แม่หมอ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 24,510 Views

  • 158 Comments

  • 409 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    274

    Overall
    24,510

ตอนที่ 37 : ความตายสีขาว(2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 689
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    24 ม.ค. 62

เรื่องจากมุมมองของพิมพ์ดาว

เช้านี้..ฉันกับพี่หงส์นั่งกินข้าวเช้าตามปรกติ..

วันนี้ฉันไม่มีเรียน..ก็สบายหน่อย..ไม่ต้องรีบร้อนอะไร..คุณพนัสที่ตอนนี้แต่งงานกับพี่หงส์แล้ว..เพิ่งออกไปได้สักครู่..

พี่หงส์ใช้ชีวิตไม่เครียด..ไม่รีบเร่ง..มีงานอิสระ..จริง ๆ จะอิจฉาใครสักคนก็ควรจะอิจฉาพี่หงส์นี่แหละค่ะ..

คนกรุงเดี๋ยวนี้..มีเวลากินข้าวเช้าชิว ๆ ฉันว่า..มันหาได้ยากเย็นขึ้นล่ะนะ..

ได้กินข้าวเช้า..สายหน่อยก็ขึ้นไปที่ห้องทำงาน..รอรับคิวดูดวงจากพี่มัสสุ..ว่าง ๆ ก็ลงมาดูร้านกาแฟ..มาคุยกับพี่เอลลี่สักที..ชีวิตแบบนี้มันช่างสุขกายสบายใจดีจริง..

แม่หมอคิวทองแบบพี่หงส์นี่ถ้าถามถึงรายได้..ก็ถือว่าอยู่ได้สบาย ๆ เลยนะคะ..

ข้าวต้มฝีมือพี่เอลลี่นี่ยังอร่อยอยู่เสมอต้นเสมอปลาย..ฉันอดกินรวดเดียวสองชามไม่ได้..

ไม่ต้องลดหุ่นล่ะค่ะ..กลัวลูกจะอดมากกว่า..

สองวันก่อน..ฉันกับพี่หงส์ไปที่โรงพยาบาล..และเราได้พบกับเหตุการณ์ที่แพทย์หญิงตกตึกลงมาตาย..และพี่หงส์ไม่อยากให้ฉันสมบุกสมบันมาก..เลยพากลับ..และบอกว่า..สารวัตรเวนไตย์เจ้าของคดีจะให้เราเป็นที่ปรึกษา..เพียงแต่ยังไม่เห็นจะมาปรึกษาอะไรเลย..

พอไม่ได้ใส่ใจกับคดีมากนัก..ก็พลอยปล่อยปละละเลยไปเสียดื้อ ๆ ..

ฉันก็เหมือนจะลืมไปง่าย ๆ ไม่ได้คิดถึงคดีอะไรนั้นเลย..

จนกระทั่งพี่หงส์ถามว่า..

“..น้องดาว..มีนัดกับหมออีกเมื่อไหร่..”

“..ก็..”..ฉันนิ่งคิด.. “..อีกสองอาทิตย์หรือไงนี่แหละค่ะ..”

“..ท่าทางจะไม่สนใจคดีที่แพทย์หญิงตกตึกแล้วใช่ไหม..”

คำพูดของพี่หงส์ทำให้คิดขึ้นมาได้จริง ๆ ..

ฉันเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมถึงไม่อยากจะใส่ใจ..แต่มันเนือยอย่างบอกไม่ถูก..

พี่หงส์หัวเราะเบา ๆ ..

“..พ่อน้องดาวเคยสอนพี่นะ..ถ้าเรามีเจ้ากรรมนายเวรอยู่จริง..เค้าจะขวางเราไม่ให้แก้ไขดวงชะตาได้..เพราะถ้าแก้ไขได้แล้ว..เค้าจะทำเราได้ยังไงล่ะ..จริงไหม..”

ฉันนึกขึ้นมาได้..ก่อนหน้านั้น..ฉันเคยดูดวงตัวเอง..ได้ความว่า..หากสามารถทำคดีที่เกิดขึ้นสักคดี..ก็อาจจะแก้ความทุกข์ใจที่มีอยู่..และสิ่งที่เครียดอยู่ตอนนี้ก็คือ..ฉันอาจจะแท้งลูกก็ได้เพราะสภาพที่เป็นอยู่..

เหมือนทำคดีเพื่อแก้ดวงว่างั้นเถอะ..

แล้วมันก็มีคดีเกิดขึ้นจริง ๆ ..

พี่หงส์เช็ดปาก..

“..คุณพนัสบอกว่า..เค้าอยากมีลูกอีกสักคนกับพี่..อยากให้หมอตรวจดูหน่อยว่าเป็นไปได้ไหม..พี่อายุมากแล้วนะคะน้องดาว..คุณพนัสก็ยิ่งมากกว่าพี่อีก..ก็ว่าจะนัดหมอไปตรวจนี่แหละค่ะ..เผื่อจะมีลูกตอนแก่ได้บ้าง..”

ฉันยังจับต้นชนปลายอะไรไม่ถูก..

พี่หงส์พูดอีกว่า..

“..พี่มีเบอร์โทรฯหมอที่น้องดาวเข้าไปคุยเมื่อวานซืน..เลยโทรฯหา..และตกลงใจจะเข้าไปตรวจในวันนี้..น้องดาวจะเข้าไปกับพี่ไหมคะ..”

