The secret of times ตอน พริมรดา

ตอนที่ 1 : ความหลังของพริมรดา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 152
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    30 ต.ค. 57

พริมรดา ตื่นเพราะได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกซึ่งตั้งไว้เจ็ดโมงตรง เช้าเร็วจริง นอนยังไม่ทันเต็มอิ่มเลย

               พริมลุกขึ้น กดปิดเสียงนาฬิกา หาววอด ๆ มองดูคนที่นอนข้าง ๆ ไอ้ตัวแสบยังหลับสบายหลับยังกะเด็ก ๆ เชียวนะแก

               คนข้าง ๆ ชื่อคล้าย ๆ  เธอ สาวหน้าหมวยหน้าตาน่ารัก แก้มพอง ๆ น่าจับเล่นทั้งวัน พิมพ์อุษา เป็นชื่อเธอ เหตุที่ชื่อนี้ เพราะแม่เธอชื่ออุษาหน้าเธอคล้ายแม่มาก ชื่อเลยออกมาแบบนี้ ชื่อเล่นของเธอคือ พิม ก็ยุ่งหน่อยตอนคนตะโกนเรียกเมื่ออยู่ด้วยกันนี่แหละ พริม พิม เสียงเพี้ยนกันนิดเดียวเท่านั้น

               พริมรดา ไม่อยากกวนคนข้าง ๆ ได้แต่มองหน้าที่หลับตาพริ้มท่าทางเหมือนเด็ก น่าลักหลับจริง ๆ ไอ้ตัวแสบ

               ไหน ๆ แล้วขอมอร์นิ่งคิสซะหน่อย

               พริมก้มตัวลง จุมพิตเบา ๆ ที่หน้าผาก ลมหายใจเธอเพียงพอจะให้คนที่นอนอยู่รู้สึกตัว

               แกจะไม่ปลุกก่อนหรือพริมเสียงแหบห้าว แต่น่าฟังชะมัดเลย พริมคิด 

               อ้าว ไม่อยากกวน แกจะนอนต่อก็ได้นี่ ไอ้แสบ

               สาวแก้มพองกอดคนตรงหน้า ยัยบ้านี่ เอะอะก็กอด ๆๆ แต่ก็รู้สึกดีชะมัด

               แต่ไม่กอดเปล่า ยังดึงตัวเข้ามา แล้วประทับปากบาง ๆ กับปากพริมรดา

               พริมเองก็ไม่คิดหรอกว่าอีกฝ่ายจะจู่โจมแบบนี้

               กะแค่มอร์นิ่งคิส นี่ แกจะจัดอาหารเช้าเลยหรือไอ้แสบ

               แต่ก็ฟินดี ไอ้แสบมันชอบทำให้ฟิน

               พริมรดาจูบตอบ อีกฝ่ายเริ่มทำมือซุกซนซะแล้ว

               เช้านี้ รีบนะพิม คุณนัทมีงานเช้า

               แกก็รีบ ๆ เข้าสิ

               พริมรดา ยู่จมูก ท้ายสุด การลูบไล้ยั่วยวนของอีกฝ่ายก็ทำให้เธอไม่สามารถระงับความรู้สึกได้

               แรงปราถนาในร่างกายของอีกฝ่าย ทำให้พริมรุกไล่เร็วขึ้น ยัยบ้า คาแรคเตอร์แกมันเมะชัด ๆ ไอ้แสบ แล้วทำไมมันจบที่ฉันกดแกทุกทีเลยวะ

