แม่หมอ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 24,551 Views

  • 158 Comments

  • 410 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    315

    Overall
    24,551

ตอนที่ 39 : ความตายสีขาว(4)จบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 711
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    5 ก.พ. 62

image

เรื่องจากมุมมองของมัสสุ

เราออกมาจากห้องของผอ.ศุภชัยกันทั้งสี่คน...

สารวัตรเวนไตย์พูดกับแม่หมอหงส์อย่างเคร่งเครียด..

“..ผมคงต้องเรียกตัวหมอสาครไปสอบปากคำที่โรงพักในฐานะผู้ต้องสงสัย...”

“..ก่อนจะเรียกไปสอบ..ยังมีที่.ๆ.ควรไปหาข้อมูลก่อนนะคะ..”เจ๊ของผมให้ความเห็น..

“..มีอะไรหรือครับ..”สารวัตรถาม..

น้องพิมพ์ดาวพูดขึ้นแทนเจ๊ของผม..

“..และอยากให้สารวัตรไปคุยกับฝ่ายเภสัชกรรมอีกครั้ง..หรือคุยกับใครก็ได้ที่ใหญ่กว่านั้น..”

“..ผมว่าผมคุยจนครบแล้วนะ..”สารวัตรดูจะไม่อยากเชื่อถือเด็กอย่างน้องดาวเท่าไหร่..

เจ๊หงส์พยักหน้า...

“..ทีละอย่างดีกว่าค่ะน้องดาว..พี่ว่า..เริ่มจากการเช็คกล้องวงจรปิดก่อน...”

เจ๊หันมาทางผม..

“..มัสสุ..ลองเช็คดูหน่อยว่าเค้าพร้อมกันหรือยัง..”เจ๊หมายถึงเจ้าหน้าที่ซึ่งประสานงานไว้แล้ว

ผมเริ่มมองนาฬิกา..ไม่มีอะไรหรอก..กังวลว่า..เดี๋ยวจะกลับร้านไม่ทันนัดลูกค้า...

แต่เจ๊หงส์กลับพูดขึ้นว่า..

“..รับรอง.เรากลับทันแน่..เพราะเดี๋ยวก็หาตัวฆาตกรได้แล้ว..”

ผมแทบจะอุทานออกมาพร้อมกับสารวัตรเวนไตย์

“..จริงหรือเจ๊..”

“..จะว่าไป..ก็อาจจะพูดผิดไปนิดหน่อย..จริง ๆ คือ..หาตัวคนบงการต่างหาก..ตัวฆาตกรจริง ๆ ..อาจจะหาได้ในวันหลัง..”

“..ทำไมงั้นล่ะครับ..”

เจ๊พยักหน้าให้น้องดาวตอบ.

พิมพ์ดาวยิ้มพลางพูดขึ้นว่า..

“...เพราะคนที่ฆ่าเป็นมืออาชีพไงคะ..รับจ้างทำงานโดยเฉพาะ..เป็นผู้หญิง..ตัวไม่ใหญ่นัก..”

“..น้องดาวรู้ได้ยังไง..”ผมเองยังสงสัย..

“..ถ้าตัวใหญ่เกินไปจะปีนระเบียงกับแอบในตู้เสื้อผ้าไม่ได้หรอกค่ะ..”น้องดาวพูด.. “และหากไม่ใช่ผู้หญิงก็จะเนียนไปกับชั้นห้องพักผู้ป่วยวีไอพีของสุภาพสตรีไม่ได้เลย..”

การพูดของน้องดาวคงทำให้สารวัตรสะดุดใจกับเด็กพิการคนนี้ขึ้นมาบ้างแล้ว...

ได้แต่หันมาทางเจ๊หงส์..ซึ่งเจ๊ก็พยักหน้ายิ้ม ๆ ..

“..รู้ได้ยังไงนี่..”สารวัตรคราง..

“..แล้วก็แต่งชุดพยาบาลด้วย..เลยไม่เป็นที่สังเกต..เธอหลบออกมาจากที่เกิดเหตุด้วยวิธีไหน..เดี๋ยวเราก็จะเห็นจากกล้องวงจรปิดล่ะค่ะ..”

“..แต่ผมว่า..ก่อนหน้านั้น..ผมดูมาแล้วนะครับ..”สารวัตรยืนกราน..

“..สารวัตรมองแค่คนที่ผิดสังเกต..แต่คนที่ไม่ผิดสังเกตนี่แหละค่ะ..”เหมือนน้องดาวจะมั่นใจ..

สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมอยากจะทราบเสียแล้วล่ะสิ..

.....

ที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาล..

การขอดูกล้องวงจรปิด..ถ้าหากตำรวจขอร้อง..ยังไงก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธความร่วมมืออยู่แล้ว..

กล้องวงจรปิดของชั้นห้องพักวีไอพีหญิง...มีแต่จับภาพบริเวณทางเดินและเคาท์เตอร์..

ภาพที่เราเห็น..ก็เป็นช่วงก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์เล็กน้อย..ซึ่งยังไม่มีอะไรผิดสังเกต..

ไม่มีใครผ่านไปไหนทั้งนั้น..นอกจากมีคนไข้เดินออกมาจากห้องผู้ป่วยถัดจากห้องของหมอพรประภา..น่าจะไปห้องน้ำ..ซึ่งเดินเข็นเสาแขวนขวดน้ำเกลือมาด้วย...มองดูก็ปรกติ..

เวลาผ่านไปสักครู่..เหมือนจะมีเหตุการณ์เกิดขึ้น..พยาบาลและรปภ.วิ่งไปที่ห้องพักผู้ป่วยของหมอพรประภา..ดูชุลมุนไปหมด..ซึ่งก็เป็นธรรมดาที่เมื่อเกิดเรื่อง..ย่อมต้องมีคนไปตรวจเป็นธรรมดา..

