แม่หมอ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 24,471 Views

  • 158 Comments

  • 409 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    235

    Overall
    24,471

ตอนที่ 10 : แชทมรณะ2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1064
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 69 ครั้ง
    15 ม.ค. 61

แม่หมอ แชทมรณะ 2

มุมมองบุคคลที่สาม

วันนี้..สนามบินสุวรรณภูมิ..มีคนกลุ่มหนึ่งมาชุมนุมเฝ้ารอใครบางคน..

แน่นอน..คนที่มาประปราย..กำลังรอพบกับคนที่พวกเขาชื่นชอบ..และคน ๆ นั้น..คือน้องสร..จากวงCLC..

น้องสรเป็นศิลปินไอดอลที่มากความสามารถ..เต้นเก่ง..ร้องเพลงเก่ง..น่าเสียดายที่อยู่ในค่ายเพลงที่ยังไม่อาจเทียบกับค่ายยักษ์ใหญ่ของเกาหลีได้..

ถ้าหากสรอยู่ในค่ายที่โดดเด่นกว่านี้..ก็จะดังกว่านี้อย่างแน่นอน..

ในหมู่ของแฟนคลับที่กำลังรอรับศิลปินที่พวกเขาชื่นชอบ..หญิงสาวสองคนก็ยืนเคียงกันอยู่..นั่นคืออริยาหรือจีจี้กับแคท..ซึ่งใกล้ชิดสนิทสนมอย่างเห็นได้ชัด..

คนหนึ่งสดใสร่าเริง..อีกคนดูขรึม ๆ …แต่ก็สดใสน่ารักไม่น้อย..

สรกลับมาเยี่ยมบ้านหลังจากมีจังหวะได้พัก..เธอมีความมุ่งมั่นสูงในการทำตามความฝัน..ครอบครัวก็สนับสนุนเป็นอย่างดี..

แคทกับจีจี้ได้ถ่ายรูปกับไอดอลที่จีจี้ชื่นชอบ..และเหมือนกับว่า…ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่จีจี้จะได้มาเจอมาตามติด..เพราะปรกติ..อริยาหรือจีจี้ขี้อายเกินกว่าจะมาทำอะไรแบบนั้น..

และไม่ห่างกันนั้น..แม่หมอหงส์กับมัสสุก็เฝ้าดูอยู่..

บรรยากาศระหว่างสองคนนี้ยังไม่สู้ดี..แต่งานก็ย่อมจะเป็นงาน..มัสสุอย่างน้อยก็เป็นคนที่แยกแยะได้ว่าอะไรเป็นอะไร..เพียงแต่บรรยากาศที่อยู่ด้วยกันมันแตกต่างจากสมัยก่อนจริง ๆ ..

“..เจ๊..” มัสสุถาม.. “..มุกติดกล้องสปายยังใช้ได้อยู่ใช่ไหม..”

“..ก็ยังใช้ได้แหละ..สิ่งที่เราต้องการ..คือเก็บท่าทีของแฟนคลับซึ่งอยู่ในกรุ๊ปแชทเดียวกับจีจี้..”

“..เจ๊คิดว่า..แผนที่เราคิด.มันเวิร์คแน่ใช่ไหม..แคทไม่เสี่ยงไปใช่ไหม..”

“..แคทเป็นคนเสนอแผนเอง..ฉันเองก็ไม่อยากให้เสี่ยง..แต่ในเมื่อแคทต้องการทำแบบนั้น..หากเราไม่ทำ..แคทก็จะทำเองแน่นอน..ซึ่งแย่กว่าอีก..เพราะเราควบคุมดูแลอะไรไม่ได้..แคทเค้าดื้อเหมือนพ่อ..”

คำว่าดื้อเหมือนพ่อ..ทำให้มัสสุหน้าเสียไปนิดหนึ่ง..

“..ถ้าเจ๊จะพูดอะไรห่าง ๆ ไปจากพ่อแคทได้ผมจะกราบเจ๊เดี๋ยวนี้..”

“..ก็ได้..แต่แกจะกราบจริงหรือมัสสุ..”

มัสสุยกมือไหว้..เล่นเอาแม่หมอหัวเราะ..

“..ไหว้มัดจำไว้ก่อนก็ได้..เจ๊..” มัสสุพูด..

“..งั้นฉันจะไม่พูดถึงเขาให้แกสบายใจ..ว่าแต่..” แม่หมอมองนิ่งไปยังกลุ่มแฟนคลับที่กำลังถ่ายรูปทักทายกับศิลปินคนโปรด..และสร ก็เป็นคนที่กันเองน่ารักกับทุกคนเสียด้วย..

เพราะเหมือนอริยาทักทายกับคนในกลุ่มแชทที่เธอเพิ่งมีโอกาสได้เจอกันครั้งแรกในวันนี้..

แน่นอน..แคทก็อยู่ใกล้ตามติดเธอไม่ห่าง..

สำหรับแฟนคลับของสร CLC..ส่วนหนึ่ง..ดูจะสนใจอริยามากพอ ๆ กับศิลปินคนโปรดเลยทีเดียวล่ะ..

……

อริยาหรือจีจี้กำลังมีความสุข..เพราะเธอรักศิลปินของเธอจริง ๆ ..

ได้มีโอกาสถ่ายรูปคู่กับสร..ให้เซ็นชื่อในเสื้อที่สกรีนรูปหน้าสรลงไป..เธอก็มีความสุขแล้ว..