               พริมกำลังจะรุกแบบไม่ต้องลีลามาก แต่โทรศัพท์ข้างเตียงก็ดังขึ้น

               ไอ้แสบยิ้ม

               อด ระฆังหมดยก

               เออ แกล้งกันดีนักนะ คืนนี้ ชั้นจะจัดหนักให้แก

               โทรศัพท์ข้างเตียง เป็นสายที่ต้องรับ เพราะมักจะมาจากธนัท

               ค่ะ คุณนัท

               โทษทีนะพริม เจอพิมแกล้งล่ะสิ

               คุณนัทนี่รู้ดีจริง ๆ นะคะ

               อีกฝ่ายหัวเราะ

               เอาน่า แค่จะโทรฯมาเตือนว่า ไม่เกินแปดโมง แบ่งเวลาดี ๆ ไม่เอานะ แบบว่ารีบจนไม่ได้อาบน้ำแบบคราวก่อนจนต้องพรมน้ำหอมซะโชก ฉันเกลียดน้ำหอมเธอมาก เข้าใกล้จะเป็นหวัดเอา

               ค่า  ..... เดี๋ยวจะเซฟไฟล์ไว้ก่อนค่า จะโหลดมาอีกทีคืนนี้

               ห้ะ ภาษาเปรียบเทียบเธอนี่ ....” ธนัทงึมงัม ก่อนจะวางหู

               พิมถามว่า

               ต้องรีบใช่ไหม

               ใช่ เซฟไฟล์ไว้ก่อนนะไอ้แสบ

               พิมพ์อุษาหัวเราะ

               ติดรถคุณนัทไปได้ไหม จะได้เข้าร้านได้เร็วหน่อย

               ได้สิ เขาเคยว่าแกที่ไหนล่ะ

               ถ้าเอาเร็ว ๆ ขออาบน้ำด้วยนะ

               ได้ แต่แกห้ามแกล้งชั้นนะ โอเคปะ อาบอย่างเดียว เดี๋ยวเจ้านายด่าถ้าออกสาย

               รู้แล้วจ้าที่รัก เสียงห้าว ๆ แต่ทำออกหวาน ๆ มันก็น่าฟังดีนะ พริมคิด

              

               อีกห้านาทีแปดโมง

               พริมกับพิม ออกจากห้องพัก พริมพักอยู่ที่ออฟฟิศ อาคารสามชั้นแบ่งห้องไว้ให้ทุกคนทั้งทำงานและเป็นที่พัก เธอพักชั้นสองด้านใน และบางครั้ง พิมก็มานอนค้างด้วย

               พริมสวมชุดสาวออฟฟิศดูมาดมั่น พิมใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ เพราะเธอเป็นเจ้าของร้านเพทชอบ ไม่ต้องแต่งดีนักก็ได้

               ลงมาด้านล่าง เอลลี่ กำลังเตรียมเปิดร้านกาแฟ ร้านเนฟเวอร์ไมด์ อยู่ด้านล่างของออฟฟิศ เอลลี่ก็พักอยู่ที่ห้องข้าง ๆ เช่นกัน หน้าที่เธอในเวลาเช้าอย่างนี้ คือ ชงกาแฟรอ

               ในกรณีที่รีบมาก อย่างตอนนี้ เอลลี่ก็เตรียมกาแฟใส่ภาชนะแบบพร้อมจะไปทานข้างนอกให้

               กาแฟจ้าพริมเอลลี่ยื่นกาแฟโปรดของพริมซึ่งใส่กระติกให้

               ขอบคุณน้า

               พิมอดถามไม่ได้

               ของฉันล่ะเอลลี่

               เธอก็กินกับพริมดิ  ฉันชงให้เฉพาะคนของนัท คอนเซาล์แทนส์ และคุณกี้แฟนคุณนัทเท่านั้นย่ะ

               เอาไว้ฉันขายร้าน แล้วมาทำงานที่นี่ก่อนเหอะ พิมพูดแค้น ๆ

               เอลลี่ยิ้มยั่ว ๆ เธอชอบแกล้งพิม เพราะพิมชอบมาจีบทีเล่นทีจริง พริมเองก็ไม่ถือสา เพราะรู้ว่า เอลลี่เป็นหญิงสายตรง  พิมแค่ล้อเล่นเฉย ๆ บางทีก็ชอบแกล้งจีบเอลลี่ยั่วพริมซะอีก

