รักลั้นลา..นางฟ้าฝาแฝด (อานาซีม)(ป้าวิส) แฟนฟิค yuri

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 4,948 Views

  • 11 Comments

  • 89 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3

    Overall
    4,948

ตอนที่ 4 : มีเพียงรักเราสองสอดคล้องใจ...สัญญาไว้ต่อพฤกษา....อานาซีม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 413
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    29 มิ.ย. 59

*****นานแค่ไหนก็ไม่ปล่อยเด็ดขาด..Simmie @ritbabb*****

 

ซีมวิ่งตามฟ้าที่เธอเข้าใจว่าเป็นฝน..ด้วยความสงสัยระคนตกใจ..ที่จู่ ๆ ฝนเหมือนจะเปลี่ยนไป..และไม่เพียงแค่นั้น..ยังทำอะไรแปลกมากกว่าที่คิดซะอีก..

ฟ้าวิ่งตามจนเจอฝนทรุดลงกับพื้น..เหมือนถูกมัด..

สีหน้าฝนดูจะซีดและหวาดกลัว..กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า..แต่ไม่ว่ายังไง..ฟ้าก็ไม่เห็น..

ฟ้าเหมือนลืมทุกอย่างไปแล้ว..

ไม่นึกถึงอะไรอีก..

น้องสาวฝาแฝดที่มีแต่ตนเองเท่านั้นที่รู้จัก..ไม่มีใครในโลกเห็น..มีแต่เธอที่จับต้องได้..

แม้จะรำคาญ..เบื่อกับความวุ่นวาย..แต่ฟ้าก็ไม่รู้หรอก..แม้จะทะเลาะกันบ่อย..หรือจะอะไรก็ตาม..แต่พอถึงสถานการณ์ที่เหมือนจะเสียน้องสาวเข้าจริง ๆ ..ฟ้าก็ไม่สนใจอะไรอีก...

ฟ้าวิ่งเข้าไป..โอบและปกป้องน้อง...

“..ฝน..ฉันมาแล้ว..ฉันจะไม่ให้แกเป็นอะไร..”

ร่างของผู้คุ้มกฏผิวสีทองแดงที่ฟ้าไม่เห็นดูจะระอาใจ..

“..นี่ทำผิดกฏขนาดนี้เลยหรือ...ทำไมมนุษย์คนนี้ถึงเห็นเจ้าได้..นางฟ้าอานา..”

“..อะไรวะ..”อานาดูงุนงง.. “..นี่ไม่รู้หรือไง..ว่าฉันโดนทำโทษให้มาเป็นนางฟ้าของพี่สาวฝาแฝดซึ่งจุติมาเป็นมนุษย์..”

ผู้คุ้มกฏร่างสีทองแดงดูงุนงง..

“..มีการทำโทษแบบนี้ด้วยหรือ..”

เสียงหัวเราะดังขึ้น..พร้อมกับร่างสีเงินร่างหนึ่งปรากฏขึ้น..

“..เหมือนท่านจะไม่ค่อยรู้เรื่องราวข่าวสารบ้านเมืองเลยนะ..ท่านนัตตะ..”

ฝนยิ้มเพราะร่างที่ปรากฏมาทีหลัง..มีท่าทีเป็นมิตร..สีหน้ายิ้มแย้ม..และดูเหมือนจะคุ้นเคยกับฝนดี..

“..ท่านนาธาน.”เสียงผู้คุ้มกฏผิวสีทองแดงทักทาย.. “..หมายความว่ายังไง..”

“..คณะคสน.ที่ปกครองสวรรค์ในเวลานี้..มีคำสั่งลงโทษนางฟ้าอานากับนางฟ้าภาวิส..ในข้อหาหนีไปจุติ..โดยให้นางฟ้าภาวิสที่เป็นผู้สนับสนุนมาเกิดแทน..และนางฟ้าอานาที่ต้องการจุติตั้งแต่แรก..เป็นนางฟ้าตกสวรรค์คอยดูแลคู่แฝด..นี่ท่านไม่รู้หรอกหรือ..”

นัตตะแค่นเสียง..

“..เรารู้แต่กฏสวรรค์แบบเก่า ๆ เท่านั้นแหละท่านนาธาน..แต่ถึงอย่างไร..นางฟ้าอานาก็มีความผิดอยู่ดี..เพราะไปสร้างความผูกพันกับมนุษย์คนนั้น..”นัตตะชี้ไปที่ซีมซึ่งยืนตกตะลึง...

“..ถ้าจะลงโทษเพราะนางฟ้าอานาทำแบบนั้น..ก็เชิญได้เลย..”

นัตตะแค่นเสียง..ดึงเชือกที่มัดฝนไว้..ด้วยความคิดที่ว่าเชือกนี้..จะสามารถดึงกายของนางฟ้าหรือเทพไปสู่บทลงโทษได้..

แต่เชือกก็ไม่สามารถทำอะไรได้..ฝนยังคงนั่งอยู่อย่างนั้น..

นาธานหัวเราะกังวาล..

“..กฏสวรรค์จะยังไง..ก็ยังมีข้อยกเว้นนะ.”

“..เป็นไปได้อย่างไร..”

“..เพราะมีสิ่งหนึ่งสามารถยกเว้นกฏสวรรค์ได้..นั่นคือ..คำอธิษฐานต่อหน้าต้นไม้สัจจะ..นางฟ้าซีมกับนางฟ้าอานาอธิษฐานรักกัน..โดยเขียนคำมั่นในเปลือกไม้..วางไว้ที่โคนต้นไม้แห่งสัจจะ..และต้นไม้สัจจะก็รับรองคำมั่นนั้นแล้วด้วย..”

นัตตะดูหงุดหงิด..

“..อธิษฐานอะไรบ้าบอชะมัด..”

นาธานไม่ตอบ..แต่แล้วทั้งสองก็ได้ยินเสียงเอ่ยเอื้อนเป็นกลอนขึ้นมาจากปากของผู้ที่เป็นเชลย..

“..ขอสัญญาต่อหน้าพฤกษาสวรรค์...ให้รักมั่นยืนยงมั่นคงเสมอ..

ทุกชาติภพจบคืนวันมีฉันเธอ...ได้พบเจอพร่ำพลอดตลอดไป..

ถึงแม้สิ้นแสงสายสุรีย์ฉาน...ถึงจะจบจักรวาลกาลมอดไหม้..

มีเพียงรักเราสองสอดคล้องใจ...สัญญาไว้ต่อพฤกษา...."อานาซีม"...”..

เสียงฝนพูดช้า ๆ เป็นบทกลอนที่เขียนจารึกไว้ในเปลือกไม้...และลงท้ายว่า..อานาซีม..อักษรตัวใหญ่เป็นพิเศษ..ที่เหมือนให้ต้นไม้สัจจะซึมซาบรับความอันซาบซึ้งถึงความรักของทั้งสอง..

นัตตะเม้มปาก..ผู้คุ้มกฏผู้เคร่งครัดอย่างเขา..แม้จะขัดใจอย่างรุนแรง..แต่กฏก็ต้องเป็นกฏเสมอ..