แม้แต่คนไข้ที่เพิ่งออกไปห้องน้ำจากห้องพักข้าง ๆ ก็เข็นขวดน้ำเกลือมามุง ๆ ดูด้วย..แต่ก็หันหลังให้กล้อง..สักพักก็เข้าห้องตัวเองไป…

เจ๊หงส์สีหน้าเยือกเย็น..บอกกับเจ้าหน้าที่ควบคุมกล้องวงจรปิด..

“..ช่วยรีเพลย์ช่วงเวลาก่อนจะเกิดเหตุสักหน่อยนะคะ..”

เจ้าหน้าที่รีเพลย์ตามคำสั่ง..

เจ๊หงส์ยิ้มเล็กน้อย..

“..เห็นอะไรไหมคะสารวัตร..”

“..โทษนะ..ผมไม่เห็นอะไรเลย..นอกจากคนไข้คนนึงออกมาจากห้องพัก..ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องปรกติ..เพราะเค้าก็กลับมาอีกครั้ง..ผมจำได้..”

“..คิดว่าเค้าออกไปไหนคะ..”

“..น่าจะไปห้องน้ำมั้ง..เข็นขวดน้ำเกลือแบบนั้น..จะไปไหนได้..”

“..ก็นี่มันชั้นสำหรับวีไอพี..ทำไมต้องไปเข้าห้องน้ำที่อื่นด้วยล่ะคะ..เข้าที่ห้องก็ได้นี่..ไม่เห็นต้องลำบาก..ห้องธรรมดาก็มีห้องน้ำในตัวแล้วนะคะ..”

ผมชะงัก..เออ..จริงด้วยสิ..

สารวัตรนิ่งคิด..

“..คุณเห็นว่า..”

“..ถ้ามีใครสักคน...รอจังหวะที่คุณหมอพรประภาหลับเพราะยานอนหลับหรืออะไรก็ตามที่ใส่ในน้ำเกลือ..แล้วปีนข้ามระเบียงเข้ามา..แบกร่างคุณหมอมาที่ระเบียงแล้วทำให้คุณหมอร่วงลงมา..โดยที่คุณหมอตายแบบไม่รู้ตัวเลย..จากนั้น..ก็ปีนข้ามระเบียงไปอีกห้องหนึ่ง..ซึ่งมีคนป่วยพักอยู่ล่วงหน้า..แน่นอน..คน ๆ นั้นก็คือหนึ่งในทีมงานของคนร้าย..แล้วก็สวมชุดผู้ป่วย..เดินเข็นขวดน้ำเกลือของคุณหมอออกมา..เอาน้ำเกลือไปเปลี่ยนหรือทำลาย..เพื่อไม่ให้เห็นหลักฐาน..”

“..เดี๋ยว ๆ ครับ..แต่ว่า..เราเห็นผู้ป่วยคนนั้นออกมาก่อนช่วงที่คุณหมอพรประภาจะตกตึกนี่ครับ..”

“..สมมติว่าใช้เชือกคล้องร่างคุณหมอไว้ก่อน..แล้วให้ทีมงานคอยปล่อยเชือกในภายหลังล่ะคะ..พอคุณหมอร่วงลงไปก็แค่ดึงเชือกกลับก็ไม่เหลือหลักฐานแล้ว..และเราก็คงไม่ไปตรวจสอบหลักฐานอะไรจากห้อง ๆ นั้นด้วย..”

“..แล้วคนร้ายยังกล้ากลับมาอีกนะ..”ผมอดพูดไม่ได้..

“..คนร้ายน่าจะหนีไปแล้วล่ะค่ะ..ที่เห็นกลับมานั่นคือพยาบาลคนใดคนหนึ่งแน่นอน..แต่ผลัดเปลี่ยนชุดกับคนร้าย..แล้วคนร้ายก็เดินลอยนวลออกไปในชุดพยาบาลที่ไม่มีใครสังเกต..ทีนี้..พยาบาลที่เปลี่ยนชุดกับคนร้าย..ก็แค่เข้าห้องพักผู้ป่วยที่เป็นทีมงานคนร้าย..เปลี่ยนกลับเป็นชุดพยาบาลที่เตรียมไว้อีกชุดให้เป็นพยาบาลเหมือนเดิม..เนียน ๆ ออกมาแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น..”

ผมเริ่มตากระจ่างแล้ว..

เจ๊หงส์พยักหน้า...

“..ทำกันเป็นทีม..และมีพยาบาลคนในร่วมด้วย..”

“..แต่ทีนี้..คนร้ายทำยังไงที่จะแอบอยู่ในห้องผู้ป่วยชั้นวีไอพีนี่ได้..โดยไม่มีใครสังเกต..”สารวัตรถาม

“..เราไม่ได้สังเกตคนเยี่ยมไข้หรอกค่ะ..เข้าออกจนบางทีพยาบาลหรือใครต่อใครก็มึน ๆ ไป..ทีนี้ห้องที่คนร้ายใช้...มันควรจะมีตู้เสื้อผ้าขนาดประมาณเดียวกันกับของห้องคุณหมอพรประภา..สมมติคนร้ายวางแผนล่วงหน้า..แอบมาแฝงตัวอยู่เป็นวัน ๆ แล้ว..และใช้ตู้เสื้อผ้าแอบคนที่ไม่ใช่พวกเดียวกัน..ย่อมจะเป็นไปได้ใช่ไหมคะ..ซึ่งก็ไม่ได้แอบตลอดเวลาสักหน่อย..”

ผมพยายามเรียบเรียงประเด็นแล้วสรุปออกมา..

