แม่หมอ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 24,499 Views

  • 158 Comments

  • 409 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    263

    Overall
    24,499

ตอนที่ 3 : ความตายจากยามตับนิทาน(3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1557
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 91 ครั้ง
    7 ธ.ค. 60

หลังจากลูกค้าคนล่าสุดได้ลาแม่หมอกลับพร้อมสีหน้าที่เปี่ยมความหวัง…ผมก็เดินเข้าไปหาแม่หมอในห้องทำงานตามหน้าที่เพื่อแจ้งว่าคิวต่อไปจะนัดหมายเมื่อไหร่..

แม่หมอเจ๊หงส์กำลังสะสางของบนโต๊ะ..

“..เจ๊ครับ..”ผมรายงาน… “..มีเวลาว่างหนึ่งชั่วโมงนะครับ..”

“..ดีแล้ว..มัสสุ..มา..มาคุยกันเรื่องคดีฆ่าเวลากันก่อน..”

ผมนั่งตรงข้ามแม่หมอตำแหน่งที่ลูกค้านั่งฟังคำทำนายพอดี..หยิบสมุดพกขึ้นมาเตรียมจด..

แม่หมอนิ่งครู่หนึ่ง…

“..ฉันโทรหาคุณพนัส..ขอข้อมูลที่เขาพอจะรู้เกี่ยวกับคดีฆาตกรรมยกครัวทั้งสามราย..ตำรวจเองไม่ได้ใส่ใจอะไรเพราะคดีมันไม่ได้ดังจนเป็นที่สนใจ..กรมสืบสวนคดีพิเศษก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยว..ทั้งหมดจึงเป็นการสืบสวนของคุณพนัสที่ทำในนามส่วนตัว..”

ผมอดปากหมาไม่ได้..

“..เรียกว่าช่วยลูกสะใภ้ใช่ไหมครับ..”

“..แกนี่ช่างแขวะ..”แม่หมอทำตาเขียว..แต่แล้วก็ยิ้ม.. “..สิ่งที่คุณพนัสสงสัยก็คงคล้ายกับฉัน..ว่าแรงจูงใจมันน่าจะเกี่ยวกับสมบัติที่คุณปราการมีอยู่..และหากครอบครัวนี้ตายกันหมด..สมบัติจะต้องตกเป็นของใคร..”

“..เจ๊คิดว่าไงล่ะครับ..”

“..คุณปราการเคยแต่งงานและหย่ามาก่อน..ถ้ามีลูกจากภรรยาเก่าด้วยก็คงลงตัว..” แม่หมอให้ความเห็น.. “..แต่ทีนี้..มันสืบแบบส่วนตัวไง..คุณพนัสต่อให้สงสัย..ก็จะสืบเสาะอะไรคงไม่สะดวกเพราะเคสนี้..ถือว่านอกเวลาราชการ..”

“..เจ๊จะให้ผมไปสืบให้ป่าวล่ะครับ..”

“..แกยิ่งไม่ได้..เพราะต้องอยู่ช่วยฉันดูคิวลูกค้า..และบางเคสก็ต้องมาจดรายละเอียดคำทำนายให้..แถมหากอยากจะสืบเสาะอะไร..แกรู้หรือว่าควรจะไปสืบที่ไหน..”

ผมยิ้มแหย..

“..เจ๊บอกผมมาก็ได้..จะไปให้..”

“..รอคุณพนัสแหละดีแล้ว..”เจ๊หงส์ทำเสียงเข้ม.. “..คุณพนัสสืบทางที่เขาสามารถทำได้..เราก็ควรจะทำในทางที่เราทำได้..เพราะเคสของครอบครัวกันยา..มันมีบางอย่างที่เป็นปริศนาให้ค้างคา..นั่นก็คือ..ยามตับนิทาน..”

เจ๊หงส์หยิบตำราพรหมชาติที่วางข้างตัวมาเปิด..วันนี้เอามาหลายเล่มเลย..เจ๊มีตำราพรหมชาติเยอะจริง ๆ …

“..ถ้าฆาตกรที่ทำร้ายครอบครัวกันยาเป็นคน ๆ เดียวกัน..ทำไมถึงต้องทิ้งเบาะแสสิ่งเหล่านี้ไว้..”

ผมเกาหัว…

“..ก่อนจะไปถึงเรื่องอื่นนะเจ๊..ช่วยบอกผมมาหน่อยเถอะครับ..ว่าไอ้ยามตับนิทานนี่น่ะ..มันคืออะไรกันแน่..เห็นใจคนที่ไม่รู้เรื่องโหราศาสตร์อย่างผมหน่อยนะครับ…”

“..แกเข้าใจคำว่ายามหรือเปล่าล่ะ..”

“..ก็ได้ยินเจ๊พูดบ่อย ๆ ..ฤกษ์ยามอะไรแบบนั้นแหละครับ..”

“..ฤกษ์ยามถ้าเอาความหมายทั่ว ๆ ไปก็น่าจะหมายถึงช่วงเวลาดีที่ใช้กระทำการใดการหนึ่งเพื่อความเป็นมงคล..ฤกษ์ก็คำหนึ่ง..ยามก็คำหนึ่ง..แต่ก็เอ่ยอ้างถึงเวลาเหมือนกัน..แต่หากตัดเอามาใช้เฉพาะคำว่ายาม..มันก็ใช้ในการทำนายทายทักได้ด้วย…”

ผมจดความรู้ไว้อีกหน้าหนึ่ง..เอาล่ะ..ยังไงถ้าจะต้องเรียนหมอดู..ก็ต้องเรียนมันตอนนี้..

“..ยามที่ใช้สำหรับการพยากรณ์แบบไทย ๆ ..ก็มักจะเป็นยามอัฐกาล..เพราะมีประโยชน์ในการใช้งานหลากหลายประยุกต์ใช้ได้ดีกับดวงชะตา..ทั้งแบบโหราศาสตร์และเลข ๗ ตัว…

ยามอัฐกาลก็คือการแบ่งเวลาออกเป็นแปดช่วงหรือแปดยามในครึ่งวัน..และสิบหกยามในหนึ่งวัน..หาญเฉลี่ยได้ช่วงละหนึ่งชั่วโมงครึ่ง…มีเกร็ดและวิธีการใช้งานอยู่หลากหลาย..และส่วนหนึ่งของวิธีการใช้งาน..ครูบาอาจารย์สมัยก่อน..ก็นำเอานิทานพื้นบ้านมาผูกกับตัวเลขดาวประจำช่วงเวลา..ถ่ายทอดเป็นปริศนาคำทำนายออกมาอีกครั้งหนึ่ง…และเนื่องจากแบ่งหนึ่งวันออกเป็นกลางวันและกลางคืน..ก็เอานิทานมาใส่เข้าไปวันละสองเรื่อง..เจ็ดวันก็จะได้นิทานสิบสี่เรื่อง..”