               เคะบ้าอะไร ทำตัวยังกะเมะ พริมถอนใจ

               รถบีเอ็มซีรีส์ห้า รออยู่หน้าตึก จอยรออยู่ในรถแล้ว

               ธนัทเดินลงมาจากอาคารพร้อมกาแฟคาปูชิโน่ หลังจากที่พริมเข้าไปนั่งในรถด้านหลัง พิมจองด้านหน้านั่งคู่จอย

               ธนัทเปิดประตู นั่งข้างพริม

               ติดไปลงที่ร้านด้วยเหรอเขาถามคนนั่งด้านหน้า

               ค่า คุณนัท

               เธอน่าจะพูดฮ่ะมากกว่านะพิม เข้ากับเสียงเธอมากกว่าธนัทแหย่

               วันนี้ที่ไหนคะจอยถาม เธอเป็นคนขับรถ ต้องรู้จุดหมายก่อนจะออกรถเสมอ

               พริมดูแทบเลตในมือ

               สาธร เอ๊ะ วันนี้ เคสคุณอ้ำ

               ทำไมหรือ ธนัทถามเลขาสาว

               เคสนี้ ....ฉันจำได้ว่า ไม่ได้รับไว้นี่

               ฉันตัดสินใจรับไว้เอง มีอะไรหรือ

               พริมดูอึกอัก ถ้าเป็นคนอื่น ธนัทคงจะดูนาฬิกาเพื่อตรวจสอบแล้ว แต่กับคนกันเอง เขาไม่เคยคิดจะใช้พลังพิเศษของเขาเลย ถ้าไม่ใช่เพราะต้องช่วยเหลือกันจริง ๆ

               ธนัทเลยไม่รู้ว่า ที่พริมอึกอัก เพราะคนที่ชื่ออ้ำ คือ คนรักเก่าของเธอเอง และจะพูดได้อย่างไรในเมื่อไอ้แสบของเธอนั่งอยู่ในรถคันนี้ด้วย

               ซึ่งคน ๆ นี้ เป็นคนที่เธอรักมากที่สุด

               บางที ก็ตอบไม่ได้ ว่า ถ้าจะเทียบระหว่างอ้ำ กับไอ้แสบ เธอจะรักใครมากกว่ากัน

               ดูเหมือนไอ้แสบพิมยังไม่รู้ตัว ว่าเรื่องลำบากใจกำลังเกิดกับคนรักแล้ว และดีไม่ดี จะลามมาถึงตัวเองด้วย

              

               บริษัท อัมเบลล่า มาร์เกตติ้ง จำกัด เป็นบริษัทที่จัดจำหน่ายเครื่องสำอางค์ และสินค้าอื่น ๆ จากเกาหลี

               อมลกาญจน์ เป็นเจ้าของบริษัท เธอเป็นดารา นางแบบที่มีชื่อเสียง แต่ต้องมีธุรกิจส่วนตัวบ้าง หากวันใดวันหนึ่งเกิดงานในวงการบันเทิงอยู่ในช่วงขาลง จะได้มีทางออกให้ชีวิต และการจำหน่ายเครื่องสำอางค์ก็เป็นเทรนด์ฮิตของดาราเสียด้วยสิ

               อ้ำหรืออมลกาญจน์เชิญธนัทมาปรึกษา คงเกี่ยวกับธุรกิจของเธอแน่นอน

               พริมเงียบขรึมผิดวิสัย และรู้สึกอึดอัดพอสมควร

               จอยรออยู่ที่รถ เธอไม่จำเป็นต้องขึ้นมากับธนัทและพริม ถ้าไม่มีภาระใด ๆ พริมไม่รู้จะทำยังไงดี ต้องทนนั่งอึดอัดอยู่ตรงนี้ พริมไม่อยากสบตา ไม่อยากมองอ้ำเลยจริง ๆ