“..ก็แค่นั้นแหละ..มันจะยังไงก็ผิด..เพราะจะรักจนจักรวาลมอดไหม้ยังไง..นางฟ้าอานาก็ไม่มีสิทธิ์จะมาใช้ฤทธิ์จิตนางฟ้าทำให้มนุษย์หลงรักตัวเอง..เพราะมนุษย์ต่อให้เคยเป็นนางฟ้าที่เป็นคู่สัญญาใจกันมาก่อนก็ตาม..จะหลงรักนางฟ้าไม่ได้...”

นาธานจุ๊ย์ปาก..ในขณะที่ฝนหน้าซีด..

“..กลอนมันจบแค่นี้ที่ไหนเล่า..”นาธานพูด.. “..ยังมีต่ออีกนะ..”

ฝนชะงัก..

“..หมายความว่ายังไง..ฉันจำได้ว่าร่วมกับซีมเขียนไว้แค่นี้..”

“..อ้าว..แล้วบทต่อมามันมีได้ยังไง..”นาธานหยิบกระดาษออกมาอ่าน..

“...จะเจอกันอย่างไรในผ่านภพ...ต้นเวลาหรือบรรจบทบปัจฉีม..

จักจำกันได้ว่าอานาซีม...จะได้ธีมแห่งสวรรค์บันดาลดล..

ให้พบเจอรับรู้พึงประจักษ์..สื่อสารด้วยความรักได้ทุกหน..

ไม่ว่าเป็นเทพปีศาจสัตว์หรือคน...ไม่มีวันหลุดพ้นห้วงสายใย....”

นัตตะเม้มปาก...ทึ้งหัวตัวเอง..

“..บ้า..บ้า..บ้า..กฏสวรรค์ถูกทำลายเพราะสิ่งเหล่านี้..ฉันไม่ยอมเด็ดขาด..”

“...ก็ทำไงได้..ต้นไม้สัจจะก็เป็นหนึ่งในกฏสวรรค์เหมือนกัน..”นาธานทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้.. “.ไปได้แล้วท่านนัตตะ..นี่คือกฏเช่นกัน..ท่านควรจะยอมรับ...”

“..ยังไงจะเฝ้าดูอยู่..ถ้าทำผิดจริง ๆ ..โดนแน่..นางฟ้าอานา..ฮึ..”

แล้วร่างผิวทองแดงก็รั้งเชือกบ่วงที่มัดร่างฝนมาเก็บไว้..ก่อนจะหายแว้บไป..

ฝนเป็นอิสระ..ยิ้มอย่างยินดี..

“..ขอบคุณมากท่านนาธาน..”

“..ไม่เป็นไร..เราเพื่อนกันไม่ใช่หรือ..”นาธานเทวดาผิวสีเงินหัวเราะ.. “..แล้วเจอกันนะอานา..”

“..ค่า..”ฝนยิ้มร่า..ดีใจที่รอดพ้นจากการถูกจับไปทำโทษ..แต่ใจยังคงสงสัยว่าทำไมถึงมีบทกลอนอะไรต่อท้ายกลอนที่ตนเองกับซีมร่วมกันเขียนก่อนหน้านั้น...

เวลานี้..ฟ้าเห็นฝนดูสดใสและเหมือนเป็นปรกติขึ้นก็หัวเราะ..กอดน้องสาวฝาแฝดต่างภพไม่คลาย...

“..แกไม่เป็นไรแล้วใช่ไหมฝน..ไม่เป็นไรแล้วใช่ไหม..ฉันโคตรห่วงแกเลยว่ะ..”

“..อือ..ไม่เป็นไรแล้ว..ผู้คุ้มกฏไปแล้ว..ว่าแต่..ฟ้า..แกทำแบบนี้..ซีมเค้าจะไม่สงสัยหรือไง..”

“สงสัย..”ฟ้าตกใจ.. “.เออ..ใช่..”แล้วก็หันมาทางซีม...

เหมือนซีมจะตาค้างกับอะไรบางอย่างเบื้องหน้า...

ฝนผละจากฟ้า..เดินเข้ามาหาซีม..

และ...ว่ากลอนที่ตัวเองกับซีมร่วมกันเขียนบนเปลือกไม้อีกครั้ง...

“...ขอสัญญาต่อหน้าพฤกษาสวรรค์...ให้รักมั่นยืนยงมั่นคงเสมอ..”

เสียงซีมพูดเหมือนละเมอ...

“..ทุกชาติภพจบคืนวันมีฉันเธอ...ได้พบเจอพร่ำพลอดตลอดไป..”

ฝนน้ำตาไหลพราก..ซีมก็เช่นกัน..และต่างฝ่ายต่างก็ท่องกลอนออกมาเหมือนกันอย่างไม่ผิดเพี้ยน..

“..ถึงแม้สิ้นแสงสายสุรีย์ฉาน...ถึงจะจบจักรวาลกาลมอดไหม้..

มีเพียงรักเราสองสอดคล้องใจ...สัญญาไว้ต่อพฤกษา....อานาซีม...”

แล้วทั้งสองก็สวมกอดกัน..ในขณะที่ฟ้าอ้าปากค้าง...ตะลึงงัน...ที่มีอีกคนในโลกที่กอดฝนหรืออานาได้อีก

“..อานา..”เสียงซีมพูดสั่นระรัว...

“.ซีม..เธอจำได้แล้วใช่ไหม..”

“..ใช่..จำได้..ในที่สุด..เราก็เจอกันอีกครั้งแล้วนะ..อานา..”

ฝนกอดซีมแน่น..

“..ฉันจะไม่ปล่อยเธอไปไหน...”

ซีมพูดด้วยเสียงสั่นเครือ..

“..นานแค่ไหนก็ไม่ปล่อยเด็ดขาด..”

 

*****อะไรที่ได้มายาก เรารู้สึกว่ามันมีค่าที่เราจะรักษามันไว้..ป้าวิส @Fharrarii*****

 

เวลานี้..ฟ้านั่งในรถบีเอ็มของซีม...แต่..ฟ้าต้องไปอยู่เบาะหลัง..เลยบางครั้งก็จะนั่งเก๊กเป็นเจ้านายสักเล็กน้อย..ส่วนซีมเป็นคนขับ..และข้าง ๆ เธอคือฝน...

“..นี่ ๆ ๆ ..พอเห็นกันแล้วพวกมึงลืมกูเลยนะ..”ฟ้าบ่น..

“..ใครจะลืมแกได้ลงวะ..ฟ้า..”..ฝนหันมาหัวเราะ..ก่อนจะมองอย่างแน่วแน่จริงจัง.. “..ถามจริง ๆ เถอะ..แกไม่เห็น..ไม่รู้..ว่ามีใครอยู่..และจะทำอะไรฉัน..แถมแกก็ไม่รู้ว่าแกจะโดนอะไรเข้าไปแค่ไหนบ้าง..ยังไงบ้าง..แล้วทำไมแกถึงมากอดป้องกันฉันไว้ล่ะฟ้า..”

