แม่หมอ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 24,494 Views

  • 158 Comments

  • 409 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    258

    Overall
    24,494

ตอนที่ 15 : ฆาตกรรมเพื่อสุขภาพ(จบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1118
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 66 ครั้ง
    8 มี.ค. 61

เรื่องจากมุมมองของแคท

ฉันกับจีจี้เปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำเรียบร้อยแล้ว…แต่แทนที่เราจะรีบกลับไปยังห้องแต่งตัว..กลับเดินหาอาหงส์กับพี่มัสสุซึ่งตามเก็บหลักฐานอยู่…

หลักฐานที่อาหงส์เชื่อว่าจะสามารถช่วยคุณหน่องให้หลุดพ้นจากความเป็นผู้ต้องสงสัยได้

..ถ้าจะบอกกันตามตรง..ด้วยสติปัญญาของฉัน..ยังไม่เห็นทางที่จะช่วยคุณหน่องเลยจริง ๆ

เดินหาสักพัก..ก็เจออาหงส์กับพี่มัสสุเดินเตร่แถว ๆ โต๊ะทำงาน..สอบถามพนักงานที่ไม่ใช่ผู้ต้องสงสัยไปด้วย..

เมื่อฉันกับจีจี้ไปสมทบ..อาหงส์เหล่มองฉันเล็กน้อย..ยิ้ม..และไม่พูดอะไร..

พี่มัสสุกลับพูดกับฉันว่า..

“..แคท..ไม่ไปที่ห้องแต่งตัวก่อนหรือ..เดี๋ยวพ่อแคทจะว่าเอานะ..”

อาหงส์กลับพูดขัดขึ้นว่า..

“..มัสสุ..ปล่อยให้แคทไปกับเราเถอะ..จีจี้ด้วย..”

“..มันจะดีหรือครับเจ๊..”

“..แคทจะเป็นตัวนำโชคให้เรานะมัสสุ..”

ตัวนำโชคหรือ..ฉันเนี่ยนะ..

แต่ถ้ามาจากปากอาหงส์เสียอย่าง..มันน่าจะมีน้ำหนักไม่น้อยเหมือนกัน..

อาหงส์พูดขึ้นว่า..

“..แคทกับจีจี้..หากเจออะไรเอะใจก็บอกอาได้นะ..อาจะได้เอาลางสังหรณ์ของพวกหนูมาใช้ให้เป็นประโยชน์..”

พี่มัสสุดูจะเกาหัว..

“..เจ๊ครับ..แล้วแบบนี้อิตาสารวัตรมานพนั่นเค้าจะเชื่อเจ๊หรือไง..”

“..แกเฉย ๆ เหอะมัสสุ..” อาหงส์หัวเราะ.. “..ลองได้ชื่อว่าแม่หมอ..มันต้องเชื่อดวงกันบ้าง..”

“..เจ๊จะหน้าแตกเอานะ..”

“..ไม่มีวันเสียล่ะ..ถ้าดวงบอกว่าหน้าไม่แตก..” อาหงส์หันมาทางพนักงานบริษัทที่ทำท่าเก้ ๆ กัง ๆ ทำอะไรไม่ถูก..ไม่รู้ว่าอาหงส์จะมาไม้ไหน..

“..คุณพอจะเห็นว่าน้ำหวานทำอะไรกับกระติกมิกซ์บอทเทิลของตัวเองบ้างไหมคะ..”

“..ก็ไม่เห็นอะไรผิดสังเกตหรอกค่ะ..ปรกติ..พวกเราก็ชงสไปโรคลอโรในมิกซ์บอทเทิลดื่มกันเป็นปรกติ..ใช้ถุงที่คล้ายถุงชาลงในตะแกรงในกระติกมิกซ์บอทเทิล..แล้วก็เดินไปกดน้ำร้อนหรือน้ำเย็นที่ตู้กดน้ำตรงนั้น..”

พนักงานชี้ไปที่ตู้กดน้ำซึ่งมีทั้งน้ำร้อนและเย็น..

อาหงส์ครางอือม์..

“..หลังจากน้ำหวานกดน้ำชงสไปโรคลอโรของตัวเองลงในมิกซ์บอทเทิล..มีคนกดน้ำจากตู้นั้นอีกไหม..”

“..หนูเองแหละค่ะพี่..เพราะหนูก็ชงกินของตัวเองด้วย..” พนักงานสาวชูกระติกสีเขียวให้ดู..เหมือนกับกระติกมิกซ์บอทเทิลจะเป็นอุปกรณ์ปรกติของคนในออฟฟิศไปแล้ว..

“..เจ๊..” พี่มัสสุให้ความเห็น.. “.แปลว่า..น้ำในตู้กดไม่มีพิษใช่ไหมครับ..คุณวรางค์..”

พนักงานสาวที่ฉันเพิ่งรู้ว่าชื่อวรางค์ถอนหายใจ..แต่ไม่แปลกที่พี่มัสสุจะรู้ชื่อเธอ..เพราะพี่มัสสุเท่าที่รู้ก็ออกแนวเจ้าชู้หน่อย ๆ และคุณวรางค์คนนี้ก็หน้าตาไม่เลว..สวยคล้าย ๆ พี่เอลลี่แฟนพี่มัสสุเสียอีก..

“..ถ้ามีคงตายกันยกบริษัทแหละค่ะ..ทุกคนกินน้ำที่ตู้กดนั่นทุกคน..”

จีจี้ดูจะสนใจ..แต่ก็ยังไม่กล้าพูดอะไรกับอาหงส์เพราะอาจจะยังไม่คุ้นเคยกับอาหงส์เท่ากับฉัน..

แต่เธอก็ถามฉันว่า..

“..แคท..ยาพิษจะอยู่ในซองที่บรรจุสไปโรคลอโรของน้ำหอมแน่นอน..เธอว่าอย่างนั้นไหม..”

“..ไม่จำเป็นหรอกจีจี้..มันยุ่งยากไปนะ..แค่ชงแล้วเทยาพิษเข้าไปน่าจะง่ายกว่า..ทีนี้..ใครที่ชงเครื่องดื่มที่เจือยาพิษนั้นล่ะ..น้ำหอมเองก็ไม่น่าจะใช่นะเพราะไม่น่าจะคิดฆ่าตัวตาย..คนปรกติคงไม่มีใครบ้าชงยาพิษดื่มเองหรอก..น่าจะมีคนแอบวางยามากกว่า..”

“..น้ำหอมก็กินเพราะวางใจคนที่วางยานั้น..หรืออาจจะไม่รู้ตัว..ก็คงจะไม่คิดหรอกนะว่ามันจะมียาพิษ..”

“..ถ้าหากว่า..เรารู้ว่าใครเอาเครื่องดื่มสไปโรคลอโรที่มียาพิษมาให้น้ำหอมได้..ก็จะบอกว่าฆาตกรตัวจริงเป็นใครกันแน่..”

“..แล้วอาหงส์จะหาคน ๆ นั้นได้หรือ..”

จีจี้สรุปสิ่งที่ฉันเข้าใจออกมา..แต่จะผิดกันนิดนึง..ตรงที่ฉันมั่นใจว่าอาหงส์หาคน ๆ นั้นได้แน่..

ว่าแต่จะหาอย่างไรเท่านั้นแหละ..

ฉันกับจีจี้เดินตามอาหงส์กับพี่มัสสุไปยังโต๊ะทำงานของผู้ต้องสงสัย..และผู้ตาย..

คุณวรางค์ทำหน้าที่พาอาหงส์ไปยังจุดที่อาหงส์ต้องการทุกคน..

และฉันรู้สึกว่าริมฝีปากมันสาก ๆ ..ก็หยิบลิปในกระเป๋ามาเติมนิดนึง..เป็นลิปมันธรรมดาทาไม่ให้ปากแห้ง..

แต่จีจี้จอมซุ่มซ่ามมาชนฉันจนลิปหล่น..นางขอโทษ..ซึ่งฉันก็ไม่ว่าอะไร..แต่ก็ต้องก้มลงหาลิปที่มันกลิ้งไปใต้โต๊ะ..

อาหงส์กับพี่มัสสุหันมามองฉัน..

“.กระเด็นไปโน่น..” ฉันลุกขึ้น..ยิ้มแหย.. “..เดี๋ยวค่อยมาเอาก็ได้ค่ะอาหงส์..จะเสียเวลา..”

จีจี้ยื่นลิปของตัวเองให้..

“..ใช้ของฉันก่อนนะแคท..”

พี่มัสสุส่ายหน้ายิ้ม. ๆ . ..

“..แคทซุ่มซ่ามจริง. ๆ นะ..เดี๋ยวพี่หาให้..”

ฉันชูลิปของจีจี้ให้..

“..อันคล้าย. ๆ อันนี้นะคะพี่มัสสุ..ไม่คล้ายละ..เหมือนกันเป๊ะ..”

พี่มัสสุก้มหาให้..ก่อนจะถามว่า..

“..ใช้ของเหมือนกันแบบนี้จะจำกันได้หรือ..ว่าของใครเป็นของใคร..”