แคทเหมือนจะยิ้มปลาบปลื้ม..ตัวเองแม้จะไม่ใช่ติ่งโดยตรง..แต่ก็เข้าใจความเป็นติ่งศิลปินดี..ถ่ายรูปให้จีจี้อย่างไม่รู้เหนื่อย..

เสร็จสรรพจากการพบศิลปินคนโปรด..สรขอตัวกลับบ้าน..เพราะคุณพ่อส่งคนรถมารับ..ทุกคนตามไปส่งจนถึงรถ..และโบกมือให้สรจนรถแล่นลับตาไป…

แคทกับจีจี้หันมายิ้มให้กันอย่างมีความสุข..แต่ก็ไม่ทันสังเกตว่า..มีคนหลายคนมาห้อมล้อมพวกเธอ..

จีจี้อดถามไม่ได้..

“..พวกพี่..มีอะไรหรือคะ..”

“..จีจี้รู้ไหม..จีจี้ทำให้เราจิ้นนะ..” ชายแต่งตัวเหมือนกับพวกศิลปินเพลงเพื่อชีวิตคนหนึ่งพูด..เขาชื่อสมชาติ..

“..ใช่..ถ่ายคู่กับแฟนหน่อยไหม..นี่รู้ป่าว..สองคนนี่น่ารักเป็นไอดอลเลยนะ..” แฟนคลับผู้หญิงอีกคนที่ชื่อพี่ยาพูด..

จิจี้ยิ้มอาย ๆ ..เวลานี้..เหล่าแฟนคลับสร CLC..กลับจะมาเป็นแฟนคลับของแฟนคลับด้วยกันเองเสียอย่างนั้น..

แคทก็ยิ้ม..และโอบเอวแฟน..ทำท่ามุ้งมิ้งใกล้ชิดให้ถ่ายรูป..

“..น่ารักเหมือนคู่เนเน่แบทอีกคู่นึงเลย..” เสียงคนหนึ่งอุทาน..และเอ่ยถึงคู่ไอดอลหญิงรักหญิงที่โด่งดังในแวดวง..สายฟินสายจิ้น..

“..จีจี้เค้าหน้าเหมือนแบทนะ..แคทก็เหมือนเนเน่..แต่ก็ยังต่างกันหลายจุด..แต่ทำให้นึกถึงเลย..นี่จะคบกันออกสื่อไหมล่ะ..พวกพี่ช่วยเชียร์ช่วยดันแป๊บเดียว..เดี๋ยวติ่งก็จะเกลื่อนทวิตเตอร์..” พี่ยาดูจะอินมาก…

จีจี้หัวเราะ..

“..ขอบคุณค่ะพี่..ไม่ไหวม้างงงหนูขี้อายจะตาย..ขอเป็นติ่งสรก็มีความสุขแล้วล่ะค่ะ..”

แคทก็สนทนาตอบโต้อย่างน่ารักเช่นกัน..

ทั้งสองต่างก็คุยกับเพื่อน ๆ สายติ่งเหมือนกันอย่างมีความสุข..

….

ห่างออกไป..

แม่หมอกับมัสสุกำลังจับตาดูการพูดคุยอย่างต่อเนื่องในระยะห่าง..

มัสสุใช้กล้องส่องทางไกลส่องดู..

“..เจ๊..ผมว่า..ผมเช็คได้หมดทุกคนแล้วนะ..”

“..แกเห็นว่ายังไงบ้างล่ะ..”

“..ก็..ทุกคนเหมือนจะดีใจกับจีจี้นะครับ..” มัสสุพูด.. “..ดีใจที่จีจี้มีแฟน..และก็เข้ากับแคทได้เป็นปี่เป็นขลุ่ย..”

“..ไม่มีใครผิดสังเกตเลยหรือ..”

“..เจ๊ลองดูเองมั่งก็ได้ครับ..” มัสสุยื่นกล้องส่องทางไกลขนาดเล็กให้..

แม่หมอรับมาส่องดูในระยะไกล..

“..ถ้าคนที่เราต้องการตัว..ไม่เนียนจนจับปฏิกริยาได้ยาก..ก็อาจจะไม่ได้อยู่ในกลุ่ม..”

“..หือ..”

“..ติ่งศิลปินเกาหลีปรกติจะมีหลายกลุ่ม..จีจี้ไม่ใช่คนป๊อบปูลาร์..ขี้อาย..ดังนั้นคนที่ห้อมล้อมเธอ..ก็จะต้องเป็นคนในกรุ๊ปแชทที่เธอเข้าร่วม..หรืออาจจะมีคนอื่นนอกกรุ๊ปบ้าง..แต่ก็ต้องเกี่ยวเนื่องกับคนในกรุ๊ปนะ..”

“…เจ๊เจอใครน่าสงสัยหรือยังครับ..”

“..ก็ยังไม่เจอหรอกนะมัสสุ..ทุกคนดูเป็นธรรมชาติมาก..ก็ต้องดูไฟล์จากกล้องสปายที่ให้จีจี้ไว้อีกที..”

“..คน ๆ นั้นตามที่เรารู้..ไม่น่าจะพอใจที่จีจี้คบกับแคท..”

“..มันอาจจะแค่ล้อเล่นก็ได้..” แม่หมอตอบ..

แต่แล้วก็รู้สึกแปลก ๆ ..ถึงกับหันไปรอบ ๆ ..

มัสสุอดถามไม่ได้..

“..มีอะไรหรือครับเจ๊..”

“..เหมือนมีคนแอบมองเราอยู่..”

“..มีด้วยหรือครับ..” มัสสุหันไปรอบ ๆ .. “..ไม่น่ามีใครนะเจ๊..”