นี่คือคำเชิญชวน..ซึ่งฉันเข้าใจว่าพี่หงส์ต้องการอะไร..

การตรวจร่างกายเพื่อความพร้อมในการมีลูกก็เรื่องหนึ่ง..แต่สิ่งที่พี่หงส์ต้องการอย่างแท้จริง..คงเกี่ยวกับคดีแพทย์หญิงพรประภาคนนั้นที่ตกตึกมากกว่า..

ถ้ามันจะแก้ไขดวงชะตาฉันได้จริง..สิ่งเหล่านี้เหมือนกับการย้ำเตือนให้ต้องไขคดีให้ได้นั่นเอง..

พี่หงส์ยิ้มให้ฉัน..แบบนี้จะปฏิเสธความหวังดีได้อย่างไรล่ะ..

“..เราไปกันสองคนใช่ไหมคะ..”ฉันถาม..

“..ครั้งนี้อยากจะนั่งสบาย ๆ บ้าง..จะให้มัสสุขับรถ..เค้าบอกว่าคิวรับลูกค้าดูดวงช่วงวันพุธนี้จะมีก็ช่วงเย็นเลย..ไม่ต้องใส่ใจเรื่องคิวนักหรอกค่ะ..กลับมาช่วงบ่ายก็ยังทัน..”

ฉันยังกังวลอยู่เรื่องหนึ่ง..

ทางโรงพยาบาลจะให้เราสืบเรื่องนี้หรือไง..มันควรเป็นหน้าที่ของตำรวจมากกว่า..

ฉันไม่รู้จักสารวัตรเวนไตย์เหมือนสารวัตรมานพ..นี่เป็นท้องที่เขา..จะให้เราเข้ามายุ่งได้มากแค่ไหนก็บอกยาก..

และข้อสำคัญ..ทางตำรวจสน.นี้จะเชื่อถือเราสองคนได้แค่ไหนก็ยังบอกยากอีก..

แค่ให้เป็นที่ปรึกษา..ก็ควรจะให้เรามีความเห็นในส่วนของดวงชะตาแค่นั้นกระมัง..ซึ่งหน้าที่ตำรวจก็ควรจะหาหลักฐานให้ครบตามแพทเทิร์นของดวงชะตาที่จำกัดวงไว้ต่างหาก..

ข้อกังวลมันมากมายเกินไปจริง ๆ ทั้งที่ไม่ควรจะกังวลอะไรเท่านั้น..

ฉันได้แต่รับคำพี่หงส์..

หรือเจ้ากรรมนายเวรจะทำให้ฉันกังวลก็ไม่รู้สิ..ท่าทางคุณจะไม่ให้แก้ดวงเลยนะ..คุณเจ้ากรรมนายเวรของฉัน..

.....

ฉันกับพี่หงส์ปรากฏตัวอีกครั้งที่โรงพยาบาล...

และที่ประหลาดใจก็คือ..เมื่อมาถึง..เราก็พบกับตำรวจคนหนึ่งกำลังรออยู่..

ป้ายชื่อบอกได้ว่า..เขาคือพันตำรวจโทเวนไตย์..สารวัตรสืบสวนของสน.ท้องที่นี้...

ตำรวจดูหนุ่ม..หน้ายับ ๆ เล็กน้อย..เหมือนมีเชื้อจีนอยู่บ้าง..แต่แม้ว่าหน้ายับ..แต่ก็ยังมีกริยายิ้มแย้มแจ่มใส..

เขาเหมือนรอเราอยู่..และดูจะมีท่าทีนุ่มนวลกว่าสารวัตรมานพเสียอีก..

ฉันยังแปลกใจอยู่..แต่ความแปลกใจก็หมดลง..เพราะสารวัตรเวนไตย์พูดขึ้นว่า..

“..เมื่อกี้คุยกับมานพ..ผมรู้ว่าคุณจะมาที่นี่..เลยแวะเข้ามาด้วย..ผมคิดว่า..คดีมันพิกลเหมือนกัน..”

เขาพูดกับพี่หงส์..แหงล่ะ..กิตติศัพท์ของพี่หงส์ในแง่ของความเป็นนักสืบนั้นยิ่งไปกว่าฉันเสียอีก..

พี่หงส์หัวเราะเบา ๆ ..

“..เพิ่งแชทคุยกับสารวัตรมานพ..เขาก็รีบบอกคุณเลยนะคะสารวัตรเวนไตย์..”

สารวัตรเวนไตย์หัวเราะบ้าง..

“..คุณจะมาหาหมอก่อนใช่ไหมครับ..”

“..เสร็จงานแล้วค่อยหาก็ได้ค่ะ..”พี่หงส์ตอบ..

ฉันหยิบสมุดบันทึกมาวางไว้บนตักแล้ว..

แต่ก็พูดขึ้นว่า..

“..พี่หงส์ควรจะไปหาคุณหมอก่อนนะคะ..”

ฉันสะกิดจากลางสังหรณ์บางอย่างเนื่องจากดวงที่นึกขึ้นในสมอง..

กริยาของฉันทำให้พี่หงส์สะกิดใจ..และนั่งนึกดวงตามเหมือนกัน..