“..แหม..ถ้าของ ๆ เรา..หรือว่าของคนที่เรารัก..ยังไงก็จำได้ค่ะ..” ..ฉันตอบพร้อมกับยิ้มให้จีจี้ไปด้วย..ซึ่งจีจี้ก็ยิ้มเขิน ๆ ตอบฉัน..

พี่มัสสุยอมเสียเวลาก้มควานหาและหยิบให้จนได้..น่ารักจังพี่คนนี้..แต่เชื่อเหอะ..ฉันว่า..นิสัยชีกอกับคนสวย ๆ . ของเขาต่างหากล่ะที่ทำให้เขาทำอะไรแบบนี้..

ตั้งแต่เจอครั้งแรกก็รู้นิสัยแล้วล่ะค่ะ..พี่มัสสุเนี่ย..

แต่เสียงหนึ่งดังขึ้น..ทำให้พี่มัสสุกับฉันถึงกับขมวดคิ้วทีเดียว..

“..เมื่อกี้..แคทว่าอะไรนะ..” เสียงอาหงส์ถาม

“..ก็..ถ้าเป็นของ ๆ . เรา.หรือว่าของคนที่เรารัก..ยังไงก็จำได้..” ฉันทวนคำ.. “..มีอะไรคะอาหงส์..”

“..ถ้าสมมติฐานว่า..คุณหน่องทำอะไรไปเพื่อช่วยใครสักคน..แปลว่า..เธอต้องจำได้สินะ..ว่าขวดมิกซ์บอทเทิลที่เธอหยิบเอาไปวางรวม ๆ เพื่อหลอกตาทุกคน..เป็นของใคร..ซึ่งแน่นอนไม่น่าจะเป็นของน้ำหอมเองแน่..”

ฉันกับพี่มัสสุเหมือนจะสบตากันแว่บหนึ่ง..แต่จีจี้โพล่งขึ้นเสียก่อน..

“..อาหงส์คะ..หรือเราจะรู้ตัวฆาตกรแล้ว..ว่าเป็นใครสักคนที่คุณหน่องชอบ..แต่ทำไมไม่มีลายนิ้วมือคน ๆ นั้นเลยล่ะคะ..” ข้อสังเกตของจีจี้ก็เข้าทีเหมือนกัน..

“..คนร้ายคงทำให้ไม่มีลายนิ้วมือของเขา..นี่เป็นเรื่องธรรมดา..เรื่องแค่นี้เช็ดออกก่อนก็ได้..” อาหงส์ให้ความเห็น ก่อนจะหันมาทางคุณวรางค์. “ยังไงก็พาไปที่โต๊ะทำงานของคุณน้ำหอมก่อนเถอะค่ะ..จะได้สรุปคดีเสียที..”

เหมือนอาหงส์จะมีความมั่นใจค่อนข้างมาก..และฉันก็เห็นคุณวรางค์ยิ้มเล็กน้อยในเชิงดีใจที่อาหงส์ไขคดีออกด้วย..แต่พอฉันมองมาที่พี่มัสสุ..กลับเห็นเขาขมวดคิ้วแปลก ๆ ..

และฉันก็อดถามไม่ได้..

“..มีอะไรหรือคะพี่มัสสุ..”

“..ก็..พี่ก็ไม่รู้นะ..แต่ว่ามันแปลก ๆ . ..”

“..แปลกยังไงคะ.” ฉันถาม..

เหมือนพี่มัสสุจะครางเฮ้อ..

“..แต่ก็นะ..เจ๊แกไม่เคยผิดนี่..”

ฉันอดสงสัยไม่ได้..นี่พี่มัสสุแกคิดอะไรของแกอยู่..

….

ท้ายสุด..อาหงส์ก็มาดูที่โต๊ะทำงานของน้ำหอมผู้ตาย..ค้นลิ้นชักโน่นนี่นั่นไปเรื่อย..จนหยิบกระติกสีเขียวในโต๊ะของน้ำหอมขึ้นมา..

“..นี่คงเป็นมิกซ์บอทเทิลของน้ำหอมใช่ไหม..”

“..น่าจะใช่ค่ะ..” คุณวรางค์ตอบอย่างไม่แน่ใจ..

อาหงส์ครางอือม์..

“..เหมือนทุกคนในบริษัทจะกินสไปโรคลอโรกันทุกคนเลยสินะ..”

“..เป็นธรรมดาค่ะ..เครื่องดื่มที่กินแล้วมีผลเกี่ยวกับการลดน้ำหนัก..ดีทอกซ์สารพิษ..และท่านประธานก็ใจป้ำให้กินกันฟรี ๆ . ..พนักงานทุกคนก็จะได้ทำหน้าที่ช่วยขายให้ด้วย..ไม่มีอะไรดีไปกว่าให้ทุกคนลองใช้..ถ้ามันดี..ก็บอกต่อ..เป็นแผนการตลาดที่ท่านประธานวางไว้ค่ะ..”

“..ทีนี้..ถ้าเป็นคนทั่วไป..การจะใช้กระติกมิกซ์บอทเทิลของคนอื่น..คงไม่ยอมรับกันหรอกนะ..ต้องใช้ของตัวเอง..มีแต่คนที่เป็นคนรักกันเท่านั้น..ที่จะยอมใช้ของที่ไม่ใช่ของตัวเองได้..”

อาหงส์หยิบรูปจากลิ้นชัก..

“..นี่คือรูปถ่ายของน้ำหอมกับแฟนสินะ..”

เหมือนคุณวรางค์จะไม่อยากตอบ..

“..เป็นเรื่องส่วนตัวของน้ำหอมเค้าน่ะค่ะ..”

และฉันเห็นชัดเจนเลยว่า..รูปนั้น..น้ำหอมถ่ายคู่กับใคร..ใช่..คนที่ฉันอาจจะคิดไว้แต่แรกก็ได้..

อาหงส์หันมาทางฉันกับจีจี้..

“..แคท..ถ้าหากจีจี้มีกระติกแบบนี้..และยื่นให้..เป็นของจีจี้เอง..แคทจะกินเครื่องดื่มสไปโรคลอโรจากกระติกของจีจี้หรือเปล่า..”

“..แหม..” ฉันอดเหลือบมองจีจี้ไม่ได้.. “..เรื่องนั้นน่ะ..อาหงส์ไม่น่าถาม..”

จีจี้พูดขึ้นว่า..

“..ถ้าเป็นของแคท..จีจี้ยังไงก็กินค่ะ..เพราะจีจี้รักแคทนะคะ..”

พี่มัสสุอดหัวเราะไม่ได้..

“..กินปากกันบ่อยล่ะสิ..” ฉันบอกตรง ๆ . ว่าฉันไม่ชอบที่ให้ผู้ชายมาหยอกล้อฉันแบบนี้..เพราะคำพูดผู้ชายเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งของผู้หญิงกับผู้หญิง..มักจะมีแววเหยียดเพศอยูในที..

อาหงส์อดหันมาถามพี่มัสสุไม่ได้..

“..แกไม่ต้องไปแซ็วน้องเขาหรอกมัสสุ..จำได้ใช่ไหม..ว่าคุณหน่องเคยมาถามดวงฉันเรื่องเกี่ยวกับความรัก..”

“..อะ..ใช่ครับเจ๊..เค้าถามเรื่องราวระหว่างเขากับคุณชาคริต..” พี่มัสสุมองที่รูปถ่าย.. “..ก็ไม่นึกนะครับว่าคุณชาคริตจะคบกับคุณน้ำหอมอยู่..”

เหมือนอาหงส์จะไม่แน่ใจ..อดไปถามวรางค์อีกไม่ได้..

“..เรื่องที่เค้าคบกัน..เหมือนทุกคนในบริษัทจะรู้นะคะ..”

“..รู้แต่คงไม่ใส่ใจมากนักหรอกค่ะ..ธรรมดา ๆ เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว..”

“..แล้วเรื่องที่คุณหน่องสนใจคุณชาคริตล่ะคะ..”

“..เรื่องนี้ฉันก็เพิ่งทราบนี่แหละค่ะ..” วรางค์ตอบ..สีหน้าเหมือนประหลาดใจจริง..

อาหงส์ครางอือม์..

“..รูปคดีค่อนข้างชัดนะ..คนร้ายตัวจริงควรจะเป็นคุณชาคริต..วิธีการก็คือ..แอบเอากระติกของตัวเองไปชงคลอโรสไปโร..และผสมยาพิษให้น้ำหอมดื่ม..ทีนี้..ที่มันยุ่งยากก็คือ..กระติกมิกซ์บอทเทิลของคุณชาคริตที่ให้น้ำหอม..คุณหน่องดันจำได้..เลยรู้ว่าคนร้ายเป็นใคร..ด้วยความที่ตัวเองก็หลงรักคุณชาคริตเช่นกัน..จึงช่วยอำพรางคดีเสียด้วยการแกล้งเอากระติกไปวางโชว์พรางตากับกระติกเดิมที่โชว์อยู่แล้ว..แต่ใครจะคิดว่า..มันกลับจะเป็นผลร้ายให้มีหลักฐานกลับกลายว่าเธอเป็นฆาตกร..”