“..เจ๊หมายความว่า..ทีมงานคนร้ายวางแผนล่วงหน้า..หนึ่ง..ส่งคนเข้ามาป่วยพักในห้องวีไอพีติดกับห้องหมอพรประภาก่อน..สอง..ตัวคนร้ายแฝงตัวมากับคนเยี่ยมและแอบในห้องนั้นเป็นวัน ๆ เพื่อรอจังหวะ..สาม..พอได้เวลา..พยาบาลก็ให้น้ำเกลือที่ใส่ยานอนหลับทำให้หมอพรประภาไม่ได้สติ..สี่..เหมือนจะได้สัญญานจากพยาบาลคนใน..คนร้ายก็ปีนข้ามระเบียงมาจับหมอคล้องติดระเบียงด้วยเชือก..ให้ทีมงานคอยปล่อยเชือกเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม..ห้า..คนร้ายปลอมเป็นผู้ป่วยนำเอาน้ำเกลือในห้องหมอพรประภาไปทำลายทิ้ง..และไปรออยู่ในห้องน้ำ...หก..พอทีมงานปล่อยเชือก..ร่างหมอพรประภาตกลงมาตาย..ก็เก็บเชือก..เก็บหลักฐานอื่น..เจ็ด..คนร้ายเปลี่ยนชุดกับพยาบาลที่เป็นทีมงานอีกคน..แล้วพยาบาลก็ทำเนียนมาให้กล้องจับภาพเพราะเหตุมันชุลมุนเลยไม่มีใครสนใจอะไร...แปด..พยาบาลที่สวมชุดคนไข้ของคนร้าย..แอบเข้าไปเปลี่ยนชุดเป็นพยาบาลเหมือนเดิม..เก้า..คนร้ายสวมชุดพยาบาลหนีออกไปได้เนียน ๆ..”

เจ๊ยิ้ม..

“..สรุปได้ดีนี่มัสสุ..”

สารวัตรครางอือม์..

“..พยาบาลคนนั้นเป็นใครล่ะครับ..”

“..ไล่จากกล้องวงจรปิด..ตามสเตปที่มัสสุสรุปก็น่าจะรู้ล่ะว่าใคร..ที่จริง..มันไม่ยากนักหรอกค่ะ..”

“..ผมควรจะสืบหาจากคนไข้ในห้องวีไอพีข้างห้องหมอพรประภาคนนั้นด้วย..”

“..เชื่อว่า..น่าจะเช็คเอาท์ออกไปในวันนั้นแล้วล่ะค่ะ..เนียน ๆ สวย ๆ ..สืบก็คงได้ข้อมูลปลอมแน่นอน..”

สารวัตรครางอือม์..

“..มืออาชีพจริง ๆ นะครับนี่..”

“..วางแผนกันแบบเป็นระบบทีเดียว..”เจ๊หงส์ถอนหายใจ.. “..แต่ช่างเถอะค่ะ..นั่นแค่ทีมนักฆ่าที่ถูกจ้างให้มาทำงานเท่านั้น..เราต้องการตัวคนบงการมากกว่า..เพราะจะฆ่ากันทั้งทีควรจะมีแรงจูงใจใช่ไหมคะ..”

สารวัตรพยักหน้า..

“..เราควรจะไปหาเขาได้แล้วนะครับ..”

แม่หมอหงส์หัวเราะ..

“..ค่ะ..ไปกันเถอะ..เรื่องจะได้จบ..”

ผมเองก็อดคิดไม่ได้..

เจ๊จะไปหาใคร..เห็นบอกว่าจะไปหาหมอสาครไม่ใช่หรือ..

ผมเองก็รู้สึกว่า..มันมีบางอย่างไม่ชอบมาพากล..เกี่ยวกับหมอคนนี้เหมือนกัน..

แต่อาจจะรู้สึกไม่เหมือนกับสารวัตรเวนไตย์เท่านั้น..

หรือผมจะคิดไปเอง..ที่เห็นประกายตาบางอย่างบนใบหน้าของสารวัตร..เหมือนเขาจะเข้าใจคดีนี้มากขึ้น..

นี่กลายเป็นว่า..ท้ายที่สุด..ผมเป็นคนเดียวที่ไม่รู้เรื่องหรือยังไงนะ..

....

เจ๊หงส์กับสารวัตรพากันมาหาหมอสาครจริง ๆ ..เพียงแต่ครั้งนี้..ใช้วิธีมาหาถึงห้องทำงานแบบไม่ให้ตั้งตัว..

ผมเองก็ยังสงสัย..ว่าทำไมช่วงแรกที่คุยกับหมอสาคร..ถึงต้องเป็นร้านกาแฟที่หมอแกบอกว่าไม่อร่อย..โอเค..เพราะมันเงียบ..คนน้อย..แต่ทำไมล่ะ..ไม่ไว้ใจใครหรือไง..

เราโผล่เข้าไป..ในขณะที่หมอสาครชะงัก..เพราะคิดไม่ถึง..

หมอสาครมีสีหน้าเคร่งเครียดกับเจ๊หงส์..และเลยมองไพล่ไปถึงสารวัตรเวนไตย์ด้วย..

เจ๊หงส์พูดขึ้นว่า..

“..ขอโทษนะคะคุณหมอ..เราทราบแล้วค่ะว่าคุณกับคุณหมอพรประภามีความสัมพันธ์กันในระดับไหน..”

น้องดาวพูดเสริมขึ้นว่า..

“..ถ้าคุณหมออยากจะทำให้คุณหมอพรประภากับเด็กนอนตาหลับ..ควรจะเล่าความจริงออกมานะคะ..”

เจ๊หงส์พูดอีกว่า..

“..คุณไว้ใจพวกเราได้ค่ะ..เพราะเราเพียงแต่หาความจริงเพื่อความยุติธรรม...ไม่ตกอยู่ใต้อิทธิพลของใครหรือมีส่วนได้เสียกับอะไรทั้งนั้น..”

หมอสาครก้มหน้า..เช็ดน้ำตา..

เขาร้องไห้..แปลก..ร้องไห้ทำไม..

และเขาก็พูดว่า..