ฉันกับพี่หงส์เรียนวิชาดวงยามกาลชะตามาจากพ่อ..การจะไล่ดวงกันให้ทันมันไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรนัก..พี่หงส์ไล่ทันความคิดของฉันได้แล้ว..เพราะในดวงชะตาที่ฉันตั้งขึ้นในเวลานี้..หมอคนที่นัดหมายคนนี้แหละ..เขาควรจะรู้เรื่องแพทย์หญิงพรประภาด้วย..

สารวัตรเวนไตย์แรกเริ่มอาจจะไม่ได้สนใจฉันเท่าไหร่นัก..เพราะคงเห็นว่าฉันเป็นเด็ก..แต่การทักท้วงของฉัน..และท่าทีของพี่หงส์ทำให้เขามองฉันด้วยความใส่ใจยิ่งขึ้น..

พี่หงส์ครางอือม์ออกมา..แล้วก็ยิ้ม..

บอกตรง ๆ ..ฉันเห็นสารวัตรแอบมองหน้าพี่หงส์อยู่เหมือนกัน..

พี่หงส์หน้าจืดมาก..แต่ในขณะเดียวกันก็มีเสน่ห์แปลก ๆ แม้ว่าจะอายุมากแล้ว..เวลาสะกิดใจ..นึกอะไรออก..รู้สึกเขิน ๆ ที่ไม่รอบคอบ..ก็มีกริยาและสีหน้าที่ชวนมองอย่างบอกไม่ถูก..

ไม่แปลกหรอกที่สารวัตรเวนไตย์จะมองพี่หงส์แล้วก็อมยิ้มในทีไปด้วย..

แต่เขาคงรู้นะว่าพี่หงส์เพิ่งแต่งงานได้ไม่นาน..ฮ่าฮ่าฮ่า..

เอาเถอะ ๆ ..ไม่ว่าอย่างไร..ก็ต้องไปหาคุณหมอที่เป็นคุณหมอคนเดียวกับที่ตรวจฉันเมื่อวานซืนนั้นก่อนล่ะ..

.....

สารวัตรเวนไตย์ไม่สะดวกจะเข้าไปในห้องตรวจ..แต่ฉันยังหน้าด้านพอจะขอพี่หงส์เข้ามาด้วย..แหงอยู่แล้ว..พี่หงส์อยากให้ฉันเข้ามาอยู่แล้ว..

คุณหมอคนนี้..ชื่อนายแพทย์จุติ..และเขาจำฉันได้..

เหตุที่จำได้..ก็คงเป็นเพราะคงมีคนไข้ไม่กี่คนที่นั่งรถเข็นมาตรวจการตั้งครรภ์แบบฉัน..

เพียงแต่ครั้งนี้..คนไข้ของเขาคือพี่หงส์...

หมอจุติได้แต่หัวเราะเมื่อเห็นฉันและมองรายชื่อผู้ตรวจในคิวนี้..

“..นึกไม่ถึงเลยนะครับ..ผมจะมาตรวจคุณลักขณาด้วย..”

พี่หงส์ชื่อจริงชื่อลักขณา..และก็ยิ้มเมื่อยกมือไหว้..นั่งลงตรงหน้า..

“..เพิ่งแต่งงานค่ะ..ก็อยากจะมีลูกกับเขาบ้าง..”

“..คุณก็อายุมากแล้วนะครับ..ปัจจัยเสี่ยงสำหรับการมีบุตรมันก็สูงไปตามอายุ..”

“..ก็เลยอยากจะให้ตรวจเช็คดูค่ะ..ว่าทำอย่างไรถึงจะมีลูกได้แบบที่ไม่เป็นอันตรายและได้ลูกที่สมบูรณ์..”

“..บอกตามตรงนะครับ..”หมอจุติพูด.. “..คุณพิมพ์ดาวคนนี้ยังจะมีปัจจัยเสี่ยงมากกว่าคุณอีก..”

จะมาตอกย้ำไปทำไมนะ...ฉันเองก็ต้องนั่งปลงยอมรับความจริงอยู่ตรงนี้แล้ว..

“..คุณหมอเคยตรวจครรภ์คุณหมอพรประภาที่เสียชีวิตไปเมื่อวันจันทร์ไหมคะ..”พี่หงส์ถามขึ้นแบบโพล่ง ๆ ..

“..อ๋อ..”หมอจุติทำหน้าสลด.. “..เค้าไม่เคยบอกใครครับ..ขนาดผมเองที่เป็นเพื่อนสนิท..เขาก็ยังไม่บอก..”

แล้วหมอจุติก็ชะงัก..

“..คุณรู้ด้วยหรือว่าหมอพรประภาที่เสียชีวิต..เธอตั้งครรภ์อยู่..รู้สึกว่าเราจะไม่ได้ให้ข่าวนี้กับสื่อเลยนะครับ..”

“..ก็ควรจะทราบค่ะ..เพราะจะว่าไป..ดิฉันเป็นที่ปรึกษาของสารวัตรสืบสวนของท้องที่..”

“..บ๊ะ..คุณมาสืบก็บอกมาตรง ๆ ก็ได้..ไม่เห็นต้องมาฟอร์มเป็นคนไข้เลย..”หมอจุติดูจะหัวเสีย..