“..ทีนี้..เธอก็รู้สึกว่า..ช่วยคุณชาคริตมาถึงขนาดนี้แล้ว..ก็ควรจะช่วยต่อ..เลยไม่ยอมพูดอะไร..” พี่มัสสุให้ความเห็น.. “..เฮ้อ..นี่คุณหน่องแกจะไม่รู้เลยหรือว่า..ที่ทำไปน่ะ..มันโทษหนักขนาดไหน..”

“..เรายังขาดสิ่งสำคัญไปนะ..” อาหงส์ครุ่นคิด.. “..เราทั้งหมดสรุปออกมาจากการสันนิษฐานว่า..คนร้ายไม่ควรจะเป็นคุณหน่อง..แล้วจะเป็นใคร..ซึ่งอาจจะคิดหาข้อสรุปได้..หากเราสันนิษฐานเป็นแบ๊คกราวด์ให้เช่นนั้น..ก็ยังมีจุดอ่อนว่า..ความเชื่อตามข้อสันนิษฐาน..ต้องมีเหตุจูงใจในการฆ่า..และพยานหลักฐานให้ครบถ้วน..”

อาหงส์พูดจนเราทุกคนอดครางเฮ้อไม่ได้..

“..ใช่..” อาหงส์ยิ้มเหมือนจะยิ้มให้ฉัน.. “..สิ่งที่เราปะติดปะต่อเรื่องได้..หากขาดพยานหลักฐานและแรงจูงใจในการฆ่า..มันก็แค่นิยายหรือการพยากรณ์ดวงชะตาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจนถึงศาลไม่ยอมรับฟังหรอก..มัสสุ..แคท..จีจี้..เรามีเวลาหาหลักฐานไม่นานนัก..นี่ยังทำอะไรไม่ได้เลยนะ..”

อาหงส์ถอนหายใจ..

“..คงจะต้องยอมแพ้..ให้คุณหน่องเป็นฆาตกร..โดยที่คุณชาคริตลอยนวลแล้วล่ะ..”

เหมือนเสียงถอนหายใจของพวกเราจะทำให้คุณวรางค์นึกอะไรออก..เพราะเธอพูดขึ้นว่า..

“..อย่าเพิ่งยอมแพ้ง่าย ๆ สิคะ..แม่หมอยังไม่ได้ตรวจสอบโต๊ะทำงานของคุณคริตเลยนะคะ..ลองไปดูก่อนไหม..เผื่อจะมีหลักฐานอะไรช่วยพี่หน่องได้..”

“..นี่คุณก็ปักใจเชื่อว่าคุณชาคริตเป็นฆาตกรงั้นหรือ..”

“..แหม..ก็แม่หมอสรุปออกมาถึงขนาดนี้แล้ว..ก็เห็นด้วยนะคะ..แต่ฉันไม่อยากจะให้พี่หน่องที่ไม่ได้ก่อเรื่อง..กลายเป็นคนซวยทั้งที่ฆาตกรยังลอยนวลอยู่หรอกค่ะ..”

ดูคุณวรางค์จะพยายามช่วยเหลือพวกเราอย่างเต็มที่จริง ๆ ..

และก็เหมือนเธอก็พยายามลุ้นและเอาใจช่วยอาหงส์เช่นเดียวกับฉันและจีจี้..หรือแม้แต่พี่มัสสุ..

….

โต๊ะทำงานของคุณชาคริตดูจะไม่เหมือนโต๊ะทำงานของผู้ชายทั่วไป..สะอาดและจัดระเบียบได้ดีราวกับเป็นโต๊ะของผู้หญิงกระนั้น..

ฉันอดละอายใจไม่ได้..และจีจี้ก็เหมือนจะหันมาขำล้อ ๆ .กับฉัน..

เธออดกระซิบกับฉันไม่ได้..

“..โต๊ะเขียนหนังสือในห้องของแคท..รกกว่าโต๊ะคุณชาคริตเยอะเลยน้า..”

“..โต๊ะทำงานที่ออฟฟิศเธอล่ะ..คงรกเหมือนกัน..” ฉันไม่ยอมแพ้..

“..เสียใจ..วันหลังจะถ่ายรูปให้ดู..ยังไงก็ไม่เท่าโต๊ะแคทหรอก..” จีจี้ขำกับฉัน..

“..เดี๋ยวเธอก็ออกจากงานแล้วไม่ใช่หรอ..”

“..ก็ใช่นะ..แต่ยังไงโต๊ะฉันก็ไม่รกหรอกน่า..”

ดูการเย้าแหย่สวีทหวานของเราอาจจะเตะตาพี่มัสสุนิด ๆ ..ปากพี่เค้าคงคันจนอยากจะพูดอะไรออกมาแซ็วฉันอีก..นิสัยพี่เค้าก็อย่างนี้แหละ..

“..แคทจีจี้..” พี่มัสสุกระแอมเล็กน้อย.. “..บรรยากาศไม่น่าจะมาหวีดกันตรงนี้เลยนะ..”

แม่หมออดหันมายิ้มไม่ได้..

“..ไม่ดีหรือ..มีคู่รักมาสวีทกันผ่อนคลายบรรยากาศ..”

“..เจ๊..เจ๊ก็รู้นี่ว่าสถานการณ์มันน่าเครียดแค่ไหน..”

“..ไม่เห็นจะเครียดอะไรเลย..” อาหงส์เปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานออกมา..และตาเป็นประกาย..

ก่อนจะหาทิชชู่..หยิบซองซิบล็อคเล็ก ๆ . ออกมา..มีผงบางอย่างอยู่ภายใน..

เราถึงกับครางออกมาพร้อมกัน..

“..ถ้าเป็นยาพิษชนิดเดียวกับที่ตรวจได้จากกระติกมิกซ์บอทเทิล..ก็น่าจะปิดคดีได้แล้ว..”

อาหงส์วางซองใส่ผงนั้น..และถ่ายรูปไว้..ของใต้ลิ้นชักของคุณชาคริตนี่กลับรกแตกต่างจากบนโต๊ะค่อนข้างชัด..

“..เฮ้อ..” อาหงส์ครางออกมา.. “..ลุ้นแทบแย่นะเนี่ย..นึกว่าจะไม่เจออะไรเสียแล้ว..”

ก่อนจะหันมาทางคอมพิวเตอร์ที่อยู่บนโต๊ะ..

“..ในนั้นควรจะมีหลักฐานที่เป็นแรงจูงใจอะไรบางอย่างไว้สำหรับฆ่าคนแน่นอน..”

ฉันเห็นพี่มัสสุที่กลายเป็นคนตาไวอย่างไม่น่าเชื่อ..หยิบอะไรบางอย่างออกมา..

“..เจ๊..สมุดบัญชีธนาคารนี้..พอจะบอกอะไรได้หรือเปล่าครับ..”

อาหงส์เปิดสมุดดู..ก่อนจะขมวดคิ้ว..

“..เงินของพนักงานบริษัทเยอะขนาดนี้เลยหรือ..” พลางพลิกดูจนแน่ชัดว่าเป็นสมุดบัญชีของคุณชาคริตแน่..

ก่อนจะหันมาทางคุณวรางค์ที่ดูจะยินดีไปกับความสำเร็จของอาหงส์ไปด้วย..

“..พอจะบอกได้ไหมคะ..ว่าเงินเดือนคุณชาคริต..น่าจะประมาณไหน..”

“.เอ๋..” คุณวรางค์ดูงุนงง .. “..ก็น่าจะราว. ๆ . สามหมื่นสี่หมื่นไม่น่าเกินนะคะ..ดิฉันก็ไม่ทราบหรอกค่ะ..”

“..มีจำนวนเงินโอนมาในสมุดบัญชีนี้เป็นแสนราว.ๆ . สองสามเดือนมาแล้ว..” อาหงส์คราง.. “..ถ้าตรวจสอบเส้นทางการโอนเงิน..ก็อาจจะพอรู้สาเหตุจูงใจในการฆ่าได้..”

“..นี่อาจจะเป็นเรื่องส่วนตัวของเขานะครับเจ๊..” พี่มัสสุให้ความเห็น

“..ก็อาจจะส่วนตัวนะ..แต่คิดดู..มีการโอนเงินเข้าสม่ำเสมอทุกต้นเดือน..สามหมื่นสองพัน..อาจจะเป็นเงินเดือนของคุณชาคริตนั่นแหละ..แปลว่านี่คือบัญชีเงินเดือนของเขา..แต่ก็มีการโอนเงินจากไหนมาก็ไม่รู้เป็นแสน ๆ . มาสองสามเดือนแล้ว..หากจะบอกว่า..มีผู้หญิงคนอื่นโอนให้..ก็น่าจะมีมูลของเหตุจูงใจในการฆ่า..นั่นคือ..คุณชาคริตอาจจะต้องการฆ่าน้ำหอมเพื่อจะได้ทิ้งไปหาผู้หญิงอื่นที่เปย์ดีกว่า..ตอนแรกอาจจะอยากบอกเลิก..แต่น้ำหอมคงไม่ยอม..จนต้องใช้วิธีฆ่านี่แหละ..”