“..ถ้าคืนความยุติธรรมให้พรประภากับลูกของผมได้..ผมยินดีจะให้ความร่วมมือทุกอย่างครับ..”

“..ถ้าอย่างนั้น..รบกวนไปคุยกันที่โรงพักนะครับ..คุณหมอ..”สารวัตรเวนไตย์พูด..

หมอสาครเช็ดน้ำตา..

“..ขอเวลาสักสิบนาทีได้ไหมครับ..”

“..สะสางงานหรือครับ..”

“..ครับ..แต่ไม่ใช่งานตรวจรักษาหรอกนะครับ..งานของพรประภา..”

ผมเห็นสารวัตรกับเจ๊ขมวดคิ้ว..

หมอสาครยิ้มเล็กน้อย..

“..พรประภาทำไว้หมดแล้ว..และผมเพิ่งเห็นอีเมล์ของเธอที่ส่งมาให้ผม..”

“..หือ..”

“..อีเมล์ที่มีหลักฐานเพียงพอที่จะทำให้ใครบางคนเข้าคุกได้ครับ..และผมขอส่งต่อไปให้สารวัตรกับคุณหงส์นะครับ..”

เจ๊หงส์เหมือนเป่าปาก..

“..ทำไมคุณเพิ่งมาเห็นล่ะ..”

“..เพราะว่า..”หมอสาครยิ้มอีก.. “..เธอส่งมาแบบไม่ให้ใครหรืออะไรทราบ..มันเป็นเรื่องสำคัญมากครับ..เธอสร้างอีเมล์ใหม่..ที่มีแต่ผมรู้อยู่คนเดียวว่าเป็นอีเมล์ของเธอ..คงยังไม่อยากที่จะทำอะไรในช่วงนี้..รอจนกว่าจะถึงเวลา..ซึ่ง..ใครจะคิดล่ะครับ..มันจะทำให้เธอต้องตาย..เธอช้าเกินไปสำหรับเรื่องบางเรื่องครับ..”

เจ๊หงส์มีสายตาที่อ่อนโยน..

“..ทำไมคุณถึงรู้ว่าเป็นอีเมล์ที่เธอส่งมาล่ะ..”

หมอสาครยิ้มทั้งน้ำตา..

“..เพราะอีเมล์ที่มีชื่อเป็นชื่อลูกของเราครับ..เราตั้งชื่อแกไว้แล้ว..”

.........

ผมเองยังคงมึนงงอยู่มากทีเดียว..สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น..

หมอสาครไปกับสารวัตรเวนไตย์..เจ๊หงส์กับน้องดาวได้แต่พยักหน้า..และกำชับว่าคอยฟังข่าว..เล่นเอาผมเหมือนอารมณ์ค้างไปเลยทีเดียว..

แต่เจ๊ก็ให้เหตุผลว่า..เรื่องราวต่อจากนี้..ไม่จำเป็นต้องใช้เจ๊กับน้องดาวแล้ว..เอ๋า..อะไรกัน..ผมยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย..

ระหว่างทางนั่งรถกลับบ้าน..ผมยังคงคาใจจนต้องพูดว่า..

“..ตกลง..หมอสาครคือคนร้ายหรือครับ..ผมคิดว่าไม่น่าใช่นะ..เห็นแกพูดอะไรแปลก ๆ กับเจ๊..ปะติดปะต่อเรื่องไม่ได้จริง ๆ..” ผมสารภาพ.. “..ท่าจะมีแค่ผมใช่ไหมที่ยังไม่รู้เรื่อง..”

เจ๊หงส์ของผมได้แต่หัวเราะ..

“..แกคิดว่าหมอสาครเป็นคนบงการฆ่าเมียหรือไง..”

“..ไม่ใช่หรือครับ..งั้นใครล่ะ..”

“..ผอ.ศุภชัยนั่นแหละคนบงการ..”

ผมอ้าปากค้าง..

“..อ้าว..แต่ว่า..เด็กในท้องเป็นลูกของหมอสาครนะครับ..”

“..ก็ใช่..นี่แกคิดว่า..สาเหตุการฆาตกรรมเป็นเรื่องของความรักหรือไง..”

ผมยอมรับว่างงไปหมดแล้ว..แต่ก็ยังไม่เสียสมาธิตอนขับรถ..

image

image

น้องดาวเหมือนได้จังหวะก็พูดเชิงอธิบายดวงขึ้นว่า..

“..ดาวเห็นดวงยามเลข ๗ ตัว..จันทร์มรณะชนเสาร์และเสาร์ชนปุตตะ..ก็เข้าใจว่า..มันเกี่ยวกับลูกในท้องคุณหมอ..ลืมมองไปว่า..มีกำลังเสาร์มาชนตำแหน่งสุภะซึ่งหมายถึงผู้ใหญ่..ในที่นี้..ก็อาจจะมองว่าเป็นเจ้านายก็ได้..แปลว่า..คนฆ่า..ก็คือผู้ใหญ่หรือเจ้านายนั่นแหละค่ะ..พอมาอ่านในดวงโหราศาสตร์นี่ชัดเจนเลย..เพราะดาวจากเรือนมรณะมาชนเรือนศุภะ..ดังนั้น..คนบงการฆ่าควรจะเป็นเจ้านายอย่างแน่นอน..”

ผมเองก็ยังงง..

“..แล้วเรื่องที่หมอพรประภาท้องล่ะ..หมอสาครที่เป็นพ่อเด็กอีก..ทำไมถึงทำตัวน่าสงสัยขนาดนั้น..”

“..เค้าเหมือนต้องปิดบังสถานภาพ..เพราะหมอสาครเหมือนจะช่วยหมอพรประภาในบางเรื่องอยู่..ให้รู้ถึงความสัมพันธ์ลึกซึ้งไม่ได้..ซึ่งนั่นก็คือการจับทุจริตของผอ.ศุภชัยนั่นเอง..”