“..คนละเรื่องค่ะ..เรื่องปรึกษาเพราะอยากมีลูก..นี่ก็เป็นความประสงค์ตั้งแต่แรกแล้ว..ต่อให้ไม่มีคดีของคุณหมอพรประภา..ยังไงก็จะมาค่ะ..”

หมอจุตินิ่งคิด..

“..แล้วเรื่องคดีคุณเห็นว่ายังไง..”

“..เราสงสัยว่า..การตายของหมอพรประภา..ไม่น่าจะเป็นอุบัติเหตุค่ะ..ควรจะเป็นการฆาตกรรมมากกว่า..”

หมอจุติครางเฮ้อ..

“..ตำรวจก็สงสัยใช่ไหม..”

“..ดิฉันมีหน้าที่ให้ข้อมูลวิเคราะห์เชิงคดีค่ะ..ตำรวจจะจัดการเรื่องสืบสวนหาความเป็นจริง..”

แนวทางที่พี่หงส์กำชับเสมอว่า..พวกเราอย่างมากก็เป็นที่ปรึกษา..อย่าไปแย่งซีนตำรวจเค้า..และโชคดีที่เรามีตำรวจที่อยู่ข้างเดียวกับเราเยอะ..เพราะพวกเขาก็รู้ว่า..ทำงานแบบนี้..มันวินวินมากกว่า..

เราไม่ควรจะทำตัวแบบนักสืบในหนังหรือละครซีรี่ส์..ที่มักจะยืนอยู่คนละข้างกับตำรวจ..มีปัญหา..ทะเลาะกับเขา..ซึ่งในความเป็นจริงไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย..

ดังนั้น..สารวัตรเวนไตย์ที่เราไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว..จึงกล้าร่วมงานกับเรา..เพราะเคสที่เราร่วมงานกับสารวัตรมานพก็บ่งบอกได้ชัด..ว่าคิดแบบวินวินดีกว่า..

หมอจุติเหมือนจะวางใจเรามากขึ้น..

“..ผมกับพรประภาเป็นเพื่อนกัน..แต่ก็ไม่คิดนะครับว่าจะเสียเค้าไปแบบกะทันหัน..”

“..คุณหมอว่า..ใครคือพ่อของลูกในท้องคุณหมอพรประภาคะ..”

“..บอกตามตรงนะ..ผมเองรู้จักเค้าดี..ในฐานะหมอที่ทำหน้าที่แบบทุ่มเท..แต่สำหรับเรื่องส่วนตัว..ผมเองขนาดเป็นเพื่อนสนิท..ยังไม่รู้เลยว่าเค้าคบกับใคร..ก็แซวเค้าบ่อย ๆ เรื่องขึ้นคาน..แต่เค้าก็เฮฮาไป..ไม่ได้ซีเรียด..”

หมอจุตินิ่งคิด..

“..เออ..แต่เมื่อสองสามเดือนที่แล้ว..หมอพรประภาทำในสิ่งที่ผมแปลกใจอยู่เรื่องหนึ่ง..”

“..อะไรหรือคะ..”

“..เค้าลางานหนึ่งอาทิตย์..ซึ่งปรกติเค้าไม่ใช่คนแบบนั้น..โอเคแม้ที่นี่จะเป็นโรงพยาบาลเอกชน..แต่งานมันก็เยอะเกินกว่าจะคิดลางานพักร้อนอะไรได้..ขนาดผมยังไม่ค่อยจะมีเวลาเลยคุณ..แต่หมอพรประภาก็ขอลางานแบบหัวเด็ดตีนขาดต้องลาให้ได้..ซึ่งในที่สุดเค้าก็ได้ลางานสมใจ..เค้าบอกว่าอยากไปเที่ยวยุโรปบ้าง..และซื้อของมาฝากผมด้วย..”

“..แปลว่า..หมอพรประภาลางานไปเที่ยวยุโรปหรือคะ..”

“..เขาซื้อกาแฟจากเวียนนามาให้ผม..แต่จริง ๆ เขาบอกว่า..เค้าไปหลายประเทศอยู่เหมือนกัน..พอถามว่าไปกับใคร..เค้าก็บอกว่ากับครอบครัว..ซึ่งผมก็งงว่า..ครอบครัวเค้าไปเที่ยวยุโรปด้วยหรือ..เท่าที่คุ้นเคยกับครอบครัวเค้า..ไม่น่าจะไปต่างประเทศอะไรแบบนั้นนะ..”

แล้วหมอจุติก็ส่ายหน้า..

“..มันก็แปลกนะ..ไปเที่ยวทั้งที..ไม่มีรูปสักใบ..ไม่มีทุกโซเชี่ยลเลย..”

ฉันออกความเห็นบ้าง..

“..เป็นไปได้ไหมคะ..ว่าคุณหมอไปกับใครสักคนที่กลายมาเป็นพ่อเด็กในที่สุด..”

“..ตอนนี้..ผมก็คงต้องคิดแบบคุณพิมพ์ดาวนั่นแหละครับ..”หมอจุติครางเฮ้อ.. “..การลางานเลยทำให้ต้องมาทำชดเชย..ทำให้พรประภาทำงานหนักขึ้นกว่าเดิมจนล้มป่วย..และพอแอดมิต..ก็มาตายเสียนี่..”

ทั้งหมดก็มีเหตุผล..