“..ทำไมต้องเอานิทานมาผูกเข้าด้วยก็ไม่รู้..วุ่นวายหนักเข้าไปใหญ่..”

“…ก็เพื่อให้จำได้ง่ายแค่นั้นแหละ..นิทานแต่ละเรื่องก็สนุกด้วย..และฉันเปิดดูตั้งแต่นิทานประจำวันอาทิตย์..เป็นเรื่องลิงกับนกกระจาบในช่วงกลางวัน..เรื่องพระมโหสถในช่วงกลางคืน….วันจันทร์..กลางวันเป็นเรื่องโฆษกกุมาร..กลางคืนเป็นเรื่องพระเตมีย์ใบ้..พอถึงวันอังคาร..กลางวันเป็นเรื่องทรพีกับทรพา..ซึ่งการฆาตกรรมของครอบครัวกันยาจะเริ่มจากนิทานเรื่องนี้..”

“..ทำไมล่ะครับเจ๊..ไม่ไปเริ่มฆ่ากันตั้งแต่ลิงกับนกกระจาบล่ะ..”

“..ถ้าแกอ่านจะเข้าใจ..”เจ๊ของผมผลักหนังสือให้เล่มหนึ่งซึ่งเปิดหน้าที่มียามตับนิทานไว้เรียบร้อย.. “..มันยังไม่มีการฆ่ากันตายในนิทาน..จนกระทั่งถึงเรื่องทรพีกับทรพานั่นแหละ…แกเคยได้ยินไหมล่ะ..มันเป็นเรื่องราวที่เรียกว่า Tie-in…แยกย่อยในเรื่องรามเกียรติ์..ทรพาเป็นควายมีฤทธิ์เดชมาก....ซึ่งเรื่องราวกลายเป็นว่า..ลูกของทรพาที่ชื่อทรพี..ก็มากระทำปิตุฆาตฆ่าพ่อตัวเอง..ตั้งตนเป็นใหญ่..และสุดท้ายก็ตายด้วยฝีมือพญาวานรที่ชื่อพาลีเจ้ากรุงขีดขิน..”

ผมอ่านดูคร่าว ๆ …ไล่อ่านมาตั้งแต่นิทานเรื่องแรก..คือลิงกับนกกระจาบด้วย..

“..เออ..แฮะ..เจ๊..เริ่มฆ่ากันตั้งแต่เรื่องทรพีทรพาจริง ๆ …แล้วคำว่าลูกทรพี..ก็คงมาจากนิทานเรื่องนี้ใช่ไหมครับ..”

เจ๊ยิ้มรับแต่ไม่พูดรับมุกสิ่งที่ผมคุย..ไพล่ไปคุยต่ออีกทางหนึ่งว่า

“..และคนแรกที่ตายในคดีก็คือคุณปราการ..พ่อของกันยา..ซึ่งก็ยังไม่ใช่พ่อแท้ ๆ ..ตายในเวลาวันอังคารยามพฤหัส..คือตั้งแต่บ่ายสามโมงถึงบ่ายสี่โมงครึ่ง..ตรงกับท่อนนิทานที่ว่า..ยามครูทรพาก็อาสัญ..ด้วยลูกมันขวิดขวับดับสังขาร..ร้ายหนักหนาสารพันจะบันดาล..หากทำการยามนี้ชีวาวาย…”

ผมนึกเอะใจ…

“..คำว่า “ด้วยลูกมันขวิดขวับดับสังขาร..”..เจ๊เลยเข้าใจว่า..น่าจะเป็นทายาทของคุณปราการคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ก่อคดีใช่ไหมครับ..และน่าจะมุ่งเป้าไปยังลูกที่เกิดกับเมียเก่าด้วย..”

“..นายก็คิดแบบฉัน..มัสสุ..”เจ๊หงส์ยิ้มละไม.. “..เพราะแรงจูงใจในการฆาตกรรมมันอยู่ตรงนั้น…เท่าที่ฉันรู้..หากฆ่าจนหมดตระกูล…ท้ายสุด..สมบัติทั้งหมดก็ต้องตกเป็นของทายาทตามสายเลือดของคุณปราการที่จะปรากฏออกมาภายหลังแน่นอน..”

“..แต่ผมก็ยังไม่อยากทิ้งข้อที่ผมสงสัยนะครับ..ว่าตอนนี้..กันยาคือผู้ได้ประโยชน์สูงสุด..”

“..ไม่มีทางเป็นกันยาหรอก..ฉันก็บอกแกแล้ว..”

“..ถ้าหากน้องกันยาคบหากับน้องแคทตามที่เจ๊เล่าให้ผมฟัง..แล้วทางบ้านไม่อนุญาตให้คบล่ะครับ…”

“..แกคิดว่าอย่างนั้นรึ..”เจ๊หงส์หัวเราะหึ ๆ … “..ตั้งแต่รู้ว่าน้องกันยาเป็นเบี้ยนกับน้องแคท..แกก็ดูจะไม่เข้าข้างน้องเค้าอีกเลยนะ..มัสสุ..”

ผมหัวเราะ…

“..ผมไม่ได้คิดอะไรแบบที่เจ๊คิดหรอกครับ…แต่มันก็สงสัยได้ไม่ใช่หรือครับ..”

“..ก็จริงนะที่สงสัยได้..แต่คิดว่า..เค้าจะกล้าทำอะไรผิดกฏหมายทั้งที่คุณพนัสตามติดใกล้ชิดลูกสาวขนาดนั้นได้ลงคอเชียวหรือ..”

“..เจ๊นี่ไว้ใจคนง่ายเชียวนะ..โดยเฉพาะคุณพนัส..”ผมพยายามแหย่.. “..เห็นว่าแต่ก่อนมีปัญหากับเขาไม่ใช่หรือไง..แต่ทำไมตอนนี้..แทบจะพูดถึงเขาทุกคำ..”

“..ไอ้ปากหมา..นี่แกคิดอะไรของแกวะเนี่ยมัสสุ..”เจ๊หงส์..แม่หมอของเราที่ผมรู้สึกถึงเลือดที่ฉีดฝาดบนใบหน้า..อาจจะไปไหนไม่เป็น..เลยมาลงที่การด่าลูกน้องอย่างผม…ฮ่าฮ่าฮ่า..

ผมพอจะรู้นะ..ว่าเจ๊ของผมก็ชอบ ๆ คุณพนัสเขาเหมือนกันแหละ..โถ..

เจ๊หงส์ทำตาเขียวเหมือนไม่พอใจ..แต่ผมรู้น่า..ลึก ๆ แกก็อาจจะเขิน ๆ ตามประสาสาวใหญ่บ้างแหละ..