“..ฉันอาจจะขี้ระแวงมากไปก็ได้..” แม่หมอยังคงขมวดคิ้วย่น..

ไม่ห่างจากบริเวณที่แม่หมอกับมัสสุอยู่..

ใครคนหนึ่งใช้กล้องถ่ายรูปที่มีเลนส์ซูมระยะไกล..ถ่ายรูปแม่หมอกับมัสสุโดยไม่ให้รู้ตัว..และเมื่อแม่หมอไหวตัวมองไปรอบ ๆ ..คน ๆ นั้นก็ดึงกายหลบที่มุมตึก..

“..คิดจะล่อเราออกไปใช่ไหม..” เสียงพึมพำแผ่วเบาดังขึ้น..ยากจะจำแนกเสียงได้ว่าเป็นเสียงผู้หญิงหรือผู้ชาย..

“..จีจี้..เธอจะทำร้ายฉันไปถึงไหน..” เสียงนั่นยังคงดังขึ้นแบบแผ่วเบา..หางเสียงเหมือนโกรธ..แต่ก็เจ็บปวดไปในตัว.. “..ดีล่ะจีจี้..ถ้าแบบนี้นะ..”

ร่างลึกลับหายไปจากตรงนั้นแล้ว…

…..

หลังจากเฝ้าดูอยู่พอสมควร..แม่หมอหงส์ก็ให้มัสสุไปเอารถ..และโทรฯ บอกแคทเป็นที่เรียบร้อยให้รอที่จุดนัดหมาย..ตัวเองก็เดินไปตีเนียนสมทบกับแคทและอริยา..

ไม่นานนัก..ทั้งหมดก็ได้ขึ้นรถวีออสคันเก่าของแม่หมอ..มัสสุขับ..แม่หมอหงส์นั่งข้าง ๆ และแคทกับจีจี้นั่งเบาะหลังทั้งสองคน…

อริยาแกะกล้องกระดุมคืนให้..แม่หมอรับมาถือไว้..สีหน้าครุ่นคิด..ก่อนจะหยิบสมุดเล่มเล็ก..และเปิดออก..

ปากกาที่ดึงออกมา..ก็จดโน่นจดนี่..

แคทอดถามไม่ได้..

“..อาหงส์ดูเครียดจังนะคะ..”

“..สังหรณ์ใจแปลก ๆ …” แม่หมอตอบ..

“…แต่แคทดู ๆ แล้ววันนี้ก็โอเคนะคะ..ไม่มีอะไร…”

“..ก็อาจจะไม่มี..แต่ก็ยังอดสังหรณ์ไม่ได้..” แม่หมอยังคงจ้องที่สมุดพกทั้งที่รถแล่นอยู่..แคทกับจีจี้มองหน้ากัน..

ท้ายสุด..แม่หมอก็เหลือบมองกระจกส่องหลัง..

“..มัสสุ.” แม่หมอพูด.. “..นายสังเกตไหมว่ามีรถคันหนึ่งตามเราอยู่..”

มัสสุเหลือบมองเช่นกัน..

“..รถเอสยูวีคันนั้นหรือครับ..”

“..นายขับรถเลี้ยวเข้าทางนั้นเพื่อตรวจสอบหน่อย..” แม่หมอชี้ไปทางข้างหน้า

มัสสุเลี้ยวรถไปตามทางที่แม่หมอสั่ง…

แม่หมอหงส์จับตาดูอย่างใกล้ชิด…

รถคันนั้นเลี้ยวตามติดมา..ดังที่คาดไว้ทุกอย่าง..

มัสสุขมวดคิ้ว..

“..เจ๊..เอาไงดี..ดูเหมือนเค้าจะตามเราจริงนะครับ..”

รถปริศนาคันนั้นเร่งความเร็วเข้าใกล้..

ถนนไม่ค่อยดี..รถเก๋งบุโรทั่งกับรถที่ถนัดเรื่องขับถนนแบบนี้มากกว่า..ย่อมจะสู้กันไม่ได้อยู่แล้ว..

แม่หมอรู้สึกขัดใจตัวเอง..การตรวจสอบการสะกดรอย..กลับกลายเป็นผลเสียต่อตัวเองเพราะสภาพภูมิประเทศ..

“..เจ๊..” มัสสุร้องเสียงหลง..แคทกับจีจี้กอดกันแน่น..

รถเอสยูวีคันนั้นตีคู่ประกบ..และพยายามเบียด..

แม่หมอพิจาณาดูรถที่เบียดนั้น..

“..ติดฟิล์มทึบขนาดนี้..” แม่หมออุทาน..

“..เจ๊..” มัสสุอุทาน…

“..เบรค..” แม่หมอสั่ง..

มัสสุเหยียบเบรค..รถที่ตามประกบไม่คิดว่ารถวีออสคันเก่าคันนี้จะเบรคกระทันหัน..ถึงกับขับเลยไป..

แม่หมอพยักหน้า..

“..คราวนี้ก็ตาม..”

ผู้ถูกล่ากลายเป็นผู้ล่าแล้ว..

รถเอสยูวีเมื่อเห็นวีออสไล่ตามติดเหมือนจะประหลาดใจอยู่บ้าง…

“..เจ๊..” มัสสุอุทาน..

“..วางใจเถอะ..เมื่อกี้ฉันเห็นแล้ว..ในรถคันนั้นมีคนอยู่คนเดียว..” แม่หมอมีสีหน้ามุ่งมั่น..ก่อนจะเปิดสมุดพก..พิจารณาดูดวงที่เพิ่งตั้งเมื่อสักครู่..