เพื่อความแน่ใจ..อาหงส์อดถามคุณวรางค์อีกไม่ได้..

“..คุณเห็นคุณชาคริตกับคุณน้ำหอมมีเรื่องทะเลาะกันบ้างไหม..”

“..ก็อาจจะมีบ้างค่ะ..แต่..” วรางค์ทำตัวครุ่นคิด.. “..พวกเราทุกคนจะเห็นว่า..เรื่องของคุณคริตกับน้ำหอมเป็นเรื่องส่วนตัว..แถมคนสองคนนี้..ก็อาจจะไม่อยากให้ใครรู้ถึงความสัมพันธ์ของพวกเขาเองด้วย..ดังนั้น..เราจะไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร..แต่ก็มีบ้างนะคะที่น้ำหอมแอบเข้าห้องน้ำ..และกลับออกมาพร้อมกับตาแดง ๆ เหมือนจะร้องไห้..และเธอก็ไม่ได้ปริปากอะไรออกมาให้ใครฟัง..”

อาหงส์หรือแม่หมอของทุกคนมีสีหน้าเหมือนยินดี..

“..แบบนี้..เราก็ปะติดปะต่อเรื่องได้แล้วล่ะสิ..มูลเหตุจูงใจ..หลักฐานพร้อมมูลขนาดนี้..คนร้ายตัวจริงดิ้นไม่หลุดแน่..เอาล่ะ..เราคงจะต้องปิดคดีกันเสียที..”

ฉันสังเกตว่าพี่มัสสุดูจะสีหน้าแปลก ๆ ..เหมือนไม่ค่อยจะยินดีกับข้อสรุปของอาหงส์มากนัก..

“..มัสสุ..คุณวรางค์..พาแคทกับจีจี้ไปที่ห้องแต่งตัวเถอะค่ะ..” อาหงส์พูด.. “..ขอรวบรวมข้อมูลประเดี๋ยว..จะสรุปคดีให้มันจบ ๆ ไปสักที..”

“..แม่หมอจะทำอะไรหรือคะ..”

“..มีกระดาษปากกาให้จดเรียบเรียงข้อมูลหน่อยไหมคะ..”

“..อ๋อ..เอาที่โต๊ะฉันได้เลยค่ะ..นี่โต๊ะฉันค่ะ..” วรางค์เดินมาหยิบกระดาษปากกาให้..

“..งั้นรบกวนพาทุกคนไปก่อนนะคะ..บอกด้วยว่ารอประเดี๋ยว..สักสิบนาทีจะตามไปค่ะ..”

อาหงส์นั่งลงที่โต๊ะว่าง..ลงมือเขียนข้อมูลที่ได้..

ทุกคนก็เดินไปที่ห้องแต่งตัว..

และฉันรู้สึกว่า..พี่มัสสุยังคงเหมือนคาใจอะไรอยู่..

และฉันอดถามไม่ได้..

“..พี่มัสสุ..เหมือนพี่จะไม่เชื่ออาหงส์ยังไงก็ไม่รู้นะ..”

“..แคท..เธอกับจีจี้อาจจะคุ้นกับเจ๊..แต่ก็ไม่น่าจะคุ้นเท่าพี่หรอกนะ..” พี่มัสสุพูด..

“..ทำไมหรือคะ..”

“..เจ๊สรุปเรื่องราวได้ง่ายเกินไป..แล้วก็..มีอะไรอีกอย่างที่พี่ไม่เข้าใจ..”

“..อะไรหรือคะพี่..” ฉันเองก็สงสัย..

“..พี่ตอบไม่ได้หรอกนะ..เพราะมันตระหงิด ๆ ..แต่ระบุอะไรไม่ได้..”

“..แต่อาหงส์ไม่เคยพลาดนี่คะ..”

“..ก็อยากจะให้เป็นอย่างนั้น..จะบอกให้นะ..แต่พี่รู้สึกว่า..ครั้งนี้..เจ๊แม่หมอของเราอาจจะหน้าแตกก็ได้..”

อาหงส์น่ะหรือจะหน้าแตก..ฉันบอกตรง ๆ นะ..เคยถามพ่อมาหลายครั้งหลายหนเกี่ยวกับอาหงส์สมัยที่ทำงานที่กรมสืบสวนคดีพิเศษ..พ่อได้แต่ยิ้มและยกนิ้วให้..

ถ้าไม่นับว่าอาหงส์เป็นหมอดูที่เก่งกาจ..ระดับที่ทายอะไรไม่เคยพลาด..พ่อบอกว่า..อาหงส์จะเป็นนักสืบที่เก่งกาจอย่างที่พ่อไม่เคยเจอ..และนี่คือความสามารถในชีวิตจริง..ไม่ใช่นิยาย..

ว่าแต่..ทำไมพี่มัสสุถึงดูกังวลขนาดนั้นนะ..ไม่เข้าใจเลย..

ฉันกับจีจี้เข้ามาในห้องแต่งตัวพร้อมกับพี่มัสสุและคุณวรางค์..พอเราก้าวเข้ามา..พ่อก็มองด้วยสายตาแปลก ๆ ทำนองว่าหายไปไหนมา..แต่ก็ยังดีที่มีกริยาที่ยังพอใจที่ฉันแต่งตัวมิดชิดเรียบร้อยขึ้นต่างจากก่อนหน้านี้..ที่ชุดรัดรูปเปิดพุงเสื้อกล้ามคอกว้างโชว์ไหล่และเหนือเนินอก..ทำให้คนเป็นพ่อจะหัวใจวายหลายครั้งหลายหน..

ฉันทำไม่รู้ไม่ชี้..จูงมือจีจี้มานั่งที่เก้าอี้ว่าง..

คุณอาทิตยาประธานบริษัทอดถามคุณวรางค์ไม่ได้..

“..จิตวรางค์..โอเคใช่ไหม..จัดการทุกอย่างตามที่แม่หมอต้องการแล้วใช่ไหม..”

หือ..จิตวรางค์..นี่คือชื่อเต็มๆ ของคุณวรางค์หรือ..

คุณวรางค์พยักหน้า..

“..ตอนนี้แม่หมอขอเวลาสรุปคดีค่ะ..เรียบเรียงเขียนใส่กระดาษ..ขอเวลาแป๊บนึง..”

พี่มัสสุที่อยู่ใกล้ ๆ ฉันเหมือนนึกขึ้นมาได้..รีบกระซิบเมาท์มอยกับฉัน..

“..ใช่แล้วแคท..เจ๊แกจะขอกระดาษจากคุณวรางค์ทำไม.ในเมื่อปรกติ..จะจดทุกอย่างใส่สมุดพกส่วนตัวอยู่แล้ว..”

“..พี่ก็..จะมาหยุมหยิมอะไรแบบนี้ทำไมนะ..อาหงส์คงไม่อยากเปลืองกระดาษสมุดตัวเองก็ได้..”

พี่มัสสุนี่บางทีฉันก็รำคาญ..นอกจากความเจ้าชู้ไก่แจ้ของเขาแล้ว..บางทีก็หยุมหยิมราวกับผู้หญิง..

ฉันว่าฉันเป็นผู้หญิงแล้วนะ..แต่เชื่อเถอะ..อะไรวุ่นวายน่ารำคาญแบบที่ผู้หญิงมักจะเป็นกัน..ฉันกลับไม่ชอบเสียเลย..อาจจะติดนิสัยพ่อมาก็ได้..

เรื่องนี้จีจี้ชอบบ่นให้ฉันได้ยินบ่อย ๆ ..ว่านิสัยบางทีเหมือนผู้ชาย..

พี่มัสสุคงเห็นสีหน้ารำคาญใจของฉัน..เลยไม่พูดอะไรต่อ..แต่ฉันก็เห็นว่าสายตาเขายังอดคลางแคลงใจไม่ได้..

แล้วอาหงส์หรือแม่หมอของทุกคนก็ก้าวเข้ามา..นั่งลงที่เก้าอี้ว่างตัวหนึ่ง..สายตาทุกคู่มองอย่างใส่ใจที่สุด..

โดยเฉพาะสารวัตรมานพผู้ซึ่งรับผิดชอบคดีนี้…

“..ผมหวังว่า..คุณลักขณาควรจะมีช้อสรุปที่ดีกว่าใช้วิชาโหราศาสตร์นะครับ.”

“..ดิฉันไม่เคยสรุปคดีด้วยโหราศาสตร์เลยสักครั้ง..เข้าใจค่ะ..ว่ามันไม่มีผลในชั้นศาล..” อาหงส์พูดเสียงขรึม.. “..ความจริงทางโหราศาสตร์..ก็คือความจริงที่เป็นข้อเท็จจริงเช่นกัน..เพียงแต่มันไม่ได้รับการยอมรับเท่านั้น..”