ใบหน้าในกรอบแว่นนกฮูกก้มลงอ่านหนังสือ…

“..มัวแต่พูดเล่นกันอยู่ได้..เดี๋ยวลูกค้ามา..ก็อดคิดถึงเรื่องนี้กันพอดี..”แม่หมอคราง… “..โอเค..เราพักเคสคุณปราการไว้ก่อน…รู้ไว้เบื้องต้นว่า..ตอนที่คุณปราการเสียชีวิต..มีหนังสือพรหมชาติที่เปิดหน้ายามตับนิทาน..วงปากกาไว้ที่ท่อนนิทานทรพีทรพา..ยามครู..หรือยามพฤหัส..ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่คุณปราการเสียชีวิต..”

ผมพยักหน้า..

“..ครับเจ๊..”

“..ทีนี้..คนต่อไปคือแม่ของกันยา..ชื่อคุณวาสนา..เสียชีวิตในวันอังคารช่วงกลางคืน..เวลาตีสามถึงตีสี่ครึ่ง..ตามนิทานเรื่องพระรถ..เมรี..ตรงกับท่อนที่ว่า..ศุโกรเมื่อเมรีไม่เห็นผัว..ให้หมองมัวตามหาถึงอาสัญ..ยามนี้ร้ายอย่าได้จรจรัล..อย่าผูกพันไมตรีจะมีภัย…”

“..จากที่กันยารายงาน..ตำรวจสันนิษฐานว่าหัวใจวาย…”

“..ตามนิทานเรื่องพระรถ..เมรี..นางเมรีอกแตกตายหรือหัวใจวายจริง ๆ ..เพียงแต่..ฉันอ่านจากดวงชะตาได้ว่าตายจากยาพิษ…แต่ตำรวจกลับหาไม่เจอ..เพราะอะไรรู้ไหม..เพราะว่า..ผู้ตายน่าจะถูกยากระตุ้นหัวใจที่รุนแรงจนหัวใจวายฉับพลัน..และหากได้จากการฉีดเข้าไป..ก็คงยากที่จะตรวจสอบ..”แม่หมอพูด.. “..คุณวาสนาแม่ของกันยาก็ไม่มีความบาดหมางกับใครที่ไหน…แรงจูงใจในการทำร้ายคุณวาสนาก็ไม่มีสักอย่าง..นี่คือสาเหตุว่า..ทำไมตำรวจถึงปักใจเชื่อว่าเป็นการหัวใจวายตามธรรมชาตินัก…”

แม่หมอเปิดดูยามตับนิทานหน้าต่อไป…

“..รายต่อมา..ตุลย์..น้องชายของกันยา..ตายเพราะอาการหัวใจวายเช่นเดียวกัน..ช่วงเวลาตายตรงกับวันพุธ..ช่วงสิบโมงครึ่งถึงเที่ยง…ตรงกับยามตับนิทานเรื่องพระยาช้างฉัตทันต์…และตรงกับความในนิทานว่า..ยามครูนางช้างไม่วางโศก บังเกิดโรคในทรวงเพราะหวงแหน..อกแตกตายวายชีวงในดงแดน..ยามนี้แสนร้ายสุดไม่อุดม…”

ผมอ่านข้อมูลที่จด ๆ ไว้ก่อนหน้านี้..

“..แต่ตำรวจสรุปว่ามาจากความบอบช้ำอันเนื่องมาจากการถูกซ่อมตอนรับน้อง…”

“..ถ้าหากเดาไม่ผิด..ตุลย์คงถูกยากระตุ้นหัวใจจนหัวใจวายเฉียบพลันแบบที่แม่ของเขาโดนมาก่อน…เพียงแต่เมื่อหาสาเหตุแรงจูงใจของฆาตกรไม่ได้..ผู้ตายไม่มีความบาดหมางกับใคร..การซ่อมรับน้อง..เลยกลายเป็นแพะไป..”แม่หมอครางอือม์…. “..มัสสุ..หากว่านายเป็นคนร้าย..และตั้งใจจะฆ่ากันยาเป็นรายต่อไป..นายจะเลือกใช้ช่วงเวลาถัดไปที่มีการตายในนิทานหรือเปล่า…”

ผมนิ่ง..

“..เจ๊..ก็มันเดินเป็นสูตรเลยนี่ครับ…”

“..ช่วงถัดไปที่มีการตาย..ก็คือนิทานเรื่องพระยาฉัตทันต์เรื่องเดียวกันนี่แหละ..”

ผมอ่านท่อนที่มีการตายท่อนถัดไปด้วยใจระทึก…

“..16.30-18.00น.พุธะโพธิสัตว์ยอดหัตถา…ก็ถอดงาออกให้ขมีขมัน..แล้วพระองค์มรณาในป่าวัน…ในยามนั้นต้องห้ามตามนิยาย…”

แม่หมอถอนหายใจ…

“..นั่นหมายความว่า..ถ้าจะมีการฆ่ากันยาจริงตามการคาดการณ์..ต้องใช้ช่วงวันพุธ..สี่โมงครึ่งถึงหกโมงเย็น..”

“..แล้ว..พุธไหนล่ะเจ๊..”

“..เราดักไม่ได้เลยว่าพุธไหน..แต่มันต้องวันพุธแน่นอน…”

“..แล้วตายแบบไหนล่ะเจ๊..”

“..ดูตามนิทาน..การถอดงาของพระยาฉัตทันต์แล้วเสียชีวิตนี่..แกมีความเห็นว่ายังไง..”

“..ถอนฟันแน่นอนเลยเจ๊..”ผมโพล่งขึ้นมา.. “..ถ้าเราสามารถรู้ได้ว่า..กันยาจะต้องไปหาหมอฟันในช่วงวันพุธตอนเย็น..นั่นคือเวลามรณะ..”

“..แกนี่ตลกหรือเปล่าวะเนี่ย..มัสสุ..”แม่หมอหัวเราะ… “..จะบ้าหรือ..ไปหาหมอฟันแล้วตาย..”

“..ถ้าฆาตกรเป็นหมอฟันล่ะเจ๊..”

“..ถ้าแกไม่บอกออกมานะว่าแกเล่นมุก..ฉันจะตัดเงินเดือนแก..”

“..เล่นมุกก็ได้…”ผมยิ้มแห้ง ๆ .. “..นึกไม่ออกหรอกเจ๊..ถ้าจะนึกกันตรง ๆ ก็คือ..กันยาอาจจะถูกทำอะไรเกี่ยวกับกรามหรือฟันสักอย่าง..แล้วตาย..นึกไม่ออกว่ายังไง..”

“..แต่ถ้าพิจารณาให้ถ่องแท้..การถอดงา..คือการให้สมบัติสำคัญของตัวเองมากกว่า..”แม่หมอครางอือม์… “..ถ้าจะมีการฆาตกรรมเกิดขึ้นจริง..ก็น่าจะใช้เหตุคือการปล้นชิงทรัพย์..และฆ่า..”

“..จริงด้วย..”ผมอุทาน..ทำไมนึกไม่ถึงนะ…

แล้วผมก็อดสงสัยไม่ได้..