               อ้ำสวยไม่ต่างจากแต่ก่อนนี้ที่พวกเธอเคยคบหากัน

               และอ้ำเองก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อเจอหน้าพิม ไม่ทักทายอะไรมากไปกว่าที่ควรทักทายตามสถานภาพปัจจุบัน ใช่สิ พริมเวลานี้ เป็นเลขาให้ธนัทนี่

               อ้ำเล่าให้ธนัทฟังถึงสถานการณ์ของบริษัท ที่มีการแข่งขันสูงจนต้องหาทางทำตลาดสู้กับคู่แข่ง พริมได้แต่จดข้อมูลลงสมุด เธอทำได้แค่นี้จริง ๆ

               น้ำตาเธอคลอเมื่อนึกถึงอดีต

               สมัยเรียนมหาวิทยาลัย อ้ำเป็นเพื่อนร่วมคณะ เธอสวย เธอเป็นดาวคณะ แต่ใครจะรู้ว่า เธอคือแวมไพร์คนหนึ่ง

               ศัพท์เรียกชาวเลสเบี้ยนบางทีมันก็ดูลึกลับน่ากลัวเกินไป แต่ชาวเลสเป็นเช่นนี้ คือ มีอยู่มาก แต่หากันไม่ค่อยจะเจอ แฝงตัวเนียน ๆ กับสังคมเหมือนแวมไพร์

               เลสส่วนใหญ่จะมีรสนิยม และเก่งเรื่องการทำให้ตัวเองดูดีกว่าผู้หญิงสายตรง ความสวยของอ้ำนั้นระดับดาวคณะ ยิ่งไปกันใหญ่

               พริมเรียนเก่ง บุคลิกดี เชื่อมั่น หน้าตาดี แม้ไม่เท่าอ้ำ โปรไฟล์ทางบ้านดีเยี่ยม เธอเป็นลูกสาวของนักธุรกิจใหญ่ มีพี่น้องหลายคน พ่อแม่รักเธอมาก แต่ออกจะหัวโบราณไปบ้าง

               พริมก็เหมือนเลสธรรมชาติทั่วไป ที่มักจะเก็บอาการทางสายตาไม่อยู่เมื่อเห็นสาวสวย แต่ก็เช่นกันกับเลสทั่วไปที่ออกแนวกังวลว่า คนที่เธอมอง อาจจะไม่สนใจเธอ เพราะส่วนมาก มักจะเจอผู้หญิงสายตรงเสียมากกว่า

               เธอแอบมองอ้ำ และอ้ำก็รู้ว่าเธอมอง แทนที่จะหลบ อ้ำกลับมองตอบ

               ผิวอ้ำขาวกว่าเธอ แต่เธอตัวสูงกว่า ตาโต ดูจริงใจกว่า

               พริบตานั้น แวมไพร์ ก็รู้กันและกัน เพราะความรู้สึกทางสายตาสื่อกันได้ดีที่สุด

               พวกเธอจึงคบหากัน และพริมก็รักอ้ำมาก รักสุดหัวใจ

               อ้ำไม่ได้รวยเท่าบ้านพริม แม้จะมีฐานะอยู่บ้างก็จริง แต่ก็ไม่เท่ากับพริมแน่นอน อ้ำมีแต่ความรู้สึกที่ดีให้ ซึ่งก็เพียงพอแล้วกับการที่พริมจะหลงรัก และตัดสินใจในสิ่งที่อ้ำไม่คิดว่าพริมจะทำ

               พริมเปิดตัวกับทางบ้าน ว่าเธอเป็นอะไร และอ้ำคือใคร

               เท่านั้นแหละ บ้านแทบแตก ครอบครัวหัวโบราณที่ไหนจะทนเห็นลูกสาวเป็นแบบนี้ได้

               พริมเป็นคนที่เชื่อมั่นในตัวเอง และเหมือนเธอก็พร้อมจะรับชะตากรรมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอก็เลือกทางของเธอแล้ว และเธอเลือกคนที่เธอรัก เธอพร้อมจะเผชิญกับทุกสิ่งทุกอย่าง