ฟ้าเช็ดจมูก..

“..ถามได้..ก็แกเป็นน้องฉันนี่หว่า..แม้ว่า..วันนี้..แกจะเอาเงินที่ฉันถ่ายโฆษณาไปซื้อตั๋วหนังเลี้ยงซีมหมด..แล้วก็กินป๊อบคอร์นคาราเมลที่ฉันเกลียด..แถมยังแอบมองแต่ซีม..ไม่ดูหนังเจี้ยอะไรเลย..จนฉันแม่มไม่รู้เรื่อง..ยังไง..ฉันก็ยังไม่อยากให้แกหายไปจากชีวิตฉันเว้ย..”

เสียงคนขับหัวเราะ..

“..ไม่เป็นไรนะฟ้า..ฉันจะคืนค่าตั๋วให้..”

“..โอย..ช่างมันเถอะซีม..ว่าแต่..นี่พวกแกจู่ ๆ เห็นกันง่าย ๆ งั้นน่ะหรือ..แปลกชะมัด..”

“..มันเล่ายาว..”ฝนพูด.. “เอาเป็นว่า..มันมีอะไรบางอย่างที่ฉันเองก็ไม่รู้..มาช่วยให้เราเห็นกัน..และทำให้ซีมจำเรื่องราวของเราได้..”

“..หมายถึงเรื่องสมัยที่เป็นนางฟ้าน่ะรึ..”

“...ขอโทษนะฟ้า..ทุกเรื่องที่จำได้..ต้องมีอานาอยู่ด้วยน่ะ..”ซีมพูด.. “..ในภาพที่ฉันเห็น..มีแกอยู่ด้วยก็จริง..แต่ก็ไม่เห็นอะไรมากไปกว่านั้น...”

ซีมเบรครถเมื่อติดไฟแดง..หันไปหยิกแก้มฝน..

“...แต่สำหรับคนนี้..จำแม่นเลย...”

“..โชคดีชะมัด..”เสียงฟ้าคราง.. “..ในที่สุด..ก็มีคนยืนยันความมีตัวตนของฝนอีกคนหนึ่งแล้ว..”

“..แกอยู่บนโลก..แกใช้ชื่อฝนใช่ไหม..”ซีมเหมือนจะยังไม่แน่ใจดีนักทั้งที่น่าจะนึกออก..

“..ก็คุณพี่สาวมันไม่ชอบให้เรียกชื่อตอนเป็นนางฟ้านี่..”ฝนบ่น

“..ฉันเลยนึกเรื่องออก..”ซีมอมยิ้ม.. “..ว่าที่ผ่านมา..ทำไมพวกเธอถึงทำตัวแปลก ๆ ..”

“..เราใช้ร่างฟ้าได้น่ะซีม..เราเจอซีมและทำให้ซีมรู้สึกกับเรา..ก็ใช้ร่างฟ้าหมดเลย..”

“...เฮ้ ๆ ๆ ..แต่ฉันไม่เกี่ยวนะ..ตอนที่ฝนมันยึดร่าง..ฉันจะกลายเป็นอะไรก็ไม่รู้..กลิ้งไปกลิ้งมาในร่างตัวเอง.ทำอะไรไม่ได้..รับรู้ได้อย่างเดียว..ทุกอย่างที่ฝนมันทำตอนยึดร่างฉัน..เป็นฝีมือมันหมดเลย..”

แล้วฟ้าก็พูดอย่างแค้นใจ..

“..รวมทั้งดูหนังที่โคตรจะไม่ชอบ..แถมแดกป็อบคอร์นคาราเมลอีก..กรรมของกูที่เสือกรักน้องเกินไปขนาดนี้..แถม..แม่งจะมีคนมองอีกว่ากิ๊กกับซีมน่ะ..”

“..ไม่ต้องห่วงนะฟ้า..ซีมรู้ความจริงแล้ว..เข้าใจพวกเธอด้วยว่าทำไมถึงต้องวุ่นวายขนาดนี้..และรู้ด้วยว่าทำไมถึงรักฝนได้ขนาดนี้..ซีมไม่ลังเลอีกแล้วนะ..สำหรับสิ่งที่คาใจอยู่ตั้งแต่เกิด..และทำให้คิดมาก..จนมีบุคลิกที่คล้ายกับเศร้า ๆ ขนาดนี้น่ะ..”

“..เหรอ..”

“..ใช่..เหมือนรู้สึกเคว้งคว้าง..เหมือนต้องรออะไรสักอย่าง..หรือใครสักคน..แต่บอกไม่ได้เลย..”

ซีมน้ำตาไหลอีกแล้ว..ฟ้ารู้ว่านั่นคือความดีใจของซีมอย่างไม่ต้องสงสัย..

“..แล้ววันหนึ่ง..วันที่นัดเจอฟ้า..แล้วอะไรที่อยู่ในตัวฟ้า..ทำให้ซีมรู้เรื่องราวทั้งหมด..มันรวดเร็วมาก..รวดเร็วจนตั้งตัวแทบไม่ได้..แต่ก็เข้าใจแล้ว..ที่แท้..ฉันรอคนที่สัญญากันไว้นั่นเอง..ฉันเห็นฟ้าทรุดไปกอดลมแล้งอะไรสักอย่างที่ฉันเองก็คิดว่าฟ้าคงบ้าไปแล้ว..แต่สักครู่..ไม่รู้ทำไม..ก็เห็นฟ้ากอดคนที่เหมือนตัวเอง..กำลังนั่งท่องกลอนที่ทำให้จิตใจฉันเปิดสู่ความรู้สึกของอะไรบางอย่าง..ฉันจำได้หมด..เห็นอานา..จำกลอนที่เราเขียนได้..ตอนนั้น..ฉันเข้าใจกระจ่าง..เข้าใจทุกอย่าง..จำได้.น้ำตาไหล..มีความสุขจริง ๆ ..”

“..โคตรจะน้ำเน่า..แต่ก็ฟังดูดี..”ฟ้ากลายเป็นตัวทำลายบรรยากาศ.. “..ป้าวิสก็ได้แต่พร่ำบ่นไปเรื่อยสินะ..”

“..ฟ้า..แกต้องไปเที่ยวที่กาญจน์กับฉันนะเว้ย..”ซีมพูด.. “..ไปสมัครหรือยัง..ที่ชมรมน่ะ..”

“..ก็นะ..อยากจะไป..แต่ว่า.ตังค์หมด..อิแฝดน้องฉันมันผลาญซะเกลี้ยง..”

“..โอเค..ให้ยืมก่อนนะ..”ซีมพูดจบก็รู้สึกว่าทำไมตัวเองถึงตระหนี่เกินเลยพูดต่อ.. “..เปลี่ยนใจแล้ว...เดี๋ยวออกค่าสมัครให้นะ..”

“..นี่ ๆ ๆ ทำไมถึงต้องให้ฉันไปด้วยวะ..”ฟ้ากอดอก.. “..แกสองคนเห็นกันแล้ว..ก็สวีทกันไปสิ..”