“..เจ๊..ถ้ามันเป็นแบบนั้นจริง..ฆาตกรมันไม่เล่นอะไรง่ายไปหน่อยหรือ..เค้าคงจะรู้ว่าถ้าหากจะดักทางจากการฆ่าตามยามตับนิทาน…เราก็หาทางป้องกันเสียก็หมดเรื่อง…ฆาตกรก็จะทำอะไรได้ยากเข้าไปอีก…”

“..ถ้านายหมายถึงการระแวดระวังในช่วงเวลาดังกล่าว..ทุกพุธ..ทุกสัปดาห์..เฝ้าระวังไปยาว ๆ …ให้กันยาอยู่ในสถานที่ที่ยากต่อการจะก่อเหตุฆาตกรรมได้..ฆาตกรอาจจะไม่ใช่การฆ่าตามแนวทางที่เราคาดการณ์จากยามตับนิทาน..แต่ใช้ช่วงเวลาอื่นแทนใช่ไหม..”

“..ผมว่ามันจะตลกไปหน่อยนะครับ..ถ้าจะทำอะไรแบบเดิมซ้ำ ๆ ซาก ๆ จนมีคนดักทางได้..”

“..ก็อาจจะตลกนะ..แต่ฉันว่า..ที่ฆาตกรทำมาตลอด..คือเป๊ะกับยามตับนิทานไม่มีผิดเพี้ยน..ครั้งนี้หากจะฆ่ากันยา..ก็คงใช้วิธีเดียวกันแน่นอน…และฉันก็เชื่อว่า..ต่อให้เราระวังตลอด..แต่ก็คงไม่สามารถระวังได้ตลอดไป..เหมือนฆาตกรจะไม่ใส่ใจเรื่องของระยะเวลาเสียด้วย..ตายเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น..ไม่เร่งไม่ร้อน..”

“..เจ็ว่าอย่างนั้นเลยหรือครับ..”

“..ก็มีข้อชวนสงสัยอยู่บ้าง..อย่างเช่น..ถ้าแรงจูงใจเป็นทรัพย์สมบัติที่มีทั้งเงินสดกับที่ดินราว ๆ ห้าหกสิบล้าน..การประกาศตัวเพื่อรับมรดกทั้งหมด..จะกลายเป็นข้อสงสัยและกังขาสำหรับคนทั่วไปรวมทั้งเจ้าหน้าที่อย่างแน่นอน..ดังนั้น..ก็เท่ากับสิ่งที่วางไปทั้งหมด..จะเหมือนเหนื่อยแรงฟรี..แล้วฆาตกรจะทำไปทำไม..”

นั่นน่ะสิครับ..ผมคิดตาม..แล้วจะทำไปทำไม…

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น..เจ๊หงส์เหลือบมองมือถือของตัวเอง..ผมรู้สึกว่าเจ๊ของผมแอบยิ้ม..ใช่..หน้าจอขึ้นชัดเจนว่าคนที่โทรมา..คือคนที่ชื่อ”พนัส..”

หลังจากเหตุการณ์ที่ดราม่ากันในวัด..ก็ผ่านมาสองสามวันแล้ว..เหมือนเจ๊กับคุณพนัสจะติดต่อกันบ่อยครั้งสำหรับคดีที่เกิดขึ้น..ทุกครั้งที่ผมได้ยินเสียงเจ๊คุยโทรศัพท์..น้ำเสียงเจ๊หงส์จะดูมีชีวิตชีวามากขึ้นทุกที..

ดีใจด้วยนะเจ๊..ถ้าเคลียร์กันได้ดี..ผมก็ดีใจด้วย..อยากให้เจ๊มีความรักแม้ว่าอายุเจ๊จะมากแล้ว..เจ๊ควรจะมีความสุขได้สักทีแม้ว่าจะมาช้าไปหน่อยก็เหอะ…

“..หือ..”เจ๊ดูจะแปลกใจ… “..จริงหรือคะคุณพนัส…ค่ะ..งั้นส่งมาทางไลน์เลยนะคะ..”

เหมือนเจ๊จะเขิน ๆ สายตาผม..เลยรีบวางสาย..

และไม่ช้า..ก็รับไลน์จากคุณพนัส…นี่ตกลงเขาแอดไลน์กันตั้งแต่เมื่อไหร่..น่าประหลาดใจนักเชียวเจ๊นี่…

แม่หมอพยายามทำสีหน้าปรกติ…จนผมอดกระแอมไม่ได้..

“..มีอะไรหรือมัสสุ..”เจ๊ถาม..

“..แหม..หน้าเจ๊นี่บานยังกะดอกทานตะวันเลยนะครับ..”

“.บ้า..พูดอะไรบ้า ๆ..”เจ๊เหมือนเขิน.. “..แกก็ดีแต่ไร้สาระ..คุณพนัสได้ข้อมูลเกี่ยวกับครอบครัวเก่าของคุณปราการมาแล้ว…คุณปราการมีลูกกับภรรยาเก่าที่ชื่อคุณมาลัยวรรณหนึ่งคน..แต่ก็ตายไปแล้วเพราะอุบัติเหตุ..คุณมาลัยวรรณเองก็เสียชีวิตไปก่อนหน้านั้นเช่นกันเพราะอาการติดเชื้อทางกระแสเลือด..”

“..โห..เจ๊..เบาะแสหายหมด..”

“..คุณมาลัยวรรณภรรยาเก่าคุณปราการหลังจากเลิกราไป..ท้ายสุดก็ไปแต่งงานใหม่กับเจ้าของโรงงานเฟอร์นิเจอร์..ชื่อเทพไท...ไม้เจริญดี..มีลูกชายคนนึง..ชื่อเทพธรรม..ไม้เจริญดี..”

เจ๊หงส์เปิดไลน์อ่านข้อมูลที่คุณพนัสส่งมาให้..

และชื่อที่ผมได้ยินทำให้หูผึ่งไม่น้อยทีเดียว..

“..เทพธรรม ไม้เจริญดี..คุ้นมากนะเจ๊..”

“..แต่ฉันไม่คุ้น..เค้าไม่น่าจะเป็นเซเลป..หรือคนดังอะไรสักหน่อย..”เจ็หงส์พูดอย่างเฉื่อยชา.. “..และอีกอย่าง..ดูองค์ประกอบของผังความสัมพันธ์..ก็ยังห่างชั้นกับปราการและลูกเมีย..จนไม่เห็นแรงจูงใจในการฆ่าเลยนะมัสสุ..”

เสียงกริ่งดังขึ้น..นั่นเป็นสัญญาณว่าลูกค้ารายต่อไปของแม่หมอมาถึงแล้ว..