               เธอไม่ยอมจะหลอกตัวเอง หลอกทุกคน การยอมรับความจริง จะเร็วจะช้า มันก็ต้องยอมรับอยู่ดี ถ้าเธอเรียนจบ ทำงานช่วยครอบครัว และแต่งงานกับผู้ชายที่เธอไม่มีทางจะรู้สึกรักไปได้ มันคือความทรมาณทั้งชีวิต

               น่าเสียดายที่พริมรู้จักกับธนัทช้าไป ไม่อย่างนั้น ธนัทคงจะเตือนให้เธอรู้จักความสำคัญของคำว่า จังหวะเวลา

               ใช่ เธอไม่ผิด แต่จังหวะเวลาของเธอผิด

               นักธุรกิจใหญ่ที่มีคนนับหน้าถือตาอย่างพ่อของเธอ คงทนให้ลูกสาวเป็นแบบนี้ไม่ได้ ถึงกับยื่นคำขาด ถ้าเป็นแบบนี้ ก็ออกจากบ้านไป บ้านนี้มีลูกหลายคน ตัดไปสักคนคงไม่เป็นไร ไม่ต้องใช้นามสกุล ตัดขาดกันไปเลย

               พริมรู้ดีว่า เธอแยกแยะได้ ระหว่างความกตัญญูและความเป็นจริงในชีวิตเธอ แน่นอน พ่อแม่อาจจะเสียใจ แต่การเป็นแบบนี้ ไม่ใช่ความผิดของเธอแม้แต่น้อย เธอเลือกที่จะอยู่กับความเป็นจริง และไม่คิดจะลืมเลือนผู้ให้กำเนิด เธอเลือกจะเดินออกมา และตั้งใจไว้ว่า สักวันหนึ่ง เธอจะกลับมาตอบแทนพระคุณบุพการี แม้จะไม่มีใครต้อนรับเธอเลยก็ตาม

               เธอยังเรียนไม่จบ แต่เธอตัดสินใจออกจากบ้าน หางานพิเศษ ส่งเสียเลี้ยงดูตัวเอง เปลี่ยนนามสกุลเพื่อไม่ให้พ่อแม่ลำบากใจ

               แต่คนที่ลำบากใจคืออ้ำ

               อ้ำไม่ใช่คนที่บ้านรวยเหมือนเธอ มีความทะเยอทะยานที่จะหาเงินมาดูแลพ่อแม่และน้อง ๆ ตอนคบกับพริมใหม่ ๆ เธอคิดว่า สภาพครอบครัวของพริมคงจะทำให้พริมดูแลเธอได้ นอกเหนือจากความรัก เศรษฐกิจก็ดูจะสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

               เมื่อพริมตัดสินใจออกจากบ้าน เธอก็ตัดสินใจเข้าวงการบันเทิง เพราะมันเป็นวิธีที่ทำให้ได้เงินอย่างรวดเร็ว

               เธอเล่นละคร เธอเป็นนางแบบ แต่เธอก็ยังรักพริม

               แต่เมื่อชื่อเสียงมีมากขึ้น การจะเปิดตัวเองว่าเป็นสาวแวมไพร์ ก็เสี่ยงต่อความนิยมเช่นกัน

               เธอต้องตัดสินใจเลือกระหว่างพริม และอนาคตของเธอในวงการบันเทิง

               คืนนั้น เป็นคืนที่ทรมาณใจที่สุดของพริมและอ้ำ

               อ้ำบอกเลิก และเหตุผลของเธอคือ ความจำเป็นที่พริมเองก็ไม่สามารถจะปฏิเสธได้

               พริมเป็นคนเก่ง เชื่อมั่นในตัวเอง แต่คืนนั้น เธอไม่เหลือเค้าของความเก่งกาจแต่อย่างใด เธอร้องไห้เหมือนคนบ้า เธอเดินแบบไม่มีจุดหมาย และหยุดที่กึ่งกลางสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา

               สายน้ำที่มืดและเย็นเฉียบ คงพอจะรองรับคนที่หัวใจปวดร้าวแทบตาย เจ็บแสนสาหัสแทบตาย คงจะทำให้เธอจบความเจ็บปวดทั้งหลายลงได้

               อ้ำเหมือนใจแข็ง เพราะรู้ว่า พริมเป็นคนเก่ง เธอตัดสินใจเดินออกมา พริมต้องดูแลตัวเองได้สิ เธอไม่ใช่คนโง่ เรื่องรักแค่นี้ คงไม่สามารถทำอะไรเธอได้แน่พริม

               แต่อ้ำอาจจะคิดผิดก็ได้ ไม่ว่าจะเก่งแค่ไหน เชื่อมั่นในตัวเองแค่ไหน บทจะอ่อนแอ ก็จะอ่อนแอได้ถึงขีดสุดเช่นกัน

               พริมเจ็บปวดจนต้องการทำลายชีวิตตัวเอง และเธอคงทำสำเร็จไปแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะเขา

               ชายคนนี้ มาได้อย่างเหมาะเจาะ เพราะเขาเหมือนรู้ว่าจะต้องไปที่ไหน เมื่อไหร่ และทำไม

               น่าเสียดายนะ เขาพูด เรียนก็เก่ง ดูแลตัวเองได้ หน้าตาก็ดี ยอมทำถึงขนาดตัดขาดครอบครัวตัวเอง ท้ายสุดก็จะมากระโดดน้ำตายซะแระ

               ลีลาการเปิดฉากคุยที่ทำให้สะดุด มีเพียงคนเดียวในโลก

               มันได้ผล เพราะการกระแทกด้วยความประหลาดใจทำให้พริมชะงัก และมองหน้าคน ๆ นั้น

               ชายคนนี้ ดูธรรมดา หน้าตาธรรมดา แต่สิ่งที่ทำให้พริมสะดุด คือ เขามีประกายตาที่ต่างจากคนทั่วไป

               นั่นเป็นครั้งแรกที่พริมพบกับเขา และไม่คิดเลยว่าจะต้องพัวพันยาวนานจนถึงเดี๋ยวนี้

               แต่เวลานั้น พริมก็ยังอยากทำลายตัวเองอยู่ดี

               สามปีข้างหน้า เธอค่อยมาโดดได้ไหม

               อย่ายุ่งกับฉันได้ไหม พริมพูดเสียงแผ่ว จะห้ามฉันก็คงไม่มีประโยชน์หรอก

               ฉันพอจะมีความรู้ด้านดูดวงบ้างนะ ฉันเห็นโหงวเฮ้งเธอแจ่มใส อีกสามปีจะเจอรักแท้ ถ้าถึงเวลานั้น ถ้าไม่จริง ฉันจะมาโดดกับเธอ

               ฉันไม่มีเวลาจะมายุ่งกับเรื่องไร้สาระ

               งั้นฉันพนันกับเธอไหม ถ้าฉันชนะ เธอก็แค่เก็บเวลาไว้สามปี แต่ถ้าเธอแพ้ เธอก็โดด ๆ ไปซะสิ้นเรื่องสิ้นราว ฉันไม่ชอบเห็นคนเก่งที่พอไปไม่ถูกเข้า ก็มาเป็นเสียอย่างนี้

               บ้า ไร้สาระ

               นี่ ๆ อีหนูแวมไพร์ นึกว่าจะใจเด็ดซักแค่ไหน ทีตอนเดินออกจากครอบครัว ดันทำโดยไม่ลังเล แค่เสียเวลาพนันนิดเดียว ดันไม่กล้าซะอย่างนั้น