มัสสุกลับเหยียบเบรค..ปล่อยให้รถเอสยูวีค่อย ๆ ห่างไป..

แม่หมอเหล่มองมัสสุ..

“..ฉันบอกให้ตามไง..”

“..เจ๊..” มัสสุพึมพำ.. “..ผมทำไม่ได้..”

“..เป็นบ้าอะไรของแกวะมัสสุ..” แม่หมอมีสีหน้าขุ่นเคือง..

“..ต่อให้มีคนเดียวแต่..” มัสสุหน้าซีด.. “..ผมก็ไม่รู้ว่ามันจะมีอาวุธอะไรไหม..และจะเกิดอะไรขึ้น..”

“..แกกลัวใช่ไหมมัสสุ..” แม่หมอดูโมโห..

มัสสุพยักหน้า..แม่หมอดูจะระงับอารมณ์..

“..ทำไมไม่เอาไหนอย่างนี้วะมัสสุ..นี่แกเป็นผู้ช่วยฉันไม่ใช่หรือไง..” แม่หมอระเบิดคำพูดที่เป็นจุดอ่อน.. “..แบบนี้ก็ไม่ต้องขับ..ฉันขับเอง..ลงมาเปลี่ยนที่นั่งกัน..”

“..เจ๊..ไม่นะ..เจ๊จะตามมันไปใช่ไหม..”

“..แกจะทำให้ฉันเสียเรื่องนะมัสสุ..”

“..ไม่เจ๊..ไม่..” ..มัสสุเม้มปาก..สีหน้าซีดและปากสั่นทำให้แม่หมอหงุดหงิดมากขึ้น…

และเขาก็ฟุบกับพวงมาลัย..หายใจถี่ยาว…

แม่หมอส่ายหน้า..

รถเอสยูวีดูจะวิ่งหายไปแล้ว..

แคทกับจีจี้มองหน้ากัน..แม่หมอตบบ่ามัสสุ..

“..งั้น..ก็กลับออฟฟิศ..มัสสุ..เราตามมันไม่ทันแล้วล่ะ..”

มัสสุเงยหน้าขึ้น..สายตาที่แม่หมอมองเขาเป็นแววตาที่เขาไม่ชอบเลย..

“..ขอโทษนะเจ๊..ผมเข้าใจแล้ว..” มัสสุถอนหายใจ..

“..เข้าใจว่าอะไร..”

มัสสุไม่ตอบ..บิดพวงมาลัย..และกลับรถ..

สีหน้าเขาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด..

มีแววของความรู้สึกละอาย..และขาดความเชื่อมั่น..

ในขณะที่แม่หมอมีแววของความขุ่นเคืองใจไม่ใช่น้อย..

สิ่งเหล่านี้..ทำให้แคทและจีจี้อดสงสัยไม่ได้..ว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างแม่หมอกับมัสสุ..

……

หลังจากกลับถึงออฟฟิศ..แม่หมอก็ขึ้นไปที่ห้องทำงานของตัวเอง..เหมือนไม่ใส่ใจมัสสุอีก..

ในขณะที่แม่หมอเรียกแคทกับจีจี้ไปหาที่ห้องทำงาน…และคุยกันถึงเรื่องที่เกิดขึ้น..

“..จีจี้..” แม่หมอพูด.. “..ถ้ามีเวลาก็ช่วยเช็คหน่อย..ว่าคนในกลุ่มแชทวันนี้..มีใครที่ไปรับสรที่สนามบินบ้าง..และใครบ้างที่เธอไม่เห็นในวันนี้..”

จีจี้พยักหน้า..แคทอดถามไม่ได้..

“..อาหงส์ว่า..คนที่ขับรถตามเรา..ก็คือคนที่จีจี้ไม่เห็นที่สนามบินหรือคะ..”

“..ก็ใช่น่ะสิ..” แม่หมอเม้มปาก.. “..เสียดาย..มัสสุถ้าไม่ปอดแหกซะก่อน..เราอาจจะจับตัวมันได้แล้ว..”

“..อาหงส์ค่ะ..” แคทเหมือนมีความเห็น..แต่ก็ยังกังวลกับการแสดงความคิด.. “..ถ้าพูดอะไรออกไป..อาหงส์จะว่าแคทไหม..เกี่ยวกับเรื่องในวันนี้..”

“..มีอะไรล่ะ..อาไม่โกรธแคทหรอกนะ..”

“..คือ..” แคทพยายามระวังคำพูด.. “..พี่มัสสุเค้าไม่ถึงกับปอดแหกอย่างที่อาหงส์ว่าหรอกนะคะ..ถ้าเป็นแคท..บางทีแคทอาจจะคิดแบบพี่เขาก็ได้…”

“…หือ..” แม่หมออุทาน..

“..คนร้ายกล้าติดตามเรามาคนเดียว..แปลว่าเค้าต้องมั่นใจในตัวเองพอสมควร..หากเราตามล่ามัน..และถ้ามันมีอาวุธ..แคทว่า..น่าจะมีคนเจ็บหรือตายบ้างล่ะ.ซึ่งแคทมองว่ามันไม่คุ้มเลยนะคะอา..”

แม่หมอกลับหัวเราะ..

“..คิดว่าเค้าจะกล้าใช้อาวุธกับพวกเราหรือไง..”

“..ก็น่าจะนะคะ..”

“..คำถามคือ..แล้วเค้าจะใช้ไหมล่ะ..หากมีจีจี้อยู่ด้วย..”

แคทสะดุด..แม่หมอครางเฮ้อ..