ผมเห็นแม่หมอมีอารมณ์หงุดหงิดก็อดหัวเราะไม่ได้…

“..เจ๊..คงอยากจะทายดวงลูกค้ารายนี้ให้ลงเหวไปให้รู้แล้วรู้รอดใช่ไหม…”

“..กำลังคุยกันออกรสแท้ ๆ ..ดันมาก่อนเวลา..เชื่อเลย..”แม่หมอเซ็ง…

ผมเปิดสมุดจดคิวลูกค้า…ก่อนจะอุทานออกมาจนแม่หมออดถามไม่ได้..

“..แกจะมาทำเป็นเซอร์ไพรส์บ้าอะไรตอนนี้หือ..มัสสุ..”

“..เจ๊..ลูกค้าดูดวงคนนี้ชื่ออะไรรู้ไหม..”

“..ชื่ออะไรล่ะ..”แม่หมอชักเอะใจ..

“..ชื่อเทพธรรม..ไม้เจริญดี..”ผมอ่านจากสมุด..และเหลือบมองข้อมูลที่อยากจะปรึกษาแม่หมอแบบคร่าว ๆ ที่ต้องจดไว้ทุกครั้งเพื่อความสะดวกในการให้คำปรึกษา..

“..ปรึกษาเรื่องธุรกิจการค้า..เพราะยอดประกอบการธุรกิจตกต่ำลงอย่างมาก…”

“..นี่แกมุกหรือเปล่าวะ..”แม่หมอดูจะตกใจเหมือนกัน…

“..ไม่มุกเลยครับเจ๊..สาบาน..เค้าชื่อนี้จริง ๆ ..”

“..ถ้าหากคนเดียวกันกับที่เราได้ข้อมูลมาจากคุณพนัส..ก็ถือว่าพีคมาก..เออ..มัสสุ..ถ้าเป็นแบบนี้..แกต้องมาคอยจดบันทึกคำทำนายให้ลูกค้าแล้วล่ะ..ต่อให้เขาไม่ต้องการ..ฉันก็จะกล่อมให้เขาต้องการให้ได้..”

ลูกค้าบางคนไม่อยากให้เรื่องที่มาปรึกษาต้องล่วงรู้ถึงหูคนอื่น..จนอาจจะบันทึกข้อมูลด้วยตัวเอง.จดเองหรือบันทึกเป็นเสียงก็แล้วแต่…แต่ส่วนหนึ่ง..ก็พอใจที่ผมจะมาช่วยจดคำทำนายและข้อเสนอแนะของแม่หมอให้..

ว่าแต่..จะใช่คนเดียวกันหรือเปล่าล่ะเจ๊…

……

เทพธรรม ไม้เจริญดีเป็นชายหนุ่มอายุยังไม่น่าจะถึงสามสิบ..แต่แต่งตัวภูมิฐาน..แม้จะไม่ถึงขนาดสวมสูท..แต่ก็ใส่เชิ๊ตและสแลค..แสดงถึงภาระหน้าที่ซึ่งต้องรับผิดชอบมากเกินตัวสักหน่อย..

เพราะเขายังอายุไม่มาก..การแต่งตัวให้ดูภูมิฐานจึงมีความจำเป็นสำหรับบุคลิกของเจ้าของธุรกิจ..

แม่หมอจดวันเดือนปีเกิดลงไปในสมุด..ตั้งผังดวงและนั่งครุ่นคิด..

ครั้งนี้..ลูกค้ามีข้อมูลวันเดือนปิเกิดและเวลาตกฟากตลอดจนจังหวัดที่เกิดครบถ้วน..เครื่องมือของแม่หมอ..จึงกลายเป็นดวงวงกลมแบบดวงโหราศาสตร์ไทย..ซึ่งผมตามแม่หมอมานานจนรู้ว่า..ไม่ว่าจะใช้วิธีดูแบบโหราศาสตร์หรือเลข๗ตัวก็ตาม..แม่หมอของผมดูได้แม่นยำไม่ต่างกัน..

“..คุณเทพธรรมคะ..”แม่หมอพูดขึ้น.. “..คุณนี่เก่งจริง ๆ ..อายุยังไม่ถึงสามสิบ..แต่ก็คุมโรงงานเฟอร์นิเจอร์แล้ว..”

เทพธรรมยิ้มอย่างสุภาพ..

“..คุณพ่อผมต้องวางมือเพราะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ..จริง ๆ อยากจะทำต่อนะครับ..แต่ท่านเป็นอัมพฤกษ์..เวลานี้ได้แต่ให้คำปรึกษาผมเพียงอย่างเดียว..ทำอะไรไม่ได้เลย..”

“..ก็ให้คุณแม่ช่วยก็ได้..”

“..คุณแม่เสียนานแล้วครับ..”เทพธรรมพูดเสียงเรียบ.. “..ภาระทุกอย่างของโรงงานจึงต้องตกเป็นของผม..แต่แม่หมอครับ..ผมเองก็ยังเป็นแค่เด็กหน้าอ่อนคนหนึ่ง..เจอปัญหาเข้าทีก็ไปไม่เป็นเหมือนกัน..โดยเฉพาะสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ..”

“..คุณพ่อมีความเห็นอย่างไรบ้างคะ..”

“..คุณพ่อบอกว่า..ถ้าไม่ไหว..ก็ขายกิจการทิ้งไปเสียเถิด..แล้วเอาเงินมาทำในสิ่งที่ผมรักมากกว่าต้องมาทำเฟอร์นิเจอร์..แต่ผมก็อยากจะสู้ให้ถึงที่สุดก่อนครับ..ไม่ไหวจริง ๆ ค่อยว่ากันอีกที..วันนี้..ผมอยากจะมาขอคำปรึกษาจากแม่หมอ..ว่าดวงชะตาผมยังสามารถประคองกิจการของทางบ้านไปได้อีกกี่มากน้อย..บอกตรง ๆ นะครับ..ผมไม่ต้องการสู้จนตัวตายแล้วก็ไม่เหลืออะไรติดไว้เลย..ไม่คุ้มครับ..แต่ถ้าหากไปต่อได้..หรือรู้ช่วงจังหวะขาลง..ควรถอยเมื่อไหร่มันน่าจะดีกว่า”

“…ดวงยังพอมีทางออกนะคะ..”แม่หมอพูดอย่างระมัดระวัง.. “..ในดวงชะตาบอกว่า..คุณเพียงแค่ขาดสภาพคล่อง..หากมีสภาพคล่องมาเจือจุนได้สักสองสามเดือน..อะไร ๆ มันก็ดีขึ้นแล้ว…”

“..ผมจะไปหาสภาพคล่องที่ไหนล่ะครับ..ผมยังเด็ก..ธนาคารก็ยังมองว่าเสี่ยงที่จะปล่อยเงินออกมาให้ผมเอาไปทำทุนต่อ..ขนาดเอาโรงงานไปค้ำ..เขาก็ยังให้เงินออกมาแค่ล้านสองล้าน..ไม่คุ้มที่จะเอาไปหมุนเลยนะครับ..”