               อีหนูแวมไพร์ ....พริมสะดุดอีกแล้ว

               แต่แค่นี้จะเปลี่ยนความคิดฉันได้หรือ

                เอ้า จะโดดก็โดดสิ

               ทำไมเปลี่ยนใจง่ายจังพริมงง เมื่อกี้ยังพยายามจะไม่ให้โดด

               ถ้าโดดตอนนี้ เรือที่กำลังจะลอดสะพานจะเห็น คนในเรือจะช่วยเธอได้ทัน โดดเลยสิ

พริมอดชะโงกดูไม่ได้ เออ เรือมา โดดไปก็คงไม่ตายหรอกตอนนี้

เขายิ้ม

ถ้าไม่คิดจะโดดแล้ว หรือ รอให้เรือไปก่อน ก็มาพนันฆ่าเวลารอเรือไหมล่ะ กติกาเดิม

พนันอะไร ในที่สุดก็ต้องยอมจนได้

อีกสามนาที จะมีรถเก๋งโตโยต้ามาจอดตรงนี้

พริมหรี่ตา มันเป็นบ้าอะไรของมันวะ

เขาพูดต่ออีก

ถ้าไม่มีรถมาจอด เธอก็โดด ๆ ไปซะ ถ้ามี ฉันขอเวลาเธอแค่สามปี เธอจะเจอรักแท้ ถ้าไม่ใช่ เธอก็มาโดดได้เลย ฉันไม่ห้าม และฉันจะมาโดดเป็นเพื่อนเธอด้วย

คุณใส่ชูชีพมาโดดล่ะสิ

อ้าว รู้ทันอีก แน่ะ คนจะฆ่าตัวตายดันเล่นมุกได้อีก

ปากมันอดเล่นมุกไม่ได้ ไอ้เรานี่ก็บ้านะ พริมคิด แต่พูดตรง ๆ ว่าความอยากโดดมันลดลงไปเยอะ

เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา

พริมยกมือถือขึ้นมาดูเวลาเช่นกัน

ขอโทษครับเสียงดังจากถนน รถโตโยต้าจอดข้างทาง ถนนเส้นนี้ ออกพุทธมณฑลได้หรือเปล่าครับคนในรถตะโกนถาม

สามนาที

พริมอึ้ง

ชายที่พนันกับเธอ ตะโกนโต้ตอบ คนในรถได้คำตอบที่พึงใจ รถโตโยต้าก็ขับออกไป

ทะเบียน 1525 จำไว้นะ ชายตรงหน้าเธอพูด

   ว่าไงนะ ทำไมต้องจำ

จะได้ทำบุญกรวดน้ำ และระลึกถึงพระคุณของเขาได้ ถ้าเจอรถโตโยต้าทะเบียนนี้ จำไว้ เธอต้องไปกราบขอบคุณที่เขาช่วยไม่ให้เธอโดดสะพานตาย

อีตาบ้า

พริมหัวเราะในใจ แล้วก็เบรคตัวเอง ละครน้ำเน่าทุกเรื่อง ผู้ชายมาทำแบบนี้ แปลว่า ต่อไปเขาจะมาจีบผู้หญิงคนที่จะฆ่าตัวตายแน่ แต่จะจีบเราได้ยังไงล่ะ 555 กูเลสมาตั้งแต่เกิดแล้วเว้ย 

อีตาบ้านี่ ท่าจะชอบเรามั้ง

โอย ใครจะไปชอบไปจีบแวมไพร์อย่างเธอ ชั้นไม่โง่หรอก  ท่าทีกลิ่นอายมันบอกว่าเบี้ยนชัด ๆ

อ้าว เสือกรู้อีกว่ากูคิดอะไรอยู่

ตกลงตามนี้นะ สามปี

คืนนี้ ฉันจะผ่านมันไปได้ยังไงพริมรำพึง เมื่อคิดถึงความเจ็บปวดที่รออยู่

แค่ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดออกกำลังกาย แล้ววิ่งให้เหนื่อย นึกเสียใจก็วิ่งอีก วิ่งไปเรื่อย ๆ เคยดูหนังฟอเรสกั๊มพ์ไหม วิ่งไปนครปฐม ราชบุรีก็วิ่งไป วิ่งไปจนถึงด่านเจดีย์สามองค์ แล้วก็วิ่งกลับไปอุบล

