่งดูงุนงงหนัก..

“..น้องดาวกับอาหงส์ให้แกทำอะไรหรือนี่..”

“..แค่คุยกับคนในออฟฟิศ..แต่ฉันรู้สึกว่า..ควรจะคุยเฉพาะกับคนที่อยู่ในห้องประชุมในช่วงเวลาที่ผู้ตายเสียชีวิตมากกว่า.”

แคทถามอีก..

“..ทำไมถึงจะคุยแค่นั้นเองล่ะ..”

“..มันสังหรณ์อะไรสักอย่างว่า..เราจะรู้เรื่องในการคุยครั้งนี้แหละ..”

“..แค่นั้นเองน่ะหรือ..จีจี้..”แคทดูจะไม่เชื่อลางสังหรณ์ของฉันเลย..

อ่อนเองก็เขม้นมองฉัน..

“..แกอย่าทำอะไรให้สารวัตรเค้าดูถูกเลยจีจี้..ปล่อยคดีให้เป็นเรื่องของสารวัตรไปเถอะ..แกไม่ควรจะเกี่ยวนะ..ขอตัวกลับได้แล้วล่ะ..”

ฉันยอมรับว่าฉันไม่พอใจที่อ่อนพูดแบบนี้..

“..แกจะกลับก็กลับก่อนเถอะอ่อน..ไม่ต้องห่วงฉันหรอก..แคท..เธอจะกลับก่อนก็ได้นะ..”

แคทดูหงุดหงิดกับอ่อนเหมือนกัน..

“..อ่อน..แกนิ่งไปเลยนะ..จีจี้ไม่พอใจแล้วเห็นไหม..”

อ่อนกลับทำตัวให้ชวนหงุดหงิดมากขึ้นเข้าไปอีก..

“..แคท..แกจะทำอะไร..แกอย่าบ้าเหมือนจีจี้มันได้ไหม..มันต้องรู้ตัวสิ..มันเป็นนางแบบ..เป็นไอดอล..เป็นเหมือนแกนั่นแหละ..ไม่ใช่นักสืบ..ไม่ใช่ตำรวจ..และไม่ใช่แม่หมอด้วย..”

ระยะหลังอ่อนเริ่มไม่ชอบใจที่ฉันทำตัวเหมือนแม่หมออีกคน..ทั้งที่ฉันไม่ได้คาดหวังว่าตัวเองจะเป็นแบบน้องดาวหรืออาหงส์เลยสักนิด..

แต่อ่อนก็ไม่อยากให้ฉันต้องทำอะไรแบบนี้..เพราะอะไรหรือ..เฮอะ..เค้ากลัวว่าฉันจะไปยุ่งกับเรื่องเหล่านี้..จนละเลยงานถ่ายแบบร่วมกับแคทน่ะสิ..

แคทจีจี้..ในวงการไอดอลตอนนี้กำลังดังทีเดียว..ชื่อเสียงของฉันกับแคทคงไม่ได้ธรรมดานักหรอก..

อ่อนกำลังวางแผนให้ฉันกับแคทเข้าสู่วงการบันเทิง..เล่นละคร..เซ็นสัญญากับช่องทีวีช่องใดช่องหนึ่ง..ซึ่งเป็นธรรมดาของเส้นทางงานของไอดอล..

แต่หากทั้งหมดที่อ่อนวางแผนไว้ต้องพังไปเพราะฉันจะทิ้งไปสนใจงานสืบสวน..ซึ่งคนละเรื่องราวกับงานที่อ่อนวางไว้..มันจะเป็นอย่างไร..

แคทหรือจีจี้คนเดียว..ไม่เป็นที่สนใจเท่ากับแคทกับจีจี้อยู่ด้วยกันหรอกนะ..

ฉันเข้าใจดีเกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านี้..

แต่บอกตามตรง..จะให้ฉันใส่เสื้อผ้าสวย ๆ ..โพสท่าถ่ายรูป..มันน่าเซ็งมาก ๆ เลยนะคุณว่าไหม..

แรก ๆ ก็คงสนุกดี..แต่หากต้องเจอสิ่งเหล่านี้ทุกวัน..บอกตามตรงว่ามันน่าเบื่อ..

ฉันรู้สึกว่า..ฉันชอบนะ..ตอนที่ช่วยน้องดาวไขคดี..ร่วมทีมกันเป็นทีมแม่หมอรุ่นเล็ก..มันตื่นเต้น..สนุกกว่าการต้องมาเป็นนางแบบเป็นไหน ๆ ..