“..ในดวงชะตา..เขาบอกให้คุณขอความช่วยเหลือจากญาติพี่น้องนะคะ..”

“..โอ๊ย..ใครกันครับ..นึกไม่ออกจริง ๆ …”

แม่หมอฉลาดพอที่จะทำเป็นนิ่งคิด..และพูดออกมา..

“..ในดวงบอกว่า..น่าจะเป็นญาติทางแม่..”

“..ผมไม่รู้จักใครเลยครับ…โอเค..เคยมีพี่น้องอยู่คนนึงเป็นลูกติดจากสามีเก่าของแม่..แต่เขาก็ตายไปแล้ว..”

“..แล้วคุณจะไม่คิดถึง..”แม่หมอทำเป็นคิด.. “..สามีเก่าแม่ด้วยล่ะคะ..”

“..ผมไม่อยากจะยุ่ง..แม่มีความทรงจำไม่ดีเกี่ยวกับสามีเก่า..พี่ชายผมที่เป็นลูกแม่เดียวกันที่ตายไปก็แค้นพ่อของเขามาก..ไม่ว่าเขาจะรวยแค่ไหน..แต่อย่าให้ผมต้องไปยุ่งกับเขาเลยครับ..”เหมือนเทพธรรมจะขมวดคิ้ว.. “..ว่าแต่..แม่หมอพูดถึงเรื่องนี้ทำไม..มันอยู่ในดวงผมจนสามารถอ่านได้ถึงขนาดนี้เลยหรือครับ..”

“..งั้นถามหน่อยนะคะ..แม่ของคุณชื่อคุณมาลัยวรรณใช่ไหม..”

“..ครับ..”เหมือนเทพธรรมจะขนลุก… “..นี่ถ้ามันจะมาจากการดูดวงของแม่หมอ..คืนนี้ผมคงนอนไม่หลับแน่..”

ผมสบตากับเจ๊..ให้ตายสิ..นี่มันบังเอิญจริง ๆ …

เทพธรรม..ไม้เจริญดี..เป็นคนเดียวกับคนที่แม่หมอได้ข้อมูลมา..แต่ดู ๆ แล้ว..เขาไม่น่าจะเกี่ยวข้องอะไรกับการฆาตกรรม..เพราะเหมือนจะไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย..

ว่าแต่..ทำไมมันบังเอิญได้ขนาดนี้…

“..ก่อนจะให้คำชี้แนะทางดวงชะตานะคะ..ดิฉันขอถามคุณเทพธรรมสักเรื่องหนึ่ง..จะเป็นไรไหมคะ..”แม่หมอยังคงมีสีหน้าขรึมแบบอ่านใจไม่ออก..

เทพธรรมดูจะประหลาดใจ..

“..ได้ครับ..”

“..คุณว่าญาติทางแม่ของคุณ..มีใครที่คุณรู้จักอีกไหม..แบบสนิทสนมน่ะค่ะ..”

“..แม่ไม่มีญาติพี่น้องทีไหนนะครับ..ญาติทางพ่อผมยังจะมากกว่าอีก..จะมีก็แต่พี่ชายผมที่เสียไปเท่านั้น..เพียงคนเดียวแค่นี้จริง ๆ ..และผมก็ไม่ค่อยได้สนิทสนมกับพี่ชายคนนี้มากนัก..เพราะดูเขาเหมือนเป็นคนสติไม่ค่อยดี..บอกไม่ถูก..อารมณ์รุนแรงจนพ่อผมไม่อยากให้ผมอยู่ใกล้.แม่ก็เข้าใจดี..และวันที่เขาเสียชีวิต..ก็เพราะบ้าระห่ำขับมอร์เตอร์ไซด์ออกไปนอกบ้าน..คนเห็นเหตุการณ์บอกว่า..พี่ชายผมขับรถเร็วมากไม่รู้ว่าบ้าคลั่งอะไรขึ้นมา..และเสยกับรถเมล์ที่สวนมาอีกเลนหนึ่ง..ตายคาที่..”

เหมือนเทพธรรมจะไม่รู้สึกเสียใจเลยกับโศกนาฏกรรมครั้งนี้..

…..

แม่หมอไม่ได้ถามอะไรเกี่ยวกับเรื่องที่ตัวเองอยากจะรู้อีก..

ได้แต่อ่านและวิเคราะห์ทางดวงชะตา..บอกกล่าวให้ทราบถึงวิธีแก้วิกฤติที่เทพธรรมประสบอยู่..และท้ายที่สุดหลังจากไล่ไปไล่มา..เทพธรรมก็นึกถึงลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่งซึ่งทำงานในสถาบันการเงิน..

“..แบบนี้สงสัยต้องให้เจ๊แกช่วยผมเสียแล้ว..”เทพธรรมสีหน้าสดใสขึ้น.. “..แม่หมอคิดว่าเจ๊หยกช่วยได้แน่นะครับ..”

“..ดวงของคุณต้องอาศัยญาติพี่น้องช่วยเหลือ..และรูปพรรณของเจ๊หยกคนนี้..ก็ตรงกับในดวงชะตาบอกไว้..คุณไปคุยกับเจ๊ลูกพี่ลูกน้องของคุณคนนี้แบบเปิดอก..ทำเรื่องกู้แบบเป็นขั้นเป็นตอนอย่าให้เจ๊ของคุณลำบากใจ..และดิฉันเชื่อว่า..เงินก้อนหนึ่งจะมาต่อชีวิตกิจการของคุณได้แน่…”

สีหน้าเทพธรรมดูสดใสขึ้น..เป็นธรรมดาที่เมื่อมีใครมาหาแม่หมอของผม..สิ่งที่ได้รับกลับไปนั่นคือความหวัง..และเป็นความหวังที่เป็นจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ทีเดียว..

“..ขอบคุณมากครับแม่หมอ..ค่าบริการสองพันสำหรับคำปรึกษา..ผมว่าไม่แพงเลยนะครับ..เพราะมันได้ทางออกที่เป็นไปได้มากด้วย…”

“..ทุกอย่างมีทางออกเสมอค่ะ..แต่บางที..เราอาจจะไม่ได้มอง..หรือมองข้ามมันไป..”

“..ถ้าได้ผลอย่างไรแล้ว..ผมจะโทรฯมาบอกนะครับ..”เทพธรรมลุกขึ้น..โค้งให้..

แม่หมอขมวดคิ้ว..ก่อนจะถามในแบบที่ผมเองก็ตะลึง..

“..คุณเคยฟังนิทานคำกลอนไหมคะ..”

“..หือ..” เหมือนเทพธรรมจะสงสัย.. “.นิทานคำกลอนอะไรครับ..”