ผมยอมรับว่าคิดไม่ถึงจุดนี้..

“..ผอ.ศุภชัยทุจริตหรือครับนี่..”

“..ระบบการเอายาเข้าโรงพยาบาล..มีการกลั่นกรองหลายชั้นจริง..ทีนี้..หากจะทุจริต..ก็ควรจะมีฝ่ายบริหารบางคนร่วมด้วย..ผอ.ศุภชัยให้หมอพรประภามาช่วยงานเพราะคิดว่าน่าจะควบคุมได้ง่าย..ถ้าหากหมอพรประภาชงเรื่อง..และผอ.อนุมัติ..ก็เท่ากับทุจริตได้อย่างไม่ผิดระบบ..แต่หมอพรประภากลับไม่คิดเหมือนผอ...เธออาจจะตงฉินเกินไปก็ได้..จึงไม่เห็นด้วยกับการทุจริตนี้..ฉันถึงให้สารวัตรตรวจสอบที่ระบบของการเอายาเข้าโรงพยาบาลให้ดี..แต่ทีนี้..ฉันว่า..คงไม่ต้องล่ะ..เพราะหมอพรประภาคงมีหลักฐานและส่งมาให้หมอสาครเรียบร้อยแล้ว..ถ้าแกอยากจะอ่าน..เดี๋ยวคืนนี้..ฉันจะเปิดอีเมล์ให้ดูก็ได้..เพราะหมอสาครส่งมาให้ฉันแล้ว..”

ผมเห็นน้องดาวก็อมยิ้มด้วย..

“..ระบบคอมพิวเตอร์ของโรงพยาบาล..ควรจะถูกควบคุมไว้...เชื่อเถอะ..คอมที่ห้องทำงานของหมอพรประภา..ป่านนี้คงต้องถูกเปิดเช็คหลักฐานทุกอย่างแล้ว..หมอพรประภาจึงต้องสร้างอีเมล์ที่ไม่มีใครรู้ไม่อยู่ในเครื่องผ่านแอพลิเคชั่นของเครื่อง..และส่งหลักฐานออกมาให้หมอสาครเก็บไว้..แต่ที่ยังไม่บอกหมอสาครจริง ๆ เพราะคงเห็นว่ายังไม่ถึงเวลา..ตัวเองก็ท้องอยู่..ยังไม่อยากจะรู้รบปรบมืองัดข้อกับใครในช่วงนี้..”เจ๊หงส์อธิบาย.. “..แต่ก็ช้าไปนะ..เพราะความสัมพันธ์ลึกซึ้งของหมอพรประภากับหมอสาคร..ท่านผอ.กลับรู้จนได้..”

น้องดาวพูดพลางก็ถอนหายใจ..

“..ท่านผอ.อาจจะส่งคนตามสืบจนรู้ว่าหมอพรประภาตั้งครรภ์ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง..ก็เลยคิดแผนการฆาตกรรมโดยทำเหมือนฆ่าตัวตายขึ้นมา..โดยมีปัจจัยของการตั้งครรภ์เป็นประเด็นสำคัญ..นี่เป็นการเบี่ยงประเด็นฆาตกรรมที่ทำสำเร็จจนได้..การพยายามปิดข่าวแต่คนในรู้กันหมด..มันก็เข้าทางสังคมไทยที่ชอบขุดคุ้ยเกี่ยวกับประเด็นชู้สาวอยู่แล้วนั่นแหละ..”

“..แล้วการที่หมอพรประภาลาหยุดอ้างไปเที่ยวยุโรป..จริง ๆ คือการหาเวลาไปสืบเรื่องราวเกี่ยวกับการทุจริต..หมอพรประภาคิดว่าหลักฐานคงเยอะพอ..แต่ก็ต้องระวังตัว..เพราะคงรู้ว่าผอ.ก็ไม่ใช่เล่น ๆ ..ตัวเองยังไม่กล้าจะทำอะไรแม้จะมีหลักฐานเพราะท้องใส้อยู่นี่แหละ..”เจ๊หงส์ของผมอธิบายซ้ำ.. “..การจะโกหกเนียน ๆ ว่าไปยุโรปจริงก็ใช้ของฝากที่หาจากที่ไหนก็ได้มาฝากเพื่อนฝูงก็แค่นั้น..อย่างกาแฟเวียนนา..มันไม่ต้องซื้อที่เวียนนาก็ได้ไม่ใช่หรือไง..”

ผมครางเฮ้อ..

“..สงสารหมอสาครจริง ๆ นะครับ..”

“..ทุจริตและผลประโยชน์ฆ่าคนได้..เค้ารักกันผิดเวลาไปหน่อย..หมอสาครคงใจสลายและต้องข่มกลั้นความรู้สึกขนาดไหนก็ยากจะบอก..น่าสงสารอย่างที่แกว่านั่นแหละมัสสุ..ผอ.เองท้ายที่สุดก็ต้องหาทางเปิดข่าวเรื่องความสัมพันธ์ของหมอสาครกับหมอพรประภาจนได้..ด้วยวิธีที่เนียน ๆ ..อย่างที่บอกกับเรานั่นยังไง..เชื่อว่า..อีกไม่นาน..ข่าวคราวเรื่องนี้คงจะเผยแพร่ออกไป..ทำให้ทุกคนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับความสัมพันธ์ของคุณหมอทั้งสอง..จนกระทั่งหมอพรประภาคิดสั้นนั่นแหละ..และจะไม่มีใครสงสัยประเด็นถูกฆ่าเพราะหมอพรประภาคิดจะเปิดโปงทุจริตอย่างแน่นอน..”

“..อีกไม่นาน..หลังจากมีข่าวเรื่องความสัมพันธ์ของหมอทั้งสอง..เชื่อว่า..หมอสาครคงโดนเก็บแล้วสร้างสถานการณ์ว่าฆ่าตัวตายเหมือนหมอพรประภา..ดาวเชื่ออย่างนั้นนะคะ....”พิมพ์ดาวพูดเสียงเหนื่อยใจ..