“..แล้วอะไรคือความจริงกันครับ..ฆาตกรเป็นใคร..” สารวัตรมานพดูจะยิ้มเยาะ..

“..ก่อนอื่นขออนุญาตเล่าเรื่องสักเรื่องก่อนนะคะ..” แม่หมอของทุกคนหันมาทางคุณหน่อง หรือนงคราญ..ผู้ต้องสงสัยของสารวัตรมานพ.. “..คุณหน่องเป็นคนกลบหลักฐานให้ฆาตกร..เพราะรู้ว่าฆาตกรเป็นใคร..และถามว่ารู้ได้อย่างไร..ก็เพราะว่า..เธอจำกระติกมิกซ์บอทเทิลได้..แม้กระติกมิกซ์บอทเทิลจะมีลักษณะเหมือนกันตามแบบของสินค้าที่ผลิตขึ้นมาเป็นจำนวนมาก..แต่พอใช้ไประยะหนึ่ง..จะมีร่องรอยที่แสดงให้เห็นว่า..ใครเป็นเจ้าของปรากฏอยู่..ทำให้จำได้ว่ากระติกแต่ละใบเป็นของใครกันแน่..ขอเพียงแต่ใช้มันไประยะหนึ่งเท่านั้น..”

อาหงส์หันมาทางใครคนหนึ่ง..

“..และเป็นที่เชื่อได้ว่า..กระติกที่คุณน้ำหอมดื่มน้ำบรรจุยาพิษเข้าไป..เป็นกระติกของคุณ..ใช่ไหม..”

อาหงส์หันมาทางคุณชาคริต..ซึ่งเขาหน้าซีด..แต่ก็ก้มหน้า..

“..ครับ..กระติกนั่นเป็นของผม..”

“..ทำไมคุณน้ำหอมถึงกล้ากินน้ำจากกระติกของคุณ..เพราะคุณเป็นคนรักของเธอใช่ไหม..” อาหงส์วางรูปถ่ายของน้ำหอมคู่กับคุณชาคริตที่ค้นได้..มาวางบนโต๊ะ..

ฉันเหลือบมองคุณหน่อง..เห็นเธอดูสลด..ใช่..นี่คงเป็นสิ่งที่เธอเพิ่งทราบ..

พ่ออดพูดเสริมขึ้นไม่ได้..

“..ปรกติก็มีแต่คนสนิทกันจริง ๆ ระดับคู่รักเท่านั้นแหละที่ยอมกินน้ำจากกระติกเดียวกัน..”

อาหงส์วางห่อยาในถุงซิบล็อคซึ่งถูกห่อด้วยทิชชูอีกชั้นหนึ่งลงบนโต๊ะ..

“..และนี่เราค้นได้จากลิ้นชักโต๊ะคุณ..ยาซึ่งน่าสงสัยว่าจะเป็นยาพิษ..ซึ่งหากสามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นยาชนิดเดียวกับที่ฆ่าคุณน้ำหอม..หลักฐานก็ชัดเจนล่ะ..ทีนี้..คุณหน่องก็คงพ้นผิดแล้ว..”

“..แล้วทำไมคุณหน่องถึงต้องช่วยกลบหลักฐานให้ล่ะ..” เหมือนท่านประธานคุณอาทิตยาจะไม่เข้าใจ

“..เพราะคุณหน่องชอบคุณชาคริตอยู่ค่ะ..ต้องขออภัยนะคะคุณหน่อง..ที่ดิฉันจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลของลูกค้าดูดวงเนื่องจากมันมีความจำเป็นต่อการสรุปคดีค่ะ..” อาหงส์ยกมือไหว้..

คุณหน่องถอนหายใจ..ไม่พูดอะไรอีก..

สารวัตรมานพครางอือม์..หยิบยาที่อาหงส์วางไว้บนโต๊ะ..แม่หมอพูดอีกว่า..

“..รบกวนนำไปตรวจสอบด้วยนะคะ..”

“..ผมจะรีบนำไปตรวจสอบครับ..อาจจะต้องใช้เวลาสักนิด..เพราะต้องใช้แลบของกองพิสูจน์หลักฐานโดยตรง..”

“..แต่ก่อนจะตรวจสอบว่ายาพิษเป็นอะไร..รบกวนตรวจสอบสิ่งหนึ่งก่อนได้ไหมคะ..”

“..อะไรครับ..”

“..รอยนิ้วมือบนซองค่ะ..ซึ่งตรงนี้..สารวัตรทำได้แน่เพราะก็เห็นทำอยู่..”

สารวัตรมานพขมวดคิ้ว..

อาหงส์พูดอีกว่า..

“..รับรองค่ะ..มันจะไม่มีรอยนิ้วมือของคุณชาคริตแน่นอน..”

“..ทำไมมั่นใจขนาดนั้นครับ..” สารวัตรมานพถาม.. “..หรือเขาจะเช็ดรอยนิ้วมือออกจนหมด..”

“..ถ้าสารวัตรเจตนาจะวางยาพิษใครสักคน..ใช้ยาไปแล้ว..สารวัตรจะทำอย่างไรล่ะคะ..”

“..ก็ควรจะทิ้งหลักฐานไม่ให้เหลือ..” สารวัตรมานพขมวดคิ้ว..

“..วิธีทิ้งซองยาจะทำอย่างไรล่ะคะ..”

“..ถ้าเป็นผม..ก็คงเอาลงชักโครก..รับรองไม่เหลือหลักฐาน..”

“..แต่การเอามายัดใส่ลิ้นชัก..เพื่อให้ตรวจพบง่าย ๆ ..มันผิดวิสัยไหมคะ..”

“..อือม์..” สารวัตรมานพอดครางไม่ได้.. “..แล้วคุณลักขณาคิดว่ายังไง..”

“..ก็แค่มีคนทำหลักฐานป้ายความผิดมาที่คุณชาคริตเท่านั้นเองแหละค่ะ..รับรองว่า..ยาที่คุณน้ำหอมกินไปที่ผสมเครื่องดื่มต้องเป็นตัวยาเดียวกับที่พบได้ในลิ้นชักคุณชาคริตแน่นอน..แต่มันไม่ควรจะมีรอยนิ้วมือของคุณชาคริตเพราะเขาไม่น่าจะเป็นฆาตกร..ซึ่งหากจะบอกว่าคุณชาคริตสามารถเช็ดรอยนิ้วมือจากซองได้..ก็ทำไมล่ะคะ..เอาทิ้งชักโครกไม่ง่ายกว่าหรือจะเก็บหลักฐานไว้ทำไม..”

“..แล้วใครล่ะครับ..ที่จะทำแบบนั้น..”

“..ก็ต้องเป็นคนที่เกลียดทั้งคุณชาคริตและคุณน้ำหอมที่พวกเขาคบกันนั่นแหละค่ะ..”

“..แต่คุณก็ไม่มีหลักฐานที่จะหาฆาตกรตัวจริงได้ใช่ไหมครับ..”

“..มีสิคะ..” อาหงส์ดูจะมั่นใจ.. “..ฆาตกรพลาดอยู่เรื่องหนึ่ง..ซึ่งสำคัญมาก..นั่นคือ..การพยายามจะป้ายความผิดให้คุณชาคริต..จำเป็นต้องเอาห่อยาไปใส่ในลิ้นชักโต๊ะ..แต่เชื่อว่าด้วยเวลาที่จำกัด..สถานการณ์ที่อาจจะเร่งรัด..ห้องทำงานก็อาจจะมีคนอยู่เยอะ..จึงไม่อาจจะกลบหลักฐานบางอย่างได้..นั่นคือรอยนิ้วมือ..”

เสียงอุทานเบา ๆ ทำให้ฉันสังเกตได้..และเชื่อว่า..หลายคนในห้องนี้ก็สังเกตได้..

“..อย่างมากฆาตกรก็อาจจะทำได้แค่เช็ดรอยนิ้วมือจากห่อยา..แต่การเปิดลิ้นชัก..เร่งร้อนซุกหลักฐาน..จนของในลิ้นชักกระจัดกระจายผิดวิสัยของเจ้าของโต๊ะทำงานคือคุณชาคริตที่เป็นระเบียบเรียบร้อย..บ่งบอกได้ชัดเจนว่า..ฆาตกรไม่มีเวลาที่กลบหลักฐานสำคัญคือรอยนิ้วมือที่ติดที่ลิ้นชักและของข้างในได้แน่..”

อาหงส์หันมาทางใครบางคน..

“..ดังนั้น..ถ้าหากจะเก็บหลักฐานที่ลิ้นชักโต๊ะคุณชาคริตจริง ๆ เทียบกับลายนิ้วมือของคนที่อยู่ในบริษัท..ก็จะไม่ยากหากจะระบุตัวคนร้าย..ซึ่งเชื่อเถอะว่า..สารวัตรสามารถหาได้อย่างแน่นอน..”

“..แล้วแรงจูงใจในการกระทำฆาตกรรมล่ะครับ..” สารวัตรถาม..