“..อย่างมากถ้าเขามีปืน..ก็ยิงเธอ..ยิงฉัน..ยิงมัสสุ..แต่เค้าจะมั่นใจได้อย่างไรว่าจีจี้จะไม่โดนลูกหลง..”

แม่หมอเคาะนิ้ว..

“..ที่เขาทำในวันนี้..ไม่ได้ต้องการทำร้าย..แต่ต้องการข่มขู่..การจะกล้าข่มขู่..ต้องมีความมั่นใจระดับหนึ่ง..แต่อย่างน้อย..สาเหตุที่แท้จริงอยู่กับจีจี้..ซึ่งถ้าผลลัพธ์ออกมาแล้วจีจี้เป็นอันตราย..เชื่อว่าเค้าคงไม่ยอมแน่นอน..”

แคทนิ่งงันไป..แม่หมอพูดอีกว่า..

“..สิ่งที่ฉันทำ..คือสิ่งที่ฉันคิดไว้ดีแล้ว..และฉันเคยทำงานเหมือนพ่อของเธอมาก่อน..มีกลยุทธ..กลวิธี..ตามที่เคยได้รับการอบรมมาจากหน่วยสืบสวนคดีพิเศษ..ลองถามพ่อเธอดูเถอะแคท..ว่าเขาจะทำเหมือนกับฉันหรือเปล่า..”

แม่หมออดหงุดหงิดไม่ได้..

“..คนที่ไม่ได้รับการฝึกมาแบบเขา..กล้าดียังไงถึงมาตัดสินใจเอาเอง..รู้เรื่องก็ไม่รู้เรื่อง..นี่มันแปลว่าเขาขี้กลัวเกินเหตุ..และไม่ควรจะเหมาะกับงานนักสืบแบบที่ฉันกำลังทำ..ฉันจะให้เขาทำงานเฉพาะเป็นเลขาฉันในฐานะหมอดู..ส่วนงานนักสืบ..ฉันคงจัดการเอง..”

แคทถึงกับนิ่งเงียบ..มันก็จริงนะ..ในสายตาของคนทั่วไปกับคนที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี..ก็ควรจะแตกต่างกันนั่นแหละ..

ประตูห้องเปิดออก..มัสสุสีหน้าขรึม..เดินเข้ามา..และวางกระดาษใบหนึ่งลงบนโต๊ะ..

แม่หมอหยิบกระดาษขึ้นมาดู..ก่อนจะปั้นหน้าเครียด..

“..นี่อะไรของแก..มัสสุ..”

“..เจ๊..ผมคงทำงานให้เจ๊ไม่ได้แล้วล่ะครับ..” มัสสุสีหน้าไม่ดี… “..ก็คงต้องลาออก..”

“..คิดว่านี่คือคิดดีแล้วหรือไง..” แม่หมอแค่นเสียง..

“..ผมคิดดีแล้ว..ผมไม่เหมาะกับการเป็นผู้ช่วยเจ๊..ไม่เหมาะเลย..”

“..แกก็ช่วยเป็นเลขาสำหรับงานหมอดูของฉันก็ได้นี่..” แม่หมอยังคงพูดเหมือนไม่ใส่ใจ..

“..เจ๊..ผมทำไม่ได้แล้วล่ะครับ..” มัสสุน้ำเสียงท้อแท้..

“..งั้นถ้าคิดดีแล้ว..ก็ขอให้โชคดี..” เหมือนแม่หมอจะไม่ใยดีอะไร..แต่แคทกลับตกใจมากกว่า..

มัสสุพยักหน้า..

“..ลาก่อนครับเจ๊..ขอบคุณนะครับที่ไว้วางใจผมอย่างน้อยก็ระยะเวลาหนึ่ง..”

“..แกมาที่นี่ได้ตลอด..เพราะแฟนแกยังคุมร้านกาแฟให้ฉันอยู่..” ..แม่หมอพูดเสียงเรียบ..

มัสสุพยักหน้า..หันหลัง..และเดินจากไป..

เมื่อประตูปิด..แคทก็สังเกตเห็นน้ำตารื้น ๆ ใต้แว่นตาของแม่หมอ..

แม่หมอนิ่งไปนาน..ก่อนจะถอนหายใจ..

“..อาหงส์คะ..” แคทอดพูดไม่ได้..

“..ช่างมันเถอะแคท..ถ้าเขาคิดอะไรแบบนี้ก็ปล่อยเขา..”

“..อาน่าจะรั้งพี่มัสสุไว้บ้างนะคะ..อย่างน้อย..” แคทกลืนความรู้สึกบางอย่าง…

“..ดีแล้วล่ะแคท..ถ้ามันต้องเป็นแบบนี้..” แม่หมอเองก็เหมือนกลืนก้อนจุก ๆ ลงลำคอ..

เหมือนสีหน้าและความรู้สึกทั้งหลายถูกระงับให้ดับลงอย่างสิ้นเชิงด้วยการพูดถึงเรื่องราวบางอย่าง..

“..ฉันเชื่อว่า..เราน่าจะหาตัวคนร้ายคนนั้นได้เร็ววัน..แต่จีจี้..พอจะได้ความหรือยังว่ามีใครในกลุ่มแชทที่เธอไม่ได้เจอในวันนี้บ้าง..”

อริยาหรือจีจี้พยักหน้า..เงยจากมือถือ..ก่อนหน้านั้น..จีจี้พยายามจะตัดความสนใจ..ไม่ยุ่งเกี่ยวเรื่องความเป็นไประหว่างแม่หมอกับมัสสุ..

เรื่องของเธอเวลานี้น่าจะสำคัญที่สุดแล้ว..