จะบ้าแล้วหรือ วิ่งไปอุบล

เขาหัวเราะ

แล้วเธอจะรู้ว่า การเสียใจ คือ การให้เวลา ให้โอกาสกับความทุกข์ จริง ๆ มันไม่มีอะไร ไม่ให้เวลากับมัน ไม่ให้โอกาสมัน มันก็ทำหน้าที่ให้เธอเสียใจไม่ได้

คุณนี่แปลก พริมเริ่มเปลี่ยนสรรพนาม ถามจริง ๆ ต้องการอะไร จีบฉันก็ไม่ได้จีบ ใช่ฉันเป็นเลส จะซ่อมเบี้ยนเปลี่ยนเลสน่ะ มันแค่ในจินตนาการเท่านั้น เลสแท้เปลี่ยนไม่ได้หรอกรู้ไหม

เออ รู้ ชายลึกลับทำเสียงห้วนขึ้น ฉันแค่ต้องการลูกน้องเก่ง ๆ มีคนบอกว่า ลูกน้องเก่ง ๆ หาได้ที่กลางสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ฉันก็เลยลองมาหาดู

ใครบอกคุณฮะ บ้าหรือเปล่า

นาฬิกาบอก

บ้าเพ้อเจ้อใหญ่แล้ว

เขาหัวเราะ

เธอเรียนใกล้จะจบแล้ว ยังไง เธอก็ต้องหางานทำ ฉันคิดว่า ถ้าเธอมาทำงานกับฉัน ก็คงสนุกไม่น้อยล่ะนะเขายื่นนามบัตรให้ แล้วจะได้ทวงสัญญาได้ ถ้าอีกสามปีไม่เจอรักแท้อย่างที่ฉันว่า ฉันจะมาโดดกับเธอแบบไม่ใส่ชูชีพ แต่ถ้าเจอ เธอจะขอบคุณฉัน และรถโตโยต้าทะเบียน 1525 นั่นด้วย อาไร้ รักกับแฟนมาจะปีนึงแล้ว ซั่มซักยกก็ยังไม่เคย แต่รักแท้ที่เธอจะเจอ รับรอง แซ่บแน่ ๆ ฮ่าฮ่า

พริมรับนามบัตรมา ธนัท นพเกตุ ที่ปรึกษามืออาชีพ

หมอนี่ทำงานเป็นที่ปรึกษานี่เอง มิน่ามีจิตวิทยาในการพูดถึงขนาดนี้

จะลองเชื่อตานี่ดูสักที

ว่าแต่ เค้ารู้ได้ยังไง ว่าเราคบแฟนมาเกือบปี แถมยัง เอ่อ ไม่ได้นั่นกันด้วย 

เธอแต่งเล็บธนัทพูด

ห้ะพริมอุทาน

เลสไว้เล็บยาว แฟนก็ถลอกเจ็บหมดสิ

บ้าทะลึ่ง ลามก

ธนัทหัวเราะ โบกมือ แล้วหันหลัง

แล้วเจอกันนะ แม่สาวแวมไพร์

นั่นเป็นครั้งแรกที่พริมพบกับธนัท

เธอตัดสินใจไปสมัครงานกับธนัทเมื่อเรียนจบ และสามปีต่อมา เธอก็ได้เจอกับพิมพ์อุษาสาวเสียงห้าวเจ้าของร้านเพทชอบ รักแท้ของเธอ รักที่มีความสุขสมหวัง

วันที่เธอพาพิมมาหาธนัท เขายังบอกเธออีกด้วยว่า

ฉันกำลังจะไปซื้อห่วงยางเป็ดพอดี

ทำไมคะ

ฉันไม่ใส่ชูชีพโดดแม่น้ำเจ้าพระยา แต่คิดว่า ห่วงยางเป็ดน่าจะพอช่วยได้

นี่แหละ เขาล่ะ ธนัท นพเกตุ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

0 ความคิดเห็น