ฉันเห็นพี่หงส์นิ่งเหมือนคิดอะไรสักอย่าง..คิดว่า..คงพยายามเรียบเรียงประเด็นมากกว่า..

“..ตอนนี้..เราก็ได้แต่มาพิจารณาว่า..คุณหมอลางานไปยุโรปกับใคร..และคน ๆ นั้น..ควรจะมาปรากฏตัวในวันที่คุณหมอพรประภาเสียชีวิตด้วย..”

“..พยาบาลที่ดูแลห้องผู้ป่วยน่าจะให้คำตอบได้นะครับ..”หมอจุติแนะนำ..ก่อนจะถอนหายใจ..

“..วันนั้นก่อนลงเวร..ผมยังไปเยี่ยมเค้าเลย..เค้าไม่มีท่าทีเหมือนคนจะคิดสั้นสักนิด..ผมไม่เชื่อหรอกว่าเค้าจะทำร้ายตัวเอง..ถ้าคุณมีส่วนช่วยเหลือตำรวจเกี่ยวกับคดีนี้..กรุณาสืบหาความจริงด้วยนะครับ..”

ในบรรดาคนที่ไม่เชื่อว่าหมอพรประภาจะฆ่าตัวตาย..สามารถบอกได้ว่า..หมอจุติก็เป็นคน ๆ หนึ่งที่เชื่อแบบนั้น..

ฉันรู้สึกว่าตาของพี่หงส์เป็นประกาย..เหมือนกับจะมีเบาะแสบางอย่างเกิดขึ้น..โดยที่ฉันเองก็บอกอะไรไม่ได้ว่าทำไม..

นอกจากวิชาพยากรณ์แล้ว..เรื่องการเป็นแม่หมอนักสืบ..บอกได้เลยว่าฉันต้องเรียนรู้อีกมากมายนัก..กว่าจะเทียบกับพี่หงส์ได้..เพราะบอกตรง ๆ ว่ามึนตึ้บไปหมด..

......

ในที่สุด..เราก็ออกมาจากห้องตรวจ..

สารวัตรเวนไตย์รออยู่..เขายิ้มให้..

“...ได้เบาะแสอะไรบ้าง..”

พี่หงส์ยิ้ม..

“..เบาะแสมีค่ะ..”

ฉันเองยังดูงุนงง..

“..มีได้อย่างไรคะพี่หงส์..มองไม่เห็นเลยว่า..มันอยู่ตรงไหน..”

“..คุณหมอจุติบอกแล้ว..ซึ่งน่าสนใจมาก..”

“..ถ้าหมายถึงเรื่องที่คุณหมอพรประภาลาหยุดไปเที่ยวยุโรป..”ฉันนึกถึงข้อมูลสำคัญ..มันก็มีแค่นี้ไม่ใช่หรือ..

“..ใช่ค่ะน้องดาว..นั่นแหละคือเบาะแส..”

“..ผมว่า..ผมดูโซเชี่ยลมีเดียทุกสื่อของคุณหมอพรประภาแล้วนะ..”สารวัตรเวนไตย์พูด.. “..เพื่อหาเบาะแส..แต่ก็ไม่พบอะไรเลย..ไม่มีลงรูปหรือเอ่ยถึงการไปยุโรปอะไรนั่นด้วย..”

“..เพราะเธอไม่อยากจะให้ทุกคนรู้เรื่องความสัมพันธ์อะไรบางอย่าง..กับคนที่เธอไปด้วย..การลงโซเชี่ยลมันสามารถทำให้สืบเสาะได้ค่ะ..สารวัตร..”

“..แล้วคุณจะทำยังไงต่อ..”

“..สารวัตรสอบพยาบาลบนชั้นแอดมิตของคุณหมอพรประภาหรือยังคะ..”

“..สอบหมดแล้ว..ก็ไม่พบเบาะแสนะ..คนมาเยี่ยมเธอ..ก็มีคนในครอบครัว..เพื่อนฝูง..คนร่วมงานธรรมดา..ผมไม่เห็นอะไรผิดปรกติ..ช่วงที่เกิดเหตุ..ก็ไม่มีใครมาเยี่ยมคุณหมออีกด้วย..คนเยี่ยมรายสุดท้ายก็ออกไปราวชั่วโมงหนึ่ง..ไม่ควรจะมีอะไรผิดปรกติ..”

“..งั้นคุณไปอีกที่หนึ่งดีกว่านะคะ..”

“..ที่ไหนล่ะครับ..”สารวัตรเวนไตย์ถาม..

“..ฝ่ายเภสัชกรรมของโรงพยาบาล..”พี่หงส์ตอบ..ทำให้ฉันงงหนัก..

สารวัตรเวนไตย์ก็งงด้วย..

“..ทำไมต้องไปที่นั่นล่ะครับ..”

“..ตัวแทนบริษัทยามักจะมีข้อเสนอตอบแทนหมอ..หรือฝ่ายบริหารในรูปแบบที่ต่างกัน..เช่น..ซื้อโน่นนี่ให้..หรือพาไปทัวร์ไปเที่ยวในที่ต่าง ๆ ..หากคุณหมอหรือฝ่ายบริหารอนุมัติให้ใช้ยาของบริษัทนั้น ๆ ..อันนี้เรื่องธรรมดา..”

ฉันพยักหน้า..

“..พี่หงส์เลยคิดว่า..”