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะต้องเป็นแม่หมอสักหน่อย..

ฉันไม่ได้อยากเป็นแม่หมอ..แต่ก็เบื่อการเป็นไอดอลแบบนี้ด้วย..

เอาใจยากจริง ๆ นะ..จีจี้เอ๊ย..

แต่ฉันก็ไม่ใช่คนที่จะอาละวาดกราดเกรี้ยวอะไรหรอก..

มันแค่ความรู้สึกลึก ๆ ของฉันเท่านั้น..

อ่อน..ฉันเข้าใจแก..แต่แกก็ต้องเข้าใจฉันบ้าง..

ให้ฉันได้สนุกหน่อยไม่ได้หรือไง..

.......

แม้อ่อนจะหน้าหงิกไปบ้างเพราะฉันมีท่าทีไม่พอใจ..แต่มันก็ยังเป็นเพื่อนฉันล่ะนะ..

ฉันเองก็ต้องพูดขึ้นว่า..

“..อ่อน..ฉันไม่ได้ต้องการเป็นแม่หมอนะ..เพียงแต่..เรามีจังหวะก็ทำตามที่สถานการณ์มันพาไปแค่นั้น..”

ฉันต้องพูดย้ำ..

“..ฉันไม่ทิ้งแกกับแคทหรอกน่า..”

อ่อนครางเฮ้อ..

“..จีจี้.แกคงรู้นะ..ฉันมาเป็นผู้จัดการให้แกกับแคท..ทั้งที่มีโอกาสจะทำงานอื่นได้ตั้งมากมาย..นี่เป็นเพราะฉันรักพวกแกนะเว้ย..แกก็ทำอะไรให้ฉันรู้สึกสบายใจบ้างสักหน่อยก็ยังดี..นี่เราทำงานกันประสาอะไรก็ไม่รู้..เจอคดีตั้งสามคดีเข้าไปแล้ว..ฉันไม่มีเงินจากทางอื่นนะแก..มีแต่เงินจากการเป็นผู้จัดการพวกแกนี่แหละ..”

ท่าทีอ่อนดูจะอ่อนลงสมชื่อ..แคทกอดฉันไว้..ยิ้มแย้มพูดว่า..

“..พูดกันดี ๆ อย่างนี้พอไหวหน่อย..ใจหายแทบแย่..”

ฉันว่าควรให้สองคนนี้สบายใจสักหน่อย

“..เอางี้เพื่อความสบายใจของพวกเธอ..ฉันรับปาก..หลังจากช่วยสารวัตรสอบปากคำตามคำแนะนำของอาหงส์แล้ว..ไม่ว่าจะเป็นยังไงต่อ..เราจะกลับล่ะ..”

คำตอบฉันทำให้แคทกับอ่อนยิ้มได้..

แคทหัวเราะ

“..แบบนี้ค่อยโอเค..เธอช่วยเท่าที่ช่วยได้แล้วนะ..จีจี้”

ฉันได้แต่ยิ้ม..บรรยากาศดีขึ้นมาก..

“..อิแคท..ถ้าจะต้องทะเลาะกับจีจี้กันขึ้นมาจริง ๆ ..แกจะเข้าข้างใครวะ..”อ่อนถาม

“..อ้าว..ถามได้..จีจี้เป็นเพื่อนแกโดยตรงนะ..แต่แกไม่ได้เป็นเพื่อนฉันมาก่อน..ส่วนฉันกับจีจี้เนี่ย..แกก็รู้ว่าเราเป็นยังไงกัน..แล้วฉันจะเข้าข้างแกทำไมวะ..”

ฉันหัวเราะ..เราอาจจะมีการทะเลาะถกเถียงกันบ้าง..แต่เราก็เป็นเพื่อนกัน..เป็นธรรมดาอยู่แล้ว..จะให้ทะเลาะกันแค่ไหน..เราก็คงไม่ฆ่ากันตายหรอก..เหมือนกับ....

ฉันฉุกคิด..

เหมือนเมื่อสักครู่จะเป็นภาพจำลองของเหตุการณ์ที่ฉันเหมือนคิดไว้คร่าว ๆ .เกี่ยวกับคดี..

แต่ใช่..มันอาจจะต่างกันบ้างบางส่วน..