“..แกจะทนไม่มีฉันนอนข้าง ๆ ด้วยได้หรือฟ้า..”ฝนเอียงคออมยิ้ม..

ฟ้าอ้าปากค้าง..

“..โห..นี่คิดว่าฉันไม่มีแก..จะอยู่ไม่ได้หรือไงวะ..”

ฝนหัวเราะอีก..

“..ที่ซีมอยากให้แกไป..จริง ๆ เป็นเพราะอยากให้ไปช่วยกันพี่กิ..ใช่ไหมล่ะ..”

“..อือ..พี่กิเค้ามาทำท่าเหมือนจะจีบ..ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่..แต่ว่าเกรงใจ..ที่เป็นรุ่นพี่..เลยไม่รู้จะทำยังไงดี”

ฟ้าดูหงุดหงิด..

“..นี่ ๆ ..ยัยซีม..ยัยมีความน้องสะใภ้..บอกก่อนนะ..พี่กิน่ะ..ฉันสนอยู่นะเว้ย..แล้วก็พี่กิสนแก..มันโคตรจะบ้าบอ..ถ้าจะคิดเอาฉันไปเป็นไม้กันหมา..แต่ฉันเสือกพลาดโดนเทขึ้นมา..ใครจะรับผิดชอบไม่ทราบยะ..”

ฝนครางเฮ้อ..

“..ขอร้องนะ..ไปหน่อยนะ..”ฝนทำสีหน้าอ้อน ๆ .. “..ฟ้า..ถ้าบางครั้ง..ฉันอาจจะอยากใช้ร่างแกเป็นบางกรณี..”

“..กูว่าแล้ว..”ฟ้าบ่น.. “..ยังเจ็บใจวันนี้ไม่หายเลย..”

ฝนอมยิ้ม..มองหน้าพี่สาวก่อนจะรู้สึกดีไปอีกแบบ..ที่ต่างจากซีม..ความรักที่พี่สาวมอบให้แม้จะไม่ได้อะไรตอบแทนกลับมา..นี่ก็คือความรักที่ฝนเองก็ซาบซึ้งไม่น้อย..แต่เพราะเป็นพี่สาว..เลยต้องฟอร์มเยอะหน่อยเป็นธรรมดา...

แต่สำหรับซีม..เวลานี้..เมื่อจำฝนหรืออานาได้..ก็พลอยจดจำภาวิสหรือป้าวิสในสวรรค์ได้อีกคน..ถึงจะลางเลือนกว่าเพราะเป็นพี่สาวคนรัก..และจำได้เฉพาะแค่ยามที่อานากับป้าวิสอยู่ด้วยกันกับตัวเอง..แต่ก็รู้สึกถึงมิตรภาพที่ดีและความรักที่พี่สาวคนนี้มอบให้น้องฝาแฝดที่แม้ตัวเองก็อดซาบซึ้งไปด้วยไม่ได้..

“...ตอนนี้นะ..ป้าไม่ต้องเกรงใจซีมแล้วนะ..”

“..เอา..เรียกกูป้าอีก..จะบ้าตาย..”ฟ้าดูงอน ๆ .. “...เรียกฟ้าดีกว่ามั้ง..”

“..จ้า..ฟ้า.”ซีมพูดอย่างใจดี.. “..ไม่ต้องเกรงใจซีมแล้วนะ..ซีมรู้เรื่องหมดแล้ว..แฟนซีมคนนี้..ยังไงซีมดูแลได้..ตอนนี้..มีอะไรก็พูดมาตรง ๆ เลย..”

“..ก็ดีเหมือนกัน..ชอบอยู่แล้ว..เพราะอิน้องแฝดตัวแสบนี่แหละ..เลยจะต้องทำอะไรบ้า ๆ บอ ๆ ผิดมนุษมนากับเขา..แกเอาไปเลี้ยงไว้สักพักก็ดีนะซีม..ฉันยกให้..”

“..แหม..ทำยังกะชั้นเป็นหมายอร์คเชียร์..”ฝนอมยิ้มพูด..

“..แกน่ะ..ไม่น่ารักแบบหมายอร์คเชียร์หรอกว่ะฝน..เลี้ยงแกเหมือนเลี้ยงกุมารทองมากกว่า..”

ฝนหน้าตาเปลี่ยน..

“..ว่ากูเป็นผีอีกใช่ไหมมึง..”

“..เปล่า..กุมารทอง..ผีที่ไหนล่ะ..”

“..นั่นแหละ..ผีล่ะ..อิห่านนี่..ถ้าไม่ใช่พี่ที่กูรักนะ..กูถีบลงข้างทางด่วนไปแล้ว..”

ฟ้าอมยิ้ม..

“..ฮะฮะฮะ..แกรักฉัน..”

“..เออ..ก็ใช่สิวะ..”ฝนค้อนขวับ..ฟ้าผิวปากเบา ๆ ..แล้วก็ตัดบทไปถามเรื่องอื่น..

“..แต่ฟังพวกแกสองคนว่ากลอนนะ..บอกตรง ๆ ว่ะ..โคตรเพราะ..พวกแกทำไมแต่งกลอนได้ดีขนาดนี้เนี่ย..ไม่ยักรู้เลยนะ..”

“..นางฟ้าจะมีสกิลล์พิเศษตามหน้าที่การงาน..ฉันตอนเป็นนางฟ้า..รับหน้าที่เป็นนางฟ้าแห่งกวี..มีหน้าที่ดลบันดาลใจให้นักเขียนมีจินตนาการ...”

“..โห..เพิ่งรู้..แกทำไมไม่เล่าเรื่องพวกนี้ให้ฟังวะ..”

“..ก็แกไม่ถามนี่หว่า..”

“..เออแล้วฉันล่ะ..”

“..ไม่อยากบอกเลย..หน้าที่นางฟ้าแก..มันติดมาจนถึงตอนจุติเป็นมนุษย์ด้วย..”

“..หน้าที่อะไร..น่าจะเกี่ยวข้องกับพวกของสวย ๆ งาม ๆ แน่เลย..เพราะฉันรู้สึกว่า..หน้าตาฉันสวยผิดมนุษย์ทั่วไป..”ดูเหมือนฟ้ายังหลงตัวเอง

ซีมที่ขับรถถึงกับหัวเราะคิก..และเป็นฝ่ายตอบเสียเอง..

“..อันนี้..ไม่ต้องถามอานา.เอ๊ย..ฝนก็ได้นะฟ้า...ซีมตอบได้..ตอนฟ้าเป็นป้าวิส..ฟ้าเป็นนางฟ้าประจำห้องเครื่อง..ก็ห้องครัวนั่นแหละ..ดลบันดาลให้อาหารอร่อยถูกปาก..และแกก็จะรักการกินมากเป็นพิเศษด้วย..”

ฟ้าอ้าปากค้าง...

“..ล้อเล่นน่ะซีม..ฉันเนี่ยนะ..นางฟ้าประจำห้องครัว...”

“..ไม่งั้นเค้าจะเรียกแกป้าหรือไง..”ฝนหัวเราะเยาะ.. “...ห้องครัวมีแต่ป้า..ฮ่าฮ่าฮ่า..”