“..ใช่..การไปเที่ยวยุโรปของหมอพรประภา..อาจจะเกี่ยวกับบริษัทยา..และตัวแทนของบริษัทยาที่ยื่นข้อเสนอให้..”

สารวัตรเวนไตย์ครางอือม์..

“..ใช่..บางที..ตรงนั้นอาจจะเป็นเบาะแสสำคัญ..”

“..สารวัตรตรวจสอบแล้วหรือยังคะว่าผู้ตายมีอำนาจในการอนุมัติเรื่องการใช้ยาของโรงพยาบาลได้แค่ไหน..”

“..ยังครับ..ผมเพิ่งได้ความคิดจากแม่หมอหงส์นี่แหละ..”

“..งั้นรบกวนตรวจสอบด้วยนะคะ..ทีนี้..เราก็ลองดูว่า..บริษัทที่ขายยาให้โรงพยาบาล..มีบริษัทไหนบ้าง..และมีที่ไหนที่มีโบนัสหรือข้อตอบแทนให้ไปทัวร์ยุโรป..ตัวแทนของบริษัทเหล่านี้เป็นใครบ้าง..เช็คโซเชี่ยลว่าใครมีทริปยุโรปเมื่อสองสามเดือนก่อนบ้าง..สิ่งเหล่านี้จะทำให้เราได้เบาะแสไม่มากก็น้อย..”

ฉันยอมรับว่า..มุมมองในการไขคดีของพี่หงส์เกิดจากประสบการณ์แท้ ๆ ..

เป็นสิ่งที่เธอได้จากการเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ของกรมสืบสวนคดีพิเศษ..ซึ่งแม้ว่าฉันจะเก่งด้านโหราศาสตร์มากกว่า..แต่พอถึงเวลา..ก็ประยุกต์วิชาโหราศาสตร์กับมุมมองในการสืบสวนได้ไม่เท่าพี่หงส์จริง ๆ ..

.......

เราไม่ได้ไปที่ฝ่ายเภสัชกรรม..เพราะนั่นเป็นหน้าที่ของสารวัตรเวนไตย์..

พี่หงส์โทรฯเรียกพี่มัสสุมาช่วยเข็นรถเข็นคนพิการของฉัน..เพราะมันถนัดกว่าถ้าจะใช้การบันทึกหรือคิดผ่านสมุดจดไปด้วย..ในขณะที่ฉันก็เขียนสมุดของฉันไป..ส่วนพี่หงส์จะเข็นไปเขียนไปก็กระไร..

มีพี่มัสสุอีกคนก็ช่วยได้เยอะล่ะ..

และเราไปยังห้องพักผู้ป่วยที่คุณหมอพรประภาแอดมิตอยู่..เพื่อตรวจสอบสถานที่..

อย่างน้อย..เธอก็ร่วงลงมาจากที่นั่น..

และสารวัตรเวนไตย์โทรฯบอกพยาบาลที่ดูแลชั้นห้องพักผู้ป่วยไว้แล้วว่าจะส่งคนขึ้นไปตรวจดูที่เกิดเหตุอีกครั้ง..ขอให้ความร่วมมือด้วย..

นี่คือความแตกต่างจากนักสืบอื่น ๆ ในนิยายสินะ..

เพราะพี่หงส์คิดแบบวินวินกับตำรวจ..งานที่เราทำเลยง่ายขึ้นมาก..

มาถึงชั้นสิบแปดซึ่งเป็นชั้นของผู้ป่วยระดับวีไอพี..แน่นอน..หมอพรประภาควรจะอยู่ในระดับวิไอพีนี้ด้วย..

ฉันคิดว่า..เธอคงจะมีความสำคัญกับโรงพยาบาลไม่ใช่น้อยเลยเหมือนกัน..ท่าทางไม่ใช่แค่หมอธรรมดาแล้วล่ะ..

พยาบาลที่ดูแลชั้นสิบแปด..ต้อนรับเราเป็นอย่างดี..พาเราไปยังห้องพักผู้ป่วยที่หมอพรประภาพัก..

ตัวเลขก็ค่อนข้างน่ากลัว..เพราะเป็นเลข1813..เลขลงท้าย 13 ท้าทายความเชื่อของคนค่อนข้างมาก..

พยาบาลรายงานว่า..

“..เรายังเก็บห้องไว้ให้ตรวจหลักฐานค่ะ..ตำรวจอาจจะเก็บข้อมูลไปส่วนหนึ่งแล้ว..แต่สารวัตรเวนไตย์ก็ยังขอร้องให้เก็บห้องไว้ในสภาพเดิมจนกว่าจะตรวจจนสิ้นประเด็นสงสัย..”

พี่หงส์อดถามไม่ได้..

“..คุณเห็นคุณหมอพรประภาก่อนตายเมื่อไหร่..บอกได้ไหมว่ามีอะไรผิดปรกติ..”

“..ดิฉันมาเปลี่ยนน้ำเกลือก่อนหน้านั้นสองชั่วโมงค่ะ..ก็ไม่เห็นมีอะไรผิดปรกตินี่คะ..”

ฉันอดถามไม่ได้..

“..คุณหมอไม่ได้พูดอะไรให้เป็นที่ผิดสังเกตเลยหรือคะ..”