ฉัน..อ่อน..จีจี้..หากฉันทะเลาะกับอ่อน..กับผู้ตาย..คนร้าย..กับใครอีกคนหนึ่ง..ถ้ามีใครคนนั้นอยู่ด้วยนะ..แล้วผู้ตาย..คนร้ายมีปัญหากัน..ถึงกับต้องฆ่าต้องแกงกันล่ะ..

เฮ้ย..นี่ไง..สิ่งที่ฉันสงสัย..

ใช่..เหตุการณ์ที่อ่อนกับฉันทะเลาะกันแบบเบา ๆ เมื่อสักครู่..มันฉายให้ฉันรู้สึกว่า..

เรื่องนี้..ไม่ได้มีแต่คนร้ายกับผู้ตายเท่านั้น..

แต่ยังมีใครอีกคนอยู่ด้วยในคดี..

ว่าแต่..คน ๆ นั้นควรจะเป็นใครกันนะ..

แต่คน ๆ นั้นนี่แหละ..ที่ทำให้คดีมันยุ่งยากเกินกว่าที่เราจะคิด..

......

สารวัตรอุดมเดินเข้ามาหาเราอีกครั้ง..

สีหน้าสารวัตรมีแววยุ่งยากใจอยู่บ้าง..

“..มีอะไรหรือคะสารวัตร..”ฉันถาม..

“..เราไม่พบรอยนิ้วมือของอนุชาบนโทรศัพท์ของผู้ตายเลย..”

ฉันนิ่งคิดถึงความเป็นไปได้..

ก่อนจะแชทส่งข้อความไปปรึกษาอาหงส์..

ไม่ช้า..แม่หมอรุ่นใหญ่อย่างอาหงส์ก็แชทกลับมา..ถามว่าเร็วแค่ไหน..เร็วเหมือนกับอาหงส์แกอยู่ที่นี่เลยล่ะค่ะ..

“..เรื่องรอยนิ้วมือไม่น่าแปลก..เพราะปรกติแมสเซนเจอร์จะขับมอร์เตอร์ไซด์..และคนขับมอร์เตอร์ไซด์อาชีพจะสวมถุงมือขับรถอยู่แล้ว..”

นั่นสินะ..

ฉันเล่าให้สารวัตรฟัง..ซึ่งเขาก็นิ่งคิด..

อาหงส์แชทกลับมาอีก..

“..เพียงแต่..ตรงนี้มันไม่ใช่สาระหลัก..แต่มันเป็นเหตุทำให้สามารถโบ้ยไปว่า..แมสเซนเจอร์มีส่วนเกี่ยวข้องเฉย ๆ ..”

มีแชทของน้องดาวส่งมาอีกครั้ง..

“..พี่จีจี้..คงพอเห็นอะไรจากดวงนะคะ..ที่ดาวชี้ให้เห็น..”

ฉันเองยังไม่เข้าใจว่าน้องดาวพยายามชี้ให้เห็นถึงอะไร..

ก็แชทตอบไปตรง ๆ ว่าไม่ทราบ..น้องดาวได้แต่ตอบกลับมาว่า..ว้า...

สารวัตรอุดมพูดว่า..

“..ผมเตรียมสถานที่ไว้เป็นห้องสอบสวนเรียบร้อยแล้วนะครับ..และจัดการให้คนเข้าร่วมประชุมช่วงที่เกิดคดีฆาตกรรม..เข้ามาให้เราสอบทีละคน.”

ฉันพยักหน้า..

สารวัตรดูจะเชื่อถือแม่หมอมาก..ซึ่งก็พลอยจะเชื่อถือฉันไปด้วย..

เพียงแต่..ฉันจะทำให้สารวัตรผิดหวังแค่ไหนก็บอกไม่ได้เหมือนกัน..

.....

ไม่ช้า..ฉันกับสารวัตรก็ไปยังห้องสอบสวน..ซึ่งดัดแปลงจากห้องประชุมเล็กของบริษัทห้องหนึ่ง

อ่อนกับแคทไม่ได้เข้ามาด้วย..เพราะถือว่าไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร..

ฉันแม้จะอยู่คนกับสารวัตร..แต่เอาเข้าจริง..คนที่อยู่ด้วย..ก็เหมือนกับมีน้องดาวกับอาหงส์อยู่อีกสองคน..

เพราะทั้งสองอยู่ในแชทของฉัน...

คนแรกมาแล้ว..เป็นเลขาของขิมนั่นเอง..

“..เราเข้าประชุมกันตั้งแต่บ่ายค่ะ..”เลขาพูด..