“..อย่างเช่น..”เจ๊หงส์นิ่ง..และว่ากลอนตับนิทานออกมาท่อนหนึ่ง.. “..ภุมมะรุ่งรางกระจ่างฉาย..ดีกับร้ายกึ่งกันจงหันหา..เมื่อกระบือชื่อพญาทรพา..อยู่ในป่าตัวเดียวเที่ยวกระเจิง…”

เทพธรรมยิ้มเล็กน้อย..เมื่อเจ๊หงส์ว่าท่อนต่อไป..เขาก็ว่าตามคลอไปด้วย..

“..สุริชะเมื่อได้บริวาร..แสนสำราญวิ่งโลดโดดเถลิง..เกิดกำลังตั้งท่าทำร่าเริง..เที่ยวแลเบิ่งเป็นใหญ่ในฝูงควาย…”

ผมกับเจ๊หงส์ชะงัก..และอ้าปากค้าง..

“..คุณต่อกลอนได้อย่างไรคะ..”แม่หมอถามด้วยความตระหนก..

“..พี่ชายผมที่บอกว่าสติไม่ดีและเสียชีวิตไปแล้ว..ชอบท่องบทนี้มากครับ..ท่องแทบจะทุกวันจนจำได้..มีสามสี่เรื่องหรือไงนี่แหละครับ..นี่ผมงงเหมือนกันนะครับแม่หมอ..ทำไมแม่หมอรู้ล่ะครับว่า..ว่าผมเคยฟังนิทานคำกลอนพวกนี้ด้วย…”

……

เทพธรรมกลับไปแล้ว..ผมกับแม่หมอนั่งมองหน้ากัน..

“..เจ๊..”ผมพูดขึ้น.. “..ท่าทางคนที่ก่อคดีฆาตกรรม..จะเป็นคนที่ตายไปแล้วนะครับ..”

“..แกหมายถึงลูกคนแรกของคุณปราการนั่นน่ะรึ…”

“..โอย..เจ๊..มันจะมีใครอีกล่ะ..”ผมครางเฮ้อ.. “..เจ๊เคยทำงานเป็นหน่วยสืบราชการลับ..เคยสืบเรื่องผีบ้างไหมเนี่ย..”

แม่หมอหัวเราะ..เลิกแว่น..

“..ฉันไม่เชื่อหรอกนะว่าผีจะมีจริง..”

“..แต่เจ๊ก็เป็นหมอดูไม่ใช่หรือ..หมอดูต้องเชื่อเรื่องพวกนี้สิ..”

“..บ้า..ไม่ทุกคนหรอก..คนไม่เชื่อก็มี..”

“..แล้วเป็นหมอดูได้ยังไง..”

“..หมอดูเป็นนักพยากรณ์ที่มีหลักวิชาและหลักการชัดเจน..บางคนอาจจะมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องเร้นลับ..แต่ก็หลายคนที่มองวิชาหมอดูเป็นสถิติ..เรื่องราวทางจิต..และปรัชญามากกว่าจะเป็นเรื่องเร้นลับนะ..”

“..เจ๊..”ผมชักสยอง.. “..เจ๊ว่าไม่เกี่ยวกับผีจริงน่ะหรือ..”

“..ถ้ามองในมุมของนักสืบของหน่วยสืบราชการลับกรมสืบสวนคดีพิเศษ..ผีไม่ควรจะเกี่ยว..”

“..แล้วมองในมุมหมอดูแม่น ๆ อย่างเจ๊ล่ะ..”

“..ก็ไม่ควรจะเกี่ยวเช่นกัน..”เจ๊แม่หมออมยิ้ม… “..มัสสุ..แกต้องเข้าใจนะ..นี่เป็นคดีฆาตกรรม..และคดีนี้..มันมีเหตุมีผลของมัน..ทั้งเหตุผลในแง่ของหลักฐาน..และแรงจูงใจที่จะกระทำ..”

“..หลักฐานกับแรงจูงใจเลยหรือเจ๊..ผมยังมองไม่ออกเลย..”

“..ฉันว่าฉันมองออกแล้วล่ะ..เพียงแต่องค์ประกอบบางอย่างมันไม่ครบ..ต้องรอสักหน่อย..”

“..เจ๊มองออกแล้ว..บ้าน่า..”ผมโวยวาย… มองออกได้ยังไงกัน…

แต่เจ๊ก็หัวเราะ…

“..อีกไม่นานหรอกมัสสุ..คดีก็จะได้รับการไขออกมา..เราแค่รอ..”

“..รอ..รออะไรหรือครับเจ๊..”

“..รอหลักฐานน่ะสิ..”

บทจะกวน..แม่หมอก็กวนเอาเรื่อง..ผมบอกตรง ๆ ..ผมเกลียดท่าทีลับลมคมในของแม่หมอนัก..มีอะไรก็เล่าให้ฟังบ้างสิ..ไม่ใช่ทำเป็นรู้อยู่คนเดียวแบบนี้..

บอกตรง ๆ ..ไม่สนุกเลย…

….

ผมต้องมาที่งานศพคนเดียวอีก..จนดูเหมือนจะน่าเบื่อไปสักหน่อย..แต่ก็ทำไงได้..แม่หมอให้เก็บรายละเอียดมาให้ทุกคืน..เผื่อจะมีเบาะแสอะไรบางอย่าง..

ผมเองก็รู้ดี..ทุกครั้งที่กลับจากงานศพ..แม่หมอจะเรียกเอากล้องกระดุมที่ผมบันทึกภาพและเสียง..กลับไปโหลดไฟล์ลงคอมพิวเตอร์..และนั่งดูแบบนั้นทุกวัน ๆ …

ชักจะเบื่อแล้วนะ..เพราะแขกเหรื่อที่มา..หลัง ๆ ก็มักจะซ้ำ ๆ ..เพราะมีแต่เพื่อน ๆ ของผู้ตายที่ยังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย..และต่างคนต่างก็พยายามจะปกป้องสถาบัน..ที่สื่อและสังคมกระหน่ำโจมตีเรื่องการรับน้องที่รุนแรง..

แต่วันนี้..หลังจากผมมาถึงงานศพ..และเข้าไปทำหน้าที่ช่วยกันยากับแคทเสริฟน้ำให้แขกเหรื่อ..แปรสภาพจากที่แรก ๆ เป็นคนร่วมงานศพธรรมดา..กลายเป็นสต๊าฟช่วยงานอย่างเต็มใจ..เพราะการได้เสริฟน้ำแขกเหรื่อนี่แหละ..สามารถทำให้บันทึกภาพและเสียงของแขกที่มาร่วมงานได้อย่างเนียน ๆ …

กันยาเหมือนมีเรื่องร้อนใจ..จนแคทที่เป็นแฟน..อดมีสีหน้าเป็นห่วงและอยู่ใกล้ ๆ ตลอดเวลาไม่ได้…

ผมเองเหมือนจะรู้ตัว..พอได้จังหวะก็เข้ามาคุยด้วย..

“..หน้าตาไม่ดีเลยนะครับน้องหญิง..”