“..อ๋อ..ก็หยอกล้อกันปรกติค่ะ..คุณหมอคุ้นกับพวกเราดีค่ะ..”

คงไม่มีอะไรน่าสงสัยสินะ..

ดูพยาบาลก็คงสงสัยว่าอิเด็กเดินไม่ได้คนนี้มันจะถามทำไมของมัน..เพราะหลังจากนั้น..เธอมองมาที่ฉันบ่อย ๆ ...

พี่มัสสุเองก็เหมือนจะเห็น..อดจับบ่าฉันไม่ได้..และบีบเบา ๆ เหมือนอยากจะหยอกล้อยังไงก็ไม่รู้..

ฉันไม่สนใจ..ไม่ควรจะมีอะไรให้ต้องสนใจอะไรหรอก..บอกตามตรง..ฉันมองแต่พี่หงส์คนเดียว..

เพราะพี่หงส์เหมือนเป็นไอดอลของฉันแล้วล่ะค่ะในเวลานี้..

เราเข้าไปในห้อง1813 ซึ่งยังไม่มีการเก็บห้องแต่อย่างใด..ทุกอย่างยังคงสภาพเดิมเหมือนในช่วงที่หมอพรประภาคนไข้คนสุดท้ายยังไม่เสียชีวิต..

พี่หงส์ไปตรวจดูที่ระเบียงห้อง..ซึ่งเป็นจุดที่หมอพรประภาหล่นลงไปเสียชีวิต..แย่ชะมัดที่ฉันลำบากที่จะออกไปดูกับพี่หงส์เพราะรถเข็นมันไม่สะดวกเท่าไหร่..

จากนั้นพี่หงส์ก็กลับเข้ามา..พร้อมกับตรวจตราที่เตียง..

“..รู้สึกไหมว่ามันขาดอะไรไปอย่าง..”พี่หงส์ถามยิ้ม ๆ ..

พี่มัสสุมองดูก่อนที่จะยิ้ม..

“..ไม่เห็นอะไรเลยนะครับ..”

“..แต่ฉันเห็นว่ามันหายไป..”

พูดจบก็หันมาทางพยาบาล..

“..คุณหมอแอดมิตเพราะทำงานหนักจนร่างกายไม่ไหวใช่ไหม..”

พยาบาลคนที่ต้อนรับพยักหน้า..

“..ค่ะ..คุณหมอทำงานหนัก..พักผ่อนน้อย..ร่างกายอ่อนแอ..ติดเชื้อด้วยค่ะ..”

“..คุณคิดว่า..คุณหมอพรประภาทำไมถึงคิดสั้นแบบนั้น..”

“..ก็คงเพราะคุณหมอรับไม่ได้ที่ตั้งครรภ์มั้งคะ..ปรกติ..ทุกคนมองว่าคุณหมอเป็นคนดี..รักการทำงาน..หน้าตาดีก็จริงแต่ไม่เคยมีเรื่องชู้สาวหรือทำตัวเสื่อมเสียอะไรเลย..ท่านผู้อำนวยการก็ไว้วางใจ..อายุยังไม่มาก..แต่ท่านก็ให้คุณหมอดูแลในส่วนบริหารด้วยนอกเหนือจากการเป็นแพทย์ตรวจรักษาตามปรกติ..”

“..มีผู้ชายที่น่าสงสัยเข้ามาเยี่ยมคุณหมอบ้างไหม..”

“..มีแต่ผู้ชายที่พวกเราคุ้นนะคะ..คุณหมอเป็นคนน่ารัก..เพื่อนเยอะด้วย..สนิทกับหมอจุติ..หมอสาคร..ทั้งสองก็มาเยี่ยมเพราะเป็นเพื่อนกัน..ท่านผอ.ก็มาเยี่ยมด้วยเพราะท่านไว้วางใจคุณหมอมาก..นอกนั้นก็เป็นญาติ ๆ ของคุณหมอแหละค่ะ..”

ฉันเห็นเห็นพี่หงส์ตาเป็นประกาย..

“..หมอสาคร..เพิ่งเคยได้ยินชื่อ..”

“..หมอศัลยกรรมค่ะ..แต่ช่วงเกิดเหตุคุณหมอลงตรวจคนไข้ที่วอร์ดค่ะ..”

“..เหมือนคุณหมอจุติใช่ไหม..”

“..ค่ะ..ทั้งสองคนเสียใจเรื่องที่หมอพรประภาเสียชีวิตมากที่สุด..เพราะสนิทกันตั้งแต่เรียน..”

เหมือนพี่หงส์จะไม่ใส่ใจอีก..

พี่หงส์พูดแต่ว่า..

“..ถ้าสนิทกันตั้งแต่เรียน..คงไม่คิดอะไรแบบนั้นกับหมอพรประภาแน่นอน..และข้อสำคัญ..ต่อให้มีอะไรกันจริง..แรงจูงใจในการที่หมอพรประภาจะฆ่าตัวตายหรือถูกฆาตกรรมมันน้อยเกินไป..”

ฉันเองก็อดฉงนไม่ได้..ถามขึ้นว่า..

“..คุณหมอสาครกับคุณหมอจุติมีครอบครัวแล้วหรือยัง..”

“..ถ้าจะมีก็คุณหมอจุติล่ะค่ะ..แต่คุณหมอสาครยังโสดอยู่..รูปหล่อ..รวยมากด้วย..”พยาบาลตอบ

พี่หงส์ครางอือม์..