ฟ้าหน้าหงิก..

“..หมดกัน...คนสวยอย่างฉัน..”

รถไฟเขียวแล้ว..ซีมขับมุ่งตรงไปยังหอพักของฟ้า..แต่ฝนกลับพูดว่า..

“..ไปบ้านเธอก่อนดีกว่านะ..”

“..ทำไมล่ะ..ไปส่งฟ้าก่อนไม่ดีหรือไง..”

“..กฏที่ฉันได้รับเมื่อถูกลงโทษ..จะห่างฟ้าได้ไม่เกินระยะที่มนุษย์จะรับรู้กันและกันได้...ถ้าห่างจากฟ้าไปเกินระยะนั้น..ก็จะห่างได้ไม่เกินครึ่งชั่วโมง...”

“..แล้วถ้าเกินล่ะ..”ซีมถาม..

“..ก็จะถูกลงโทษ..เจ็บไปทั้งตัว..ปวดไปหมด...แล้วหากดื้อ..ก็จะถูกลดระดับจากนางฟ้ากลายเป็นผีไปในทันที..ซึ่งมันแย่กว่านี้มากนักนะ...”ฝนถอนหายใจ..

ฟ้าสะอึก..

“..ทำไมแกไม่บอกฉันวะ..”

“..ก็..ไม่จำเป็นต้องบอกหมดนี่หว่า..แล้วตัวแกน่ะ..ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน..ฉันสามารถไปหาได้ทุกที่ทุกเมื่อ..ฉันดูแลตัวเองแค่คนเดียวก็พอแล้ว..ตอนที่เรางอนกันทะเลาะกัน..และทิ้งแกไปนาน ๆ ..แต่ ..มันก็ไม่ได้นานจริง ๆ หรอก..ต้องแว้บแอบมามองแกทุกครึ่งชั่วโมง..ถึงจะไปไหนต่อไหนต่อได้..เพียงแต่แกอาจจะไม่รู้ว่าฉันมาแอบมองแล้วแว้บไปต่อ..ก็แค่นั้นแหละ..”

ฟ้าเห็นฝนหน้าเศร้า ๆ ก็เลยพลอยเข้าใจ..

“..แกไม่อยากเป็นผีใช่ไหม..บางทีแกก็รำคาญฉัน..เบื่อฉัน..แต่แกก็ห่างฉันไปได้แค่ครึ่งชั่วโมง..”

“..มันก็เป็นแบบนี้มานานแล้วนี่..”ฝนก้มหน้า.. “..แกน่ะ..รักฉัน..ห่วงใยฉันเพราะตัวแกเอง..แต่ฉันเนี่ย..มันจำใจต้องดูแลแกเพราะเป็นกฎ...จะว่าไปแล้วโคตรละอายเหมือนกันที่แกน่ะ..ดีกับฉันทุกอย่าง..ปากเสียบ้างอะไรบ้างแต่ก็ห่วงใยฉันสุด ๆ ..แม้จะไม่มีกฎคอยครอบแกก็ตาม..”

ฝนทำตาแดง ๆ จะร้องไห้..

“..ฉันกลัวว่าฉันจะต้องตกสวรรค์รอบสองกลายเป็นผี..ฉันไม่ชอบ..เป็นผีทรมาณมากนะ..นางฟ้าเนี่ยยังดี..แสงสว่างก็ไม่กลัว..อะไรก็ไม่กลัว..แต่ถ้าเป็นผี..ฉันต้องรู้สึกหลายอย่างที่นางฟ้าไม่จำเป็นต้องรู้สึก..มีทั้งเจ็บปวด..ทั้งหิว..ทั้งหนาว..ฉันไม่อยากเป็นผี..ถามแกจริง ๆ  เถอะฟ้า..แกอยากจะให้น้องสาวแกเป็นผีหรือเปล่าล่ะ..”

ฟ้าทำหน้าหยึ๋ย ๆ ..

“..ไม่อาว..แกเป็นนางฟ้า..ฉันยังเจออะไรที่มันดูค่อยเข้าท่าหน่อย..แม้ว่าหน้าแกจะเหมือนฉัน..แต่มันก็ยังสวยใช่ไหมล่ะ..แต่ถ้าแกเป็นผี..แล้วมาดูแลฉัน..อื๋อย..นึกถึงผีจูออน..ผีเดอะริงซาดาโกะ..โคตรน่ากลัวเลยว่ะ..”

“..นี่หมายความว่า..”ซีมอดพูดไม่ได้.. “..ถ้าหากฉันจะเจอฝนโดยลำพัง..ก็ทำได้แค่ครึ่งชั่วโมงใช่ไหม..”

“..ใช่..ฟ้าต้องอยู่ใกล้ ๆ ตลอดเวลาน่ะ..ไม่งั้นก็ขอตัวแว้บไปหาฟ้าแล้วกลับมา..ก็ต่อเวลาทีละครึ่งชั่วโมงไปได้เรื่อย ๆ ..”ฝนอธิบาย..

“..กฏแม่มโคตรยุ่งยาก..อ้อ..นี่สินะ..ที่แกถึงอยากให้ฉันไปกับซีมที่เมืองกาญจน์ซะเหลือเกิน..”ฟ้าบ่น.. “..ฮ่วย..เป็นจั๋งซั่นเพราะบ่กิ๊ดฮอดกู..แต่มึงย่านสิบ่ได้เบิ่งเมียมึงแม่นบ่ล่ะ..อิห่านเอ๊ย...”ฟ้าอดใช้ภาษาบ้านเกิดตัวเองไม่ได้...

ฝนอมยิ้ม..ฟ้ารู้สึกว่า..น้องยังไงก็เป็นน้อง..แสบกับพี่ได้ทุกครอบครัวสิน่า...

ซีมอดหัวเราะไม่ได้..

“..ตกลง..นางฟ้าภาวิสได้จุติที่ไหนหรือฝน..”

“..นางโดนถีบไปจุติที่อุบล...แต่ก็นะ..ฉันก็ต้องไปด้วย..เค้าคงไม่อยากให้เราเจอกันง่าย ๆ มั้งซีม..”ฝนกุมมือซีมไว้มือหนึ่ง..ให้ซีมถือพวงมาลัยด้วยมือเดียว...

“..แต่เราก็เจอกันจนได้นะอานา..”ซีมพูดและรั้งร่างที่มีคนแค่สองคนในโลกมองเห็นมาซบ...

ฟ้าเอนกายพิงเบาะหลัง...ก่อนจะพูดขึ้นว่า..

อะไรที่ได้มายาก เรารู้สึกว่ามันมีค่าที่เราจะรักษามันไว้..”

 

วันจันทร์...

ฟ้าเริ่มสบายใจขึ้นเพราะซีมให้ตังค์ค่าตั๋วหนังหนึ่งพันบาทคืนมา...และไปเรียนด้วยความสุขพอสมควร..