“..มีอะไรผิดสังเกตบ้างไหม..”สารวัตรถามนำ..

“..ไม่มีนะคะ..”..เลขาพูดอีก..

“..มีใครออกไปจากห้องประชุมบ้างไหมคะ..”ฉันตั้งคำถามต่อเนื่อง..

“..ก็มีคุณพจน์แฟนคุณขิมออกไปครั้งหนึ่งตอนบ่ายสองครึ่งแต่ก็กลับเข้ามาก่อน ...คุณขิมให้ไปเอาเอกสารค่ะ..”

“..แปลก..”สารวัตรตั้งคำถาม. “..คุณเป็นเลขาทำไมไม่ใช้คุณล่ะ..”

“..คุณพจน์แกรู้เรื่องการตลาดค่ะ..แต่ดิฉันไม่รู้เรื่อง..เลยไม่รู้จะหาเอกสารยังไงจากไหน..”

“..มีใครออกไปนอกห้องประชุมอีกไหม..”

“..ก็มีแบบเข้าห้องน้ำประปรายค่ะ..คนละสองสามนาทีไม่เกินนั้น..เราเครียดกับการประชุมกันมาก..คุณขิมจริงจังกับการทำตลาดคอลเลคชั่นใหม่ของชุดออกกำลังกายของเรา..และมุ่งมั่นจะแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดมาให้ได้มากที่สุด..”

“..ว่าแต่..ช่วงบ่ายสองที่เป็นช่วงเกิดเหตุนี่..”

“..ไม่น่าจะมีอะไรค่ะ..ช่วงนั้นทุกคนกำลังเครียดกับการประชุม..ไม่มีใครเข้าออกจากห้องได้แน่..การประชุมสำคัญมาก..ระดับที่ยึดมือถือทุกคนเก็บไว้เลยนะคะ..ไม่ให้ผ่อนคลายกันเลย..”

“..ขนาดนั้นเลยหรือ..”ฉันรู้สึกว่าขิมจะจริงจังมากไปสักนิด..

ก็น่าจะเป็นไปได้..ธุรกิจมีการแข่งขันสูง..ก็ต้องเป็นแบบนี้..

“..ประชุมเสร็จกี่โมง..”สารวัตรถาม..

“..ราวบ่ายเกือบ ๆ บ่ายสามนะคะ..ไม่แน่ใจ..แต่ก็รู้สึกว่าเป็นการประชุมที่ยาวนานจริง ๆ ..ปรกติเราไม่ค่อยได้ประชุมกันนานขนาดนี้หรอกค่ะ..”

ไม่มีอะไรจะถามแล้ว...เพราะไม่รู้จะถามอะไร..

ฉันแชทส่งข้อมูลให้อาหงส์ก่อน..เพราะเรื่องนี้ควรจะเกี่ยวกับอาหงส์มากกว่าน้องดาว..

แต่ก็ไม่ลืมจะก๊อบปี้และเพสท์ไปที่แชทของน้องดาวด้วย..

อาหงส์แชทกลับแล้ว..ฉันอดขมวดคิ้วไม่ได้..สิ่งที่อาหงส์พูดคือ..

“..ช่วยสังเกตเรื่องหนึ่งให้อาหน่อยนะ..ถามข้อมูลให้อาด้วย..”

ฉันยังคงงุนงง..แชทตอบ..

“..อะไรคะอาหงส์..”

พออาหงส์ตอบกลับ..ฉันก็ได้แต่พยักหน้า...

อ้อ..อย่างนี้เอง..

ฉันเข้าใจปะติดปะต่อทุกเรื่องราวได้แล้ว...

มันเป็นเรื่องที่บอกได้ว่าแบบยลจริง ๆ หากตรงกับที่ฉันคิด

.......

เรื่องจากมุมมองของแคท

ฉันยอมรับว่า เรื่องบางเรื่องฉันไม่ค่อยจะเห็นด้วยกับจีจี้เท่าไหร่

พ่อฉันเป็นเจ้าหน้าที่กรมสืบสวนคดีพิเศษ...อาหงส์ที่พ่อแต่งงานด้วยก็เป็นแม่หมอนักสืบ

แต่ฉันก็ไม่ได้ถนัดหรือเก่งกาจในด้านสืบสวนอะไรแบบนี้เลย

เรื่องคดีต่างๆ บอกตรงๆ ว่าฉันสนุก..แต่ความจริง..ฉันก็แค่เล่นเหมือนเด็กๆ..