“..ใช่..และคงไม่ใช่เรื่องยากนักหรอก..อย่างกรณีหมอพรประภาที่ถูกฆ่า..ถ้ามองดี ๆ จะรู้ว่า..การที่นักฆ่าทำงานเป็นทีมได้ก็เพราะได้รับการสนับสนุนจากผอ.ศุภชัยอยู่แล้ว..การให้ทีมงานคนร้ายอยู่ห้องติดกันกับหมอพรประภา..การวางพยาบาลเป็นทีมงาน..ถ้าไม่ใช่เพราะมีคำสั่งจากเบื้องบน..ก็คงทำอะไรไม่ได้แบบนี้หรอก..”

เจ๊พูดก่อนจะเม้มปาก..

“..ฉันเองก็ยังคิดไม่ออกว่าจะเล่นงานผอ.ได้ยังไง..เพราะคงยากที่จะหาหลักฐาน..แต่หากหมอสาครได้หลักฐานนั้นเสียเอง..ก็คงไม่ยากแล้วล่ะใช่ไหม..สารวัตรเวนไตย์ปะติดปะต่อเรื่องได้อยู่แล้วนี่..”

ผมหัวเราะ..

“..ดูท่าเราไม่ต้องเหนื่อยแบบนักสืบในหนังสักเท่าไหร่เลยนะครับ..”

“..อ้าว..เรื่องนี้ฉันเคยบอกกับน้องดาวนะ..ว่าการคิดแบบวินวิน..มันเป็นประโยชน์เสมอ..การออกแอคชั่นเป็นหน้าที่ตำรวจ..ใช้สมองชี้แนะเป็นหน้าที่เรา..ตำรวจได้หน้าเพราะปิดคดีได้..แต่เราก็ได้ชื่อเสียงจากเรื่องที่แกเขียนลงเพจนั่นแหละมัสสุ..”

ผมยังสงสัยบางอย่าง..

“..แล้วผอ.ศุภชัยไม่คิดหรือไงครับว่า..หลักฐานที่หมอพรประภามีอยู่จะส่งให้หมอสาครแล้ว..”

“..ถ้าจะคิดกันง่าย ๆ ..เดิมหมอพรประภาอาจจะยังไม่ได้ส่งอะไรให้หมอสาคร..และผอ.ศุภชัยคงรู้อยู่..เพราะเรื่องสำคัญที่สุดของหมอพรประภาตอนนี้คือ..อยากจะให้ลูกคลอดก่อนจะลุยต่อ..บางทีสองคนนี่อาจจะเถียงกันบ้าง..ซึ่งถ้าเถียงในห้องทำงานของหมอพรประภาแล้วผอ.ศุภชัยจะรู้..ก็คงไม่ใช่เรื่องยาก..จะแอบฟังยังไงล่ะ..ดักฟังก็ได้นี่..กล้องสปายก็มี..เครื่องดักฟังก็มี..หมอพรประภาพลาดตรงที่..เธอไม่ควรให้โอกาสต่อความชั่ว..เมื่อเจอความชั่ว..จะปล่อยปละละวางผลัดผ่อนกับเรื่องนี้ไม่ได้เลย..”

“..ดังนั้น..หมอพรประภาเลยไม่ได้ส่งหลักฐานให้เพราะเกรงว่า..หมอสาครจะเปิดหน้าท้ารบในช่วงที่เธอไม่ต้องการใช่ไหมครับ..”ผมพอจะเข้าใจในเรื่องนี้อยู่..

“..ก็ยังดีที่ส่งหลักฐานให้ในอีกวิธี..และเหมือนหมอสาครก็เพิ่งรู้ในวันนี้พอดีเช่นกัน..”เจ๊หงส์พูด..

“..เราจะทำยังไงกันต่อล่ะคะพี่หงส์..”น้องดาวอดถามไม่ได้..

“..ตอนนี้..สารวัตรเวนไตย์ปะติดปะต่อเรื่องได้แล้ว.เราเฉยได้แล้วล่ะค่ะ..หมดหน้าที่เราแล้ว..”

พิมพ์ดาวดูจะคิดอะไรในใจอยู่..

“..พี่หงส์..พี่ว่า..เรื่องที่เราทำ..มันจะแก้ดวงให้ดาวได้ยังไงกันคะ..”

เกือบลืมไปเลย..ผมเองก็จำได้ว่า..สิ่งที่เจ๊กับน้องดาวเล่าให้ฟังก็คือ..ถ้าช่วยคดีนี้แล้ว..มันจะเหมือนจะช่วยทำให้ดวงชะตาของน้องดาวดีขึ้น..

เพราะน้องดาวมีปัจจัยเสี่ยงในการตั้งครรภ์ครั้งนี้อยู่..

เกือบลืมไปเลยว่า..ตอนนี้น้องดาวท้องอยู่นี่…

ว่าแต่มันจะช่วยอย่างไรได้ล่ะ..ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน..

เจ๊ได้แต่ยิ้ม..

“..อีกสองอาทิตย์เราก็จะรู้ล่ะค่ะ..ว่าจะแก้ไขดวงกันยังไง..”