“..น่าจะชู้สาวนั่นแหละค่ะ..ฆาตกรคงมีความโกรธแค้นคุณชาคริตอยู่ในเบื้องต้น..ที่คุณชาคริตไปคบหากับคุณน้ำหอม..การฆ่าคุณน้ำหอมกับการทำให้คุณชาคริตติดคุก..น่าจะเป็นวัตถุประสงค์หลักของฆาตกร..แต่สิ่งเดียวที่ฆาตกรไม่คาดคิด..นั่นก็คือ..คุณหน่องช่วยคุณชาคริตโดยกลบหลักฐานให้จนจะกลายเป็นผู้ต้องหาเสียเอง...ดังนั้น..ฆาตกรจำเป็นต้องหาวิธีแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด..โดยพยายามบอกใบ้..และชักนำให้ฉันได้หลักฐานที่จะป้ายความผิดให้คุณชาคริตตามวัตถุประสงค์เดิมให้ได้..”

แม่หมอยื่นกระดาษกับปากกาให้สารวัตรมานพ..

“..อยากให้ช่วยตรวจสอบกระดาษกับปากกาชุดนี้ด้วยค่ะ..ว่ามีลายนิ้วมือที่ตรงกันกับที่ตรวจได้จากลิ้นชักของคุณชาคริตหรือไม่..”

สารวัตรมานพรีบพยักหน้าให้ลูกน้องที่สวมถุงมือรับหลักฐานที่อาหงส์ยื่นให้..

“..การฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อน..มีโทษถึงประหารชีวิต..แต่หากสารภาพ..จะลดโทษกึ่งหนึ่ง..สารวัตรคะ..” อาหงส์ถอนหายใจ.. “..ตรวจสอบรอยนิ้วมือเถอะค่ะ..ฆาตกรไม่มีทางดิ้นหลุดแน่..”

เสียงระบายลมหายใจ..

และเสียงหนึ่งก็พูดขึ้นว่า..

“..แม่หมอสงสัยฉันตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหมคะ..ค่ะ..ดิฉันเป็นคนทำเอง..”

นั่นเป็นเสียงของคุณวรางค์..

คุณชาคริตอดอุทานไม่ได้..

“..วรางค์..”

“..คุณคงรู้ว่าฉันเป็นคนทำ..คุณคริต..แต่ก็รู้ว่าไม่มีประโยชน์อะไรจะกล่าวหาฉัน..เพราะไม่มีหลักฐานสินะ..”

ท่านประธานอาทิตยาเม้มปาก..

“..จิตวรางค์..เธอทำแบบนี้ทำไม..”

“..ฉันแอบคบกับชาคริตมานานแล้วค่ะท่านประธาน..ต้องขออภัยที่ทำแบบนี้..”

“..วรางค์..เธอก็รู้ว่าฉันไม่คิดจะจริงจังกับเธอ..และฉันเองก็บอกเธอแล้วว่าความสัมพันธ์ของเรา..มันไม่ควรจะเปิดเผย..” ชาคริตที่แรก ๆ พยายามนิ่ง..แต่ตอนนี้..พอความจริงกระจ่าง..ก็ได้แต่ระเบิดความรู้สึกออกมา..

“..คุณคริต..ฉันรักคุณนะคะ..รักมาก..” คุณวรางค์น้ำตาไหล.. “..คุณรู้ไหมมันเจ็บปวดแค่ไหน..ที่เห็นคุณกับน้ำหอมแสดงความรักต่อกันให้เห็นทุกวัน..มันเจ็บ..เจ็บมาก..”

“..แต่เราตกลงกันแล้ว..”

“..ฉันรู้..แต่มันยอมรับไม่ได้หรอกค่ะ..ฉันเองหน้าตาไม่ได้ด้อยกว่าน้ำหอม..ทำไมล่ะคะ..ทำไมถึงเลือกเค้า..”

“..ความรักมันไม่มีเหตุผลหรอกนะวรางค์..”

“..สำหรับคนอื่นอาจจะใช่..แต่สำหรับคุณ..เหตุผลก็คือ..น้ำหอมมีรายได้เยอะ..นอกจากเป็นพนักงานที่ลาล่าเฮลท์..ยังขายเสื้อผ้า..กระเป๋า..และเครื่องประดับทางออนไลน์เป็นงานอดิเรก..รายได้เป็นแสน..ซึ่งเค้าโอนเงินทั้งหมดให้คุณ..นึกว่าฉันไม่รู้หรือ..นี่คือสาเหตุที่คุณเลือกน้ำหอมทั้งที่คบกับฉันมาก่อนใช่ไหม..”

คุณวรางค์ป้ายน้ำตา..

“..แต่ก็ต้องขอบคุณคุณนะคะ..ที่ไม่ได้พูดถึงฉันเลย..ในฐานะคนที่คุณควรจะสงสัยที่สุด..”

“..เขาไม่มีหลักฐานเท่านั้นแหละ..ถ้ามีหลักฐาน..เขาก็คงพูดไปแล้ว..” อาหงส์ถอนหายใจ.. “..อย่าว่าแต่เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างกระทันหัน..เขาตั้งตัวไม่ทัน..ยังคิดอยู่ว่า..คุณหน่องเป็นฆาตกรเหมือนกับทุกคน..”

สารวัตรมานพพยักหน้าให้ตำรวจลูกน้อง..ซึ่งเข้ามาใส่กุญแจมือคุณวรางค์..

การฆาตกรรมโดยการวางยาพิษใส่เครื่องดื่มสไปโรคลอโร..ก็ปิดคดีได้อย่างรวดเร็ว..

แต่ก็มีสิ่งที่น่าแคลงใจอยู่เหมือนกัน..เพราะพี่มัสสุบอกฉันว่า..มันแปลก ๆ ..

สำหรับคนที่ไม่ได้ฉลาดนักอย่างฉัน..จะมองออกได้อย่างไรว่ามันแปลกตรงไหน..

….

ทุกคนมารวมตัวกันในร้านอาหาร..เพราะยังไม่ได้กินข้าว..หิวโหยกันทุกคน..

ฉันประหลาดใจที่สารวัตรมานพมาร่วมรับประทานอาหารด้วย..อย่างน้อยก็คุ้นเคยกับพ่อ..และครั้งนี้..เหมือนจะอยากจะคุยกับอาหงส์ด้วย..

เหมือนสารวัตรจะรู้ท่าทีของพ่อที่มีต่ออาหงส์..ก็อดหัวเราะและยิ้มแซ็ว ๆ บ่อย ๆ ให้ไม่ได้..

วงรับประทานอาหารมีพ่อ..สารวัตรมานพ..อาหงส์..พี่มัสสุ..ฉัน..จีจี้และอ่อนเท่านั้น..

อ่อนเหมือนจะดูงง ๆ กับเรื่องที่เกิดขึ้น..ในที่สุดก็อดพูดไม่ได้..

“..อ่อนไม่รู้ว่าคิดถูกไหมนะคะ..” อ่อนโชว์ความเป็นสาวในร่างชายออกมาชัด.. “..เรื่องในวันนี้..เกิดจากคุณชาคริตเจ้าชู้..คบกับคุณวรางค์มาก่อน..แล้วก็มาคบซ้อนกับน้ำหอม..จนคุณวรางค์วางแผนฆ่า..และป้ายความผิดไปให้คุณชาคริตพร้อม ๆ กัน..โดยเอากระติกมิกซ์บอทเทิลของคุณชาคริตไปชงเครื่องดื่มสไปโรคลอโรและใส่ยาพิษ..แล้วจะอย่างไรก็ไม่ทราบ..คุณน้ำหอมเห็นว่าเป็นกระติกของคุณชาคริตที่เป็นคนรัก..เลยไม่สงสัยอะไร..กินเข้าไป..จนตาย..”

“..แกสรุปได้ดี..อิอ่อน..” ฉันกินพลางชมเชยพลาง..

“..ทีนี้..คุณหน่องซึ่งหลงรักคุณชาคริตเห็นกระติก..ก็เข้าใจว่าคุณชาคริตเป็นฆาตกรฆ่าน้ำหอม..เลยกลบเกลื่อนหลักฐานให้..แต่แท้ที่จริง..คุณวรางค์ตั้งใจจะทำหลักฐานป้ายสีว่าคุณชาคริตเป็นคนฆ่า..เพื่อจะได้ให้คุณชาคริตติดคุก..แต่หารู้ไม่ว่า..การทำหลักฐานอย่างนั้น..ทำให้รอยนิ้วมือตัวเองติดที่ลิ้นชักของคุณชาคริต..เป็นหลักฐานที่ใช้มัดตัวเองอีกที..”

พี่มัสสุพยักหน้า..

“..สรุปได้ดีนะอ่อน..แต่พี่ว่า..มันแปลก ๆ ..” พี่มัสสุหันมาทางอาหงส์.. “..เจ๊..มันแปลกนะครับ..”