“..มีห้าคนที่ไม่ได้เจอในวันนี้ค่ะ..”

แม่หมอครางอือม์…

“..เช็คยังไง..ชัวร์แน่นะ..”

“..หนูให้กรุ๊ปแชทช่วยส่งรูปสรที่แต่ละคนถ่ายไว้ได้มาแลกเปลี่ยนกันค่ะ..” อริยาพูด.. “..มีห้าคนที่ไม่มีเพราะไม่ได้ไป..และก็บอกออกมาตรง ๆ ..”

“..ช่วยเซฟรูปและส่งข้อมูลเกี่ยวกับคนทั้งหมดในกรุ๊ปมาให้ฉันด้วยนะจีจี้..” แม่หมอขอร้อง..

จีจี้พยักหน้า…

..ดูแม่หมอมีความมั่นใจอะไรบางอย่าง..

แต่แคทกลับสังเกตว่า..สีหน้าของแม่หมอ..มีแววและกริยาหดหู่เล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นบางเรื่อง..

และถ้าจะคิดว่าเป็นเรื่องที่มัสสุยื่นใบลาออก..ก็เห็นจะไม่ผิด..

แคทรู้สีกอยากจะช่วยแม่หมอกับมัสสุให้ปรับความเข้าใจกัน..แต่ก็ยังจนใจไม่รู้ว่าจะช่วยได้อย่างไร..

สีหน้าแคทอาจจะทำให้จีจี้รู้ว่ากำลังกังวล..อริยาหรือจีจี้ถึงกับจับต้นขาแคทเพื่อปลอบใจ…

จะมากจะน้อย..จีจี้ก็ไม่ใช่คนโง่..รู้ดีว่า..เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้..จนกระทั่งมาถึงการยื่นใบลาออกของมัสสุ..มันเป็นสองเรื่องที่วุ่นวายพัลวันและเกี่ยวเนื่องกันในรูปแบบที่ไม่มีใครอยากจะให้มันเกิดขึ้นจริง ๆ …

….

มัสสุเดินลงมาจากชั้นบนที่เป็นห้องทำงานของแม่หมอด้วยความหงอยเหงา..หยิบข้าวของส่วนตัว..และนั่งนิ่งที่เคาท์เตอร์กาแฟ..

เอลลี่เห็นท่าทีมัสสุ.ก็อดจะถามไม่ได้..

“..มัสสุ..นายเป็นอะไรไป..ทะเลาะกับน้าหงส์หรือไง..”

“..ฉันลาออกแล้ว..เอลลี่..”

มัสสุตอบเรียบ ๆ ..เล่นเอาเอลลี่ใจหาย..

“..เกิดอะไรขึ้น..นี่มันร้ายแรงขนาดนั้นเชียวหรือ..”

“..ฉันทำอะไรไม่ถูกใจ..ก็โดนด่า..ก็แค่นั้น..”

“..แล้วแค่นี้..ถึงกับต้องลาออก..มันจะเกินไปไหม..มัสสุ..”

มัสสุถอนหายใจอีก..

“..มันน่าน้อยใจชะมัด..แต่ก็นะ..ฉันก็รู้สึกด้วยแหละว่าฉันมันไม่เหมาะกับการเป็นเลขาของแม่หมอ..ยิ่งตอนนี้..เจ๊แกเปิดงานด้านนักสืบ..ฉันยิ่งคิดว่าไม่เหมาะ..”

เอลลี่กุมมือคนรัก..

“..น้าหงส์ด่าเธอแรงจนเธอรู้สึกแย่ขนาดนี้เลยหรือ..”

“..มันเป็นความรู้สึกส่วนตัวด้วยล่ะ..เอลลี่..” มัสสุพูด..แต่ก็กล้ำกลืนไว้..ไม่อยากจะให้เอลลี่รู้ว่าความรู้สึกส่วนตัวที่ว่า..มันคืออะไรกันแน่..

ใช่..ความรู้สึกที่ใจมันดันนึกชอบเจ๊ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็บอกไม่ถูก..

ความรู้สึกที่ละอายใจในวันนี้..ที่ทำตัวเหมือนปกป้องอะไรเจ๊แกไม่ได้..แถมยังเหมือนขัดขวางมือเท้าของเจ๊แกอีก..

ไม่เอาไหน..ปกป้องเจ๊แกไม่ได้..แล้วยังจะริอ่านชอบอีก..

มันเซ็งอารมณ์สิ้นดีเลย..

เราไม่เหมาะกับเจ๊แกหรอก..คนอย่างเจ๊..อาจจะเป็นเจ้านายได้แค่นั้น..

แต่ความรู้สึกและความเฟลสุด ๆ ในวันนี้..มันทำให้ยิ่งรู้สึกว่า..กระทั่งเป็นเจ้านายก็ยังเป็นไม่ได้เลย..

มัสสุนิ่งงันกับความวุ่นวายสับสนในใจตัวเอง..

หัวเราะให้กับความบ้าของตน..จนกระทั่งลุกลามใหญ่โต..และที่สุดแล้วก็สางความรู้สึกอะไรไม่ได้เลย..

จนต้องตัดสินใจทำในสิ่งนี้..

ทำแบบคนขี้ใจน้อย..ทำแบบคนเซนส์สิทิฟ..ทำแบบคนที่ใจคับแคบไร้สาระ..

บ้าชะมัด..

นิ่งอยู่นานจนกระทั่งมีเสียงเหมือนวางแก้วลงบนโต๊ะ..