สิ่งแรกที่ฟ้ารีบไปทำก่อนจะเข้าเรียน.คือรีบไปที่ชมรมท่องเที่ยว..และขอสมัครไปทริปเมืองกาญจน์ตามที่ซีมและฝนขอร้อง...

ฝนยืนคุมการสมัครไปทริปไม่ห่างกาย...แต่ก็เจออุปสรรคนิดหน่อย..

“..หา...เต็มแล้ว..”ฟ้าโวยวาย.. “..ได้ไงพี่..”

พี่คนรับสมัครหน้าตาเหมือนง่วง ๆ อยู่แต่ก็ตอบว่า..

“...ก็มันเต็มจริง ๆ นี่น้อง..เนื้อที่เรามีแค่รถบัสหนึ่งคันแค่นั้นเองนะ..ไว้ไปทริปอื่นก็ได้น่า..”

“..ไม่ได้..หนูจะไปทริปนี้..”ฟ้าโวยวายก่อนจะหันไปหาฝนที่อยู่ข้าง ๆ ...ส่งสายตามาหาทำนองว่า..เอาไงดีวะแก...

ฝนหน้าหงิก...ทำปากเหมือนกำลังด่าพี่สาวตัวเองอยู่..

พี่คนรับสมัครที่หน้าเหมือนพี่อู๊ดเป็นต่อ..แถมโพกผ้าเหมือนกันอีก..ทำหน้าดุ ๆ ...

“..พี่น้องค้าบ...”ฟ้ารู้สึกว่า..พี่เค้าจะเหมือนพี่อู๊ดเป็นต่อมากไปแล้ว.. “..ใจจริงก็อยากให้ไปเหมือนกันล่ะนะค้าบพี่น้อง..แต่ที่มันเต็มจริง ๆ นะค้าบพี่น้อง..”

ฟ้าดูหงุดหงิด..

“..นี่ ๆ ๆ พี่อู๊ดคะ..ไม่มีเก้าอี้เสริมให้หนูนั่งเลยหรือคะ..นั่งข้างคนขับก็ได้ค่ะ..”

รุ่นพี่ที่รับสมัครดูงุนงง..

“..เอ๊..รู้จักชื่อพี่ได้ยังไงค้าบพี่น้อง..”

“...แหม..ก็พี่เล่นพรีเซ้นส์ตัวเองซะเด้งขนาดนั้น..”ฟ้าพึมพำ.. “..จะเป็นจะตายหนูจะต้องไปทริปนี้ให้ได้..”

พี่อู๊ดเหลียวซ้ายแลขวา...

“..มันพอจะมีทางเหมือนกันนะค้าบพี่น้อง..แต่พี่ขอให้น้องช่วยพรีเซ้นส์อุดมการณ์ของการท่องเที่ยวทริปนี้ให้พี่ฟังหน่อยได้ไหม..”

ฟ้าเม้มปาก..ตาสว่างขึ้นเพราะเห็นฝนทำท่าเหมือนจะใช้จิตนางฟ้าช่วย...

“..ได้สิคะพี่อู๊ด..ทริปเมืองกาญจน์ของเราทริปนี้..เป็นทริปท่องเที่ยวธรรมชาติ..หนูตั้งใจจะอนุรักษ์ธรรมชาติให้อยู่คู่เมืองไทยให้นานที่สุด..ไม่ว่าจะยังไง..อุดมการณ์ในการอนุรักษ์ป่าเขาลำเนาห้วย..ก็คืออุดมการณ์ของหนู..จะไม่ยอมให้ไอ้พวกทรยศคิดคดชาติ..ตัดไม้ทำลายป่า..ทำลายพื้นแผ่นดินถิ่นป่าอันอุดมสมบูรณ์ของเมืองกาญจน์แม้ตารางนิ้ว..หนุจะปลุกจิตสำนึกเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัย..เพื่อนร่วมทริป..ให้ตระหนกเอ๊ยตระหนัก..ให้เห็นคุณค่า..ให้..เอ่อ..ให้..เอ่อ..เห็นว่าทริปเราดีค่ะ..”

นางฟ้าอานาหรือฝนเข้ามาใกล้พี่อู๊ด..ใช้จิตนางฟ้าทำให้พี่อู๊ดเคลิ้มกับคำพูดที่ท้าย ๆ ประโยคอาจจะฟังดูไม่ค่อยเข้าท่านัก..เพราะดันด้นสด...แต่ก็ทำให้เคลิ้มได้..

พี่อู๊ดตบโต๊ะอย่างสะใจ..

“..ให้มันได้อย่างนี้สิครับพี่น้อง..นี่ถ้าเยาวชนทุกคนคิดได้อย่างน้องนะครับ..ธรรมชาติที่งดงามก็จะยังคงอยู่กับเมืองไทยเราตลอดไป..โหย..ฟังแล้วของขึ้นครับพี่น้อง..”

ฟ้ายิ้มแป้น..

“..ถ้างั้น..หนูก็ไปได้แล้วใช่ไหมคะ..”

“...ไปไม่ได้ครับพี่น้อง..เพราะที่มันเต็ม..”

ฟ้ากำหมัด..เม้มปาก..อิห่าน..หลอกให้กูเล่นซะเบอร์แรง..แต่เกิดเป็นฟ้าต้องหน้าเดินเว้ย...

“...ตกลง..หนูจะไม่ได้ไปอนุรักษ์ป่าแสนสวยที่เมืองกาญจน์อีกต่อไปในชีวิตแล้วหรือคะเนี่ย..”ฟ้าพยายามเล่นใหญ่ให้พี่อู๊ดเห็นใจ...

พี่อู๊ดนิ่งคิด..

“..มีทางไปได้นะครับพี่น้อง..”

ฟ้าดูโล่งใจ..

“..จะให้หนูนั่งที่ข้างคนขับใช่ไหมคะ..”

“...คือเรามีรถเซอร์วิสตามไปหนึ่งคัน..บรรทุกข้าวของเครื่องใช้..อาหาร..ถ้าน้องสามารถเดินทางไปกับรถเซอร์วิสได้..ก็ถือว่าโอเคล่ะครับ..แถมเงินไม่ต้องเสียซะด้วย..เนื่องจากเป็นรถสต๊าฟ..แต่พี่น้องค้าบ..พี่น้องต้องไปเป็นสต๊าฟทำครัวให้ทริปนะค้าบพี่น้อง...พอไหวไหมล่ะ..”

ฟ้าสะดุดกึก..

“..สต๊าฟทำครัว..”

“..ต้ม..ผัด..แกง..ทอด..หุง..ทำง่าย ๆ แค่นี้แหละค้าบพี่น้อง..”

ฟ้าเหลือกมองบน..ทำปากขมุบขมิบ..ฝนก้าวมาในตำแหน่งที่ฟ้ามองเห็นตัวเอง..พร้อมกับพยักหน้าให้ฟ้ารับปาก...อดีตนางฟ้าห้องครัวรู้สึกระอาใจกับความลำบากของตัวเองเหลือเกิน...

“..เอา..เอาก็เอา..นี่เพราะอุดมการณ์นะคะพี่อู๊ด..”