“..แกว่าแปลกตรงไหนล่ะมัสสุ..” อาหงส์ถาม

“..ผมตอบไม่ได้..แต่รู้สึกได้ว่าแปลก..ตอนแรกที่เจ๊รีบโมเมสรุปเหมือนกับว่าคุณชาคริตเป็นฆาตกรแน่..อันนั้นผมก็แปลกใจไปทีนึงแล้ว..แต่ภายหลังก็รู้ได้ว่า..ที่แท้..เจ๊ก็หลอกฆาตกรตัวจริงคือคุณวรางค์..แต่ถึงขนาดที่เรื่องราวมันเฉลยได้ถึงขนาดนี้แล้ว..ผมก็ยังอดรู้สึกแปลก ๆ ไม่ได้อยู่ดี..”

อาหงส์หันมาสบตาพ่อ..ก่อนจะหันมาสบตาสารวัตรมานพ..

เหมือนผู้ใหญ่ทั้งสามจะหัวเราะออกมาพร้อม ๆ กัน..

พี่มัสสุโวยวายใหญ่..

“.นี่ตกลงมันตลกตรงไหนครับ..”

“..จำไว้นะมัสสุ..” อาหงส์วางช้อน..จิบน้ำ..ก่อนจะพูดขึ้นว่า..” ..จริง ๆ นักสืบหรือตำรวจหรือแม้แต่เจ้าหน้าที่กรมสืบสวนคดีพิเศษ..จะไม่เหมือนนักสืบในนิยายอย่างเชอร์ลอค โฮลส์ม..โคนัน..หรือคินดะอิจิไปเสียทั้งหมดหรอก..” ..

ฉันอดถามไม่ได้..

“..ที่แคทกับจีจี้และอ่อนดูการสืบสวนวันนี้..มันก็ไม่มีอะไรนี่คะ..อาหงส์ทำได้ดีมาก ๆ เลย..หาตัวคนร้ายจนได้..”

“..แต่ข้อเท็จจริงคือ..ฉันหาหลักฐานเอาผิดคุณจิตวรางค์ไม่ได้สักนิด..” อาหงส์พูด.. “..ไม่เชื่อถามสารวัตรมานพสิ”

สารวัตรมานพหัวเราะ..

“..ใช่..จะบอกว่าการหารอยนิ้วมือจากลิ้นชักโต๊ะคุณชาคริตน่ะ..ใช้เป็นหลักฐานไม่ได้หรอก..เนื่องจากเป็นโต๊ะในที่ทำงานซึ่งอาจจะมีคนสัมผัสลิ้นชักได้มากมาย..รอยนิ้วมือจะมีตั้งแต่แม่บ้านยันเจ้าของโต๊ะเอง..”

นอกจากอาหงส์..พ่อ..กับสารวัตรแล้ว.ทุกคนได้แต่อ้าปากค้าง..

“..แล้ว..ทีนี้..” อาหงส์พูด.. “..ฉันก็แค่ส่งไลน์มาบอกคุณพนัส..ว่าจะใช้แผนขู่คนร้าย..”

“..เอ๋..แล้วทำไมคุณลุงสารวัตรถึงได้ร่วมมือล่ะคะ..” ฉันอดถามสารวัตรมานพไม่ได้..

“..แคท..” พ่ออดพูดไม่ได้.. “..ไม่คิดหรือ..ว่าพ่อเองสนิทกับสารวัตรขนาดนี้..แล้วอาหงส์เค้าจะไม่สนิทกับสารวัตรเหมือนกันหรือไง..”

“..อ่ะ..” ฉันกลืนน้ำลาย..

สารวัตรมานพหัวเราะก๊าก..

“..ผมคุ้นกับทั้งคุณพ่อของหนู..และอาหงส์ของหนูมาตั้งแต่แรกแล้ว..สมัยก่อนเราร่วมงานกันบ่อยจะตาย..และอาหงส์ของหนูเค้าบอกคุณพ่อหนูมาตั้งแต่ต้นว่า..คดีนี้..จะใช้หลักฐานคาหนังคาเขาไม่ได้..พ่อหนูก็เลยบอกฉัน..ให้วางแผนทำเป็นไม่ถูกกันกับอาหงส์..”

พี่มัสสุถึงกับครางออกมา..

“..ตกลง..นี่คืออะไรกันครับ..”

“..ฉันก็แค่รู้ว่า..ฆาตกรเป็นใคร..” อาหงส์พูด.. “..แต่หาหลักฐานเอาผิดไม่ได้..การตรวจสอบลายนิ้วมือเพื่อหาหลักฐานว่าคุณวรางค์เป็นฆาตกร..มันทำไม่ได้ในทางปฏิบัติ..ดังนั้น..ต้องใช้วิธีขู่กดดันจนฆาตกรรับสารภาพออกมาเอง..”

“..มิน่า..” พี่มัสสุถึงกับเซ็ง.. “..ไอ้ผมก็รู้สึกแปลก ๆ กับเจ๊..ว่าทำไมถึงทำอะไรรวบรัดแบบนั้น..”

“..แกจะได้รู้ข้อเท็จจริงไงล่ะมัสสุ..ว่าคดีจริง ๆ ที่เกิดขึ้น..มันไม่เหมือนกับที่แกดูในหนัง..หรืออ่านหนังสือ..พยานหลักฐานที่ชัดเจนอาจจะไม่สามารถระบุได้ตั้งแต่ต้น..”

“..แผนที่คุณอาสารวัตรกับอาหงส์ไม่ถูกกันในตอนแรก..จะได้สร้างผลทางจิตวิทยาแก่คนร้ายอีกทางหนึ่งใช่ไหมคะ.” ฉันอดถามไม่ได้..เพราะรู้สึกทึ่งอยู่ในที..

“..มันทั้งกดดันให้ฆาตกรตัวจริงหาทางทำให้แผนตัวเองที่ผิดเป้าไป..กลับเข้าเป้าหมายเดิมจนเผยพิรุธ..แต่ในขณะเดียวกัน..การขู่ขวัญด้วยหลักฐานจากรอยนิ้วมือมีน้ำหนักความเชื่อมากขึ้น..เพราะคนที่ไม่ถูกกัน..กลับเห็นพ้องต้องกันเสียแล้ว..จนท้ายสุดก็ต้องรับสารภาพเพราะเกรงกลัวโทษประหารชีวิตนั่นเอง..”

“..แล้วเจ๊รู้ได้ยังไงว่าคนร้ายเป็นใคร..”

sds


“..ก็รู้จากไหนได้ล่ะ..ดวงนั่นแหละ..” อาหงส์เปิดสมุดพก..” ..นี่ไง..วิชายามตรีจักร..ซึ่งใช้ตรีจักรที่ราศีพฤษภเป็นจุดตนุ..จุดมรณะคือความตายส่งอิทธิพลไปถึงปัตนิ..ซึ่งหมายถึงคู่ครอง..ดาวอังคารเจ้าเรือนปัตนิเป็นเกษตร..จะมองเป็นคุณชาคริตก็ได้..แต่ในขณะเดียวกัน..ดาวอังคารก็มาจากเรือนวินาสน์..นั่นคือ..ความลับ..ซึ่งหมายถึงคู่ที่เป็นความลับของคู่ครองอีกทีก็ได้..อักษรชื่อฆาตกรต้องเป็นอักษรดาวอังคาร..นั่นคือ..จฉชฌญ..ซึ่งชื่อจริงของคุณวรางค์ก็คือจิตวรางค์ใช่พอดี..ทีนี้ถ้าจะมองเป็นคุณชาคริตก็เป็นไปได้..เพียงแต่มีดาวมฤตยูที่เหมือนเป็นมรณะตัวจริงแฝงอยู่ที่เรือนวินาสน์..ดังนั้น..ฆาตกรต้องเป็นคนรักลับของคู่ครองเท่านั้นจึงจะเป็นไปได้มากที่สุด..”

ฉันหัวเราะ..จับมือจีจี้..ฟังไม่รู้เรื่องหรอกค่ะว่าอาหงส์อธิบายอะไรไว้บ้างเพราะเป็นศัพท์ทางโหราศาสตร์..แต่ก็ดีใจที่ได้อยู่ร่วมในเหตุการณ์ที่น่าทึ่ง..

“..ในที่สุด..แม่หมอก็ยังเป็นแม่หมอวันยังค่ำใช่ไหมคะ..”

สารวัตรชูแก้วขึ้น..

“..ยังไงก็แสดงความยินดีกับคุณด้วยนะครับคุณพนัส..ผมมองดูแล้ว..อีกไม่น่าจะนาน..”

“.อะไรไม่นานหรือครับสารวัตร..” พ่ออดงงไม่ได้..

“..ผมไม่ใช่หมอดูแบบคุณหงส์นะ..” สารวัตรอดทำหน้าล้อ ๆ ไม่ได้.. “..แต่ผมดูออกนะ..ดวงแต่งงานของคุณน่าจะขึ้นอีกครั้งแล้วใช่ไหม..”