“..นายดื่มนี่ก่อนนะ..ตอนนี้อาจจะแย่หน่อย..แต่เชื่อเถอะ..เครื่องดื่มแก้วนี้จะช่วยนายได้..”

เสียงเอลลี่พูด..จนมัสสุอดมองข้างกายไม่ได้..

น้ำพันช์ที่เอลลี่ปรุงกับมือ..คั้นจากผลไม้ที่เขาชอบ..และเติมนี่นั่นโน่นนิดหน่อย..

มันอยู่ในแก้วทรงสวย..น้ำแข็งก้อนใหญ่สองก้อนลอยอยู่ราวกับเป็นมุกมณีล้ำค่า..แถมยังมีดอกกล้วยไม้กับผลส้มฝานบาง ๆ ปักไว้ที่ปากแก้วอีกด้วย..

มัสสุมองเห็นสายตาที่แสดงถึงความห่วงใยของเอลลี่..คนที่เรียกได้ว่า..เป็นแฟน..เป็นคนรัก..คนที่เขาคบหาอย่างใกล้ชิด..สายตาที่นุ่มนวล..ใบหน้าออกหมวยญี่ปุ่นซึ่งเป็นกรรมพันธุ์ที่ได้จากบิดา..แสดงอาการใส่ใจอย่างเห็นได้ชัด..

มัสสุแม้จะไม่อยากดื่ม..แต่ก็หักใจจากสายตาและท่าทีของเอลลี่ไม่ลง..

และเมื่อจิบเข้าไป..น้ำตาเขาก็แทบจะไหลเพราะความรู้สึกที่มันแน่นล้นออกมา..

นี่กูบ้าชะมัดเลย..คิดบ้าอะไรกับเจ๊..จนลืมสิ่งที่ดีที่สุดที่อยู่ข้างกายได้อย่างไร..

“..ฉันเอาใจช่วยเธอนะมัสสุ..” เอลลี่พูดอย่างน่ารัก.. “..น้าหงส์คงไม่ห้ามถ้าเธอจะมาหาฉันที่นี่..หรือมานั่งตรงนี้..แต่ฉันเชื่อนะ..น้าหงส์คงไม่คิดจะตำหนิติเตียนนายด้วยความรู้สึกโกรธหรือไม่พอใจนายจริง ๆ หรอกมัสสุ..ฉันว่าฉันรู้จักน้าหงส์ดีนะ..น้าหงส์ใจดีกว่าที่นายคิด..และเชื่อเลยนะมัสสุ..ต่อให้นายลาออกไปแล้ว..แต่หากจะฉีกใบลาทิ้งและจะกลับเข้ามาทำงานใหม่..น้าหงส์ก็คงไม่ว่านายหรอก..”

มัสสุน้ำตาคลอ..รู้สึกผิดอย่างรุนแรง..

ทั้งหมดมันมาจากความรู้สึกที่บ้ามาก ๆ ที่เกิดขึ้น..เจ๊อาจจะไม่ได้คิดอะไรกับเรา..แต่สำหรับเอลลี่..เธอคิดและรู้สึกกับเราอย่างจริงใจ..เป็นผู้หญิงที่น่ารักและดีที่สุดในโลก..

ทำไมเราถึงคิดบ้า ๆ ในสิ่งที่เหมือนทรยศกับความดีของเธอด้วย..

เอลลี่เป็นคนดี..และควรจะเป็นคนที่ใช่ด้วย..

มัสสุกลั้นใจดื่มพันช์แก้วนั้นทั้งที่น้ำตาคลอเบ้า..

“..หือ..ไม่ไหวก็ไม่ต้องดื่มก็ได้นะมัสสุ..” เอลลี่อุทาน.. “..ถ้าไม่อร่อยก็อย่าไปฝืนมันเลย..”

“.ใครว่า..นี่โคตรอร่อยเลย..อร่อยที่สุด..” มัสสุดื่มอีกจนหมด..คว้าทิชชู่มาเช็ดน้ำตา..

และมองคนตรงหน้าอีกครั้ง..

เอลลี่อดยิ้มไม่ได้..

“..มีอะไรหรือไง..นายถึงมองฉันแบบนี้..”

“..ขอ..ขอกอดหน่อยได้ไหมเอลลี่..” มัสสุขอร้อง..

เอลลี่หัวเราะ..

“..มาแปลกแฮะ..ได้สิ..”

พูดจบก็เดินออกมาจากเคาท์เตอร์..มาอยู่ใกล้ ๆ ..และมัสสุก็ผวาเข้ากอด..

คนในร้านต่างคนต่างมองท่าทีของเอลลี่กับมัสสุ..พร้อมกับยิ้มออกมาพร้อมกัน..แม้แต่ปิ๋มลูกน้องของเอลลี่ก็เหมือนจะยิ้ม ๆ ให้ลูกพี่เช่นกัน..

“..ไม่เอาน่า..นายขี้แยไปแล้วนะมัสสุ..” เอลลี่รู้สึกถึงน้ำตาที่อาบแก้มมัสสุ..

“..ขอบคุณนะเอลลี่..ขอโทษด้วย..”

“..ขอโทษ..ขอโทษทำไม..นายเป็นแฟนฉันนะ..ถ้ามีเรื่องก็ต้องปลอบโยนกันแบบนี้แหละ..ไม่ใช่หรือไง..”

มัสสุไม่ตอบ..ไม่อยากให้เอลลี่รับรู้ถึงความรู้สึกที่ผิดพลาดของตัวเอง..

คนบางคนอาจจะถูกสร้างมาสำหรับคนใดคนหนึ่งเท่านั้น..ไม่ใช่ทุกคน..