“..ดีมากค้าบพี่น้อง..งั้นน้องลงชื่อตรงใบลงชื่อสต๊าฟใบนี้เลยนะคร้าบ...”

ฟ้าไม่มีทางเลือก...เขียนชื่อ..รหัสนักศึกษา..คณะและชั้นปีลงไป...

“..โอเค..ดีมากคร้าบพี่น้อง..อย่าลืมนะคร้าบ..เจอกันตีสี่ที่นี่..”

“..อ้าว ๆ”..ฟ้าโวยวาย.. “..ในกำหนดการ..รถออกเจ็ดโมงเช้าไม่ใช่หรือคะพี่อู๊ด..”

“..แต่สต๊าฟเราต้องเตรียมข้าวของ..จ่ายตลาด..จ่ายกับข้าวขึ้นรถก่อนนะคร้าบพี่น้อง..เราอาจจะเตรียมล่วงหน้าได้บางรายการ..แต่สำหรับบางรายการที่เป็นอาหารสด..เช่น..หมู..ปลา..ผัก...เราต้องไปจ่ายของที่ตลาดตอนเช้านะคร้าบพี่น้อง..”

ฟ้าอดบ่นไม่ได้..หมดกัน..เตียงนอนสุดฟินของกู...แต่ก็ทำไงได้ล่ะ..

ทำไมกูต้องมาทำอะไรเพื่อความรักพวกมันด้วยวะ..

แต่ยังไงก็ยังพอไหวน่า..ถ้าพี่กิไปด้วย..เอ..พี่เค้าน่าจะเป็นสต๊าฟเหมือนเราใช่ไหมเนี่ย..

คิดแล้วฟ้าก็ยังพอจะยิ้มออกได้บ้าง..

“..เออ..พี่อู๊ดคะ..พี่กิเค้าเป็นสต๊าฟเหมือนหนู..เค้าขึ้นรถคันเดียวกับหนูใช่ไหมคะ..”

“..เสียใจนะพี่น้อง..ไอ้กิมันเป็นสต๊าฟฝ่ายสันทนาการและต้อนรับ..มันต้องถือไมค์เล่นกับสมาชิกบนรถบัสน่ะค้าบพี่น้อง..”

ฟ้าเบ้ปาก..

“..หมดกันสวรรค์กู...”

“...ว่าไงนะค้าบพี่น้อง..”

“..อ๋อ..เมื่อกี้..หนูบอกว่า..ทั้งหมดคือสวรรค์สำหรับหนูน่ะค่ะ..”

“..แหม..”พี่อู๊ดถึงกับจับบ่าฟ้าอย่างซาบซึ้ง... “..พี่น้องค้าบ..รับกำลังใจจากพี่ด้วยนะค้าบ..น้องเป็นเยาวชนที่มีอุดมการณ์อันแรงกล้าน่าเลื่อมใส..หาได้ยากในชุดความคิดของเด็กไทยสมัยนี้จริง ๆ ครับพี่น้อง...”

กว่าจะออกมาจากห้องชมรมท่องเที่ยวได้..ฟ้าก็หน้าเบ้กับคำสรรเสริญเยินยอของพี่อู๊ด..จนเอียนเลี่ยนกับคำว่าพี่น้องค้าบไปหลายสิบรอบ...

ฟ้าเดินไปตามทางอย่างเซ็ง ๆ ..ฝนที่เดินคู่กันมา..อดยิ้มให้ไม่ได้..

“..แกเป็นคนดีจริง ๆ อิพี่แฝด...”

“..เออ..มึงนะมึง..อิน้องแฝด..เพราะมึง..กูต้องนั่งในรถขนผัก..แม่ม..จะลำบากแค่ไหนก็ไม่รู้..”

“..คงไม่เท่าไหร่หรอกน่า..รถเซอร์วิสส่วนใหญ่ดูดีออก..”

“..กูไม่รู้จะซวยอะไรเพราะมึงอีก..อิแฝดน้อง..มึงนะมึง..”ฟ้าแผดด่าไปตลอดทาง....

ฝนครางเฮ้อ...แล้วก็สะดุดกับร่าง ๆ หนึ่งที่เหมือนยืนรอฟ้าอยู่..

แต่ฝนก็เห็นรอยยิ้มสดใสที่ส่งให้เธอโดยเฉพาะ..

ซีม..ซีมมี่..นางฟ้าของอานา...

ซีมผวาเข้ามา..ฝนกลัวว่าซีมจะกอดลมในสายตาคนอื่น..แล้วทุกคนจะมองว่าเธอบ้า..จึงรีบแว้บเข้าร่างฟ้าอย่างรวดเร็ว...เล่นเอาฟ้าที่กำลังหัวเสีย..ยิ่งหัวเสียหนักขึ้น..

“..มึงเอาอีกแล้วนะฝน..”

“..ขอใช้ร่างแกกอดซีมหน่อยนะฟ้า..”เสียงฝนดังขึ้นให้ฟ้าที่จิตลงลึกไม่อาจควบคุมร่าง..ได้ยินด้วยความรู้สึกนึกคิด...

ร่างฟ้าแต่อานาอยู่ภายในกอดกับซีมซึ่งเห็นเหตุการณ์ถนัด..และเบนเป้ากอดเหมือนมิสไซล์นำวิถี...

“..เรียบร้อยดีไหมคะ..อานา..”

“..เกือบไม่ได้แน่ะ...แต่ก็ไปเมืองกาญจน์ด้วยกันจนได้..”

“..เราจะได้เที่ยวด้วยกันนะ..อานา..”

“..อือ..ดีใจจังเลย..”

เสียงฟ้าดังขึ้นในจิตสำนึกของฝนที่ครองร่างแฝดพี่อยู่..

“..พวกมึงเที่ยวกัน..แต่กูต้องทำครัว..ฮือฮือฮือ..ทำไมต้องเป็นกูอีก...”

อานาซีมผละจากกัน..และมองตากันซาบซึ้ง..

เสียงฟ้าบ่นตามเคย..

“..เอาอีกแล้ว..แม่งโรแมนติกอะไรกันตอนนี้วะ..กูจะไปเรียน..”

ก่อนที่ฝนจะบรรจงให้ริมฝีปากเข้าใกล้ซีม..ซึ่งซีมก็ใจหายไม่คิดว่า..แฟนของตัวเองทำไมถึงแสดงความรักออกมาพร่ำเพรื่อขนาดนี้..

หน้าซีมแดงเล็กน้อย..

แต่แล้ว...

“..นี่พวกน้องทำอะไรกัน..”

เสียงเครียด ๆ ดังขึ้น..ซีมใจหาย..ฝนฟ้าสะดุ้งพร้อมกัน..

ทั้งสองคนแต่สามจิตวิญญาณต่างก็มองไปทางต้นเสียง..

พี่กิยืนหน้าเครียดอยู่..และดูท่าทางอารมณ์ไม่ดี...

ฝนรีบชะแว้บออกจากร่างฟ้า..ให้เจ้าของร่างรับหน้าแทน..