………

เรื่องจากมุมมองบุคคลที่สาม

เรื่องราวการตายของหมอพรประภากลายเป็นที่สนใจของสังคมอีกครั้ง…เมื่อตำรวจซึ่งนำโดยสารวัตรเวนไตย์…ออกหมายจับกุมผู้อำนวยการศุภชัย…ในข้อหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายในครั้งนี้…

หลักฐานในมือของหมอสาคร…มากพอจะพิสูจน์ได้ว่า…ผู้อำนวยการศุภชัยน่าจะพัวพันการทุจริต…และสารวัตรเวนไตย์ตรวจสอบหลักฐาน…จับกุมนางสาวจรรยา…ซึ่งเป็นพยาบาลผู้สมรู้ร่วมคิดกับคนร้าย…จากการสอบสวน…ได้ให้การซัดทอดไปถึงผู้อำนวยการศุภชัย

ส่วนคนร้ายหญิงที่เป็นมืออาชีพ…การจะตามจับคงยากเย็นเพราะเธอทั้งสองคงหายไปตามสถานภาพของนักฆ่า…ผอ.ศุภชัยเพียงแต่ให้การว่ามีการติดต่อว่าจ้างด้วยวิธีแยบยลที่ไม่อาจเก็บหลักฐานได้…ทางตำรวจทราบดี…เพราะเข้าใจกระบวนการของมืออาชีพกลุ่มนี้…

กระบวนการด้านยุติธรรมก็ต้องดำเนินต่อไป…โรงพยาบาลปลดผอ.ศุภชัยตามความคาดหมาย…ทบทวนสัญญาซื้อขายกับบริษัทยาทุจริต…ทุกอย่างเป็นไปตามกรรมซึ่งเป็นต้นกำเนิดของดวงชะตา

คดีนี้ถือเป็นผลงานชิ้นสำคัญของสารวัตรเวนไตย์…แต่มัสสุก็บันทึกรายละเอียดลงในเพจแม่หมอ…ถือว่าวินวินทั้งสองฝ่าย…ชื่อเสียงการสืบคดี…หาข้อกระจ่างด้วยวิธีสืบด้วยไหวพริบ…กับข้อมูลทางดวงชะตาประกอบกัน…ก็ยังเป็นของแม่หมอทั้งสองในฐานะที่ปรึกษาส่วนตัวของสารวัตร…

แน่นอน…บทบาทที่แบ่งกันเดิน…แบ่งกันเล่น…ในอนาคต…หากว่าเกิดคดีในท้องที่ไหน…สารวัตรสืบสวนของท้องที่นั้น…คงไม่รังเกียจหากจะร่วมงานกับ…แม่หมอ…

ในวันต่อมา…

โรงพยาบาลเดิมที่พิมพ์ดาวฝากครรภ์…วันนี้ …เธอมาพบหมอจุติตามที่นัดหมาย…แม่หมอหงส์ตามมาเป็นเพื่อนด้วย…วันนี้…มัสสุก็มาพร้อมกับจอม…คนรักของพิมพ์ดาว…

สีหน้าพิมพ์ดาวไม่สู้ดี…ทั้งที่ระหว่างทางที่เข้าโรงพยาบาล…ทั้งเจ้าหน้าที่…พยาบาล…หมอ…และคนไข้ที่รู้เรื่องคดีหมอพรประภาต่างก็มองดูแม่หมอทั้งสองอย่างชื่นชม…

จอมรับหน้าที่เข็นรถเข็นคนพิการให้พิมพ์ดาว…แหงล่ะ…ยังไงต้องดูแลคนรักอย่างทะนุถนอมอยู่แล้ว…

มัสสุเดินคู่กับแม่หมอหงส์…เก้อเขินกับสายตาคนอยู่บ้าง…แต่ก็อดพูดกับเจ้านายเขาไม่ได้…

“…ทำไมหน้าตาน้องดาวถึงเป็นงั้นล่ะเจ๊…”

“…ฉันก็ไม่รู้หรอก…น้องจอมก็หน้าแย่มาก ๆ เหมือนกัน…แต่เดี๋ยวตรวจกับหมอจุติ…ก็คงทราบเองแหละ…เสียใจนะมัสสุ…ที่แกจะต้องรู้เรื่องเป็นคนสุดท้ายตามเคย…”

“…อ้าว…ไหงงั้นล่ะเจ๊…”มัสสุหน้าเหรอหรา

แม่หมอหงส์หัวเราะ

“…จอมต้องเข้าไปด้วยเพราะเขาเป็นพ่อเด็ก…ฉันก็เป็นผู้หญิง…ช่วยฟังก็ไม่แปลก…แกล่ะมัสสุ…แกจะเข้าไปในห้องตรวจในฐานะอะไรไม่ทราบ…เลขาฉันเหรอ…ตลกมั้ง…”

มัสสุได้แต่บ่นพึม…

“…ผมจะมาทำไมครับเนี่ย…เจ๊…ขับรถเหรอ…ว้า…ทำไมดูห่างเหินขนาดนี้…”

“…มาในฐานะเลขาฉันไง…เรื่องติดต่อ…รับบัตรคิว…หรืออำนวยความสะดวกต่าง ๆ …มันหน้าที่เลขาไม่ใช่เหรอ…”

มัสสุได้แต่คราง

“…นั่นน่ะสินะครับ…”

“…แต่ก็ถือว่าแกรู้เรื่องเร็วกว่าเอลลี่…หรือคุณพนัสกับแคทจีจี้แหละน่า…”

แม่หมอหงส์หัวเราะเบา ๆ ในขณะที่มัสสุคิดตามแล้วก็รู้สึกว่ารู้เป็นคนที่สี่ก็ไม่เลวนักหรอก…

หลังจากรอสักพัก…ก็ได้เข้าห้องตรวจ…หมอจุติเห็นแม่หมอทั้งสอง…ก็อุทานอย่างดีใจ…

“…ก่อนอื่น…ต้องขอบคุณ…คุณพิมพ์ดาว…กับคุณลักขณานะครับ…ที่ช่วยคืนความยุติธรรมให้เพื่อนผมจนได้…”

แม่หมอหงส์พูดอย่างถ่อมตัว…

“…ผลงานสารวัตรเวนไตย์ต่างหากล่ะคะ…อีกอย่าง…ต่อให้ไม่มีดิฉันกับน้องดาว…คุณหมอสาครที่ได้หลักฐานจากคุณหมอพรประภา…ก็จัดการเรื่องทั้งหมดได้อยู่ดี…”