เอลลี่..ผู้หญิงแสนดีที่เรามีอยู่ในมือ..ทำไมเราถึงทำแบบนั้นได้ลงคอ..

เสียงเหมือนคนเดินเข้ามาใกล้..

เอลลี่กับมัสสุผละออกจากกัน..

เอลลี่หันมายิ้มให้คนที่เดินมาข้าง ๆ ..มัสสุก็เช็ดน้ำตา..และรู้สึกอึดอัด..

คนที่มาใกล้ ๆ คือแม่หมอหงส์..ด้านหลังยังมีแคทกับจีจี้..เด็กสาวทั้งสองยิ้มเหมือนซึ้งเหมือนเขินแทน..

และแม่หมอหงส์วางกระดาษแผ่นหนึ่งลงบนเคาท์เตอร์..

“..ฉันยังไม่รับกระดาษใบนี้..กลับไปคิดอีกที..และหากจะต้องใช้มันอีก..ก็เอามาส่งพรุ่งนี้..”

นั่นคือใบลาออกที่มัสสุเขียนด้วยลายมือ..

“.เจ๊..ผมมันปอดแหก..ไม่เอาไหน..”

“.นายแค่ไม่รู้..เพราะนายไม่ใช่อดีตเจ้าหน้าที่สืบสวนคดีพิเศษที่ถูกฝึกมาโชกโชนแบบฉัน..” แม่หมอยิ้มเล็กน้อย.. “..วิธีแก้ไขก็คือ..ต้องให้นายเชื่อใจคนที่รู้มากกว่านาย..อย่าตัดสินใจเอาเอง..ก็แค่นั้น..”

มัสสุหยิบกระดาษใบลาออก..ก่อนจะฉีกมันทิ้ง..

แม่หมอยิ้มเล็กน้อย..มัสสุพูดอีกว่า..

“..เจ๊ครับ..ถ้าผมจะขอโทษเจ๊..จะว่าอะไรไหมครับ..”

“..แกจะขอโทษอะไรฉัน..มัสสุ..” แม่หมอถามเสียงเรียบ..

“..ขอโทษที่งี่เง่ากับเจ๊..” มัสสุกลั้นใจพูด.. “..ทุกเรื่อง..”

“..หือ..” แม่หมออดหัวเราะไม่ได้.. “..นี่ยอมรับว่าตัวเองงี่เง่าเป็นเหมือนกันหรือ..”

“..เจ๊ครับ..” มัสสุโอบไหล่เอลลี่.. “..ผมนี่มันโคตรจะงี่เง่าเลย..โง่ที่สุด..มีสิ่งที่มีค่าอยู่ในมือ..กลับไปบ้าบออะไรก็ไม่รู้..ผมขอโทษนะครับเจ๊..”

แม่หมอหัวเราะ..

“..ฉันรับคำขอโทษของนาย..แต่ก็ขอโทษนายด้วยแหละที่บางทีทำอะไรไม่ค่อยละมุนละม่อมเท่าไหร่..” แม่หมอกระแอม..ก่อนจะพูดอีกว่า..

“..ฉันคิดว่า..อาจจะจัดการเรื่องของจีจี้แล้วเสร็จได้ในเร็ววัน..แต่ยังไง..นายก็ยังสำคัญสำหรับคดีนี้อยู่..”

มัสสุลดมือจากการโอบคนรัก..

“..เจ๊คิดออกแล้วหรือครับว่าใครคือคนที่เรากำลังตามหาอยู่..”

“..ขอคิดละเอียด ๆ สักคืนคงจะรู้เรื่องล่ะ..”

มัสสุขมวดคิ้ว..รวมถึงแคทกับจีจี้ด้วย..

“..เจ๊ทำให้ผมเซอร์ไพรส์มากเลยนะครับ..นี่หมายความว่ายังไง..”

“..ฉันได้รับข้อมูลที่จีจี้ส่งให้..แล้ว..และพอจะมองออกว่าคนร้ายเป็นใคร..ขอแค่ตรวจสอบกับไฟล์คลิปวิดีโอจากกล้องสปายที่จีจี้ใช้เก็บข้อมูลในวันนี้สักนิด..ก็จะเข้าใจกระจ่าง..คืนนี้เราจะดำเนินตามแผนอีกขั้นตอนหนึ่ง..ระหว่างนี้..นายต้องทำตามคำสั่งของฉัน..”

มัสสุพยักหน้า..

“..ได้ครับเจ๊..”

“..และครั้งนี้..พ่อแคทต้องเข้ามายุ่งด้วย..นายคงไม่ว่าอะไรนะมัสสุ..” เหมือนแม่หมอจะยั่ว ๆ ลูกน้อง..

มัสสุกลับหัวเราะ..

“..เจ๊ต้องใช้มืออาชีพอยู่แล้วล่ะครับ..ใช่ไหม..”

มัสสุอดหันมาทางเอลลี่ไม่ได้..

ใช่..คุณพนัสพ่อแคทน่าจะเหมาะกับเจ๊มากกว่าเรา..

และเรา..ก็เหมาะกับเธอคนนี้..

ยิ่งมองเอลลี่..มัสสุก็ยิ่งรู้สึกดี..และละอายในสิ่งที่ผ่านมาแล้วไปด้วยกัน..

ว่าแต่..แม่หมอคิดแผนอะไรอยู่นะ…

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 69 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #102 BEAUTY-INCLE (@kaitokiddo1412) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 / 14:31
    ตอนนี้มีความซึ้งอ่ะ น้ำตาลื้นๆเลย ฮื่ออออออออออ
    #102
    1