“..หมอจุติเราก็ไปคุยมาแล้ว..คงไม่ได้คิดอะไรกับหมอพรประภาหรอกน่า..ส่วนหมอสาคร..โสด..หล่อ..รวย..โปรไฟล์ดี..หมอพรประภาก็เป็นที่ไว้วางใจของผอ..ก็ไม่มีเหตุผลว่าจะต้องทำอะไรกันจนถึงตายได้เลย..ไม่ว่าจะฆาตกรรมหรือฆ่าตัวตายก็ตาม.” การสรุปของพี่หงส์เหมือนตัดข้อสงสัยทั้งหมดเกี่ยวกับเพื่อนหมอฆ่าหมอไปได้..

ถ้าหากการตั้งครรภ์ที่ไม่มีใครรู้ทำให้ต้องโดนฆ่า..และคนฆ่าคือพ่อเด็ก..จะต้องมีแรงจูงใจที่มากพอขนาดไหนถึงจะทำแบบนั้นได้..

ประเด็นของความเสื่อมเสียชื่อเสียงก็เป็นประเด็นหนึ่ง..แต่ทำไมถึงต้องฆ่าแกงกันด้วย..ฉันยังไม่เข้าใจ..

อย่างสมมติว่าหมอสาครเป็นพ่อเด็กจะเป็นฆาตกร..แล้วเพื่ออะไรล่ะ..ตัวเองก็โสด..หล่อ..รวย..ก็ยอมรับไปก็หมดเรื่อง..หมอพรประภาก็ไม่ได้น่าเกลียดตรงไหน..หน้าตา..นิสัย..หน้าที่การงาน..ถือว่าดีหมด..

ยิ่งเรื่องฆ่าตัวตายยิ่งไม่มีเหตุผลเลยจริง ๆ ...

ฉันลอบมองสีหน้าพี่หงส์..และฉันเห็นอะไรบางอย่างที่ทุกคนมองไม่ออก..

ใช่..ตาพี่หงส์มีประกาย..

ประกายที่เหมือนกับว่า..มาถูกทางแล้ว..

ทั้งที่ฉันเองยอมรับว่ายังมึนตึ้บอยู่..

ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองยิ่งห่างชั้นกับความเป็นแม่หมอนักสืบเสียจริง ๆ ..

บอกตามตรง..คิดอะไรไม่ออกเลย..

เหมือนพี่หงส์จะรู้ว่าฉันคิดอะไรอยู่..

“..น้องดาวคะ.เดี๋ยวเรามาไล่ข้อมูลกัน..แต่ตอนนี้..พี่อยากจะเก็บข้อมูลให้ละเอียดอีกสักหน่อยค่ะ..”

“..ยังมีข้อมูลอะไรที่ดิฉันจะให้ได้ก็ขอให้บอกนะคะ..”เหมือนพยาบาลจะร่วมมือเต็มที่..

“..อยากจะรู้รายชื่อและประวัติเท่าที่หาได้ของคนที่มาเยี่ยมคุณหมอพรประภาในวันเกิดเหตุ..”พี่หงส์พูดเสียงเน้น.. “..และพยาบาลประจำวอร์ดในวันนั้นทุกคนค่ะ..”

ฉันรู้สึกว่าพี่หงส์เน้นประโยคหลังมากเป็นพิเศษ..ก็ฉงน..

แต่แล้วฉันก็ฉุกคิด...

เมื่อกี้..พี่หงส์บอกว่า..มันขาดอะไรไปบางอย่าง..ซึ่งพี่มัสสุบอกว่าไม่เห็นว่าขาดอะไร..

ฉันว่าฉันรู้แล้ว..แต่จะโพล่งออกมาก็กระไร..เพราะพี่หงส์คิดอะไรอยู่แน่นอน..

สิ่งที่ขาดหายไป..คือ..

เสาที่แขวนขวดน้ำเกลือ..และน้ำเกลือ..

หมอพรประภาอ่อนเพลียจนล้มป่วย..ต้องให้น้ำเกลืออยู่แล้ว..

พยาบาลบอกว่าเก็บห้องของหมอพรประภาไว้ในสภาพเดิม..เพื่อจะได้ให้ตำรวจตรวจสอบ..

แล้วเสากับขวดน้ำเกลือไปไหน..ที่พยาบาลคนนี้พูดก่อนหน้า..ว่าเปลี่ยนขวดน้ำเกลือก่อนที่หมอจะเสียชีวิตสองชั่วโมง..

ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง..

ทำไมมันถึงไม่อยู่ที่นี่..

นอกจากว่า..มันมีความลับอะไรอยู่...

......

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #132 จันทร์อรุณ ณรัช (@rashy18) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 23:58
    ใครเป็นหมอดู ลองนะคะ
    https://www.facebook.com/162771604449757/posts/342603533133229/
    #132
    0
  2. #131 Saijs32 (@Saijs32) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 19:24
    รอนะ สรุกมาก
    #131
    0
  3. #130 #Amnessia (@run421) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 23:55

    รอต่อปายยยนส

    #130
    0
  4. #129 madam038 (@madam038) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 23:45
    น้ำเกลือต้องมีไรเชื่อมโยงแน่ๆ
    #129
    0