แคทเวลานี้เริ่มวางใจผมแล้วหลังจากที่ผมทราบความจริง..และวางตัวใหม่ให้เธอสบายใจ..

“..พี่มัสสุ..พี่หญิงเหมือนโดนสะกดรอยตาม..”

“..หือ..”ผมอุทาน.. “..ใครหรือ..”

หญิงหรือกันยามีสีหน้าตระหนก..

“..ทีแรกดิฉันนึกว่าเป็นเพราะอาการข้างเคียงหวาดระแวงจากการกินยาลดความอ้วน..เพราะมีคนเคยบอกดิฉันอย่างนั้น..แต่หลัง ๆ .ท่าทางจะไม่ใช่แล้วล่ะค่ะพี่มัสสุ..”

“..แคทวันนี้ก็โดดเรียนมาอยู่กับพี่หญิงนะคะ..เพราะพี่หญิงกลัวมาก..เหมือนมีคนตามพี่หญิงจริง ๆ ค่ะ..แต่ไม่รู้ว่าใคร..เรารู้สึกเหมือนมีใครแอบมองตลอดเวลา..”

“..น้องแคทบอกคุณพ่อหรือยัง..”ผมเป็นห่วง..แต่ก็นะ..ถ้าจะต้องมีใครสักคนปกป้องน้องหญิง..ควรจะเป็นคนที่เกี่ยวข้องโดยตรงดีกว่า..ผมเป็นเลขาแม่หมอ..จะทำอะไรได้..

“..เพิ่งโทรฯบอกค่ะ..”

ผมจำเป็นต้องโทรฯหาแม่หมอโดยด่วน…เพราะเรื่องนี้ถือว่าใหญ่พอสมควร..

แต่แม่หมอเหมือนกำลังยุ่ง..

“..แกโทรฯมาทำไมตอนฉันกำลังดูดวงให้ลูกค้าอยู่..มัสสุ..”

ผมเล่าเรื่องให้ฟัง..แต่คำตอบของแม่หมอคือ…

“..บอกกันยานะ..ฉันจะไปค้างที่บ้านของเธอ..และจะขอตรวจสอบสถานที่ด้วย..”

ผมอดครางไม่ได้..

“..โห..เจ๊…”

“..อย่าลืมนะ..ตั้งแต่เกิดเรื่อง..เรายังไม่ได้ไปดูที่เกิดเหตุเลย..ก็ถือโอกาสไปสำรวจกันเนียน ๆ ..”

“..แล้วเจ๊จะไหวหรือครับ..”

“..ไม่ต้องห่วง..วันนี้ยังไม่ใช่วันพุธ..กันยายังไม่มีอะไรหรอก..ถ้าจะรู้สึกว่าคนตาม..ก็คงเป็นการหาช่องว่างสำหรับการก่อคดี..เนื่องจากยามตับนิทานท่อนต่อไปที่มีการตาย..เราวิเคราะห์กันแล้ว..จะต้องเกิดจากการปล้นชิงทรัพย์ค่อนข้างแน่..”

“..คนร้ายก็เลยจะหาช่องที่จะทำร้ายกันยาให้ได้ใช่ไหมครับ..”

“..วันพุธช่วงสี่โมงครึ่งตอนเย็นถึงหกโมงเย็น..นั่นคือวันเวลาที่มันจะทำ..เพียงแต่..กันยาทำงานเป็นพีซีของห้าง..หากจะใช้เหตุในชีวิตประจำวัน..คนร้ายจะไม่มีทางก่อเหตุได้ในวันเวลาที่มันต้องการได้แน่..เพราะงานที่ห้างมักจะเลิกดึก..และการก่อเหตุในห้างที่มีแต่คนเดินไปมา..ไม่อาจจะทำได้เลย..”

ก่อนที่แม่หมอจะพูดอีกว่า..

“..มีอยู่เพียงช่วงเดียวที่จะสามารถลงมือ..คือช่วงที่กันยาต้องจัดงานศพน้องนี่แหละ..และวันพุธถัดไป..ยังอยู่ในข่ายที่เป็นไปได้..เพียงแค่ระวังช่วงนั้นให้ดี..ก็ยากที่คนร้ายจะก่อเหตุแล้วล่ะ..แกคุยปลอบไปก่อนนะ..ฉันดูดวงก่อนล่ะ..”

แม่หมอวางสาย..ผมก็ไม่กล้าจะรบกวนงาน..

กันยากับแคทมองหน้าผม..

“..แม่หมอจะไปค้างเป็นเพื่อนน้องหญิงครับ..สบายใจได้..”ผมพูด..

แคทอดพูดไม่ได้..

“..พี่หญิง..ให้แคทไปค้างกับพี่ด้วยนะ..”

ผมเข้าใจดี..ถึงความเป็นห่วง..แต่ก็อีกเรื่องที่สำคัญ..การได้ค้างคืนกับคนที่ตัวเองรัก..ก็ถือเป็นโอกาสอันดีเหมือนกัน

เพียงแต่ดูท่าน้องหญิงยังไม่อยากจะให้แคทมาค้างที่บ้านตนเอง..คงเป็นเพราะเกรงใจคุณพนัสนั่นแหละ..แคทยังเด็ก..จะไปนอนค้างบ้านแฟนหรือก็จะกระไรไปไหม..

กันยากลับยิ้มออกมา..

“..ถ้าแม่หมอจะไปค้างที่บ้านดิฉัน..แคทก็น่าจะค้างได้นะคะ..อย่าลืมโทรฯบอกพ่อก็แล้วกัน..”

เพราะว่ามีผู้ใหญ่อยู่ด้วย..กันยาก็เลยวางใจ..นี่กระมัง..ที่เธอยิ้ม..ใจจริงก็คงอยากจะค้างกับแคทอยู่แล้วล่ะ..

แต่เหมือนแม่หมอจะพอคลำทางได้แล้วนี่..

เหลือแต่หลักฐานบางอย่างเท่านั้นที่แม่หมออาจจะต้องการเชื่อมข้อมูลทั้งหมดเข้าด้วยกัน..

และผมก็สังหรณ์..ว่าการมาค้างคืนกับกันยา..บางที..อาจจะทำให้เบาะแสที่ต้องการหาครบถ้วนก็ได้..

ผมรู้สึกว่า..แม่หมออาจจะต้องทำอะไรที่มากกว่าหาเบาะแส..

แต่ผมเองก็ยังไม่ทราบว่าจริง ๆ แล้ว..แม่หมอกำลังต้องการหรือทำอะไรกันแน่…

……

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 91 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #98 BEAUTY-INCLE (@kaitokiddo1412) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 / 18:14
    มีความสงสัยในตัคนร้าย จะเป็นใครนะ ก็คนที่เกี่ยวข้องดูเป็นไแไม่ได้หมดเลย นอกจากกันยาจะเป็นคนร้ายเอง....
    #98
    1