แต่จริง ๆ ฉันไม่ได้ชอบเรื่องพวกนี้..พอมีงานด้านเป็นนางแบบ..เป็นไอดอล..ยิ่งคู่กับจีจี้..ยิ่งทำให้คนชอบ..ทำให้มีงานมีเงินมากขึ้น..เรื่องนักสืบอะไรนี่..ยิ่งไม่ค่อยอยากแตะ

คนมันพอใจกับงานนางแบบไอดอลแบบนี้อยู่นี่นะ..

แต่จีจี้ไม่เหมือนกัน..

ตั้งแต่คดีหาดดงพร้าว..จีจี้ดูจะชอบเรื่องพวกนี้มากขึ้น..ตาเป็นประกายทุกครั้งเมื่อได้เจออะไรแบบนี้..

ครั้งนี้จะฉายเดี่ยวเลยหรือ..บ้าน่า..เราเป็นนางแบบไอดอลนะเฮ้ย..

แต่จะกลับไปก่อนจีจี้สำหรับเรื่องราวในบริษัทพี่ขิมก็ดูกระไร..

ตอนนี้ ได้แต่นั่งรออีกทางหนึ่ง..

อ่อนก็รอจีจี้เหมือนกัน ..ฉันรู้..อ่อนก็ไม่พอใจ

ทำไงได้..

อย่าไปเป็นนักสืบอีกคนเลยนะจีจี้..ขอร้อง..

ฉันรอจนเบื่อหน่าย..สารวัตรกับจีจี้..ให้คนที่ร่วมประชุมเมื่อกลางวัน..เข้าไปให้ปากคำ..

งานจะไปถึงไหนกันนะ..

รอจนง่วงเลยล่ะ..คุยอะไรกันนักหนา..

ฉันอ้าปากหาว

ที่นั่งในออฟฟิศมันยากจะเอนกายลงนอนจริงๆ

เหมือนกับพนักงานของบริษัทจะรู้ว่าฉันง่วง

“..น้องแคทอยากงีบหรือคะ..”

ฉันได้แต่ยิ้มแหย..

“..ค่ะ..รอจีจี้คงนานหน่อย..”

หันมาทางอ่อนนางก็หาวเหมือนกัน..แต่ก็ยิ้มแหยเพราะเกรงใจ..และรู้สึกเสียมารยาท..

พนักงานคนนั้นอมยิ้ม..

“..ไปงีบรอน้องจีจี้ที่ห้องประชุมก่อนไหมคะ..”

ฉันรีบปฏิเสธ..

“..ไม่เป็นไรหรอกค่ะ..”

“..ไม่ต่องเกรงใจนะคะ..เป็นรุ่นน้องคุณขิมไม่ใช่เหรอ..คุณขิมแกคงไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ..ถ้าคนอื่น..อาจจะเกรงใจได้บ้าง..”

ฉันรู้สึกเกรงใจอย่างบอกไม่ถูก..

พนักงานยิ้มอย่างเอื้อเฟื้อ..สายตาเหมือนคะยั้นคะยอ..ทำไงได้..มีน้ำใจกันแบบนี้ควรรับสักหน่อยสินะ..

อ่อนเลยต้องรับน้ำใจนำไปให้ฉัน..

“..ได้ค่ะคุณพี่..ขอบคุณด้วยใจจริงนะคะ..”

เราสองคนลุกขึ้น..และตามพนักงานขึ้นไปยังด้านบนของออฟฟิศ..ซึ่งเป็นที่ตั้งห้องประชุม..

ขณะจะขึ้นบันได....เสียงตวาดดังขึ้นจนเราสามคนตกใจ..

“...จะไปไหนกัน..”

ฉันสะดุ้ง..

ทุกคนหันไปตามเสียง..นี่เป็นเสียงพี่ขิม..

ฉันเห็นสีหน้าพี่ขิมเหมือนตกใจ..และกังวล..แต่พอสีหน้าสงสัยของฉัน..อ่อน..และพี่พนักงาน..มันฉายออกมาพร้อมกัน..ก็เหมือนกับพี่ขิมจะตั้งสติได้..รีบคืนสู่สีหน้าปรกติ..