หมอจุตินิ่งคิด…

“…จะว่าอย่างนั้นก็จริงนะครับ…แต่มันก็แค่ทำให้ผอ.ศุภชัยผิดแค่เรื่องทุจริตเท่านั้น…ถ้าไม่ได้คุณ…มันคงเชื่อมโยงถึงการตายของพรประภาไม่ได้หรอก…”

พูดจบก็ถอนใจ…

“…พรประภาเค้าคงรักลูกเค้ามาก…จนไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องทุจริตที่เดินมาตั้งแต่ต้น…น่าเสียดายนะครับ…เว้นวรรคให้ความชั่วมันตั้งหลักได้…กลับมีโทษถึงตายทีเดียว…”

หมอจุติเพิ่งสังเกตเห็นคนไข้ของเขา…คือพิมพ์ดาวซึ่งทำหน้าไม่ค่อยดี…

“…มีอะไรหรือเปล่าครับคุณพิมพ์ดาว…สีหน้าคุณไม่ค่อยดีเลย…”

พิมพ์ดาวจึงได้เวลาต้องบอกตามตรง…

“…คือ…มันปวดมากค่ะ…ปวดท้องจริง ๆ เกิดอะไรขึ้นกับดาวหรือคะคุณหมอ…”

แม่หมอหงส์ตาเหลือก…หมอจุติถึงกับร้องลั่น…

“…น้องดาว…”แม่หมอหงส์อุทาน… “นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กนะคะ…”

หมอจุติรีบสั่งพยาบาล…

“…รีบเตรียมอุปกรณ์…ตายแล้ว…ๆ…”

เป็นหมอก็สามารถอุทานแบบนี้ได้เหมือนกัน…

เรื่องบางเรื่องอาจจะดูร้ายแรง…และพิมพ์ดาวดูเหมือนจะซื่อไปบ้าง…

แต่เธอยังคงมีความเชื่อมั่นของเธอ…ว่ามันไม่ควรจะเป็นไปตามที่คิด…

……

ในที่สุด…

พิมพ์ดาวก็ถึงกับเศร้าซึม…เพราะผลการตรวจคือ…เธอแท้งบุตร…

หมอจัดการเอาเลือดเนื้อเชื้อไขของเธอออกไปแล้ว…

จอมจับมือปลอบใจตลอด…เวลานี้…พิมพ์ดาวนอนนิ่งที่เตียงผู้ป่วย…นอนหลับจนฟื้นมาอีกครั้ง…

หมอจุติได้มาตรวจอาการอีก…พูดขึ้นว่า…

“…ปัจจัยเสี่ยงมันสูง…คุณคงเสียใจกับเรื่องนี้…แต่คุณก็เป็นหมอดูไม่ใช่หรือ…ก็คิดในมุมของชะตากรรมก็ได้นะครับ…”

พิมพ์ดาวน้ำตาไหล…หันมาทางแม่หมอหงส์ซึ่งก็คอยดูแลไม่ห่างเช่นกัน

“…พี่หงส์คะ…ทำไม…ดาวดูดวงแล้ว…การไขคดีจะมีผลช่วยดวงชะตาดาวไม่ใช่หรือ…ทำไมถึงเป็นแบบนี้…ดาวไม่อยากเสียเค้าไปนะคะพี่หงส์…”

ก่อนหน้านี้…พิมพ์ดาวดูมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าไม่ใช่เรื่องที่เธอคิดแน่นอน…แต่ตอนนี้…จะไม่ยอมรับก็ไม่ได้…

แม่หมอหงส์ได้แต่กอดอาจารย์ของตนซึ่งวัยอ่อนกว่าจนเกือบจะเป็นแม่ลูกกันได้…

“…คิดในแง่ดีเถอะนะ…บางทีนี่แหละคือการแก้ไขชะตาแล้ว…น้องดาวท้องแบบไม่ได้ตั้งใจ…ยังเรียนไม่จบมหาวิทยาลัย…ถ้าเค้าออกมาตอนนี้…มันคงไม่ดีนักหรอก…จะเอาเค้าออกแบบตั้งใจ…ก็ยิ่งรู้สึกผิด…เค้าไปเองอาจจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุดแล้วก็ได้…”

“…แต่ดาวไม่อยากเสียเค้าไป…”

“…บางที…”แม่หมอหงส์พูดด้วยความเมตตา… “…เค้าคงจะรู้ว่า…แม่ของเขาจะลำบากแค่ไหนหากจะมีเขาในตอนนี้…”

พิมพ์ดาวยังคงร้องไห้

แม่หมอหงส์พูดอีกว่า…

“…การแก้ดวงชะตาบางครั้งคือการทำให้มันเหมาะสม…มากกว่าทำไปตามความต้องการที่อาจจะยังไม่พร้อมก็ได้…”

แต่พิมพ์ดาวยังคงร้องไห้…แม้จะรู้ว่าการที่เป็นแบบนี้…บางครั้งอาจจะดีที่สุดแล้วก็ได้…

แม้จะเป็นแม่หมอพิมพ์ดาว…แต่…ท้ายสุด…เธอก็เป็นแค่คน ๆ หนึ่งเท่านั้น

…จบตอน…

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #138 Nuch7199 (@Nuch7199) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:52
    ดำเนินเรื่องได้สุดยอดเลยค่ะ
    #138
    0
  2. #137 Noke Pol (@nokepol) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:58
    ลุ้นทุกตอน

    สนุกค่ะ รอจบตอนค่อยอ่านทีเดียว

    ไม่อยากค้าง

    หงุดหงิด อิอิ
    #137
    1
  3. #136 โดราเอม่อนคุง>_< (@Doreaemon) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:46
    สนุกมากเลยค่ะ สงสารน้องดาว แต่จบแบบนี้ก็ดีแล้ว
    #136
    0