ฟ้าครางเบา ๆ ..อิแฝดน้อง..ทำกูอีกแล้วนะ...

ซีมไม่รู้จะตอบยังไง..แต่ฟ้าหัวไวรีบพูดขึ้นว่า..

“..อ๋อ..หนูดีใจนะค่ะพี่กิ..ที่สมัครไปทริปกับซีมได้..เรานัดกันจะไปทริปที่เมืองกาญจน์ด้วยกันน่ะค่ะ..”

“..เป็นไปได้ไง..อู๊ดมันไม่รับสมัครแล้วนี่..คนเต็มแล้ว..”

“..อ๋อ..หนูสมัครเป็นสต๊าฟครัวน่ะค่ะ..”ฟ้าพูดอย่างภูมิใจ..

พี่กิเขม้นมองเหมือนจับผิดอะไรบางอย่าง..ซีมใจคอไม่ดี..

แต่ฟ้า..จะมากจะน้อย..ก็ชอบพี่กิเป็นทุนเดิม..ก็อดยิ้มให้พี่กิไม่ได้..

“..หนูจะได้ไปเที่ยวกับพี่ไงคะ..”

“..เป็นสต๊าฟทำครัว..คงเที่ยวยากหน่อยนะ..”พี่กิดูเคร่งขรึม.. “..แต่ทำไมถึงแสดงท่าทางเหมือนกับจะเป็นเบี้ยนกันขนาดนั้นล่ะ..”

พี่กิมองด้วยสายตาคุกคามไปที่ซีม..และพูดเสียงไม่พอใจ

“..เป็นเบี้ยนกันหรือไง..”

ซีมอึกอักเพราะเป็นคนไม่โกหกใคร...และในชีวิตเกลียดการโกหกที่สุด..เนื่องจากเป็นนิสัยที่ติดมาจากสมัยที่ยังเป็นนางฟ้าดูแลสวนที่ตั้งของต้นไม้สัจจะบนสวรรค์...

แต่ฟ้าจับมือซีมไว้..และกระตุก..ซีมหันขวับ..เห็นฟ้าชี้มาที่ตัวเอง..

และด้านหลังของฟ้า..ก็คือร่างที่ไม่มีใครเห็นของฝน..

“..โอ๊ย..ฟ้ากับซีมเป็นเพื่อนซี้กันค่ะพี่กิ..”ฟ้าคล้องคอซีม.. “..ใช่ไหมซีม..เราสนิทกันจะตายเนอะ..”

ซีมยิ้มออกมาได้..ใช่..นี่คือความจริงสินะ...

“..ใช่ค่ะ..ซีมกับฟ้าเป็นเพื่อนกันค่ะ..ไม่ได้เป็นเบี้ยนกันอย่างที่พี่กิคิดหรอกค่ะ..”

ฟ้าหอมแก้มซีมเบา ๆ ..

“..เราชอบแสดงออกกันแบบนี้ล่ะค่ะ..น่ารักมั้ยคะ..แหะ ๆ  ..ผู้หญิงหอมแก้มกัน..น่ารักนะคะ..”

 พี่กิดูจะเบาใจเล็ก ๆ  ..แต่ก็สงสัยกับสิ่งที่เห็นในครั้งแรกอยู่ดี..

“..เราจะไปเรียนกันแล้วเนอะ ๆ ๆ ซีมเนอะ..”ฟ้าจูงมือซีมเดินและแกว่งแขนไปด้วย..ซีมปรกติจะดูเรียบร้อย..ก็รู้สึกแปลก ๆ กับการแกว่งแขนแรง ๆ กับฟ้า...

“..ขอตัวก่อนนะคะ..”..ฟ้ายิ้มให้และเหมือนจะทำท่าส่งจูบให้พี่กิด้วย...

พี่กิส่ายหน้าช้า ๆ ..เห็นฟ้ากับซีมวิ่งจู๊ดไปที่ตึกเรียนก็ขมวดคิ้วพิกล..

พี่กิไม่ได้มาคนเดียว..แต่มากับเพื่อนอีกคนหนึ่ง..

“..มึงว่าน้องเค้า...ใช่อย่างที่กูคิดไหมวะ..เอก..ตอนนี้มันโทนเพื่อนชัด ๆ นี่หว่า..”

เอกเองก็ขมวดคิ้ว..

“..เมื่อกี้ก่อนที่มึงจะปราม..มันอารมณ์เหมือนแฟนกันจริง ๆ เลยนะมึง ..”

“..กูได้เปลี่ยนทอมซ่อมดี้คืนสตรีให้สังคมก็ครั้งนี้แหละ..”พี่กิแค่นเสียง.. “..เอก..มึงคุมสต๊าฟรถเซอร์วิสใช่ไหมวะ..ยังไงก็จัดหนักให้กูหน่อย..เอาให้แม่งเข็ดไปเลยก็ดี..กูไม่อยากให้น้องซีมสนิทกับเพื่อนคนนั้นเลยจริง ๆ ..มันดูเหมือนกับว่า..น้องเค้าจะหลงผิดไปกับแฟชั่นอะไรสักอย่างไปแล้ว..”

“..มึงจะจีบน้องซีมแน่หรือไอ้กิ..”

“..เออ..น่ารักชิบหาย...”

“..งั้นก็ลุยเต็มที่เลยนะมึง..เพื่อนของน้องซีมกูจัดการเอง..ว่าตามตรง..กูว่า..น้องคนนั้นก็น่ารักไม่เบาเหมือนกัน..ขอกูแล้วกันนะไอ้กิ.."

“..เออ..ยิ่งดี..ถ้าเป็นเพื่อนกันก็เวิร์คเพราะกูกับมึงก็เพื่อนกันด้วย..แต่หากเค้าเป็นอย่างที่เราคิด..ก็ถือว่า..เราเป็นพนักงานซ่อมสังคมก็แล้วกัน..”

กิกับเอกเดินไปอีกทางแล้ว...

แต่ทั้งสองไม่มีทางรู้หรอกว่า...แม้บทสนทนาที่ไม่มีคน ๆ ไหนจะได้ยิน..สิ่งเร้นลับจะไม่ได้ยินเชียวหรือ..

โดยเฉพาะสิ่งเร้นลับที่ได้ชื่อว่านางฟ้าอย่างอานา..หรือฝน..

เวลานี้..ฝนกำหมัดแน่น..โกรธอย่างที่สุด...ถึงกับรังเกียจผู้ชายสองคนนี้อย่างมาก..เพราะเธอฟังสองคนนี้พูดทุกประโยค..ทุกคำจดจำได้เต็มสองหู...

จะเป็นจะตาย..ฝนก็ไม่ยอมให้คนทั้งสองมายุ่งเกี่ยวกับแฟนและพี่สาวของตนเองเด็ดขาด..

แต่ฝนเองก็ไม่รู้หรอกว่า..ในมุมที่ห่างออกไป..ร่างผิวสีทองแดงของเทวดาผู้คุ้มกฎ..นัตตะ..ก็คอยมองนางฟ้าอานาอยู่ไม่วายตาเช่นกัน.......

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น