“..จะไปไหนกันหรือไง..”พี่ขิมถาม

ฉันรู้สึกแปลก ๆ พนักงานสีหน้าไม่ค่อยดี..ไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิดตรงไหน

“.เห็นน้องแคทง่วงค่ะ..เลยจะพาไปหาที่เงียบ ๆ เอนกายได้สักที่..จะพาไปที่ห้องประชุมค่ะ..”

พี่ขิมดูชั่งใจและลังเลแปลก ๆ แต่ก็เหมือนจะยิ้มให้..

“..กลัวไปทำลายหลักฐานตำรวจเค้าค่ะ..แคท..จะไปนอนก่อนก็ไปนะ..”

เหตุผลก็พอเป็นไปได้..แต่คิดอีกที..มันก็แปลกอยู่นะ..

มันจะแปลกอะไรก็ช่างมันเถอะ..

พี่ขิมพยักหน้าให้พนักงานพาเราขึ้นไปได้..

ฉันแอบเห็นความกังวลบางอย่างที่หน้าพี่ขิม..

อะไรของพี่เขาหว่า..

.....

ห้องประชุมกว้างพอจะให้คนเข้าไปคุยกันสิบกว่าคนได้ ..

ห้องประชุมของออฟฟิศที่ดัดแปลงมาจากบ้าน..มันจะอะไรกันนักหนา..

มีโต๊ะประชุมวงรี เก้าอี้ตัวใหญ่หัวโต๊ะเหมือนเป็นเก้าอี้ประธาน .และหลังเก้าอี้เป็นนาฬิกาเรือนใหญ่..ซึ่งไม่มีอะไรผิดแปลก..ฉันก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก..

พี่พนักงานเปิดแอร์ให้..เปิดไฟสว่าง..

“..ตามสบายนะคะน้องแคท..”

ฉันยิ้มให้..

“..รบกวนด้วยนะคะ..”

พี่พนักงานออกไป..ฉันเอาเก้าอี้สองตัวหันเข้าหากัน..เอนพิงเบาะ..อ่อนก็ทำแบบเดียวกัน..

รู้สึกแปลก ๆ แต่มันอะไรก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน

หรือจะคิดมากไปหว่า

พอเอนกายสักครู่..ความเพลียทำให้ฉันหลับไป..

.....

นานเท่าไหร่ไม่ทราบได้

ฉันสะดุ้งตื่น

เหลียวมองนาฬิกาติดผนังหลังเก้าอี้ประธาน..ก่อนจะสะดุ้งสุดตัว..

“..อ่อน.ตื่น ๆ ๆ..”ฉันร้อง “..นี่งีบกันนานขนาดนี้..จีจี้มันกลับหรือยัง..”

อ่อนงัวเงีย..

ฉันกะว่างีบสัก 15 – 20 นาที..นี่ปาไปเกือบชั่วโมง..

ฉันรีบหยิบมือถือ ...แชทหาจีจี้

“..เธอกลับหรือยังจีจี้..นี่สองทุ่มครึ่งแล้ว..”

จีจี้แชทกลับมา

“..อีกแป๊บ.รายสุดท้ายแล้ว..”

ฉันเป่าปากแต่ก็ขมวดคิ้วแชทตอบ

“..ฉันรออยู่..นึกว่าเธอเรียบร้อยนานแล้ว..ไหนว่า..ช่วยสารวัตรสอบปากคำแล้วจะกลับไงล่ะ..”

“..เอ๊ะ..เธออยู่ไหน..แคท.”

“..ฉันมางีบที่ห้องประชุมกับอีอ่อนมัน..”

แล้วฉันก็ชะงักเมื่อเห็นอะไรแปลก ๆ

เงยหน้าขึ้นอีกครั้ง..

ก่อนจะแชทต่อ

“..มันแปลกนะจีจี้..”

“..แปลกตรงไหน..”

“..ก็..”ฉันรู้สึกว่ามันไร้สาระ.. “คงไม่มีอะไรหรอกนะ..เรื่องไม่เป็นเรื่องน่ะ..”

“..เธอควรจะบอกฉันนะ..ฉันอยากรู้ว่ามันแปลกตรงไหน...”

ฉันเลยต้องบอกจีจี้ไปถึงความแปลกในครั้งนี้..

และที่ฉันเห็นจีจี้ตอบกลับ.. คือสติ๊กเกอร์แนว ๆ ตกใจ

อะไรกัน...ทำไมเรื่องไร้สาระ..ถึงทำเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนั้นด้วย....

ไม่เข้าใจจีจี้จริง ๆ

...........

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

0 ความคิดเห็น