ฉันได้ยินเสียงหัวเราะของคนรอบโต๊ะ..ซึ่งมีเพียงคนเดียวที่ไม่หัวเราะ..แต่หน้าแดงด้วยความอาย..ใช่..คน ๆ นั้นก็คืออาหงส์..แม่หมอคนเก่งของทุกคนนั่นเองค่ะ…

……..

บทส่งท้าย

ฉันกับจีจี้มาหาอาหงส์ที่ออฟฟิศสำนักดูหมอของอาเขาในอีกสองอาทิตย์ต่อมา

พี่มัสสุนั่งที่เคาท์เตอร์ร้านกาแฟชั้นล่างกับพี่เอลลี่..พอเห็นฉันก็อดทักทายไม่ได้..

“..ไม่ค่อยได้เจอแคทกับจีจี้พร้อมกันที่นี่เลยนะ..”

“..แต่ตอนนี้เวลาทำงานไม่ใช่หรือ..” พี่เอลลี่อดพูดไม่ได้..คงแปลกใจที่เห็นจีจี้ในช่วงเวลานี้..

จีจี้อดยิ้มให้ไม่ได้..

“..จีจี้ลาออกแล้วค่ะ..เพราะช่วงนี้งานนอกเยอะจนรู้สึกเกรงใจบริษัท..ลาออกดีกว่าค่ะ..”

ฉันโอบไหล่จีจี้…

“..จีจี้จะได้ลาออกมาเป็นแฟนแคทเต็มตัวไงคะ..”

“..โอย..หวานกันเข้าไป..เหม็นฟามรักว่ะ..” พี่มัสสุยังอดเหน็บไม่ได้..แหงล่ะ..คนเจ้าชู้อย่างเขาเมื่อเห็นสาวสวยสองคนเป็นแฟนกัน..ก็อดหงุดหงิดเป็นธรรมดาไม่ได้หรอก..

จีจี้ถามขึ้นว่า..

“..รถตู้คันที่จอดหน้าร้านนี่คุ้น ๆ นะคะพี่ ๆ ..”

พี่มัสสุหัวเราะ..

“..แหม..จำรถตู้ของบริษัทที่ตัวเองไปทำงานให้เค้าไม่ได้..มันน่าตีนักนะ..”

ฉันสะอึก..

“..พี่มัสสุคะ..นั่นรถตู้ของลาล่าเฮลท์หรือนี่..”

“..ของประธานลาล่าเฮลท์ต่างหาก..มากับคุณหน่องด้วย..”

จีจี้อดฉุดแขนฉันไม่ได้..

“..เราต้องขึ้นไปไหว้ก่อนสินะ..”

ฉันหัวเราะ..

“..ไปประจบหน่อย..เผื่อท่านประธานจะจ้างเราต่อเนื่องสักหลาย ๆ ปี..”

เราโอบเอวกันขึ้นชั้นบนไปยังออฟฟิศของอาหงส์..ฉันคิดว่าจีจี้คงเหมือนฉัน..ที่อยากจะรู้ว่าท่านประธานอาทิตยาจะมาทำไม..

ภายในห้องทำงาน..ท่านประธานกับคุณหน่องนั่งสนทนากับอาหงส์อยู่..ฉันผลักประตูเข้าไปและยกมือไหว้พร้อมกับจีจี้..

“..น้องแคทน้องจีจี้..” คุณหน่องอุทาน..หลังจากฉันทักทายท่านประธานตามมารยาทแล้ว..

ฉันอดถามไม่ได้..

“..ไม่เจอกันครึ่งเดือน..พี่หน่องเป็นไงบ้างคะ..แล้ว..” ฉันทำสีหน้ามีเลศนัย..เหมือนอยากจะรู้เรื่องที่ชวนเผือก

เหมือนคุณหน่องจะรู้ว่าฉันใส่ใจอะไรอยู่..รีบพูดขึ้นว่า..

“..ก็..นะ..” คุณหน่องยิ้ม.. “..พี่เลิกคิดถึงและสนใจชาคริตแล้ว..คนประเภทนั้น..ไม่สมควรจะได้รับความใส่ใจจากพี่หรอกนะ..ทำมาหากินของเราต่อไปดีกว่า..ดูสิแคท..จีจี้..พี่ผอมลงอีกแล้ว..”

ฉันก็สังเกตว่า..คุณหน่องดูเพรียวสวยขึ้นจริง ๆ ..

ท่านประธานอาทิตยาหัวเราะเบา ๆ ..

“..อีกหน่อยฉันว่าจะเลิกจ้างเธอสองคนแล้วล่ะ..จ้างหน่องแทนจะดีกว่า..ทั้งสวยทั้งประสบความสำเร็จกับธุรกิจลาล่าเฮลท์..เป็นหน้าเป็นตาให้บริษัทได้สบาย ๆ ..”

ฉันหน้าซีด..

“..จริงหรือคะท่านประธาน..”

คุณหน่องหัวเราะ..

“..ท่านประธานไม่จ้างพวกเธอ..พี่จ้างเองก็ได้..รู้ไหม..ตอนนี้ท่านประธานตั้งตำแหน่งพิเศษให้พี่อีก..เงินเยอะแยะพอจะจ้างน้องสองคนได้สบาย ๆ ..”

ท่านประธานครางเฮ้อ..อาหงส์เจ้าของห้องก็เพิ่งพูดออกมาเป็นคำแรก..

“…เหมือนเรื่องหัวใจ..คุณหน่องก็ได้รับการดูแลแล้วนี่นา..”

ฉันหูผึ่ง..

“..อะไรนะคะพี่หน่อง..”

“..ก็..” คุณหน่องยิ้มอาย ๆ .. “..พอสวยขึ้นหุ่นดีขึ้น..ผู้ชายก็เข้ามาหลงรักเป็นธรรมดาล่ะค่ะ..”

ท่านประธานพูดเสริมขึ้น..

“..ยังไง..ก็ยังดีกว่าชาคริต..ซึ่งฉันไล่ออกไปแล้ว..”

ฉันสะดุ้งอีก..

“..จริงหรือคะท่านประธาน..”

“..คนประเภทนั้น..ธุรกิจลาล่าเฮลท์ไม่ต้อนรับ..ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะพนักงานบริษัท..หรือสมาชิกผู้ร่วมธุรกิจก็ตาม…สู้เอาเงินเดือนของเขามาจ้างที่ปรึกษาดี ๆ อย่างแม่หมอหงส์นี่ดีกว่า..”

จีจี้ได้แต่อุทาน..

“..ทีแรกนึกว่าท่านประธานกับคุณหน่องจะมาดูดวงกับอาหงส์เสียอีกนะคะ..”

“..จ้างไว้เลย..จะได้ดูดวงกันไปนาน ๆ ..ดีไหมคะ..แม่หมอ..”

เหมือนอาหงส์จะนั่งกอดอก..นานจนทุกคนอึดอัด..

“..ต้องขออภัยนะคะท่านประธาน..ดิฉันซาบซึ้งมากที่ท่านประธานสนใจความสามารถของดิฉัน..แต่ยังคิดไม่ออกเลยค่ะ..ว่าจะไปนั่งเป็นที่ปรึกษาให้ท่านประธานในเรื่องอะไร..เพราะหากคิดว่าจะเพียงแค่ดูดวง..ท่านประธานก็สามารถเรียกหาให้ดิฉันไปดูให้ได้เรื่อย ๆ อยู่แล้วนี่คะ..”

ท่านประธานยิ้ม…

“..คุณเป็นหมอดูที่เก่งมาก ๆ ..เก่งอย่างไม่น่าเชื่อ..ก็เพียงแค่ชี้แนะแนวทาง..วางการก้าวเดินของธุรกิจลาล่าเฮลท์ตามโชคชะตา..เท่านี้ก็เพียงพอแล้วนี่คะ..คำชี้แนะของแม่หมอคงจะมีค่าสำหรับบริษัทมากเลยค่ะ..เพียงแต่ขอให้ไปนั่งที่บริษัทเท่านั้น..”

“..ถ้าไปเยี่ยมเยียน..ชี้แนะ..ดูดวงให้เป็นครั้งคราว..ก็คงไม่มีปัญหาล่ะค่ะ..แต่สำหรับเรื่องอื่น..ต้องขออภัยนะคะ” อาหงส์ตาเป็นประกาย.. “..เพราะดิฉันไม่ใช่เป็นหมอดูเพียงเท่านั้น..แต่....”

คำพูดต่อมาทำให้ฉันนึกถึงโคนัน..

“..ดิฉันเป็นนักสืบด้วยค่ะ..หมอดูที่เป็นนักสืบ..”

ถ้าเป็นแบบนี้…เรื่องราวของหมอดูนักสืบคนนี้..ก็ต้องเดินกันต่อไปเรื่อย ๆ ใช่ไหมคะ..

…….

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 66 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #109 kulrapas (@kulrapas) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 17:06

    ใครว่าไงไม่รู้ แต่เราชอบๆๆๆๆๆๆ
    #109
    1
  2. #33 echo1 (@echo1) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 05:55
    หักเหลี่ยมเฉือนคมกันจริงๆนะครับเรื่องนี้
    #33
    0